ศูนย์ช่วยเหลือความเป็นส่วนตัว

คุณมีสิทธิ์ควบคุมอย่างหลากหลายเพื่อจัดการความเป็นส่วนตัวในบริการต่างๆ ของ Google หากต้องการดูคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยจำนวนมากเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและข้อมูลของคุณในผลิตภัณฑ์และบริการของ Google ให้เลือกตัวเลือกด้านล่างหรือไปที่นโยบายความเป็นส่วนตัว

เรายังมีแหล่งข้อมูลและเครื่องมือเฉพาะทางให้ใช้เพื่อช่วยเหลือคุณในเรื่องต่อไปนี้

รับความช่วยเหลือเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Google

ไปที่ศูนย์ช่วยเหลือและฟอรัมการสนับสนุน

การกู้คืนบัญชี Google และบัญชีที่สงสัยว่าถูกบุกรุก

กู้คืนหรือกลับเข้าใช้บัญชี Google

หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับบัญชีส่วนบุคคล ให้ทำดังนี้

  1. ดูวิธีกู้คืนบัญชี Google หรือ Gmail
  2. ทำตามขั้นตอนเพื่อกู้คืนบัญชี
  3. หากยังคงกู้คืนบัญชีไม่ได้ ให้ไปที่ฟอรัมผลิตภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ แล้วสร้างโพสต์พร้อมคําถาม

หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google ด้วยบัญชีงานหรือบัญชีโรงเรียน ให้ค้นหาความช่วยเหลือสำหรับ Google Workspace

สงสัยว่าบัญชีถูกบุกรุก
กิจกรรมที่น่าสงสัยในบัญชีของคุณ
หากพบกิจกรรมที่น่าสงสัยในบัญชีของคุณ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับบัญชี ใช้การตรวจสอบความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชี

หากคิดว่ามีการก่ออาชญากรรม

หากคิดว่ามีการก่ออาชญากรรม คุณอาจต้องติดต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

หากได้รับอีเมลของผู้อื่น

หาสาเหตุที่คุณได้รับอีเมลของผู้อื่น 

รายงานเนื้อหาหรือข้อมูลที่ต้องการให้นําออกจากผลิตภัณฑ์หรือบริการของ Google

รายงานเนื้อหาหรือข้อมูล
การขอนําเนื้อหาออกจากผลิตภัณฑ์ Google ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย

ดูวิธีนําเนื้อหาที่อาจผิดกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาตออกจาก Google

Google ให้ขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพเฉพาะสำหรับการนำเนื้อหาที่อาจมีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ออกจากบริการของ Google 

หน้านี้จะนำคุณไปยังหน้าที่ใช้รายงานเนื้อหาที่ต้องการให้นำออกจากบริการของ Google ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หากคําขอของคุณเกี่ยวข้องกับ YouTube โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ด้านความเป็นส่วนตัวของ YouTube

การควบคุมบัญชี

ดาวน์โหลดข้อมูลของคุณจากผลิตภัณฑ์และบริการของ Google

ดูข้อมูลเกี่ยวกับการดาวน์โหลดข้อมูลของคุณ หรือไปที่เครื่องมือ Takeout เพื่อดาวน์โหลดข้อมูลจากผลิตภัณฑ์และบริการของ Google

นอกจากนี้ คุณยังใช้เครื่องมือของเราเพื่อเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวหรือลบข้อมูลออกได้

ส่งคำขอเข้าถึงข้อมูล

หากข้อมูลที่คุณกําลังมองหาไม่แสดงให้เห็นในเครื่องมือที่กล่าวถึงข้างต้น โปรดส่งคําขอเข้าถึงข้อมูลและระบุรายละเอียดต่อไปนี้

  • หมวดหมู่ของข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณกำลังมองหา
  • ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลนั้น
  • วันที่โดยประมาณกี่วันก็ได้ที่คุณคิดว่า Google อาจรวบรวมข้อมูลในวันนั้น

คุณจะต้องลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google เพื่อกรอกแบบฟอร์มให้เสร็จสมบูรณ์

สำคัญ: คุณจะโทรหาเราผ่านหมายเลขโทรฟรี 855-548-2777 ก็ได้ ตัวแทนของเราตอบข้อสงสัยได้โดยมาก และจะช่วยคุณกรอกแบบฟอร์มบนเว็บเพื่อให้แน่ใจว่าเรากำลังให้ข้อมูลแก่ผู้ที่เป็นเจ้าของบัญชี

ตรวจสอบข้อมูลบัญชีพื้นฐานและข้อมูลอื่นๆ ของคุณ

เมื่อลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google คุณจะตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลได้เสมอโดยไปที่บริการของ Google ที่คุณใช้งาน เช่น ทั้ง Photos และไดรฟ์ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการเนื้อหาบางประเภทที่คุณบันทึกไว้กับ Google

นอกจากนี้ เรายังได้สร้างพื้นที่ให้คุณได้เข้าไปตรวจสอบและควบคุมข้อมูลที่บันทึกไว้ในบัญชี Google อีกด้วย เครื่องมือเหล่านี้รวมถึงรายการต่อไปนี้

เมื่อออกจากระบบแล้ว คุณจะจัดการข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์ได้ดังต่อไปนี้

