เกี่ยวกับการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ

ปัญหาต่างๆ เช่น เวลาในการตอบสนองระหว่างการอัปเดตในเว็บไซต์และการอัปเดตการส่งข้อมูล อาจส่งผลให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติจะช่วยคุณหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้โดยการอัปเดตข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติช่วยให้ Google อัปเดตข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่แสดงในโฆษณา Shopping, ซื้อใน Google, โฆษณาคลังผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ และข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่แสดงฟรีโดยใช้มาร์กอัปข้อมูลที่มีโครงสร้างที่พบในเว็บไซต์ของคุณและเครื่องมือแยกข้อมูลขั้นสูง ขณะนี้ การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติใช้งานได้กับแอตทริบิวต์ราคา [price] และความพร้อมจำหน่ายสินค้า [availability]

เช่น หากฟีดข้อมูลล่าสุดมีสินค้าที่มีราคา $4 แต่หน้า Landing Page ของผลิตภัณฑ์ระบุราคาไว้ที่ $3 เราจะอัปเดตราคาของสินค้านี้เป็น $3 ในโฆษณา Shopping

ข้อดี

การอัปเดตสินค้าอัตโนมัตินำไปสู่ประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ดียิ่งขึ้น การเข้าชมโฆษณา Shopping ที่มากขึ้น และอัตรา Conversion ที่สูงขึ้น เนื่องจากผู้ใช้ได้เห็นราคาที่ถูกต้องในโฆษณา Shopping และระบบจะไม่นำผู้ใช้ไปยังหน้าสินค้าที่ของหมดแล้ว นอกจากนี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวยังช่วยลดจำนวนข้อมูลที่ไม่ตรงกันระหว่างโฆษณา Shopping และเว็บไซต์ เนื่องจากเราจะอัปเดตข้อมูลผลิตภัณฑ์ของคุณด้วยข้อมูลที่พบในหน้า Landing Page โดยตรง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการระงับบัญชีเนื่องจากข้อมูลราคาและความพร้อมจำหน่ายสินค้าไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม หากมีข้อมูลที่ไม่ตรงกันมากเกินไป การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติจะหยุดทำงานและบัญชีมีความเสี่ยงที่จะเกิดการไม่อนุมัติสินค้าชั่วคราว ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการไม่อนุมัติสินค้าชั่วคราว

การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติในบัญชีของคุณจะเปิดอยู่โดยค่าเริ่มต้น หากเลือกปิดการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ สินค้าที่มีราคาและความพร้อมจำหน่ายสินค้าไม่ตรงกันจะไม่ได้รับอนุมัติชั่วคราวและจะไม่มีการอัปเดตใดๆ จัดการการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติในบัญชี

หมายเหตุ: หากกำหนดค่าบัญชี Merchant Center เป็นบัญชีหลายลูกค้า บัญชีย่อยแต่ละบัญชีจะใช้การตั้งค่าของบัญชีหลักเป็นค่าเริ่มต้น ทั้งนี้ บัญชีย่อยก็จะยังเลือกตัวเลือกเพื่อระบุการตั้งค่าของตนเองได้

การอัปเดตรายการอัตโนมัติไม่ได้เป็นการแทนที่ฟีดหรือการอัปเดตข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ทำเป็นประจำ แต่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความถูกต้องเล็กๆ น้อยๆ ของราคาและความพร้อมจำหน่ายสินค้าสำหรับสินค้าของคุณเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คุณจึงควรระบุข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องอยู่เสมอเนื่องจากเราไม่อาจอัปเดตสินค้าทั้งหมดโดยอัตโนมัติได้

เกี่ยวกับเครื่องมือแยกข้อมูลขั้นสูง

เครื่องมือแยกข้อมูลขั้นสูงจะค้นหาข้อมูลราคาและความพร้อมจำหน่ายสินค้าในหน้า Landing Page ของผลิตภัณฑ์ได้ โดยใช้แบบจำลองทางสถิติและแมชชีนเลิร์นนิงในการตรวจหาและแยกข้อมูลผลิตภัณฑ์ออกจากมาร์กอัปข้อมูลที่มีโครงสร้างแบบอิสระในเว็บไซต์ แม้ว่าเครื่องมือแยกข้อมูลเหล่านี้จะทำงานเป็นส่วนเพิ่มเติมจากมาร์กอัปข้อมูลที่มีโครงสร้างของ schema.org แต่เราขอแนะนำให้ผู้ค้าปลีกใช้มาร์กอัปของ schema.org ตามเดิม

