หากต้องทํางานกับเพื่อนร่วมงานที่ทำงานจากระยะไกลและในสํานักงาน โปรดดูวิธีทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมการทํางานแบบผสมผสาน

ไม่พลาดทุกการติดต่อเมื่อทํางานนอกสถานที่

บทแนะนําทางธุรกิจของ Google Workspace
หากต้องการใช้แอป Google ในที่ทำงานหรือโรงเรียนให้ได้ประโยชน์ยิ่งขึ้น  ลงชื่อสมัครเพื่อทดลองใช้ Google Workspace ฟรี

 ""สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้มีดังนี้

วิธีติดต่อกับทีม จัดตารางเวลา และทําตามแนวทางปฏิบัติแนะนำเมื่อทำงานนอกสถานที่หรือติดต่อสื่อสารทางไกล

สิ่งที่ต้องมี

"" ประมาณ 15 นาที
บัญชี บัญชี บัญชี Google Workspace หากยังไม่มี ให้เริ่มทดลองใช้งานฟรี 14 วันได้เลย

" "

ในบทแนะนำนี้

""
ติดต่อกับทีม  จัดตารางเวลาสำหรับการทำงานและเรื่องส่วนตัว ทําตามแนวทางปฏิบัติแนะนำเพื่อการสื่อสารที่ไม่ขาดตอน
" "

1 ติดต่อกับทีม


ขยายทั้งหมด  |  ปิดทั้งหมดปิดทั้งหมด
1.1 สร้างรายชื่ออีเมล

หากยังไม่มี ให้สร้างรายชื่ออีเมล Google Groups สำหรับคุณและทีม ใช้อีเมลของกลุ่มในการแจ้งสถานะการอัปเดตข้อมูลและแชร์แหล่งข้อมูลต่างๆ (เช่น ปฏิทินของทีมและเอกสารในไดรฟ์) ให้กับทุกคนพร้อมกัน

  1. ลงชื่อเข้าใช้ Google Groups
  2. คลิกสร้างกลุ่มที่มุมซ้ายบน
  3. กรอกข้อมูลและเลือกการตั้งค่าสำหรับกลุ่ม ข้อมูลอ้างอิงการตั้งค่า
  4. คลิกสร้างกลุ่ม

โปรดรอสักครู่เพื่อให้กลุ่มใหม่เริ่มทำงานก่อนที่จะส่งข้อความไปยังกลุ่ม มิฉะนั้นคุณอาจได้รับการแจ้งเตือนว่าระบบส่งข้อความของคุณไม่ได้

Create a group
1.2 สร้างพื้นที่ใน Chat

เมื่อใช้ Google Chat คุณสามารถสนทนากับเพื่อนร่วมงาน แชร์ไฟล์และแหล่งข้อมูลออนไลน์อื่นๆ รวมทั้งทำงานร่วมกันในโครงการของทีมได้

ในเว็บ

  1. ไปที่ Google Chat หรือบัญชี Gmail ของคุณ
  2. ถัดจาก "พื้นที่ทำงาน" ให้คลิกสร้างหรือค้นหาพื้นที่ทำงาน "" จากนั้น สร้างพื้นที่ทำงาน
  3. ป้อนชื่อพื้นที่ทำงาน
  4. ไม่บังคับ: คลิกเลือกอีโมจิ "" ที่ด้านซ้ายบน หากไม่เลือกอีโมจิ ระบบจะใช้รูปโปรไฟล์เริ่มต้นแทน
  5. ป้อนชื่อหรืออีเมลของบุคคลหรือกลุ่มที่ต้องการเพิ่ม หรือเลือกจากคําแนะนํา หากใช้บัญชี Google Workspace คําแนะนําจะแสดงรายชื่อทุกคนในองค์กร แม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะไม่มี Google Chat ก็ตาม
  6. ไม่บังคับ: หากต้องการอนุญาตการตอบกลับแบบแยกชุดข้อความ ให้เลือกใช้การตอบกลับแบบแยกชุดข้อความ
    สำคัญ: 
    • คุณจะเปลี่ยนการตั้งค่านี้ไม่ได้
    • มีเพียงบัญชี Google Workspace เท่านั้นที่สร้างพื้นที่ทำงานแบบแยกชุดข้อความได้
  7. ไม่บังคับ: หากต้องการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมพื้นที่ทำงาน ให้เลือกอนุญาตให้บุคคลภายนอกองค์กรเข้าร่วม หากผู้ดูแลระบบไม่อนุญาตให้ใช้ฟีเจอร์นี้ คุณอาจไม่มีตัวเลือกนี้
    สำคัญ: 
    • คุณจะเปลี่ยนการตั้งค่านี้ไม่ได้
    • ตัวเลือกในการสร้างพื้นที่ทำงานที่อนุญาตให้มีผู้เข้าร่วม จะใช้ได้ในบัญชี Google Workspace เท่านั้น
  8. คลิกสร้าง
  9. ไม่บังคับ: หากต้องการเพิ่มคนและบ็อตไปยังพื้นที่ทำงาน ให้คลิกเพิ่มผู้คนและบ็อต ป้อนชื่อหรืออีเมล คลิกส่ง

