เครื่องมือการทำงานแบบเป็นกลุ่มของ Google Ads และ Google Ads Editor ที่จะช่วยเรื่องการย้ายข้อมูลตามนโยบายที่พักอาศัย การจ้างงาน และสินเชื่อ (HEC)

คุณจะเห็นการปรับปรุงใน Google Ads ดังต่อไปนี้ เพื่อให้มุมมองของกลุ่มเป้าหมายแบบรวมและครอบคลุม และทําให้การจัดการและการเพิ่มประสิทธิภาพกลุ่มเป้าหมายทําได้ง่ายขึ้น

  • การรายงานกลุ่มเป้าหมายใหม่
    ต่อไปนี้การรายงานโดยละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลประชากรตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่ม และการยกเว้นจะรวมอยู่ในที่เดียวนั่นคือแท็บ "กลุ่มเป้าหมาย" ภายในเมนูการนําทางหน้าเว็บด้านซ้าย และคุณยังสามารถจัดการกลุ่มเป้าหมายจากหน้ารายงานนี้ได้อย่างง่ายดาย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานกลุ่มเป้าหมาย
  • คำใหม่
    เราจะใช้คำใหม่ในรายงานกลุ่มเป้าหมายและทั่วทั้ง Google Ads เช่น คำว่า "ประเภทกลุ่มเป้าหมาย" (ซึ่งได้แก่ ที่คล้ายกัน ที่กําหนดเอง ที่มีแผนจะซื้อ และผู้สนใจ) ตอนนี้จะเรียกว่ากลุ่มเป้าหมาย และ "รีมาร์เก็ตติ้ง" จะเรียกว่า "ข้อมูลของคุณ" ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอัปเดตเรื่องคำและวลีของกลุ่มเป้าหมาย

บทความนี้ระบุขั้นตอนที่คุณต้องทําเพื่ออัปเดตการกําหนดเป้าหมายจํานวนมากโดยใช้ Google Ads และ Google Ads Editor เพื่อให้การกําหนดเป้าหมายเป็นไปตามนโยบายใหม่เกี่ยวกับที่พักอาศัย การจ้างงาน และสินเชื่อ

Google เริ่มบังคับใช้นโยบายนี้ในวันที่ 19 ตุลาคม 2020

บทความนี้ครอบคลุมหัวข้อต่อไปนี้

การขอรับการสนับสนุนจาก Google

คุณอัปเดตการกําหนดเป้าหมายที่จำเป็นส่วนใหญ่ได้โดยทําตามวิธีการด้านล่าง หาก Google ได้กำหนดตัวแทนฝ่ายขายให้คุณ ก็ติดต่อตัวแทนฝ่ายขายเพื่อให้ขอรับการสนับสนุนด้านการติดตั้งใช้งานในนามของคุณได้เช่นกัน ขอแนะนําให้ติดต่อตัวแทนฝ่ายขายโดยเร็วที่สุดหากต้องการขอรับการสนับสนุนด้านการติดตั้งใช้งาน เราให้ความช่วยเหลือเรื่องการสนับสนุนด้านการติดตั้งใช้งานแก่บัญชี Google Ads ที่ไม่มีตัวแทนฝ่ายขายไม่ได้

ทีมสนับสนุนของ Google ช่วยคุณในการอัปเดตสิ่งต่อไปนี้แบบเป็นกลุ่มได้

  • การเปลี่ยนแปลงราคาเสนอ
  • กลุ่มเป้าหมาย (รวมถึงกลุ่มข้อมูลประชากรโดยละเอียด)
  • การแปลงรหัสไปรษณีย์เป็นชื่อเมือง

ทีมสนับสนุนของ Google ช่วยคุณในการอัปเดตสิ่งต่อไปนี้แบบเป็นกลุ่มไม่ได้

  • ข้อมูลประชากร เช่น อายุ เพศ และสถานะความเป็นบิดามารดา

การอัปเดตครีเอทีฟโฆษณา

การบังคับใช้นโยบายนี้ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบครีเอทีฟโฆษณาและการกําหนดเป้าหมายแบบจํากัดในกลุ่มโฆษณาเดียวกัน ผู้ลงโฆษณาบางราย เช่น ผู้ที่รูปแบบธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับที่พักอาศัย การจ้างงาน หรือสินเชื่ออาจได้รับการติดป้ายกำกับโฆษณาว่าเข้าข่ายตามนโยบายนี้ ในกรณีนี้ ผู้ลงโฆษณาที่มีป้ายกํากับเพียงแต่ต้องอัปเดตครีเอทีฟโฆษณาโดยไม่ต้องทําตามวิธีการด้านล่าง การแก้ไขโฆษณาจะทําให้โฆษณาได้รับการตรวจสอบอีกครั้งโดยอัตโนมัติโดยที่คุณไม่ต้องดําเนินการใดๆ เพิ่มเติม