Google ไม่รับประกันความถูกต้องในการอัปเดตที่เรากระทำ อย่างไรก็ตาม เราได้ออกแบบการตรวจสอบและการป้องกันข้อบกพร่องต่างๆ สำหรับฟีเจอร์นี้เพื่อป้องกันการอัปเดตที่ไม่ถูกต้อง โปรดอ่านหัวข้อการแก้ปัญหาด้านล่างสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากนี้ เราขอแนะนำให้คุณอ่านข้อกำหนดของหน้า Landing Page ด้วย

สําหรับ "ซื้อใน Google"

หากมีการระบุข้อมูล "ซื้อใน Google" [Buy on Google listings] เป็นปลายทางที่รวม [included_destination] และมีการระบุแอตทริบิวต์ลิงก์ [link] สำหรับสินค้า ระบบอาจอัปเดตราคาสินค้าเหล่านั้นโดยอัตโนมัติเมื่อพบความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างราคาในฟีดและราคาที่พบในหน้า Landing Page ที่ส่งด้วยแอตทริบิวต์ลิงก์ [link]

หากพบว่าราคามีความแตกต่างกันอย่างมาก ราคาของสินค้าดังกล่าวจะไม่ได้รับการอัปเดตโดยอัตโนมัติ และสินค้านั้นจะยังคงขายผ่าน "ซื้อใน Google" ตามราคาเดิมที่ปรากฏในฟีด

ในทำนองเดียวกัน หากมีการระบุทั้งโฆษณา Shopping [Shopping ads] และข้อมูล "ซื้อใน Google" [Buy on Google listings] เป็นปลายทางที่รวม [included_destinations] สำหรับสินค้า และระบบพบว่าราคาในฟีดและราคาในหน้า Landing Page ที่ส่งด้วยแอตทริบิวต์ลิงก์ [link] นั้นแตกต่างกันอย่างมาก ระบบจะไม่อัปเดตราคาให้โดยอัตโนมัติและจะไม่อนุมัติสินค้าสำหรับโฆษณา Shopping เนื่องจากราคาที่ไม่ตรงกัน อย่างไรก็ตาม สินค้าจะยังคงมีสิทธิ์ขายบน "ซื้อใน Google" ตามราคาเดิมที่ปรากฏในฟีด

ใช้ฟีดข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือ Content API เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงราคาที่แตกต่างจากเดิมอย่างมาก โปรดทราบว่าคุณปิดการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติได้ทุกเมื่อ เพียงไปที่หน้าการตั้งค่าในบัญชี Merchant Center

ตัวอย่างการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ

จากภาพด้านล่าง คุณจะเห็นเวลาที่เราอัปเดตราคาและความพร้อมจำหน่ายสินค้าของรายการสินค้าโดยใช้ข้อมูลราคาและฟีดข้อมูล .txt สำหรับตัวอย่างนี้ เมื่ออัปโหลดสินค้า (ไอคอนสีเขียว) ในราคา $1 ผู้ใช้ (ไอคอนสีน้ำเงิน) จะเห็นราคานี้ หากพบว่าราคาไม่ตรงกันหลังจากอัปโหลด เราจะอัปเดตราคาของสินค้าโดยอัตโนมัติ ในตัวอย่างนี้ เราพบว่าราคาในเว็บไซต์เป็น $2 ซึ่งไม่ตรงกับราคาที่ระบุในการส่งข้อมูลล่าสุด จากจุดนี้ผู้ใช้จะเห็น $2 เป็นราคาของสินค้า การอัปโหลดฟีดครั้งถัดไป (เวลา B) จะเขียนทับอัปเดตนี้และผู้ใช้จะเห็นราคา $3 แทน

เริ่มต้นใช้งานการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ

1. ใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างที่ถูกต้องบนหน้า Landing Page