เปลี่ยนการแชทเป็นกลุ่มให้เป็นพื้นที่ทำงาน

หากสร้างการแชทเป็นกลุ่มไว้ คุณจะเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ทำงานได้ จากนั้นก็สามารถตั้งชื่อพื้นที่ทำงานดังกล่าว แชร์ไฟล์ และมอบหมายงานให้กับผู้ใช้รายอื่นในพื้นที่งานนั้นๆ ได้ 
  1. ไปที่ Google Chat หรือบัญชี Gmail ของคุณ
  2. จากแผงแชท ให้ค้นหาและคลิกแชทเป็นกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทำงาน
  3. คลิกลูกศรลง ลูกศรแบบเลื่อนลง ที่ด้านบนถัดจากชื่อของแชทเป็นกลุ่ม แล้ว เปลี่ยนแชทนี้เป็นพื้นที่ทำงาน
  4. ใส่ชื่อพื้นที่ทำงาน และหากต้องการเพิ่มไอคอนพื้นที่ทำงาน (ไม่บังคับ) ให้คลิกเพิ่ม ""
  5. คลิกเสร็จสิ้น ระบบจะส่งการแจ้งเตือนเพื่อยืนยันว่าแชทเป็นกลุ่มได้เปลี่ยนเป็นพื้นที่ทำงานแล้ว และจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงนี้ให้กับสมาชิกในกลุ่มได้ทราบ
หลังจากเปลี่ยนแปลงแล้ว คุณจะเห็นแท็บแชท ไฟล์ และงานในพื้นที่ทำงาน
เคล็ดลับ: คุณสามารถเพิ่มและนําคนออกจากพื้นที่ทำงานได้ทุกเมื่อ
เลือกตัวเลือกสร้างพื้นที่ทำงานทางด้านซ้าย

ในอุปกรณ์เคลื่อนที่

ดาวน์โหลด Chat

  1. ไปที่ get.google.com/chat
  2. ติดตั้งแอป Chat สำหรับ Android หรือ iOS

หมายเหตุ: หากเข้าถึง Chat ไม่ได้ โปรดติดต่อผู้ดูแลระบบ

ใน Android

สร้างพื้นที่ทำงานจาก Chat

  1. เปิดแอป Chat "" หรือแอป Gmail
  2. ที่ด้านล่าง ให้แตะพื้นที่ทำงาน ห้องแชท จากนั้น พื้นที่ทำงานใหม่ "" จากนั้น สร้างพื้นที่ทำงาน
  3. ป้อนชื่อพื้นที่ทำงาน
  4. ไม่บังคับ: หากต้องการเพิ่มรูปโปรไฟล์พื้นที่ทำงาน ให้แตะเพิ่ม "" เหนือชื่อพื้นที่ทำงานแล้วเลือกอีโมจิ หากไม่เลือกอีโมจิ ระบบจะใช้รูปโปรไฟล์เริ่มต้นแทน
  5. ไม่บังคับ: หากต้องการอนุญาตการตอบกลับแบบแยกชุดข้อความ ให้เปิดใช้การตอบกลับแบบแยกชุดข้อความ
    ข้อสำคัญ
    • คุณจะเปลี่ยนการตั้งค่านี้ไม่ได้
    • คุณจะสร้างพื้นที่ทำงานแบบแยกชุดข้อความได้โดยใช้บัญชี Google Workspace เท่านั้น
  6. ไม่บังคับ: หากต้องการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมพื้นที่ทำงาน ให้เปิดอนุญาตให้บุคคลภายนอกองค์กรเข้าร่วม คุณอาจใช้ตัวเลือกนี้ไม่ได้หากผู้ดูแลระบบไม่อนุญาต
    ข้อสำคัญ
    • คุณจะเปลี่ยนการตั้งค่านี้ไม่ได้
    • ตัวเลือกในการสร้างพื้นที่ทำงานที่อนุญาตให้มีผู้เข้าร่วมจะใช้ได้ในบัญชี Google Workspace เท่านั้น
  7. แตะถัดไป
  8. ป้อนชื่อบุคคล อีเมล และบ็อตที่ต้องการเพิ่ม หากใช้ Google Workspace คําแนะนําจะแสดงรายชื่อทุกคนในองค์กร รวมถึงผู้ที่ไม่มี Google Chat ด้วย
  9. แตะเสร็จสิ้น

สร้างพื้นที่ทำงานจาก Gmail

  1. เปิด Gmail ""
  2. ที่ด้านล่าง ให้แตะพื้นที่ทำงาน ห้องแชท จากนั้น พื้นที่ทำงานใหม่ จากนั้น สร้างพื้นที่ทำงาน
  3. ป้อนชื่อพื้นที่ทำงาน
  4. ไม่บังคับ: หากต้องการเพิ่มรูปโปรไฟล์พื้นที่ทำงาน ให้แตะเพิ่ม "" เหนือชื่อพื้นที่ทำงาน หากไม่เลือกอีโมจิ ระบบจะใช้รูปโปรไฟล์เริ่มต้นแทน
  5. ไม่บังคับ: หากต้องการอนุญาตการตอบกลับแบบแยกชุดข้อความ ให้เปิดใช้การตอบกลับแบบแยกชุดข้อความ
    1. ข้อมูลสำคัญ: คุณจะแก้ไขการตั้งค่านี้ในภายหลังไม่ได้
  6. ไม่บังคับ: หากต้องการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมพื้นที่ทำงาน ให้เปิดใช้การอนุญาตให้บุคคลภายนอกองค์กรเข้าร่วม
    1. ข้อมูลสำคัญ: คุณจะแก้ไขการตั้งค่านี้ในภายหลังไม่ได้
  7. แตะถัดไป
  8. ป้อนชื่อบุคคล อีเมล และบ็อตที่ต้องการเพิ่ม นอกจากนี้ยังเลือกจากคําแนะนําได้ด้วย ซึ่งจะมีรายชื่อผู้ใช้ทุกคนในองค์กร รวมถึงผู้ที่ไม่มี Chat ด้วย
  9. แตะเสร็จสิ้น

ใน iOS/iPhone

สร้างพื้นที่ทำงานจาก Chat

  1. เปิดแอป Chat "" หรือแอป Gmail
  2. ที่ด้านล่าง ให้แตะพื้นที่ทำงาน ห้องแชท จากนั้น พื้นที่ทำงานใหม่ "" จากนั้น สร้างพื้นที่ทำงาน
  3. ป้อนชื่อพื้นที่ทำงาน
  4. ไม่บังคับ: หากต้องการเพิ่มรูปโปรไฟล์พื้นที่ทำงาน ให้แตะเพิ่ม "" เหนือชื่อพื้นที่ทำงานแล้วเลือกอีโมจิ หากไม่เลือกอีโมจิ ระบบจะใช้รูปโปรไฟล์เริ่มต้นแทน
  5. ไม่บังคับ: หากต้องการอนุญาตการตอบกลับแบบแยกชุดข้อความ ให้เปิดใช้การตอบกลับแบบแยกชุดข้อความ
    ข้อสำคัญ
    • คุณจะเปลี่ยนการตั้งค่านี้ไม่ได้
    • คุณจะสร้างพื้นที่ทำงานแบบแยกชุดข้อความได้โดยใช้บัญชี Google Workspace เท่านั้น
  6. ไม่บังคับ: หากต้องการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมพื้นที่ทำงาน ให้เปิดอนุญาตให้บุคคลภายนอกองค์กรเข้าร่วม คุณอาจใช้ตัวเลือกนี้ไม่ได้หากผู้ดูแลระบบไม่อนุญาต
    ข้อสำคัญ
    • คุณจะเปลี่ยนการตั้งค่านี้ไม่ได้
    • ตัวเลือกในการสร้างพื้นที่ทำงานที่อนุญาตให้มีผู้เข้าร่วมจะใช้ได้ในบัญชี Google Workspace เท่านั้น
  7. แตะถัดไป
  8. ป้อนชื่อบุคคล อีเมล และบ็อตที่ต้องการเพิ่ม หากใช้ Google Workspace คําแนะนําจะแสดงรายชื่อทุกคนในองค์กร รวมถึงผู้ที่ไม่มี Google Chat ด้วย
  9. แตะเสร็จสิ้น

สร้างพื้นที่ทำงานจาก Gmail

  1. เปิด Gmail ""
  2. ที่ด้านล่าง ให้แตะพื้นที่ทำงาน ห้องแชท จากนั้น พื้นที่ทำงานใหม่ จากนั้น สร้างพื้นที่ทำงาน
  3. ป้อนชื่อพื้นที่ทำงาน
  4. ไม่บังคับ: หากต้องการเพิ่มรูปโปรไฟล์พื้นที่ทำงาน ให้แตะเพิ่ม "" เหนือชื่อพื้นที่ทำงาน หากไม่เลือกอีโมจิ ระบบจะใช้รูปโปรไฟล์เริ่มต้นแทน
  5. ไม่บังคับ: หากต้องการอนุญาตการตอบกลับแบบแยกชุดข้อความ ให้เปิดใช้การตอบกลับแบบแยกชุดข้อความ
    1. ข้อมูลสำคัญ: คุณจะแก้ไขการตั้งค่านี้ในภายหลังไม่ได้
  6. ไม่บังคับ: หากต้องการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมพื้นที่ทำงาน ให้เปิดใช้การอนุญาตให้บุคคลภายนอกองค์กรเข้าร่วม
    1. ข้อมูลสำคัญ: คุณจะแก้ไขการตั้งค่านี้ในภายหลังไม่ได้
  7. แตะถัดไป
  8. ป้อนชื่อบุคคล อีเมล และบ็อตที่ต้องการเพิ่ม นอกจากนี้ยังเลือกจากคําแนะนําได้ด้วย ซึ่งจะมีรายชื่อผู้ใช้ทุกคนในองค์กร รวมถึงผู้ที่ไม่มี Chat ด้วย
  9. แตะเสร็จสิ้น
1.3 สร้างโฟลเดอร์ของทีมสำหรับใช้ร่วมกัน

ไดรฟ์ที่แชร์คือพื้นที่สำหรับการใช้งานร่วมกัน โดยสมาชิกในทีมจะเก็บ ค้นหา และเข้าถึงไฟล์ได้จากทุกที่ในทุกอุปกรณ์

  1. เปิด Google ไดรฟ์
  2. ให้คลิกไดรฟ์ที่แชร์ทางด้านซ้าย
  3. คลิกใหม่ "" ที่ด้านบน
  4. ป้อนชื่อแล้วคลิกสร้าง
สร้างไดรฟ์ที่แชร์

หลังจากสร้างไดรฟ์ที่แชร์แล้ว ให้ดูวิธีการสร้างโฟลเดอร์ เพิ่มและแก้ไขไฟล์ และแชร์ไฟล์

1.4 จัดการประชุมทางวิดีโอ

คุณจะเริ่มหรือเข้าร่วมการประชุมทางวิดีโอได้โดยตรงจาก Gmail บนเว็บเบราว์เซอร์ หรือจะเริ่มการประชุมทันทีจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ หรือบนเว็บเบราว์เซอร์ในคอมพิวเตอร์โดยใช้ Google Meet ก็ได้ หากมีผู้ส่งลิงก์การประชุมมาให้ เพียงคลิกลิงก์ดังกล่าวก็เข้าร่วมได้ทันที 

หมายเหตุ: คุณสามารถเพิ่มบุคคลจากภายในหรือภายนอกองค์กรไปยังการประชุมทางวิดีโอของ Meet ได้ ผู้ที่มีรายชื่อในกิจกรรมของปฏิทินรวมถึงผู้ที่ได้รับเชิญระหว่างการประชุมทางวิดีโอ (รวมถึงผู้เข้าร่วมจากภายนอก) จะมีสิทธิ์เข้าร่วมการประชุมได้โดยอัตโนมัติ สำหรับผู้เข้าร่วมจากภายนอก ผู้ใช้ในองค์กรจะต้องให้สิทธิ์เข้าถึงกับบุคคลที่ต้องการเข้าประชุมเป็นกรณีไป ดูวิธีการเพิ่มผู้เข้าร่วมประชุมทางวิดีโอ

เริ่มการประชุมทางวิดีโอจาก Gmail

  1. เปิด Gmail แล้วคลิกการประชุมใหม่ที่แถบด้านข้างในส่วน Meet
    หมายเหตุ: หากไม่เห็น Meet ใน Gmail โปรดตรวจสอบการตั้งค่า Gmail
  2. คลิกเข้าร่วมเลย ในหน้าต่างแชร์การประชุมใหม่
  3. หากต้องการเข้าร่วมโดยใช้วิดีโอจากกล้องของคอมพิวเตอร์และใช้เสียงจากไมโครโฟน ให้คลิกเข้าร่วมเลย
  4. หากต้องการโทรเข้าจากโทรศัพท์ ให้คลิกเข้าร่วมและใช้เสียงจากโทรศัพท์ แล้วทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ

    คุณจะใช้ฟีเจอร์นี้ได้ก็ต่อเมื่อองค์กรของคุณรองรับฟีเจอร์นี้เท่านั้น โปรดติดต่อขอความช่วยเหลือจากผู้ดูแลระบบ 

    หากคุณเข้าร่วมทางโทรศัพท์ คุณจะยังใช้วิดีโอจากคอมพิวเตอร์ได้ โปรดดูรายละเอียดที่หัวข้อใช้เสียงจากโทรศัพท์ในการประชุมทางวิดีโอ

"  "

เข้าร่วมการประชุมทางวิดีโอจาก Gmail

  1. เปิด Gmail แล้วคลิกการประชุมของฉันที่แถบด้านข้างในส่วน Meet
  2. เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • คลิกเข้าร่วมการประชุม แล้วป้อนรหัสการประชุม
    • ชี้ไปที่การประชุมทางด้านซ้ายในส่วนการประชุมของฉัน
  3. คลิกเข้าร่วม

ใช้ Meet ในเว็บ

  1. ป้อน https://meet.google.com ในเว็บเบราว์เซอร์
  2. คลิกการประชุมใหม่จากนั้นเริ่มการประชุมแบบจัดทันที
  3. หากต้องการเพิ่มบุคคลไปยังการประชุม ให้เลือกตัวเลือกจากหน้าต่างป๊อปอัปที่ปรากฏขึ้น
    • คลิกเพิ่มคนอื่นๆ แล้วเลือกตัวเลือกต่อไปนี้
      • เลือกชื่อหรือป้อนอีเมลที่ต้องการในส่วนเชิญ แล้วคลิกส่งอีเมล
      • ที่ด้านล่างของส่วนโทร ให้ป้อนหมายเลขโทรศัพท์แล้วกดโทร โทร
    • คลิกคัดลอก และวางรายละเอียดการประชุมในอีเมลหรือแอปอื่น

หมายเหตุ: คุณสามารถส่งลิงก์การประชุมให้กับบุคคลภายนอกองค์กรได้ แต่บุคคลในองค์กรอาจต้องให้สิทธิ์เข้าถึงการประชุมทางวิดีโอกับบุคคลภายนอกเหล่านั้น

ใช้ Meet ในอุปกรณ์เคลื่อนที่

ดาวน์โหลดแอป Google Meet

  1. ไปที่ Play Store
  2. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอป Google Meet Meet app
  3. แตะแอป Google Meet Meet app ในอุปกรณ์เพื่อเปิดแอป

หากคุณมีอุปกรณ์หลายเครื่อง คุณอาจเริ่มวิดีโอคอลจากอุปกรณ์หนึ่งแล้วดำเนินการต่อในอีกอุปกรณ์ก็ได้ ระบบจะซิงค์ข้อมูลการประชุมในอุปกรณ์ทั้งหมดให้โดยอัตโนมัติ

เริ่มการประชุมโดยใช้แอป Google Meet

  1. เปิดแอป Meet Meet
  2. เลือกตัวเลือกต่อไปนี้เพื่อเริ่มต้นการประชุม
    • แตะการประชุมใหม่จากนั้นเริ่มการประชุมทันที
    • แตะเข้าร่วมด้วยรหัสจากนั้นป้อนรหัสการประชุมแล้วแตะเข้าร่วม
1.5 แชร์หน้าจอระหว่างการประชุมทางวิดีโอ