*เราไม่รับประกันว่าการอัปเดตครีเอทีฟโฆษณาจะจัดโฆษณาไว้นอกขอบเขตของนโยบายที่พักอาศัย การจ้างงาน และสินเชื่อ หากครีเอทีฟโฆษณาของผู้ลงโฆษณาดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามนโยบายนี้ เราจะตรวจสอบเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณาเนื่องจากเป็นไปได้ว่าแม้จะมีการนำข้อความที่เกี่ยวข้องกับ "ที่พักอาศัย การจ้างงาน หรือสินเชื่อ" ออกจากโฆษณาแล้ว แต่โฆษณาก็ยังเข้าข่ายตามนโยบายอยู่

หมายเหตุเกี่ยวกับกลุ่มครีเอทีฟโฆษณาด้านล่างไม่ครอบคลุมประเภทโฆษณาหรือกรณีการใช้งานทั้งหมด ระยะเวลาที่ใช้ในการอัปเดตครีเอทีฟโฆษณาจะขึ้นอยู่กับ 1) จํานวนที่เข้าข่ายและ 2) จำนวนการเปลี่ยนแปลงที่มีอยู่ในข้อความ/รูปแบบโฆษณาในแคมเปญต่างๆ

Google Ads Editor

หากต้องการแก้ไขเฉพาะโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับที่พักอาศัย การจ้างงาน หรือสินเชื่อในบัญชี ให้ใช้ฟังก์ชันตัวกรองขั้นสูงใน Google Ads เพื่อค้นหาโฆษณาเหล่านี้ โดยคัดลอกตัวกรองต่อไปนี้แล้ววางลงในช่องตัวกรอง

กรองหา: CONTAINER(EXIST(ads, disapproval reasons : ("Restricted Verticals - Credit", "Restricted Verticals - Employment", "Restricted Verticals - Housing")))

โฆษณาแบบข้อความ

เลื่อนดูโฆษณาแบบข้อความเพื่อหาวลีที่ใช้กันทั่วไปซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับที่พักอาศัย การจ้างงาน หรือสินเชื่อ จากนั้นกรองหาวลีดังกล่าว

ตัวอย่าง

ตัวแทนจําหน่ายรถยนต์โฆษณาสินเชื่อรถยนต์โดยใช้ข้อความ "สินเชื่อรถยนต์ดอกเบี้ย 4%" เนื่องจากการโฆษณาสินเชื่อรถยนต์เช่นนี้เข้าข่ายตามนโยบาย ตัวแทนจําหน่ายรถยนต์จึงต้องกรองโฆษณาเพื่อหาวลีที่เกี่ยวข้องกับ "ดอกเบี้ย" หรือ "สินเชื่อ"

จากนั้น แก้ไขโฆษณาแบบข้อความโดยใช้ตัวเลือก “แทนที่ข้อความ” ใน Google Ads Editor เมื่อแก้ไขโฆษณาแบบข้อความ โปรดคํานึงถึงจํานวนอักขระสูงสุดและตรวจสอบว่าข้อความในโฆษณาถูกต้องตามไวยากรณ์เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาโฆษณาไม่ได้รับอนุมัติ

โฆษณาแบบรูปภาพ

คุณเพิ่มโฆษณาแบบรูปภาพหลายรายการได้พร้อมกัน อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนําให้ใช้การแก้ไขโฆษณาแบบรูปภาพแบบเป็นกลุ่มในกรณีที่ขนาดรูปภาพหรือเทมเพลตคล้ายกันเท่านั้น คุณแก้ไขเนื้อหารูปภาพจริงแบบเป็นกลุ่มไม่ได้

โฆษณาวิดีโอ

  • สําหรับรูปแบบโฆษณาในสตรีมแบบข้ามได้ และในสตรีมแบบข้ามไม่ได้ คุณแก้ไขรหัสวิดีโอและ URL แบบเป็นกลุ่มได้ หากคุณมีวิดีโอหลายรายการ หรือวิดีโอมีภาพหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่พักอาศัย การจ้างงาน และสินเชื่อ การแก้ไข (หรือทำซ้ำ) เนื้อหาวิดีโออาจใช้เวลานาน
  • สําหรับรูปแบบโฆษณา Video Discovery คุณแก้ไขส่วนข้อความของโฆษณาแบบเป็นกลุ่มได้ โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมในส่วน "โฆษณาแบบข้อความ"
Google Ads

คุณทำการเปลี่ยนแปลงแบบเป็นกลุ่มได้กับโฆษณาต่อไปนี้เท่านั้น

  • โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาที่ปรับเปลี่ยนตามบริบท
  • โฆษณาแบบข้อความ
  • โฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิก
  • โฆษณาแบบโทรออก

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีแก้ไขข้อความโฆษณาแบบเป็นกลุ่ม