ขั้นตอนแรกในการเริ่มต้นใช้งานการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติคือตรวจสอบว่าคุณมีข้อมูลที่มีโครงสร้างที่ถูกต้องในหน้า Landing Page ของสินค้าแล้ว หากหน้า Landing Page ไม่มีข้อมูลที่มีโครงสร้างหรือมาร์กอัปข้อมูลที่มีโครงสร้างไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ เราจะใช้เครื่องมือแยกข้อมูลขั้นสูงในการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ หากปิดการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ หรือเครื่องมือแยกข้อมูลระบุข้อมูลราคาหรือความพร้อมจำหน่ายสินค้าไม่ได้ สินค้าจะไม่ได้รับอนุมัติ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเริ่มต้นใช้งานด้วยข้อมูลที่มีโครงสร้าง

2. ตรวจสอบสินค้าที่ได้รับการอัปเดตแล้ว

หากเปิดใช้การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ คุณจะดูสถานะปัจจุบันของการอัปเดตเหล่านี้ได้ในส่วน "การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ" ของบัญชี ซึ่งอยู่ในเมนูเครื่องมือและการตั้งค่า นอกจากนี้ คุณยังตรวจสอบสินค้าที่เพิ่งได้รับการอัปเดตอัตโนมัติได้ในรายงานที่ดาวน์โหลดได้ซึ่งอยู่ในหน้าการวินิจฉัย

การแก้ปัญหาเกี่ยวกับการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ

เราอาจหยุดอัปเดตสินค้าชั่วคราวโดยอัตโนมัติหากเราตรวจพบข้อผิดพลาด เพื่อให้แน่ใจว่าการอัปเดตเป็นไปอย่างถูกต้อง โดยคุณจะดูข้อผิดพลาดเหล่านี้ได้ในหน้าการวินิจฉัยใต้ผลิตภัณฑ์ในบัญชี เมื่อข้อผิดพลาดทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้ว เราจะเริ่มอัปเดตสินค้าโดยอัตโนมัติ

โปรดทราบว่าเราจำเป็นต้องเข้าถึงหน้า Landing Page ของผลิตภัณฑ์และแยกข้อมูลของมาร์กอัปข้อมูลที่มีโครงสร้างให้เรียบร้อย ก่อนจะแก้ไขปัญหาในรายงานได้ โดยการดำเนินการนี้อาจใช้เวลานานถึง 2 สัปดาห์

ข้อผิดพลาดด้านล่างนี้จะทำให้การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติหยุดชั่วคราว

มีข้อมูลที่มีโครงสร้างและข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ตรงกันไม่เพียงพอ

เราได้กำหนดระดับความตรงกันขั้นต่ำระหว่างข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ส่งมายัง Google กับมาร์กอัปข้อมูลที่มีโครงสร้างของ schema.org ในหน้า Landing Page และข้อมูลที่เครื่องมือแยกข้อมูลขั้นสูงใช้ได้ หากข้อมูลไม่ตรงกันบ่อยครั้ง เราจะหยุดการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติจนกว่าระดับการจับคู่จะถึงขั้นต่ำที่กำหนด เราขอแนะนำให้อัปเดตข้อมูลผลิตภัณฑ์ในโฆษณา Shopping บ่อยขึ้นเพื่อปรับปรุงให้ข้อมูลมีอัตราที่ตรงกันมากขึ้น

หมายเหตุ: เราพบว่าราคามักจะไม่ตรงกันเนื่องจากมีราคาลด ดังนั้นเมื่อผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่ายในราคาที่มีส่วนลด คุณจะต้องแสดงราคาให้เห็นในข้อมูลที่มีโครงสร้างและในข้อมูลผลิตภัณฑ์ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาไม่ตรงกันคือช่วงราคาและรายละเอียดปลีกย่อย หากมีรายละเอียดปลีกย่อยหลายรายการที่แสดงในหน้า Landing Page คุณจะใช้แอตทริบิวต์รหัส [id] หรือ GTIN [gtin] เพื่อระบุรายละเอียดปลีกย่อยที่สอดคล้องกับราคาได้