ผู้จัดการประชุมที่มี Google Workspace for Education สามารถป้องกันไม่ให้ผู้เข้าร่วมแชร์หน้าจอของตนเองได้ 

คุณสามารถนำเสนอหน้าจอทั้งหมดหรือเฉพาะหน้าต่างที่ต้องการในที่ประชุมเพื่อแชร์เอกสาร งานนำเสนอ สเปรดชีต และอื่นๆ ได้ แนบงานนำเสนอหรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ ไว้ในกิจกรรมของปฏิทินเพื่อให้ผู้เข้าร่วมการประชุม Meet เปิดดูได้

  1. เข้าร่วมวิดีโอคอลของ Meet
  2. คลิกนําเสนอทันที แชร์หน้าจอ ที่ด้านล่าง
  3. เลือกทั้งหน้าจอ หน้าต่างเดียว หรือแท็บเดียว
    • หากคุณนำเสนอแท็บ Chrome ระบบจะแชร์เสียงของแท็บนั้นตามค่าเริ่มต้น
    • หากต้องการนําเสนอแท็บอื่น ให้เลือกแท็บที่ต้องการนําเสนอ แล้วคลิกแชร์แท็บนี้แทน
  4. คลิกแชร์
  5. ไม่บังคับ: หากต้องการเลิกปักหมุดงานนําเสนอและดูเป็นรูปแบบเรียงชิดกัน ให้คลิกเลิกปักหมุด ขณะนี้คุณจะเห็นผู้เข้าร่วมจํานวนมากขึ้นในขณะที่นําเสนอ

หากกล้องเปิดอยู่ วิดีโอจะทำงานในขณะที่คุณนำเสนอ

เคล็ดลับ: แชร์หน้าต่างใหม่หรือแท็บใดแท็บหนึ่งแทนหน้าต่างการประชุมเพื่อ การนําเสนอที่ดีขึ้นและป้องกันการมิเรอร์

หากกล้องเปิดอยู่ ผู้เข้าร่วมจะยังคงเห็นวิดีโอในขณะที่คุณกำลังนำเสนอ

ในระหว่างการประชุม คุณยังใช้ฟีเจอร์แชทในโปรแกรมเพื่อแชร์โน้ตและลิงก์ข้อมูลอ้างอิงได้อีกด้วย โปรดดูที่หัวข้อส่งข้อความแชทถึงผู้เข้าร่วมการประชุมทางวิดีโอ

↑ กลับไปด้านบน

" "

2 จัดตารางเวลาสําหรับการทํางานและเรื่องส่วนตัว


 
2.1 กำหนดเวลาทำงาน

เมื่อติดต่อสื่อสารทางไกล คุณจะต้องแบ่งเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวให้เหมาะสม จัดระเบียบปฏิทินของคุณเพื่อให้ผู้อื่นทราบเวลาที่คุณพร้อมประชุม คุณเลือกปรับการตั้งค่า Google ปฏิทินเพื่อให้ผู้จัดทราบเวลาในการนัดหมายที่เหมาะสมได้

หมายเหตุ: Google Chat จะแสดงสถานะการลางานที่ผู้ใช้กำหนดไว้ในปฏิทิน หากมีคนลางาน Chat จะแสดงสถานะการลางานเมื่อคุณแชทกับบุคคลนั้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะการลางาน

  1. ในปฏิทิน ให้คลิกการตั้งค่า การตั้งค่า จากนั้น การตั้งค่า
  2. เลื่อนไปที่เวลาทำงาน
  3. เลือกช่องเปิดใช้ชั่วโมงทำงาน
  4. เลือกวันของสัปดาห์ที่คุณทำงาน
  5. กรอกเวลาทำงาน

หมายเหตุ: หากมีคนเชิญให้คุณเข้าร่วมกิจกรรมนอกเวลาดังกล่าว คนนั้นจะเห็นการแจ้งเตือนที่แจ้งให้ทราบว่ากิจกรรมนั้นอยู่นอกเวลาทำงานของคุณ

หากมีผู้เชิญให้คุณเข้าร่วมกิจกรรมนอกเวลาดังกล่าว บุคคลนั้นจะเห็นการแจ้งเตือนว่ากิจกรรมนั้นอยู่นอกเวลาทำงานของคุณ

2.2 แจ้งเวลาที่สะดวกในการทำงาน

แจ้งให้ทีมทราบเมื่อคุณต้องการพัก โดยส่งข้อความไปยังพื้นที่ทำงานที่ใช้สำหรับแจ้งสถานะของทีม หรือส่งอีเมลสั้นๆ ไปหาทีมก็ได้ หากคุณจะหยุดพัก 2-3 ชั่วโมงหรือต้องการลาหยุดหลายวัน ให้ตั้งระบบตอบกลับอัตโนมัติสำหรับการ "ลางาน" ใน Gmail นอกจากนี้ คุณยังตั้งค่าปฏิทินที่ใช้ร่วมกันกับทีมให้แสดงเมื่อมีผู้ลางานได้อีกด้วย

สร้างปฏิทินที่ใช้งานร่วมกัน

  1. เปิดปฏิทิน และทางด้านซ้ายถัดจากปฏิทินอื่นๆ ให้คลิกเพิ่มปฏิทินอื่น""จากนั้นสร้างปฏิทินใหม่
  2. ตั้งชื่อปฏิทินและใส่คำอธิบาย
  3. คลิกเขตเวลาและเลือกเขตเวลาของคุณ
  4. คลิกสร้างปฏิทิน ปฏิทินใหม่จะปรากฏในส่วนปฏิทินของฉัน
  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการอัปเดตค่ากำหนดปฏิทิน ให้ชี้ไปที่ค่ากำหนดแล้วคลิกเพิ่มเติมเพิ่มเติม จากนั้น การตั้งค่า