  • การปรับเปลี่ยนการค้นหาในแบบของคุณเมื่อออกจากระบบแล้ว: เลือกว่าจะให้ใช้กิจกรรมการค้นหาของคุณเพื่อแสดงผลลัพธ์และคำแนะนำที่เกี่ยวข้องมากขึ้นหรือไม่
  • การตั้งค่า YouTube: หยุดชั่วคราวและลบประวัติการค้นหา YouTube และประวัติการดู YouTube
  • การตั้งค่าโฆษณา: จัดการค่ากำหนดเกี่ยวกับโฆษณาที่แสดงให้คุณเห็นใน Google และในเว็บไซต์และแอปต่างๆ ที่เป็นพาร์ทเนอร์ในการแสดงโฆษณากับ Google
ลบข้อมูล

ลบกิจกรรม

คุณลบกิจกรรม รวมถึงประวัติตำแหน่งได้ รวมทั้งเลือกให้ลบข้อมูลนี้โดยอัตโนมัติเมื่อผ่านระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้ด้วย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีดู ควบคุม และลบข้อมูลในบัญชี Google

ลบผลิตภัณฑ์หรือบริการ

ลบบัญชี Google

คุณจะลบบัญชี Google ได้ทุกเมื่อ หากเปลี่ยนใจหรือลบบัญชีไปโดยไม่ได้ตั้งใจ คุณอาจกู้คืนบัญชีได้ ดูวิธีกู้คืนบัญชี

เมื่อบัญชีถูกลบ ข้อมูลและเนื้อหาทั้งหมดในบัญชีจะถูกนำออกจากระบบของเราหลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่ง นโยบายของเราอธิบายเหตุผลที่เราต้องเก็บรักษาข้อมูลประเภทต่างๆ ไว้ในช่วงเวลาต่างๆ กัน เมื่อลบบัญชี Google แล้ว คุณจะใช้สิ่งต่อไปนี้ไม่ได้อีกต่อไป

  • บริการที่ต้องลงชื่อเข้าใช้ เช่น Gmail ไดรฟ์ และปฏิทิน
  • ข้อมูลที่เชื่อมโยงกับบัญชี รวมทั้งอีเมล รูปภาพ และบันทึกการทำธุรกรรม
  • การติดตามใน YouTube
  • เนื้อหาที่ซื้อใน Google Play เช่น ภาพยนตร์ เกม หรือเพลง
  • ข้อมูลที่คุณบันทึกไว้ใน Chrome
  • ชื่อผู้ใช้ Gmail เมื่อลบไปแล้ว คุณจะใช้ชื่อผู้ใช้นั้นไม่ได้อีก รวมทั้งจะสร้างบัญชี Google ใหม่ด้วยชื่อผู้ใช้นั้นไม่ได้ด้วย

นอกเหนือจากเครื่องมือเหล่านี้แล้ว เรายังมีการควบคุมการลบที่เฉพาะเจาะจงในผลิตภัณฑ์อย่างเช่น Photos ด้วย 

วิธีเข้าถึงและควบคุมข้อมูลของคุณ

กฎหมายบางฉบับสามารถให้สิทธิ์คุณในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเอง เราเชื่อว่าการให้คุณเป็นผู้ควบคุมข้อมูลของตนเองนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุด ด้วยเหตุนี้ เราจึงสร้างเครื่องมือที่ใช้ง่ายเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลของตนเอง ดาวน์โหลดและย้ายข้อมูลไปยังบริการอื่น หรือลบข้อมูลทั้งหมดออกได้ง่ายขึ้น

เราได้ใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงเพื่อให้แน่ใจว่ามีเพียงบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนเท่านั้นที่จะเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้เพื่อปกป้องผู้ใช้ของเรา

เครื่องมือที่แสดงต่อผู้ใช้ของเราได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอยู่ในรูปแบบที่กระชับ โปร่งใส เข้าใจง่าย และเข้าถึงได้สะดวก เช่น

  • ส่วนควบคุมกิจกรรมช่วยให้คุณตรวจสอบและจัดการประเภทกิจกรรมที่ต้องการบันทึกลงในบัญชี Google ได้ หากเปิดกิจกรรมบนเว็บและแอปไว้ ระบบจะบันทึกการค้นหาและกิจกรรมที่คุณทำจากบริการอื่นๆ ของ Google ไว้ในบัญชี Google เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น เช่น การค้นหาที่เร็วขึ้น รวมถึงคำแนะนำแอปและเนื้อหาที่เป็นประโยชน์มากขึ้น 
  • คุณยังอนุญาตให้กิจกรรมบนเว็บและแอปบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมซึ่งคุณทำในเว็บไซต์ แอป และอุปกรณ์ที่ใช้บริการอื่นๆ ของ Googleไว้ในบัญชี Google ของคุณได้ด้วย เช่น แอปที่คุณติดตั้งและใช้งานใน Android โดยคุณจะเข้าถึงและจัดการข้อมูลกิจกรรมบนเว็บและแอปของตัวเองได้ในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ใช้งานง่ายของการตั้งค่ากิจกรรมบนเว็บและแอป
  • คุณสามารถดาวน์โหลดข้อมูลผ่านเครื่องมือดาวน์โหลดข้อมูลของคุณของ Google ได้ด้วย เครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณปรับแต่งข้อมูลที่ต้องการเข้าถึง ความถี่ในการรับข้อมูล และปลายทางที่ควรได้รับข้อมูล

แม้เครื่องมือเหล่านี้จะเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการควบคุมวิธีที่บริการหลักของ Google ประมวลผลข้อมูลของคุณ แต่คุณสามารถส่งคำขอผ่านแบบฟอร์มการเข้าถึงข้อมูลที่มีให้ในศูนย์ช่วยเหลือด้านความเป็นส่วนตัวได้ด้วย 

คุณอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้ตัวเลือกแต่ละรายการเหล่านี้ได้ที่ด้านล่าง

ฉันจะเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้อย่างไร

คุณเข้าถึงและจัดการข้อมูลของตนเองได้ด้วย 3 วิธีหลักๆ ดังนี้

เข้าถึงข้อมูลจากบริการและบัญชี Google ของคุณโดยตรง

เมื่อลงชื่อเข้าใช้ คุณจะตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลได้เสมอโดยไปยังบริการที่คุณใช้ ตัวอย่างเช่น ทั้ง Photos และไดรฟ์ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการเนื้อหาบางประเภทที่คุณบันทึกไว้กับ Google
นอกจากนี้ เรายังได้สร้างพื้นที่ให้คุณได้เข้าไปตรวจสอบและควบคุมข้อมูลที่บันทึกไว้ในบัญชี Google ด้วย
การใช้อินเทอร์เฟซผู้ใช้และการควบคุมที่ใช้งานง่ายของ Google ทำให้คุณเข้าถึงและจัดการข้อมูลในบริการต่างๆ ของ Google ได้อย่างง่ายดาย เช่น
  • กิจกรรมของฉัน คุณสามารถใช้การตั้งค่านี้เพื่อตรวจสอบและควบคุมข้อมูลที่บันทึกไว้ในบัญชี Google เมื่อลงชื่อเข้าใช้และใช้บริการต่างๆ ของ Google เช่น การค้นหาของคุณหรือการเข้าชม Google Play
    • เช่น หากต้องการค้นหาเว็บไซต์ที่พบใน Google Search เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณก็ใช้ฟังก์ชันการค้นหาแบบง่ายๆ ได้ ดังนี้
      • ค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดโดยพิมพ์คำที่ต้องการค้นหาลงในช่องค้นหา
      • กรองตามวันที่และผลิตภัณฑ์โดยคลิกปุ่ม "กรองตามวันที่และผลิตภัณฑ์" จากนั้นป้อนวันที่และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ หรือ
      • เรียกดูกิจกรรมที่บันทึกไว้ทั้งหมด
  • คุณใช้อินเทอร์เฟซกิจกรรมบนเว็บและแอป ประวัติตำแหน่ง หรือประวัติการใช้งาน YouTube ที่เฉพาะเจาะจงได้ด้วยหากต้องการค้นหาในพื้นที่เหล่านั้น หรือต้องการเข้าถึงการควบคุมแบบละเอียดสำหรับบริการเหล่านั้น
    • กิจกรรมบนเว็บและแอป กรณีที่ต้องการตรวจสอบและจัดการกิจกรรมของคุณในเว็บไซต์และแอปของ Google ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่เชื่อมโยงอยู่ เช่น ตำแหน่ง ซึ่งใช้เพื่อให้คุณค้นหาได้เร็วขึ้น รับคำแนะนำที่ดียิ่งขึ้น รวมทั้งประสบการณ์การใช้งานใน Maps, Search และบริการอื่นๆ ของ Google ที่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับคุณมากขึ้น
    • ประวัติตำแหน่ง กรณีที่ต้องการตรวจสอบและจัดการข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่คุณนำอุปกรณ์ไปด้วย แม้ในเวลาที่คุณไม่ได้ใช้บริการใดๆ ของ Google ก็ตาม ข้อมูลที่จะใช้เพื่อให้คุณได้รับแผนที่ที่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับคุณ รวมถึงคำแนะนำที่อิงตามสถานที่ที่คุณเคยไป และอื่นๆ
    • ประวัติการใช้งาน YouTube กรณีที่ต้องการตรวจสอบและจัดการวิดีโอ YouTube ที่คุณดู ตลอดจนสิ่งที่คุณค้นหาใน YouTube ซึ่งระบบจะใช้เพื่อแสดงวิดีโอแนะนำที่ดียิ่งขึ้น ช่วยเตือนถึงตำแหน่งในวิดีโอที่คุณดูค้างไว้ และอื่นๆ
  • My Ad Center คุณสามารถดูและจัดการค่ากำหนดเกี่ยวกับโฆษณาที่แสดงให้เห็นบน Google รวมถึงในเว็บไซต์และแอปต่างๆ ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Google ในการแสดงโฆษณา ตลอดจนแก้ไขความสนใจ เลือกว่าจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำให้โฆษณาเกี่ยวข้องกับคุณมากขึ้นหรือไม่ และเปิดหรือปิดบริการโฆษณาบางอย่างได้
    • ปรับแต่งโฆษณา เลือกหัวข้อและแบรนด์ที่คุณต้องการเห็นโฆษณามากขึ้นหรือน้อยลง
    • จัดการความเป็นส่วนตัว คุณปรับแต่งและปิดข้อมูลที่ไม่ต้องการให้ใช้ในการปรับเปลี่ยนโฆษณาตามโปรไฟล์ของคุณได้
    • หน้าค่ากำหนด My Ad Center ในส่วนกิจกรรมของฉันจะให้คุณดูและจัดการค่ากำหนด My Ad Center ได้ เช่น โฆษณาที่คุณชอบหรือบล็อก
  • ประวัติการค้นหา Google Workspace เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google Workspace เช่น Gmail และ Google ไดรฟ์ คุณสามารถเลือกให้ Google จัดเก็บการค้นหาของตัวเองเพื่อให้คุณเข้าไปตรวจสอบและจัดการได้
  • การซื้อและการจอง จัดการการซื้อและการจองที่ดำเนินการผ่าน Search, Maps และ Assistant
  • Google แดชบอร์ดช่วยให้คุณจัดการข้อมูลที่เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์บางอย่าง