Google Ads Editor

ตั้งค่า Google Ads Editor

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้ง Google Ads Editor คุณควรใช้ Google Ads Editor 1.4
  2. ดาวน์โหลดบัญชี Google Ads อย่างน้อย 1 บัญชีใน Google Ads Editor โปรดทําตามขั้นตอนเหล่านี้หากคุณใช้ฟังก์ชันการส่งออก/นําเข้า

เคล็ดลับ: แนวทางปฏิบัติแนะนำของ Google Ads Editor ระบุให้คุณยืนยันการเปลี่ยนแปลงที่ทําใน Google Ads เสมอ

ใช้ตัวกรองเพื่อค้นหาโฆษณาที่ได้รับผลกระทบ ตัวกรอง

หากต้องการค้นหาโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับที่พักอาศัย การจ้างงาน หรือสินเชื่อจากหน้า "กลุ่มโฆษณา" หรือ "แคมเปญ" ให้คัดลอกตัวกรองขั้นสูงต่อไปนี้แล้ววางลงในช่องตัวกรอง

EXIST(ads, disapproval reasons : ("Restricted Verticals - Credit", "Restricted Verticals - Employment", "Restricted Verticals - Housing"))

หากต้องการตัวกรองที่ใช้ได้จากหน้าอื่นๆ ใน Google Ads Editor (เช่น "อายุ") ให้คัดลอกตัวกรองขั้นสูงต่อไปนี้แล้ววางลงในช่องตัวกรอง

CONTAINER(EXIST(ads, disapproval reasons : ("Restricted Verticals - Credit", "Restricted Verticals - Employment", "Restricted Verticals - Housing")))

การเปลี่ยนแปลงราคาเสนอสำหรับอายุ เพศ และสถานะความเป็นบิดามารดา

Google Ads Editor - เปลี่ยนการปรับราคาเสนอ

ใช้วิธีการเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนการปรับราคาเสนอสําหรับอายุ เพศ และสถานะความเป็นบิดามารดาให้เป็น 0% หรือนําการปรับราคาเสนอออกจากโฆษณาไปเลย

  1. ในมุมมองแบบต้นไม้ ให้คลิกรหัสบัญชีหรือชื่อบัญชีเพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้คลิกเข้าไปในแคมเปญ/กลุ่มโฆษณา
  2. จากรายการประเภท ให้คลิกคีย์เวิร์ดและการกําหนดเป้าหมาย > อายุ หรือเพศ หรือสถานะความเป็นบิดามารดา (ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการแก้ไข)
  3. คลิกอายุ
  4. คลิกช่องตัวกรอง ตัวกรอง
  5. ป้อนตัวกรองขั้นสูงสําหรับกลุ่มโฆษณาที่มีโฆษณาที่ติดป้ายกํากับสําหรับนโยบาย นั่นคือ: CONTAINER(EXIST(ads, disapproval reasons : ("Restricted Verticals - Credit", "Restricted Verticals - Employment", "Restricted Verticals - Housing")))
  6. คลิกแถวในมุมมองข้อมูล แล้วคลิกแก้ไข > เลือกทั้งหมด (หรือ Ctrl+A / Cmd + A บนแป้นพิมพ์)
  7. ในช่อง "การปรับราคาเสนอ" ในแผงแก้ไข ให้ลบรายการปัจจุบันของ "<varies>" แล้วป้อน 0%
  8. ทำขั้นตอนข้างต้นซ้ำกับข้อมูลประชากรด้านเพศและสถานะความเป็นบิดามารดาที่กำหนดเป้าหมายเชิงบวก

    Note: You don’t need to adjust the bid for the detailed demographics “Marital Status” or “Parental Status” (which is different from the “Parental Status” listed under “Keywords & Targeting”). These detailed demographics are being completely removed. You can leave bid modifiers the same for the “Unknown” age and "Unknown" parental status demographic, as these demographics don't fall under the policy. The gender ‘Unknown’ bid modification must be removed.
  9. เมื่อเสร็จแล้ว ให้คลิกโหลดที่มุมขวาบนของ Google Ads Editor
ส่งออก/นําเข้าจาก Editor

เราขอแนะนําให้คุณแก้ไขการเปลี่ยนแปลงราคาเสนอใน Google Editor โดยตรงก่อนทําตามวิธีการส่งออก/นําเข้าต่อไปนี้