    คุณจะสร้างปฏิทินได้มากเท่าที่ต้องการโดยใช้กระบวนการเดียวกันนี้

แชร์ปฏิทิน

  1. เปิดปฏิทิน และชี้ไปที่ปฏิทินที่ต้องการแชร์ในส่วนปฏิทินของฉัน แล้วคลิกเพิ่มเติม เพิ่มเติมจากนั้นการตั้งค่าและการแชร์

  2. เลือกตัวเลือกดังนี้
    • หากต้องการแชร์กับบุคคล ในส่วนใช้ร่วมกับบุคคลที่ระบุ ให้เพิ่มบุคคลหรืออีเมลของบุคคลที่ต้องการแชร์ และคลิกเพิ่มบุคคลจากนั้นส่ง
    • หากต้องการเปลี่ยนการตั้งค่าการแชร์ที่กว้างขึ้น ในส่วนสิทธิ์การเข้าถึง ให้เลือกเปิดเผยต่อสาธารณะหรือเปิดเผยต่อชื่อองค์กร
สร้างปฏิทิน

ตั้งปลุก

อย่าลืมลงชื่อออกจากระบบก่อนเลิกงานและปิดอุปกรณ์ให้เรียบร้อย โดยอาจใช้แอปนาฬิกาที่มีในอุปกรณ์ Android ทั่วไปก็ได้

  1. เปิดแอปนาฬิกา นาฬิกา ในโทรศัพท์
  2. แตะนาฬิกาปลุก
  3. เลือกการปลุก ดังนี้
    • หากต้องการเพิ่มการปลุก ให้แตะ "เพิ่ม" เพิ่ม
    • หากต้องการรีเซ็ตการปลุก ให้แตะเวลาปัจจุบันของการปลุก
  4. ตั้งเวลาปลุก
  5. แตะเสร็จสิ้นand thenบันทึก
2.3 แจ้งสถานะการอัปเดตข้อมูลและกำหนดเป้าหมาย

เมื่อคุณทำงานจากต่างสถานที่กัน การสื่อสารก็ยิ่งสำคัญมากขึ้น จึงควรมีการแจ้งสถานะการอัปเดตข้อมูลเป็นรายวัน รวมทั้งกำหนดเป้าหมายรายสัปดาห์ไว้ในแผนโครงการที่ใช้ร่วมกันของทีม

จัดการประชุมออนไลน์สั้นๆ ประจำวันเพื่อแจ้งข้อมูลอัปเดตกับเพื่อนร่วมงานโดยใช้ Meet, อีเมล หรือ Chat

กำหนดเป้าหมายรายสัปดาห์โดยใช้แผนโครงการของทีมเพื่อกำหนดเป้าหมายและจัดลำดับความสำคัญของงาน ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างแผนโครงการแบบไดนามิกใน Google ชีต

↑ กลับไปด้านบน

" "

3 ทําตามแนวทางปฏิบัติแนะนำเพื่อการสื่อสารที่ไม่ขาดตอน

 
3.1 เคล็ดลับการประชุมทางวิดีโอสำหรับการประชุมที่บ้าน

ตั้งค่าและทดสอบอินเทอร์เน็ตที่บ้าน

  • เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยใช้สายอีเทอร์เน็ต (หากมี) หากไม่มี ให้ใช้ Wi-Fi ในคลื่นความถี่ 5 GHz (ส่วนความถี่ย่าน 2.4 GHz มักมีการใช้งานเป็นจำนวนมากและอาจทำให้การเชื่อมต่อวิดีโอไม่เสถียร)
  • หากใช้ Wi-Fi ให้สร้างการประชุมทดสอบเพื่อตรวจสอบว่าได้รับสัญญาณที่แรงเพียงพอในตำแหน่งที่จะใช้งาน หากคุณมองเห็นเราเตอร์ได้โดยตรง แปลว่าคุณได้รับสัญญาณแรงที่สุดแล้ว
  • หากการเชื่อมต่อช้า ให้ใช้การทดสอบความเร็วเพื่อตรวจสอบว่าคุณมีความเร็วในการอัปโหลดและดาวน์โหลดอย่างน้อย 3.2 Mbps
  • ขณะที่กำลังประชุมทางวิดีโอ ให้ลดกิจกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตภายในบ้านให้น้อยที่สุดเพื่อให้มีแบนด์วิดท์เพียงพอ

หูฟัง ไมโครโฟน และกล้อง

  • คุณอาจลองใช้หูฟังหรือหูฟังเอียร์บัดเพื่อให้ได้ยินเสียงที่ชัดเจนยิ่งขึ้นและยังช่วยลดเสียงสะท้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการโทรได้
  • หากคุณต้องการพิมพ์ไปด้วยในขณะที่กำลังสนทนาอยู่ ให้ใช้ไมโครโฟนภายนอก เช่น ไมโครโฟนของชุดหูฟังหรือไมโครโฟน USB สำหรับพอดแคสต์
  • ชุดหูฟังและไมโครโฟนแบบมีสายมักให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าแบบไร้สาย
  • อัปเกรดชุดหูฟัง ไมโครโฟน และกล้องให้เป็นเฟิร์มแวร์ล่าสุดจากผู้ผลิต
  • ตรวจสอบว่า Meet ใช้กล้อง ไมโครโฟน และลำโพงที่ถูกต้อง เช่น แม้คุณจะสวมชุดหูฟัง แต่ Meet อาจกำลังใช้ไมโครโฟนของเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่

เลือกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

  • นั่งในบริเวณที่มีแสงเพียงพอโดยให้แสงกระทบใบหน้า ไม่ใช่ด้านหลัง เพื่อไม่ให้หน้ามีความมืดเกินไป ทำการทดสอบโดยลองโทรหาเพื่อนร่วมงานเพื่อจัดตำแหน่งกล้องและแสงให้เหมาะสม
  • การใช้ฉากหลังเรียบๆ และห้องที่เป็นระเบียบเรียบร้อยจะเหมาะสมกับการประชุมเชิงธุรกิจแบบมืออาชีพมากที่สุด
  • ควรใช้สถานที่ที่ไม่ค่อยมีเสียงรบกวน แต่ถ้าอยู่ในบริเวณที่มีเสียงรอบข้างดัง ให้ปิดเสียงไมโครโฟนในขณะที่ไม่ได้พูด นอกจากนี้คุณยังใช้ฟีเจอร์คำบรรยายสดของ Meet เพื่อแสดงคำบรรยายในแบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย

จัดการกับอุปกรณ์ที่ทำงานช้าหรือมีประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่ดี

  • อัปเดตคอมพิวเตอร์ให้เป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุด
  • ลองนำเสนอจากแล็ปท็อปเครื่องอื่น (หากมี) หรือใช้สมาร์ทโฟน (ที่มีแอป Meet สำหรับ iOS หรือ Android ) เพื่อลดการใช้งาน CPU
  • ซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่ตรวจสอบหรือเปลี่ยนแปลงการรับส่งข้อมูลของ Meet (เช่น ไฟร์วอลล์ในเครื่องและซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส) อาจลดคุณภาพของวิดีโอ โปรดระมัดระวังไม่ให้เครื่องมือเหล่านี้รบกวนการทำงานของวิดีโอคอล 
  • ใช้จอภาพเดียว การใช้จอภาพ 2 จอขึ้นไปอาจทำให้ CPU และ GPU ทำงานหนักเกินไป

    หากยังคงพบปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพการโทรของ Meet โปรดดูที่หัวข้อแก้ปัญหาเกี่ยวกับ Hangouts Meet หรือคุณจะรายงานปัญหาให้เราทราบก็ได้

3.2 เพิ่มเขตเวลาในปฏิทิน

หากต้องทำงานร่วมกับทีมจากต่างสถานที่กัน คุณจะเห็นเวลาของประเทศอื่นๆ ได้โดยการเพิ่มนาฬิกาเทียบเวลาโลกในปฏิทิน เพิ่มเขตเวลาในปฏิทินเพื่อให้ทราบเวลาที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในทีมที่อยู่คนละประเทศกัน

หมายเหตุ: ในกรณีสมาชิกในทีมเข้าร่วมประชุมไม่ได้เนื่องจากมีเขตเวลาที่แตกต่างกัน ก็ให้บันทึกการประชุมแล้วแชร์ให้ในภายหลังได้ ดูวิธีการบันทึกการประชุม

เพิ่มนาฬิกาเทียบเวลาโลกในปฏิทิน

  1. ใน Google ปฏิทิน ให้ไปที่การตั้งค่าการตั้งค่า จากนั้น การตั้งค่า
  2. เลื่อนไปที่นาฬิกาบอกเวลาโลก และเลือกช่องแสดงนาฬิกาบอกเวลาโลก
  3. คลิกเพิ่มเขตเวลาเพื่อแสดงเขตเวลาปัจจุบัน
  4. คลิกเพิ่มเขตเวลาอีกครั้งเพื่อเพิ่มเขตเวลา

เพิ่มเขตเวลาในปฏิทิน

  1. ที่ด้านบน ให้คลิกการตั้งค่า การตั้งค่าจากนั้นการตั้งค่า
  2. คลิกเขตเวลาด้านซ้ายและเลือกช่องแสดงเขตเวลารอง (เขตเวลาหลักคือที่ที่คุณอยู่)
  3. คลิกช่องเขตเวลารองและเลือกเขตเวลาอื่น
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการระบุเขตเวลา ให้เพิ่มป้ายกำกับ เช่น ยุโรป

เปลี่ยนเขตเวลาของคุณ

  1. ไปที่การตั้งค่า การตั้งค่าจากนั้นการตั้งค่า
  2. คลิกเขตเวลาด้านซ้าย 
  3. คลิกเขตเวลาหลักและเลือกเขตเวลา
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการอัปเดตเขตเวลาโดยอัตโนมัติเมื่อเดินทาง ให้เลือกช่อง ขอให้อัปเดตเขตเวลาหลักของฉันเป็นตำแหน่งปัจจุบัน

หมายเหตุ: หากคุณจะจัดประชุมและต้องการหาเวลาที่เหมาะกับทุกคน ให้ใช้เวลาประชุมที่แนะนำ

3.3 ตั้งค่าเซสชันถาม & ตอบแบบอินเทอร์แอกทีฟระหว่างที่นำเสนองาน

ผู้จัดการประชุมที่มี Google Workspace for Education สามารถป้องกันไม่ให้ผู้เข้าร่วมแชร์หน้าจอของตนเองได้ 

หากคุณจะนำเสนอในวิดีโอคอลของ Meet ให้ตั้งค่าการถาม & ตอบแบบอินเทอร์แอกทีฟโดยใช้สไลด์ ระบบจะมีหน้าต่างแยกต่างหากไว้สำหรับให้ผู้เข้าร่วมพิมพ์คำถาม ดังนั้นจึงไม่มีการขัดจังหวะหรือพูดแทรกกันเกิดขึ้น

  1. เปิด Meet และเข้าร่วมการประชุมทางวิดีโอ
  2. ไปที่สไลด์แล้วเปิดงานนำเสนอ
  3. ที่ด้านบน ถัดจากนำเสนอ ให้คลิกลูกศรลง ""จากนั้นมุมมองของผู้นำเสนอ
  4. กลับไปยังการประชุมทางวิดีโอของ Meet แล้วคลิกนำเสนอทันที
  5. เลือกสิ่งที่ต้องการแชร์ดังนี้
    • ทั้งหน้าจอ
    • หน้าต่าง
    • แท็บ
  6. เลือกแชร์
  7. คลิกเครื่องมือเกี่ยวกับผู้ชมในสไลด์
  8. เลือกตัวเลือกดังนี้
    • หากต้องการเริ่มเซสชันถาม & ตอบ ให้คลิกเริ่มใหม่
    • หากต้องการใช้เซสชันถาม & ตอบล่าสุดต่อไป ให้คลิกใช้แบบล่าสุดต่อไป
    • หากต้องการหยุดรับคำถาม ให้คลิกเปิดในหน้าต่างถาม & ตอบ
เคล็ดลับ: หากคุณใช้ Google Workspace ในที่ทำงาน โรงเรียน หรือองค์กรอื่นๆ คุณสามารถกำหนดผู้ที่มีสิทธิ์ส่งคำถามได้ โดยคลิกเครื่องมือของผู้ชมในหน้าต่างมุมมองของผู้นำเสนอ จากนั้นคลิกลูกศรลง "" ถัดจากยอมรับคำถามจากแล้วเลือกผู้ชมที่ต้องการ
3.4 แชร์เนื้อหาและทำงานร่วมกันกับทีม

จัดทำเอกสารและแชร์ใน Google เอกสาร, ชีต และสไลด์ได้มากกว่าเดิม เช่น ใช้ฟีเจอร์แสดงความคิดเห็นเพื่อแจ้งให้สมาชิกในทีมทราบว่าคุณมีความเห็นอย่างไร วิธีนี้จะทำให้สะดวกยิ่งขึ้นเมื่อคุณทำงานร่วมกับทีมที่มีเขตเวลาต่างกันไม่มากนัก

เพิ่มความคิดเห็นลงในไฟล์และมอบหมายงาน

  1. เลือกข้อความที่ต้องการแสดงความคิดเห็นในเอกสาร ชีต หรือสไลด์
  2. คลิกเพิ่มความคิดเห็น ""
  3. ป้อนความคิดเห็นในช่อง
  4. (ไม่บังคับ) หากต้องการส่งงานหรือความคิดเห็นไปยังบุคคลที่ต้องการโดยตรง ให้ป้อนเครื่องหมายบวก (+) ตามด้วยอีเมลของบุคคลดังกล่าว โดยคุณจะเพิ่มผู้คนกี่คนก็ได้ตามต้องการ ซึ่งแต่ละคนจะได้รับอีเมลที่มีความคิดเห็นของคุณและลิงก์ไปยังไฟล์ดังกล่าว
  5. (ไม่บังคับ) หากต้องการให้สิทธิ์แสดงความคิดเห็นกับบุคคลที่ต้องการ ให้เลือกช่องให้สิทธิ์กับ
  6. คลิกแสดงความคิดเห็นหรือให้สิทธิ์

หมายเหตุ: หากไฟล์มีความคิดเห็นถึงจํานวนสูงสุดแล้ว คุณจะทําสําเนาไฟล์ได้โดยไม่ต้องคัดลอกความคิดเห็นใดๆ

เปิดช่องความคิดเห็นและป้อนข้อความพร้อมด้วยตัวเลือกในการมอบหมายงานให้ผู้อื่น

รวบรวมแหล่งข้อมูลในเว็บไซต์ภายใน

คุณอาจตั้งค่าเว็บไซต์ภายในเพื่อรวบรวมแหล่งข้อมูลสำหรับคุณและทีมไว้รวมกันที่ส่วนกลาง หรือจะแชร์ข้อมูลล่าสุดกับเพื่อนร่วมงานได้ด้วยการใช้ Google Sites

สร้างเว็บไซต์

เลือกตัวเลือกต่อไปนี้

  • จากหน้าแรกของ Sites ให้คลิกสร้าง Plus ที่ด้านบน หรือเลือกเทมเพลตโดยคลิกแกลเลอรีเทมเพลต
  • จาก Google ไดรฟ์ ให้คลิก Plus ใหม่ จากนั้นเพิ่มเติมจากนั้นGoogle Sites

หมายเหตุ: ระบบจะเก็บข้อมูลของ Sites ทั้งหมดไว้ในไดรฟ์ โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ไดรฟ์เพื่อจัดระเบียบไฟล์ที่หัวข้อเริ่มต้นใช้งานไดรฟ์

สร้างเว็บไซต์จาก Sites หรือไดรฟ์

↑ กลับไปด้านบน


Google, Google Workspace และเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของ บริษัทที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
false