เข้าถึงข้อมูลผ่านเครื่องมือ "ดาวน์โหลดข้อมูลของคุณ" โดยตรง

เนื่องจาก Google มีบริการต่างๆ มากมายที่สามารถใช้ได้หลายวิธีในหลายๆ ชุดค่าผสมพร้อมการตั้งค่าที่หลากหลาย ข้อมูลจริงที่เก็บรวบรวมซึ่งเกี่ยวข้องกับแต่ละบุคคลนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าบุคคลดังกล่าวใช้บริการใดบริการหนึ่งอย่างไร นั่นหมายความว่าข้อมูลที่ระบบประมวลผลเกี่ยวกับการใช้บริการ Google ของคุณอาจแตกต่างจากการใช้บริการ Google ของผู้ใช้รายอื่น
Google Takeout มีเครื่องมือที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลด้วยวิธีที่ใช้งานง่ายและปรับให้เหมาะกับคุณ การใช้ Google Takeout จะช่วยให้คุณดาวน์โหลดข้อมูลจากบริการหลายอย่างของ Google ได้ในรูปแบบที่กระชับ โปร่งใส และเข้าใจง่าย
โปรดดูข้อมูลเกี่ยวกับวิธีใช้ Google Takeout รวมถึงตัวอย่างบริการและข้อมูลต่างๆ ที่มีให้ใช้งานผ่าน Google Takeout ได้ที่ด้านล่าง

การใช้ Google Takeout

หากต้องการใช้ Google Takeout โปรดทำตามขั้นตอนง่ายๆ ต่อไปนี้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือนี้

  • เข้าถึงเครื่องมือ Takeout จากหนึ่งในหลายๆ แพลตฟอร์มที่ลิงก์อยู่ เช่น ศูนย์ช่วยเหลือด้านความเป็นส่วนตัว คุณจะต้องลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ที่ต้องการเข้าถึงเพื่อดาวน์โหลดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัญชี Google ดังกล่าว 
  • คุณเลือกปรับแต่งบริการที่ต้องการข้อมูลได้โดยไปที่บริการของ Google ที่ต้องการรับข้อมูลส่วนบุคคล
    • เลือกข้อมูล
  • เลือกบริการของ Google ที่ต้องการโดยคลิกช่องทำเครื่องหมาย
    • เลือกบริการของ Google
  • หากต้องการดาวน์โหลดข้อมูลเพียงบางส่วนจากผลิตภัณฑ์หนึ่ง คุณจะเห็นตัวเลือกให้เลือกปุ่ม เช่น รายการ รวมข้อมูลกิจกรรมทั้งหมด ดังที่เห็นในวงกลม จากนั้นให้ยกเลิกการเลือกช่องที่อยู่ข้างข้อมูลที่ไม่ต้องการ
    • เลือกปริมาณข้อมูล
  • คลิก "ขั้นตอนถัดไป"
    • คลิกขั้นตอนถัดไป
  • ในขั้นตอนสุดท้ายนี้ คุณเลือกความถี่ที่ต้องการให้ส่งออกข้อมูลนี้ รวมถึงปลายทางที่จะส่งไปได้ เช่น คุณสามารถสร้างไฟล์ที่เก็บถาวรของข้อมูลที่เลือกโดยอัตโนมัติทุก 2 เดือนเป็นเวลา 1 ปี ระบบจะสร้างไฟล์ที่เก็บถาวรแรกทันที
    • เลือกความถี่และปลายทาง
  • เมื่อการส่งออกพร้อมแล้ว คุณจะได้รับอีเมลพร้อมลิงก์ไปยังตำแหน่งสำหรับเข้าถึงข้อมูลที่ขอ ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของข้อมูลในบัญชี ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะได้รับลิงก์ไปยังไฟล์ที่เก็บถาวรในวันเดียวกับที่ส่งคำขอ
    • ดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูล

ตัวอย่างข้อมูลที่พร้อมใช้งาน

บัญชี Google - มีข้อมูลเกี่ยวกับการลงทะเบียนบัญชีของคุณและกิจกรรมในบัญชี ดังนี้

  • ข้อมูลการลงทะเบียนบัญชี เช่น วันที่สร้าง, ข้อกำหนดในการให้บริการ, ที่อยู่ IP, ภาษาของข้อกำหนดในการให้บริการ, ข้อมูลการกู้คืนบัญชีอย่างอีเมลสำหรับการกู้คืน, SMS สำหรับการกู้คืน และอีเมลอื่น
  • กิจกรรม IP เช่น ที่อยู่ IP, การประทับเวลา, ข้อมูลเบราว์เซอร์, รายละเอียดระบบปฏิบัติการ และอุปกรณ์ที่ใช้เข้าถึงเว็บไซต์

Google Play Store - ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของคุณใน Google Play Store ดังนี้