  1. ไปที่ 'บัญชี' ในแถบเมนูในคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกดาวน์โหลดแบบเต็ม
  2. กลับไปที่แถบเมนูในคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกบัญชี > ส่งออก > ส่งออกทั้งบัญชี
  3. ไฮไลต์แถวแรกในเอกสารแล้วเลือกตัวกรอง
  4. ไปที่คอลัมน์ ‘Bid Modifier’ แล้วยกเลิกการเลือกค่า (ว่าง) จากตัวกรองเพื่อดูเฉพาะแถวที่มีตัวปรับราคาเสนอ
  5. สำหรับเซลล์ในคอลัมน์นี้ ให้ใส่ [] หรือ 0 แทนตัวปรับราคาเสนอที่เชื่อมโยงกับการกําหนดเป้าหมายที่เป็นปัญหา สัญลักษณ์ดังกล่าวจะบอกให้ Editor ล้างช่องนั้น
  6. บันทึกสเปรดชีต
  7. ไปที่ 'บัญชี' ในแถบเมนูในคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกนำเข้า > จากไฟล์
  8. เลือกไฟล์
  9. คลิกเสร็จสิ้นและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลง
  10. ในเมนูแอปพลิเคชัน Editor ให้คลิกโหลดเพื่อโหลดการเปลี่ยนแปลงไปยังบัญชี
ข้อมูลประชากรและข้อมูลประชากรโดยละเอียดด้านอายุ เพศ สถานะความเป็นบิดามารดา และสถานภาพสมรส

ใช้วิธีการเหล่านี้เพื่อดำเนินการต่อไปนี้

  • นําอายุ เพศ สถานะความเป็นบิดามารดา หรือสถานภาพสมรสที่กำหนดเป้าหมายเชิงลบออก
  • เปลี่ยนการกำหนดเป้าหมายตามข้อมูลประชากรด้านอายุ เพศ หรือสถานะความเป็นบิดามารดาเชิงบวกทั้งหมดเป็น "เปิดใช้"
  • นําการกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามสถานภาพสมรสและสถานะความเป็นบิดามารดาเชิงบวกออก
    Note: You can leave demographic targeting the same for the “Unknown” age and “Unknown” parental status demographic, as these demographics don't fall under the policy. The gender ‘Unknown’ must be removed.
  1. ในรายการประเภท ให้คลิกคีย์เวิร์ดและการกําหนดเป้าหมาย > อายุ เชิงลบ/เชิงบวก หรือเพศ เชิงลบ/เชิงบวก หรือสถานะความเป็นบิดามารดา เชิงลบ/เชิงบวก (ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการแก้ไข)
  2. คลิกช่องตัวกรอง
  3. ป้อนตัวกรองขั้นสูงสําหรับกลุ่มโฆษณาที่มีโฆษณาที่ติดป้ายกํากับสําหรับนโยบาย นั่นคือ: CONTAINER(EXIST(ads, disapproval reasons : ("Restricted Verticals - Credit", "Restricted Verticals - Employment", "Restricted Verticals - Housing")))
  4. กด Ctrl+A หรือ Cmd+A บนแป้นพิมพ์
  5. คลิกนำออก
  6. ในรายการประเภท ให้คลิกอายุ เพศ หรือสถานะความเป็นบิดามารดา
  7. คลิกแถวในมุมมองข้อมูล แล้วคลิกแก้ไข > เลือกทั้งหมด (หรือ Ctrl+A / Cmd + A บนแป้นพิมพ์)
  8. ในเมนูแบบเลื่อนลง "สถานะ" ในแผงแก้ไข ให้คลิกเปิดใช้
  9. ทำขั้นตอนข้างต้นซ้ำกับข้อมูลประชากรด้านเพศและสถานะความเป็นบิดามารดาทั้งเชิงลบและเชิงบวก
  10. ในรายการประเภท ให้คลิกคีย์เวิร์ดและการกําหนดเป้าหมาย > กลุ่มเป้าหมาย เชิงลบ
  11. กรองหากลุ่มเป้าหมาย: มีค่าใดก็ได้ต่อไปนี้:
  • แต่งงานแล้ว
  • ชีวิตการแต่งงาน
  • โสด
  • ความสัมพันธ์
  • ผู้ปกครอง

ตัวกรองนี้ควรพบกลุ่มเป้าหมายสำหรับการกำหนดเป้าหมายทุกประเภทต่อไปนี้ ซึ่งเข้าข่ายตามนโยบาย

  1. "กลุ่มเป้าหมายคือใคร (ข้อมูลประชากรโดยละเอียด)"/สถานภาพสมรส
  • โสด
  • มีแฟนแล้ว
  • แต่งงานแล้ว
  1. "สิ่งที่กลุ่มเป้าหมายตั้งใจหาข้อมูลหรือวางแผนจะทำ"/เหตุการณ์สำคัญในชีวิต
  • ชีวิตการแต่งงาน
  • เพิ่งแต่งงาน
  • ใกล้แต่งงาน
  1. "กลุ่มเป้าหมายคือใคร (ข้อมูลประชากรโดยละเอียด)"/สถานะความเป็นบิดามารดา
  • ผู้ปกครอง
  • ผู้ปกครองทารก (0-1 ปี)
  • ผู้ปกครองเด็กเล็ก (1-3 ปี)
  • ผู้ปกครองเด็กวัยอนุบาล (4-5 ปี)
  • ผู้ปกครองเด็กประถม (6-12 ปี)
  • ผู้ปกครองวัยรุ่น (13-17 ปี)