ข้อมูลในหน้า Landing Page ไม่ถูกต้องหรือขาดหายไป

เพื่อให้แน่ใจว่าการอัปเดตทำอย่างถูกต้องสมบูรณ์ เราจะเปรียบเทียบข้อมูลที่ผู้ใช้เห็นในหน้า Landing Page ของผลิตภัณฑ์กับข้อมูลที่เราค้นพบโดยใช้มาร์กอัปข้อมูลที่มีโครงสร้างหรือเครื่องมือแยกข้อมูลขั้นสูงสำหรับตัวอย่างข้อเสนอพิเศษ หากพบว่าไม่ตรงกัน เราจะหยุดอัปเดตรายการโดยอัตโนมัติ

ข้อมูลที่มีโครงสร้างที่ไม่ถูกต้อง

หากหน้า Landing Page ของผลิตภัณฑ์มีข้อมูลราคาและความพร้อมจำหน่ายสินค้าที่ไม่ถูกต้องในมาร์กอัปข้อมูลที่มีโครงสร้าง เราอาจไม่อัปเดตสินค้าโดยอัตโนมัติ โปรดดูตัวอย่างที่แสดงไว้และตรวจสอบว่ามีข้อมูลที่มีโครงสร้างที่ถูกต้อง เครื่องมือทดสอบข้อมูลที่มีโครงสร้างจะช่วยแก้ปัญหาได้

ข้อผิดพลาดด้านล่างจะลดความสามารถในการอัปเดตสินค้าโดยอัตโนมัติของเราลงอย่างมาก

ความสามารถในการรวบรวมข้อมูลมีจำกัด

การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติอาศัยความสามารถในการเข้าถึงหน้า Landing Page ของผลิตภัณฑ์เป็นประจำเพื่อทำการอัปเดตอย่างทันท่วงที Google Search Console ช่วยให้คุณควบคุมอัตราที่ Google รวบรวมข้อมูลเว็บไซต์ของคุณได้ การตั้งค่าเหล่านี้ยังใช้สำหรับหน้า Landing Page ที่ระบุไว้ในข้อมูลผลิตภัณฑ์ด้วย

สำหรับด้านเซิร์ฟเวอร์ เราขอแนะนำให้ดำเนินการกับคำขอจาก Google (User Agent "GoogleBot" และ "AdsBot") เช่น คำขอจากผู้ใช้ทั่วไปและไม่ใช้การควบคุมปริมาณคำขอ

ข้อจำกัดของการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ

เราอัปเดตสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้ทุกครั้ง ขึ้นอยู่กับความถี่ของการอัปเดตราคาและความพร้อมจำหน่ายสินค้าในเว็บไซต์ของคุณ โดยทั่วไปแล้ว การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติจะไม่มีประสิทธิภาพอย่างมาก หากราคาหรือความพร้อมจำหน่ายสินค้าของสินค้าส่วนใหญ่ในเว็บไซต์มีการอัปเดตหลายครั้งต่อวัน ซึ่งรวมถึงการอัปเดตราคาเป็นประจำตามอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินปัจจุบัน ในกรณีเหล่านี้ เราขอแนะนำให้ใช้ Content API เพื่ออัปเดตข้อมูลผลิตภัณฑ์

จัดการการตั้งค่าการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ

การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติจะเปิดใช้งานโดยค่าเริ่มต้น โดยคุณจะจัดการการตั้งค่าการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติในระดับบัญชีได้ทุกเมื่อ

หากต้องการจัดการการตั้งค่าสำหรับการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Merchant Center
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ Tools and setting menu icon [Gear] แล้วเลือกการปรับปรุงอัตโนมัติใต้ "การตั้งค่า"
  3. ในหน้าถัดไป คุณจะเปิดใช้การอัปเดตสินค้าอัตโนมัติสำหรับราคา ความพร้อมจำหน่ายสินค้า หรือทั้ง 2 อย่างได้ นอกจากนี้ คุณยังปิดการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติได้ในหน้านี้อีกด้วย