  • การติดตั้ง - รายการการติดตั้งแอป Google Play และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น การประทับเวลา เวลาอัปเดต รายละเอียดผู้ให้บริการอุปกรณ์ รายละเอียดรุ่น รายละเอียดของผู้ผลิต
  • ประวัติการแลกรับสิทธิ์ - รายการที่คุณแลกสิทธิ์ตามโปรโมชันของ Google Play และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  • ประวัติการซื้อ - รายการการซื้อใน Google Play และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษาของผู้ใช้ รหัสผู้ใช้ การประทับเวลา
  • ประวัติการสั่งซื้อ - ข้อมูลการซื้อที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับคำสั่งซื้อ Google Play และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงที่อยู่ IP
  • อุปกรณ์ - ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่คุณเคยใช้เข้าถึง Google Play Store เช่น ข้อมูลตำแหน่ง
  • การตั้งค่า Play - การตั้งค่าสำหรับแอป Google Play และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

เข้าถึงบันทึกกิจกรรม - บันทึกกิจกรรมในบัญชี ดังนี้

  • บันทึก IP ของกิจกรรม: รายชื่อบริการของ Google ที่อุปกรณ์ของคุณเข้าถึง (เช่น ทุกครั้งที่โทรศัพท์ซิงค์ข้อมูลกับ Gmail) ซึ่งรวมถึงการประทับเวลา ที่อยู่ IP และรายละเอียดเบราว์เซอร์
  • บันทึกอุปกรณ์: รายชื่ออุปกรณ์ (เช่น Nest, Pixel, iPhone) ที่เข้าถึงบัญชี Google ของคุณในช่วง 30 วันที่ผ่านมา

 

ส่งคำขอไปยังทีมที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลความเป็นส่วนตัว

Google ได้ออกแบบแบบฟอร์มการเข้าถึงข้อมูลที่เข้าถึงได้ผ่านศูนย์ช่วยเหลือด้านความเป็นส่วนตัว ซึ่งจะลิงก์อยู่ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google การส่งคำขอผ่านแบบฟอร์มนี้จะเป็นการส่งข้อมูลไปยังทีมที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลความเป็นส่วนตัวของ Google โดยคำขอทั้งหมดที่ส่งผ่านแบบฟอร์มนี้จะได้รับการประเมินแยกกัน การดำเนินการนี้จะใช้เวลาประมวลผลนานกว่าการใช้เครื่องมือแบบอัตโนมัติที่ทำได้เอง เนื่องจากคำขอที่ส่งผ่านแบบฟอร์มนี้ได้รับการตรวจสอบ คัดแยก และตอบกลับโดยเจ้าหน้าที่
  • เมื่อกรอกแบบฟอร์มการเข้าถึงข้อมูล ระบบจะขอให้คุณระบุข้อมูลบางอย่างเพื่อให้สามารถมอบความช่วยเหลือได้ตามที่คุณขอ
    • อีเมล ซึ่งช่วยให้เรายืนยันตัวตนของคุณได้ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมในคำถามที่พบบ่อย)
    • ประเทศที่พำนักอาศัย ซึ่งช่วยเราระบุสิทธิ์ตามกฎหมายที่มีผลบังคับใช้กับคำขอของคุณ
    • ผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการสอบถามข้อมูล ซึ่งช่วยให้เราค้นหาข้อมูลที่คุณต้องการและระบุเครื่องมือที่คุณใช้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวโดยตรงได้ (ดูด้านบน) และ 
    • ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการ ซึ่งจะช่วยให้เราทราบรายละเอียดที่เข้าข่ายตามคำขอของคุณ และแบบฟอร์มการเข้าถึงข้อมูลของเราอนุญาตให้คุณระบุข้อมูลอย่างกว้างๆ หรือเจาะจงได้ตามต้องการ ความเจาะจงของคำขอจะมีผลต่อคำตอบที่ได้รับ เช่น
      • คุณขอข้อมูลทั้งหมดที่ Google ประมวลผลเกี่ยวกับคุณได้ (ซึ่งได้แก่ "ข้อมูลหนึ่งๆ" หรือ "ข้อมูลทั้งหมด") เนื่องจากนี่เป็นคำขอที่กว้างมาก คำตอบเบื้องต้นที่คุณได้รับจะเป็นการระบุเครื่องมือออนไลน์ที่คุณเข้าถึงข้อมูลได้ และทีมที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลความเป็นส่วนตัวอาจขอให้คุณระบุข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ได้คำตอบที่เป็นประโยชน์มากขึ้น
      • การระบุจุดข้อมูลที่ต้องการหรือหมวดหมู่ที่เจาะจงของข้อมูล เช่น การบันทึกการโทร การถอดเสียงแชทเป็นคำ รายละเอียดการเข้าสู่ระบบ เป็นต้น อาจทำให้เราประมวลผลคำขอของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 
      • เราขอแนะนำให้ดูรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีที่เราประมวลผลข้อมูลของคุณผ่านผลิตภัณฑ์ที่คุณสนใจ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะอยู่ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google หรือประกาศเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google Cloud หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ Cloud สำหรับองค์กร หากข้อมูลที่ต้องการไม่พร้อมให้บริการผ่านเครื่องมือออนไลน์ ทีมที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลความเป็นส่วนตัวจะค้นหาข้อมูลดังกล่าว
    • หลังจากได้รับคำขอที่คุณส่งผ่านแบบฟอร์มการเข้าถึงข้อมูลแล้ว เราจะดำเนินการกับคำขอของคุณดังนี้
      • ทีมที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลความเป็นส่วนตัวจะตรวจสอบว่าบุคคลที่ส่งคำขอเป็นบุคคลเดียวกันและมีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ร้องขอหรือไม่ เช่น หากคุณส่งคำขอจากบัญชี Google บัญชีหนึ่งเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี Google อีกบัญชี เราจะขอให้คุณส่งคำขอจากบัญชี Google ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว 
      • เมื่อยืนยันแล้วว่าคุณเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ร้องขอ ทีมที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลความเป็นส่วนตัวจะประเมินรายละเอียดคำขอและพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เช่น
        • หากคำขอมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการดำเนินการ เราจะแจ้งระยะเวลาให้คุณทราบ
        • หากคำขอไม่ชัดเจนหรือเกี่ยวข้องกับข้อมูลจำนวนมาก เราจะขอให้คุณระบุข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำขอหรือทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคำขอ
        • หากคุณกำหนดขอบเขตของคำขอได้ เช่น ระบุหมวดหมู่ที่เจาะจงของข้อมูลหรือบริการซึ่งเกี่ยวข้องกับคำขอ ก็จะช่วยให้ทีมที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลความเป็นส่วนตัวมอบความช่วยเหลือที่ตรงตามความต้องการได้มากขึ้น ซึ่งอาจหมายถึงการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือที่แสดงต่อผู้ใช้ ซึ่งช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องในรูปแบบที่กระชับและเข้าใจง่าย พร้อมวิธีการใช้เครื่องมือเหล่านั้น
        • หากไม่มีข้อมูลที่ร้องขอในเครื่องมือที่แสดงต่อผู้ใช้ เราจะทำการค้นหาเพื่อระบุข้อมูลที่เข้าข่ายสำหรับเวอร์ชันที่ใช้งานจริง
      • เมื่อระบุข้อมูลที่เข้าข่ายและมีความเกี่ยวข้องได้แล้ว ทีมที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลความเป็นส่วนตัวจะรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นและให้การยกเว้นตามความเหมาะสม (เช่น เมื่อการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อสิทธิและผลประโยชน์ของบุคคลที่สาม)
      • เมื่อเตรียมเอกสารที่เข้าข่ายเรียบร้อยแล้ว เราจะส่งข้อมูลแจ้งให้คุณทราบผ่านช่องทางที่เกี่ยวข้องของเวอร์ชันที่ใช้งานจริง เช่น แพลตฟอร์มเฉพาะที่คุณสามารถใช้เข้าถึงข้อมูลซึ่งทีมที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รวบรวม
      • หากไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำขอหลังจากที่ระบบทำการค้นหาแล้ว คุณจะได้รับแจ้งว่าไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

โปรดทราบว่าเราไม่สามารถให้ข้อมูลบางอย่างตามคำขอได้ 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งคำขอสิทธิ์เข้าถึงได้ที่คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

การยืนยันตัวตนของบุคคลที่ส่งคำขอ

สิ่งที่จะเกิดขึ้นหากผู้ใช้ต้องการเข้าถึงข้อมูลต่อไปนี้
  1. ข้อมูลที่เชื่อมโยงกับบัญชี Google บุคคลดังกล่าวจะต้องส่งคำขอจากอีเมลที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ซึ่งเชื่อมโยงกับบัญชี Google นั้นเพื่อเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว หากส่งคำขอจากอีเมลอื่นที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับบัญชี Google ที่ร้องขอและเราไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลที่ขอนั้นเกี่ยวข้องกับผู้ใช้ ผู้ใช้คนดังกล่าวจะไม่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลที่เชื่อมโยงกับบัญชี Google นั้น
  2. ข้อมูลที่ประมวลผลในลักษณะที่ไม่ระบุตัวบุคคล โดยปกติแล้ว ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ส่งคำขอหรือไม่ ข้อกำหนดนี้มีผลบังคับใช้กับข้อมูลที่ประมวลผลโดยไม่ได้เชื่อมโยงกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เช่น ข้อมูลที่ประมวลผลในบริบท SafesSites ของ Google นั้นเชื่อมโยงกับคีย์ API แบบกว้างของ Chrome ซึ่งไม่สามารถใช้ตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้แต่ละราย ดังนั้นจะไม่มีการให้ข้อมูล SafeSites ตามคำขอการเข้าถึง

เหตุใด Google จึงขอให้ฉันลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google เพื่อเข้าถึงข้อมูลบัญชี Google

มีเหตุผลหลายประการที่เราขอให้ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ที่ต้องการข้อมูล การทำเช่นนี้จะช่วยให้เราปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ปฏิบัติตามกฎระเบียบ และป้องกันการประพฤติมิชอบได้

  • เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ การยืนยันตัวตนของผู้ใช้ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราแชร์ข้อมูลกับบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้รับข้อมูลดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งจะช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้และป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบ กฎหมายและข้อบังคับจำนวนมากกำหนดให้องค์กรต่างๆ ดำเนินการเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ หนึ่งในขั้นตอนเหล่านี้คือการยืนยันว่าบุคคลที่ขอเข้าถึงข้อมูลนั้นเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ร้องขอ วิธีนี้ช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับเหล่านี้ รวมถึงปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ได้
  • เพื่อป้องกันการละเมิด โดยพื้นฐานแล้ว บุคคลที่เราแชร์ข้อมูลด้วยจะต้องเป็นบุคคลที่เราไว้วางใจ การยืนยันว่าผู้ใช้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลที่ร้องขอหรือไม่นั้นช่วยให้เราปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้ได้

ฉันใช้ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหรือจากบัญชี Google เพื่อเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อมโยงกับบัญชี Google ดังกล่าวได้หรือไม่

โดยทั่วไปแล้ว การที่ผู้ใช้ทราบหรือมีข้อมูล (เช่น อีเมลที่ส่งต่อมา รายละเอียดที่อยู่ IP ที่ใช้เข้าถึงบัญชี หรือรหัสคุกกี้) เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าผู้ใช้ที่ส่งคำขอเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว 

ตัวอย่างเช่น อีเมล ที่อยู่ IP หรือข้อมูลอุปกรณ์อาจได้จากบุคคลที่สามผ่านวิธีการต่างๆ เช่น เป็นคู่สมรส/คู่ครองที่ใช้อุปกรณ์ร่วมกันหรือได้รับสิทธิ์ให้เข้าถึงบัญชีของคู่ครองซึ่งมีการส่งต่ออีเมลถึงตนเองในภายหลังเพื่อลักลอบใช้บัญชี อีกวิธีหนึ่งที่คล้ายกันคือ บุคคลที่สามอาจปรับเปลี่ยนเนื้อหาของอีเมลอัตโนมัติเพื่อให้ดูเหมือนว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีอื่น ในทำนองเดียวกัน ที่อยู่ IP และรหัสคุกกี้เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอสำหรับการยืนยันตัวตนเนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ ซึ่งรวมถึงเหตุผลที่ว่าอาจมีหลายคนใช้ข้อมูลเหล่านี้ในเวลาเดียวกัน

 

เหตุใดการบันทึกการโทรกับฝ่ายสนับสนุนลูกค้าของ Google จึงไม่มีให้บริการใน Takeout

เนื่องจากการบันทึกการโทรจะต้องมีการประเมินว่ามีข้อมูลจากบุคคลที่สามหรือไม่ จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่เพื่อระบุว่ามีข้อมูลจากบุคคลที่สามไหม และหากมี ก็จะต้องปกปิดข้อมูลดังกล่าวตามความเหมาะสม

ทำไมถึงแนะนำให้ฉันไปยังเครื่องมือที่แสดงต่อผู้ใช้ในเมื่อฉันขอเข้าถึงข้อมูลของตนเอง

เนื่องจาก Google มีบริการต่างๆ มากมายที่สามารถใช้ได้หลายวิธีในหลายๆ ชุดค่าผสมพร้อมการตั้งค่าที่หลากหลาย ข้อมูลจริงที่เก็บรวบรวมซึ่งเกี่ยวข้องกับแต่ละบุคคลนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าบุคคลดังกล่าวใช้บริการใดบริการหนึ่งอย่างไร นั่นหมายความว่าข้อมูลที่ระบบประมวลผลเกี่ยวกับการใช้บริการ Google ของคุณอาจแตกต่างจากการใช้บริการ Google ของผู้ใช้รายอื่น 

เรามีเครื่องมือที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงและควบคุมข้อมูลที่ประมวลผลเกี่ยวกับตัวคุณ ซึ่งเราได้อธิบายรายละเอียดไว้ในที่นี้ เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลที่กระชับ โปร่งใส เข้าใจง่าย และเข้าถึงได้สะดวก 

ดังนั้นเมื่อได้รับคำขอ เรามักจะแนะนำให้ผู้ใช้ไปยังเครื่องมือที่แสดงต่อผู้ใช้ตามความเหมาะสม ซึ่งใช้เข้าถึงข้อมูลที่ร้องขอได้

ข้อมูลประเภทใดที่ไม่มีให้ตามคำขอข้อมูลของฉัน

คุณดูรายละเอียดข้อมูลที่จะไม่แสดงตามคำขอได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือนี้

การควบคุมความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณมีสิทธิ์ควบคุมเพื่อจัดการความเป็นส่วนตัวในบริการต่างๆ ของเรา คุณใช้การตรวจสอบความเป็นส่วนตัวเพื่อตรวจสอบและปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่สำคัญอย่างเช่นที่ด้านล่างนี้ได้ นอกเหนือจากเครื่องมือเหล่านี้แล้ว เรายังมีการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่เจาะจงในผลิตภัณฑ์ของเราด้วย

  • ส่วนควบคุมกิจกรรม
    • เลือกประเภทกิจกรรมที่คุณต้องการบันทึกลงในบัญชี เช่น คุณเปิดประวัติตำแหน่งได้หากต้องการการคาดคะเนสภาพการจราจรของการเดินทางประจำวัน หรือจะบันทึกประวัติการดู YouTube เพื่อรับวิดีโอแนะนำที่ดีขึ้นก็ได้
  • การตั้งค่าโฆษณา
    • จัดการค่ากำหนดเกี่ยวกับโฆษณาที่แสดงให้คุณดูใน Google และในเว็บไซต์และแอปที่เป็นพาร์ทเนอร์ในการแสดงโฆษณากับ Google คุณแก้ไขความสนใจ เลือกว่าจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำให้โฆษณาเกี่ยวข้องกับคุณมากขึ้นหรือไม่ และเปิดหรือปิดบริการโฆษณาบางอย่างได้
  • เกี่ยวกับคุณ
    • ควบคุมสิ่งที่ผู้อื่นเห็นเกี่ยวกับคุณในบริการต่างๆ ของ Google
ตรวจสอบวิธีที่คุณแชร์ข้อมูลกับแอปและเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม

Google ให้คุณเป็นผู้ให้สิทธิ์การเข้าถึงส่วนต่างๆ ของบัญชีแก่เว็บไซต์และแอปของบุคคลที่สามเพื่อช่วยให้คุณแชร์ข้อมูลได้อย่างปลอดภัย

ตรวจสอบวิธีที่คุณแชร์ข้อมูลกับแอปและเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม

ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัย
ข้อมูลที่ Google เก็บรวบรวม

ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมและการนำข้อมูลไปใช้

เรามุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดความชัดเจนเรื่องข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมและการนำข้อมูลไปใช้ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของเราได้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว ซึ่งมีคำอธิบายเกี่ยวกับประเภทข้อมูลที่เราเก็บรวบรวม วิธีรวบรวม เหตุผลที่รวบรวม เราใช้ข้อมูลอย่างไร ตลอดจนเมื่อใดที่มีการแชร์ข้อมูล นอกจากนี้ คุณยังไปที่ศูนย์ความปลอดภัยเพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับหลักการด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของ Google ได้ด้วย

แหล่งจัดเก็บข้อมูลของคุณ

เราดูแลรักษาเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลกเพื่อให้บริการของเราไว้วางใจได้ ซึ่งหมายความว่าอาจมีการประมวลผลข้อมูลของคุณในเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่นอกประเทศที่คุณอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะมีการประมวลผลข้อมูลที่ไหน Google จะใช้การคุ้มครองในระดับเดียวกันเพื่อปกป้องข้อมูลดังกล่าว

Get help with privacy-related questions

คําถามเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

Google มีทีมเฉพาะที่จะตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ด้านผลิตภัณฑ์ หากไม่พบคำตอบสำหรับคำถามเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวในศูนย์ช่วยเหลือความเป็นส่วนตัว โปรดโทรหาหมายเลขโทรฟรี 855-548-2777 หรือกรอกแบบฟอร์มบนเว็บนี้ หากมีข้อสงสัยเรื่องความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับบัญชี Google Workspace โปรดติดต่อผู้ดูแลบัญชี หากคุณเป็นผู้ดูแลระบบ โปรดติดต่อทีมสนับสนุนของ Google Workspace

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องหลักปฏิบัติเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google ได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว

เรายังมีแหล่งข้อมูลและเครื่องมือเฉพาะทางให้ใช้เพื่อช่วยเหลือคุณในเรื่องต่อไปนี้

คำขอของลูกค้าองค์กรและแหล่งข้อมูล 

การประมวลผลข้อมูลผ่าน Google Cloud

หากคุณใช้ Gmail, ไดรฟ์ หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Google ในเวอร์ชันผู้บริโภค คุณต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในการให้บริการและนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google

Google ไม่มีข้อตกลงการประมวลข้อมูลสำหรับ Gmail หรือ Google ไดรฟ์เวอร์ชันผู้บริโภค Google ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลสำหรับบริการเหล่านั้นในเวอร์ชันผู้บริโภค โปรดปรึกษาที่ปรึกษาด้านกฎหมายหากมีข้อกังวลใดโดยเฉพาะเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ภาระหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูล หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ

หากองค์กรของคุณใช้ Google Workspace, Google Workspace for Education หรือบริการ Google Cloud Platform คุณอาจต้องปฏิบัติตามเอกสารแนบท้ายการประมวลผลข้อมูลระบบคลาวด์ (CDPA) หากข้อตกลงของคุณยังไม่ได้รวม CDPA (หรือก่อนหน้านั้นคือการแก้ไขการประมวลผลข้อมูลหรือข้อกำหนดด้านการรักษาความปลอดภัยและการประมวลผลข้อมูล ตามที่เกี่ยวข้อง) คุณสามารถยอมรับ CDPA ได้ในคอนโซลผู้ดูแลระบบโดยทําตามวิธีการที่นี่สําหรับ Google Workspace และ Google Workspace for Education และทําตามวิธีการที่นี่สําหรับ Google Cloud Platform อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าหากองค์กรซื้อ Google Cloud Platform จากตัวแทนจําหน่าย CDPA จะไม่มีผลบังคับใช้กับคุณ เนื่องจากข้อกำหนดการประมวลผลข้อมูลระหว่างคุณกับตัวแทนจําหน่ายจะมีผลบังคับใช้แทน โปรดติดต่อตัวแทนจําหน่ายหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อกําหนดดังกล่าว

นอกจากนี้ ประกาศเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google Cloud ยังอธิบายวิธีที่เรารวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ไม่รวมข้อมูลของลูกค้า) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบริการเหล่านั้นด้วย

ค้นหาข้อกำหนดการประมวลผลข้อมูล

Google จัดทำข้อกำหนดการประมวลผลข้อมูลที่เหมาะสมสำหรับบางผลิตภัณฑ์ที่เราทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูล รวมถึงรายการต่างๆ ทางด้านล่างนี้ 

คุณจะดูข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่ Google ช่วยให้ผู้ลงโฆษณา Google Ads ปฏิบัติตาม GDPR ได้ด้วย รวมทั้งดูฟีเจอร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Ads ได้ในข้อกำหนดสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลของ Google

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดการประมวลผลข้อมูลได้ที่ privacy.google.com/businesses/compliance

หลีกเลี่ยงและรายงานกลโกง

บางครั้งคนบางกลุ่มใช้แบรนด์ Google เพื่อหลอกลวงและฉ้อฉลผู้อื่น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีหลีกเลี่ยงกลโกงและหน้าสำหรับรายงานกลโกง

หากพบกิจกรรมที่น่าสงสัยในบัญชีของคุณ โปรดดูวิธีช่วยรักษาความปลอดภัยให้บัญชี ใช้การตรวจสอบความปลอดภัยของ Google เพื่อตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชี

false
แอป Google
เมนูหลัก