หมายเหตุ: การกำหนดเป้าหมายตามเหตุการณ์สำคัญในชีวิตใช้ได้กับแคมเปญบางประเภทเท่านั้น ดังนั้นหากไม่เห็นตัวเลือกเหล่านี้ในบัญชี แสดงว่าคุณอาจไม่ได้แสดงแคมเปญประเภทที่มีสิทธิ์

  1. ตรวจสอบแถวที่กรองเพื่อให้แน่ใจว่าทั้งหมดเป็นแถวที่ต้องการนำออก
  2. กด Ctrl+A หรือ Cmd+A บนแป้นพิมพ์ แล้วคลิกนำออก
  3. ทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำในแท็บ "กลุ่มเป้าหมาย" ในรายการประเภท
  4. เมื่อเสร็จแล้ว ให้คลิกโหลดที่มุมขวาบนของ Google Ads Editor
รหัสไปรษณีย์และขอบเขตพื้นที่

ใช้วิธีการเหล่านี้เพื่อแปลงการกําหนดเป้าหมายตามรหัสไปรษณีย์เป็นการกำหนดสถานที่เป้าหมายโดยไม่ใช้รหัสไปรษณีย์ใน Google Ads Editor ตัวอย่างของการกำหนดสถานที่เป้าหมายโดยไม่ใช้รหัสไปรษณีย์ ได้แก่ เมือง, DMA, รัฐ หรือขอบเขตพื้นที่ซึ่งไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว

ฉันใช้การกำหนดเป้าหมายตามขอบเขตพื้นที่และต้องการแปลงเป็นขอบเขตพื้นที่ซึ่งไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว
  1. ไปที่ ‘รายการประเภท’ ในบัญชี Google Ads Editor แล้วเลือกคีย์เวิร์ดและการกําหนดเป้าหมาย > สถานที่ตั้ง
  2. ไปที่ ‘บัญชี’ ในแถบเมนูในคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกส่งออก > ส่งออกมุมมองปัจจุบัน

ในขั้นตอนนี้ หากเห็นว่าตัวเลือกเมนูเป็นสีเทาแสดงว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงที่ระบบเสนอ คุณต้องล้างรายการเหล่านี้ออกโดยยอมรับหรือปฏิเสธ

  1. ใน CSV ให้ทำซ้ำคอลัมน์ "Location" และเปลี่ยนส่วนหัวของคอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่งเป็น "Location#Original" คุณก็จะมี 2 คอลัมน์ที่มีข้อมูลเดียวกันโดยที่คอลัมน์หนึ่งชื่อ "Location" และอีกคอลัมน์ชื่อ "Location#Original"
  2. กรองหา ‘มี :’

    แถวขอบเขตพื้นที่ทั้งหมดควรมีเครื่องหมายโคลอนเนื่องจากแสดงเป็นเหมือนจุดลองจิจูด/ละติจูด (นั่นคือ 15mi:42.365292:-71.064634) หากเห็นแถวที่ไม่ได้ใช้การจัดรูปแบบนี้ โปรดอย่าอัปเดตแถวนั้น

  3. ในคอลัมน์ "Location" ใหม่ ให้แก้ไขขอบเขตพื้นที่โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงค่า lat:long เช่น เปลี่ยน (2mi:42.365292:-71.064634) เป็น (5mi:42.365292:-71.064634) และไม่ต้องเปลี่ยนแปลงคอลัมน์ "Location#Original" โปรดอย่าอัปเดตคอลัมน์ "Radius" เพราะคอลัมน์นี้มีผลเฉพาะกับกลุ่มฟีดสถานที่ตั้งและไม่มีความจําเป็นในส่วนนี้
  4. เมื่อทําเสร็จแล้ว ให้นําเข้า CSV ลงใน Editor โดยไปที่ 'บัญชี' ในแถบเมนูในคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกนำเข้า > จากไฟล์
ฉันใช้ขอบเขตพื้นที่รอบกลุ่มสถานที่ตั้งและต้องการขยายขอบเขตพื้นที่
  1. ไปที่ 'รายการประเภท' ในบัญชี Google Ads Editor แล้วเลือกคีย์เวิร์ดและการกําหนดเป้าหมาย > สถานที่ตั้ง
  2. กรองหา: CONTAINER(EXIST(ads, disapproval reasons : ("Restricted Verticals - Credit", "Restricted Verticals - Employment", "Restricted Verticals - Housing")))
  3. จัดเรียงมุมมองข้อมูลตามคอลัมน์ "Location Groups Feed" เพื่อให้แถวที่ไม่ว่างขึ้นไปอยู่ด้านบน
  4. คุณอัปเดตขอบเขตพื้นที่ได้ในแผงแก้ไข

    เคล็ดลับ: หากคุณใช้ขอบเขตพื้นที่เดียวกันกับฟีดสถานที่เดียวกันในแคมเปญต่างๆ ก็จะเลือกหลายแถวพร้อมกันได้

  5. ในแผงแก้ไข คุณอัปเดตช่อง 'รัศมีรอบสถานที่ตั้งแต่ละแห่ง' ให้ใหญ่ขึ้นได้
  6. ในเมนูแอปพลิเคชัน Editor ให้คลิกโหลดเพื่อโหลดการเปลี่ยนแปลงไปยังบัญชี
ฉันใช้การกําหนดเป้าหมายตามรหัสไปรษณีย์

ฉันต้องการเปลี่ยนการกําหนดเป้าหมายตามรหัสไปรษณีย์เป็นการกำหนดเป้าหมายตามขอบเขตพื้นที่ซึ่งไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว หรือ DMA/เมือง/อื่นๆ สูงสุดลำดับถัดไป

หมายเหตุสําหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้ขอบเขตพื้นที่ซึ่งไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว

หลังจากทําตามวิธีการด้านล่างโดยใช้ Google Ads Editor แล้ว การกำหนดเป้าหมายตามขอบเขตพื้นที่จะแสดงเป็น (1) ใน Google Ads หากต้องการดูรหัสไปรษณีย์ เมือง หรือภูมิศาสตร์ที่มีอยู่ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของขอบเขตพื้นที่ คุณต้องคลิกเข้าไปใน 'การค้นหาขั้นสูง' ในการตั้งค่าสถานที่ตั้งแคมเปญ (2) แสดงการตั้งค่าสถานที่เป้าหมายหากคุณทําการแก้ไขใน Google Ads โดยตรง

หากคุณไม่ได้ต้องการ (1) ก็ให้ทําตามวิธีการแปลงเป็นเมืองแทนขอบเขตพื้นที่ซึ่งไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวรอบสถานที่ตั้ง

ในการทําตามวิธีการด้านล่าง คุณต้องดาวน์โหลด สเปรดชีต Excel สําหรับสหรัฐอเมริกานี้ (ไฟล์นี้เข้าถึงได้โดยใช้ Excel เท่านั้น) ไฟล์ Excel นี้จะเรียกว่า "เอกสาร ก" ในวิธีการด้านล่าง

ใน Google Ads คุณมักเห็นอักขระ 3 ตัวที่มีป้ายกํากับเป็นรหัสไปรษณีย์สําหรับแคนาดา ขณะที่การกําหนดเป้าหมายเป็นรหัสไปรษณีย์แบบเต็ม (คือ M5J 2X2) จะถูกจำกัดไว้ภายใต้นโยบายนี้ แต่การกําหนดเป้าหมาย FSA (คือ M5J) ไม่ได้ถูกจำกัดแต่อย่างใด ไม่มีเอกสาร Excel ที่จะต้องทำการแปลงในที่นี้ เนื่องจากรหัสไปรษณีย์ของแคนาดาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ระดับ FSA เท่านั้น และไม่จําเป็นต้องอัปเดต

  1. ลงชื่อเข้าสู่ระบบ Google Ads Editor
  2. ไปที่รายการประเภท แล้วเลือกคีย์เวิร์ดและการกําหนดเป้าหมาย > สถานที่ตั้ง
  3. กรองหา: CONTAINER(EXIST(ads, disapproval reasons : ("Restricted Verticals - Credit", "Restricted Verticals - Employment", "Restricted Verticals - Housing")))
  4. ไปที่ 'บัญชี' ในแถบเมนูในคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกส่งออก > ส่งออกมุมมองปัจจุบัน เอกสาร 'ส่งออกมุมมองปัจจุบัน' จะเรียกว่า "เอกสาร ข" ในวิธีการด้านล่าง
  5. ใน "เอกสาร ข"
    1. แทรกคอลัมน์ไว้ข้างคอลัมน์ "Locations" ที่มีอยู่
    2. ตั้งชื่อคอลัมน์ใหม่นี้เป็น "Locations" และเปลี่ยนชื่อคอลัมน์ Locations เดิมเป็น "Locations#Original"
    3. ทำขั้นตอนเหล่านี้ซ้ำกับคอลัมน์ "ID" เพื่อให้คอลัมน์เดิมเป็น "ID#Original" และคอลัมน์ใหม่เป็น "ID"
    4. ในคอลัมน์ ID ใหม่ ให้ป้อนเลขศูนย์ (0) ลงในเซลล์ว่างเซลล์แรกในคอลัมน์ (C2)
    5. คัดลอกเลขศูนย์ (0) เพื่อให้ทุกเซลล์ในคอลัมน์นี้แสดงค่า 0
    6. จาก "เอกสาร ข" ให้คัดลอกคอลัมน์ "Locations#Original"
  6. ใน "เอกสาร ก"
    1. ไปที่แท็บ 'เครื่องมือ Conversion'
    2. วางคอลัมน์ "Locations#Original" ลงในเซลล์ A3
    3. อ่านวิธีการในเซลล์ B1 เพื่ออัปเดตสูตรในเซลล์ B2 ตามสิ่งที่ต้องการแปลง
    4. กรอกสูตรในเซลล์ B3 (แก้ไข > เติม > ลง) (หรือคลิกช่องด้านขวาล่างของเซลล์เป็นทางลัด)
    5. เพิ่มตัวกรองลงในแถว 1 (ไฮไลต์แถว 1 > ข้อมูล > ตัวกรอง)
    6. กรองคอลัมน์ B โดยยกเลิกการเลือกทุกอย่าง จากนั้นเลือกช่อง #N/A เพื่อแสดงเฉพาะแถวที่มี #N/A
    7. ในเซลล์ B3 ให้คลิกเซลล์นี้แล้วลากเมาส์ลงเพื่อเลือกเซลล์ทั้งหมดในคอลัมน์ B ที่มี #N/A (แป้นพิมพ์ลัด: CMND + SHIFT + ลูกศรลง)
    8. เลือก 'ลบ'
    9. นําตัวกรองออก ตอนนี้คุณควรจะเห็นเฉพาะเซลล์ที่มีการกำหนดรหัสไปรษณีย์เป้าหมายที่มีเมืองในคอลัมน์ B เซลล์อื่นในคอลัมน์ B ควรว่างเปล่า
    10. ไฮไลต์ทุกเซลล์ใน B3 และลงมา แล้วกด 'คัดลอก'
  7. กลับไปที่ "เอกสาร ข"
    1. คลิกขวาแล้ว "วางแบบพิเศษ" ในคอลัมน์ "Locations"
    2. เพิ่มตัวกรองใน "เอกสาร ข" ลงในแถว 1 (ไฮไลต์แถว 1 > ข้อมูล > ตัวกรอง)
    3. กรองคอลัมน์ "Locations" โดยยกเลิกการเลือก "เลือกทั้งหมด" แล้วเลือกช่อง (ว่าง)
    4. ในคอลัมน์ "ID" ให้ไฮไลต์ทุกเซลล์ที่แสดงอยู่แล้วลบเลขศูนย์ (0)
    5. นําตัวกรองในแถว 1 ออกตอนนี้ คุณก็จะเห็นเลขศูนย์ (0) ข้างแถวที่มีเมือง/DMA/อื่นๆ แสดงอยู่ในคอลัมน์ "Locations"
    6. เลือก ‘ไฟล์’ > ‘บันทึกเป็น’ > ‘CSV’
  8. ใน Google Ads Editor ให้ไปที่ 'บัญชี' ในแถบเมนูในคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกนำเข้า > จากไฟล์ > เลือก "เอกสาร B"

หมายเหตุ

  • วิธีนี้จะนําตัวปรับราคาเสนอตามสถานที่ตั้งที่มีอยู่ในการกําหนดเป้าหมายตามรหัสไปรษณีย์ก่อนหน้าออก ดังนั้นคุณจะต้องเพิ่มตัวปรับราคาเสนออีกครั้งในการกําหนดเป้าหมายที่อัปเดต หากต้องการใช้
  • รายการรหัสไปรษณีย์ในไฟล์ Excel เป็นรายการโดยสังเขป หากพบข้อผิดพลาดใน "เอกสาร ก" อาจเป็นเพราะรหัสไปรษณีย์ไม่มีอยู่ในไฟล์ Excel
  • ตารางรหัสไปรษณีย์รวมประเทศเปอร์โตริโกไว้ด้วย แต่อาจมีปัญหาเรื่องการจัดรูปแบบเพราะไม่เป็นไปตามการจัดรูปแบบปกติของ Google Ads Editor เนื่องจากเปอร์โตริโกไม่มีสิ่งที่เทียบเท่า 'รัฐ'

เครื่องมือการทำงานแบบเป็นกลุ่มใน Google Ads

ด้านล่างนี้เป็นวิธีทำการเปลี่ยนแปลงแบบเป็นกลุ่มที่ระดับบัญชีหรือระดับกลุ่มโฆษณาใน Google Ads หากคุณทํางานในบัญชีดูแลจัดการ Google Ads เราขอแนะนำให้ใช้ Google Ads Editor เพราะช่วยให้ทํางานกับหลายบัญชีได้

การเปลี่ยนแปลงราคาเสนอสำหรับอายุ เพศ และสถานะความเป็นบิดามารดา

ใช้วิธีการเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนการปรับราคาเสนอสําหรับอายุ เพศ และสถานะความเป็นบิดามารดาให้เป็น 0% หรือนําการปรับราคาเสนอออกจากโฆษณาไปเลย

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกแคมเปญทั้งหมดในเมนูการนำทาง
  3. คลิกกลุ่มเป้าหมายในเมนูหน้าเว็บทางซ้าย
  4. ในโมดูล "ข้อมูลประชากร" ให้คลิกแก้ไขข้อมูลประชากร
  5. คลิกช่องทําเครื่องหมายที่ด้านบนของตารางสถิติเพื่อเลือกทุกแถว
  6. คลิกแก้ไข > เปลี่ยนการปรับราคาเสนอ
  7. เว้นช่องนี้ว่างไว้ แล้วคลิกใช้ วิธีนี้จะล้างการปรับราคาเสนอ ทำซ้ำกับข้อมูลประชากรทั้งหมดที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงราคาเสนอ

หมายเหตุ: คุณไม่จําเป็นต้องปรับราคาเสนอสําหรับข้อมูลประชากรโดยละเอียด "สถานภาพสมรส" หรือ "สถานะความเป็นบิดามารดา" (ซึ่งต่างจาก "สถานะความเป็นบิดามารดา" ที่ระบุไว้ใน "ข้อมูลประชากร") เพราะเรากำลังจะนําข้อมูลประชากรโดยละเอียดเหล่านี้ออกโดยสมบูรณ์

ข้อมูลประชากรด้านอายุ เพศ สถานะความเป็นบิดามารดา และสถานภาพสมรส

ใช้วิธีการเหล่านี้เพื่อดำเนินการต่อไปนี้

  • นําอายุ เพศ สถานะความเป็นบิดามารดา หรือสถานภาพสมรสที่กำหนดเป้าหมายเชิงลบออก
  • เปลี่ยนการกำหนดเป้าหมายตามข้อมูลประชากรด้านอายุ เพศ หรือสถานะความเป็นบิดามารดาเชิงบวกทั้งหมดเป็น "เปิดใช้"
  • นําการกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามสถานภาพสมรสและสถานะความเป็นบิดามารดาเชิงบวกออก
    1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
    2. คลิกแคมเปญทั้งหมดในเมนูการนำทาง
    3. คลิกกลุ่มเป้าหมายในเมนูหน้าเว็บทางซ้าย
    4. ในโมดูล "ข้อมูลประชากร" ให้คลิกแก้ไขข้อมูลประชากร
    5. คลิกช่องทําเครื่องหมายถัดจากกลุ่มข้อมูลประชากรที่ยกเว้น
    6. คลิกนำออก
    7. ในเมนูเดียวกัน ให้คลิกช่องทําเครื่องหมายที่ด้านข้างของอายุ เพศ และสถานะความเป็นบิดามารดาแต่ละกลุ่ม
    8. คลิกช่องทําเครื่องหมายที่ด้านบนของตารางสถิติเพื่อเลือกทุกแถว
    9. คลิกแก้ไข > เปิดใช้ คอลัมน์สถานะควรที่จะระบุว่ามีการเปิดใช้กลุ่มข้อมูลประชากรที่เลือกทั้งหมดแล้วในตอนนี้ ทำซ้ำกับข้อมูลประชากรทั้งหมดที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
    10. ในโมดูล “กลุ่มเป้าหมาย” คลิกแก้ไขกลุ่มเป้าหมาย
    11. คลิกเพิ่มตัวกรอง จากนั้นเลือกชื่อกลุ่มเป้าหมาย
    12. สร้างตัวกรองสําหรับคำแต่ละคําต่อไปนี้
      • ชีวิตการแต่งงาน
      • แต่งงานแล้ว
      • ผู้ปกครอง
      • โสด
      • ความสัมพันธ์
    13. คลิกช่องทําเครื่องหมายที่ด้านบนของตารางสถิติเพื่อเลือกทุกแถว
    14. คลิกแก้ไข > นําออก
    15. ในโมดูล "การยกเว้น" คลิกแก้ไขการยกเว้น
    16. คลิกเพิ่มตัวกรอง > ประเภท
      • สําหรับเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ให้เลือกสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายตั้งใจหาข้อมูลหรือวางแผนจะทำ
      • สําหรับข้อมูลประชากรโดยละเอียด ให้เลือกกลุ่มเป้าหมายคือใคร
    17. คลิกช่องทําเครื่องหมายข้างกลุ่มเป้าหมาย แล้วคลิกนําออก
รหัสไปรษณีย์และขอบเขตพื้นที่

Google Ads ไม่มีฟังก์ชันของเครื่องมือการทำงานแบบเป็นกลุ่มที่ช่วยในการอัปเดตรหัสไปรษณีย์และขอบเขตพื้นที่/Conversion แบบเป็นกลุ่ม เราขอแนะนําให้ใช้วิธีการสําหรับ Google Ads Editor, เครื่องมือสถานที่ตั้งที่กล่าวถึงในวิธีการข้างต้น หรือใช้สคริปต์/API

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว

true
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
73067
false