ฟีเจอร์และประกาศใหม่

  1. 1
    เราจะเลิกใช้งานอันดับเฉลี่ยช่วงต้นสัปดาห์ของวันที่ 30 กันยายน
    12 สิงหาคม 2019
    จากการประกาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เราจะนำเมตริกอันดับเฉลี่ยออกจาก Google Ads ตั้งแต่สัปดาห์ของวันที่ 30 กันยายน 2019 เป็นต้นไป จากนี้ไป เราขอแนะนำให้ใช้อัตราการแสดงผลในตำแหน่งบนสุดในเครือข่ายการค้นหาและอัตราการแสดงผลในตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์ในเครือข่ายการค้นหา เมตริกทั้งสองนี้จะแสดงตำแหน่งจริงของโฆษณาในหน้าเว็บ แทนที่จะเป็นตำแหน่งโฆษณาของคุณเทียบกับโฆษณาของคนอื่น  ผลของเปลี่ยนแปลงนี้คือจะมีการปิดใช้รายการต่อไปนี้ตั้งแต่สัปดาห์ของวันที่ 30 กันยายน 2019 เป็นต้นไป  กฎที่ใช้อันดับเฉลี่ย คอลัมน์ที่กำหนดเองที่ใช้อันดับเฉลี่ย รายงานที่บันทึกไว้ที่กรองอันดับเฉลี่ย ตัวกรองที่บันทึกไว้ที่มีอันดับเฉลี่ย หากคุณมีสคริปต์ Google Ads ที่ใช้อันดับเฉลี่ย เราขอแนะนำให้ตรวจสอบสคริปต์ดังกล่าวเพื่อให้แน่ใจว่าจะทำงานได้ตามที่ต้องการ เราจะนำเมตริกอันดับเฉลี่ยออกจากรายการต่อไปนี้ด้วย  ชุดคอลัมน์บันทึกไว้ รายงานที่บันทึกไว้ซึ่งใช้คอลัมน์อันดับเฉลี่ย แต่ไม่ได้กรองไว้ ตารางสรุปสถิติที่ใช้อันดับเฉลี่ยในหน้าแดชบอร์ด หากคุณใช้พารามิเตอร์ ValueTrack โปรดทราบว่าพารามิเตอร์ {adposition} จะเริ่มแสดงผลสตริงที่ว่างเปล่าตั้งแต่สัปดาห์ของวันที่ 30 กันยายน 2019 เป็นต้นไป โพสต์โดย Pallavi Naresh ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads  
    อ่านเพิ่มเติม
  2. 2
    ขณะนี้คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพมีในแคมเปญ Shopping แล้ว
    12 สิงหาคม 2019
    คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพและคำแนะนำช่วยให้คุณจัดลำดับความสำคัญของการกระทำที่มีผลกระทบมากที่สุดเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในบัญชีของคุณ ผู้ลงโฆษณาที่เพิ่มคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพระดับบัญชี 10 คะแนนพบว่า Conversion โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10% 1 เราเพิ่งขยายคะแนนนี้ไปยังแคมเปญ Shopping นอกเหนือจากแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาเพื่อให้คำแนะนำเพิ่มเติมแบบเรียลไทม์สำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพบัญชีโดยรวม เช่นเดียวกับแคมเปญในเครือข่ายการค้นหา คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับแคมเปญ Shopping มีตั้งแต่ 0-100% โดย 100% หมายความว่าแคมเปญได้รับการตั้งค่ามาให้ทำงานได้เต็มศักยภาพ คุณจะเห็นคะแนนแยกสำหรับเครือข่ายการค้นหาและ Shopping ในระดับแคมเปญและคะแนนรวมทั้งหมดในระดับบัญชี นอกจากนี้เรายังเพิ่มคำแนะนำเฉพาะสำหรับแคมเปญ Shopping เช่น การเปลี่ยนไปใช้แคมเปญ Smart Shopping และเพิ่มคะแนนผู้ขาย คุณดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพได้โดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ Google Ads โดยการลงทะเบียนการสัมมนาผ่านเว็บของเราหรือดูคำแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด โพสต์โดย Ryan Beauchamp ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads    1ข้อมูลภายในของ Google สำหรับแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาเท่านั้น
    อ่านเพิ่มเติม
  3. 3
    จัดการบัญชีหลายบัญชีพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยแผนที่บัญชี
    6 สิงหาคม 2019
    หากคุณมีบัญชีดูแลจัดการที่มีบัญชีย่อยหลายบัญชี การจัดระเบียบนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ เราจึงสร้างแผนที่บัญชีใหม่ให้เป็นเครื่องมือที่ใช้ง่ายอย่างไม่ซับซ้อนขึ้นมา เพื่อช่วยให้เห็นภาพโครงสร้างของบัญชี ดูประสิทธิภาพของแต่ละบัญชี และไปยังบัญชีเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็ว แทนที่จะต้องคลิกผ่านหน้าเว็บและตารางหลายต่อ แผนที่บัญชีจะช่วยให้ดูบัญชีดูแลจัดการและบัญชีย่อยทั้งหมดได้ในที่เดียว คุณจึงเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าโครงสร้างบัญชีที่มีเป็นอย่างไร และดูเมตริกประสิทธิภาพสำหรับแต่ละบัญชีได้ เช่น การแสดงผล การคลิก และต้นทุน    นอกจากนี้ แผนที่บัญชียังช่วยระบุได้ว่าบัญชีย่อยใดที่มีแอตทริบิวต์เดียวกันบ้าง ตัวอย่างเช่น คุณจะดูได้อย่างง่ายดายว่าบัญชีใดบ้างที่มีผู้จัดการภายนอก ป้ายกำกับระดับบัญชี การกระทำที่ถือเป็น Conversion หรือรายการรีมาร์เก็ตติ้งเดียวกัน บัญชีแผนที่ยังใช้ได้กับบัญชีดูแลจัดการทั้งหมดอีกด้วย ฉะนั้นอย่าลืมดูแผนที่บัญชีของคุณวันนี้ โดยไปยังเมนู "เครื่องมือและการตั้งค่า" หรือไปที่หน้าบัญชีใน Google Ads  โพสต์โดย Pulkit Khurana วิศวกรซอฟต์แวร์พนักงานของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  4. 4
    โฆษณาแบบแกลเลอรีรูปภาพ (เบต้า) มีให้บริการแล้วในกว่า 11 ภาษาทั่วโลก
    5 สิงหาคม 2019
    คุณทราบไหมว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 75% คาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลทันทีในระหว่างที่ใช้สมาร์ทโฟน1 เราต้องการช่วยให้คุณแสดงข้อมูลได้ทันใจผู้บริโภคในยุคปัจจุบันจึงได้เปิดตัวโฆษณาแบบแกลเลอรีรูปภาพรุ่นเบต้าใน Google Marketing Live โฆษณาแบบแกลเลอรีรูปภาพคือโฆษณาแบบรูปภาพที่กวาดนิ้วเลื่อนดูได้พร้อมกับให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการตามที่ลูกค้าต้องการที่ด้านบนสุดของหน้าผลการค้นหา คุณแสดงแบรนด์ได้ผ่านรูปภาพไลฟ์สไตล์และนำเนื้อหาแบบมีรูปภาพขึ้นมาเสนอได้เลยในหน้าผลการค้นหา ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักแบรนด์ของคุณก่อนที่จะไปที่เว็บไซต์ของคุณเสียอีก   โฆษณาแบบแกลเลอรีรูปภาพ (เบต้า) มีให้บริการใน 11 ภาษาได้แก่ อังกฤษ เยอรมันญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สเปน ดัตช์ โปรตุเกส อิตาลี รัสเซีย สวีเดน และโปแลนด์ นอกจากนั้น เราก็กำลังขยายจำนวนลูกค้าที่ได้ใช้รุ่นเบต้าอีกด้วย ตรวจสอบบัญชี Google Ads เพื่อดูว่าตอนนี้คุณสร้างโฆษณาแบบแกลเลอรีรูปภาพได้หรือยัง หรือติดต่อทีมดูแลลูกค้าเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม โพสต์โดย Senthil Hariramasamy ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Google Ads   1Google / Ipsos, ม.ค. 2019, Playbook Omnibus 2019, n=ผู้ใช้สมาร์ทโฟนออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา 1,610 รายที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
    อ่านเพิ่มเติม
  5. 5
    เข้าถึงลูกค้าที่เหมาะสมให้มากขึ้นด้วยการทำงานแบบวลีและตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้าง
    31 กรกฎาคม 2019
    มีการค้นหาใน Google หลายล้านล้านครั้งทุกปี ผู้คนมองหาทุกอย่างตั้งแต่เที่ยวบินไปจนถึงไอเดียของขวัญสำหรับวันหยุด และแม้ว่าผู้คนมักจะค้นหาคำตอบเดียวกัน แต่วิธีที่พวกเขาค้นหาสิ่งต่างๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น 15% ของการค้นหาที่เราเห็นในแต่ละวันเป็นข้อมูลใหม่1 เราเริ่มอนุญาตให้คีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบตรงทั้งหมดจับคู่กับรูปแบบใกล้เคียงเมื่อปลายปีที่แล้วเพื่อช่วยให้คุณเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นโดยไม่ต้องใช้รายการคีย์เวิร์ดที่สมบูรณ์  ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้างและคีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบวลีจะเริ่มจับคู่กับคำภายในคำค้นหาที่มีความหมายเดียวกันกับคีย์เวิร์ด2 โดยเฉลี่ยแล้วเราคาดหวังว่าผู้ลงโฆษณาจะใช้ตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้างและคีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบวลีเพื่อให้ได้รับคลิกและ Conversion เพิ่มขึ้น 3-4% สำหรับคีย์เวิร์ดเหล่านี้ และจากการคลิกใหม่เหล่านี้คาดว่า 85% จะเป็นแบบใหม่โดยเฉลี่ยซึ่งหมายความว่าคีย์เวิร์ดที่คุณมีอยู่จะไม่ครอบคลุม การเข้าชมที่เกี่ยวข้องและมากขึ้นกว่าเดิมด้วยตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้าง คีย์เวิร์ดตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้างจะจับคู่กับคำค้นหาที่มีคำเดียวกันกับคีย์เวิร์ดหรือรูปแบบที่ใกล้เคียง คำที่จับคู่จะอยู่ในลำดับใดก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกัน  รูปแบบที่ใกล้เคียงของตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้างจะรวมไว้เฉพาะการสะกดผิด คำเอกพจน์หรือพหูพจน์ คำจากรากคำเดียวกัน คำย่อ และเครื่องหมายแสดงการเน้นเสียง ในอนาคตรูปแบบที่ใกล้เคียงจะมีคำที่มีความหมายเช่นเดียวกับคีย์เวิร์ด สมมติว่าคุณเป็นนักภูมิทัศน์และใช้ + สนามหญ้า + ตัดหญ้า + บริการเป็นคีย์เวิร์ดของคุณ โดยก่อนหน้านี้คำค้นหา เช่น "บริการตัดหญ้า" หรือ "บริการตัดและเล็มหญ้า" อาจเรียกให้แสดงโฆษณาของคุณ ตอนนี้โฆษณาของคุณเรียกให้แสดงได้แล้วเมื่อผู้คนค้นหาสิ่งต่างๆ เช่น “บริการตัดหญ้าและทำสวน” หรือ “อัตราค่าบริการในการตัดหญ้า” การจับคู่ใหม่ทั้งคู่มีความหมายเช่นเดียวกับคีย์เวิร์ดเดิมซึ่งก็คือบริการตัดหญ้า การเข้าชมที่เกี่ยวข้องและมากขึ้นกว่าเดิมด้วยการทำงานแบบวลี คีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบวลีจะช่วยให้โฆษณาของคุณแสดงเมื่อคำค้นหามีคีย์เวิร์ดหรือรูปแบบที่ใกล้เคียงของวลีที่ตรงกันทั้งหมดของคีย์เวิร์ดของคุณ โดยมีคำอื่นนำหน้าหรือต่อท้ายวลีเพิ่มเข้ามา เช่นเดียวกับการอัปเดตคีย์เวิร์ดที่ใช้ตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้าง ขณะนี้มีคำค้นหาซึ่งประกอบด้วยคำที่มีความหมายเดียวกันกับคีย์เวิร์ด  ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณเป็นบริษัทจัดสวนคนเดียวกันและใช้คีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบวลี "บริการตัดหญ้า" โดยก่อนหน้านี้คำค้นหา เช่น "ราคาบริการตัดหญ้า" หรือ "อัตราค่าบริการตัดหญ้าตามฤดูกาล" อาจเรียกให้แสดงโฆษณาของคุณ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โฆษณาของคุณจะได้รับการเรียกให้แสดงได้เมื่อผู้คนค้นหาสิ่งต่างๆ เช่น "บริการตัดหญ้าใกล้ฉัน" หรือ "บริการตัดหญ้าในท้องถิ่น"  รักษาการควบคุมและความยืดหยุ่น การอัปเดตเหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องรักษาการควบคุมและความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ ด้วยเหตุนี้เราจึงทำการเปลี่ยนแปลงค่ากำหนดการเลือกคีย์เวิร์ดด้วย หากในขณะนั้นคำค้นหาตรงกับคีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบตรงทั้งหมด คีย์เวิร์ดแบบวลี หรือคีย์เวิร์ดตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้างที่มีอยู่ในบัญชีของคุณ เราจะป้องกันไม่ให้คำค้นหานั้นจับคู่กับคีย์เวิร์ดแบบวลีหรือคีย์เวิร์ดตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้างอื่นๆ ที่มีสิทธิ์สำหรับการประมูลเดียวกันเนื่องมาจากการอัปเดตนี้  ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณใช้คีย์เวิร์ดแบบวลี "บริการตัดหญ้า" และ "บริการตัดหญ้า" หากในขณะนั้นคำค้นหา "บริการตัดหญ้าใกล้ฉัน" ตรงกับคีย์เวิร์ด "บริการตัดหญ้า" คำค้นหานั้นจะยังคงจับคู่กับคีย์เวิร์ดดังกล่าว เราจะป้องกันไม่ให้คีย์เวิร์ด "บริการตัดหญ้า" เรียกให้โฆษณาแสดงในคำค้นหา "บริการตัดหญ้าใกล้ฉัน" แม้ว่าขณะนี้ "บริการตัดหญ้า" จะมีสิทธิ์จับคู่กับคำค้นหา เราขอแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดต่อไปนี้เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ตรวจสอบประสิทธิภาพ: การเข้าชมอาจผันผวนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ดังนั้นโปรดทำการปรับเปลี่ยนตามความจำเป็น เช่น เปลี่ยนราคาเสนอหรือหยุดคีย์เวิร์ดชั่วคราว ลองพิจารณาคีย์เวิร์ดเชิงลบ: ตรวจสอบรายงานข้อความค้นหาเป็นระยะๆ และใช้คีย์เวิร์ดเชิงลบเพื่อยกเว้นการจับคู่ที่คุณไม่ต้องการ โปรดทราบว่าการอัปเดตนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อคีย์เวิร์ดเชิงลบของคุณซึ่งไม่ตรงกับรูปแบบที่ใกล้เคียง ใช้ Smart Bidding: Smart Bidding จะเพิ่มประสิทธิภาพราคาเสนอของคุณแบบเรียลไทม์สำหรับการประมูลทุกครั้งโดยการใช้เทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิงของ Google ซึ่งในความเป็นจริงจะลดราคาเสนอในการประมูลที่โฆษณาของคุณมีความเกี่ยวข้องน้อยกว่าหรือไม่คาดว่าจะทำงานได้ดี หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบการทำงานของคีย์เวิร์ด โปรดไปที่ศูนย์ช่วยเหลือของ Google Ads โพสต์โดย Brandon Ervin ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads   1 ข้อมูลภายในของ Google, พฤษภาคม 2019 2 การเปลี่ยนแปลงนี้จะเปิดตัวเป็นภาษาอังกฤษในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าและจะมีภาษาอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องติดตามในปี 2020 3 ในระหว่างที่เราพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อจับคู่การเข้าชมที่มีอยู่กับคีย์เวิร์ดของคุณอาจมีกรณีที่ไม่เป็นเช่นนั้น ตัวอย่างเช่น หากแคมเปญถูกจำกัดด้วยงบประมาณ แคมเปญอาจไม่มีสิทธิ์แสดงในคำค้นหาทั้งหมด
    อ่านเพิ่มเติม
  6. 6
    Google Ads Editor v1.1: ใช้งานง่ายขึ้นและมีฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมาย
    29 กรกฎาคม 2019
    เราเปิดตัว Google Ads Editor v1.0 ที่ปรับปรุงการออกแบบและความสามารถในการใช้งานเครื่องมือทรงประสิทธิภาพที่เราชื่นชอบไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคม เราได้นำความคิดเห็นจากคุณไปในการปรับปรุงแก้ไขและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว Google Ads Editor v1.1 ที่มีฟีเจอร์หลักๆ ต่อไปนี้ เครื่องมือเลือกรูปภาพ การทำงานกับรูปภาพจำนวนมากอาจเป็นเรื่องไม่ง่ายนักหากอัปโหลดจากเดสก์ท็อปได้เพียงครั้งละ 1 รูป เครื่องมือเลือกรูปภาพแบบใหม่ช่วยให้เรียกดูและเลือกจากรูปภาพที่เคยใช้ได้อย่างรวดเร็ว และยังเลือกรูปภาพจากเดสก์ท็อปได้อีกด้วย นอกจากนั้นระบบจะแสดงคำเตือนและการตรวจสอบข้อผิดพลาดต่างๆ ไว้ในภาพขนาดย่อก่อนที่คุณจะเลือกรูปภาพอีกด้วยเพื่อช่วยลดขั้นตอนในเวิร์กโฟลว์ โหมดมืด เราออกแบบโหมดมืดมาเพื่อให้คุณใช้งานได้สบายตา หากต้องใช้งานเครื่องมืออย่างต่อเนื่องยาวนานหรือต้องการเปลี่ยนไปลองใช้โหมดใหม่ คุณก็เปิดใช้งานโหมดมืดได้เลยโดยคลิกไอคอนดวงจันทร์ที่มุมขวาล่าง และคลิกไอคอนดวงอาทิตย์เพื่อเปลี่ยนกลับเป็นโหมดสว่าง การยกเว้น IP ตอนนี้คุณเพิ่มและอัปเดตการยกเว้น IP ได้แล้ว ช่วยให้มั่นใจว่าการตั้งค่าให้ยกเว้น IP จะสอดคล้องกันเมื่อคัดลอกและวางแคมเปญ ผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้า เรารับฟังความคิดเห็นจากคุณจริงๆ จึงได้ปรับให้จัดการหลายบัญชีได้ง่ายขึ้น โดยเพิ่มช่องทำเครื่องหมายเพื่อให้ผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าเห็นชัดเจนขึ้นว่าเลือกและเปิดหลายบัญชีได้  โปรดไปที่ศูนย์ช่วยเหลือของ Google Ads Editor เพื่อดูรายการแบบเต็มของอัพเดตใน Google Ads Editor v1.1 และดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดได้โดยเปิด Google Ads Editor โพสต์โดย Herlen Zoljargal ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  7. 7
    ตอนนี้โฆษณา Masthead ของ YouTube มีให้บริการแล้วพร้อมการซื้อ CPM
    23 กรกฎาคม 2019
    หลังจากการทดสอบเบต้าสำเร็จในบางตลาด ตอนนี้โฆษณา Masthead ของ YouTube มีให้บริการแล้วทั่วโลกสำหรับผู้ลงโฆษณาทุกรายที่จะซื้อแบบ CPM เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราได้เปิดตัวตัวเลือกที่จะซื้อโฆษณา Masthead ของ YouTube แบบราคาต่อการแสดงผลพันครั้ง (CPM) และใช้โซลูชันผู้ชมขั้นสูงเพื่อกำหนดผู้ที่จะเห็นโฆษณา ซึ่งเป็นส่วนเพิ่มนอกเหนือจากตัวเลือกในการซื้อโฆษณา Masthead แบบค่าใช้จ่ายต่อวันที่เข้าถึงผู้เข้าชมทั้งหมดในหน้าแรกของ YouTube โฆษณา Masthead จะยังคงอยู่ในตำแหน่งโฆษณาที่จองไว้เพื่อให้มั่นใจว่าแบรนด์จะกระตุ้นให้ลูกค้าเห็นโฆษณาตามที่ต้องการในวันที่มีผลมากที่สุดได้ เราจะรับประกันการแสดงผลตลอดช่วงเวลาแสดงโฆษณาแคมเปญที่มีระยะเวลาตั้งแต่ 1 ถึง 7 วัน ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา L'ORÉAL ได้ทดสอบโฆษณา Masthead แบบ CPM เวอร์ชันเบต้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านดิจิทัลในเยอรมนี Uwe Roschmann หัวหน้าของ iBeauty Agency กล่าวว่า “การเพิ่มตัวเลือกการกำหนดเป้าหมายให้มีมากกว่าการเข้าถึงและการรับรู้โดยโฆษณา Masthead ของ YouTube นั้นเหมาะกับกลยุทธ์เกี่ยวกับสื่อของน้ำหอมทั้ง 2 แบรนด์ของ L'ORÉAL อย่าง Diesel และ Cacharel มาก เนื่องจากข้อมูลประชากรและการแบ่งกลุ่มเป้าหมายมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้ได้ผลลัพธ์” ตัวอย่างโฆษณา Masthead บนเดสก์ท็อปและอุปกรณ์เคลื่อนที่จาก Cacharel   การใช้ตำแหน่งโฆษณาแบบพรีเมียมบนฟีดหน้าแรกของ YouTube จะช่วยรับประกันการเข้าถึงและความยืดหยุ่นของการซื้อ CPM เพื่อให้คุณมีโอกาสกระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์ด้วยโฆษณา Masthead มากกว่าที่เคย ดูตัวอย่างโฆษณา Masthead ที่มีเนื้อหาและการปรับแต่งของคุณเองได้ที่นี่ ติดต่อฝ่ายขายของ Google สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่งโฆษณานี้ โพสต์โดย Amy Vaduthalakuzhy ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของโฆษณา YouTube
    อ่านเพิ่มเติม
  8. 8
    เพิ่ม Conversion ด้วย TrueView for action ในพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google
    22 กรกฎาคม 2019
    แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกต่างหันมาใช้วิดีโอกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มทั้งการรับรู้และ Conversion ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดี เราพบว่าผู้เลือกซื้อกว่า 40% ทั่วโลกต่างบอกว่าตนซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการหลังจากที่ค้นพบใน YouTube ในช่วงเดือนถัดไป เราจะเปิดให้พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ใช้ TrueView for Action เพื่อช่วยคุณเพิ่มโอกาสในการขายและ Conversion ในแอปพลิเคชันในอุปกรณ์เคลื่อนที่และเว็บไซต์ของผู้เผยแพร่โฆษณาคุณภาพสูงนอกเหนือไปจาก YouTube พาร์ทเนอร์ทุกรายต้องปฏิบัติตามนโยบายผู้เผยแพร่โฆษณาวิดีโอของ Google นโยบายของ AdMob และ AdSense รวมถึงการรับประกันความปลอดภัยของโฆษณาวิดีโอด้วย  โฆษณา TrueView for Action ที่แสดงในโฆษณาคั่นระหว่างหน้าในแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่   พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google มีอัตราความสามารถในการแสดงตัวโฆษณา 90%* จึงจะช่วยให้แบรนด์ได้รับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ต้องการด้วยวิธีที่คุ้มค่าต่อการลงทุน   บริษัท Grammarly ซึ่งอยู่เบื้องหลังโปรแกรมช่วยเขียนที่ขับเคลื่อนโดย AI ต้องการหาวิธีอื่นๆ ในการเพิ่มอัตราการติดตั้งส่วนขยายที่บริษัทสร้างในขณะที่คง CPA เป้าหมายไว้ จึงได้ใช้ TrueView for Action ในพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google เพื่อเข้าถึงผู้ใช้ใหม่ที่กำลังค้นหาหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่เจาะจงซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีใน YouTube การเลือกใช้พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ทำให้ Grammarly เพิ่มการติดตั้งได้ 20% โดยที่มี CPA ลดลง 8%   การเริ่มต้นใช้งานนั้นง่ายดาย สำหรับแคมเปญ TrueView for Action ใหม่ ระบบจะเลือกตัวเลือกในการขยายแคมเปญไปยังพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ไว้โดยค่าเริ่มต้น ส่วนแคมเปญที่มีอยู่นั้น คุณเพียงเพิ่มพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ในการตั้งค่าแคมเปญเท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังใช้ประโยชน์จากกลุ่มเป้าหมายของ Google ที่คุณคุ้นเคยอยู่แล้วอย่างเช่น รูปแบบผู้บริโภค ผู้สนใจ และกลุ่มเป้าหมายที่มีแผนจะซื้อได้ด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีเลือกใช้พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ที่นี่  โพสต์โดย Armen Mkrtchyan ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของโฆษณาวิดีโอ   *ข้อมูลของ Google, ทั่วโลก, เมษายน 2019
    อ่านเพิ่มเติม
  9. 9
    เราจะบังคับใช้การติดตามพร้อมกันสำหรับโฆษณาแบบดิสเพลย์ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2019
    17 กรกฎาคม 2019
    เว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่รวดเร็วจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นและทำให้เกิด Conversion มากขึ้น การติดตามพร้อมกันช่วยให้โหลดได้เร็วกว่าการติดตามคลิกแบบเดิม เราพบว่าผู้ลงโฆษณาที่ใช้การติดตามพร้อมกันลดเวลาในการโหลดหน้าเว็บได้สูงสุด 5 วินาที¹  เราเคยประกาศไปก่อนหน้านี้แล้วว่าตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2019 เราจะกำหนดให้คุณต้องใช้การติดตามพร้อมกันกับทุกแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์ หากคุณทำงานร่วมกับผู้ให้บริการวัดคลิก ให้ติดต่อผู้ให้บริการดังกล่าวเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ให้บริการพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ระบบการวัดคลิกของคุณขัดข้อง การติดตามพร้อมกันสำหรับแคมเปญวิดีโอจะเปิดให้ใช้งานภายในปีนี้ คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตามพร้อมกัน  โพสต์โดย Prashant Nair ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads   ¹ ข้อมูลภายในของ Google เดือนกันยายน 2018
    อ่านเพิ่มเติม
  10. 10
    การอัปเดตใหม่สำหรับ App Campaign ช่วยเพิ่มการค้นหาพื้นที่โฆษณาบนเว็บเบราว์เซอร์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ iOS
    2 กรกฎาคม 2019
    App Campaign ช่วยให้กลุ่มคนที่ชื่นชอบการใช้แอปเข้ามาใช้แอปของคุณอย่างง่ายดายทั่วทั้ง Google Search, Google Play, YouTube รวมทั้งเว็บไซต์และแอปกว่า 3 ล้านรายการในเครือข่ายของเรา และเรายังคอยหาวิธีใหม่ๆ มาเพิ่มพื้นที่โฆษณาให้กับผู้ลงโฆษณาแอปอยู่เสมอ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป โฆษณาแอปจะเริ่มแสดงในการค้นหามากขึ้นบนเว็บเบราว์เซอร์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ iOS ซึ่งหมายความว่าการติดตั้งแอปและเหตุการณ์ Conversion ในแอปจากเบราว์เซอร์ iOS จะรวมอยู่ในการรายงานแคมเปญ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ใช้ที่กำลังมองหาสิ่งที่แอปของคุณนำเสนอมากขึ้นและช่วยคุณปรับปรุงประสิทธิภาพแคมเปญได้ คุณไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เพื่อเข้าถึงพื้นที่โฆษณาใหม่นี้ App Campaign ที่มีการใช้งานอยู่จะมี Conversion โดยประมาณเหล่านี้ในการรายงาน Google Ads โดยอัตโนมัติซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคอลัมน์ "Conversion" โปรดทราบว่า Conversion เหล่านี้จะใช้ไม่ได้ในเครื่องมือการวัดของบุคคลที่สาม เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบราคาเสนอและงบประมาณเนื่องจากอาจมีความผันผวนในด้านประสิทธิภาพหลังจากที่การอัปเดตเหล่านี้เผยแพร่ออกไป โพสต์โดย Rahul Oak ผู้จัดการผลิตภัณฑ์โฆษณาแอป
    อ่านเพิ่มเติม
  11. 11
    สร้างและแก้ไขโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทในแอป Google Ads บนอุปกรณ์เคลื่อนที่
    20 มิถุนายน 2019
    การตรวจสอบประสิทธิภาพของ Google Ads เป็นประจำนั้นสำคัญมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่โต๊ะทำงานหรือระหว่างเดินทางก็ตาม แอป Google Ads บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Android, iOS) ช่วยให้คุณตรวจสอบแคมเปญและทำให้ดำเนินการได้อย่างง่ายดายทุกที่ทุกเวลา การอัปเดตแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ 2 รายการล่าสุดช่วยให้คุณปรับปรุงประสิทธิภาพบัญชีได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย แม้ในขณะที่คุณไม่ได้อยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ สร้างและแก้ไขโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท คุณจะสร้างและแก้ไขโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทได้โดยตรงในแอปได้แล้วตอนนี้ ก่อนหน้านี้ คุณทำได้แค่หยุดชั่วคราวและเปิดใช้โฆษณาเท่านั้น สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการเปิดตัวโปรโมชั่นในนาทีสุดท้ายขณะที่อยู่ในระหว่างการเดินทาง ต่อแถวซื้อกาแฟ หรือที่ใดก็ตาม   เพิ่ม ตรวจสอบ และแก้ไขคีย์เวิร์ดเชิงลบ นอกจากนี้เรายังเปิดตัวความสามารถและคำแนะนำใหม่อื่นๆ ซึ่งก่อนหน้านี้มีเฉพาะบนเดสก์ท็อปเท่านั้น เพื่อช่วยคุณจัดการคีย์เวิร์ดเชิงลบในแอป คุณทำสิ่งต่อไปนี้ได้แล้ว สร้าง ตรวจสอบ และแก้ไขคีย์เวิร์ดเชิงลบ เพิ่มคีย์เวิร์ดเชิงลบโดยตรงจากบัตรผลการค้นหาคำโดยขึ้นอยู่กับคำค้นหาที่เรียกให้โฆษณาแสดง  รับคำแนะนำในการลบคีย์เวิร์ดเชิงลบที่ขัดแย้งกันทำให้คีย์เวิร์ดบางคำไม่เรียกให้โฆษณาแสดง ดาวน์โหลดแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Android, iOS) และรอติดตามข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมได้เร็วๆ นี้ โพสต์โดย Adam Herscher ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  12. 12
    ดูประสิทธิภาพของหน้า Landing Page จากแคมเปญ Shopping ในหน้า "Landing Page"
    19 มิถุนายน 2019
    ประสบการณ์หน้า Landing Page ที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญในการได้รับ Conversion จากแคมเปญโฆษณา หน้า “Landing pages” ช่วยให้คุณเข้าใจประสิทธิภาพการทำงานของหน้า Landing Page ได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณจะดูประสิทธิภาพของหน้า Landing Page จากแคมเปญ Shopping ได้ในรายงาน ตอนนี้คุณจะดูได้ว่าหน้า Landing Page ใดบ้างจากแคมเปญ Shopping ที่สร้างยอดขายได้มากที่สุด และหน้าใดบ้างที่ควรดูแลเป็นพิเศษ เช่น สมมติว่าคุณเป็นเจ้าของร้านจักรยานและคุณสังเกตเห็นว่าจักรยานที่ขายดีที่สุดไม่ได้สร้าง Conversion อีกต่อไป เมื่อดูหน้า “Landing Page” คุณเห็นว่าหน้า Landing Page ของผลิตภัณฑ์นั้นไม่ทำงานมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ด้วยข้อมูลเชิงลึกนี้ คุณอาจทำงานร่วมกับผู้ดูแลเว็บเพื่อแก้ไขหน้า Landing Page และทำให้คุณกลับมาได้รับ Conversion ตามเดิมได้ ตรวจสอบประสิทธิภาพหน้า Landing Page จากแคมเปญ Shopping ในหน้า "Landing Page" ใน Google Ads ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพหน้า Landing Page ที่นี่ โพสต์โดย Prashant Nair ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  13. 13
    การลดความซับซ้อนของกลยุทธ์การเสนอราคาแบบพอร์ตโฟลิโอ
    19 มิถุนายน 2019
    กลยุทธ์การเสนอราคาแบบพอร์ตโฟลิโอคือกลยุทธ์ที่มีเป้าหมายเป็นตัวขับเคลื่อน กลยุทธ์ประเภทนี้จะช่วยคุณเพิ่มประสิทธิภาพราคาเสนอในแคมเปญต่างๆ เรากำลังปรับปรุงประสิทธิภาพและลดความซับซ้อนของ 2 กลยุทธ์ในเดือนกรกฎาคมนี้โดยอาศัยข้อมูลจากความคิดเห็นที่ครอบคลุม อันดับแรกเราจะนำความสามารถในการสร้างกลยุทธ์พอร์ตโฟลิโอ CPC ที่ปรับปรุงแล้วออก CPC ที่ปรับปรุงแล้วในแคมเปญเดี่ยวให้ประโยชน์เช่นเดียวกับกลยุทธ์พอร์ตโฟลิโอ นอกจากนี้แคมเปญเดี่ยวยังใช้กันอย่างแพร่หลายเยอะกว่ามาก ในช่วงปลายปีนี้ พอร์ตโฟลิโอ CPC ที่ปรับปรุงแล้วจะเปลี่ยนเป็นแคมเปญ CPC เดี่ยวที่ปรับปรุงแล้ว หลายๆ คนได้แจ้งให้เราทราบว่าการตั้งค่าการใช้จ่ายเป้าหมายใช้งานยากและงบประมาณรายวันนั้นมีประโยชน์และเข้าใจง่ายกว่า เราได้รับฟังความคิดเห็นของคุณ นับจากนี้เป็นต้นไป การตั้งค่าการใช้จ่ายเป้าหมายจะใช้งานไม่ได้อีกต่อไปในพอร์ตโฟลิโอการเพิ่มจำนวนคลิกสูงสุดแบบใหม่ งบประมาณรายวันจะกลายเป็นวิธีกำหนดการใช้จ่ายสำหรับแคมเปญโดยใช้พอร์ตโฟลิโอการเพิ่มจำนวนคลิกสูงสุด ในช่วงปลายปีนี้ ระบบของเราจะนำการตั้งค่าการใช้จ่ายเป้าหมายแบบเดิมออกและใช้งบประมาณรายวันแทนเพื่อจัดการการใช้จ่าย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้พร้อมกับการเลิกใช้งานกลยุทธ์การเสนอราคาตำแหน่งบนหน้าการค้นหาเป้าหมายและส่วนแบ่งที่ชนะเป้าหมายเป็นความพยายามในการปรับปรุงและลดความซับซ้อนของรูปแบบการเสนอราคา ข้อมูลสรุปการเปลี่ยนแปลงและการใช้งานแทนที่แนะนำมีดังนี้ ผลิตภัณฑ์ การใช้งานแทนที่แนะนำ พอร์ตโฟลิโอ ECPC ECPC ที่ระดับแคมเปญ การตั้งค่าการใช้จ่ายเป้าหมายสำหรับการเพิ่มจำนวนคลิกสูงสุด งบประมาณรายวันของแคมเปญ ตำแหน่งบนหน้าการค้นหาเป้าหมาย ส่วนแบ่งที่ชนะเป้าหมาย กลยุทธ์การเสนอราคาส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมาย   โพสต์โดย Sagar Shah ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  14. 14
    เลือกการกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่จะเสนอราคาที่ระดับแคมเปญ
    6 มิถุนายน 2019
    เครื่องมือวัด Conversion มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จด้านการตลาดออนไลน์ การตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion ช่วยให้คุณเห็นการกระทำที่มีคุณค่าที่ผู้ใช้ทำหลังจากโต้ตอบกับโฆษณา เช่น การซื้อ การลงชื่อสมัครใช้ และการโทร เราได้เปิดตัวการตั้งค่า Conversion ระดับแคมเปญที่งาน Google Marketing Live ปัจจุบันฟีเจอร์นี้ใช้ได้ในทุกบัญชีสำหรับแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาและดิสเพลย์ และจะมีการรองรับแคมเปญวิดีโอภายในปีนี้ ตอนนี้คุณเลือกการกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่ต้องการรวมไว้ในคอลัมน์ "Conversion" ที่ระดับแคมเปญได้แล้ว ซึ่งจะช่วยให้คุณลบล้างการตั้งค่าเริ่มต้นระดับบัญชี รวมถึงเลือกการกระทำที่จะใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพราคาเสนอสำหรับแต่ละแคมเปญได้ คุณจะยังดูการกระทำที่ถือเป็น Conversion ทั้งหมดซึ่งรายงานไว้ในคอลัมน์ "Conversion ทั้งหมด" ได้อยู่  หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญสำหรับการกระทำที่ถือเป็น Conversion หลายรายการ ให้วางการกระทำเหล่านั้นไว้ใน "ชุดการกระทำที่ถือเป็น Conversion" และแชร์กับแคมเปญอื่นๆ ที่ต้องการให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน ก่อนหน้านี้การเลือกคอลัมน์ "Conversion" มีผลกับทุกแคมเปญในบัญชี ซึ่งหมายความว่าหากคุณมีหลายแคมเปญที่ต้องการให้บรรลุเป้าหมายที่ต่างกัน หรืออาจมีงบประมาณการตลาดเป็นของตัวเอง ก็จะต้องสร้างหลายบัญชีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญเหล่านั้นแยกกัน ตอนนี้คุณไม่จำเป็นต้องสร้างหลายบัญชีเมื่อมีแคมเปญที่มีเป้าหมายต่างกันอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณเป็นกลุ่มโรงแรมที่มีงบประมาณการตลาดแยกกันสำหรับเครือโรงแรมต่างๆ และมีแคมเปญที่ต่างกันซึ่งกำหนดเป้าหมายการจองห้องพักออนไลน์ของเครือโรงแรมแยกกัน คุณก็เพียงเลือกการกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่สอดคล้องกันสำหรับเครือโรงแรมแต่ละเครือ และดูแลให้แน่ใจว่างบประมาณส่งผลให้เกิดการกระทำที่มีคุณค่าที่กลุ่มโรงแรมต้องการกระตุ้นให้ผู้ใช้ทำ วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลา ทำให้จัดการราคาเสนอภายในบัญชีเดียวได้ง่ายขึ้น และให้คุณใช้ Smart Bidding ได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น   แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: ควรใช้ฟีเจอร์นี้เมื่อแคมเปญมุ่งให้เกิด Conversion หลายประเภท หากคุณได้ตั้งค่าที่เหมาะสมให้กับ Conversion ประเภทต่างๆ ที่มีคุณค่าต่อธุรกิจในทุกแคมเปญในบัญชีแล้ว ก็ควรใช้ ROAS เป้าหมาย   ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีเลือกการกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่ระดับแคมเปญและสร้างชุด Conversion ได้โดยไปที่ศูนย์ช่วยเหลือ โพสต์โดย Tal Akabas ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของโฆษณาในเครือข่ายการค้นหา
    อ่านเพิ่มเติม
  15. 15
    เปลี่ยนจากตำแหน่งในหน้าการค้นหาเป้าหมายและส่วนแบ่งที่มีอันดับสูงกว่ามาเป็นส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมาย
    28 พฤษภาคม 2019
    การเสนอราคาอัตโนมัติช่วยให้นักการตลาดปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ได้เพื่อให้ก้าวทันความซับซ้อนของเส้นทางของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เราพบว่าในวันนี้มีผู้ลงโฆษณากว่า 70% ที่ใช้การเสนอราคาอัตโนมัติของ Google Ads และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโต เราจึงได้เปิดตัวส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมายในเดือนพฤศจิกายน 2018 เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะเห็นแบรนด์ของคุณในขณะที่ดำเนินกระบวนการค้นหาที่สำคัญ เราสร้างให้ส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมายมีตัวควบคุมที่ยืดหยุ่นและละเอียดมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับส่วนแบ่งการแสดงผลและตำแหน่งหน้าการค้นหาที่คุณต้องการ คุณใช้ "ส่วนแบ่งการแสดงผลในตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์" หรือ "ส่วนแบ่งการแสดงผลในตำแหน่งบนสุด" เพื่อมุ่งเป้าไปยังด้านบนสุดของหน้าเว็บได้โดยใช้ส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมาย ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนนี้ ผู้ลงโฆษณาจะเพิ่มกลยุทธ์การเสนอราคาตำแหน่งบนหน้าการค้นหาเป้าหมายหรือส่วนแบ่งที่ชนะเป้าหมายไม่ได้อีกต่อไป จากนั้นในช่วงปลายปีนี้ ระบบจะย้ายแคมเปญที่มีอยู่และยังคงใช้กลยุทธ์เหล่านี้ไปเป็นกลยุทธ์ส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมายโดยอัตโนมัติซึ่งจะอิงตามตำแหน่งของเป้าหมายก่อนหน้านี้และส่วนแบ่งการแสดงผลในอดีต  โพสต์โดย Sagar Shah ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  16. 16
    คำแนะนำใหม่ที่เพิ่มในคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพ
    21 พฤษภาคม 2019
    คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพช่วยในการจัดลำดับความสำคัญของการดำเนินการที่แนะนำสำหรับแคมเปญเพื่อให้คุณบรรลุเป้าหมายธุรกิจได้เร็วขึ้นและมีเวลาว่างมากขึ้นในแต่ละวัน คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพมีตั้งแต่ 0-100% โดย 100% หมายความว่าบัญชีทำงานได้เต็มศักยภาพ คุณอาจมีคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 100% จากการใช้หรือปิดคำแนะนำในบัญชี คุณดูคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพได้ในหน้าคำแนะนำซึ่งแสดงอยู่ที่นี่ หน้าคำแนะนำจะไฮไลต์ฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของแคมเปญได้ เรากำลังเพิ่มคำแนะนำใหม่ๆ ในคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพให้มีรายการต่อไปนี้ คำแนะนำ Smart Bidding แบบ ROAS เป้าหมายและส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมายเพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายด้วยการเสนอราคาอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คำแนะนำการปรับราคาเสนอสำหรับกลุ่มเป้าหมายตามกลุ่มความสนใจ ข้อมูลประชากร และกลุ่มเป้าหมายที่มีแผนจะซื้อ คำแนะนำงบประมาณตามฤดูกาลที่แนะนำให้เพิ่มงบประมาณสำหรับการเข้าชมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพื่อจะได้ไม่พลาดการเข้าถึงผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า บริษัทต่างๆ ใช้คำแนะนำเพื่อให้พบโอกาสในการเพิ่มศักยภาพของบัญชีอย่างเต็มที่ Rakuten ซึ่งเป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นใช้คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อปรับปรุงการจัดการบัญชีประจำวันและจัดลำดับความสำคัญของโอกาสที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คำแนะนำหนึ่งระบุให้ Rakuten เปลี่ยนไปใช้กลยุทธ์ Smart Bidding ซึ่งส่งผลให้ได้กำไรเพิ่มขึ้น 15% เอเจนซีการตลาด AnalyticaHouse มีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้และการเข้าถึงให้กับลูกค้ารายหนึ่งที่ชื่อ DeFacto ซึ่งเป็นแบรนด์แฟชั่นและเครื่องแต่งกายชั้นนำแบรนด์หนึ่งของตุรกี การใช้คำแนะนำ Smart Bidding ทำให้แบรนด์ได้รับรายได้เพิ่มขึ้น 141% และได้รับผลตอบแทนจากค่าโฆษณา (ROAS) เพิ่มขึ้น 84% หากต้องการดูคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพ ให้ไปที่หน้าคำแนะนำในบัญชี Google Ads ใช้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มความสำเร็จสูงสุดใน Google Ads ด้วยคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพ โพสต์โดย Ryan Beauchamp ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  17. 17
    สรุปเนื้อหาของประกาศในงาน GML 2019
    16 พฤษภาคม 2019
    งาน Google Marketing Live 2019 ได้จบลงไปแล้ว เมื่อต้นสัปดาห์นี้ Google ได้เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดเพื่อช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับลูกค้าและขยายธุรกิจให้เติบโตขึ้นได้ คุณได้ดูสตรีมแบบสดไหม แต่หากยังไม่ได้ดูก็ไม่เป็นไร คุณดูเซสชันแบบตามคำขอได้ที่ g.co/marketinglive และนี่คือฟีเจอร์เด่นๆ ที่เราได้ประกาศเปิดตัว 1. ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลาและรับทราบข้อมูลต่างๆ อยู่เสมอด้วยแอป Google Ads บนอุปกรณ์เคลื่อนที่เวอร์ชันอัปเดต สร้างและแก้ไขโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท มีคำแนะนำและการแจ้งเตือนใหม่ๆ 2. โปรโมตที่ตั้งธุรกิจของคุณด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับแคมเปญในพื้นที่ มีพื้นที่โฆษณาใหม่ใน Google Maps เพื่อให้แสดงที่ตั้งต่างๆ ได้มากขึ้น ใช้แคมเปญในพื้นที่กับผู้ลงโฆษณาได้หลายรายมากขึ้น ซึ่งรวมถึงธุรกิจขนาดเล็กด้วย 3. ค้นพบธุรกิจของคุณได้ในหลายพื้นที่มากขึ้นด้วยโฆษณา Discovery 4. นำเสนอแบรนด์ด้วยโฆษณาแบบแกลเลอรีรูปภาพแบบเห็นภาพและแบบโต้ตอบได้ 5 ปรับปรุงการเข้าถึงให้มีกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเองและการขยายกลุ่มเป้าหมาย 6. เชื่อมต่อกับผู้บริโภคโดยใช้ประสบการณ์ใหม่ของ Google Shopping 7. เข้าถึงผู้เลือกซื้อได้มากขึ้นด้วยโฆษณา Shopping เวอร์ชันอัปเดต การเผยแพร่โฆษณา Showcase Shopping แบบขยาย การเพิ่มประสิทธิภาพให้การเข้าชมร้านค้าได้ในแคมเปญ Smart Shopping ความสามารถในการซื้อผ่านออนไลน์แล้วไปรับของที่ร้านค้า แคมเปญ Shopping ที่มีพาร์ทเนอร์สำหรับผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตแบรนด์ต่างๆ 8. มอบประสบการณ์ในการใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบลื่นไหลด้วยการทำ Deep Link 9. ใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อทำโฆษณาบัมเปอร์เพื่อสร้างโฆษณาบัมเปอร์ยาว 6 วินาทีสำหรับ YouTube ได้อย่างง่ายดาย 10. บรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้นด้วยการควบคุมการเสนอราคาแบบใหม่ เราจะโพสต์ข้อมูลอัปเดตต่อไปเกี่ยวกับสิ่งที่เราได้ประกาศเปิดตัว โปรดรอติดตาม
    อ่านเพิ่มเติม
  18. 18
    Google Marketing Live: โฆษณารูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์เส้นทางใหม่ของผู้บริโภค
    14 พฤษภาคม 2019
    ในยุคนี้โทรศัพท์มือถือเปิดโอกาสให้ผู้คนมีส่วนร่วมได้บ่อยขึ้นในหลายๆ ทางและจากที่ต่างๆ มากกว่าที่เคย ซึ่งหมายความว่าเส้นทางตรงจากการค้นพบไปยังการพิจารณาการซื้อไม่เพียงแค่พัฒนา แต่ยังมีการวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ พิจารณาผู้หญิง 1 คนจากการศึกษาล่าสุดซึ่งใช้เวลา 73 วันและโต้ตอบกับช่องทางติดต่อลูกค้ามากกว่า 250 ช่องทาง (การค้นหา การดูวิดีโอ และการดูหน้าเว็บ) ก่อนจะซื้อกางเกงยีนส์ 1 ตัว เธอเยี่ยมชมบล็อกต่างๆ ท่องเว็บค้าขายขนาดใหญ่หลายๆ เว็บ ค้นหาร้านค้าปลีกในพื้นที่ และดูรีวิวผลิตภัณฑ์ใน YouTube พฤติกรรมของเธอเหมือนกับผู้บริโภคจำนวนมากในทุกวันนี้ คือต้องการเพลิดเพลินไปกับการช็อปปิ้ง มีส่วนร่วมกับแบรนด์ที่สร้างแรงกระตุ้น และจำกัดตัวเลือกที่มากมายมหาศาลให้แคบลงก่อนที่จะเลือกยีนส์ตัวที่สมบูรณ์แบบ ในโลกที่เรามีเวลาน้อยลงและมีตัวเลือกมากขึ้น แบรนด์จึงจำเป็นที่จะต้องคาดการณ์สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการเพื่อให้โดดเด่นเหนือคู่แข่ง แต่การที่เส้นทางของลูกค้าซับซ้อนก็ไม่ได้หมายความว่าการมอบประสบการณ์ดีๆ ให้ลูกค้าจะต้องซับซ้อนตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กหรือบริษัทขนาดใหญ่ เป้าหมายทางการตลาดของคุณต่างก็เหมือนกัน นั่นคือการเข้าถึงผู้คนในเวลาที่เหมาะเจาะด้วยข้อเสนอที่เหมาะสม ที่ Google Marketing Live คุณจะได้รับข่าวสารโดยตรงจากทีมโฆษณาของเราเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณทำเช่นนั้นได้ โดยเราจะแสดงให้เห็นวิธีที่โฆษณาจะแสดงได้ในเวลาที่เหมาะสม มีประโยชน์ และเชื่อถือได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้เข้าถึงลูกค้าและขยายธุรกิจให้เติบโตขึ้น ร่วมชมการถ่ายทอดสดได้ที่ g.co/marketinglive เวลา 9.00 น. PT (12.00 น. ET) และจับจองที่นั่งแถวหน้าเพื่อรับฟังประกาศที่สำคัญที่สุด ทำให้ผู้คนค้นพบได้ในหลายช่องทาง ผู้คนใช้ Google เพื่อสื่อสาร ค้นหาคำตอบ และเพลิดเพลินไปกับความบันเทิง และตอนนี้การเลื่อนผ่านฟีดต่างๆ ก็ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกดูวิดีโอในฟีดหน้าแรกของ YouTube ดูข้อเสนอที่จำกัดเวลาในแท็บโปรโมชันของ Gmail หรือเลื่อนผ่าน Discover เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารล่าสุด ทั้งหมดนี้เป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ที่จะดึงดูดผู้คนในช่วงเวลาสำคัญ การศึกษาของ Google / Ipsos เมื่อเร็วๆ นี้พบว่าผู้บริโภค 76% เพลิดเพลินกับการค้นพบที่คาดไม่ถึงขณะช็อปปิ้ง และผู้บริโภค 85% จะทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ภายใน 24 ชั่วโมงนับจากที่พบผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านรีวิว เปรียบเทียบราคา หรือซื้อผลิตภัณฑ์ หรือบางครั้งก็ทำทั้งหมดพร้อมกัน วันนี้เราจะแนะนำโฆษณา Discovery ซึ่งจะเปิดตัวต่อผู้ลงโฆษณาทุกรายทั่วโลกภายในปีนี้ โฆษณา Discovery เป็นวิธีใหม่ในการเข้าถึงผู้คนทั่วทั้งผลิตภัณฑ์และบริการของ Google ในช่วงเวลาที่เปิดใจรับการค้นพบผลิตภัณฑ์และบริการของคุณ ครีเอทีฟโฆษณาที่สมบูรณ์และตรงกับความต้องการ: สร้างแรงกระตุ้นให้ผู้บริโภคด้วยพื้นที่เปิดกว้างที่แสดงจุดเด่นของแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ในภาพหมุนแบบกวาดนิ้วได้ที่แสดงผลแบบเนทีฟได้ทั่วทั้งผลิตภัณฑ์และบริการของ Google ผลลัพธ์: เมื่อรวมการเข้าถึงที่ยอดเยี่ยมและพื้นที่โฆษณานี้เข้ากับความสามารถในการทราบถึงความตั้งใจของผู้บริโภคของ Google คุณจะมั่นใจได้ว่าจะคาดเดาสิ่งที่ลูกค้าต้องการและได้ผลลัพธ์ตามที่คุณต้องการได้ การเข้าถึงที่ไม่มีใครเทียบได้: เข้าถึงผู้คนหลายร้อยล้านคนทั้งในฟีดหน้าแรกของ YouTube แท็บโปรโมชันและโซเชียลของ Gmail และฟีดใน Discover โดยใช้แคมเปญเดียว Daniel Pahl รองประธานฝ่ายสื่อและการได้ลูกค้าใหม่ของ TechStyle กล่าวว่า “โฆษณา Discovery ทำให้เรามีโอกาสกระตุ้นการเติบโตของแบรนด์ในวงกว้างอย่างที่ไม่เคยนึกว่าจะทำได้กับ Google โฆษณาประเภทนี้เพิ่มโอกาสในการขายที่มีมูลค่าสูงและยอดการลงชื่อสมัครใช้ได้ดีกว่าที่ผมคาดไว้จริงๆ ตอนนี้เรากระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายใหม่ดำเนินการได้แล้ว” แน่นอนว่าครีเอทีฟโฆษณาคุณภาพสูงเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการแสดงแบรนด์และทำให้ผลิตภัณฑ์และบริการของคุณโดดเด่นเหนือคู่แข่งด้วยการเน้นให้เห็นว่าจะตอบโจทย์อะไรให้ผู้ใช้ได้บ้าง ฉะนั้นภายในปีนี้ เราจึงจะเปิดตัวโฆษณาแบบแกลเลอรีรูปภาพ ซึ่งเป็นรูปแบบโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาใหม่ที่แสดงเนื้อหาของคุณมากขึ้นในหน้าผลการค้นหา การรวมความตั้งใจจากการค้นหาเข้ากับรูปแบบภาพที่มีการโต้ตอบมากขึ้นทำให้โฆษณาแบบแกลเลอรีรูปภาพช่วยให้คุณบอกเล่าสิ่งที่แบรนด์นำเสนอได้ง่ายขึ้น เราพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วกลุ่มโฆษณาที่มีโฆษณาแบบแกลเลอรีรูปภาพ 1 รายการขึ้นไปมีการโต้ตอบ การคลิกที่เสียค่าใช้จ่าย หรือการเลื่อนมากขึ้นสูงสุดถึง 25% ที่ด้านบนสุดของหน้าผลการค้นหาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ในวันนี้ เราจะนำเสนอโฆษณา Showcase Shopping รูปแบบโฆษณาที่ดึงดูดสายตาซึ่งรวมรูปภาพไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายลงในโฆษณา Shopping ให้กับผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ เพิ่มเติม เช่น Google รูปภาพ, ฟีดบน Discover และ YouTube ในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นที่ที่ผู้คนเข้าไปมองหาแรงบันดาลใจและแนวคิดต่างๆ Google Shopping ใหม่ ในปีนี้เราจะเปิดตัวประสบการณ์การใช้งาน Google Shopping ที่ได้รับการออกแบบใหม่ด้วยวิธีการใหม่ที่จะให้ผู้เลือกซื้อค้นพบและเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์นับล้านจากร้านค้านับพัน เมื่อพร้อมที่จะซื้อ ผู้บริโภคจะเลือกซื้อทางออนไลน์ ร้านค้าใกล้บ้าน และใน Google โดยตรงได้แล้ว สำหรับร้านค้าปลีกและแบรนด์ ประสบการณ์การใช้งานใหม่นี้จะรวบรวมโฆษณา ท้องถิ่น และธุรกรรมไว้ในที่เดียวเพื่อช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคตลอดเส้นทางการช็อปปิ้ง ผู้เลือกซื้อจะมีหน้าแรกส่วนตัวบนแท็บ Shopping ซึ่งเป็นที่ที่ใช้ตัวกรองตามฟีเจอร์ที่สนใจและแบรนด์ที่ชื่นชอบ อ่านรีวิว หรือแม้กระทั่งดูวิดีโอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ ตัวอย่างเช่น หากผู้เลือกซื้อกำลังมองหาหูฟัง ก็จะใช้ตัวกรองเพื่อค้นหาหูฟังแบบไร้สายและแบรนด์ที่กำลังมองหาได้ รถเข็นช็อปปิ้งสีน้ำเงินในรายการแสดงให้ผู้เลือกซื้อเห็นว่าจะซื้อสิ่งที่ต้องการพร้อมการส่งคืนที่สะดวกและการสนับสนุนลูกค้าที่รับประกันโดย Google ได้ ผู้บริโภคจะซื้อได้อย่างมั่นใจโดยรู้ว่ามี Google คอยช่วยเหลือหากไม่ได้รับสินค้าตามที่คาดหวังไว้ คำสั่งซื้อล่าช้า หรือมีปัญหาในการขอรับเงินคืน ด้วยประสบการณ์การใช้งานใหม่นี้ เราได้รวมสิ่งที่ดีที่สุดของ Google Express เข้ากับ Google Shopping หากคุณเป็นผู้ขาย Shopping Actions ผลิตภัณฑ์ของคุณจะเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การซื้อแบบใหม่ที่แสนง่ายดายนี้บน Google Shopping, Google.com และ Google Assistant โดยอัตโนมัติ ภายในปีนี้ เราจะขยาย Shopping Actions ไปยังผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ของ Google ซึ่งจะรวมถึง YouTube และ Google รูปภาพ ประสบการณ์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ต่อเนื่องไม่มีสะดุด สำหรับหลายๆ คน ธุรกิจของคุณครอบคลุมทั้งเว็บไซต์และแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และการนำลูกค้าไปสู่ประสบการณ์การใช้งานที่เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการได้ลูกค้าใหม่และสร้างความภักดีกับลูกค้าที่มีอยู่ ด้วยเหตุนี้ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราจะเปิดใช้การทำ Deep Link ให้กับแอปจาก Google Ads และนำเสนอการรายงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั่วทั้งเว็บไซต์และแอป หากผู้ใช้ได้ติดตั้งแอปของคุณแล้ว ระบบจะนำผู้ใช้แอปจากโฆษณาในเครือข่ายการค้นหา ดิสเพลย์ และ Shopping ไปยังหน้าที่เกี่ยวข้องในแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่โดยตรง ซึ่งหมายความว่าลูกค้าจะดำเนินการตามที่ต้องการได้จนเสร็จสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของบางอย่าง จองการเดินทาง หรือสั่งอาหาร ในลักษณะที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับแบรนด์ วิธีนี้จะมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าขาประจำ พร้อมปรับปรุงข้อมูลเชิงลึกและการวัดผลให้กับคุณ การทดสอบในช่วงแรกให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ นั่นก็คือ โดยเฉลี่ยแล้วประสบการณ์ใช้งานโฆษณาที่ผ่านการทำ Deep Link จะเพิ่มอัตรา Conversion ขึ้น 2 เท่า Magalu หนึ่งในบริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของบราซิล กำลังได้รับประโยชน์จากประสบการณ์การใช้งานใหม่นี้โดยตรง Magalu ทราบว่าแอปของบริษัทกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ด้วยการเปิดใช้การทำ Deep Link ระบบจะนำทางลูกค้าขาประจำที่แตะโฆษณาของ Magalu ไปยังแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ลูกค้าติดตั้งไว้โดยตรง ส่งผลให้การซื้อทางมือถือโดยรวมเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% ร่วมฟังข้อมูลเพิ่มเติม ร่วมชมการถ่ายทอดสดได้วันนี้ เวลา 9.00 น. PT (12.00 น. ET) เพื่อฟังประกาศ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภค และการเจาะลึกเรื่องวิธีใช้ผลิตภัณฑ์ล่าสุดของเราเพิ่มเติม ไม่ว่าคุณจะอยู่กับเราที่ซานฟรานซิสโก หรือรับชมสตรีมแบบสดจากที่บ้าน เราก็รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาอยู่ ณ จุดนี้ร่วมกับคุณ พบกันที่ Google Marketing Live โพสต์โดย Prabhakar Raghavan รองประธานอาวุโสฝ่ายโฆษณา
    อ่านเพิ่มเติม
  19. 19
    Google Ads กำลังจะมีเครื่องมือวางแผนประสิทธิภาพใหม่
    13 พฤษภาคม 2019
    โดยเฉลี่ยแล้ว เราพบว่าผู้ลงโฆษณากระตุ้นให้เกิด Conversion เพิ่มขึ้นได้ถึง 43% เมื่อใช้เครื่องมือวางแผนประสิทธิภาพวางแผนการใช้จ่ายของ Google Ads ให้ดีขึ้น เครื่องมือวางแผนประสิทธิภาพจะระบุจำนวนเงินที่ดีที่สุดของแคมเปญเพื่อกระตุ้นให้เกิด Conversion เพิ่มขึ้น เช่น สมมติว่ามีงบประมาณรายเดือนเป็นเงิน 92,000 ดอลลาร์สำหรับแคมเปญในเครือข่ายการค้นหา 100 แคมเปญ เครื่องมือวางแผนจะแนะนำวิธีใช้เงินจำนวน 92,000 ดอลลาร์บาทกระจายไปในแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาเหล่านั้นเพื่อเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดและสร้างผลลัพธ์ของโครงการจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ในการคาดการณ์  (CPA เฉลี่ยในรูปภาพนี้ใช้แสดงเพื่อการอธิบายเท่านั้น) นอกจากนี้ คุณยังใช้เครื่องมือวางแผนในการลองปรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ (เช่น การใช้จ่ายในระดับต่างๆ, CPA) โดยคลิกที่จุดของค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ใน Conversion เช่น ดูความแตกต่างของปริมาณ Conversion ที่อาจได้รับที่ CPA จำนวน 12 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับ CPA จำนวน 20 ดอลลาร์  ในแผนนี้ คุณเลือกศึกษาแคมเปญแบบลงรายละเอียด ดูการคาดการณ์ระดับแคมเปญ จัดสรรค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับแคมเปญนั้น และยังเพิ่มคีย์เวิร์ดเพื่อดูว่าคำใหม่ๆ จะส่งผลต่อประสิทธิภาพที่เป็นไปได้อย่างไรบ้างได้อีกด้วย  (CPA เฉลี่ยในรูปภาพนี้ใช้แสดงเพื่อการอธิบายเท่านั้น) ระบบจะไม่นำการเปลี่ยนแปลงไปใช้โดยอัตโนมัติ คุณใช้การเปลี่ยนแปลงนี้ได้โดยดาวน์โหลดไฟล์แล้วใช้ Google Ads Editor โพสต์โดย Ahmad Ismail ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  20. 20
    รวมพลธุรกิจต่างๆ ช่วงฤดูร้อน: Google Marketing Live ปี 2019
    9 พฤษภาคม 2019
    งานโปรดประจำปีของผม Google Marketing Live จะจัดขึ้นในอีกเพียง 5 วัน ในงานนี้เราจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดและพาคุณเจาะลึกสิ่งที่ควรสร้างสำหรับอนาคต อย่าลืมลงทะเบียนรับชมสตรีมแบบสดของปีนี้ (ถ้ายังไม่ได้ลงทะเบียน) เพื่อที่จะได้เห็นนวัตกรรมล่าสุดก่อนใครและทราบเกี่ยวกับการทำงานของเราเพื่อให้บริการคุณและลูกค้าของคุณให้ดีขึ้น  เราทราบว่าผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการทราบข้อมูลมากกว่าที่ผ่านมา ดังนั้นเมื่อมีอุปกรณ์เคลื่อนที่ ผู้บริโภคก็จะได้รับสิ่งที่ต้องการได้ทุกเมื่อ แน่นอนว่าการที่ลูกค้าทำสิ่งต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ได้หมายความว่าลูกค้าอยู่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไปแล้ว สำหรับธุรกิจต่างๆ ความก้าวหน้านี้ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะเข้าถึงลูกค้าปัจจุบันและผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ มาดูตัวอย่างนวัตกรรมล่าสุดเพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนที่งานจะจัดขึ้นสัปดาห์หน้า นวัตกรรมเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณดึงดูดลูกค้าและแสดงผลการค้นหาได้ทุกที่ทุกเวลา  จัดการบัญชีได้ทุกที่ทุกเวลาและทันทุกความเคลื่อนไหวด้วยแอป Google Ads บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ลูกค้าไม่ใช่คนเพียงกลุ่มเดียวที่มักทำสิ่งต่างๆ ทุกที่ทุกเวลา คุณก็เช่นกัน ดังนั้นเราจึงทำการอัปเดตหลายๆ อย่างในแอป Google Ads บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Android, iOS) เพื่อช่วยให้คุณทราบความเป็นไปในบัญชีอยู่เสมอทุกที่ทุกเวลา  ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป คุณจะสร้างและแก้ไขโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทได้โดยตรงจากแอป ดังนั้นไม่ว่าคุณกำลังขึ้นบีทีเอสตอนเช้าและต้องการเปิดตัวโปรโมชันตอนใกล้จะถึงวันหยุด คุณก็เขียนโฆษณา ปรับแต่งบรรทัดแรก ตลอดจนกำหนดราคาเสนอและงบประมาณได้จากโทรศัพท์มือถือ เร็วๆ นี้เราจะทยอยเปิดตัวคำแนะนำและการแจ้งเตือนใหม่เพื่อให้แอป Google Ads บนอุปกรณ์เคลื่อนที่มีประโยชน์มากยิ่งขึ้นสำหรับนักการตลาดที่ต้องเดินทางตลอดเวลา คำแนะนำใหม่เหล่านี้จะช่วยให้คุณเพิ่มคีย์เวิร์ดใหม่หรือคีย์เวิร์ดเชิงลบ หยุดคีย์เวิร์ดประสิทธิภาพต่ำไว้ชั่วคราว และเลือกใช้กลยุทธ์ Smart Bidding ทั้งหมดได้ นอกจากนี้คุณยังจะได้รับการแจ้งเตือนในแอปเมื่อมีโอกาสใหม่ๆ ที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพของทุกบัญชีที่คุณจัดการอีกด้วย แคมเปญในพื้นที่ซึ่งเข้าถึงได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพ ผู้บริโภคหันเข้าหาโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อหาข้อมูลและวางแผนก่อนที่จะเดินทางไปที่ร้านค้า ซึ่งหมายความว่าคุณมีโอกาสอันยอดเยี่ยมในการช่วยเหลือและโน้มน้าวการตัดสินใจซื้อของลูกค้าก่อนที่ลูกค้าจะเดินเข้าประตูร้านเสียอีก แคมเปญในพื้นที่เป็นแคมเปญประเภทแรกใน Google Ads ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อช่วยนักการตลาดเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมร้านค้า ร้านอาหาร บริษัทตัวแทนจำหน่ายยานยนต์ และอีกมากมาย ลูกค้ารายแรกสุดที่เปิดรับนวัตกรรมได้เห็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว ในการศึกษาระดับโลกเมื่อเร็วๆ นี้กับผู้ลงโฆษณา 10 รายจากธุรกิจประเภทต่างๆ เราพบว่าแคมเปญในพื้นที่ช่วยแบรนด์เพิ่มผลตอบแทนจากค่าโฆษณาจากที่ตั้งธุรกิจโดยคิดเป็นค่ามัธยฐานได้มากถึง 5 เท่า  Dunkin’ เป็นตัวอย่างหนึ่งของแบรนด์ที่ใช้แคมเปญในพื้นที่เพื่อโปรโมตประสบการณ์ “ร้านแห่งอนาคต” และเพื่อไฮไลต์เมนูเครื่องดื่มใหม่อย่างเอสเพรสโซ ผลที่ได้คือ Dunkin' เพิ่มการเข้าชมร้านค้ารายเดือนจาก Google Ads ได้กว่า 400% และวางแผนที่จะเรียกใช้แคมเปญในพื้นที่เป็นกลยุทธ์ที่เปิดใช้อยู่เสมอตลอดปี 2019    “แม้ว่า Dunkin’ จะเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งมาเกือบ 70 ปีแล้ว แต่ก็เราคอยมองหาวิธีที่ทันสมัยเพื่อตอบสนองความคาดหวังและความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ เรามีสาขาทั่วโลกรวมกว่า 11,000 แห่ง ซึ่งมีกว่า 8,500 แห่งที่อยู่ในสหรัฐฯ การตลาดในท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจเรา แคมเปญในพื้นที่ใน Google Ads ช่วยให้เรามีวิธีใหม่ซึ่งปรับขนาดได้ในการเข้าถึงลูกค้าที่มองหาข้อมูลออนไลน์กันมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะเดินเข้าร้าน”  -Tony Weisman, CMO ของ Dunkin' อีกไม่นานเราจะขยายแคมเปญในพื้นที่เพื่อช่วยผู้ลงโฆษณาในวงกว้างขึ้น ซึ่งรวมถึงธุรกิจขนาดเล็ก ให้ได้รับการดำเนินการในท้องถิ่นประเภทอื่นๆ เพิ่มขึ้น เช่น การโทรหรือการขอเส้นทางไปยังธุรกิจ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เปิดใช้การวัดการเข้าชมร้านค้าไว้ก็ตาม นอกจากนี้เรากำลังปรับปรุงโฆษณาในแคมเปญในพื้นที่เพื่อช่วยให้คุณแสดงข้อมูลและข้อเสนอเฉพาะผลิตภัณฑ์ได้ด้วย พื้นที่โฆษณาใหม่ใน Google Maps จะให้คุณไฮไลต์ธุรกิจในตำแหน่งต่างๆ มากขึ้น ซึ่งรวมถึงการโปรโมตที่ตั้งธุรกิจเมื่อผู้ใช้กำลังวางแผนหรือกำลังเดินทางตามการนำทาง และในคำแนะนำการค้นหาของ Maps ที่อิงจากสัญญาณอย่างเช่น พื้นที่ในแผนที่ที่ผู้ใช้ดูอยู่หรือสิ่งที่ผู้ใช้เคยค้นหา  โปรโมตธุรกิจกับผู้ใช้ที่กำลังวางแผนเส้นทาง โปรโมตธุรกิจในคำแนะนำการค้นหาของ Google Maps เข้าร่วมงานผ่านสตรีมแบบสดในสัปดาห์หน้า เตรียมพบกับนวัตกรรมด้านโฆษณา การวิเคราะห์ และแพลตฟอร์มทางสตรีมแบบสด ลงทะเบียนเพื่อรับชมและดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกาศล่าสุดของ Google โพสต์โดย Jerry Dischler รองประธานฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์
    อ่านเพิ่มเติม
  21. 21
    กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดสำหรับการพัฒนาธุรกิจแอปให้เติบโตด้วยโฆษณา
    8 พฤษภาคม 2019
    ทุกปีงาน Google I/O แสดงให้เห็นสิ่งน่าทึ่งต่างๆ ที่เทคโนโลยีทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น แอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ขยายความน่าทึ่งนั้นไปยังผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก ปูทางให้นักพัฒนาแอปมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ   วันนี้เราจะบอกวิธีที่จะช่วยคุณขยายธุรกิจโดยใช้โซลูชันการเติบโตและการสร้างรายได้ของ Google ค้นหาผู้ใช้แอปที่เหมาะสม การได้ผู้ใช้ใหม่อย่างชาญฉลาดเริ่มต้นที่การเข้าถึงผู้ที่จะมีส่วนร่วมกับแอปมากที่สุดและช่วยสร้างรายได้มากที่สุด App Campaign ของ Google ให้คุณเลือกรูปแบบการเสนอราคาที่ส่งเสริมเป้าหมายด้านการเติบโตของคุณได้ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น การเสนอราคา CPA เป้าหมายจะช่วยให้พบผู้ใช้ใหม่ที่ติดตั้งแอปและดำเนินการในแอปได้อย่างง่ายดาย  ในการเพิ่มผลกำไรนั้น คุณยังควรต้องพิจารณาจำนวนรายได้ที่สร้างได้เปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายในการเพิ่มการติดตั้งและการดำเนินการเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้ อีกไม่นานคุณจะเสนอราคาผลตอบแทนเป้าหมายจากค่าโฆษณา (tROAS) ได้ เพื่อจ่ายเงินเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติสำหรับผู้ใช้ที่มีแนวโน้มจะใช้จ่ายมากและจ่ายเงินน้อยลงสำหรับผู้ใช้ที่มีแนวโน้มจะใช้จ่ายน้อย หากคุณกำลังมองหาผู้ใช้ที่จะใช้จ่ายเป็น 2 เท่าของค่าใช้จ่ายในการได้ผู้ใช้มา ให้ตั้งค่าตัวคูณนั้นสำหรับการเสนอราคา tROAS ราคาเสนอนี้ก็จะหาผู้ใช้ที่เหมาะสมให้ตามนั้น กลยุทธ์ tROAS จะพร้อมให้บริการทั่วโลกเดือนหน้าใน App Campaign ของ Google ใน iOS และ Android ดูข้อมูลเพิ่มเติม  การเสนอราคาเป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมในการเข้าถึงลูกค้าที่ต้องการ ขั้นตอนต่อไปคือชนะการเสนอราคาและคงความสนใจของลูกค้าเหล่านี้ไว้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอเสนอวิธีการใหม่ๆ ในการพัฒนาและจัดการโฆษณา ซึ่งจะทำให้คุณแสดงโฆษณาที่ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากขึ้นในหลายที่มากขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม  YouTube - คุณจะมีสิทธิ์โปรโมตแอปในตำแหน่งใหม่ 2 ตำแหน่งใน YouTube โดยอัตโนมัติเมื่อมีรูปภาพแนวนอน 1 รูปและวิดีโอ 1 รายการเป็นอย่างน้อย ตำแหน่งแรกจะอยู่ในฟีดหน้าแรกของ YouTube ส่วนตำแหน่งที่ 2 จะอยู่ในโฆษณาวิดีโอในสตรีม กลุ่มโฆษณา - เริ่มต้นช่วงปลายเดือนนี้ คุณจะสร้างกลุ่มโฆษณาหลายกลุ่มในแคมเปญเดียวกันและปรับแต่งเนื้อหาในแต่ละกลุ่มตาม "ธีม" ต่างๆ หรือข้อความสำหรับลูกค้าที่แตกต่างกันได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติม การเป็นพาร์ทเนอร์กับเอเจนซี - เราร่วมมือกับเอเจนซีที่เชื่อถือได้ 8 ราย ได้แก่ Vidmob, Consumer Acquisition, Bamboo, Apptamin, Webpals Mobile, Creadits, Kaizen Ad และ Kuaizi เพื่อช่วยคุณจัดการโฆษณาแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการรายงาน  สร้างรายได้ง่ายขึ้น ส่วนที่ 2 ของการสร้างธุรกิจแอปที่ทำกำไรคือการสร้างแหล่งรายได้ที่ยั่งยืน กล่าวคือ คุณต้องทำให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกับแอปอยู่เสมอขณะที่ยังคงสร้างรายได้จากแอปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายที่หาสมดุลได้ยาก ดังนั้น AdMob จึงลงทุนไปกับโซลูชันอัตโนมัติเพื่อช่วยให้คุณได้รับรายได้จากแอปเพิ่มขึ้นขณะที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้ใช้  ปีที่แล้วเราได้เปิดตัวรูปแบบการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ที่เรียกว่าการเสนอราคาแบบเปิด ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าของการแสดงผลทุกครั้งโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่นั้นมาก็มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์หลายสิบรายเข้าร่วมโปรแกรมเบต้าและเห็นว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีความหมาย หนึ่งในนี้คือบริษัทพัฒนาเกมในเกาหลีชื่อ Sticky Hands  “เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับการเสนอราคาแบบเปิด ใน 1 เดือนเรามีรายได้และ ARPDAU เพิ่มขึ้น 14% และ 15% ตามลำดับ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีแหล่งที่มาของอุปสงค์มากขึ้นที่ให้บริการออนไลน์ แต่สิ่งที่ดียิ่งกว่านั้นก็คือเราแทบไม่ต้องใช้เวลาจัดการการเสนอราคาแบบเปิดเลย“ — Minu Kim, CEO ของ Sticky Hands การเสนอราคาแบบเปิดไม่เพียงแต่เพิ่มรายได้ให้คุณเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีการที่ง่ายและประหยัดเวลาด้วยเมื่อเทียบกับสื่อกลางแบบเดิม เพราะการมี SDK น้อยลงหมายถึงคุณใช้เวลาในการผสานรวมน้อยลงและแอปมีความเสถียรมากขึ้นนั่นเอง โปรดอดใจรอ เราจะขยายโปรแกรมไปยังผู้เผยแพร่โฆษณาทั้งหมดภายในปีนี้  ในระหว่างนี้ AdMob มีวิธีอื่นๆ ที่จะช่วยคุณเพิ่มรายได้โดยรวมจากแอปและปกป้องประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้ง่ายขึ้น ดังนี้ การค้นหารูปภาพเป็นเครื่องมือค้นหาใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยระบุโฆษณาที่ไม่ดีและนำออกจากทุกขนาด ทุกแคมเปญ และทุกการหมุนเวียนโดยใช้เพียงภาพหน้าจอของโฆษณา ดูข้อมูลเพิ่มเติม การจัดประเภทเนื้อหาโฆษณาสูงสุดจะป้องกันไม่ให้โฆษณาที่ไม่เหมาะสมแสดงต่อผู้ใช้อายุน้อย ดูข้อมูลเพิ่มเติม เมตริกผู้ใช้ เช่น ผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่รายวันและเวลาของเซสชันโดยเฉลี่ย จะพร้อมใช้งานเร็วๆ นี้ในการ์ดในหน้าแดชบอร์ดใหม่ คุณจึงจะได้ทราบผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การสร้างรายได้ (เช่น การเพิ่มโฆษณาที่มีการให้รางวัล) ต่อตัวชี้วัดที่สำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้ใช้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยคุณเพิ่มมูลค่าตลอดอายุการใช้งานของผู้ใช้ในแหล่งที่มาทุกแหล่งของรายได้ เช่น โฆษณา การซื้อในแอป และการค้าขายสินค้า ดูข้อมูลเพิ่มเติม หากต้องการทราบเพิ่มเติมว่าโซลูชันเหล่านี้จะช่วยประหยัดเวลาในขณะที่พัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างไร ขอเชิญมาฟังประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโฆษณาเวลา 10.30 น. PDT วันพุธที่ 8 พฤษภาคมที่เวที 1 ในงาน Google I/O หรือรับชมสตรีมแบบสด  นอกจากนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารเรื่องการโฆษณาในแอปเพิ่มเติมที่งาน Google Marketing Live ซึ่งจะจัดขึ้นสัปดาห์หน้า วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม เวลา 9.00 น. PDT ลงชื่อสมัครชมสตรีมแบบสดที่นี่   
    อ่านเพิ่มเติม
  22. 22
    ส่งออกข้อมูลในบริบทโฆษณา Google Ads ไปยัง Google ชีต
    2 พฤษภาคม 2019
    คุณต้องดาวน์โหลดและแชร์ข้อมูล Google Ads บ่อยๆ ใช่หรือไม่ ตอนนี้ คุณส่งออกข้อมูลในบริบทโฆษณา Google Ads ไปยังชีตและแชร์ชีตข้อมูลได้แล้ว  โพสต์โดย Abhishek Kumar ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  23. 23
    สรุปการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด
    1 พฤษภาคม 2019
    ในปี 2018 เราได้เปิดตัวเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ดใหม่ในอินเทอร์เฟซ Google Ads พร้อมกับปรับปรุงการนำทางและการคาดการณ์ให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นตามความคิดเห็นที่ได้รับ โดยเครื่องมือเวอร์ชันใหม่จะช่วยให้คุณวางแผนได้ตามตัวอย่างดังนี้ ดาวน์โหลดข้อมูลเทรนด์จากคีย์เวิร์ดแต่ละคำ ใช้คำสูงสุด 10 คำในแต่ละครั้ง รับการจัดอันดับการแข่งขันแนวคิดคีย์เวิร์ดทุกแบบได้ละเอียดมากขึ้น รับคำแนะนำด้านงบประมาณประจำวันในภาพรวมของแผน ดูสถานะในบัญชีของคีย์เวิร์ดที่อัปโหลด ดูการคาดการณ์ของทุกภาษา การออกแบบเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ดใหม่ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเลือกแนวคิดคีย์เวิร์ดที่ต้องการเพิ่มไปยังแผนได้เช่นเคย โดยเลือกประเภทการทำงานของคีย์เวิร์ดแล้วเพิ่มลงในแผน  ภาพรวมของแผนจะแสดงรายงานที่เข้าใจได้ง่าย ซึ่งคุณใช้และแชร์ได้ก่อนที่จะใช้คีย์เวิร์ดใหม่ในบัญชี ภาพรวมของแผนจะเปลี่ยนไปตามประเภทการทำงานของคีย์เวิร์ด สถานที่ตั้ง ภาษา และเครือข่ายการค้นหาที่คุณเลือกให้กับแผน  ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ใหม่ๆ แล้วทำความคุ้นเคยกับเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ดแบบใหม่ หากคุณยังไม่ได้ดำเนินการ เราจะยกเลิกใช้งานเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ดแบบเดิมโดยสมบูรณ์ในสัปดาห์นี้ โพสต์โดย Jane Kim ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads  
    อ่านเพิ่มเติม
  24. 24
    การติดตามพร้อมกันสำหรับแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์พร้อมใช้งานวันที่ 1 พฤษภาคม 2019 แต่เลื่อนการให้บริการสำหรับแคมเปญวิดีโอ
    25 เมษายน 2019
    เมื่อต้นปีนี้ เราได้ประกาศว่าจะขยายการให้บริการการติดตามพร้อมกันไปยังแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์และแคมเปญวิดีโอในวันที่ 1 พฤษภาคม 2019 การติดตามพร้อมกันสำหรับแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์จะเริ่มให้บริการในวันดังกล่าวและจะบังคับให้ใช้ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2019 อย่างไรก็ตาม เราจะเลื่อนการให้บริการนี้สำหรับแคมเปญวิดีโอไปจนถึงปลายปีเพื่อให้คุณมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น และจะแจ้งข้อมูลอัปเดตเมื่อได้ข้อสรุปสำหรับวันที่ใหม่ หากคุณทำงานร่วมกับผู้ให้บริการวัดคลิก ให้ติดต่อผู้ให้บริการดังกล่าวเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ให้บริการพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ระบบการวัดการคลิกของคุณขัดข้อง คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลการติดตามพร้อมกันเพิ่มเติม
    อ่านเพิ่มเติม
  25. 25
    การเพิ่มกิจกรรมจากหลายอุปกรณ์ไปยังรายงานการระบุแหล่งที่มาทั้งหมด
    29 มีนาคม 2019
    รายงานการระบุแหล่งที่มาจะแสดงเส้นทางที่ลูกค้าดำเนินการมาจนเกิด Conversion และให้เครดิตแก่การคลิกโฆษณาที่แตกต่างกันตลอดเส้นทาง Conversion จากหลายอุปกรณ์รวมถึงเวลาที่ลูกค้าโต้ตอบกับโฆษณาบนอุปกรณ์หนึ่งแล้วทำ Conversion เสร็จสมบูรณ์บนอุปกรณ์อีกเครื่องหนึ่ง ก่อนหน้านี้รายงานการระบุแหล่งที่มาของอุปกรณ์ อุปกรณ์สนับสนุน และเส้นทางอุปกรณ์มีเพียงกิจกรรมจากหลายอุปกรณ์เท่านั้น แต่เราได้รับความคิดเห็นจากคุณหลายคนว่าวิธีนี้ทำให้การนับ Conversion ในรายงานต่างๆ ไม่สม่ำเสมอ ทำให้เข้าใจแง่มุมต่างๆ ของข้อมูล Conversion ได้ยาก ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป รายงานการระบุแหล่งที่มาทั้งหมดจะรวมกิจกรรมและ Conversion จากหลายอุปกรณ์ ซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าเกี่ยวกับวิธีการโต้ตอบกับโฆษณาบนหลายอุปกรณ์ของผู้ใช้และความสม่ำเสมอระหว่างรายงานต่างๆ ข้อมูลในรายงานเหล่านี้ย้อนหลังไปถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2019 สำหรับวันที่ก่อนหน้านี้ ประสบการณ์การรายงานและจำนวน Conversion จะไม่เปลี่ยนแปลง ดูรายการเมตริกทั้งหมดที่อัปเดตเพื่อรวมกิจกรรมจากหลายอุปกรณ์ โพสต์โดย Mauricio Barrera ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  26. 26
    จัดการบัญชีต่างๆ ด้วย Google Ads Editor ใหม่
    28 มีนาคม 2019
    วันนี้เราขอแนะนำ Google Ads Editor 1.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันปรับปรุงใหม่ของ Editor ซึ่งคุณรู้จักและชื่นชอบตลอด 13 ปีมานี้ เรารอให้ระบบได้รวมการอัปเดตสำคัญๆ ทั้งหมดซึ่งตอบสนองต่อคำขอจากชุมชนที่สมาชิกหลายๆ คนได้ขอกันมานานไว้ใน Editor รุ่นนี้จนสำเร็จ แล้วจึงประกาศเรื่องแบรนด์ Google Ads ใหม่ใน Editor อย่างเป็นทางการ การจัดการข้ามบัญชีเต็มรูปแบบ: ในสมัยก่อน ผู้จัดการแคมเปญจะทำการเปลี่ยนแปลงใน UI ของ Editor ได้เฉพาะในบัญชีเดียวในช่วงเวลาหนึ่งๆ เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าคุณต้องเสียเวลาไปมากกับการทำงานเดิมๆ ปัจจุบัน Editor รองรับการจัดการข้ามบัญชีเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก ซึ่งหมายความว่าคุณจะใช้ Editor ในบัญชี Google Ads ทุกบัญชีได้อย่างราบรื่นจากในหน้าต่างเดียว ตัวอย่างเช่น คุณจะเพิ่มคีย์เวิร์ดชุดเดียวกันลงในบัญชีต่างๆ อัปเดตการตั้งค่าแคมเปญในพอร์ตลูกค้าทั้งพอร์ต หรือดาวน์โหลดสถิติที่เกี่ยวข้องจากกลุ่มใดก็ได้ในบัญชีได้โดยง่าย การออกแบบและความสามารถในการใช้งานที่ดีขึ้น: เรายังปรับปรุงอินเทอร์เฟซเพื่อให้คุณสำรวจฟีเจอร์และทำงานต่างๆ ได้เร็วขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น จากการวิจัย UX เราพบว่าผู้ใช้ประสบปัญหาเรื่องการจดจำว่าการตั้งค่าแต่ละรายการอยู่ที่ใด เราจึงสร้างแผงแก้ไขทางด้านขวามือเพื่อช่วยให้คุณพบการตั้งค่าต่างๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เรายังเพิ่มฟังก์ชันการค้นหาเพื่อให้คุณหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว Google Ads Editor 1.0 ยังช่วยให้คุณจัดการบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ดังนี้ ขั้นตอนการทำงาน กฎที่กำหนดเองเพิ่มเติม: แจ้งแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและรับประกันการติดตั้งใช้งานแคมเปญที่เหมาะสม การรองรับโฆษณาวิดีโอที่ข้ามไม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ: จัดการแคมเปญวิดีโอได้มากขึ้นภายใน Editor ช่องคำกระตุ้นการตัดสินใจและบรรทัดแรกเพิ่มเติมสำหรับแคมเปญวิดีโอทั้งหมด: ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโฆษณาวิดีโอทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะ TrueView รายการกลุ่มเป้าหมายเชิงบวกและลบสำหรับแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์: เข้าถึงผู้มีโอกาสเป็นลูกค้ารายใหม่ๆ ได้ง่ายๆ ตัวเลือกในการจัดการ App Campaign: รวมเนื้อหาระดับแคมเปญ กลุ่มโฆษณา และโฆษณา ราคาเสนอและงบประมาณ งบประมาณรายวันที่แนะนำ: หลีกเลี่ยงไม่ให้พลาดการแสดงผลเนื่องจากถูกจำกัดด้วยงบประมาณ การรองรับ Smart Bidding เพิ่มเติม: ใช้กลยุทธ์อย่างเช่นการเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดกับแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์, วิดีโอ, TrueView for Action และ App Campaign การโทรและการรับส่งข้อความ การรายงานจำนวนการโทรเข้าระดับบัญชี: จัดการการรายงานจำนวนการโทรเข้าและ Conversion การโทรที่ระดับบัญชีได้ด้วยการตั้งค่าเดียว บรรทัดแรกเพิ่มเติมสำหรับโฆษณาแบบโทรออกเท่านั้น: ให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า การรองรับส่วนขยายข้อความอย่างเต็มรูปแบบ: เพิ่มวิธีที่ลูกค้าจะเข้าถึงธุรกิจของคุณได้ "Google Ads Editor ใหม่คือความก้าวหน้าไปอีกขั้น การออกแบบใหม่ทำให้จัดการและทำการแก้ไขในบัญชีและแคมเปญต่างๆ ได้ง่ายๆ" -Jamie Kahn รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาของ Horizon Media "Editor ใหม่นั้นดูสะอาดตา ไปยังส่วนต่างๆ ได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการเพิ่มแถบค้นหา ส่วนระดับบัญชีใหม่ และการเปลี่ยนตำแหน่งของไลบรารีที่ใช้ร่วมกัน เราต่างตั้งตารอใช้เวอร์ชันใหม่นี้” -James Shaouni ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสฝ่ายการค้นหาที่เสียค่าใช้จ่ายของ Reprise Digital ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google Ads Editor 1.0 ได้ที่นี่ โพสต์โดย Blake Reese ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์
    อ่านเพิ่มเติม
  27. 27
    เปิดตัว "คอลัมน์ที่แนะนำ" ใน Google Ads
    15 มีนาคม 2019
    Google Ads มีคอลัมน์ต่างๆ มากมายจนอาจทำให้เลือกใช้งานได้ยาก แต่คุณลดความยุ่งเหยิงนี้ลงได้ เพียงเลือกใช้งานแต่คอลัมน์ที่เพิ่มลงในรายงานอยู่เป็นประจำ  ฟีเจอร์ใหม่ของเราอย่างคอลัมน์ที่แนะนำจะช่วยแนะนำคอลัมน์ใหม่ๆ ของการรายงานที่คุณควรใช้โดยพิจารณาจากการตั้งค่าแคมเปญและบัญชีของคุณ เช่น หากคุณเริ่มใช้การเสนอราคาอัตโนมัติ เราก็จะเริ่มแนะนำให้ใช้คอลัมน์ ‘ประเภทกลยุทธ์การเสนอราคา’ ในตารางแคมเปญ เมื่อเปิดตัวฟีเจอร์นี้แล้ว เราจะไม่บังคับให้คุณใช้คอลัมน์ประเภทกลยุทธ์การเสนอราคาในรายงานแคมเปญอีกต่อไป เพื่อให้เหลือที่ว่างในแนวนอนให้คุณใส่คอลัมน์ข้อมูลสถิติอื่นๆ เข้ามาได้อีก ระบบจะขีดเส้นใต้สีน้ำเงินไว้ที่ชื่อของคอลัมน์ที่แนะนำ คุณดำเนินการกับคอลัมน์ที่แนะนำได้ 3 วิธี ดังนี้ ไม่ทำอะไรเลย แล้วเราจะแนะนำคอลัมน์นั้นทุกครั้งที่เหมาะสม เพิ่มเป็นคอลัมน์ถาวร แจ้งเราว่าไม่ต้องแนะนำอีกต่อไป ระบบเปิดการแนะนำคอลัมน์เหล่านี้ไว้เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับผู้ลงโฆษณาทุกคน แต่คุณจะปิดการแนะนำบางคอลัมน์หรือทุกคอลัมน์ก็ได้ และจะมีผลต่อผู้ใช้ในบัญชีนั้นเท่านั้น เราแนะนำให้คุณเปิดฟีเจอร์นี้ไว้เพื่อให้เราแนะนำคอลัมน์ที่มีความสำคัญที่สุดกับบัญชีของคุณ และยังช่วยให้ค้นพบคอลัมน์ใหม่ๆ ที่คุณไม่เคยรู้จักมาก่อนอีกด้วย โพสต์โดย Abhishek Kumar ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads  
    อ่านเพิ่มเติม
  28. 28
    ความมุ่งมั่นของเราที่จะช่วยคุณในการปฏิบัติตามนโยบาย
    14 มีนาคม 2019
    การปกป้องผู้ใช้และผู้โฆษณาจากผู้ไม่หวังดีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา นี่เป็นสาเหตุที่เรามีนโยบายที่เข้มงวดซึ่งควบคุมประเภทโฆษณาที่อนุญาตให้ใช้ในแพลตฟอร์มของเรา นอกจากนี้เรายังมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาที่ดีหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดจากความไม่ตั้งใจซึ่งทำให้เกิดการละเมิดนโยบายด้วย เราจึงจะเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้แคมเปญทำงานได้เต็มศักยภาพด้วยการให้คุณดูข้อจำกัดด้านนโยบายที่อาจส่งผลต่อโฆษณาได้อย่างง่ายดาย แนะนำตัวจัดการนโยบาย ในเดือนเมษายนเราจะแนะนำตัวจัดการนโยบายใหม่ของ Google Ads เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานแบบรวมศูนย์ซึ่งคุณกำหนดเองได้ ฟีเจอร์นี้ให้คุณตรวจสอบข้อจำกัดด้านโยบายของโฆษณา คีย์เวิร์ด และส่วนขยายทั่วทั้งบัญชี เราจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่นี่ไปเรื่อยๆ เช่น คำแนะนำในการแก้ไขโฆษณา ประวัติการอุทธรณ์ ภาพรวมของการรับรองบัญชี และอีกมากมาย ในการเข้าถึงตัวจัดการนโยบายใน Google Ads ให้คลิก “การตั้งค่า” ในตารางเครื่องมือ จากนั้นเลือกแท็บ “ตัวจัดการนโยบาย” ดูข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัดสินใจด้านนโยบาย เมื่อต้นปีที่แล้วผู้โฆษณาดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้โฆษณาไม่ได้รับอนุมัติได้ง่ายๆ โดยเลื่อนเมาส์ไปวางเหนือโฆษณา เราจะขยายขีดความสามารถนี้ต่อในปี 2019 ค้นหาข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุมัติโดยการวางเมาส์เหนือโฆษณา เปิดใช้การอุทธรณ์ด้านนโยบายได้ในไม่กี่คลิก หากคุณไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการที่เราทำกับโฆษณาของคุณ อีกไม่นานคุณจะส่งอุทธรณ์คำตัดสินเพื่อให้มีการตรวจสอบอีกครั้งได้โดยตรงจาก Google Ads ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง เราจะเริ่มให้บริการฟีเจอร์นี้แก่บัญชีต่างๆ ในฤดูใบไม้ผลิที่จะถึง และจะมีไว้สำหรับโฆษณาแบบข้อความที่พบปัญหาการละเมิดนโยบายส่วนใหญ่ วางเมาส์เหนือโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุมัติหรือถูกจำกัด แล้วมองหาลิงก์ “ส่งอีกครั้ง” เพื่อดูว่าคุณมีสิทธิ์ไหม นอกจากนี้คุณยังติดตามสถานะการอุทธรณ์ในตัวจัดการนโยบายได้ด้วย เราทำให้การส่งโฆษณาเข้ารับการตรวจสอบอีกครั้งใน Google Ads ง่ายขึ้น ตรวจพบการละเมิดแบบเรียลไทม์ บางครั้งเราอาจตรวจพบการละเมิดนโยบายในระหว่างการสร้างโฆษณา ในกรณีเช่นนี้ เราจะให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยให้คุณทราบการละเมิดนโยบายที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่การละเมิดจะเกิดขึ้นจริง คุณจึงเปลี่ยนแปลงโฆษณาให้เป็นไปตามนโยบายได้ทันที อย่าลืมดูคำแนะนำแบบเรียลไทม์ในระหว่างที่สร้างโฆษณา เรายินดีที่ได้แนะนำเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อช่วยในการไปยังข้อกำหนดของนโยบายและสร้างโฆษณาคุณภาพสูงที่เป็นไปตามข้อกำหนด โพสต์โดย Hristo Stefanov ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของโฆษณาในเครือข่ายการค้นหา
    อ่านเพิ่มเติม
  29. 29
    ขยายธุรกิจเกมด้วยโฆษณา
    13 มีนาคม 2019
    การสร้างเกมในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ยอดเยี่ยมอาศัยปัจจัยหลายต่อหลายอย่าง และการขยายธุรกิจให้เติบโตไปพร้อมกันด้วยนั้นก็เป็นสิ่งที่ท้าทายยิ่งขึ้นไปอีก วันนี้ Google จึงได้เปิดตัวโซลูชันใหม่ที่จะเพิ่มมูลค่าตลอดอายุการใช้งานของผู้เล่น ทำให้คุณสร้างความต้องการเกม ขยายธุรกิจตามความเหมาะสม และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้กลับมามีส่วนร่วมอีกครั้งได้ง่ายกว่าที่เคย สร้างความต้องการ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้การเปิดตัวประสบความสำเร็จคือการสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์และเชื่อมต่อกับฐานแฟนๆ ตั้งแต่ต้น ตอนนี้คุณเปิดโอกาสให้ผู้เล่นลงทะเบียนเล่นเกมใหม่ก่อนที่จะเผยแพร่อย่างเป็นทางการใน Google Play ได้โดยใช้โฆษณาที่มีการลงทะเบียนล่วงหน้า ผู้เล่นจะได้รับข้อความ Push ใน Play เมื่อเกมเผยแพร่แล้ว โฆษณาที่มีการลงทะเบียนล่วงหน้ามีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักพัฒนาเกมเป็นที่ยอมรับแล้ว เพราะจะช่วยเชื่อมต่อกับฐานแฟนๆ ที่ชื่นชอบเกมของคุณอยู่แล้วและตั้งใจที่จะดาวน์โหลดและเป็นผู้เล่นที่มีคุณค่าในเกม ขยายธุรกิจตามความเหมาะสม เป้าหมายในช่วงเปิดตัวคือการได้การติดตั้งมากที่สุดภายในงบประมาณที่ตั้งไว้ วันนี้เราเปิดตัวการเสนอราคาแบบเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดสำหรับ App Campaign ที่คุณเพียงระบุงบประมาณและเนื้อหาโฆษณาแล้วปล่อยให้เราเพิ่มฐานผู้เล่นสูงสุดให้ วิธีนี้มุ่งเน้นที่การเพิ่มจำนวนการติดตั้งสูงสุดไม่ใช่การได้ราคาตามเป้าหมาย คุณจึงมักจะได้ราคา Conversion ที่ถูกลง สิ่งที่คุณต้องทำคือตั้งเป้าหมายและให้แมชชีนเลิร์นนิงของ App Campaign จัดการส่วนที่ยาก นั่นคือวางโฆษณาที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม ขณะนี้การเสนอราคาแบบเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดสำหรับ App Campaign มีให้บริการเป็นเวอร์ชันเบต้าแก่ผู้ลงโฆษณาบางราย ดังนั้นหากคุณสนใจ โปรดพูดคุยกับผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าของ Google เพื่อลงชื่อสมัครใช้ ดึงดูดเกมเมอร์ให้กลับมามีส่วนร่วมอีกครั้ง ความจริงที่ต้องยอมรับคือ 80% ของผู้ใช้แอปทั้งหมดเลิกใช้งานภายใน 90 วัน1 โอกาสสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตคือการดึงดูดผู้เล่นที่ไม่ได้ใช้งานให้กลับมาเล่นอีกครั้ง วันนี้เราแนะนำ App Campaign สำหรับการมีส่วนร่วมใน Google Ads เพื่อช่วยให้ผู้เล่นค้นพบเกมของคุณอีกครั้งด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมโดยใช้โฆษณาที่เกี่ยวข้องใน Google Search, YouTube รวมถึงเว็บไซต์และแอปกว่า 3 ล้านรายการ แคมเปญนี้ทำงานร่วมกับ Google Analytics สำหรับ Firebase และพาร์ทเนอร์การระบุแหล่งที่มาของแอปได้ App Campaign สำหรับการมีส่วนร่วมให้คุณเชื่อมต่อกับผู้เล่นอีกครั้งได้หลายวิธี เช่น กระตุ้นให้ผู้เล่นที่เคยเล่นแล้วเลิกไปดูบทแนะนำจนจบ แนะนำฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาหลังจากเซสชันล่าสุดของผู้เล่น หรือให้ผู้ใช้เปิดเกมเป็นครั้งแรกใน Android ซึ่งเป็นวิธีที่มีเพียง Google เท่านั้นที่ช่วยได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่หรือพูดคุยกับตัวแทนบัญชี Google หากคุณสนใจทดลองใช้ โพสต์โดย Jason Morse ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของโฆษณาแอปเพื่อการมีส่วนร่วม
    อ่านเพิ่มเติม
  30. 30
    ลงทะเบียนร่วมรับชม Google Marketing Live ที่จะออกอากาศสดในวันที่ 14 พฤษภาคมได้แล้ววันนี้
    12 มีนาคม 2019
    คุณทราบไหมว่ามีผู้ค้นหาสิ่ง "ที่ดีที่สุด" มากขึ้นถึง 80% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างที่ได้จากการวิจัยของบุคคลที่สามเมื่อไม่นานมานี้ชี้ให้เห็นว่ามีผู้ค้นหา "ช็อกโกแลตที่ดีที่สุด" นานถึง 50 วันก่อนที่จะตัดสินใจเลือก เรากำลังจะจัด Google Marketing Live ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ โปรดลงทะเบียนเลยเพื่อร่วมค้นหาไปกับเราว่าควรนำข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เกี่ยวกับผู้บริโภคนี้ไปใช้งานอย่างไร และมารู้จักกับผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการทำการตลาดดิจิทัลชิ้นล่าสุดจาก Google นอกจากนี้ นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เราจะสตรีมแบบสดนานกว่า 8 ชั่วโมงเพื่อถ่ายทอดเนื้อหาอื่นๆ ของงานกิจกรรม ซึ่งมีทั้งการพูดคุยโดยตรงกับผู้จัดการผลิตภัณฑ์ผ่านการถามตอบแบบสดๆ การเรียนรู้แนวทางปฏิบัติใหม่ๆ ที่ดีที่สุด และการเผยข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิ้นล่าสุดของเรา โพสต์โดยทีม Google Marketing Live
    อ่านเพิ่มเติม
  31. 31
    ทดสอบความเร็วเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วยเครื่องมือทดสอบเว็บไซต์ของฉันที่ปรับปรุงใหม่
    28 กุมภาพันธ์ 2019
    ลูกค้ามักจะเริ่มรู้จักแบรนด์ของคุณผ่านเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เว็บไซต์ที่โหลดได้ช้าจึงอาจทำให้ลูกค้าไม่เกิดความประทับใจแรกและเลิกซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณไปเลย ในวงการค้าปลีก เว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งโหลดช้าไปเพียง 1 วินาทีก็ส่งผลให้ Conversion ลดลงได้มากถึง 20%1 แล้วคุณจะทราบได้อย่างไรว่าเว็บไซต์ของคุณโหลดในอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้เร็วพอ ทดสอบเว็บไซต์ของฉันที่ปรับปรุงใหม่จะช่วยให้คุณเข้าใจประสิทธิภาพของเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดาย แล้วเข้าไปแก้ไขอย่างตรงจุดเพื่อให้โหลดได้เร็วขึ้นได้ในที่เดียว คุณใช้เครื่องมือนี้เพื่อดำเนินการสิ่งต่อไปนี้ได้ ตรวจสอบความเร็วเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ นอกจากจะวัดความเร็วในการโหลดแต่ละหน้าเว็บแล้ว ยังวัดความเร็วของการโหลดทั้งเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อีกด้วย ติดตามความคืบหน้า ดูแนวโน้มความเร็วในเดือนต่างๆ ของเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ นำหน้าเป็นจ่าฝูง เปรียบเทียบความเร็วเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณกับคู่แข่ง ประเมินผลเรื่องความเร็วกับธุรกิจของคุณ ดูว่าการโหลดเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นอาจส่งผลอะไรต่อรายได้บ้าง ทดสอบเว็บไซต์ของคุณได้เลยที่นี่ โพสต์โดย Prashant Nair ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads   1. แหล่งที่มา: SOASTA, U.S., “New Findings: The State of Online Retail Performance,” 2017
    อ่านเพิ่มเติม
  32. 32
    โปรดเตรียมเลิกใช้เมตริกอันดับเฉลี่ย
    26 กุมภาพันธ์ 2019
    เราทราบดีว่าข้อมูลเรื่องความโดดเด่นของการแสดงโฆษณาในหน้าผลการค้นหาเป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นอย่างยิ่ง ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราจึงได้เปิดตัวเมตริก "% การแสดงผล (ตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์)" และ "% การแสดงผล (ตำแหน่งบนสุด)" ซึ่งแสดงเปอร์เซ็นต์การแสดงโฆษณาที่ด้านบนสุดของหน้า เมตริกเหล่านี้ช่วยให้คุณทราบข้อมูลเรื่องความโดดเด่นได้ชัดเจนมากกว่าเมตริกอันดับเฉลี่ย  นอกจากนี้ เรายังได้เปิดตัว "ส่วนแบ่งการแสดงผลในตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์ในเครือข่ายการค้นหา" และ "ส่วนแบ่งการแสดงผลในเครือข่ายการค้นหา (ตำแหน่งบนสุด)" เพื่อเสริมให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย เมตริกเหล่านี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการวางตำแหน่ง แต่หากคุณตั้งเป้าหมายเป็นการวางโฆษณาในตำแหน่งที่โดดเด่นในผลการค้นหา โปรดใช้กลยุทธ์ Smart Bidding ส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมาย "เมตริกส่วนแบ่งการแสดงผลในตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์และเมตริกส่วนแบ่งการแสดงผลในตำแหน่งบนสุดต่างช่วยให้ลูกค้าของฉันเห็นภาพชัดขึ้นว่าโฆษณาแสดงอยู่ที่ตำแหน่งใดของหน้าผลการค้นหา การมุ่งให้ความสนใจเมตริกเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการเสนอราคา และทำให้ได้ตำแหน่งโฆษณาที่เราพึงพอใจมากที่สุด" - Kelsey Hadaller ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายดูแลลูกค้าแห่ง Hanapin Marketing เมตริกใหม่เหล่านี้ช่วยให้ทราบข้อมูลเรื่องความโดดเด่นได้ดีกว่าเดิม เราจึงวางแผนจะปิดเมตริกอันดับเฉลี่ยในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ หากคุณใช้เมตริกอันดับเฉลี่ยอยู่ เราขอแนะนำให้เริ่มใช้เมตริกใหม่เหล่านี้เพื่อวัดและเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องความโดดเด่น โพสต์โดย Pallavi Naresh ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  33. 33
    ใส่ข้อมูลมากขึ้นในโฆษณาแบบโทรออกเท่านั้นด้วยบรรทัดข้อความที่เพิ่มขึ้น
    25 กุมภาพันธ์ 2019
    ผู้คนมักชอบพูดคุยกับธุรกิจก่อนที่จะซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการ โฆษณาแบบโทรออกเท่านั้นช่วยให้พวกเขาโทรหาคุณจากผลการค้นหาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อขอข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราจะเปิดใช้บรรทัดข้อความเพิ่มเติมในโฆษณาแบบโทรออกเท่านั้นเพื่อช่วยให้คุณได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากขึ้นสำหรับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า คุณจะมีตัวเลือกในการเพิ่มบรรทัดแรกยาว 30 อักขระได้ 2 บรรทัด บรรทัดรายละเอียดจะเพิ่มจาก 80 อักขระเป็น 90 อักขระ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้ารู้ดีว่ากำลังโทรหาใคร คุณใช้ประโยชน์จากบรรทัดข้อความโฆษณาที่เพิ่มเข้ามาเหล่านี้เพื่ออธิบายธุรกิจในรายละเอียดเพิ่มเติมได้ บรรทัดข้อความเพิ่มเติมในโฆษณาแบบโทรออกเท่านั้น เราสังเกตเห็นว่ามันยากที่จะใส่ทั้งชื่อธุรกิจและคำกระตุ้นการตัดสินใจที่น่าสนใจในบรรทัดแรก เราจึงย้ายชื่อธุรกิจไปที่ตอนต้นของคำอธิบายโฆษณา ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่ในบรรทัดแรกมากขึ้นสำหรับคำกระตุ้นการตัดสินใจหรือรายละเอียดธุรกิจ ตัวอย่างเช่น หากธุรกิจคุณคือสตูดิโอเต้นรำ ให้ระบุ“ House of Tango” ในช่องชื่อธุรกิจและใช้บรรทัดรายละเอียดเพื่อโปรโมตคลาสเรียนต่างๅ ที่คุณมี ข้อมูลที่ชัดเจนและโปร่งใสว่าคุณคือใครและธุรกิจนำเสนออะไรนั้นเป็นหลักการสำคัญของนโยบายการโฆษณาแบบโทรออกเท่านั้นเพื่อปกป้องผู้ใช้จากการประพฤติมิชอบหรือเนื้อหาที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ไม่เหมาะสม หรือคุกคาม เราหวังว่าการอัปเดตโฆษณาแบบโทรออกเท่านั้นเหล่านี้และคู่มือแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดที่อัปเดตของเราจะช่วยให้คุณกระตุ้นการโทรที่มีคุณภาพสูงและมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าได้ โพสต์โดย Mike Russo ผู้จัดการผลิตภัณฑ์
    อ่านเพิ่มเติม
  34. 34
    แผนภูมิใหม่ 2 ประเภทในเครื่องมือแก้ไขรายงาน
    21 กุมภาพันธ์ 2019
    เราได้เปิดตัวแผนภูมิใหม่ 2 ประเภทในเครื่องมือแก้ไขรายงาน ซึ่งก็คือแผนภูมิแท่งแบบซ้อนและแผนภูมิฟองอากาศ ในตอนนี้คุณจึงมีแผนภูมิให้ใช้ในรายงานทั้งหมด 6 ประเภท ได้แก่ แผนภูมิเส้น แผนภูมิแท่ง แผนภูมิแท่งแบบซ้อน แผนภูมิวงกลม แผนภูมิกระจาย แผนภูมิฟองอากาศ แผนภูมิใหม่ 2 ประเภทนี้จะช่วยเพิ่มวิธีการตีความข้อมูลและรวบรวมข้อมูลเชิงลึก เช่น ใช้แผนภูมิแท่งแบบซ้อนเพื่อดูคลิกของกลุ่มโฆษณาแยกตามแต่ละอุปกรณ์ แล้วประเมินผลตามเกณฑ์นั้นในช่วงเวลาหนึ่งได้ หรือใช้แผนภูมิฟองเพื่อดูจำนวนคลิก, Conversion และค่าใช้จ่ายตามแคมเปญในแผนภูมิเดียวกันได้โดยพิจารณาเมตริกที่ 3 จากขนาดของฟองอากาศ ลองใช้แผนภูมิใหม่ทั้ง 2 ประเภทนี้ได้ในรายงานของคุณ ตัวอย่างแผนภูมิแท่งแบบซ้อนในเครื่องมือแก้ไขรายงาน โพสต์โดย Abhishek Kumar ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  35. 35
    ตอนนี้เราปรับ Universal App Campaign เป็น App Campaign แล้ว
    20 กุมภาพันธ์ 2019
    Universal App Campaign ช่วยให้ลูกค้าได้รู้จักแอปของคุณ ในวันนี้ เราได้ปรับชื่อ “Universal App Campaign” เป็น “App Campaign” เพื่อให้จำง่ายขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่มีผลต่อฟีเจอร์หรือการทำงานของแคมเปญ ลูกค้าที่ใช้การโปรโมตแอปอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องดำเนินการอะไรเลย App Campaign จะกลายมาเป็นแคมเปญระดับบนสุดอีกประเภทหนึ่งที่เลือกใช้ใน Google Ads ได้ นอกเหนือไปจากแคมเปญในเครือข่ายการค้นหา แคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์ แคมเปญวิดีโอ แคมเปญ Shopping และ Smart Campaign รายชื่อแคมเปญ Google Ads ทุกประเภทหลังเปลี่ยนชื่อเป็น App Campaign คุณจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ในช่วงเดือนหน้า เราหวังว่าชื่อที่เข้าใจง่ายขึ้นนี้จะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาและนักพัฒนาซอฟต์แวร์เริ่มต้นใช้งาน Google Ads แล้วเลือกประเภทแคมเปญได้เหมาะกับเป้าหมายทางธุรกิจ โพสต์โดย David Mitby ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ โฆษณาแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
    อ่านเพิ่มเติม
  36. 36
    ค้นหารายงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเกี่ยวกับชุดข้อมูลที่คุณกำลังดูอยู่ได้อย่างง่ายดาย
    20 กุมภาพันธ์ 2019
    รายงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าคือรายงานสำเร็จรูปซึ่งแสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น สถิติเกี่ยวกับวันเวลาและสถานที่ตั้ง เราได้รับข้อมูลว่ามีลูกค้าหลายคนได้วิเคราะห์แคมเปญหรือกลุ่มโฆษณาอย่างละเอียดก่อนที่จะใช้รายงานสำเร็จรูป เราจึงได้ปรับให้เปลี่ยนรายงานระดับแคมเปญหรือกลุ่มโฆษณาเป็นรายงานสำเร็จรูปที่แสดงขอบเขตข้อมูลชุดเดียวกันนั้นได้ง่ายขึ้น ก่อนหน้านี้ การกดไอคอน ‘การรายงาน’ ที่แถบนำทางด้านบนสุดใน Google Ads คือวิธีเดียวในการรับรายงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะเริ่มต้นจากข้อมูลระดับบัญชีและกรองข้อมูลให้ลึกลงไปเรื่อยๆ ได้ แต่ในวันนี้ หากสังเกตที่ข้อมูลแคมเปญหรือกลุ่มโฆษณาที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด คุณจะเห็นว่ามีไอคอนใหม่ชื่อ ‘การรายงาน’ อยู่เหนือตารางสถิติที่คุณกำลังดูอยู่ เมื่อกดไอคอนนี้ รายงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าที่โหลดจะใช้ขอบเขตข้อมูลชุดเดียวกันกับที่คุณดูเพื่อเปลี่ยนเป็นรายงานได้เร็วกว่าเดิม เช่น หากคุณได้จำกัดขอบเขตข้อมูลให้เป็นกลุ่มโฆษณาบางกลุ่มหรือแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาเท่านั้น แล้วเปิดรายงาน ‘วัน’ โดยใช้ไอคอนนี้ รายงานนี้จะกรองให้แสดงข้อมูลเหลือแต่กลุ่มโฆษณาหรือแคมเปญในเครือข่ายการค้นหานั้นๆ อย่างไรก็ตาม ไอคอนที่อยู่ด้่านขวาบนสุดจะเปิดรายงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าสำหรับทั้งบัญชีของคุณ โพสต์โดย Abhishek Kumar ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  37. 37
    ข้อมูลอัปเดตเรื่องคะแนนความเร็วหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่บนแท็บหน้า Landing Page
    19 กุมภาพันธ์ 2019
    หน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งโหลดได้ช้าอาจฉุดให้ธุรกิจของคุณไม่ก้าวหน้า ผู้เข้าชมเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่กว่า 53% จะปิดหน้าเว็บที่ใช้เวลาโหลดนานกว่า 3 วินาที1 ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เราจึงได้เปิดตัวคะแนนความเร็วในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เพื่อช่วยให้คุณเห็นอย่างรวดเร็วว่าหน้า Landing Page หน้าใดบ้างที่มอบประสบการณ์ใช้งานอันอย่างรวดเร็วในอุปกรณ์เคลื่อนที่ และหน้าใดบ้างที่คุณอาจต้องเข้าไปปรับปรุง เราเพิ่งอัปเดตอัลกอริทึมของคะแนนความเร็วในอุปกรณ์เคลื่อนที่ให้คำนวนคะแนนได้โดยใช้จำนวนการคลิกโฆษณาลดลง ตอนนี้คุณจึงเห็นคะแนนความเร็วของหน้าเว็บหลายหน้ามากขึ้น การประเมินนี้มีระดับคะแนนตั้งแต่ 1-10 โดย 1 คือช้ามาก และ 10 คือเร็วมาก คะแนนความเร็วในอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้จากการพิจารณาหลายๆ ปัจจัย ซึ่งรวมถึงความเร็วหน้าเว็บและอัตรา Conversion ที่เป็นไปได้ด้วย หากต้องการปรับปรุงคะแนนความเร็วในอุปกรณ์เคลื่อนที่ โปรดลองใช้เทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น Accelerated Mobile Pages (AMP) โดยทั่วไปแล้วหน้าเว็บ AMP จะโหลดเร็วกว่าหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่มาตรฐาน 85%2 ดังนั้นหน้าเว็บ AMP กว่า 90% จึงได้รับคะแนนความเร็วในอุปกรณ์เคลื่อนที่สูงถึง 10 คะแนน ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินหน้า Landing Page ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ที่นี่ โพสต์โดย Prashant Nair ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads   1. ข้อมูลของ Google, ข้อมูลของ Google Analytics ที่รวบรวมโดยไม่ระบุตัวตนจากการสุ่มตัวอย่างเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งเลือกแชร์ข้อมูลเปรียบเทียบ, n=เว็บไซต์ 3,700 รายการทั่วโลก, มีนาคม 2016 2. ข้อมูลของ Google, ทั่วโลก, เมษายน 2017
    อ่านเพิ่มเติม
  38. 38
    ส่วนแบ่งการคลิกพร้อมให้บริการในแคมเปญในเครือข่ายการค้นหา
    11 กุมภาพันธ์ 2019
    ส่วนแบ่งการคลิกคือส่วนแบ่งโดยประมาณของคลิกที่ให้ผลลัพธ์ทั้งหมดที่คุณได้รับ ส่วนแบ่งการคลิกนั้นใช้ได้กับแคมเปญ Shopping มาตั้งแต่ปี 2015 โดยเราได้เริ่มนำมาใช้กับแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาแล้ว และวางแผนจะนำมาใช้กับแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาทั้งหมดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ยิ่งคุณมีส่วนแบ่งการคลิกต่ำเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสได้รับคลิกเพิ่มขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากโฆษณาได้รับคลิก 20 ครั้ง แต่เราประมาณว่าควรได้รับคลิก 100 ครั้งหากคุณมีส่วนขยายมากขึ้น ราคาเสนอสูงขึ้น หรืองบประมาณสูงขึ้น ส่วนแบ่งการคลิกของคุณจะเป็น 20% แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: ใช้อัตราการคลิกผ่าน (CTR) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพข้อความโฆษณาต่อไป ใช้ส่วนแบ่งการคลิกเพื่อดูโอกาสในการเพิ่มจำนวนคลิกด้วยการเพิ่มส่วนขยาย ราคาเสนอ หรืองบประมาณ ใช้ส่วนแบ่งการแสดงผลเพื่อดูโอกาสในการเพิ่มจำนวนการแสดงผลด้วยการเพิ่มราคาเสนอหรืองบประมาณ  ส่วนแบ่งการคลิกจะพร้อมให้ใช้งานที่ระดับแคมเปญ กลุ่มโฆษณา และคีย์เวิร์ดในแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า  โพสต์โดย Pallavi Naresh ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  39. 39
    การติดตามพร้อมกันจะเริ่มให้บริการบนแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์และวิดีโอในวันที่ 1 พฤษภาคม 2019
    11 กุมภาพันธ์ 2019
    หน้า Landing Page ที่โหลดได้อย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เข้าชม 53% จะออกจากเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่หากใช้เวลาโหลดนานเกิน 3 วินาที1 การติดตามพร้อมกันจะช่วยให้ระบบนำผู้ใช้ไปยังหน้า Landing Page ของคุณทันทีหลังจากที่คลิกโฆษณา โดยที่เบราว์เซอร์ของผู้ใช้จะประมวลผลคำขอวัดคลิกอยู่ในเบื้องหลังไปพร้อมกัน เมื่อปีที่แล้ว เราได้ประกาศว่าการใช้งานการติดตามพร้อมกันจะครอบคลุมถึงแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์และวิดีโอในเดือนมีนาคม 2019 โดยตอนนี้การติดตามพร้อมกันจะเริ่มให้บริการในแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์และวิดีโอตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2019 เป็นต้นไป ฉะนั้นผู้ลงโฆษณาจึงจะมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้นก่อนที่การติดตามพร้อมกันจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นในแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์และวิดีโอทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2019 เป็นต้นไป  หากต้องการเปลี่ยนแปลง URL ของโฆษณา คุณจะต้องส่งโฆษณาเข้ารับการตรวจสอบ ดังนั้นโปรดติดต่อผู้ให้บริการการวัดคลิกโดยเร็วที่สุด หากคุณมีแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์และวิดีโอในหลายๆ บัญชี เราขอแนะนำให้เว้นระยะการเปลี่ยนแปลงทีละหลายๆ วัน คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลการติดตามพร้อมกันเพิ่มเติม โพสต์โดย Prashant Nair ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads   1. ข้อมูลของ Google, ทั่วโลก, n=ข้อมูลจาก Google Analytics 3,700 รายการที่รวบรวมแบบไม่ระบุตัวตนจากการสุ่มตัวอย่างของเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่เลือกแชร์ข้อมูลเปรียบเทียบ, มีนาคม 2016
    อ่านเพิ่มเติม
  40. 40
    วิธีอื่นๆ ที่ช่วยผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ด้วย TrueView for Action
    5 กุมภาพันธ์ 2019
    ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2019 ผู้ลงโฆษณาจากทั่วโลกที่ใช้ TrueView for Action อยู่จะเปลี่ยนมาใช้การเสนอราคาแบบเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดได้ กลยุทธ์ Smart Bidding นี้ใช้แมชชีนเลิร์นนิงของ Google เพื่อช่วยให้คุณได้รับปริมาณ Conversion มากที่สุดเท่าที่ยังอยู่ในงบประมาณของแคมเปญและยังไม่ต้องเสียเวลาไปกับการตั้งค่าอีกด้วย พูดง่ายๆ คือ การเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่ช่วยให้การกระทำในเว็บไซต์ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจของคุณอย่างการจองการเดินทาง การนัดเวลาทดลองขับขี่ หรือการขอข้อมูลเพิ่มเติม มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้ลงโฆษณาที่ยังไม่เคยทดลองใช้ TrueView for Action หรือกำลังจะใช้แคมเปญที่ทุ่มเงินลงไปมากในช่วงเวลาสั้นๆ การเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดอาจเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับคุณ และเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับแคมเปญที่ไม่เป็นไปตามเณฑ์ซึ่งแนะนำให้มี Conversion สัปดาห์ละ 50 รายการสำหรับการเสนอราคาแบบต้นทุนต่อการดำเนินการ (CPA) เป้าหมาย คุณอาจเลือกใช้ CPA เป้าหมาย ก็ได้หากมีเป้าหมาย ROI สำหรับแคมเปญวิดีโอ การเสนอราคา CPA เป้าหมายจะตั้งราคาเสนอในแต่ละการประมูลให้โดยอัตโนมัติเหมือนกันกับการเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด แต่จะมีเป้าหมายเป็นการผลักดันให้เกิด Conversion ตาม CPA เป้าหมายที่คุณตั้งไว้ แทนที่จะเป็นการใช้จ่ายให้เต็มงบประมาณเพื่อให้เกิดจำนวน Conversion มากที่สุด หากต้องการเริ่มใช้การเสนอราคาแบบเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดหรือ CPA เป้าหมายกับ TrueView for Action โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ โพสต์โดย Nicky Rettke ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของโฆษณา YouTube 
    อ่านเพิ่มเติม
  41. 41
    กลุ่มเป้าหมายขยายและฟีเจอร์การซื้อสำหรับโฆษณา Masthead ของ YouTube
    4 กุมภาพันธ์ 2019
    ทุกปีหลังจบ Big Game แฟนฟุตบอลจะเข้าไปดูโฆษณาที่ชื่นชอบหรืออะไรที่พลาดไปกันอีกครั้งใน YouTube สำหรับแบรนด์ นี่คือโอกาสที่ดีมากที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมหาศาลซึ่งหาไม่ได้ในที่อื่น วิธีหนึ่งที่ยอดเยี่ยมมากคือการใช้โฆษณา Masthead ของ YouTube ซึ่งเป็นรูปแบบวิดีโอซึ่งปรากฏที่ด้านบนของฟีดบนหน้าแรกของ YouTube บนอุปกรณ์เคลื่อนที่และเดสก์ท็อป ฟีดบนหน้าแรกได้กลายเป็นปลายทางสำหรับผู้ใช้ของเราในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ด้วยความที่เวลาในการดูจากเนื้อหาที่พบนั้นเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา1 ฟีเจอร์ใหม่อย่างเล่นอัตโนมัติบนหน้าแรก ซึ่งช่วยให้ผู้คนดูตัวอย่างและดูวิดีโอได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่มีเสียง ทำให้พวกเขาได้ค้นพบและมีส่วนร่วมกับแบรนด์โปรด วิดีโอโปรด หรือครีเอเตอร์คนโปรดต่อไปได้ง่ายขึ้น ในอดีต โฆษณา Masthead จะถูกจองไว้โดยผู้ลงโฆษณาหนึ่งรายต่อประเทศโดยพิจารณาจากราคาต่อวัน (CPD) ขณะนี้เรากำลังทดลองวิธีการซื้ออีกวิธีเพื่อขยายโอกาสในจุดโฆษณาที่โดดเด่นที่สุดของฟีดบนหน้าแรกของ YouTube นี้ ในรุ่นเบต้าผู้ลงโฆษณาจะซื้อโฆษณา Masthead ในราคาต่อพันครั้ง (CPM) และกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้ดูโฆษณานั้นได้ ตำแหน่งโฆษณาจะยังคงเป็นแบบสงวนไว้เพื่อการซื้อ พร้อมการรับประกันการแสดงผลในแคมเปญซึ่งมีตั้งแต่วันเดียวไปจนถึง 7 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าแบรนด์จะผลักดันให้เกิดการเห็นโฆษณาตามที่ต้องการในวันที่สำคัญที่สุดได้ นอกจากเพิ่มการเข้าถึงคนจำนวนมากแล้ว โฆษณา Masthead ยังเป็นที่น่าจดจำและมีประสิทธิภาพ ด้วยความที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อกการจำโฆษณาได้ โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 92% และยังเพิ่มความตั้งใจในการซื้อ2 46% โดยเฉลี่ย แบรนด์ต่างๆ อย่าง TurboTax ใช้ประโยชน์จากโฆษณา Masthead เพื่อขยายการเข้าถึงให้กับแคมเปญ TurboTax ของ Intuit ได้ไปที่ NFL Super Bowl เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน TurboTax จองโฆษณา Masthead แบบ CPD ให้แสดงโฆษณาในวันจันทร์ก่อน Big Game โดยใช้โฆษณาวิดีโอที่เน้นว่าผู้คนสามารถยื่นภาษีได้ง่ายๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้วย TurboTax Free Edition บริษัทประกบตำแหน่งโฆษณาแรกด้วยโฆษณา Masthead และโฆษณาวิดีโอที่แนะนำ TurboTax Live ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้เสียภาษีคลิกและเชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีที่ผ่านการรับรองได้อย่างง่ายดายบนหน้าจอ “โฆษณา Masthead ของ YouTube เป็นเครื่องมือสำคัญในกลยุทธ์ Super Bowl แบบครบวงจรของเราในปีนี้เมื่อดูจากสเกลที่ใหญ่ จังหวะ และความเกี่ยวข้อง โฆษณา Masthead เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่จะแนะนำวิธีจัดการภาษีแบบใหม่ด้วย TurboTax Live ซึ่งขณะนี้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) และตัวแทนผู้เสียภาษีที่มีใบรับรองจาก IRS ตามความต้องการ โฆษณา Masthead ทำงานในเวลาที่เหมาะสมและมีความเกี่ยวข้องซึ่งจะทำให้ได้รับความสนใจบน YouTube ที่เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด ในวันถัดจากงาน Super Bowl ซึ่งเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลและการโฆษณา" Cathleen Ryan ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแห่ง TurboTax กล่าว  โฆษณา Masthead บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของ TurboTax ความยืดหยุ่นในการซื้อ CPM ที่เพิ่มขึ้นบวกกับความน่าสนใจของฟีดบนหน้าแรกของ YouTube ทำให้โฆษณา Masthead สร้างผลลัพธ์ได้มากอย่างที่ไม่เคยมาก่อน ดูตัวอย่างโฆษณา Masthead ที่มีเนื้อหาและการปรับแต่งของคุณเองได้ที่นี่ ติดต่อฝ่ายขายของ Google สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่งโฆษณานี้ โพสต์โดย Amy Vaduthalakuzhy ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของโฆษณา YouTube   1. ข้อมูลภายในของ YouTube, ทั่วโลก, มกราคม 2015 กับมกราคม 2018 2. Google/Ipsos Lab Experiment, สหรัฐอเมริกา, โฆษณา 30 รายการทดสอบกับผู้อยู่อาศัย 3,000 คนในสหรัฐอเมริกา อายุ 18-64 ปี สหรัฐอเมริกา, มีนาคม 2018
    อ่านเพิ่มเติม
  42. 42
    ใช้งานบัญชีได้เต็มศักยภาพด้วยคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพ
    31 มกราคม 2019
    ในเดือนสิงหาคม เราได้เปิดตัวคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพที่ช่วยให้คุณเข้าใจถึงศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพของบัญชี คะแนนนี้อยู่ในหน้าคำแนะนำ ซึ่งคุณจะนำมาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพบัญชีได้ผ่านการดำเนินการที่แนะนำ เช่น การหยุดคีย์เวิร์ดชั่วคราว การเพิ่มโฆษณา หรือการเปิดใช้การเสนอราคาอัตโนมัติ ใช้คำแนะนำที่ได้เพื่อเพิ่ม Conversion และรายได้ของคุณ คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพมีตั้งแต่ 0-100% โดย 100% หมายความว่าคุณกำลังใช้ประโยชน์จากโอกาสทั้งหมดที่มี ณ ขณะนั้นได้ ใช้คะแนนนี้ที่ระดับแคมเปญ บัญชี หรือบัญชีดูแลจัดการ ในตัวอย่างด้านล่าง บัญชีนี้ได้รับคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพที่ 76.7% การดำเนินการกับคำแนะนำแต่ละรายการ (โดยการใช้หรือปิดคำแนะนำ) จะทำให้บัญชีมีโอกาสได้คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพเป็น 100% คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพได้ช่วยปรับปรุงบัญชีจำนวนมาก เช่น Hanapin Marketing เอเจนซีการตลาดดิจิทัลผู้อยู่เบื้องหลังบล็อก PPC Hero ได้วางหน้าคำแนะนำไว้เป็นส่วนสำคัญของกิจวัตรการจัดการบัญชี ในบัญชีหนึ่ง มีคำแนะนำที่แนะนำให้แคมเปญหนึ่งเปลี่ยนกลยุทธ์จาก CPC ที่ปรับปรุงแล้วไปใช้กลยุทธ์เพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดโดยอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่งผลให้ Conversion เพิ่มขึ้น 44% และ CPA ลดลง 32% Wpromote เอเจนซีการตลาดดิจิทัล ใช้คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อหาโอกาสให้บัญชีเติบโตขึ้นไปพร้อมกับบรรลุเป้าหมายประสิทธิภาพต่อไปได้ ในบัญชีหนึ่ง Wpromote ใช้คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การเสนอราคา หลังจากใช้การเสนอราคา CPA เป้าหมายในแคมเปญรีมาร์เก็ตติ้ง Wpromote พบว่า Conversion เพิ่มขึ้น 20% ขณะที่ CPA ลดลง 16% หากต้องการใช้คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพ ให้ไปที่หน้าคำแนะนำในบัญชี หากต้องการเพิ่มโอกาสสู่ความสำเร็จใน Google Ads ให้ได้สูงสุดโดยใช้คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพ ดูแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดที่เราเผยแพร่ไว้เมื่อเร็วๆ นี้ โพสต์โดย Blake Reese ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  43. 43
    วิธีใหม่ในการวัดยอดขายที่เพิ่มขึ้นใน YouTube
    30 มกราคม 2019
    YouTube เราเชื่อเสมอว่าคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเมื่อให้ความสำคัญกับผู้ใช้เป็นอันดับแรก การเสนอศูนย์รวมเนื้อหาวิดีโอที่น่าสนใจแก่ผู้ชมจะช่วยให้เรานำเสนอวิธีเข้าถึงลูกค้าวิธีใหม่ๆ ซึ่งตรงกับความต้องการและเป็นประโยชน์สำหรับลูกค้าของพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้ลงโฆษณาได้ สถานการณ์ที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายนี้เองช่วยให้ YouTube สร้างผลกระทบที่มีประสิทธิภาพในวงกว้างได้ เมื่อดูงานศึกษาวิจัยแบบ Matched Panel Analysis (MPA) ของ Nielsen ที่เราใช้มาจนทุกวันนี้จะเห็นว่าแคมเปญ YouTube กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ช่วยเพิ่มยอดขายออฟไลน์ได้อย่างมาก1 เราตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องรับผิดชอบด้านเครื่องมือการวัดของบุคคลที่หนึ่งและบุคคลที่สาม จึงได้เปิดตัวพาร์ทเนอร์การวัดผลของ Google ไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโปรแกรมที่รวบรวมพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจทั้งรายใหม่และที่มีอยู่เพื่อให้แบรนด์ต่างๆ มีตัวเลือกที่หลากหลายในการวัดผลของสื่อโฆษณา พาร์ทเนอร์การวัดผลของ Google มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานที่เข้มงวดด้านความแม่นยำและใช้วิธีการที่เชื่อถือได้ในการวัด KPI ที่นักการตลาดสนใจ นอกจากนี้เรายังทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าโซลูชันต่างๆ ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แรงผลักดันนี้ช่วยให้เราขยายการวัดยอดขายที่เพิ่มขึ้นไปยัง Nielsen Catalina Solutions ได้แล้ว ขณะนี้ผู้ลงโฆษณาสินค้าบรรจุภัณฑ์เพื่อการบริโภคในสหรัฐอเมริกามีพาร์ทเนอร์ใหม่ที่จะช่วยวัดผลจากการรวบรวมข้อมูลว่าแคมเปญ YouTube ของตนมีประสิทธิภาพเพียงใดในการกระตุ้นให้ผู้บริโภคหยิบผลิตภัณฑ์จากชั้นวาง นี่เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนอย่างต่อเนื่องของเราเพื่อรับรองว่าผู้ลงโฆษณาจะวัดสื่อ YouTube ได้อย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัวด้วยโซลูชันการวัดผลของบุคคลที่สามที่เชื่อถือได้ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nielsen Catalina Solutions และพาร์ทเนอร์การวัดผลรายอื่นๆ ของ Google ได้ที่นี่ โพสต์โดย Shreenath Regunathan ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ด้านการวัดผลของ Google Ads https://measurementpartners.google.com/partners/   1. Commissioned Nielsen Matched Panel Analyses - ฐานคือแคมเปญ YouTube 55 แคมเปญตั้งแต่ปี 2016-2017 ใน 9 ประเทศ นับตามกลยุทธ์ที่ได้รับการทดสอบแล้วโดยมีการเพิ่มที่อิงจากความสำคัญทางเดียว >80 เปอร์เซ็นต์
    อ่านเพิ่มเติม
  44. 44
    การขยายให้ผู้ลงโฆษณาเข้าถึงโฆษณาวิดีโอยาว 15 วินาทีที่ข้ามไม่ได้
    22 มกราคม 2019
    วิดีโอดิจิทัลซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่โฆษณาบัมเปอร์ยาว 6 วินาทีไปจนถึงโฆษณาวิดีโอยาว 30 วินาทีที่ข้ามได้ ล้วนช่วยให้ผู้ลงโฆษณาใช้ประโยชน์จากโฆษณาที่มีความยาวต่างกันและให้ประสบการณ์รับชมอันหลากหลายเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายของการสื่อสาร ผู้ลงโฆษณาเลือกใช้โฆษณาที่ยาวกว่านี้มากซึ่งมาพร้อมกับปุ่มข้ามโฆษณาได้ และโฆษณาในแต่ละรูปแบบก็ทำหน้าที่แตกต่างกันไปในแคมเปญสื่อของแบรนด์ โฆษณายาว 15 วินาทีที่ข้ามไม่ได้ถือเป็นหัวใจสำคัญในส่วนผสมรูปแบบของ YouTube มาตั้งแต่เมื่อเริ่มเปิดแพลตฟอร์มนี้ แต่เราเปิดให้ใช้งานโฆษณารูปแบบนี้ได้เฉพาะผู้ลงโฆษณาที่ใช้งานผ่านการจองใน YouTube ซึ่งเป็นวิธีการเลือกใช้งานข้อเสนออย่าง Google Preferred โดยผู้ลงโฆษณา ในวันนี้ เรากำลังขยายให้ผู้ลงโฆษณาที่ใช้แคมเปญการประมูลอยู่เข้าถึงโฆษณารูปแบบนี้ได้ และนำโฆษณายาว 15 วินาทีที่ข้ามไม่ได้มาสู่ Google Ads และ Display & Video 360 ทั่วทั้ง YouTube และพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google เนื่องจากเห็นว่าผู้ลงโฆษณาควรเข้าถึงโฆษณาได้ทุกตัวเลือก ไม่ว่าจะซื้อล่วงหน้าผ่านการจองหรือจะได้จากการประมูล Google Ads ก็ตาม ในขณะเดียวกัน เรายังใช้การป้องกันในระบบโฆษณาของเราต่อไปเพื่อจำกัดจำนวนโฆษณาที่ผู้ใช้เห็น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์รับชมที่ยอดเยี่ยมจาก YouTube โดยรวมแล้ว นี่คือความก้าวหน้าอีกครั้งเพื่อไปสู่ประสบการณ์การซื้อโฆษณาที่ยืดหยุ่นและง่ายกว่าเดิม ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาทุกคนเข้าถึงโฆษณาได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะซื้อโฆษณาด้วยวิธีใด เราจะเริ่มเพิ่มรูปแบบโฆษณาตั้งแต่วันนี้ และคุณจะเข้าถึงได้อย่างเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่สัปดาห์ หากต้องการใช้โฆษณาวิดีโอยาว 15 วินาทีที่ข้ามไม่ได้ในกลยุทธ์ของคุณ โปรดไปที่ Google Ads หรือ Display & Video 360 เพื่อตั้งค่าแคมเปญใหม่ และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในศูนย์ช่วยเหลือได้ที่นี่   โพสต์โดย Ali Miller ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์โฆษณาวิดีโอ
    อ่านเพิ่มเติม
  45. 45
    รับ Conversion เพิ่มขึ้นช่วงปีใหม่ด้วยฟีเจอร์ล่าสุดของโฆษณาแบบดิสเพลย์
    18 ธันวาคม 2018
    มีผู้เลือกซื้อ 61% ที่สนใจซื้อสินค้าจากผู้ค้าปลีกรายใหม่ในช่วงเทศกาลวันหยุด คุณจึงจำเป็นต้องเตรียมแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์ให้พร้อมสำหรับความสำเร็จตลอดปีที่จะมาถึง เราจะแชร์วิธีใหม่ 3 วิธีที่จะทำให้คุณได้รับ Conversion มากขึ้น เพื่อช่วยคุณเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงที่สุดในช่วงเทศกาลที่ผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก เข้าถึงผู้เลือกซื้อมากขึ้นโดยใช้งบประมาณเท่าเดิม นักการตลาดมักเพิ่มราคาเสนอช่วงปลายเดือนหรือสร้างแคมเปญเพื่อใช้งบประมาณให้คุ้มค่าที่สุด วิธีนี้อาจใช้เวลานานและมักจะคาดการณ์ผลลัพธ์ไม่ค่อยได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้สร้างเครื่องมือขยายกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยขยายการเข้าถึงเพื่อเพิ่ม Conversion ให้มากขึ้นโดยใช้ราคาต่อหนึ่งการกระทำ (CPA) โดยเฉลี่ยเท่าเดิม เราปรับปรุงเครื่องมือนี้เพิ่มเติมได้เพราะความคิดเห็นของคุณ ตอนนี้คุณเพิ่มหรือลดการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดยิ่งขึ้นและดูค่าประมาณการแสดงผลรายสัปดาห์ได้ตามสิ่งที่คุณเลือก เพียงเลื่อนแถบเลื่อนเพื่อดูจำนวนการแสดงผลที่คุณอาจได้รับจากประสิทธิภาพที่นำมาเปรียบเทียบได้ แล้วคลิก "บันทึก"   การตั้งค่าการขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่สำหรับแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์   ผู้ลงโฆษณาที่ใช้เครื่องมือนี้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์พบว่าได้รับ Conversion เพิ่มขึ้นสูงสุด 50% จากการลงทุนที่เท่ากัน1 แสดงผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ารายใหม่ เราเพิ่งเปิดตัวฟีเจอร์การหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิกเพื่อช่วยให้คุณได้แสดงผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่ใช่ตามความเหมาะสม เมื่อเทียบกับรีมาร์เก็ตติ้งแบบไดนามิกที่แสดงผลิตภัณฑ์โดยอิงจากการโต้ตอบที่ผ่านมากับเว็บไซต์ของคุณแล้ว การหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิกจะใช้ฟีดผลิตภัณฑ์เพื่อแสดงผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เลือกซื้อตามการโต้ตอบที่ผ่านมาใน Google และไซต์ของผู้เผยแพร่โฆษณารายอื่นๆ Google Ads ใช้แมชชีนเลิร์นนิงในการประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในฟีดข้อมูลเพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากที่สุดและมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิด Conversion แม้ว่าจะยังไม่เคยเข้าชมเว็บไซต์ของคุณก็ตาม หากต้องการเพิ่มการหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิก เพียงลิงก์ฟีดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่กับแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์ ผู้ลงโฆษณาที่ได้เชื่อมโยงฟีดกับแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์พบว่าได้รับ ROI เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 20%2 เข้าถึงลูกค้าที่คุณต้องการให้มากขึ้น หากคุณมีสินค้าคงคลังของผลิตภัณฑ์จำนวนมากหรือมีลูกค้าหลายประเภทที่ต้องการเข้าถึงในช่วงปีใหม่ ขอแนะนำให้ใช้กลุ่มเป้าหมายตามความตั้งใจที่กำหนดเองเพราะจะช่วยคุณประหยัดเวลาในขณะที่ยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงมากที่สุดได้ เพียงป้อนคีย์เวิร์ด URL หรือแอป Google ก็จะแสดงกลุ่มที่แนะนำให้คุณเพิ่มลงในแคมเปญ เพื่อช่วยประหยัดเวลามากยิ่งขึ้น ตอนนี้คุณเลือกจากกลุ่มใหม่นับพันกลุ่มที่สร้างโดยอัตโนมัติโดยอิงจากบัญชีของคุณได้แล้ว การใช้กลุ่มเหล่านี้ เช่น สินค้าท้องถิ่นหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้คุณไม่ต้องจัดการคีย์เวิร์ดนับร้อยหรือนับพันรายการเพื่อเข้าถึงลูกค้าที่ต้องการ   เลือกจากกลุ่มที่สร้างโดยอัตโนมัตินับพันรายการโดยใช้กลุ่มเป้าหมายตามความตั้งใจที่กำหนดเอง   โพสต์โดย Tris Warkentin ผู้จัดการผลิตภัณฑ์โฆษณาแบบดิสเพลย์     1. ข้อมูลภายในของ Google สำหรับกรอบเวลา Conversion 1 รอบ (ตามการตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion ของผู้โฆษณา เช่น 30 วัน) ทั่วโลก, พฤศจิกายน 2018 2. ข้อมูลภายในของ Google ทั่วโลก, กันยายน 2017 ซึ่งไม่ได้รับประกันว่าประสิทธิภาพจะดีขึ้น
    อ่านเพิ่มเติม
  46. 46
    แนะนำการจ่ายสำหรับ Conversion ในแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์
    13 ธันวาคม 2018
    ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณเลือกที่จะจ่ายสำหรับ Conversion แทนการจ่ายสำหรับคลิกได้เมื่อใช้แคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์ การจ่ายสำหรับ Conversion หมายถึงคุณจะจ่ายเฉพาะเมื่อลูกค้าทำ Conversion ในเว็บไซต์หรือแอป และจะไม่ต้องจ่ายมากกว่าต้นทุนต่อการดำเนินการ (CPA) เป้าหมายเลย  สมมุติว่า CPA เป้าหมายคือ $10 และคุณได้รับ Conversion 30 รายการในช่วงสุดสัปดาห์ ก็จะต้องจ่ายเงิน $300 ซึ่งมี CPA จริงอยู่ที่ $10 และจะไม่มีการเรียกเก็บเงินสำหรับคลิกหรือการแสดงผล  ตัวเลือกจ่ายสำหรับ Conversion จะใช้ได้ต่อเมื่อคุณใช้ CPA เป้าหมายกับแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์เท่านั้น หากต้องการเริ่มต้นใช้งาน โปรดไปที่ศูนย์ช่วยเหลือ   จ่ายเงินสำหรับ Conversion ในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ Google Ads   โพสต์โดย Brent Besson ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  47. 47
    มีส่วนขยายใหม่เกี่ยวกับคำกระตุ้นการตัดสินใจให้คุณใช้ได้กับโฆษณาวิดีโอ
    11 ธันวาคม 2018
    การสร้างวิดีโอแบบอินเทอร์แอกทีฟที่มีฟีเจอร์อย่าง End Screen และคำกระตุ้นการตัดสินใจ (Call-to-action) จะช่วยให้ผู้ชมได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์หรือบริการของคุณ แล้วทำการกระทำที่เกี่ยวข้องได้ เราจะยกเลิกโฆษณาซ้อนทับกระตุ้นการตัดสินใจ (Call-to-action Overlay) ของ YouTube ในเดือนมกราคม 2019 และเปิดตัวส่วนขยายคำกระตุ้นการตัดสินใจแบบใหม่ เพื่อปรับฟีเจอร์อินเทอร์แอกทีฟในโฆษณาวิดีโอให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น หากคุณมีจุดประสงค์หลักเพื่อผลักดันให้เกิด Conversion หรือคลิกมาที่เว็บไซต์ของคุณ เราขอแนะนำให้ใช้ TrueView for Action ซึ่งเป็นรูปแบบโฆษณาที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ในตัวอย่างคำกระตุ้นการตัดสินใจที่จะแสดงในระหว่างและหลังจากแสดงโฆษณา นับเป็นตัวอย่างที่ดีเกี่ยวกับวิธีใช้องค์ประกอบแบบอินเทอร์แอกทีฟเพื่อช่วยปรับปรุงการมีส่วนร่วมของผู้ชม และช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายทางการตลาดได้ดีกว่าเดิม หากคุณต้องการเสนอคำกระตุ้นการตัดสินใจ แต่มีวัตถุประสงค์หลักเป็นสิ่งอื่นที่ไม่ใช่การคลิกหรือ Conversion (เช่น การรับรู้หรือการนำไปคิดพิจารณา) เราขอเสนอส่วนขยายใหม่เกี่ยวกับคำกระตุ้นการตัดสินใจที่ใช้ได้กับโฆษณา TrueView ในสตรีม และจะใช้ได้กับโฆษณาแบบกันชน และโฆษณา TrueView Video Discovery ในอนาคต  คุณยังใช้ End Screen และการ์ดต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการโต้ตอบกับวิดีโอทั่วไปได้  เรียนรู้วิธีตั้งค่าส่วนขยายคำกระตุ้นการตัดสินใจสำหรับแคมเปญ TrueView ในสตรีมได้ที่นี่ ตัวอย่างของโฆษณา TrueView ในสตรีมที่มีส่วนขยายคำกระตุ้นการตัดสินใจ   โพสต์โดย JR Futrell ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของโฆษณาวิดีโอ
    อ่านเพิ่มเติม
  48. 48
    การสนับสนุนด้านภาษาเพิ่มเติมและเครื่องมือใหม่สำหรับโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท
    5 ธันวาคม 2018
    โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความสามารถของแมชชีนเลิร์นนิงจาก Google เพื่อช่วยให้คุณเสนอโฆษณาได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทพร้อมให้บริการเพิ่มขึ้น 10 ภาษาต่อไปนี้ เดนมาร์ก ดัตช์ อิตาลี ญี่ปุ่น นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส รัสเซีย สวีเดน ตุรกี นอกจากนี้เราขอแนะนำเครื่องมือการรายงานและแสดงความคิดเห็นใหม่ 4 รายการเพื่อช่วยคุณสร้างโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดูบรรทัดแรกและคำอธิบายที่แนะนำเมื่อสร้างโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท คำแนะนำเหล่านี้กำลังจะปล่อยออกมาเป็นภาษาอังกฤษในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และจะมีภาษาอื่นๆ ตามมา รับความคิดเห็นแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับคุณภาพของโฆษณาเมื่อสร้างโฆษณา และระบุโอกาสในการปรับปรุงก่อนที่โฆษณาจะเริ่มทำงาน  ตรวจสอบการอัปเดตคุณภาพของโฆษณาในคอลัมน์สถานะเพื่อดูว่าโฆษณาสูญเสียการแสดงผลหรือไม่ได้รับอนุมัติหรือไม่  นำเข้าบรรทัดแรกและคำอธิบายจากโฆษณาแบบข้อความที่มีอยู่ไปยังโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทในกลุ่มโฆษณาเดียวกัน เครื่องมือนี้จะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าและจะช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาได้ง่ายขึ้น แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: เราพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วผู้ลงโฆษณาที่ใส่บรรทัดแรกและคำอธิบายจากโฆษณาแบบข้อความที่มีอยู่ในโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทจะได้รับคลิกมากขึ้นถึง 10%1 จากการศึกษาเราพบว่าด้วยการเขียนโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทซึ่งใช้ข้อความโฆษณาทั้งใหม่และที่มีอยู่เดิมนั้น Dell ได้รับการคลิกและ Conversion เพิ่มขึ้น 25% ในแคมเปญเกม หากต้องการเริ่มต้นใช้งานโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท โปรดดูคำแนะนำที่เป็นประโยชน์นี้ โพสต์โดย Sylvanus Bent ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads   1. การทดสอบของ Google, ทั่วโลก, พฤศจิกายน 2018
    อ่านเพิ่มเติม
  49. 49
    การขยายขอบเขตของรายงานการโทรเข้าและข้อความ
    27 พฤศจิกายน 2018
    เริ่มตั้งแต่สัปดาห์นี้ การโทรเข้าจากส่วนขยายสถานที่ตั้งจะนับเป็น Conversion ทันทีที่คุณเปิดใช้งานการรายงานจำนวนการโทรเข้าในระดับบัญชี ระยะเวลาตามเริ่มต้นของการโทรเข้าที่จะนับเป็น Conversion คือ 60 วินาที แต่คุณเปลี่ยนค่าดังกล่าวให้เป็นไปตามเป้าหมายทางธุรกิจได้ตลอดเวลา การวัดการโทรเข้าซึ่งใช้เวลาคุยสายนานตามที่กำหนดนั้นมีประโยชน์ตรงที่ใช้เป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าแคมเปญ โฆษณา และคีย์เวิร์ดใดที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการโต้ตอบที่มีคุณภาพมากที่สุดกับลูกค้า นอกจากนั้น เรายังเพิ่มรายงานจำนวนการโทรเข้าและข้อความลงในแท็บส่วนขยายหลักใน Google Ads อีกด้วย เพื่อให้คุณได้เห็นผลกระตุ้นยอดการโทรและข้อความของส่วนขยายแต่ละรายการ โปรดลองดูเมตริกใหม่ๆ เช่น อัตราการโทรผ่านและอัตราการแชท เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรายงานจำนวนการโทรเข้าและส่วนขยายสถานที่ตั้ง สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติมและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการกระตุ้นการโทรด้วย Google Ads โปรดอ่านคำแนะนำฉบับปรับปรุง โพสต์โดย Michael Russo ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  50. 50
    เรากำลังจะทดสอบพ็อดโฆษณาใน YouTube แล้ว
    21 พฤศจิกายน 2018
    การวิจัยประสบการณ์ของผู้ใช้ล่าสุดของเราพบว่า นอกเหนือจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความยาวของโฆษณาแล้ว ผู้ชมยังค่อนข้างรู้สึกถึงความถี่ของช่วงพักโฆษณาได้เร็วอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงพักที่มาคั่นช่วงการรับชมนานๆ การวิจัยนี้ยังช่วยให้เราได้เรียนรู้อีกว่าการลดการขัดจังหวะนั้นมีความสัมพันธ์กับเมตริกผู้ใช้ที่ดีขึ้น ซึ่งรวมถึงอัตราที่ลดลงของการละทิ้งเนื้อหาและอัตราการดูโฆษณาที่สูงขึ้น เราจึงได้นำสิ่งที่เรียนรู้มาปรับใช้โดยจะเริ่มทดสอบพ็อดโฆษณาสองแบบที่เรียงซ้อนกันอยู่ และให้ผู้ชมเลือกข้ามไปที่เนื้อหาได้โดยตรงเลยหากไม่ใช่โฆษณาที่เหมาะสมกับตนเอง ข้อดีของโซลูชันนี้ก็คือ เมื่อผู้ใช้ดูโฆษณาสองตัวในช่วงพัก ผู้ใช้จะมีแนวโน้มน้อยลงในการถูกขัดจังหวะให้รับชมโฆษณาอีกในภายหลัง ประสบการณ์ใหม่นี้ที่เริ่มเปิดตัวบนเดสก์ท็อปไปแล้วในปีนี้ แล้วจะตามมาด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่และหน้าจอทีวี มีเป้าหมายเพื่อปรับให้เข้ากับความต้องการของผู้ชม ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ผู้ลงโฆษณาเชื่อมต่อกับผู้ชมที่สำคัญที่สุดได้อีกด้วย อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่การพัฒนารูปแบบผู้ใช้จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ในการโฆษณาบน YouTube ได้ที่นี่   ตัวอย่างประสบการณ์พ็อดโฆษณาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่
    อ่านเพิ่มเติม
  51. 51
    ใช้โฆษณาวิดีโอต่อเนื่องเพื่อบอกเล่าเรื่องราวผ่านหน้าจอและโฆษณารูปแบบต่างๆ
    16 พฤศจิกายน 2018
    ตามที่เราได้แนะนำไว้ก่อนหน้านี้ โฆษณาวิดีโอต่อเนื่องคือเครื่องมือที่ช่วยให้นักการตลาดทลายข้อจำกัดของสปอตโฆษณาเดี่ยวๆ ค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องผ่านอุปกรณ์และโฆษณารูปแบบต่างๆ และวันนี้ เรายินดีอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ทราบว่าเครื่องมือนี้พร้อมให้ใช้งานทั่วโลกใน Google Ads แล้ว โฆษณาวิดีโอต่อเนื่องจะให้ผลลัพธ์ต่อแบรนด์ในทุกขนาด อุตสาหกรรม และวัตถุประสงค์ทางการตลาด การวิจัยล่าสุดของเราแสดงให้เห็นว่าวิดีโอที่แสดงเป็นลำดับต่อเนื่องช่วยเพิ่มอัตราการดูโฆษณาจนจบได้เป็นอย่างมาก และในการศึกษาครั้งใหม่ร่วมกับ Ipsos เราก็ได้พบว่าการวางลำดับโฆษณายาว 6 วินาทีต่อด้วยโฆษณาแบบ TrueView จะช่วยยกระดับความสนใจที่มีต่อแบรนด์ในเส้นทางของลูกค้าได้ โดยการแสดงโฆษณายาว 6 วินาที แล้วตามด้วยโฆษณาแบบ TrueView ส่งผลต่อการจำโฆษณาได้และความตั้งใจในการซื้ออย่างมาก โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 118% และ 40% ตามลำดับ1 การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าเมื่อผู้ชมในกลุ่มเป้าหมายรายเดียวกันได้ดูเนื้อหาหลายๆ ชิ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะเกิดความสนใจ การรับรู้ และทำในสิ่งที่ผู้ลงโฆษณาต้องการ นอกจากนี้ การวิจัยของเราร่วมกับ Ipsos ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าแนวทางการใช้ครีเอทีฟโฆษณาที่แตกต่างกันก็จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราพบว่าการแสดงโฆษณาต่อเนื่องโดยใช้ครีเอทีฟโฆษณาเดียวกัน (ตัดต่อออกมาเป็นหลายๆ แบบ) จะกระตุ้นเมตริกช่องทางระดับบน เช่น การจำโฆษณาได้ ได้ดีกว่า ขณะที่การแสดงโฆษณาต่อเนื่องโดยใช้ข้อความครีเอทีฟโฆษณาที่ต่างกันจะกระตุ้นการดำเนินการ เช่น ความตั้งใจในการซื้อ ได้ดีกว่า โดยเราพบว่าการใช้ครีเอทีฟโฆษณาที่ต่างกันจะเพิ่มความตั้งใจในการซื้อได้มากกว่าการใช้ครีเอทีฟโฆษณาเดียวกันถึง 67%2 ขณะที่แบรนด์ต่างๆ ทดลองแสดงเรื่องราวแบบหลายๆ ตอนต่อผู้ชมรายเดียวกันไปเรื่อยๆ วิธีการวางลำดับเรื่องราวให้เหมาะสมต่อผู้ที่ไม่สนใจกับผู้ที่สนใจดูก็จะแตกต่างกันไป ซึ่งจะเปิดช่องให้ผู้ใช้ทำสิ่งที่มีความหมายในภายหลัง มาดูตัวอย่างจาก 20th Century Fox กัน 20th Century Fox ใช้โฆษณาวิดีโอต่อเนื่องเพื่อสร้างจินตนาการใหม่ๆ จากการเปิดตัวตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง The Greatest Showman แคมเปญนี้เพิ่มการรับรู้และการพิจารณาขึ้นถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับตัวอย่างภาพยนตร์ทั่วๆ ไปในอุตสาหกรรม ในอุตสาหกรรมสื่อที่แยกย่อยเป็นหลายส่วนในปัจจุบันนั้น พลังแห่งการเล่าเรื่องราวเพื่อดึงดูดและรักษาความสนใจเป็นสิ่งที่ใช้ได้ผลอย่างแท้จริง การใช้ความยืดหยุ่นของช่องทางดิจิทัลเพื่อบอกเล่าเรื่องราวใหม่ๆ จะช่วยให้คุณสร้างช่องทางเข้าถึงที่สำคัญ และดึงดูดความสนใจได้มากกว่าแค่การใช้ช่องทางติดต่อลูกค้าเพียงช่องทางเดียว โฆษณาวิดีโอต่อเนื่องจะช่วยตอบโจทย์คุณในเรื่องนี้ โดยช่วยให้แสดงเรื่องราวตามที่ต้องการโดยอิงตามข้อมูลความสนใจและความตั้งใจที่หลากหลายได้ง่ายขึ้น โดยที่ผู้ชมจะเห็นเรื่องราวเหล่านี้ตามลำดับไปเรื่อยๆ เริ่มแสดงโฆษณาวิดีโอต่อเนื่องได้ตั้งแต่วันนี้ เราอยากดูเรื่องราวที่คุณจะบอกเล่าเต็มแก่แล้ว! โพสต์โดย Ammar Ibrahim ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสของโฆษณาวิดีโอ     1. ที่มา: Google/Ipsos Lab Experiment สหรัฐฯ มีนาคม 2018 ลำดับวิดีโอต่อเนื่องรวม 120 รายการ 40 ลำดับต่อประเภท ชาวอเมริกันอายุ 18-64 ปี 2. ที่มา: Google/Ipsos Lab Experiment สหรัฐฯ มีนาคม 2018 ลำดับวิดีโอต่อเนื่องรวม 120 รายการ 40 ลำดับต่อประเภท ชาวอเมริกันอายุ 18-64 ปี
    อ่านเพิ่มเติม
  52. 52
    ใช้ส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมายเพื่อเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์
    15 พฤศจิกายน 2018
    ในบางสถานการณ์ การแสดงข้อความค้นหาบางรายการอาจจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ใช้ส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมายเพื่อช่วยให้แน่ใจว่าโฆษณามีเกณฑ์การแสดงผลตามที่กำหนด ส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมายอาจมีประโยชน์สำหรับแคมเปญที่มีคำที่เป็นแบรนด์ เช่น สมมุติว่าคุณต้องการให้โฆษณาแสดง 100% ตลอดเวลาเมื่อผู้ใช้ค้นหาแบรนด์ของคุณ คุณจะกำหนดส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมายให้เป็น 100% ได้และระบบจะพยายามแสดงโฆษณาให้เป็น 100% ของการประมูลในแคมเปญนั้น กลยุทธ์การเสนอราคานี้อาจเป็นประโยชน์ในการเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์ สมมติว่าคุณแสดงโฆษณาสำหรับร้านขายรองเท้าท้องถิ่น แต่คุณต้องแข่งขันกับร้านขายรองเท้าขนาดใหญ่ คุณอาจมุ่งเน้นไปที่การแสดงผลเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่าแบรนด์ของคุณจะแสดงขึ้นเมื่อลูกค้าทำการค้นหาที่สำคัญในบริเวณใกล้เคียง ส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมายจะใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์ ดังนั้นคุณควรปรับกลยุทธ์การเสนอราคาให้สอดคล้องกับเป้าหมายของแคมเปญ เป้าหมายธุรกิจ เป้าหมายแคมเปญ วิธีของ Smart Bidding เพิ่มยอดขายหรือโอกาสในการขาย ได้ Conversion มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ด้วยงบประมาณคงที่หรือ ROI คงที่ Conversion สูงสุด, CPA เป้าหมาย เพิ่มผลกำไร รับผลตอบแทนจากค่าโฆษณา (ROAS) ซึ่งเป็นระดับที่ทำกำไรได้สำหรับประเภทแคมเปญที่เฉพาะเจาะจง ROAS เป้าหมาย เพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ ได้จำนวนคลิกบนเว็บไซต์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ด้วยงบประมาณที่กำหนด จำนวนคลิกสูงสุด เพิ่มหรือสร้างการรับรู้ แสดงโฆษณาเป็นเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนของการประมูลที่มีสิทธิ์ ส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมาย   โพสต์โดย Josh Moser ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  53. 53
    ภาพ เสียง และขนาด: TrueView เพื่อการเข้าถึงพร้อมให้แบรนด์ทั่วโลกใช้งานแล้ว
    13 พฤศจิกายน 2018
    เราได้เปิดตัว TrueView เพื่อการเข้าถึงรุ่นเบต้าในเดือนเมษายนเพื่อช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใน YouTube ได้มากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นกว่าเดิม วันนี้เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่าแบรนด์ทั่วโลกใช้ TrueView เพื่อการเข้าถึงใน Google Ads และ Display & Video 360 ได้แล้ว TrueView เพื่อการเข้าถึงได้ผสมผสานรูปแบบโฆษณาในสตรีมแบบข้ามได้กับความเรียบง่ายของฟังก์ชันการซื้อตาม CPM ความสามารถในการซื้อ TrueView ในสตรีมตามต้นทุนต่อการแสดงผล (CPM) จะช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องขอบคุณระบบของ YouTube ที่เอื้อต่อการฟัง 95% และการรับชม 95% ซึ่งช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าผู้ชมจะได้รับชมและได้ยินเสียงจากโฆษณาของคุณได้1 โฆษณาแบบ TrueView เพื่อการเข้าถึงทำงานได้บน YouTube และในพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google อีกทั้งยังเหมาะสมกับแคมเปญที่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการเข้าถึงและการรับรู้ การทดสอบระยะแรกของเราพบว่าแคมเปญ TrueView เพื่อการเข้าถึง 9 จาก 10 รายการช่วยเพิ่มการจำโฆษณาได้อย่างมีนัยสำคัญ2 แบรนด์ระดับโลกประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อใช้ TrueView เพื่อการเข้าถึง Philips ทำการทดสอบแบบอิงตามภูมิศาสตร์เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าใหม่ โดยแบ่งจำนวนเงินลงทุน 25% ที่ใช้ในการโฆษณาทาง TV มาให้ TrueView เพื่อการเข้าถึงและโฆษณาบัมเปอร์ใน YouTube การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ยอดขายสินค้าแบบปลีกเพิ่มขึ้น 24% Fanta ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอายุน้อยหลายกลุ่มในเม็กซิโก เลยหันมาใช้ TrueView เพื่อการเข้าถึง แคมเปญของพวกเขาเข้าถึงคนช่วงอายุ 18-24 ปีกว่า 10 ล้านคนภายใน 1 เดือนและสร้างผลลัพธ์การสำรวจ Brand Lift ดีที่สุด รวมถึงการค้นหาทั่วไปเพิ่มขึ้น 223% หากต้องการเริ่มต้นใช้งานแคมเปญ TrueView เพื่อการเข้าถึงใน Google Ads ให้เลือกการรับรู้แบรนด์และเป้าหมายการเข้าถึง จากนั้นทำตามวิธีการเพื่อสร้างโฆษณาในสตรีมแบบข้ามได้ที่นี่ โพสต์โดย Khushbu Rathi ผู้จัดการผลิตภัณฑ์โฆษณาวิดีโอ     1. ข้อมูลแพลตฟอร์มการโฆษณาของ Google และ DoubleClick, Global, พฤษภาคม 2017 & ข้อมูลภายในของ Google, Global, August 2016 2. ที่มา: ข้อมูลภายในของ YouTube, Global, กรกฎาคม 2017
    อ่านเพิ่มเติม
  54. 54
    เวิร์กโฟลว์ใหม่ในการสร้างแคมเปญที่อิงตามเป้าหมาย
    8 พฤศจิกายน 2018
    ในปัจจุบัน ผู้ลงโฆษณาจะสร้างแคมเปญก่อนที่จะระบุเป้าหมายธุรกิจ เช่น การเพิ่มยอดขายหรือโอกาสในการขาย ตอนนี้เราได้สร้างเวิร์กโฟลว์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้ลงโฆษณากำหนดเป้าหมายได้ก่อน ซึ่งจะให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับวิธีตั้งค่าส่วนที่เหลือของแคมเปญ ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกเป้าหมายเป็นผลักดันยอดขาย เราจะแนะนำประเภทแคมเปญที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายนั้น เช่น เราจะแนะนำประเภทของแคมเปญเป็นแคมเปญในเครือข่ายการค้นหา แคมเปญบนเครือข่ายดิสเพลย์ และแคมเปญ Shopping หากคุณต้องการผลักดันยอดขาย และจะแนะนำประเภทแคมเปญเป็นแคมเปญบนเครือข่ายดิสเพลย์ แคมเปญวิดีโอ หากคุณเลือกการรับรู้ถึงแบรนด์และการทำได้ตามเป้าหมาย เป้าหมายยังส่งผลต่อคำแนะนำที่เกี่ยวข้องสำหรับการตั้งค่าแคมเปญอื่นๆ ต่อไปนี้ด้วย ประเภทย่อยแคมเปญ รูปแบบโฆษณา ส่วนขยายโฆษณา โฟกัสของการเสนอราคา หากคุณเป็นผู้ลงโฆษณาที่ต้องการสร้างกระบวนการสร้างแคมเปญที่เรียบง่ายมากขึ้นและสอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ โปรดลองใช้เวิร์กโฟลว์ใหม่นี้ โพสต์โดย Jeannie Zhang ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  55. 55
    การอัปเดตส่วนเสริมของ Google Ads ใน Google ชีต
    7 พฤศจิกายน 2018
    เราได้เปิดตัวส่วนเสริม Google Ads สำหรับ Google ชีตไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ตั้งแต่นั้นมา เราได้รับความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มากมายเกี่ยวกับฟีเจอร์นี้ เราทราบชัดเจนแล้วว่าคุณต้องการให้ข้อมูลในแผ่นงานอัปเดตโดยอัตโนมัติ เราจึงได้เพิ่มตัวเลือกในการตั้งเวลาการอัปเดตแผ่นงานเพื่อให้คุณไม่ต้องคลิกตัวเลือก "อัปเดต" ทุกครั้งที่ตรวจสอบแผ่นงาน ตอนนี้คุณตั้งเวลาเรียกใช้รายงานได้แบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน  เราทราบด้วยว่าคุณต้องการเข้าถึงรายงานอื่นๆ ผ่านส่วนเสริม ตอนนี้จึงคุณเข้าถึงรายงานประเภทต่างๆ ได้มากขึ้น ดังนี้ คีย์เวิร์ดสำหรับเครือข่ายดิสเพลย์/วิดีโอ อุปกรณ์ หน้า Landing Page การปรับราคาเสนอขั้นสูง หากยังไม่มีส่วนเสริม ก็ติดตั้งได้จากที่นี่ โพสต์โดย Abhishek Kumar ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  56. 56
    แนะนำเมตริกอันดับโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาใหม่ 4 แบบ
    6 พฤศจิกายน 2018
    การทราบตำแหน่งที่โฆษณาปรากฏในหน้าผลการค้นหามีความสำคัญ เช่น การทราบว่าโฆษณาแสดงที่ด้านบนสุดของการค้นหาบ่อย (หรือไม่บ่อย) เพียงใดช่วยให้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญของอัตราการคลิกผ่านได้ และการทราบว่าคุณได้สิทธิ์การแสดงผลที่ด้านบนของหน้าแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าควรเพิ่มราคาเสนอและคุณภาพของโฆษณาหรือไม่ อันดับเฉลี่ยไม่ได้มีไว้บอกตำแหน่งที่โฆษณาแสดงในหน้าเว็บอย่างที่เข้าใจกันโดยทั่วไป แต่มีไว้บอกอันดับที่โฆษณาของคุณแสดงเมื่อเทียบกับโฆษณาอื่นๆ ในการประมูลเพื่อแสดงโฆษณา เช่น อันดับโฆษณาที่ "1" หมายความว่าโฆษณาของคุณแสดงก่อนโฆษณาอื่นๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าอยู่ด้านบนสุดของหน้าเว็บ บางครั้งโฆษณาจะไม่ปรากฏเหนือผลการค้นหาทั่วไป ทำให้โฆษณาอันดับ "1" ปรากฏที่ด้านล่างสุดของหน้าแทน ด้วยเหตุนี้ ในช่วงสัปดาห์ต่อๆ ไปเราจะเปิดตัวเมตริกใหม่ 4 รายการที่ไม่เหมือนกับอันดับเฉลี่ยโดยทั่วไป เพราะให้ข้อมูลเชิงลึกชัดเจนว่าโฆษณาของคุณปรากฏที่ตำแหน่งใดในหน้าผลการค้นหา % การแสดงผล (ตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์) - เปอร์เซ็นต์ของการแสดงโฆษณาในตำแหน่งแรกสุดเหนือผลการค้นหาทั่วไป % การแสดงผล (ตำแหน่งบนสุด) - เปอร์เซ็นต์ของการแสดงโฆษณาในตำแหน่งใดก็ได้เหนือผลการค้นหาทั่วไป IS การค้นหา (ตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์) - การแสดงผลที่คุณได้รับในตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์ (โฆษณาแรกสุดที่อยู่เหนือผลการค้นหาทั่วไป) หารด้วยจำนวนการแสดงผลที่คุณมีสิทธิ์ได้รับในตำแหน่งบนสุดโดยประมาณ IS การค้นหา (ตำแหน่งบนสุด) - การแสดงผลที่คุณได้รับในตำแหน่งบนสุด (ตำแหน่งใดก็ตามเหนือผลการค้นหาทั่วไป) เทียบกับจำนวนการแสดงผลที่คุณมีสิทธิ์ได้รับในตำแหน่งบนสุดโดยประมาณ เมตริกสองแบบแรก "% การแสดงผล (ตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์)" และ "% การแสดงผล (ตำแหน่งบนสุด)" จะบอกตำแหน่งที่โฆษณาแสดงในหน้าเว็บ ใช้เมตริกเหล่านี้เพื่อกำหนดตำแหน่งและเวลาในการแสดงผลเหนือผลการค้นหาทั่วไป อีกสองเมตริกคือ "IS การค้นหา (ตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์)" และ "IS การค้นหา (ตำแหน่งบนสุด) " บอกถึงส่วนแบ่งของสิทธิ์ที่จะแสดงผลในตำแหน่งบนสุด เมตริกเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้โอกาสในการแสดงโฆษณาของคุณในตำแหน่งที่โดดเด่นมากขึ้น หากคุณตั้งเป้าหมายว่าจะเสนอราคาเพื่อให้ได้ตำแหน่งโฆษณาหน้าเว็บ ก็ควรใช้เมตริกเหล่านี้ เรากำลังรวมเมตริกเหล่านี้ไว้ในรูปแบบการเสนอราคาอัตโนมัติใน Google Ads  สรุปคือ หากคุณใช้อันดับเฉลี่ยเพื่อทำความเข้าใจตำแหน่งของโฆษณาในหน้าเว็บ ให้ใช้เมตริก % การแสดงผล (ตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์) และ % การแสดงผล (ตำแหน่งบนสุด) หากคุณใช้อันดับเฉลี่ยในการเสนอราคาเพื่อให้ได้ตำแหน่งโฆษณาหน้าเว็บ ก็ควรใช้เมตริก IS การค้นหา (ตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์) และ IS การค้นหา (ตำแหน่งบนสุด) โพสต์โดย Julien Jacquet ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  57. 57
    การแบ่งกลุ่มการเข้าชมร้านค้าแบบ "ผู้เข้าชมใหม่เทียบกับผู้เข้าชมที่กลับมา" พร้อมใช้งานแล้ว
    29 ตุลาคม 2018
    ผู้ลงโฆษณาที่วัดการเข้าชมร้านค้าจะเข้าใจได้ชัดเจนขึ้นว่าจำนวนการเข้าชมร้านค้ามาจากลูกค้าใหม่หรือลูกค้าที่กลับมาซื้อ ใช้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อปรับแต่งข้อความของคุณให้เหมาะสม (เช่น โปรโมตข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่) หรือปรับกลยุทธ์ทางการตลาดของคุณเพื่อช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีค่าที่สุด เช่น หากเป้าหมายทางธุรกิจของคุณคือการเพิ่มยอดขายจากลูกค้าที่มีอยู่ให้มากที่สุด ให้ระบุแคมเปญและกลุ่มโฆษณาที่เข้าถึงลูกค้าที่กลับมามากที่สุดและเน้นที่งบประมาณ การเพิ่มราคาเสนอ และการเพิ่มคีย์เวิร์ด โพสต์โดย Victor Zhu ผู้จัดการผลิตภัณฑ์การวัดผลจากช่องทางออนไลน์สู่ออฟไลน์
    อ่านเพิ่มเติม
  58. 58
    2 ฟีเจอร์ใหม่ในเครื่องมือดูตัวอย่างและวิเคราะห์โฆษณา
    26 ตุลาคม 2018
    เครื่องมือดูตัวอย่างและวิเคราะห์โฆษณาช่วยให้เห็นว่าโฆษณาใดปรากฏขึ้นเมื่อมีการค้นหาคีย์เวิร์ดของคุณ คุณจะป้อนข้อความค้นหาและดูตัวอย่างหน้าตาของหน้าผลการค้นหาของ Google ที่ผู้ใช้เห็นได้ การใช้เครื่องมือนี้เป็นวิธีที่ดีกว่าการลองค้นหาจริงใน Google เนื่องจากจะไม่ส่งผลกระทบต่อเมตริกโฆษณา นอกจากนี้หากโฆษณาของคุณไม่แสดง เครื่องมือนี้ก็จะช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุด้วย ตอนนี้ฟีเจอร์ใหม่ 2 รายการนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าใครกำลังดูโฆษณาอยู่ และดำเนินการโดยทันทีเพื่อทำให้โฆษณาแสดงได้ ดูว่าโฆษณาใดแสดงขึ้นต่อกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง ก่อนหน้านี้คุณจะใช้เครื่องมือดูตัวอย่างและวิเคราะห์โฆษณาเพื่อดูตัวอย่างโฆษณาตามข้อความค้นหาและกรองตามสถานที่ตั้ง ภาษา และอุปกรณ์ได้ แต่จะกรองตามกลุ่มเป้าหมายไม่ได้ แต่ขณะนี้เครื่องมือดูตัวอย่างและวิเคราะห์โฆษณารองรับกลุ่มเป้าหมายในเครือข่ายการค้นหาแล้ว โดยคุณจะคลิกวิดเจ็ต "กลุ่มเป้าหมาย" เพื่อเลือกรายการกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ หากคุณใช้การตั้งค่า "การกำหนดเป้าหมาย" (ก่อนหน้านี้เรียกว่า "กำหนดเป้าหมายและเสนอราคา") ในแคมเปญอยู่ ก็จะดูได้ว่าโฆษณาใดแสดงขึ้นต่อกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง หากใช้การตั้งค่า "การสังเกตการณ์" (ก่อนหน้านี้เรียกว่า "เสนอราคาเท่านั้น") อยู่ คุณก็จะดูวิธีที่โฆษณาอาจปรากฏในตำแหน่งสูงขึ้นหรือต่ำลงในหน้าเว็บ โดยอิงตามราคาเสนอสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงได้ ดำเนินการโดยทันทีเพื่อทำให้โฆษณาแสดง หากโฆษณาไม่แสดง เครื่องมือดูตัวอย่างและวิเคราะห์โฆษณาจะช่วยระบุสาเหตุได้ ก่อนหน้านี้ หลังจากวิเคราะห์ปัญหาแล้ว คุณจะต้องไปที่บัญชีแล้วทำการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นเพื่อทำให้โฆษณาแสดง แต่ปัจจุบัน คุณจะแก้ไขปัญหาได้โดยตรงจากในเครื่องมือ โดยเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนงบประมาณแคมเปญ หากสาเหตุที่ทำให้โฆษณาไม่แสดงนั้นเกี่ยวข้องกับงบประมาณ เพียงคลิก "แก้ไขงบประมาณ" และเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากเครื่องมือโดยตรง การอัปเดต 2 รายการในเครื่องมือดูตัวอย่างและวิเคราะห์โฆษณานี้น่าจะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นว่าใครกำลังดูโฆษณาอยู่ และช่วยประหยัดเวลาในเวิร์กโฟลว์ที่เกี่ยวข้องได้ โพสต์โดย Sylvanus Bent ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  59. 59
    วิธีที่ง่ายกว่าในการจัดการข้อความ
    25 ตุลาคม 2018
    ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราจะเปิดตัวการปรับปรุง 2 รายการสำหรับโฆษณาแบบคลิกเพื่อส่งข้อความ ดังนี้ การส่งต่ออีเมลจะส่งข้อความไปที่อีเมล คุณจึงไม่ต้องระบุหมายเลขโทรศัพท์เพื่อใช้ส่วนขยายข้อความ เมื่อตอบอีเมล ระบบจะส่งข้อความกลับไปที่ลูกค้าให้โดยอัตโนมัติ การตอบกลับอัตโนมัติจะส่งข้อความที่ตั้งไว้ล่วงหน้ากลับไปให้ลูกค้าทันทีที่ลูกค้าส่งข้อความถึงคุณ ตัวอย่างเช่น คุณอาจตอบกลับอัตโนมัติด้วยข้อความ "ขอบคุณที่ส่งข้อความถึงเรา เราจะติดต่อคุณกลับภายใน 1 ชั่วโมง" เราจะขยายการรายงานข้อความให้รวม Conversion ข้อความเพื่อช่วยวัดความสำเร็จของโฆษณาแบบคลิกเพื่อส่งข้อความ คุณจะกำหนดจำนวนการรับส่งข้อความที่ผู้ใช้เป็นผู้เริ่มต้นซึ่งต้องการให้ระบบนับเป็น Conversion ได้ ตัวอย่างเช่น หากโดยปกติแล้วจะใช้การรับส่งข้อความ 2 ครั้งขึ้นไปก่อนที่ลูกค้าจะสั่งอาหารค่ำชุดพิเศษจากร้านอาหารของคุณ คุณจะกำหนดจำนวนดังกล่าวเป็นเกณฑ์ Conversion ได้ โพสต์โดย Kishore Kanakamedala ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์
    อ่านเพิ่มเติม
  60. 60
    ใช้การติดตามพร้อมกันเพื่อการโหลดที่รวดเร็วและประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม
    22 ตุลาคม 2018
    ความเร็วเป็นสิ่งสำคัญ ในความเป็นจริง 53% ของผู้ใช้จะออกจากเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช้เวลาโหลดนานกว่า 3 วินาที เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจาก Google Ads คุณจำเป็นต้องมีเว็บไซต์ที่โหลดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การติดตามคลิกแบบเดิมอาจทำให้การโหลดหน้าเว็บช้าลงในขณะที่ทำให้เครื่องมือติดตามทำงานขาดตอนได้ การติดตามพร้อมกันจะนำผู้ใช้ไปยังหน้า Landing Page โดยตรงในขณะที่การติดตามจะทำงานอยู่เบื้องหลัง ทำให้โหลดได้เร็วขึ้นมาก เว็บไซต์ที่ใช้การติดตามพร้อมกันจะโหลดได้เร็วกว่าถึง 5 วินาที1 นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากหน้า Landing Page ของ AMP ซึ่งช่วยให้โหลดได้เกือบจะทันที ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2018 เป็นต้นไป การติดตามพร้อมกันจะบังคับใช้สำหรับพาร์ทเนอร์ Google Ads บุคคลที่สามทั้งหมด หากคุณใช้บุคคลที่สามจัดการการวัดการคลิกของโฆษณา ให้ติดต่อบุคคลเหล่านั้นเพื่อตรวจสอบว่าคุณได้รับการตั้งค่าสำหรับการอัปเดตแล้ว หากยังไม่มีการดำเนินการ โปรดตรวจสอบสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้เว็บไซต์มีความพร้อม การติดตามพร้อมกันได้รับการออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้บนหน้า Landing Page ดังนั้นคุณอาจเห็นประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกัน Despegar เป็นบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา เมื่อต้องการเพิ่มโอกาสในการขายทางออนไลน์ ความเร็วและประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ เช่นเดียวกับผลลัพธ์ที่ได้หลังจากใช้การติดตามพร้อมกัน การลดเวลาในการโหลดถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่   "การลดเวลาในการโหลดทำให้ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ดีขึ้นมาก เป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่มีอินเทอร์เน็ตช้า" -Daniel Altman ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์ Despegar   หากคุณยังไม่ได้ทดลองใช้ โปรดพูดคุยกับผู้ให้บริการเครื่องมือ Google Ads บุคคลที่สามเกี่ยวกับการติดตามของบุคคลที่สาม ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคมเป็นต้นไป เราจะเริ่มบังคับใช้การติดตามพร้อมกันสำหรับแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาและแคมเปญ Shopping ทั้งหมด โพสต์โดย Jon Diorio ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Google Ads     1ข้อมูลภายในของ Google เดือนกันยายน 2018
    อ่านเพิ่มเติม
  61. 61
    รายงานหน้า Landing Page ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าใหม่
    16 ตุลาคม 2018
    เครื่องมือแก้ไขรายงานจะมีรายงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าใหม่ 2 รายการ ได้แก่ รายงานหน้า Landing Page และรายงานหน้า Landing Page ที่ขยาย รายงานทั้งสองนี้มีอยู่ในหน้า "หน้า Landing Page" แต่ในเร็วๆ นี้คุณจะจัดการรายงานเหล่านี้และนำไปสร้างแผนภูมิได้อย่างง่ายดายในเครื่องมือแก้ไขรายงาน รวมถึงเพิ่มรายงานลงในแดชบอร์ดที่กำหนดเองได้ด้วย รายงานหน้า Landing Page ก็คือรายงาน URL สุดท้ายที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นเพราะมีคอลัมน์เพิ่มเติมดังนี้ คะแนนความเร็วในอุปกรณ์เคลื่อนที่ อัตราการคลิกไปยังหน้าเว็บที่เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ อัตราการคลิก AMP ที่ถูกต้อง รายงานหน้า Landing Page ที่ขยายมีคอลัมน์ทั้งหมดเหมือนกับรายงานหน้า Landing Page แต่จะแสดง URL ที่ผู้ใช้เข้าถึงหลังจากมีการแทนที่ตามบริบทและมีการเพิ่มพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง คุณจะเข้าใจข้อมูลประสิทธิภาพทั้งหมดของหน้า Landing Page ได้อย่างง่ายดายจากตารางและแผนภูมิที่มีมิติข้อมูลหลายรายการ ตัวอย่างเช่น คุณอาจสร้างแผนภูมิวงกลมของ Conversion ที่แบ่งกลุ่มตามหน้า Landing Page ที่ขยายหรือตามหน้า Landing Page ปกติ
    อ่านเพิ่มเติม
  62. 62
    การเปิดตัวหมวดหมู่อุปกรณ์หน้าจอทีวีใหม่เพื่อเข้าถึงผู้ใช้ YouTube บนทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
    16 ตุลาคม 2018
    โดยเฉลี่ยแล้วผู้ใช้จะดู YouTube บนหน้าจอทีวีมากกว่า 180 ล้านชั่วโมงในทุกวัน1 เรารู้ว่านักการตลาดต้องการใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดูนี้เราจึงพยายามสร้างประสบการณ์ YouTube ที่สมบูรณ์แบบสำหรับ Set-top box, คอนโซลเกม, อุปกรณ์สตรีมมิง เช่น Chromecast และสมาร์ททีวีทุกประเภท วันนี้ เรากำลังจะเปิดตัวอุปกรณ์ประเภทหน้าจอทีวี เพื่อให้คุณได้พบกลุ่มเป้าหมายที่มีส่วนร่วมและมีคุณค่าในขณะที่พวกเขากำลังดู YouTube บนอุปกรณ์เดิมที่สร้างขึ้นเพื่อรับชมวิดีโอ ซึ่งก็คือทีวีนั่นเอง หน้าจอทีวีได้กลายเป็นอุปกรณ์อีกประเภทใน Google Ads (เดิมคือ AdWords) และ Display & Video 360 (เดิมคือ DBM) นอกเหนือจากคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต ซึ่งหมายความว่าคุณจะปรับแต่งแคมเปญสำหรับทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ด้วยการใช้ครีเอทีฟโฆษณาอื่นหรือการตั้งค่าการปรับราคาเสนอสำหรับอุปกรณ์ที่เฉพาะเจาะจง เป็นต้น นอกจากนี้ คุณยังดูการรายงานสำหรับโฆษณาที่ทำงานบนหน้าจอทีวีเพื่อช่วยคุณพิจารณาอิทธิพลของโฆษณาเหล่านี้ภายในโฆษณาต่างๆ โดยรวมได้ จากข้อมูลของ Ipsos Lab Experiments ทำให้เราเห็นได้ว่าผู้คนจะมีการตอบสนองในเชิงบวกต่อโฆษณาบนหน้าจอทีวี โดยโฆษณา YouTube ที่แสดงบนทีวีจะกระตุ้นการเพิ่มการจำโฆษณาได้และความตั้งใจในการซื้ออย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 47 เปอร์เซ็นต์ และ 35 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ2 และลูกค้าอย่างเช่น Pixability ก็ได้แสดงความรู้สึกตื่นเต้นต่อลักษณะพิเศษเฉพาะนี้เช่นกัน "ผู้บริโภคกำลังยกเลิกการพึ่งพาสถานีโทรทัศน์หรือเคเบิลทีวี และนี่คือโอกาสชั้นเยี่ยมสำหรับผู้ลงโฆษณาในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในห้องนั่งเล่นด้วยวิดีโอดิจิทัล การเริ่มใช้การกำหนดอุปกรณ์เป้าหมายในหมวดหมู่หน้าจอทีวีและการวัดผลบน YouTube ทำให้ลูกค้าของเราเข้าใจพฤติกรรมการดูทีวีของกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น และเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านั้นขณะที่พวกเขากำลังเอนหลังนอนดูุวิดีโออย่างสบายใจ” – David George, CEO, Pixability เริ่มต้นเข้าถึงผู้ใช้บนอุปกรณ์ที่จะสตรีมเนื้อหาทีวี เช่น สมาร์ททีวี คอนโซลเกม และอุปกรณ์สตรีมมิง เช่น Chromecast ได้ตั้งแต่วันนี้ ดูวิธีดำเนินการได้โดยคลิกที่นี่   1ข้อมูลภายในของ Google รวบรวมจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก มิถุนายน 2018 ยึดตามค่าเฉลี่ยเวลาในการดูทีวี 7 วัน 2Google/Ipsos Lab Experiment สหรัฐอเมริกา มีนาคม 2018 (โฆษณา 32 รายการ ชาวอเมริกัน 800 คน อายุ 18-64 ปี)
    อ่านเพิ่มเติม
  63. 63
    การระบุแหล่งที่มาที่ดีขึ้นของโฆษณา TrueView for Action
    12 ตุลาคม 2018
    ผู้ใช้ไม่ได้ดำเนินการกับโฆษณาวิดีโอในตอนนั้นเสมอไป บ่อยครั้งที่ผู้ใช้มักจะทำให้เกิด Conversion 2-3 วันหลังเซสชันการดู เช่น คุณคิดที่จะปรับปรุงบ้านให้มีความเป็นอัจฉริยะขึ้นอีกสักเล็กน้อย ทั้งนี้เพื่อความมีประสิทธิภาพและตัดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคบางส่วนออกไป คุณเห็นโฆษณาวิดีโอเกี่ยวกับตัวควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะยี่ห้อ Nest บน YouTube ซึ่งน่าสนใจ แต่คุณยังไม่พร้อมที่จะซื้อในขณะนั้น คุณเลยตัดสินใจหาข้อมูลเพิ่มเติมเล็กน้อยและซื้อทางออนไลน์ในอีกไม่กี่วันต่อมา วิดีโอที่คุณเห็นใน YouTube นั้นไม่ได้ทำให้เกิดการคลิก แต่ได้บ่มเพาะความคิดที่จะซื้อ วิดีโอออนไลน์มีอิทธิพลมหาศาลต่อเส้นทางของผู้บริโภคในปัจจุบัน ตั้งแต่จุดประกายความคิดไปจนถึงการตัดสินใจขั้นสุดท้าย  ผู้บริโภคกว่า 90% กล่าวว่าพวกเขาค้นพบผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ๆ บน YouTube และเวลาในการรับชมวิดีโอบน YouTube เกี่ยวกับ "ซื้อสินค้าอะไรดี" เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทุกปี ในการทำความเข้าใจวิธีการทำงานของวิดีโอในเส้นทางการซื้อนั้น สิ่งสำคัญคือควรมีการระบุแหล่งที่มาที่ถูกต้อง และจากการดูความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนผู้ที่เห็นโฆษณาวิดีโอและ Conversion ทำให้เราตัดสินใจว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนหน้าต่างการระบุแหล่งที่มาตามค่าเริ่มต้นสำหรับโฆษณา TrueView for Action ในการช่วยให้คุณประเมินผลกระทบจากโฆษณาวิดีโอได้ถูกต้องมากขึ้น เราจึงปรับหน้าต่างการระบุแหล่งที่มาตามค่าเริ่มต้นสำหรับโฆษณา TrueView for Action เป็น 10 วินาทีโดยมีกรอบเวลา Conversion ค่าเริ่มต้น 3 วัน (จาก 30 วินาทีในกรอบเวลา Conversion 30 วัน)  สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมีดังนี้  ระบบจะนับ 'การมีส่วนร่วม' เมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้คลิกหรือดูโฆษณา TrueView for Action เป็นเวลา 10 วินาทีขึ้นไปโดยใช้ Conversion สูงสุดหรือการเสนอราคา CPA เป้าหมาย  ระบบจะนับ 'Conversion' โดยค่าเริ่มต้นเมื่อผู้ใช้ดำเนินการกับโฆษณาภายใน 3 วันนับจาก 'การมีส่วนร่วม' คุณขอให้ทีม Google ปรับกรอบเวลานี้ได้หากต้องการแบบอื่น   สำหรับผู้ใช้ที่คลิกโฆษณา เราจะยังคงระบุ Conversion ตามกรอบเวลา Conversion ที่คุณตั้งไว้ (ค่าเริ่มต้นคือ 30 วัน) ในการพิสูจน์การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เราได้ดำเนินการทดลองขนาดใหญ่เพื่อวิเคราะห์ปริมาณ Conversion ที่เพิ่มขึ้นซึ่งได้รับการกระตุ้นจากโฆษณา TrueView for Action ในอุตสาหกรรมของผู้ลงโฆษณาและประเภท Conversion จำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ ผู้ลงโฆษณาจึงคาดหวังได้ว่า  การนับ Conversion จะถูกต้องมากขึ้น  เวลาเพิ่มสำหรับแคมเปญ CPA เป้าหมายที่รวดเร็วขึ้น  การรายงานที่เป็นปัจจุบันมากขึ้นอันเนื่องมาจากเวลาหน่วงของ Conversion ที่ลดลง ผู้ลงโฆษณาไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากการปรับปรุงเหล่านี้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวัดโฆษณาวิดีโอที่นี่   โพสต์โดย Nicky Rettke ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ YouTube  
    อ่านเพิ่มเติม
  64. 64
    คัดลอกการตั้งค่าคอลัมน์ไปที่ประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ของ Google Ads
    1 ตุลาคม 2018
    เราได้ยินมาว่าคุณต้องการวิธีง่ายๆ ในการคัดลอกการตั้งค่าคอลัมน์จากประสบการณ์การใช้งานแบบเดิมของ Google Ads ไปที่ประสบการณ์แบบใหม่ ตอนนี้ คุณทำเช่นนั้นได้แล้ว! ในประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ของ Google Ads เพียงไปที่ เครื่องมือ > การตั้งค่า > การตั้งค่าคอลัมน์ แล้วคลิก 'คัดลอกคอลัมน์' ระบบจะคัดลอกชุดคอลัมน์ทั้งหมดของตารางสถิติไปไว้ในทุกบัญชีของคุณ ตัวอย่างเช่น หากตารางสถิติ 'แคมเปญ' แสดง 'คลิก' 'การแสดงผล' 'ต้นทุน' 'Conversion' และ 'ค่าใช้จ่าย/Conv.' อยู่เสมอ ตอนนี้คุณก็คัดลอกการตั้งค่าคอลัมน์เหล่านี้ไปที่ประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ของ Google Ads ได้เลยในคลิกเดียว คุณทำเช่นนี้ได้แม้ว่าจะเข้าถึงประสบการณ์ใช้งานแบบเดิมไม่ได้แล้ว  คัดลอกการตั้งค่าคอลัมน์กันเลย แล้วรอ 24 ชั่วโมงเพื่อให้ระบบอัปเดตการตั้งค่าคอลัมน์ในประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ของ Google Ads โพสต์โดย Abhishek Kumar ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  65. 65
    การปรับปรุงความเร็วของเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับช่วงวันหยุด
    ข้อมูลอัปเดตการติดตามพร้อมกัน: การรองรับเครือข่ายดิสเพลย์และวิดีโอ
    ใกล้จะถึงช่วงวันหยุดแล้ว คุณจึงยิ่งต้องมั่นใจว่าลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่รวดเร็วและน่ารื่นรมย์เมื่อเข้าชมเว็บไซต์ของคุณในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่รวดเร็วจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น ทำให้เกิด Conversion มากขึ้นและใช้งบประมาณน้อยลงกับคลิกที่ตีกลับสำหรับผู้ลงโฆษณา ด้วยเหตุนี้ เมื่อช่วงต้นปีเราจึงเปิดตัวการติดตามพร้อมกัน (บล็อก | ศูนย์ช่วยเหลือ) สำหรับแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาและแคมเปญ Shopping ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ ข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าผู้ลงโฆษณาที่ใช้การติดตามพร้อมกันลดเวลาในการโหลดหน้าเว็บได้สูงสุด 5 วินาที1   ขอย้ำอีกครั้งว่าผู้ลงโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาและ Shopping ทั้งหมดต้องใช้การติดตามพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2018 เป็นต้นไป เราจะขยายการใช้การติดตามพร้อมกันไปยังแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์และแคมเปญวิดีโอในอุปกรณ์เคลื่อนที่เดือนมีนาคม 2019 ซึ่งหมายความว่าผู้ลงโฆษณาในเครือข่ายดิสเพลย์และวิดีโอยังไม่ต้องอัปเดตจนกว่าจะผ่านช่วงวันหยุดไปแล้ว หากคุณเป็นผู้ลงโฆษณาที่ใช้แคมเปญในเครือข่ายการค้นหาและ Shopping โปรดติดต่อผู้ให้บริการการวัดคลิกเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับกำหนดเวลาวันที่ 30 ตุลาคม วิธีนี้จะช่วยป้องกันการขัดข้องในระบบการวัดคลิกของคุณ คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลการติดตามพร้อมกันเพิ่มเติม   1. ข้อมูลภายในของ Google เดือนกันยายน 2018 
    อ่านเพิ่มเติม
  66. 66
    ขยายผลกระทบของแคมเปญวิดีโอด้วย Google พาร์ทเนอร์วิดีโอ
    26 กันยายน 2018
    ในแต่ละเดือนมีผู้ใช้กว่า 1.9 พันล้านคนเข้า YouTube เพื่อดูวิดีโอ สำหรับแบรนด์ต่างๆ YouTube จะให้การมองเห็นที่สร้างผลกระทบสูงต่อผู้ชมที่มีส่วนร่วม ความสามารถในการแสดงตัวโฆษณาในอุตสาหกรรมชั้นนำ และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ตาม YouTube ไม่ใช่แห่งเดียวที่ผู้ใช้เข้าไปดูวิดีโอ พวกเขาดูวิดีโอผ่านเว็บไซต์และในเกมและแอปต่างๆ ด้วย เราขอเสนอ Google พาร์ทเนอร์วิดีโอเพื่อช่วยให้คุณหาผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าได้มากขึ้นเมื่อผู้ใช้มีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่ไม่ได้อยู่ใน YouTube Google พาร์ทเนอร์วิดีโอคือคลังเว็บไซต์และแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่จากผู้เผยแพร่โฆษณาของพาร์ทเนอร์ที่มีเนื้อหาวิดีโอคุณภาพสูง เหมาะสมสำหรับแบรนด์ และการเข้าถึงผู้ชมที่ขยายไปนอกเหนือจาก YouTube คุณเข้าถึงพื้นที่โฆษณาของ Google พาร์ทเนอร์วิดีโอผ่าน Google Ads และ Display และ Video 360 ได้ และจะผสานรวมอยู่ในความสามารถในการวางแผนและการวัดผลที่คุณคุ้นเคยสำหรับ YouTube เช่น Reach Planner, Unique Reach และมุมมองแอ็กทีฟ นอกจากนี้เรายังมีรูปแบบวิดีโอมากมาย เช่น TrueView ในสตรีม โฆษณาบัมเปอร์แบบ 6 วินาที และโฆษณาวิดีโอนอกสตรีม เพื่อให้มั่นใจว่าแคมเปญ Google พาร์ทเนอร์วิดีโอจะสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของคุณ การผสานรวมที่ราบรื่นเหล่านี้จะช่วยให้คุณวัดผลกระทบจากการโฆษณาวิดีโอได้ง่ายยิ่งขึ้น เราทราบว่าการแสดงโฆษณาในเว็บไซต์ของพาร์ทเนอร์วิดีโอเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการขยายการเข้าถึงแคมเปญ แต่ผลกระทบจากโฆษณาล่ะ จะเป็นอย่างไร เพื่อตอบคำถามนี้ เราได้ศึกษาผลลัพธ์การสำรวจ Brand Lift ในแคมเปญ TrueView ในสตรีมทั้งใน YouTube และ Google พาร์ทเนอร์วิดีโอ เราได้รวบรวมการตอบแบบสำรวจหลายแสนรายการในการศึกษา Brand Lift จำนวน 41 รายการบนอุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับ YouTube และ Google พาร์ทเนอร์วิดีโอ จากนั้นจึงคำนวณการเพิ่มของแหล่งที่มาของพื้นที่โฆษณาทีละรายการ เราสังเกตเห็นว่าการแสดงโฆษณาบน Google พาร์ทเนอร์วิดีโอส่งผลให้มีการเพิ่มในโฆษณา Ad Recall เท่ากับการแสดงโฆษณาบน YouTube และมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า Google พาร์ทเนอร์วิดีโอมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มการเข้าถึงและผลกระทบของแคมเปญวิดีโอ ผู้ใช้ใช้เนื้อหาออนไลน์ในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น เราใช้ Google พาร์ทเนอร์วิดีโอช่วยคุณขยายการเข้าถึงและผลกระทบของโฆษณาวิดีโอได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการเข้าถึงผู้เผยแพร่โฆษณาคุณภาพสูงทั่วเว็บไซต์และแอปที่ดีที่สุด หากต้องการวัดการเข้าถึงที่เพิ่มขึ้นและการสำรวจ Brand Lift ของการเพิ่ม Google พาร์ทเนอร์วิดีโอในแคมเปญ YouTube โปรดปรึกษาผู้จัดการบัญชี Google ของคุณ โพสต์โดย Armen Mkrtchyan ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของโฆษณาวิดีโอ
    อ่านเพิ่มเติม
  67. 67
    เราจะใช้ Smart Bidding กับพาร์ทเนอร์ในเครือข่ายการค้นหา
    25 กันยายน 2018
    พาร์ทเนอร์ในเครือข่ายการค้นหาคือเว็บไซต์ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Google เพื่อแสดงโฆษณาในหน้าผลการค้นหา หน้าไดเรกทอรีของเว็บไซต์ หรือหน้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาของผู้ใช้ เดิมทีการคิดราคาอัจฉริยะให้คุณเสนอราคาสำหรับพาร์ทเนอร์ในเครือข่ายการค้นหาด้วยตนเอง แต่จากนี้ไปคุณใช้ Smart Bidding กับเว็บไซต์พาร์ทเนอร์ในเครือข่ายการค้นหาได้หากมีเครื่องมือวัด Conversion อยู่ Smart Bidding จะช่วยให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นโดยใช้ช่วงสัญญาณบริบทที่กว้างขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพราคาเสนอสำหรับการประมูลแต่ละครั้ง Smart Bidding จะมุ่งเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุดในพาร์ทเนอร์ในเครือข่ายการค้นหาโดยใช้ราคาต่อหนึ่ง Conversion ที่ใกล้เคียงกับ Google Search เช่น หากราคาต่อหนึ่ง Conversion คือ $50 ใน Google Search แต่มีอัตรา Conversion ค่อนข้างต่ำในเว็บไซต์พาร์ทเนอร์ Smart Bidding ก็อาจกำหนดราคาเสนอที่ต่ำลงเพื่อให้ได้ราคาต่อหนึ่ง Conversion เท่ากับ $50 หรือหากอัตรา Conversion จากเว็บไซต์พาร์ทเนอร์ในเครือข่ายการค้นหานั้นค่อนข้างดี Smart Bidding อาจเพิ่มราคาเสนอเพื่อช่วยให้คุณได้รับการเข้าชมและ Conversion จากเว็บไซต์นั้นมากขึ้นที่ราคาต่อหนึ่ง Conversion เท่ากับ $50 อย่างที่ได้รับใน Google Search โพสต์โดย Josh Moser ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  68. 68
    สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เลือกซื้อที่ยังไม่ตัดสินใจด้วยโฆษณาแบบรูปภาพที่ทำการซื้อได้
    14 กันยายน 2018
    1 ใน 3 ของผู้เลือกซื้อช่วงเทศกาลกล่าวว่าตนค้นหารูปภาพก่อนที่จะเข้าไปเลือกซื้อสินค้าที่ร้าน การเติบโตของ "แฟชั่นแนวสตรีท" และผู้ทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์ต่างแสดงให้เห็นแนวโน้มในการมองหาแรงบันดาลใจจากรูปภาพไลฟ์สไตล์ รูปภาพที่ทำการซื้อได้ให้คุณไฮไลต์โฆษณา Shopping ในเนื้อหาที่เผยแพร่แล้วและมีการดูแลจัดการของพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้เผยแพร่โฆษณาของเรา สำหรับผู้เผยแพร่โฆษณา นี่เป็นโอกาสที่ผู้เลือกซื้อจะซื้อสินค้าได้อย่างราบรื่น เช่น ผู้เลือกซื้ออาจเข้าชมบล็อกโปรดอย่างเช่น This Time Tomorrow และเห็นภาพข้อเสนอที่คล้ายๆ กันหลังจากที่คลิกไอคอนแท็กในรูปภาพ ในปีหน้าเราจะขยายประสบการณ์นี้ไปยังผู้เผยแพร่โฆษณามากขึ้น รวมถึงนำร่องบริการโฉมใหม่อย่างเช่น Google ค้นหารูป ซึ่งเป็นอีกที่ที่เราทราบว่าผู้เลือกซื้อไปหาแรงบันดาลใจ ซ้าย: ประสบการณ์ของผู้เผยแพร่โฆษณาเมื่อใช้รูปภาพที่ทำการซื้อได้ ขวา: ประสบการณ์จำลองเมื่อค้นหารูปภาพ โพสต์โดย Surojit Chatterjee ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Shopping
    อ่านเพิ่มเติม
  69. 69
    ช่วยให้ผู้เลือกซื้อค้นพบด้วยวิดีโอในโฆษณา Showcase Shopping
    13 กันยายน 2018
    เมื่อพูดถึงการหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และจำกัดตัวเลือกให้แคบลง ผู้เลือกซื้อเกือบ 2 ใน 3 กล่าวว่าวิดีโอออนไลน์ทำให้ตนมีไอเดียว่าจะซื้ออะไรในครั้งต่อไป และกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของคนเหล่านี้กล่าวว่าตนค้นพบผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ผ่าน YouTube วิดีโอในโฆษณา Showcase Shopping ช่วยให้ผู้เลือกซื้อมีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น นี่เป็นหน่วยโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาสำหรับการค้าปลีกหน่วยแรกของเราที่แสดงวิดีโอ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณมอบประสบการณ์ตามบริบทที่สร้างความรู้สึกร่วมแก่ผู้เลือกซื้อได้มากขึ้น วิดีโอในโฆษณา Showcase Shopping เป็นส่วนเสริมถัดไปของโฆษณา Showcase Shopping ที่เราเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งให้คุณอัปโหลดรูปภาพหลายรูปลงในโฆษณาเดียวและโปรโมตผลิตภัณฑ์ผ่านรูปภาพที่สวยงาม คำอธิบาย ผลิตภัณฑ์ และโปรโมชันที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่เปิดตัว เราพบว่าช่อง Showcase ด้านบนเพิ่ม CTR ได้สูงกว่าเฉลี่ยถึง 3.6 เท่าและ Showcase ได้รับเครดิต Conversion เพิ่มขึ้น 20% ด้วยการระบุแหล่งที่มาแบบคลิกแรก และผู้ค้าปลีกอย่างเช่น Venus Fashion ก็ประสบความสำเร็จในการได้ลูกค้าใหม่ นั่นคือ ผู้เลือกซื้อ 68% ที่ซื้อสินค้าและมีส่วนร่วมกับโฆษณา Showcase ของ Venus เป็นลูกค้าใหม่ รูปแบบนี้มีให้บริการแก่ผู้ลงโฆษณาที่เรียกใช้โฆษณา Showcase Shopping แล้ว โพสต์โดย Surojit Chatterjee ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Shopping
    อ่านเพิ่มเติม
  70. 70
    โฆษณาวิดีโอแนวตั้งพร้อมใช้งานในแคมเปญ TrueView และ Universal App บน YouTube แล้ว
    12 กันยายน 2018
    ลูกค้ามากกว่า 70% ทั่วโลกใช้เวลาในการรับชม YouTube ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่1 หากต้องการดึงดูดผู้ชมเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแคมเปญ TrueView และ Universal App สิ่งสำคัญคือต้องปรับให้เข้ากับพฤติกรรมการดูของผู้ชมและสร้างโฆษณาวิดีโอที่หลากหลาย เช่น วิดีโอสี่เหลี่ยมจัตุรัสและวิดีโอแนวตั้ง เราเปิดตัวโฆษณาวิดีโอแนวตั้งเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ราบรื่นให้แก่ผู้ชม โฆษณาวิดีโอแนวตั้งในแคมเปญ Universal App และ TrueView บน YouTube ช่วยให้คุณอัปโหลดวิดีโอแนวตั้งได้ และเมื่อผู้ชมเห็นโฆษณาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของตน โปรแกรมเล่นจะขยายตามขนาดของวิดีโอ โฆษณาวิดีโอในแนวตั้งมีผืนผ้าใบขนาดใหญ่และสวยงามเพื่อส่งข้อความบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในแบบที่เหมาะกับความชอบในการดู ซึ่งเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเสริมความสามารถให้กับวิดีโอแนวนอน เราแนะนำให้เพิ่มเนื้อหาวิดีโอทั้งแนวตั้งและแนวนอนในแคมเปญเดียวกันเพื่อให้ได้รับผลกระทบจากการสำรวจ Brand Lift สูงสุด เมื่อเร็วๆ นี้ฮุนไดใช้โฆษณาวิดีโอแนวตั้ง YouTube สำหรับการทดลองขับ โดยใช้ฟีเจอร์นี้ร่วมกับเนื้อหาวิดีโอในแนวนอนเพื่อแนะนำให้ทั้งโลกรู้จักรถยนต์ SUV รุ่นใหม่ ผลลัพธ์คือ การรับรู้แบรนด์เพิ่มขึ้น 33% และมีการพิจารณาเพิ่มขึ้นเกือบ 12% ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดทางเทคนิคและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับโฆษณาวิดีโอแนวตั้งได้ที่นี่ โพสต์โดย Ali Miller ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Video Ads     1. ข้อมูลภายในของ YouTube, ทั่วโลก, เมษายน 2017 - มีนาคม 2018, อุปกรณ์เคลื่อนที่ประกอบด้วยโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต
    อ่านเพิ่มเติม
  71. 71
    ใช้และทดสอบ Accelerated Mobile Pages (AMP) ใน Google Ads
    31 สิงหาคม 2018
    Accelerated Mobile Pages (AMP) คือหน้าเว็บที่โหลดให้ผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ดูได้เกือบจะในทันที ปัจจุบัน คุณจะทดสอบผลกระทบจากหน้าเว็บแบบ AMP เทียบกับหน้าเว็บแบบธรรมดาได้โดยใช้โฆษณารูปแบบต่างๆ หรือการทดสอบแคมเปญของ Google Ads ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีในการทดสอบหน้าเว็บ AMP ได้ที่นี่ เพื่อให้การทดสอบ AMP ให้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น เราได้พัฒนาวิธีการทดสอบใหม่สำหรับการทดสอบแคมเปญ ซึ่งเรียกว่า "การแบ่งฝั่งที่อิงตามคุกกี้" การทดสอบประเภทใหม่นี้สอดคล้องกับวิธีการที่อิงตามคุกกี้ของโฆษณารูปแบบต่างๆ เราขอแนะนำให้คุณใช้วิธีการนี้เมื่อใดก็ตามที่ทดสอบหน้าเว็บ AMP ผ่านทางการทดสอบแคมเปญ โดยค่าเริ่มต้น การทดสอบแคมเปญจะกำหนดผู้ใช้ให้กับกลุ่มทดสอบหรือกลุ่มควบคุมในทุกครั้งที่ผู้ใช้ป้อนการค้นหา (หรือที่เรียกว่า "การแบ่งฝั่งที่อิงตามการค้นหา") ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้รายหนึ่งอาจได้ดูทั้งประสบการณ์จากกลุ่มทดสอบและกลุ่มควบคุมตลอดช่วงเวลา 1 วัน ในทางตรงข้าม "การแบ่งฝั่งที่อิงตามคุกกี้" ใหม่จะกำหนดผู้ใช้ให้กับกลุ่มทดสอบหรือกลุ่มควบคุมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ผู้ใช้รายหนึ่งจะเห็นหน้าเว็บ AMP เสมอ (หากอยู่ในกลุ่มทดสอบ) หรือเห็นหน้าเว็บที่ไม่ใช่ AMP เสมอ (หากอยู่ในกลุ่มควบคุม) เราหวังว่าวิธีนี้จะช่วยให้คุณทดสอบประสิทธิภาพในการกระตุ้นการเข้าชมโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาไปยังหน้าเว็บ AMP ได้ดีขึ้น
    อ่านเพิ่มเติม
  72. 72
    แสดงข้อความที่ดีที่สุดทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตด้วยโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์
    10 กันยายน 2018
    โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ดีช่วยผู้บริโภคได้ด้วยการแสดงรูปภาพที่สวยงามและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตาม การแสดงโฆษณาที่น่าสนใจและตรงกับความต้องการของผู้บริโภคที่สุดในเว็บไซต์และแอปหลายล้านรายการไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงเริ่มใช้โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ (RDA) ผสานความคิดสร้างสรรค์ของคุณเข้ากับความสามารถของแมชชีนเลิร์นนิงจาก Google เพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงใจและมีประโยชน์จริงทั่วทั้งเว็บตามความเหมาะสม เพียงป้อนข้อมูลเบื้องต้นไม่กี่อย่างเกี่ยวกับธุรกิจ ซึ่งได้แก่ รูปภาพ 15 รูป, บรรทัดแรก 5 รายการ, คำอธิบาย 5 รายการ และโลโก้ 5 รายการ สูงสุดไม่เกินจำนวนที่ระบุ จากนั้น Google จะใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อทดสอบชุดค่าผสมต่างๆ และแสดงโฆษณาที่มีประสิทธิภาพที่สุด โดยเฉลี่ยแล้วผู้ลงโฆษณาจะได้รับ Conversion เพิ่มขึ้น 10% ที่ CPA ใกล้เคียงกันเมื่อใช้บรรทัดแรก คำอธิบาย และรูปภาพหลายรายการกับโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ (เทียบกับชุดค่าผสมชุดเดียว)1 แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: เพิ่มโลโก้ในโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์เพื่อช่วยให้แบรนด์โดดเด่น รวมถึงเพิ่มฟีดแบบไดนามิกลงในแคมเปญ เพื่อช่วยให้แสดงโฆษณาที่ปรับให้เหมาะกับผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์หรือแอปของคุณแล้วได้ เมื่อโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์เริ่มทำงานแล้ว คุณจะต้องคอยติดตามประสิทธิภาพของเนื้อหาแต่ละรายการ โดยใช้รายงานเนื้อหาที่ช่วยให้ดูประสิทธิภาพของบรรทัดแรก คำอธิบาย รูปภาพ และโลโก้ได้อย่างรวดเร็ว วิธีดูรายงานคือคลิกโฆษณาและส่วนขยาย จากนั้นคลิกดูรายละเอียดเนื้อหา คอลัมน์ประสิทธิภาพจะแสดงการให้คะแนนซึ่งได้แก่ "กำลังเรียนรู้ " "ต่ำ" "ดี" หรือ "ดีที่สุด" โดยพิจารณาจากประสิทธิภาพของเนื้อหา รายงานเนื้อหาช่วยทราบโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต่างๆ เมื่อเปรียบเทียบกัน สมมติว่าคุณมีร้านขายดอกไม้ออนไลน์ คุณอาจพบว่าคำอธิบายที่มีข้อความว่า "จัดส่งฟรี" มีคะแนน "ดีที่สุด" จากนั้นก็ใช้ข้อมูลเชิงลึกนี้เพื่อทุ่มเต็มที่กับเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพที่สุด เช่น โปรโมชันจัดส่งฟรี และหากพบเนื้อหาที่มีคะแนน "ต่ำ" ก็สามารถใช้รายการอื่นแทนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพไปเรื่อยๆ Rakuten Travel เป็นแบรนด์ท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น การใช้โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับโฆษณาแบบรูปภาพมาตรฐานเพียงอย่างเดียว โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์เวอร์ชันต่างๆ โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์จะเริ่มให้บริการแก่ผู้ลงโฆษณาทั้งหมดทั่วโลกในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า หากต้องการเริ่มต้นใช้งาน ให้ไปที่ศูนย์ช่วยเหลือและดูแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับโฆษณาแบบดิสเพลย์     1. ข้อมูลภายในของ Google กันยายน 2018
    อ่านเพิ่มเติม
  73. 73
    จับคู่ความตั้งใจในการค้นหากับรูปแบบที่ใกล้เคียง
    6 กันยายน 2018
    คำค้นหาของผู้คนเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง นั่นคือประมาณ 15% ของการค้นหาที่เราเห็นทุกวันเป็นการค้นหาใหม่1 เมื่อมีคำค้นหาใหม่ๆ เกิดขึ้นจำนวนมากก็เป็นไปได้ว่าผู้คนกำลังค้นหาผลิตภัณฑ์หรือบริการด้วยคำที่คุณไม่เคยทราบ ดูผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายเป็นตัวอย่าง เมื่อปีที่แล้วเราพบว่าผู้คนค้นหาผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายโดยใช้คำค้นหาที่ไม่ซ้ำกันกว่า 150,000 แบบ2 ซึ่งถือว่ามากทีเดียวในการพูดถึงสิ่งเดียวกัน แต่คุณไม่ควรต้องจัดการรายการคีย์เวิร์ดที่ยาวเป็นหางว่าวเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องสุขอนามัยเหล่านี้ นั่นคือเหตุผลที่รูปแบบที่ใกล้เคียงของการทำงานแบบตรงทั้งหมดจะเริ่มรวมรูปแบบที่ใกล้เคียงซึ่งมีความหมายเหมือนกับคีย์เวิร์ดของคุณไว้ด้วย3 การทดสอบขั้นต้นแสดงให้เห็นว่าผู้ลงโฆษณาที่ใช้คีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบตรงทั้งหมดเป็นส่วนใหญ่ได้รับคลิกจากการทำงานแบบตรงทั้งหมดและ Conversion เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% โดยคลิกและ Conversion ส่วนใหญ่มาจากคำค้นหาที่ผู้ลงโฆษณายังไม่ได้เข้าถึง4 แบรนด์อย่าง Extra Space Storage ได้ค้นพบโอกาสใหม่ๆ ในการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นแล้ว Steph Christensen นักวิเคราะห์ด้านการได้ลูกค้าใหม่โดยเสียค่าใช้จ่ายกล่าวว่า "เราพอใจกับคุณภาพของคำที่ตรงกันในระหว่างการทดสอบมาก และมองหาวิธีเพิ่มลูกค้าอยู่เสมอ การทำงานที่เป็นการจับคู่แบบใหม่นี้จึงน่าจะช่วยให้เราเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นผ่านคำที่ตรงกันใหม่ๆ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องสูง" เข้าถึงผู้คนมากขึ้นด้วยคีย์เวิร์ดเดียวกัน ตอนนี้แมชชีนเลิร์นนิงที่ขับเคลื่อนโดย Google จะช่วยให้การทำงานแบบตรงทั้งหมดจับคู่กับความตั้งใจในการค้นหาแทนที่จะจับคู่กับคำใดคำหนึ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งหมายความว่าคีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบตรงทั้งหมดสามารถแสดงโฆษณาในการค้นหาที่มีคำโดยนัย การถอดความ และคำอื่นๆ ที่มีความหมายเหมือนกัน สมมติว่าคุณทำการตลาดให้ธุรกิจท่องเที่ยว หากใช้คีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบตรงทั้งหมด [yosemite camping (ตั้งแคมป์ที่โยเซมิตี)] โฆษณาอาจแสดงเมื่อมีการใช้คำอื่นๆ เช่น "yosemite campground (ที่ตั้งแคมป์โยเซมิตี)" "campsites in yosemite (ที่กางเต็นท์โยเซมิตี)" หรือ "yosemite national park ca camping (ตั้งแคมป์ที่อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี แคลิฟอร์เนีย)" ในแต่ละกรณี ความตั้งใจในการค้นหายังคงตรงกับคีย์เวิร์ดเดิมนั่นคือ "ไปตั้งแคมป์ที่ภูทับเบิก" อย่างไรก็ตาม โฆษณาจะไม่แสดงเมื่อมีการค้นหาด้วยคำอย่างเช่น "yosemite hotel (โรงแรมโยเซมิตี)" หรือ "best yosemite camping (แคมป์ที่ดีที่สุดในโยเซมิตี)" เพราะแม้ว่าทั้ง 2 คำจะหมายถึงการพักที่อุทยานดังกล่าวแต่ความตั้งใจนั้นแตกต่างกัน คำเหล่านี้จึงจะตรงกับเวอร์ชันที่ทำงานแบบกว้างของคีย์เวิร์ดนี้แทน ตัวอย่างคำค้นหาใหม่ที่อาจตรงกับ "yosemite camping (ตั้งแคมป์ที่โยเซมิตี)" ทำให้การจัดการคีย์เวิร์ดง่ายขึ้น แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: ใช้ Smart Bidding เพื่อช่วยกำหนดลักษณะการเข้าชม หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์นี้และกลยุทธ์อื่นๆ ที่จะช่วยให้คุณใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้สูงสุด โปรดดูแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเกี่ยวกับคีย์เวิร์ด หากคุณใช้การถอดความและคำอื่นๆ ที่คล้ายกันอยู่แล้วในบัญชี Google Ads จะยังคงเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่เหมือนกับคำค้นหา คีย์เวิร์ดที่ทำงานแบบวลี แบบกว้าง และที่ใช้ตัวแก้ไขการทำงานแบบกว้างไม่รวมอยู่ในการอัปเดตครั้งนี้ โพสต์โดย Miguel Villalobos ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ด้านคีย์เวิร์ดที่ใช้ค้นหา     1. ข้อมูลภายในของ Google เมษายน 2017 2. ข้อมูลภายในของ Google มกราคม 2016 - มิถุนายน 2017 สหรัฐฯ 3. การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มใช้กับคีย์เวิร์ดภาษาอังกฤษในเดือนตุลาคม และจะทยอยใช้กับภาษาอื่นๆ ในอีก 2-3 เดือนถัดไป 4. ข้อมูลภายในของ Google สิงหาคม 2017
    อ่านเพิ่มเติม
  74. 74
    ใช้สถิติระดับ URL กับโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิกของคุณ
    5 กันยายน 2018
    ตอนนี้ข้อมูลหน้า Landing Page พร้อมใช้งานแล้วในรายงานข้อความค้นหาข้างใต้เป้าหมายโฆษณาแบบไดนามิก รายงานนี้ทำให้คุณค้นหาหน้าโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างเจาะจงได้ นอกจากนี้คุณยังหาหน้าเว็บที่ต้องการเพิ่มเป็นเป้าหมายเชิงลบได้อีกด้วย เช่น หากกลุ่มโฆษณาที่กำหนดเป้าหมายไปที่หน้าเว็บดึงดูดให้คนเข้าชมหน้าผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสินค้า คุณก็เลือกไม่แสดงหน้านั้นได้ โพสต์โดย Walter Vulej ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  75. 75
    เพิ่มการเข้าชมหน้า Landing Page ของแคมเปญมาตรฐาน
    4 กันยายน 2018
    โฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิก (DSA) ขยายโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาไปมากกว่าการใช้คีย์เวิร์ด ตอนนี้คุณเรียกใช้ DSA เฉพาะในหน้า Landing Page จากกลุ่มโฆษณามาตรฐานได้แล้วด้วยการตั้งค่าง่ายๆ เพียงเลือก “หน้า Landing Page จากกลุ่มโฆษณามาตรฐาน” ในรายการหมวดหมู่ที่ใช้ได้ วิธีนี้จะกำหนดเป้าหมายหน้า Landing Page ทั้งหมดในบัญชีซึ่งใช้กับโฆษณาแบบข้อความอยู่ เช่น หากคุณสร้างแคมเปญมาตรฐานไว้สำหรับรองเท้าประเภทต่างๆ ระบบก็จะบันทึกรองเท้าทุกประเภทที่มีอยู่ในหน้า Landing Page แม้ว่าบางประเภทไม่มีอยู่ในรายการคีย์เวิร์ดก็ตาม เราขอแนะนำให้เริ่มจากวิธีนี้ เมื่อได้เห็นประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ให้เพิ่มการเข้าชม DSA ด้วยการกำหนดเป้าหมายประเภทอื่นๆ เช่น หมวดหมู่ที่เจาะจง ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกสำหรับโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิก โพสต์โดย Walter Vulej ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  76. 76
    Editor รุ่นล่าสุดประกอบด้วยฟีเจอร์ใหม่ 4 รายการ
    30 สิงหาคม 2018
    เราได้เปิดตัว Google Ads Editor 12.5 ไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ซึ่งมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้แก่ ใส่ข้อความได้มากขึ้นในโฆษณาแบบข้อความที่ขยายออก บรรทัดรายละเอียดใหม่สำหรับโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิก คำอธิบายที่ยาวขึ้นสำหรับโฆษณาแบบโทรออกเท่านั้น กฎที่กำหนดเองใหม่: ไซต์ลิงก์ที่ไม่มีคำอธิบาย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอัปเดตล่าสุดใน Editor
    อ่านเพิ่มเติม
  77. 77
    ใช้โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทให้ได้ประโยชน์มากขึ้นด้วยข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ
    โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทผสานความคิดสร้างสรรค์ของคุณเข้ากับความสามารถของแมชชีนเลิร์นนิงจาก Google เพื่อช่วยให้คุณเสนอโฆษณาที่ตรงใจและมีประโยชน์จริง เราขอแนะนำเครื่องมือการรายงานและความคิดเห็นใหม่ 3 อย่างเพื่อช่วยให้คุณสร้างโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ดูตัวอย่างส่วนผสมของโฆษณาขณะที่สร้าง วิธีนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าโฆษณาจะมีลักษณะตามต้องการ และคุณยังเรียกดูโฆษณาเพื่อตรวจทานอีกครั้งได้ด้วย ดูรายงานเกี่ยวกับบรรทัดแรก คำอธิบาย และส่วนผสมที่มีคุณภาพที่สุดเพื่อให้เห็นว่ารายการใดแสดงบ่อยที่สุดในหน้าผลการค้นหา วัดความเกี่ยวข้อง ปริมาณ และความหลากหลายของข้อความโฆษณาด้วยคุณภาพของโฆษณา โพสต์โดย Anthony Chavez ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของ Google Ads
    อ่านเพิ่มเติม
  78. 78
    มีเวิร์กช็อปสำหรับสคริปต์
    23 สิงหาคม 2018
    คุณได้รับเชิญให้เข้าร่วมการฝึกอบรมเกี่ยวกับสคริปต์ เราจะจัดอบรมหลักสูตรเบื้องต้นและขั้นสูงใน 6 เมืองทั่วโลก รายละเอียดการฝึกอบรมมีดังนี้ วิทยากรหลัก การฝึกอบรม Codelab ภาคปฏิบัติ สคริปต์บัญชีดูแลจัดการ การแก้ปัญหาเบื้องต้นสำหรับผู้เริ่มต้น การเชื่อมต่อกับข้อมูลและบริการภายนอกสำหรับผู้ใช้ขั้นสูง ดูข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้ารับการอบรม เวิร์กช็อปนี้จะจัดขึ้นใน อเมริกาเหนือ นิวยอร์กซิตี้ (หลักสูตรขั้นสูง วันที่ 4 กันยายน) ซานฟรานซิสโก (หลักสูตรขั้นสูง วันที่ 7 กันยายน) ยุโรป ฮัมเบิร์ก (หลักสูตรเบื้องต้น วันที่ 27 กันยายน หลักสูตรขั้นสูง วันที่ 28 กันยายน) ลอนดอน (หลักสูตรเบื้องต้น วันที่ 3 ตุลาคม หลักสูตรขั้นสูง วันที่ 4 ตุลาคม) เอเชีย โตเกียว (หลักสูตรเบื้องต้น วันที่ 28 กันยายน) สิงคโปร์ (หลักสูตรเบื้องต้น วันที่ 15 ตุลาคม)
    อ่านเพิ่มเติม
  79. 79
    การปรับโฉมโฆษณาแบบดิสเพลย์ให้ทันสมัยเพื่อให้ประสิทธิภาพดีขึ้น
    20 สิงหาคม 2018
    เราได้อัปเดตภาพต่างๆ ในโฆษณาแบบดิสเพลย์ของ Google เพื่อช่วยให้คุณได้รับประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ก่อนอื่น วันนี้โฆษณาแบบข้อความจะเป็นมากกว่าข้อความธรรมดา เนื่องจากตอนนี้คุณใส่โลโก้ลงไปในโฆษณาได้หากได้เพิ่มโลโก้ลงในครีเอทีฟโฆษณาไว้แล้ว นอกจากนั้น เรายังเพิ่มศักยภาพด้านการสร้างแบรนด์ มีแบบอักษรใหม่และปุ่มกระตุ้นการตัดสินใจแบบมุมมนอีกด้วย เราดำเนินการเปลี่ยนแปลงทั้งสองรายการนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของการออกแบบในปัจจุบัน เมื่อเราเริ่มเปลี่ยนแปลง คุณจะเริ่มมองเห็นตัวเลือกในการเพิ่มสีหลักและสีเฉพาะจุดที่กำหนดเอง เพื่อให้โฆษณามีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปลักษณ์ของแบรนด์มากที่สุด     อีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้เนื้อหาสำหรับโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์จะสอดประสานกันได้อย่างลื่นไหลลงตัวมากขึ้น แมชชีนเลิร์นนิงจะช่วยตรวจจับสีจากรูปภาพที่คุณส่งไปให้ Google Ads เพื่อให้เราสร้างเค้าโครงได้ใกล้เคียงมากที่สุดกับโฆษณาแบบรูปภาพที่ออกแบบอย่างสมบูรณ์ สีของข้อความและปุ่มของโฆษณาจะได้รับการปรับแต่งทั้งหมดเพื่อสร้างความแตกต่างที่น่าสนใจให้กับหน่วยโฆษณาทั้งหน่วย ผลลัพธ์ที่ได้จึงควรจะเป็นโฆษณาที่คำนึงถึงเนื้อหาและมีรูปแบบใกล้เคียงกับโฆษณาแบบรูปภาพที่มีประสิทธิภาพสูงสุดซึ่งสร้างโดยมนุษย์     เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากรูปแบบเหล่านี้ โปรดตรวจสอบว่าคุณได้ให้ไฟล์เนื้อหาโฆษณาที่จะนำมาผสมรวมเพื่อสร้างโฆษณาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดูคำแนะนำของเราเกี่ยวกับการสร้างโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่มีประสิทธิภาพ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์
    อ่านเพิ่มเติม
  80. 80
    ดำเนินการกับบัตรที่อยู่ในหน้าภาพรวม
    17 สิงหาคม 2018
    หน้าภาพรวมช่วยให้คุณเห็นบัญชีและประสิทธิภาพของแคมเปญจากมุมมองระดับบนสุด จึงอาจทำให้คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงต้องทำในบัญชี ในตอนนี้ คุณเปลี่ยนแปลงสิ่งต่อไปนี้ได้โดยตรงจากหน้าภาพรวม หยุดแคมเปญ กลุ่มโฆษณา และคีย์เวิร์ดไว้ชั่วคราว หรือเริ่มการทำงานของสิ่งต่างๆ นั้นอีกครั้ง แก้ไขงบประมาณของแคมเปญ แก้ไขการเสนอราคาระดับกลุ่มโฆษณาและคีย์เวิร์ด แก้ไขข้อความโฆษณา ยกเว้นข้อความค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้องโดยเพิ่มคีย์เวิร์ดเชิงลบได้เลยในการ์ด "การค้นหา" ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าหากต้องการเพิ่มยอดการเข้าชมจากการค้นหาคีย์เวิร์ดคำนั้นๆ คุณจะคลิกเข้าไปในคำนั้นได้ คลิก "แก้ไขคีย์เวิร์ด" แล้วแก้ไขราคาเสนอได้เลยจากหน้าภาพรวม มาลองใช้หน้าภาพรวมกันเถอะ
    อ่านเพิ่มเติม
  81. 81
    แนะนำนวัตกรรมทางการตลาดท้องถิ่นสำหรับผู้ลงโฆษณา
    ผู้บริโภคหันมาใช้สมาร์ทโฟนค้นหาข้อมูลและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในโลกแห่งความจริงที่อยู่รอบตัวมากขึ้น เราพบว่าการค้นหา “สิ่งที่อยู่ใกล้ๆ” บนอุปกรณ์มือถือโตขึ้นถึง 3 เท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา1 และ 3 ใน 4 ของคนที่ทำการค้นหาในท้องถิ่นบนสมาร์ทโฟนจะไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องใน 24 ชั่วโมง2 สำหรับนักการตลาด นี่หมายความว่าการสร้างประสบการณ์การให้ข้อมูลท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องให้ง่ายที่สุดและวัดผลที่มีต่อธุรกิจนั้นสำคัญมากกว่าที่เคย ในงาน Google Marketing Live เมื่อเดือนที่แล้ว เราได้ประกาศเกี่ยวกับแคมเปญในพื้นที่ ซึ่งเป็นแคมเปญประเภทใหม่ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับนักการตลาดที่มีเป้าหมายออฟไลน์ ผู้ซึ่งต้องการมุ่งเน้นในการเพิ่มจำนวนลูกค้าที่มายังหน้าร้านจริง เพียงคุณให้ข้อมูลพื้นฐานบางประการ เช่น ที่ตั้งธุรกิจ งบประมาณ และครีเอทีฟโฆษณา จากนั้นเราจะเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาทั่วทั้งผลิตภัณฑ์และบริการของ Google รวมถึงเครือข่ายของ Google โดยอัตโนมัติเพื่อช่วยคุณเพิ่มการเข้าชมร้านค้า เร็วๆ นี้เรากำลังจะมีนวัตกรรมที่จะเข้ามาช่วยคุณจัดการโฆษณาท้องถิ่นและวัดประสิทธิภาพทางออฟไลน์ของสื่อทั่วทั้ง Google และช่องทางทางการตลาดอื่นๆ ค้นหาบัญชี Google My Business และเปิดใช้งานโฆษณาท้องถิ่นอย่างง่ายดาย ในการสร้างรูปแบบโฆษณาท้องถิ่นโดยใช้ส่วนขยายสถานที่ตั้ง ขั้นตอนแรกคือลิงก์บัญชี Google My Business กับบัญชี Google Ads ซึ่งจะช่วยให้เราแสดงข้อมูลธุรกิจที่ตรงกับความต้องการให้กับผู้บริโภค เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เวลาทำการ และอื่นๆ เพื่อเป็นการลดความซับซ้อนในการค้นหาบัญชี Google My Business ที่ถูกต้องเพื่อทำการลิงก์นั้น เราขอแนะนำเครื่องมือที่จะแสดงบัญชีที่เกี่ยวข้องให้คุณโดยอัตโนมัติ โดยใช้การจับคู่สัญญาณอย่างความครอบคลุมทางภูมิศาสตร์และโดเมนเว็บไซต์ เลือกบัญชี Google My Business ที่มีสถานที่ตั้งที่ได้รับการยืนยันแล้วมากที่สุดหรือที่มีสถานที่ตั้งที่ตรงกับเป้าหมายธุรกิจและแคมเปญมากที่สุด เมื่อเจ้าของบัญชีนั้นอนุมัติ คุณก็จะเพิ่มส่วนขยายสถานที่ตั้งลงในโฆษณาในเครือข่ายการค้นหา โฆษณาแบบดิสเพลย์ และโฆษณา YouTube ได้ แนะนำการวัดการเข้าชมร้านค้าใน Google Analytics เมื่อคุณลงทุนกับโซลูชันทางการตลาดอย่าง Google Ads จำเป็นมากที่จะต้องเข้าใจถึงผลที่มีต่อธุรกิจเพื่อที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับงบประมาณ ครีเอทีฟโฆษณา กลยุทธ์การเสนอราคา และอื่นๆ ได้รอบคอบมากขึ้น เราได้เปิดตัวการเข้าชมร้านค้าใน Google Ads ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้วเพื่อช่วยให้ผู้ลงโฆษณาเข้าใจว่าแคมเปญของตนมีอิทธิพลต่อการเข้าชมในร้านค้าอย่างไร ตั้งแต่นั้นมา เราได้วัดจำนวนการเข้าชมกว่า 1 หมื่นล้านครั้งทั่วทุกประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจค้าปลีก ยานยนต์ ร้านอาหาร และอื่นๆ การเข้าชมร้านค้าใน Google Ads มุ่งเน้นที่การเชื่อมโยงการแสดงโฆษณา Google และการคลิกกับการเข้าชม ตอนนี้เราขอแนะนำการเข้าชมร้านค้าใน Google Analytics เพื่อที่คุณจะวัดผลออฟไลน์จากการลงทุนทางการตลาดเพิ่มเติมที่นำลูกค้ามายังเว็บไซต์และร้านค้าได้ โปรดติดต่อตัวแทนบัญชีหากสนใจใช้งานรุ่นเบต้า การเข้าชมร้านค้าใน Google Ads และ Google Analytics คือค่าประมาณที่อิงตามข้อมูลจากผู้ใช้ที่เปิดประวัติตำแหน่ง ข้อมูลที่รายงานต่อผู้ลงโฆษณาจะเป็นข้อมูลแบบรวมและไม่ระบุตัวตน และผู้ลงโฆษณาจะไม่เห็นการเข้าชมร้านค้าจากการเข้าชมเว็บไซต์ การคลิกโฆษณา การแสดงผลที่ได้แสดง หรือผู้คนที่เฉพาะเจาะจง Google ใช้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรมเพื่อให้มั่นใจในความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้แต่ละราย Denny’s ดึงลูกค้ารุ่นใหม่ด้วยโซลูชันโฆษณาท้องถิ่น Denny’s ซึ่งเป็นเครือภัตตาคารที่มีทั่วโลกคือ 1 ในตัวอย่างของผู้ลงโฆษณาที่ใช้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของ Google ในการดึงดูดผู้คนมารับประทานอาหารที่ร้านมากขึ้น ลูกค้ามักค้นหาด้วยคำอย่าง "แพนเค้กที่อยู่ใกล้ๆ" หรือ "เบอร์เกอร์ร้านอร่อยที่อยู่ใกล้ๆ” บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ Denny’s ได้แชร์เอาไว้ว่าการเปลี่ยนจากสื่อดั้งเดิมมาสู่ Google Ads นั้นทำให้ได้รู้ข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ และช่วยดึงดูดลูกค้าเหล่านี้มากขึ้นอย่างไร   How Denny's is serving a new generation of diners with digital   “มั่นใจได้เลยว่าคุณจะไม่เพียงสื่อข้อความที่ใช่ไปยังผู้บริโภคที่เหมาะสม แต่การตลาดดิจิทัลจะนำไปสู่การเข้าชมในร้านค้าด้วย และสุดท้ายจะนำลูกค้ามาให้ถึงที่” - Luis Martinez, การตลาดดิจิทัล สื่อ และแบบชาติพันธุ์แห่ง Denny's   เราจะคอยช่วยคุณสร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง     1. ข้อมูลภายในของ Google ประเทศสหรัฐอเมริกา เดือนก.ค. - ธ.ค. 2015 เทียบกับก.ค. - ธ.ค. 2017 2. Google/Purchased Digital Diary, "How Consumers Solve Their Needs in the Moment," ผู้ใช้สมาร์ทโฟน=1,000, ผู้ค้นหาในท้องถิ่น=634, การซื้อ=1,140, พ.ค. 2016
    อ่านเพิ่มเติม
  82. 82
    ใช้ข้อมูลเชิงลึก Conversion ใหม่ๆ ในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการโฆษณาในท้องถิ่น
    9 สิงหาคม 2018
    88% ของคนที่ทำการค้นหาในท้องถิ่นโดยใช้สมาร์ทโฟนเข้าชมร้านค้าที่เกี่ยวข้องภายใน 1 สัปดาห์ 1 เราขยายการรายงานเกี่ยวกับส่วนขยายสถานที่ตั้งเพื่อไม่เพียงแต่รวมการกระทำเข้ากับส่วนขยายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกระทำอื่นๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการคลิกโฆษณาบนหน้าสถานที่ด้วย วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาทราบถึงกิจกรรมระหว่างการโฆษณาออนไลน์และการกระทำในท้องถิ่นได้ดียิ่งขึ้นแม้ว่าจะไม่มีสิทธิ์ได้รับการรายงานการเข้าชมร้านค้าก็ตาม เมตริกใหม่ๆ ประกอบด้วย คลิกเพื่อโทร เส้นทาง การเข้าชมเว็บไซต์ คำสั่งซื้อ (เฉพาะเจาะจงตามประเภทธุรกิจ) มุมมองเมนู (เฉพาะเจาะจงตามประเภทธุรกิจ) การมีส่วนร่วมอื่นๆ วิธีใช้การกระทำที่ถือเป็น Conversion ใหม่ๆ ในท้องถิ่น จะมีการรายงานเมตริกเมื่อคุณลิงก์บัญชี Google My Business เข้ากับบัญชี Google Ads เมตริกเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการกระทำทางออนไลน์ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมกับสถานที่ตั้งทางกายภาพของธุรกิจอย่างไร (เช่น การขอเส้นทางหรือโทรหาธุรกิจผ่าน Google Maps หลังจากคลิกที่โฆษณา)  จะมีการรายงานการกระทำที่ถือเป็น Conversion ใหม่ๆ เหล่านี้ในคอลัมน์ "Conversion ทั้งหมด" ซึ่งจะไม่รวมอยู่ในกลยุทธ์ Smart Bidding เช่น CPA เป้าหมายหรือเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด โดยจะขึ้นอยู่กับคอลัมน์ "Conversion"  คุณใช้เมตริก Conversion ใหม่ๆ เหล่านี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาในท้องถิ่นได้หลายวิธี  สมมติว่าคุณมีแคมเปญที่โฆษณามีข้อมูลท้องถิ่นเกี่ยวกับที่ตั้งร้านค้าของคุณในบริเวณใกล้เคียง หรืออาจมีข้อความโฆษณาสำหรับข้อเสนอและโปรโมชันท้องถิ่นในร้านค้านั้นโดยเฉพาะ คุณใช้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อวัดผลกระทบของโฆษณาเพื่อเพิ่มผลการดำเนินงานในท้องถิ่นและเพิ่มประสิทธิภาพให้เหมาะสมได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติม เรารายงานเฉพาะข้อมูลที่รวบรวมแบบไม่ระบุตัวตนเท่านั้น และใช้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมเพื่อให้มั่นใจถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้แต่ละราย  การใช้รายงานต่อร้าน มีการเปิดตัวรายงานต่อร้านพร้อมกับเมตริกใหม่ๆ ซึ่งรายงานต่อร้านนี้จะช่วยให้คุณดูการเข้าชมร้านค้าที่รวบรวมแบบไม่ระบุตัวตนและการกระทำในท้องถิ่นตามที่ตั้งร้านค้าได้ สมมติว่าคุณมีร้านขายเสื้อผ้าอยู่สามแห่งคือ สุขุมวิท สาธร และลาดพร้าว คุณสังเกตเห็นว่าที่ตั้งร้านค้าในสุขุมวิทและสาธรดึงดูดให้เกิดการกระทำในท้องถิ่นและการเข้าชมร้านค้ามากกว่าร้านที่อยู่ลาดพร้าว นี่จะช่วยให้คุณทราบว่าควรจะกระจายงบประมาณแบบออฟไลน์ตามร้านค้าอย่างไร และช่วยนำทางด้านกลยุทธ์ในท้องถิ่นใน Google Ads ด้วย เช่น คุณอาจจะต้องเสนอโปรโมชันออนไลน์เพิ่มเติมในร้านที่ลาดพร้าวเพื่อเพิ่มยอดขาย ดูข้อมูลเพิ่มเติม 1. คิดด้วย Google  
    อ่านเพิ่มเติม
  83. 83
    เสนอโฆษณาได้ตรงจุดยิ่งขึ้นด้วยโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท
    9 สิงหาคม 2018
    เมื่อเดือนที่แล้วที่งาน Google Marketing Live เราได้บอกวิธีที่โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทใช้ประโยชน์จากแมชชีนเลิร์นนิงของ Google เพื่อช่วยในการแสดงโฆษณาที่ดีที่สุดสำหรับคำค้นหาทั้งหมด ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทจะทยอยเปิดตัวให้ผู้ลงโฆษณาได้สัมผัสกันมากขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และสเปน ภาษาอื่นจะพร้อมให้บริการในเร็วๆ นี้ ข้อดีอย่างหนึ่งของโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทคือให้คุณมีพื้นที่ในการสื่อสารข้อความมากขึ้น แม้ว่าเราจะพยายามปรับปรุงโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทในภาษาต่างๆ แต่สิ่งสำคัญคือต้องขยายข้อดีนี้ไปยังโฆษณาแบบข้อความที่มีอยู่เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป คุณจะเพิ่มบรรทัดแรกที่ 3 และคำอธิบายที่ 2 ในโฆษณาแบบข้อความได้ นอกจากนี้ คำอธิบายจะมีอักขระได้สูงสุด 90 ตัว ในการเริ่มต้นใช้งาน ให้ลองเพิ่มบรรทัดแรกที่ 3 และคำอธิบายที่ 2 ในโฆษณาแบบข้อความที่มีอยู่ ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นผู้ค้าปลีกที่ใช้บรรทัดแรก 2 บรรทัดเพื่อแสดงชื่อยี่ห้อและเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ คุณจะเพิ่มบรรทัดแรกที่ 3 ซึ่งแสดงรายละเอียดการจัดส่งหรือข้อเสนอพิเศษได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนโฆษณาแบบข้อความที่มีประสิทธิภาพที่นี่
    อ่านเพิ่มเติม
  84. 84
    แสดงผลิตภัณฑ์ในร้านของคุณบนโฆษณาแบบดิสเพลย์ด้วยโฆษณาแคตตาล็อกสินค้าในพื้นที่
    8 สิงหาคม 2018
    ตอนนี้คุณสร้างโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่มีฟีดสินค้าคงคลังในพื้นที่ได้แล้วโดยใช้โฆษณาแคตตาล็อกสินค้าในพื้นที่ โฆษณาแคตตาล็อกสินค้าในพื้นที่ช่วยให้คุณออกแบบภาพหลักและเลือกผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการโปรโมตได้ ระบบจะดึงรายละเอียดและรูปภาพของผลิตภัณฑ์มาจากฟีดผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปสร้างโฆษณาแบบดิสเพลย์ซึ่งจะแสดงในเว็บไซต์ บล็อก และแอปต่างๆ ให้เห็นทั้งราคาของผลิตภัณฑ์ที่ร้านค้านั้นๆ วางขายอยู่และข้อมูลสินค้าคงคลังด้วย ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าร้านอุปกรณ์กีฬาแห่งหนึ่งมีหน้าร้านอยู่ที่ฮาวายและโคโลราโด และแต่ละแห่งมีสินค้าคงคลังไม่เหมือนกัน ร้านที่ฮาวายมีกระดานโต้คลื่นอยู่ในสต็อค แต่ร้านที่โคโลราโดมีสโนว์บอร์ดอยู่ในสต็อค ตอนนี้ฟีเจอร์โฆษณาแบบดิสเพลย์ของผู้ลงโฆษณาจะช่วยให้แสดงผลิตภัณฑ์ที่สัมพันธ์กับร้านค้าในท้องถิ่นได้ เนื่องจากโฆษณาแคตตาล็อกสินค้าในพื้นที่นั้นดึงข้อมูลสินค้าคงคลังมาจากข้อมูลของร้านค้านั้นๆ เลย
    อ่านเพิ่มเติม
  85. 85
    มาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ครีเอทีฟโฆษณาสำหรับ App Campaign
    7 สิงหาคม 2018
    App Campaign ใช้เนื้อหาโฆษณาในการออกแบบโฆษณาที่ตรงกับความต้องการในวงกว้างเพื่อโปรโมตแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เพื่อที่จะช่วยคุณสร้างเนื้อหาโฆษณาที่มีประสิทธิภาพสำหรับแคมเปญ เราได้เปิดตัวหลักสูตรใหม่ที่ชื่อว่า Ad Assets for App Campaigns (เนื้อหาโฆษณาสำหรับ App Campaign) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการศึกษาโฆษณาสำหรับแอปที่กำลังเติบโต ในหลักสูตรล่าสุดนี้ คุณจะได้พบกับบทเรียนวิดีโอสั้นๆ ที่สนุกสนานและกิจกรรมเชิงโต้ตอบเพื่อช่วยให้คุณเรียนรู้ว่า App Campaign ใช้เนื้อหาโฆษณาอย่างไร เนื้อหาประเภทใดที่ดีที่สุด และวิธีการใช้การรายงานเนื้อหาสำหรับข้อมูลเชิงลึกของครีเอทีฟโฆษณา ลงทะเบียนเรียนและได้รับประกาศนียบัตรวันนี้!
    อ่านเพิ่มเติม
  86. 86
    การป้องกันความปลอดภัยแบบใหม่สำหรับบัญชี Google Ads
    6 สิงหาคม 2018
    การที่คุณเลือกใช้ Google Ads นั่นคือคุณไว้ใจให้เราดูแลข้อมูลที่ละเอียดอ่อน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องใส่ใจรักษาความเป็นส่วนตัวและทำให้ข้อมูลมีความปลอดภัยอยู่เสมอ ในวันนี้ เราจึงดำเนินการอัปเดตเพื่อให้คุณได้ควบคุมความปลอดภัยและมั่นใจว่าคุณจะได้รับการปกป้องอยู่ตลอดเวลา เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นอีกระดับ การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนทำให้ผู้ใช้ Google Ads ต้องลงชื่อเข้าใช้บัญชีด้วยรหัสผ่านและเรียกขอข้อมูล เช่น โค้ดที่ได้จาก SMS หรือคีย์ความปลอดภัย เป็นขั้นตอนเพิ่มเติม การเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยนี้จะช่วยให้ผู้ใช้หลายล้านคนมีความปลอดภัยในระหว่างใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google ในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ เราจะปรับปรุงการปกป้องนี้โดยเปิดให้ผู้ใช้ทุกคนในบัญชี Google Ads ใช้การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนได้ รักษาความปลอดภัยให้บัญชีด้วยการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน คลิกไอคอนเครื่องมือ  ที่มุมขวาบนของบัญชี Google Ads เพื่ออัปเดตการตั้งค่าการเข้าถึง หากคุณเข้าถึงบัญชีผ่าน AdWords API หรือ Google Ads API โปรดตรวจสอบว่าได้อัปเดตการตั้งค่าการเข้าถึง API แล้ว กำหนดได้ตามใจชอบ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ คุณจะควบคุมการเชิญเพื่อเข้าถึงการควบคุมบัญชีตามโดเมนอีเมลได้อีกด้วย นั่นหมายความว่าผู้ใช้ที่มีอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ในบางโดเมน เช่น examplepetstore.com เท่านั้นจึงจะได้รับเชิญให้เข้าถึงบัญชี Google Ads ได้ ดำเนินการตามขั้นตอนเพิ่มเติมเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับบัญชี การเก็บรักษาข้อมูลให้ปลอดภัยนั้นต้องการอัปเดตการรักษาความปลอดภัยอยู่เสมอ การใช้คำแนะนำต่อไปนี้กับบัญชี Google จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้ข้อมูลในบริบทโฆษณาได้ นอกจากนี้ ยังช่วยให้คุณแน่ใจได้อีกด้วยว่าจะได้รับข้อความสำคัญๆ เนื่องจากจะอัปเดตที่อยู่อีเมลในบัญชี Google Ads อยู่เสมอ โพสต์โดย Anthony Chavez ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์
    อ่านเพิ่มเติม
  87. 87
    ข้อมูลการเปรียบเทียบเวลาในแผนภูมิในเครื่องมือแก้ไขรายงาน
    3 สิงหาคม 2018
    ผู้ใช้เครื่องมือแก้ไขรายงานมักบอกให้เราทราบถึงความสำคัญของการทำแผนภูมิประสิทธิภาพในระยะเวลาที่แตกต่างกัน 2 ช่วง นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เรายินดีที่จะประกาศว่าตอนนี้เครื่องมือแก้ไขรายงานได้สนับสนุนการเปรียบเทียบเวลาแล้ว วิธีนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพประสิทธิภาพของคุณได้ดีขึ้น เช่น จำนวนคลิกของสัปดาห์นี้เทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว คุณจะมองเห็นภาพเป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ เดือนต่อเดือน หรือแผนภูมิเปรียบเทียบช่วงวันที่อื่นๆ ในรายงานที่กำหนดเองในเครื่องมือแก้ไขรายงานได้
    อ่านเพิ่มเติม
  88. 88
    ใช้คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพเป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพบัญชี
    2 สิงหาคม 2018
    คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพที่พบได้ในหน้าคำแนะนำช่วยให้คุณเข้าใจศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพบัญชี คะแนนนี้มีตั้งแต่ 0% - 100% โดย 100% หมายความว่าบัญชีของคุณทำงานได้เต็มศักยภาพ เราพิจารณาด้านที่สำคัญทุกด้านในแคมเปญของคุณเพื่อประเมินว่าแคมเปญทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ และช่วยเสนอการดำเนินการที่แนะนำหากยังมีช่องทางให้ปรับปรุงเพิ่มเติม หากคำแนะนำช่วยสร้างประสิทธิภาพได้ดีขึ้น ก็จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในคะแนนโดยรวม คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพจะครอบคลุมด้านต่างๆ ของแคมเปญ ดังนี้ ราคาเสนอและงบประมาณ โฆษณาและส่วนขยาย คีย์เวิร์ดและการกำหนดเป้าหมาย การซ่อม คะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพจะคำนวณแบบเรียลไทม์และจะนำตัวแปรต่อไปนี้มาใช้ในการคำนวณ สถิติ การตั้งค่า และสถานะของบัญชีและแคมเปญ ผลที่ได้รับจากคำแนะนำที่มี ประวัติคำแนะนำล่าสุด แนวโน้มในระบบนิเวศโฆษณา ใช้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงคะแนน ปรับปรุงบัญชีโดยตรวจสอบคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพและนำคำแนะนำที่ตรงกับเป้าหมายธุรกิจของคุณไปใช้ ตัวอย่าง Mango ร้านค้าปลีกรายใหญ่นำคำแนะนำ Smart Bidding ไปใช้ ซึ่งทำให้ Conversion เพิ่มสูงขึ้น 59% และเพิ่ม ROAS ให้สูงกว่าเดิม 22% Koch Ford ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ในแคนาดานำคำแนะนำในการเสนอราคา tCPA ไปใช้ ซึ่งทำให้ Conversion เพิ่มสูงขึ้น 77% และลด CPA ลง 34% โปรดทราบว่าคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพจะแสดงกับแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาที่ใช้งานอยู่เท่านั้น และคะแนนการเพิ่มประสิทธิภาพจะไม่มีผลต่อการคำนวณคะแนนคุณภาพหรือลำดับโฆษณา โพสต์โดย Blake Reese ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสด้านการเพิ่มประสิทธิภาพ
    อ่านเพิ่มเติม
  89. 89
    ใช้ประโยชน์จากทุก Conversion ด้วยการติดแท็กทั่วเว็บไซต์
    2 สิงหาคม 2018
    โลกปัจจุบันคือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับนักการตลาดดิจิทัล ทั้งนี้เนื่องจากมีโอกาสให้นักการตลาดเข้าถึงลูกค้ามากกว่าที่เคย ตั้งแต่การดูหน้าจอที่ 2 ในช่วงพักโฆษณา ไปจนถึงการค้นหาระหว่างรอรถเมล์ แต่การเข้าถึงทั้งหมดนั้นทำให้วัดผลได้ยาก การวัด Conversion กลายเป็นเรื่องซับซ้อนมากขึ้น และการติดแท็กเว็บไซต์ของคุณจะต้องก้าวตามให้ทัน วิธีที่ดีที่สุดในการวัด Conversion ออนไลน์คือการใช้เครื่องมือที่ตั้งค่าคุกกี้ในโดเมนเดียวกับเว็บไซต์ (เรียกว่าคุกกี้บุคคลที่หนึ่ง) คุณควรวางแท็กสำหรับเครื่องมือดังกล่าวทั่วเว็บไซต์ ในทุกๆ หน้าของเว็บไซต์ เพื่อให้วัดผลและเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนในการตลาดดิจิทัลอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เรายังขอแนะนำให้ใช้ไลบรารีแบบไดนามิก เช่น gtag.js (หรือที่เรียกว่าแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์) เพื่อรักษาความยืดหยุ่นในขณะที่อุตสาหกรรมและความต้องการของคุณค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป การวัดผลจากบุคคลที่หนึ่งจะช่วยให้คุณวัดได้ว่าการตลาดและประสบการณ์ใช้งานแบบใดได้ผลที่ดีที่สุดในเว็บไซต์ โดยคุณจะต้องใช้โซลูชันการติดแท็กทั่วเว็บไซต์ที่ตั้งค่าคุกกี้บุคคลที่หนึ่งเพื่อการวัด Conversion ได้ โดยจะใช้การติดแท็กประเภทนี้ได้ด้วยแท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ของ Google (สำหรับ Google Ads, Display & Video 360, Search Ads 360, Campaign Manager และ Google Analytics) หรือด้วยเครื่องมือ เช่น Google Tag Manager (สำหรับแท็กของ Google และที่ไม่ใช่ของ Google ทั้งหมด) ตัวเลือกการติดแท็กของ Google Google นำเสนอ 2 ตัวเลือกในการติดแท็ก Conversion ได้แก่ แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์หรือ Google Tag Manager การติดตั้งเพียงครั้งเดียวจะทำให้แต่ละตัวเลือกทำงานได้ทั้งในผลิตภัณฑ์การวิเคราะห์และการโฆษณาของ Google ได้แก่ Google Ads, Display & Video 360, Search Ads 360, Campaign Manager และ Google Analytics แม้ว่าการติดตั้งสำหรับแต่ละโซลูชันจะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทั้งคู่ต่างก็ทำให้เกิดการวัดที่สม่ำเสมอไม่ซับซ้อน ผู้ดูแลเว็บของคุณควรใช้เวลาไม่ถึง 1 วันในการอัปเดตให้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อรวมอยู่ในหน้าเว็บทุกหน้าของเว็บไซต์แล้ว แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์หรือแท็ก Conversion Linker ใน Google Tag Manager จะตั้งค่าคุกกี้บุคคลที่หนึ่งใหม่ในโดเมน เพื่อให้คุณวัดการกระทำที่สนใจ และทราบได้ว่าคลิกใดทำให้เกิด Conversion มีสาเหตุต่างๆ ในการเลือกตัวเลือกการติดแท็กแต่ละตัวเลือก ดังนี้ สำหรับตัวเลือกที่เรียบง่ายที่สุดในการดูข้อมูล Conversion จากสื่อที่เสียค่าใช้จ่าย ให้ใช้แท็กที่ติดทั่วเว็บไซต์ ซึ่งทำงานร่วมกับ Google Ads, ผลิตภัณฑ์โฆษณาของ Google Marketing Platform และ Google Analytics หากต้องการใช้เครื่องมือที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นในการจัดการแท็ก Conversion ผ่านทางอินเทอร์เฟซเว็บ ให้ใช้ Google Tag Manager ซึ่งใฃ้งานได้กับแท็กของ Google และที่ไม่ใช่ของ Google ทั้งหมด หากคุณใช้เครื่องจัดการแท็กอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับหน้าเว็บ เพียงเพิ่มแท็ก Conversion Linker ในอินเทอร์เฟซเครื่องจัดการแท็ก แล้วตั้งค่าให้เริ่มทำงานในหน้าเว็บทุกหน้า หากต้องการเวลามากขึ้นก่อนที่จะใช้โซลูชันการติดแท็กทั่วเว็บไซต์อย่างใดอย่างหนึ่ง และคุณได้ใช้งานแท็ก Google Analytics เวอร์ชันก่อนหน้าในเว็บไซต์แล้ว คุณอาจลิงก์บัญชี Google Ads กับบัญชี Analytics เพื่อรับประกันว่าจะวัด Conversion โดยใช้คุกกี้บุคคลที่หนึ่งได้ โปรดทราบว่าโซลูชันนี้ใช้ได้เฉพาะกับเครื่องมือวัด Conversion ของ Google Ads โดยใช้ไม่ได้กับแท็ก Floodlight การทำความเข้าใจข้อมูล เมื่อติดแท็กเว็บไซต์แล้ว คุณควรจะต้องทำความเข้าใจและยืนยันข้อมูล เปรียบเทียบ Conversion ที่รายงานกับยอดขายจริง ตัวเลขยอดขายของคุณเองเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุดสำหรับธุรกิจ หากตัวเลขทางออนไลน์และออฟไลน์ไม่ได้ซิงค์กัน ให้ดูที่การติดแท็กเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งต่างๆ ได้รับการตั้งค่าอย่างถูกต้อง โปรดทราบว่าอาจเกิดความคลาดเคลื่อนบางประการเนื่องจากวิธีการและเทคโนโลยีการนับที่ต่างกัน ทราบระยะเวลาที่ลูกค้าโดยเฉลี่ยจะทำ Conversion เมตริก “จำนวนวันที่นำไปสู่ Conversion” ใน Google Ads เป็นวิธีหนึ่งในการดูระยะเวลาที่ผู้ใช้มักค้นคว้าข้อมูลก่อนซื้อจริง ยิ่งช่วงเวลาระหว่างการคลิกจนถึงการทำ Conversion นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่ Conversion นั้นจะไม่ได้รับการรายงานใน Google Ads มากขึ้นเท่านั้น อัปเดตเป้าหมายประสิทธิภาพของคุณให้สอดคล้องตามนั้น หากอัปเดตแท็กไม่ได้ คุณอาจเริ่มเห็น Conversion โดยประมาณบางรายการในบัญชีภายในปีนี้ หากไม่มีการติดแท็กที่อัปเดต Google Ads และ Search Ads 360 จะแสดงค่าประมาณ Conversion สำหรับ Conversion การคลิกผ่านในอุปกรณ์เดียวกัน วิธีนี้จะช่วยให้คุณยังคงทราบถึงประสิทธิภาพโดยรวมได้ ทั้งนี้คุณจะต้องอัปเดตแท็กเพื่อให้การวัดผลถูกต้องแม่นยำมากที่สุด โดยเฉพาะในส่วนที่ละเอียดยิ่งขึ้นของบัญชี เช่น คีย์เวิร์ด เราขอแนะนำให้อัปเดตการติดแท็กโดยเร็วที่สุดเพื่อรักษาข้อมูลเชิงลึกไว้ เนื่องจากการวัดผลโดยใช้คุกกี้บุคคลที่สามจะถูกต้องแม่นยำน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป คุณจึงอาจเห็น Conversion โดยรวม, อัตรา Conversion และมูลค่า Conversion ที่ลดลง ซึ่งนี่ไม่ได้หมายความว่าปริมาณ Conversion จริงของคุณจะลดลง แต่หมายถึงคุณสูญเสียการเข้าถึงข้อมูล ยิ่งดำเนินการเร็วเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรักษาข้อมูลเชิงลึกไว้ได้มากขึ้นเท่านั้น บทสรุป การติดแท็กบุคคลที่หนึ่งทั่วเว็บไซต์เป็นสิ่งจำเป็นในการทำความเข้าใจประสิทธิภาพทางออนไลน์ โปรดสละเวลามาทำการเปลี่ยนแปลงนี้ให้กับการติดแท็กโดยเร็ว ยิ่งรอนานเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งสูญเสียข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นเท่านั้น ขณะทำการอัปเดตเหล่านี้ โปรดให้ข้อมูลที่ชัดเจนและครอบคลุมแก่ผู้ใช้เกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูล และขอคำยินยอมจากผู้ใช้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด หากมีคำถามใดๆ โปรดติดต่อทีมดูแลลูกค้าหรือติดต่อเราได้ทุกเมื่อ โพสต์โดย Russell Ketchum ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Google Analytics
    อ่านเพิ่มเติม
  90. 90
    ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ใหม่ๆ ใน Google Ads Editor 12.4
    24 กรกฎาคม 2018
    เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเราได้เปิดตัว Google Ads Editor 12.4 ในเวอร์ชันนี้ Editor จะรองรับกลยุทธ์การเสนอราคา โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ และอื่นๆ ดูข้อมูลเพิ่มเติมและดาวน์โหลด Editor เวอร์ชันใหม่
    อ่านเพิ่มเติม
  91. 91
    ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับ Smart Bidding
    23 กรกฎาคม 2018
    Smart Bidding ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุดโดยกำหนดราคาเสนอที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการประมูลแต่ละครั้ง เราได้เปิดตัวการอัปเดตใหม่ๆ เพื่อลดความซับซ้อนของ Smart Bidding ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นและมีความโปร่งใสชัดเจน   ใช้ ROAS เป้าหมายที่ได้รับการอัปเดตเพื่อมุ่งเน้นไปที่ Conversion ที่สำคัญที่สุด ใช้ ROAS เป้าหมายเพื่อรับมูลค่า Conversion หรือรายได้เพิ่มขึ้นที่ผลตอบแทนจากค่าโฆษณาเป้าหมาย (ROAS) ซึ่งมีอัลกอริทึมแบบใหม่ที่จะพิจารณาปัจจัยต่างๆ มากกว่าเดิมเมื่อคาดการณ์มูลค่า Conversion ตัวอย่างเช่น หากลูกค้ามีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูงในตอนเย็นและวันหยุดสุดสัปดาห์ ROAS เป้าหมายอาจเสนอราคาในเชิงรุกมากขึ้นสำหรับการประมูลเหล่านั้นในขณะที่ลดค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคุณ เพิ่ม Conversion ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โมเดลการเสนอราคาของเราสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบัญชีหรือแคมเปญที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งาน Smart Bidding ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันแม้ว่าคุณจะไม่มีข้อมูล Conversion ที่ผ่านมามากนักก็ตาม อัลกอริทึมที่ได้รับการอัปเดตจะช่วยให้ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การเสนอราคาทั้งหมดสมดุลกันโดยอัตโนมัติ ช่วยให้แคมเปญและกลุ่มโฆษณาที่มีปริมาณการเข้าชมน้อยทำงานได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น หากคุณพบว่า Conversion เพิ่มขึ้นจากผู้ใช้ในรายการรีมาร์เก็ตติ้ง CPA เป้าหมายจะจัดสรรการใช้จ่ายมากขึ้นให้กับแคมเปญที่มีผู้ใช้จำนวนมากในรายการนั้นได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Smart Bidding บรรลุเป้าหมายด้วยขั้นตอนที่น้อยลง เพื่อให้คุณเลือกกลยุทธ์การเสนอราคาระดับแคมเปญได้ง่ายกว่าที่เคย เราได้จัดทำเวิร์กโฟลว์แนะนำการเสนอราคาไว้ให้ในประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ของ Google Ads เลือกกลยุทธ์การเสนอราคาตามเมตริกที่คุณต้องการเน้นและเลือกวิธีที่คุณต้องการให้ Google Ads เพิ่มเมตริกดังกล่าว (การคลิก, Conversion หรือมูลค่า Conversion)  นอกจากนี้คุณยังเลือกและเปลี่ยนกลยุทธ์การเสนอราคาของแคมเปญหลายแคมเปญได้ง่ายๆ ในขั้นตอนเดียวภายในแท็บแคมเปญด้วยการแก้ไขกลยุทธ์การเสนอราคาแบบเป็นชุด ทราบช่วงเวลาที่ควรตรวจสอบประสิทธิภาพด้วยเมตริกระยะเวลาก่อนที่จะเกิด Conversion ควรพิจารณาเฉพาะช่วงเวลาที่มีข้อมูล Conversion ที่สมบูรณ์เท่านั้น เพื่อที่จะได้เห็นประสิทธิภาพกลยุทธ์การเสนอราคาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ใช้เมตริกระยะเวลาก่อนที่จะเกิด Conversion ใหม่ในรายงานกลยุทธ์การเสนอราคาเพื่อดูเวลาหน่วง Conversion ซึ่งเป็นระยะเวลานับตั้งแต่ที่ลูกค้าคลิกไปจนถึงมีการเกิด Conversion ข้อมูลจะพร้อมให้ตรวจสอบหลังจากเลยช่วงเวลาดังกล่าวไป ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวลาหน่วง Conversion
    อ่านเพิ่มเติม
  92. 92
    สร้างกลุ่มทดสอบและกลุ่มควบคุมของผู้ใช้โดยเฉพาะด้วยการทดสอบที่อิงตามคุกกี้
    19 กรกฎาคม 2018
    โดยค่าเริ่มต้น การทดสอบแคมเปญจะกำหนดผู้ใช้ให้กับกลุ่มทดสอบหรือกลุ่มควบคุมทุกครั้งที่ผู้ใช้ป้อนการค้นหา (เรียกว่า "การแบ่งฝั่งที่อิงตามการค้นหา")  ซึ่งหมายความว่าหากผู้ใช้รายหนึ่งทำการค้นหา 3 ครั้ง เท่ากับว่า 2 จาก 3 ครั้งจะเข้าสู่ฝั่งทดสอบ และอีกครั้งจะเข้าสู่ฝั่งควบคุม  การแบ่งฝั่งที่อิงตามคุกกี้ใหม่ของเราทำให้คุณมีตัวเลือกในการกำหนดผู้ค้นหาให้กับกลุ่มทดสอบและกลุ่มควบคุมโดยเฉพาะได้ ซึ่งหมายความว่าหากระบบจับคู่ผู้ใช้รายใดกับกลุ่มทดสอบ และผู้ใช้รายดังกล่าวทำการค้นหา 3 ครั้ง ทั้ง 3 ครั้งจะเข้าสู่ฝั่งทดสอบ    คุณเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ตัวเลือกของประเภทการแบ่งฝั่งด้วยตนเอง โปรดทำความเข้าใจตัวเลือก และเลือกให้สอดคล้องกับวิธีที่คุณต้องการทดสอบ    การแบ่งฝั่งที่อิงตามคุกกี้อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในกรณีต่อไปนี้ การทดสอบกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง คุณต้องการตั้งค่าการทดสอบหน้า Landing Page ที่ทำงานคล้ายกับเครื่องมือทดสอบการเพิ่มประสิทธิภาพอัตรา Conversion อื่นๆ   การแบ่งฝั่งที่อิงตามการค้นหาอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในกรณีต่อไปนี้ คุณต้องการให้การทดสอบครั้งนี้สอดคล้องกับการทดสอบที่อิงตามการค้นหาก่อนหน้านี้ แคมเปญมีปริมาณการเข้าชมน้อย   สมมติว่าคุณต้องการทดสอบผลกระทบของหน้าเว็บแบบ Accelerated Mobile Pages (AMP) ซึ่งมักจะโหลดได้ภายในไม่ถึงวินาที หากตั้งค่าการทดสอบนี้โดยใช้การแบ่งฝั่งที่อิงตามการค้นหา ผู้ใช้ที่กำหนดอาจได้รับทั้งประสบการณ์ใช้งานแบบ AMP และที่ไม่ใช่ AMP เนื่องจากระบบจะประเมินใหม่ทุกครั้งที่ผู้ใช้รายดังกล่าวค้นหาว่าจะให้เข้าร่วมกลุ่มทดสอบหรือกลุ่มควบคุม การเปิดใช้การแบ่งฝั่งที่อิงตามคุกกี้จะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ใช้งานที่ต่อเนื่อง โดยระบบจะกำหนดให้ผู้ใช้อยู่ในกลุ่มทดสอบหรือกลุ่มควบคุมของการทดสอบอย่างถาวร ดูข้อมูลการทดสอบได้เพิ่มเติมที่นี่ 
    อ่านเพิ่มเติม
  93. 93
    มีตัวเลือกพารามิเตอร์ของหน้า Landing Page ใหม่ให้ใช้ใน Google Ads แล้ว
    18 กรกฎาคม 2018
    เราเพิ่มการเปลี่ยนแปลง 2 รายการเพื่อให้คุณระบุพารามิเตอร์ของหน้า Landing Page ได้ง่ายขึ้น คำต่อท้าย URL สุดท้ายมีให้บริการใน Google Ads แล้ว และจำนวนพารามิเตอร์ที่กำหนดเองที่ใช้ได้เพิ่มขึ้นจาก 3 เป็น 8 รายการ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีตัวเลือกให้คุณระบุพารามิเตอร์ของหน้า Landing Page มากขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับบัญชีที่ใช้โซลูชันการติดตามของบุคคลที่สาม เมื่อ Google Ads มีการเพิ่มเติมเหล่านี้แล้ว เราจึงรองรับฟีเจอร์ทั้งหมดที่จำเป็นต่อการย้ายข้อมูลบัญชีไปยังการติดตามพร้อมกัน กำหนดเวลาในการย้ายข้อมูลคือวันที่ 30 ตุลาคม หากคุณยังไม่ได้ดำเนินการ เราขอแนะนำให้ย้ายข้อมูลบัญชีไปที่การติดตามพร้อมกันตอนนี้เพื่อให้ได้รับประโยชน์จาก API นี้ ข้อควรระวัง: โปรดใช้ Google Ads Editor เวอร์ชัน 12.4 ขึ้นไป การใช้เวอร์ชันที่เก่ากว่าอาจส่งผลให้มีการลบการเปลี่ยนแปลง URL และการติดตามพร้อมกันที่ทำไปก่อนหน้า ตรวจสอบว่าคุณใช้ Google Ads Editor เวอร์ชันใดอยู่ ระบบอาจปฏิเสธการแก้ไขบางอย่างที่ทำในประสบการณ์การใช้งานแบบเดิมของ AdWords (รวมถึงการแก้ไขในแคมเปญ กลุ่มโฆษณา คีย์เวิร์ด โฆษณา และส่วนขยาย) เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลบการเปลี่ยนแปลงการติดตามพร้อมกัน หากต้องการทำการแก้ไขเหล่านี้ให้เสร็จ ให้เปลี่ยนไปใช้ประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ของ Google Ads ตรวจสอบว่าคุณใช้ประสบการณ์การใช้งาน Google Ads แบบใดอยู่
    อ่านเพิ่มเติม
  94. 94
    ใช้รายงานหน้า Landing Page กับโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิก
    18 กรกฎาคม 2018
    รายงานหน้า Landing Page ใน Google Ads จะแสดงประสิทธิภาพของหน้า Landing Page สำหรับแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาและแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์แบบดั้งเดิม ขณะนี้ รายงานนี้ได้รวมหน้า Landing Page สำหรับแคมเปญโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิก (DSA) ไว้ด้วย  ใช้ข้อมูลเหล่านี้ประเมินและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน้า Landing Page เช่น สมมติว่าคุณมีบัญชีที่จำหน่ายอุปกรณ์กีฬา และหน้า Landing Page ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับลูกฟุตบอลทำงานได้ดี จากข้อมูลเชิงลึกนี้ คุณสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายให้กับหน้า Landing Page นี้เพื่อปรับข้อความโฆษณาให้ใกล้เคียงกับหน้า Landing Page มากขึ้นและเพิ่มยอดการเข้าชมได้ ดูข้อมูลแท็บหน้า Landing Page ได้เพิ่มเติมที่นี่ 
    อ่านเพิ่มเติม
  95. 95
    ปรับปรุงคีย์เวิร์ดด้วยการ์ดข้อมูลเชิงลึก New Words
    17 กรกฎาคม 2018
    ข้อความค้นหาใหม่อาจเรียกให้แสดงโฆษณาของคุณเมื่อเวลาผ่านไป แม้คุณจะไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงคีย์เวิร์ดก็ตาม ข้อความค้นหาใหม่เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงโอกาสสำหรับคีย์เวิร์ดใหม่ ก่อนหน้านี้ผู้ลงโฆษณาจะต้องค้นหาข้อความค้นหาใหม่เหล่านี้ด้วยตัวเองในรายงานข้อความค้นหา แต่ตอนนี้การ์ดข้อมูลเชิงลึก New Words จะช่วยจัดการขั้นตอนนี้ให้คุณ ฟีเจอร์นี้จะตรวจสอบข้อความค้นหาใหม่ๆ และแจ้งเตือนคุณเพื่อให้คุณระบุคีย์เวิร์ดได้อย่างทันท่วงที  สมมติว่าคุณกำลังโฆษณาให้กับบริษัทรองเท้า ในขณะที่ตรวจสอบการ์ดข้อมูลเชิงลึก คุณสังเกตเห็นข้อความค้นหาใหม่ "รองเท้าเทรนนิ่ง" ซึ่งกำลังเรียกให้แสดงโฆษณาของคุณ คุณพบว่าการค้นหาที่มีคำว่า "รองเท้าเทรนนิ่ง" กำลังเพิ่มอัตรา Conversion ให้สูงขึ้น จากข้อมูลที่ได้รับ คุณอาจพิจารณาเพิ่มคียเวิร์ดใหม่ที่เกี่ยวข้องกับข้อความค้นหา "รองเท้าเทรนนิ่ง"  นอกจากนี้คุณยังอาจใช้เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ดเพื่อค้นหาข้อความค้นหาที่มีมูลค่าสูงยิ่งขึ้นที่มีคำว่า “รองเท้าเทรนนิ่ง” ประกอบอยู่ด้วย คุณยังใช้ข้อมูลเชิงลึกนี้เพื่อสแกนหาข้อความค้นหาใหม่ที่ยังไม่เกี่ยวข้องหรือมีประสิทธิภาพต่ำอยู่ ในตัวอย่างรองเท้าด้านล่าง การ์ดข้อมูลเชิงลึกจะช่วยคุณติดตามคำศัพท์ เช่น "เกือกม้า" ซึ่งคุณจะระบุเป็นคีย์เวิร์ดเชิงลบได้      นอกเหนือจากการใช้ข้อมูลเชิงลึก New Words อย่าลืมตรวจสอบรายงานข้อความค้นหาฉบับเต็มเป็นระยะๆ เพื่อดูข้อความค้นหาที่เชื่อมโยงกับโฆษณาได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น  ไปที่ศูนย์ช่วยเหลือเพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับการ์ดข้อมูลเชิงลึกนี้และอื่นๆ ที่อยู่ในแท็บภาพรวมของบัญชี 
    อ่านเพิ่มเติม
  96. 96
    ดำเนินการกับการเปลี่ยนแปลงในแคมเปญรอย่างรวดเร็วด้วยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มโฆษณา
    16 กรกฎาคม 2018
    การเปลี่ยนแปลงของการใช้จ่ายอย่างกะทันหันระหว่างกลุ่มโฆษณาอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของแคมเปญ ในปัจจุบันการระบุว่ากลุ่มการโฆษณาใดที่มีการเปลี่ยนแปลงการเข้าชมอย่างมีนัยสำคัญเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากและต้องลงมือทำเอง คุณต้องคลิกเข้าสู่แคมเปญ เลือกต้นทุนเป็นเมตริกและกำหนดขอบเขตช่วงวันที่ต่างๆ เพื่อระบุกลุ่มโฆษณาที่ได้รับผลกระทบ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มโฆษณาใหม่นี้จะแจ้งเตือนคุณเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในกลุ่มโฆษณาต่างๆ โดยอัตโนมัติ จากที่นั่น คุณจะประเมินได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพอย่างไรและทำการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น  ตัวอย่างเช่น สมมุติว่ากลุ่มโฆษณา 1 มีผลกำไรจากการขายที่ผ่านมาต่ำกว่ากลุ่มโฆษณา 2 หรือกลุ่มโฆษณา 3 แต่เมื่อเร็วๆ นี้กลุ่มโฆษณา 1 ได้ส่วนแบ่งจากงบประมาณของแคมเปญเพิ่มขึ้น ในสถานการณ์เช่นนี้ วิธีที่เหมาะสมอาจเป็นการแบ่งกลุ่มโฆษณา 1 ออกเป็นแคมเปญแยกต่างหากเพื่อให้คุณกำหนดงบประมาณให้กับกลุ่มโฆษณาที่มีกำไรสูงกว่าแบบแยกกันได้  มิฉะนั้นคุณอาจเห็นผลกำไรโดยรวมลดลง ไปที่ศูนย์ช่วยเหลือเพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับการ์ดข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ ที่อยู่ในส่วนภาพรวมของบัญชี AdWords 
    อ่านเพิ่มเติม
  97. 97
    ประหยัดเวลาในการรายงาน ใช้ส่วนเสริมใหม่ของ Google Ads ใน Google ชีต
    13 กรกฎาคม 2018
    ใช้ส่วนเสริมของ Google Ads ใน Google ชีตเพื่อประหยัดเวลาในการสร้างรายงาน สมมติว่าคุณเป็นผู้ลงโฆษณาที่ต้องการดาวน์โหลดข้อมูล Google Ads เป็นแบบ CSV เพื่อให้สามารถนำไปรวมกับข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์เพื่อสร้างรายงาน การดำเนินการนี้จำเป็นต้องมีการดาวน์โหลดและอัปเดตข้อมูลบ่อยครั้ง ซึ่งใช้เวลานาน น่าเบื่อ และมีโอกาสผิดพลาดสูง  ส่วนเสริมของ Google Ads ทำให้กระบวนการนี้ง่ายและรวดเร็ว คุณเพียงต้องสร้างรายงานครั้งเดียว จากนั้นก็รีเฟรชข้อมูลในชีตโดยตรงด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง ซึ่งจะเป็นการอัปเดตรายงานที่ลิงก์ไว้โดยอัตโนมัติ   วิธีนี้จะช่วยกำจัดการดาวน์โหลด คัดลอกและวางข้อมูลลงในสเปรดชีตที่น่าเบื่อซ้ำซาก ทั้งแบบรายวันและรายสัปดาห์ เนื่องจากทำเช่นนี้ได้ใน Google ชีต งานของคุณจึงพร้อมให้ทุกคน (ที่คุณเลือกแชร์งานด้วย) ได้ดูและทำงานร่วมกันทันที ยกตัวอย่างง่ายๆ คุณอาจเรียกใช้รายงานประจำวันเพื่อตรวจสอบว่าคุณทำตามเป้าหมายงบประมาณด้วยความเร็วมากน้อยเพียงใด  ต่อไปนี้คือมุมมองข้อมูลที่ดึงผ่านส่วนเสริมของ Google Ads ใน Google ชีตได้      จากนั้นใช้ vlookups ในแท็บที่แยกต่างหากเพื่อรวมข้อมูลนี้กับข้อมูลเป้าหมายการใช้จ่ายที่เป็นกรรมสิทธิ์   จากนั้นคุณอาจใช้ Sumifs (หรือฟังก์ชันการค้นหา) และการจัดรูปแบบตามเงื่อนไขเพื่อแสดงข้อมูลได้อย่างชัดเจนมากขึ้นในรายงานการจัดการและรายงานสำหรับลูกค้าเหมือนกับตัวอย่างด้านล่าง      การใช้ฟีเจอร์ส่วนเสริมของ Google Ads พร้อมกับคำสั่ง sumifs หรือฟังก์ชันการค้นหายังช่วยให้การรายงานเป็นไปโดยอัตโนมัติได้มากขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น  แผนภูมิการเปรียบเทียบช่วงวันที่ ใช้ส่วนเสริมบนแท็บหลายแท็บภายในแผ่นงานเดียวกัน สมมติว่าคุณต้องการวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างช่วงเวลา 2 ช่วงโดยที่แต่ละช่วงเวลามีช่วงวันที่แตกต่างกัน  คุณอาจใช้ส่วนเสริมบนแท็บแยกกัน 2 แท็บได้ โดยที่แต่ละแท็บจะแสดงช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นคุณจะดึงข้อมูลการวิเคราะห์จากช่วงวันที่ทั้ง 2 ช่วงนี้ลงในแท็บที่ 3 เพื่อนำไปใช้ในการรายงาน  การรายงานภาพรวม ใช้ importranges เพื่อดึงข้อมูลจากแต่ละรายงาน คุณสามารถสร้างรายงานสรุปที่รวบรวมผลลัพธ์จากรายงานย่อยหลายฉบับได้  ใช้ส่วนเสริมเพื่อรวมฟังก์ชันขั้นสูงจากชีตลงในรายงาน  ตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้ส่วนเสริม Open Solver เพื่อคำนวณงบประมาณโดยใช้ส่วนแบ่งการแสดงผลและข้อมูลประสิทธิภาพ
    อ่านเพิ่มเติม
  98. 98
    ความเร็วเป็นสิ่งสำคัญในการมอบประสบการณ์ในการใช้งานที่สะดวกรวดเร็ว
    11 กรกฎาคม 2018
    การจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากโฆษณาออนไลน์ในปัจจุบันนั้นต้องอาศัยมากกว่าแค่คีย์เวิร์ดหรือราคาเสนอที่เหมาะสม โดยคุณจะต้องมอบประสบการณ์ที่ลื่นไหลและเป็นประโยชน์ที่ผู้บริโภคคาดหวังจากแบรนด์ เมื่อวานนี้ที่งาน Google Marketing Live เราได้แชร์นวัตกรรมโฆษณาที่ขับเคลื่อนโดยแมชชีนเลิร์นนิงของ Google ซึ่งจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายนั้นได้ อย่างไรก็ตาม แม้แต่โฆษณาที่ดีที่สุดก็อาจให้ผลลัพธ์ตามที่คุณต้องการได้ยากหากส่งผู้ใช้ไปยังหน้า Landing Page ที่โหลดได้ช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุปกรณ์เคลื่อนที่ ในแวดวงค้าปลีกนั้น เราพบว่าเวลาในการโหลดหน้าเว็บที่ช้าลงทุก 1 วินาทีอาจทำให้ Conversion ลดลงสูงสุด 20%¹ นี่เป็นสาเหตุที่เราต้องการช่วยให้คุณวิเคราะห์และปรับปรุงความเร็วของเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ง่ายขึ้น ดูว่าหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่ทำให้คุณพลาดโอกาสดีๆ ไปหรือไม่ ทราบหรือไม่ว่าปัจจุบันการเข้าชมเว็บมากกว่าครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นในอุปกรณ์เคลื่อนที่ แต่หน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่กลับใช้เวลาในการโหลดเฉลี่ยถึง 15 วินาที² สำหรับหลายๆ แบรนด์แล้ว ความล่าช้านี้ก็เท่ากับโอกาสที่พลาดไป โดยเฉพาะเมื่อผู้เข้าชมมากกว่าครึ่งหนึ่งจะตัดสินใจออกจากหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช้เวลาโหลดนานกว่า 3 วินาที3 แล้วธุรกิจของคุณประสบปัญหาที่ว่ามานี้ไหม เราได้แนะนำคะแนนความเร็วบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ใหม่เพื่อช่วยคุณทำความเข้าใจว่าความเร็วของหน้า Landing Page จะส่งผลต่อประสิทธิภาพโฆษณาอย่างไร การประเมินจะมีระดับคะแนนตั้งแต่ 1-10 โดย 1 คือช้ามาก ขณะที่ 10 คือเร็วมาก คะแนนความเร็วบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ช่วยให้คุณทราบได้อย่างรวดเร็วว่าหน้าเว็บใดมอบประสบการณ์ใช้งานในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่รวดเร็ว และหน้าเว็บใดที่คุณควรดูแลปรับปรุงเป็นพิเศษ   ดูคะแนนความเร็วบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในหน้า "หน้า Landing Page" ใน Google Ads   คะแนนความเร็วบนอุปกรณ์เคลื่อนที่จะพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัย รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วหน้าเว็บกับอัตรา Conversion ที่เป็นไปได้ โดยเริ่มให้บริการแก่ผู้ลงโฆษณาทั่วโลกแล้ว ปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานในอุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วย AMP เมื่อทราบแล้วว่าอะไรทำให้พลาดโอกาสดีๆ ไป แล้วคุณจะเพิ่มความเร็วหน้าเว็บได้อย่างไร Accelerated Mobile Pages (AMP) จะมอบประสบการณ์ใช้งานในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่รวดเร็ว ลื่นไหล และน่าดึงดูดมากขึ้น ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้วหน้าเว็บ AMP จะโหลดเร็วกว่าหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่มาตรฐานราว 85%⁴ ซึ่งความเร็วนี้จะตอบสนองได้ทันใจผู้ใช้ เมื่อเพิ่มความเร็วเว็บไซต์แล้ว คุณจะนำการคลิกโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาไปยังหน้าเว็บ AMP เหล่านั้นได้ และสร้างประสบการณ์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่รวดเร็วและน่าพอใจได้ตามที่ลูกค้าต้องการ แบรนด์ต่างๆ เช่น Greenweez ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกชั้นนำในฝรั่งเศสใช้ AMP เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความเร็วหน้า Landing Page ของเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดย Greenweez นั้นเพิ่มความเร็วหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ถึง 5 เท่า ส่งผลให้ได้รับ Conversion ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 80% พิจารณาเพิ่มความเร็วของเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณ เมื่อผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ไม่น่าพอใจในอุปกรณ์เคลื่อนที่แล้ว โอกาสที่จะซื้อสินค้าจากคุณในอนาคตก็ย่อมน้อยลง ดังนั้นถ้าคุณอยากก้าวนำคู่แข่ง ก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความเร็วภายในองค์กร ซึ่งเราพร้อมช่วยเหลือในจุดนี้ โดยได้สร้างเครื่องมือฟรี 2 อย่าง ได้แก่ ตารางสรุปสถิติความเร็ว ซึ่งช่วยให้เห็นว่าเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณโหลดได้เร็วมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับของคู่แข่ง และ Impact Calculator ซึ่งช่วยคุณในการประมาณรายได้ที่อาจพลาดไปเนื่องจากการมีเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่โหลดได้ช้า ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือเหล่านี้ รวมทั้งแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ใน Think with Google โพสต์โดย Jon Diorio ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Google Ads 1. Google/SOASTA, “สถานะประสิทธิภาพการค้าปลีกออนไลน์” เมษายน 2017 2. การวิจัยของ Google, Webpagetest.org, สุ่มตัวอย่างโดเมนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ 11 ล้านรายการทั่วโลก ซึ่งโหลดโดยใช้การเชื่อมต่อ 4G ตามปกติทั่วโลก, ม.ค. 2018 3. ข้อมูลของ Google, ข้อมูลของ Google Analytics ที่รวบรวมโดยไม่ระบุตัวตนจากการสุ่มตัวอย่างเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งเลือกแชร์ข้อมูลเปรียบเทียบ, n=เว็บไซต์ 3,700 รายการทั่วโลก, มีนาคม 2016 4. ข้อมูลของ Google ทั่วโลก, เมษายน 2017
    อ่านเพิ่มเติม
  99. 99
    ผู้ลงโฆษณาทุกรายใช้แมชชีนเลิร์นนิงได้เพียงปลายนิ้วคลิก
    10 กรกฎาคม 2018
    ผู้คนสมัยนี้เปลี่ยนวิธีจัดการสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการหาร้านกาแฟที่ใกล้ที่สุดไปจนถึงการจัดรูปครอบครัว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เราศึกษาวิธีใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคและช่วยในการทำงานต่างๆ ให้สำเร็จไปแล้ว ในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า เราจะแชร์วิธีช่วยเหลือนักการตลาดให้ค้นพบโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจด้วยการใช้แมชชีนเลิร์นนิงครั้งใหญ่ที่สุดในโฆษณา มาดูกันว่าเราใช้เทคโนโลยีนี้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเราอย่างไร รวมทั้งความสำคัญของแมชชีนเลิร์นนิงในการสร้างประสบการณ์จากแบรนด์ที่ลื่นไหลและเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค รับชมสตรีมสดได้วันนี้ เวลา 9.00 น. PT (12.00 น. ET) เสนอโฆษณาได้ตรงจุดยิ่งขึ้นด้วยโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท ผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการข้อมูลมากขึ้น มีความต้องการมากขึ้น และหวังว่าจะทำงานต่างๆ ให้เสร็จเร็วกว่าที่เคยผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ จึงคาดหวังว่าโฆษณาของคุณจะมีประโยชน์และตรงตามความต้องการ ซึ่งทำได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อต้องแสดงโฆษณาให้คนจำนวนมากได้รับชม เราจึงเปิดตัว โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท ซึ่งผสานความคิดสร้างสรรค์ของคุณเข้ากับความสามารถของแมชชีนเลิร์นนิงจาก Google เพื่อช่วยให้คุณเสนอโฆษณาที่ตรงใจและมีประโยชน์ได้จริง ลองเขียนบรรทัดแรกของโฆษณาออกมา 15 บรรทัดและบรรทัดรายละเอียดอีก 4 บรรทัด แล้ว Google จะทำงานส่วนที่เหลือให้เอง โดยลองสับเปลี่ยนตำแหน่งคำและเรียนรู้ว่าครีเอทีฟโฆษณาตัวใดใช้ร่วมกับคำค้นหาได้ดีที่สุด ดังนั้นคนที่ค้นหาสิ่งเดียวกันจึงอาจเห็นโฆษณาที่ต่างกันตามบริบทเฉพาะของตัวเอง เรารู้ว่าการเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาลักษณะนี้ได้ผลจริง โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ลงโฆษณาที่ใช้แมชชีนเลิร์นนิงของ Google ทดสอบครีเอทีฟโฆษณาหลายตัวจะได้รับยอดคลิกเพิ่มขึ้นถึง 15%1 เราจะเริ่มเปิดให้ผู้ลงโฆษณาใช้โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า รับชมเนื้อหาที่ตรงใจและเพิ่มประสิทธิภาพใน YouTube ให้ถึงขีดสุด ผู้ใช้ดูวิดีโอใน YouTube มากถึง 1 พันล้านชั่วโมงทุกวัน และมีแนวโน้มจะเข้ามาหาแรงบันดาลใจและข้อมูลในการซื้อสินค้ามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าชิ้นใหญ่หรือเล็กก็ตาม เช่น ผู้ซื้อรถประมาณ 1 ใน 2 คนบอกว่าเข้ามาหาข้อมูลใน YouTube ก่อนตัดสินใจซื้อ2 และคนรุ่นมิลเลนเนียลประมาณ 1 ใน 2 คนเข้า YouTube เพื่อหาเคล็ดลับการเตรียมอาหารก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อวัตถุดิบอะไรบ้าง3 การแสดงโฆษณาวิดีโอกับกลุ่มผู้ชมที่ใช่ในจังหวะเวลาที่เหมาะสมจึงสำคัญอย่างมาก แมชชีนเลิร์นนิงช่วยให้เราเปลี่ยนความสนใจนี้ให้กลายเป็นผลลัพธ์ใน YouTube ได้ เราเคยช่วยคุณเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญเพื่อเพิ่มยอดดูและการแสดงผลมาแล้ว ส่วนครึ่งปีหลังนี้ เราจะเปิดตัวฟีเจอร์เพิ่มการเพิ่มสูงสุด (Maximize Lift) เพื่อช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ที่มีแนวโน้มจะสนใจแบรนด์ของคุณมากที่สุดหลังเห็นโฆษณาวิดีโอ และเรายังใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อสร้างกลยุทธ์ Smart Bidding แบบใหม่นี้อีกด้วย เมื่อถึงเวลาประมูล แมชชีนเลิร์นนิงจะช่วยปรับราคาเสนอโดยอัตโนมัติเพื่อให้โฆษณาวิดีโอสร้างการรับรู้ในแบรนด์มากที่สุดตลอดเส้นทางของผู้บริโภค ตอนนี้ฟีเจอร์เพิ่มการเพิ่มสูงสุดใช้งานได้แล้วในรุ่นเบต้า และจะเปิดให้ผู้ลงโฆษณาทั่วโลกได้ใช้ภายในปีนี้ ดึงคนไปยังหน้าร้านมากขึ้นด้วยแคมเปญในพื้นที่ (Local Campaign) ไม่ว่าจะเริ่มค้นหาข้อมูลจาก YouTube หรือ Google ผู้คนก็ยังซื้อสินค้าส่วนใหญ่จากหน้าร้านจริง แต่การค้นหา “สิ่งที่อยู่ใกล้ๆ” ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ก็เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน4 ผู้เลือกซื้อเกือบ 80% จะไปที่หน้าร้านหากต้องการซื้อในทันที5 สำหรับผู้ลงโฆษณาแล้ว การดึงคนไปยังหน้าร้านจริงนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงสำคัญต่างๆ ของปี เช่น เมื่อจัดกิจกรรมหรือโปรโมชันในร้าน วันนี้เราจะเปิดตัวแคมเปญในพื้นที่ ซึ่งเป็นแคมเปญประเภทใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อดึงคนไปที่หน้าร้านโดยเฉพาะ เพียงให้ข้อมูลเบื้องต้น เช่น ที่ตั้งธุรกิจและครีเอทีฟโฆษณา แล้ว Google จะเพิ่มประสิทธิภาพให้โฆษณาของคุณในผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของ Google โดยอัตโนมัติเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาที่ร้านมากขึ้น แสดงที่ตั้งธุรกิจของคุณในผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งเครือข่ายของ Google   เราจะเปิดให้ผู้ลงโฆษณาทั่วโลกใช้แคมเปญในพื้นที่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ใช้แคมเปญ Shopping ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อต้นปีนี้ เราเปิดตัวแคมเปญ Shopping ประเภทใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยอิงตามเป้าหมายของคุณ แคมเปญ Smart Shopping นี้ช่วยให้คุณทำรายได้ได้ตามเป้าโดยไม่ต้องจัดการและเสนอราคาผลิตภัณฑ์หรือคีย์เวิร์ดแต่ละรายการด้วยตัวเอง และในอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้ เราจะปรับปรุงให้แคมเปญเพิ่มประสิทธิภาพตามเป้าหมายทางธุรกิจหลายข้อ นอกจากจะเพิ่มมูลค่า Conversion สูงสุดแล้ว คุณจะยังเลือกเป้าหมายเป็นการเข้าชมร้านค้า หรือลูกค้าใหม่ได้อีกด้วย แมชชีนเลิร์นนิงจะคำนวณความน่าจะเป็นว่าการคลิกจะส่งผลตามที่กำหนดไว้มากเพียงใด แล้วช่วยปรับเสนอราคาตามนั้น นอกจากนั้น เรายังใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงโฆษณา Shopping ใน Google.com, การค้นหารูปภาพ, YouTube เว็บไซต์และแอปนับล้านๆ รายการในโลกอินเทอร์เน็ต และการเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะแสดง โดยพิจารณาจากสัญญาณต่างๆ มากมาย เช่น อุปสงค์และราคาตามฤดูกาล แบรนด์ต่างๆ อย่าง GittiGidiyor ซึ่งเป็นบริษัทของ eBay ใช้แคมเปญ Smart Shopping เพื่อช่วยให้จัดการโฆษณาได้ง่ายขึ้นและให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น GittiGidiyor เพิ่มผลตอบแทนจากค่าโฆษณาได้ถึง 28% เพิ่มยอดขายได้อีก 4% และยังลดเวลาจัดการแคมเปญได้อีกด้วย นอกจากนี้ เรายังมอบความช่วยเหลือที่มากขึ้นแก่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำเพื่อการจัดการแคมเปญที่ง่ายขึ้น นอกจากจะตั้งค่าใน Google Ads แล้ว ในอีกไม่กี่สัปดาห์ คุณจะตั้งค่าและจัดการแคมเปญ Smart Shopping ใน Shopify ได้เลย ร่วมฟังข้อมูลเพิ่มเติม นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับนักการตลาดทุกคน และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานไปกับคุณ รับชมงานได้วันนี้ เวลา 9.00 น. PT (12.00 น. ET) เพื่อรับทราบข้อมูลทุกอย่างผ่าน Google Marketing Live โปรดติดตามข่าวสารล่าสุดทางบล็อกใหม่ของ Google Ads โพสต์โดย Jerry Dischler รองประธานฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์   1. ข้อมูลภายในของ Google 2. งานวิจัย Auto CB Gearshift Study ของ Google / Kantar TNS ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 2017 n= ผู้ซื้อรถใหม่ 312 คนที่ดูวิดีโอออนไลน์ 3. Google / Ipsos ประเทศสหรัฐอเมริกา เดือนพฤศจิกายน 2017 4. ข้อมูลภายในของ Google ประเทศสหรัฐอเมริกา เดือนก.ค. - ธ.ค. 2015 เทียบกับก.ค. - ธ.ค. 2017 5. แบบสำรวจออนไลน์ “Shopping Tracker” ของ Google/Ipsos ประเทศสหรัฐอเมริกา n=ชาวอเมริกันอายุ 13 ปีขึ้นไปจำนวน 3,613 คนที่ซื้อสินค้าในช่วง 2 วันที่ผ่านมา จัดทำช่วงเดือนต.ค. - ธ.ค. 2017
    อ่านเพิ่มเติม
  100. 100
    ใช้โน้ตเพื่อแชร์รายละเอียดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของบัญชีกับทุกคนในธุรกิจ
    9 กรกฎาคม 2018
    ตอนนี้คุณแสดงความคิดเห็นลงในกราฟประสิทธิภาพ Google Ads โดยตรงหรือในแผงโน้ตในบัญชี Google Ads ได้แล้ว ซึ่งจะทำให้คุณแจ้งและแชร์รายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีกับคนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว วิธีนี้เป็นประโยชน์ในหลากหลายบริบท  หากคุณจัดการบัญชีร่วมกับคนอื่น การใช้โน้ตจะถ่ายทอดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว (เช่น เมื่อเพิ่งเปิดตัวกลุ่มโฆษณาใหม่) วิธีนี้จะเพิ่มประสิทธิผลและความร่วมมือในทีม เช่น สมมุติว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างเร็วและคุณวินิจฉัยปัญหาแล้ว ก็สามารถแสดงความคิดเห็นให้สมาชิกทีมคนอื่นใช้อ้างอิงเพื่อจะได้ไม่ต้องวิเคราะห์สิ่งที่คุณทำไว้แล้วซ้ำอีก หรือหากคุณปรับงบประมาณในแคมเปญซึ่งมีความสำคัญ ก็เพิ่มโน้ตที่แจ้งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้และเวลาที่ทำการเปลี่ยนแปลง เพื่อนร่วมงานจะเข้าใจสาเหตุที่ประสิทธิภาพเปลี่ยนไปในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาได้ทันที คุณอาจใช้โน้ตเพื่อแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอื่นๆ ในบัญชี เช่น เมื่อเริ่มโปรโมชันใหม่ เปลี่ยนกลยุทธ์การเสนอราคา หรือหยุดคีย์เวิร์ดไว้ชั่วคราว ประโยชน์ของโน้ตไม่ได้มีไว้เพื่อแจ้งเกี่ยวกับการปรับบัญชีเท่านั้น คุณยังไฮไลต์ข้อมูลเชิงลึกภายนอก เช่น ปัจจัยด้านฤดูกาลที่ไม่ซ้ำกันซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของบัญชีได้ด้วย เช่น หากคุณมีโฆษณาที่ทำงานในประเทศอื่น คุณอาจบันทึกช่วงวันหยุดที่แตกต่างกันซึ่งอาจมีผลต่อปริมาณการค้นหาที่เกิดขึ้นในประเทศนั้น  โน้ตเป็นเครื่องมือในการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพซึ่งช่วยให้คุณแจ้งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหรือเหตุการณ์ที่สำคัญซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของบัญชีให้คนอื่นทราบได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่
    อ่านเพิ่มเติม
  101. 101
    ประสบการณ์ในการใช้งานโฆษณาที่เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และดีขึ้นสำหรับผู้บริโภค
    17 พฤษภาคม 2018
    ผู้บริโภคมีความคาดหวังสูงว่าจะได้รับประสบการณ์การใช้ช่องทางดิจิทัลที่เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และดีขึ้นไปอีก จึงนับเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่แบรนด์จะต้องทำตามความคาดหวังเหล่านี้ให้ได้ Google กำลังสร้างนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อช่วยให้ผู้ลงโฆษณา Google Ads ออกแบบประสบการณ์ในการใช้เว็บที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าของคุณ ความเร็ว: การปรับปรุงการวัดคลิก   ความเร็วเป็นเรื่องสำคัญ หน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่โหลดช้าเพียงหนึ่งวินาทีทำให้ Conversion ลดลงไปได้ถึง 20%1 นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เราประกาศรองรับ Accelerated Mobile Pages (AMP) ให้เป็นหน้า Landing Page ใน Google Ads และพัฒนาเครื่องมือใหม่ๆ ขึ้น เช่น ตารางสรุปสถิติความเร็วของอุปกรณ์เคลื่อนที่ และ Impact Calculator เพียงกรอกข้อมูลเล็กน้อย เครื่องมือนี้จะประเมินผลกระทบต่อรายได้ที่อาจมาจากการปรับปรุงความเร็วเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณ   อีกวิธีหนึ่งที่เราใช้ปรับปรุงความเร็วของเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่คือการติดตามพร้อมกัน (บล็อก | ศูนย์ช่วยเหลือ) ซึ่งเราเพิ่งเปิดตัวปีนี้สำหรับผู้ลงโฆษณาที่ใช้ระบบการวัดคลิก สิ่งนี้ช่วยปรับปรุงความเร็วได้อย่างไร หลังจากคลิกโฆษณา เว็บเบราว์เซอร์จะประมวลผลคำขอการวัดคลิกอยู่เบื้องหลัง ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณได้เร็วขึ้นหลายวินาที2 วิธีนี้จะสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ดีขึ้น ช่วยให้เกิด Conversion มากขึ้นและใช้งบประมาณน้อยลงกับคลิกที่ตีกลับ   เริ่มตั้งแต่ 30 ตุลาคม 2018 บัญชี Google Ads ทุกบัญชีต้องใช้การติดตามพร้อมกันคุณสามารถเริ่มใช้งานได้โดยการเข้าร่วมแคมเปญเครือข่ายการค้นหาและช็อปปิ้งเลยวันนี้ และถึงจะยังไม่ตั้งใจเริ่มใช้งานวันนี้ ขอแนะนำให้เริ่มสอบถามผู้ให้บริการการวัดคลิกของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการรายนั้นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ และเลี่ยงความขลุกขลักในระบบการวัดคลิกของคุณ หากคุณยืนยันแล้วว่าระบบการวัดคลิกของคุณใช้การติดตามในลักษณะนี้ได้ ก็เลือกใช้ได้เลยจากหน้า "การตั้งค่า" ที่อยู่ในส่วน "การติดตาม" ซึ่งอยู่ในระดับบัญชี ดูข้อมูลเพิ่มเติม ความปลอดภัย: มุ่งเน้นที่ HTTPS   คุณต้องการให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ปลอดภัยทุกครั้งที่มีส่วนร่วมกับเว็บไซต์ของคุณ แต่หลายแบรนด์ก็ยังใช้ HTTP แบบไม่เข้ารหัสในการส่งผู้ใช้ไปที่หน้า Landing Page นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Google สนับสนุนอย่างยิ่งให้เว็บไซต์ใช้การเข้ารหัสลับ HTTPS ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการเดินทางของข้อมูลระหว่างเบราว์เซอร์และเว็บไซต์จะมีความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ   ในปีที่ผ่านมา Chrome ตั้งสถานะหน้า HTTP จำนวนมากว่า "ไม่ปลอดภัย" และตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2018 นี้ Chrome จะตั้งสถานะหน้าเว็บ HTTP ทั้งหมดเป็น “ไม่ปลอดภัย” พร้อมกับการเปิดตัว Chrome 68     เราจะดำเนินการตามขั้นตอนเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าของคุณมีประสบการณ์ในการใช้หน้า Landing Page ที่ดีที่สุด   เปิดการคลิกโฆษณาในเครือข่ายการค้นหา HTTP เพื่อให้เปลี่ยนเส้นทางโดยอัตโนมัติไปที่ HTTPS เมื่อเราทราบว่าเว็บไซต์ต้องการใช้ HTTPS มากกว่า ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวในวันที่ 11 มิถุนายน เปิดตัวประวัติเวอร์ชันโฆษณาเพื่อช่วยให้ผู้ลงโฆษณาอัปเดต URL ของหน้า Landing Page จาก HTTP เป็น HTTPS โดยไม่ต้องรีเซ็ตสถิติประสิทธิภาพของคุณ นอีกสองถึงสามสัปดาห์นี้ เราจะเริ่มเตือนผู้ลงโฆษณาใน Google Ads เมื่อใช้ที่อยู่ HTTP ที่ไม่ค่อยปลอดภัยเป็นหน้า Landing Page   เราหวังว่านวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้คนท่องเว็บได้รวดเร็วมากขึ้น มั่นใจมากขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น   โพสต์โดย Jon Diorio ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Google Ads   1. "สถานะประสิทธิภาพการค้าปลีกออนไลน์" Akamai, เมษายน 2017 2. ข้อมูลภายในของ Google, ญี่ปุ่น/อินเดีย/สหรัฐอเมริกา ข้อมูลที่รวบรวมแบบไม่ระบุตัวตนจากกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้ที่คลิกโฆษณา AdWords ที่มีการติดตาม URL, สิงหาคม 2017  
    อ่านเพิ่มเติม