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ

หากต้องการปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลและมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้แก่ผู้ใช้ โปรดลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ตั้งเวลาอัปโหลดหรืออัปเดตฟีดผ่าน Content API ทันทีหลังจากที่มีการอัปเดตสินค้าในเว็บไซต์ของคุณแล้ว ซึ่งจะช่วยให้ป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดจากความแตกต่างของเวลาระหว่างการอัปเดตบนเว็บไซต์ของคุณและการอัปเดตข้อมูล Shopping
  • หากคุณใช้แอตทริบิวต์ราคาลด [sale_price] โปรดตรวจสอบว่าระยะเวลาที่ลดราคามีการระบุแอตทริบิวต์วันที่ลดราคา [sale price effective date] และแสดงเขตเวลาอย่างถูกต้อง เมื่อมีการลดราคา ระบบจะแสดงราคาลดเป็นราคาปัจจุบันในผลการค้นหาของ Shopping
  • หากใช้ฟีดผลิตภัณฑ์ในพื้นที่หรือฟีดสินค้าคงคลังของผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ คุณอาจต้องตรวจสอบฟีดดังกล่าว รวมถึงฟีดผลิตภัณฑ์มาตรฐานเพื่อระบุและแก้ไขราคาที่ไม่ถูกต้อง
  • สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในปริมาณมาก คุณควรส่งราคารวมสำหรับจำนวนสินค้าขั้นต่ำที่ขาย หน้า Landing Page ต้องระบุราคาในสกุลเงินที่เหมาะสมสำหรับประเทศเป้าหมาย และในสกุลเงินเดียวกันกับที่ส่งในข้อมูลผลิตภัณฑ์
  • Google จะรวบรวมข้อมูลหน้า Landing Page ที่แสดงอยู่ในฟีดข้อมูลหรือระบุไว้ใน Content API เพื่อตรวจหาและอัปเดตข้อมูลที่ไม่ตรงกัน โดยคุณอาจเพิ่มอัตราการรวบรวมข้อมูลของ Google เพื่อให้เราตรวจสอบสินค้าต่างๆ ในเว็บไซต์ได้มากขึ้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีเปลี่ยนอัตราการรวบรวมข้อมูลของ Googlebot
  • เปลี่ยนกลับการอัปเดตอัตโนมัติที่เฉพาะเจาะจงด้วยการอัปเดตฟีดข้อมูลอีกครั้งหรืออัปเดตสินค้าด้วย Content API

ขั้นสูง: การพิจารณาเวลาในการตอบสนองของเว็บไซต์

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้องหรือล้าสมัยคือเวลาในการตอบสนอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาระหว่างการอัปเดตในเว็บไซต์และการอัปเดตข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่คุณส่ง เราจึงได้นำเวลาในการตอบสนองนี้มาพิจารณาด้วยเมื่ออัปเดตสินค้าอัตโนมัติ

รูปภาพด้านล่างแสดงผลกระทบของเวลาในการตอบสนองที่มีต่อวิธีที่เราอัปเดตรายการโดยอัตโนมัติโดยใช้ข้อมูลราคาและฟีดข้อมูล .txt สำหรับตัวอย่างนี้ แถบสีเหลืองจะแสดงช่วงเวลาในการตอบสนองก่อนอัปโหลดฟีด หากคุณมีสินค้าที่แสดงให้ผู้ใช้เห็นในราคา $3 จากนั้นเราตรวจพบว่ามีราคาที่ไม่ตรงกันภายในช่วงเวลาในการตอบสนอง (เวลา C) ในตอนนี้ผู้ใช้จะเห็นราคาเท่ากับ $4 แม้ว่าหลังจากอัปโหลดฟีดแล้วจะมีการระบุราคาผลิตภัณฑ์เท่ากับ $5 ก็ตาม เนื่องจากช่วงเวลาที่เราตรวจพบว่าราคาไม่ตรงกันเกิดขึ้นภายในระยะเวลาการตอบสนองของการอัปโหลดฟีดนี้ โดยราคาจะเปลี่ยนเป็น $6 ในการอัปโหลดฟีดครั้งถัดไป (เวลา D) เนื่องจากช่วงเวลาที่เราตรวจพบว่าราคาไม่ตรงกันไม่ได้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาการตอบสนองของการอัปโหลดฟีดนี้

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว