นําเข้า Conversion จากการคลิกโฆษณาไปยัง Google Ads โดยใช้ไฟล์ (เดิม)

Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายรองรับเฉพาะไฟล์ Google Ads Data Manager เท่านั้น หากตอนนี้คุณใช้รูปแบบไฟล์เดิมเพื่อตั้งค่า Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย คุณต้องอัปเกรดเป็น Google Ads Data Manager

Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายคือการนําเข้า Conversion ออฟไลน์เวอร์ชันที่อัปเกรดแล้ว ซึ่งใช้ข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้ เช่น อีเมล เพื่อเสริมข้อมูล Conversion ออฟไลน์ที่นําเข้าเพื่อปรับปรุงความแม่นยําและประสิทธิภาพการเสนอราคา เมื่อคุณนําเข้า Conversion ออฟไลน์ ระบบจะใช้ข้อมูลลูกค้าที่แฮชที่ให้มาเพื่อระบุแหล่งที่มากลับไปยังแคมเปญ Google Ads โดยจับคู่กับข้อมูลเดียวกันที่เก็บรวบรวมในเว็บไซต์ (เช่น โฆษณาแบบกรอกฟอร์ม) และกับลูกค้าที่ลงชื่อเข้าใช้ซึ่งมีส่วนร่วมกับโฆษณา

หากใช้ Conversion ออฟไลน์อยู่แล้ว คุณสามารถอัปเกรดเป็น Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายเพื่อนําเข้าข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้นอกเหนือจากตัวระบุที่คุณนําเข้าอยู่แล้ว (GCLID) ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Google ใช้ข้อมูล Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย

หากคุณยังไม่ได้ใช้การนำเข้า Conversion ออฟไลน์ เราขอแนะนําให้เริ่มต้นด้วย Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายแทน เนื่องจากเป็นการนําเข้า Conversion ออฟไลน์ที่อัปเกรดแล้ว ซึ่งตั้งค่าได้ง่ายขึ้นและมีประโยชน์ เช่น การรายงานที่เชื่อถือได้และแม่นยำมากขึ้น, Conversion การดูอย่างมีส่วนร่วม และ Conversion จากหลายอุปกรณ์
 
หากตอนนี้คุณใช้การนำเข้า Conversion ออฟไลน์ เราขอแนะนําให้อัปเกรดเพื่อรับประโยชน์จาก Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย

วิธีการทำงาน

การนำเข้า Conversion ช่วยให้คุณเห็นว่าโฆษณาออนไลน์ส่งผลต่อยอดขายออฟไลน์และการกระทำอื่นๆ ที่มีคุณค่าอย่างไรบ้าง บทความนี้จะอธิบายวิธีการเตรียมไฟล์เพื่อนำเข้า Conversion ที่ได้รับจากการคลิกโฆษณาไปยัง Google Ads โดยใช้ Google Ads Data Manager เพื่อนำเข้า Conversion โดยอัตโนมัติ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีนําเข้า Conversion การโทร

ก่อนเริ่มต้น

ก่อนนําเข้า Conversion โปรดทําตามวิธีการตั้งค่า Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายให้ครบทั้งหมด

การนําเข้าข้อมูลทำได้ 3 วิธีดังนี้

คุณควรนําเข้า Conversion ไปยัง Google Ads โดยใช้ Google Ads Data Manager การนําเข้า Conversion ออฟไลน์เป็นฟีเจอร์เดิมและไม่มีฟีเจอร์ความคงทนที่ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายมี Google Ads Data Manager ช่วยให้การเชื่อมต่อและการเปิดใช้งานข้อมูลจากบุคคลที่หนึ่งง่ายขึ้นผ่านอินเทอร์เฟซใหม่ที่มีให้ใช้งานใน Google Ads ผู้ลงโฆษณาจึงสามารถนําเข้าและเปิดใช้งานข้อมูลจากบุคคลที่หนึ่งใน 2 กรณีการใช้งานและเครื่องมือเชื่อมต่อที่รองรับได้ หาก Google Ads Data Manager ไม่รองรับเครื่องมือเชื่อมต่อที่คุณใช้ คุณสามารถตั้งค่าโดยใช้การผสานรวมกับบุคคลที่สาม เช่น Zapier ได้

การเตรียมความพร้อมและนําเข้าข้อมูล Conversion มี 3 ขั้นตอนดังนี้

  1. เตรียมข้อมูลสำหรับการนำเข้า
  2. นำเข้า Conversion
  3. ดูผลลัพธ์และแก้ไขปัญหา

1. เตรียมข้อมูลสำหรับการนำเข้า

  1. ทําตามวิธีการเพื่อเตรียมข้อมูลสําหรับนําเข้าใน Data Manager
    • ดูหลักเกณฑ์ต่อไปนี้เกี่ยวกับการอัปโหลดสเปรดชีต
      • หากนำเข้า Conversion ภายใน 1 วันที่มีการคลิก Google Ads อาจยังบันทึก Conversion เหล่านั้นไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดคืออัปโหลดข้อมูลซึ่งมีปริมาณเกิน 1 วันในการนำเข้าแต่ละครั้ง ระบบอาจใช้เวลา 24-48 ชั่วโมงในการประมวลผลข้อมูลให้เสร็จสมบูรณ์และแสดงในรายงาo Google Ads จะไม่นับ Conversion ที่ซ้ำกัน และคุณจะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่แจ้งว่า Conversion ใดซ้ำ Google Ads จะใช้ชื่อการกระทำที่ถือเป็น Conversion, เวลาที่เกิด Conversion และตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันและเกี่ยวข้องซึ่งเชื่อมโยงอยู่กับ Conversion เพื่อพิจารณาว่า Conversion นั้นเป็น Conversion ที่ซ้ำกันหรือไม่
      • การใช้เทมเพลต: หากเปิดใช้ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายที่ระดับบัญชี ให้ตรวจสอบว่าคุณใช้เทมเพลตที่ถูกต้อง ซึ่งโดยปกติคือ Conversion จากการคลิก (Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย) ซึ่งมีคอลัมน์สำหรับข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้ การใช้เทมเพลตตาม GCLID มาตรฐานโดยไม่มีฟิลด์เหล่านี้เมื่อ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายทำงานอยู่ อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาด หากต้องการอัปโหลดเฉพาะ Conversion ตาม GCLID ให้พิจารณาปิดใช้งาน Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายที่ระดับบัญชีหรือสำหรับการกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่เฉพาะเจาะจง
      • ส่วนหัวที่จำเป็น: ตรวจสอบว่ามีส่วนหัวที่จำเป็นทั้งหมดตามเทมเพลต และชื่อการกระทำที่ถือเป็น Conversion ในชีตตรงกับชื่อใน Google Ads ทุกประการ ส่วนหัวหรือคอลัมน์ที่ขาดหายไปหรือไม่ตรงกันเป็นสาเหตุที่พบได้ทั่วไปของข้อผิดพลาดในการอัปโหลด
      • GCLID และข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้: หากคุณนําเข้า Conversion จากการคลิกโดยใช้ Google Click ID (GCLID) โปรดอย่านําฟิลด์ Google Click ID ออก เว้นแต่คุณจะใช้ข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้กับ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายเท่านั้น และมั่นใจเรื่องการตั้งค่า สําหรับ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย โดยปกติคุณจะอัปโหลดข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้ เช่น อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ที่แฮช บางครั้งการอัปโหลด GCLID พร้อมกับข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้สําหรับ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายอาจทําให้เกิดความขัดแย้งในการจับคู่ หาก Google Ads ให้ความสําคัญกับ GCLID หากพบปัญหาการจับคู่กับ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย ให้ลองอัปโหลดโดยใช้เฉพาะข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้ที่แฮชแล้ว และละเว้น GCLID เพื่อดูว่าแก้ปัญหาได้หรือไม่
      • ตรวจสอบว่าข้อมูลของคุณไม่มีคอลัมน์อื่นๆ เพิ่มเติมที่ไม่ได้ระบุไว้ในเทมเพลต หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้แฮช เช่น หมายเลขโทรศัพท์และอีเมล เว้นแต่คุณจะอัปโหลดด้วยตนเองโดยไม่ได้แฮชแบบครั้งเดียว ซึ่ง Google Ads จะแฮชข้อมูล
      • หากต้องการให้ Google Ads นำเข้า Conversion โดยอัตโนมัติตามกำหนดการอย่างสม่ำเสมอ (ดูขั้นตอนที่ 2: นำเข้า Conversion) คุณต้องใช้ Google ชีตหรือลิงก์กับไฟล์ทาง HTTPS หรือ SFTP สําหรับการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ซึ่งมี Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย คุณต้องแฮชข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้ไว้ล่วงหน้า
  2. ป้อนเขตเวลาในแถว "Parameters:TimeZone" ของไฟล์อัปโหลดโดยใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งต่อไปนี้ (อย่าใส่เขตเวลาในเครื่องหมายคำพูดหรืออักขระพิเศษอื่นๆ)
    • ใส่รหัสเขตเวลา เราขอแนะนำให้ใช้วิธีนี้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในช่วงที่เปลี่ยนไปใช้เวลาออมแสง ตัวอย่างเช่น "Parameters:TimeZone=America/Chicago"
    • ป้อนค่าชดเชย GMT โดยการใส่เครื่องหมาย + หรือ - แล้วตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลัก (เช่น ค่าชดเชยเวลาของนิวยอร์กคือ -0500 และของเบอร์ลินคือ +0100) หากคุณใช้เวลามาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time) ป้อนเพียง +0000 ตัวอย่างเช่น "Parameters:TimeZone=-0500"
    • หมายเหตุ: ตรวจสอบว่าคอลัมน์ "เวลาที่เกิด Conversion" ใช้รูปแบบการประทับเวลาที่ Google Ads รองรับซึ่งรวมถึงเขตเวลาด้วย รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปคือ "MM/dd/yyyy HH:mm:ss Z" หรือ "yyyy-MM-dd HH:mm:ssZ" โดยที่ "Z" คือค่าชดเชยเขตเวลา (เช่น -0500 หรือ +0100) หรือรหัสเขตเวลา ข้อมูลเขตเวลาที่จัดรูปแบบไม่ถูกต้องหรือขาดหายไปในค่า "เวลาที่เกิด Conversion" เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของข้อผิดพลาดในการอัปโหลด ดูตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงได้ในตารางรูปแบบวันที่ที่ยอมรับด้านล่าง
  3. เพิ่มแถวใหม่สําหรับ Conversion ออฟไลน์แต่ละรายการ และกรอกข้อมูลในคอลัมน์ ดังนี้
    • การนำเข้า Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย
    • นำเข้า Conversion จากการคลิก (ใช้ Google Click ID):
      • Google Click ID: GCLID ที่นำไปสู่ Conversion ออฟไลน์ คุณต้องส่ง GCLID พร้อมกับ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย หากต้องการดูวิธีรับ GCLID ให้ทําตามวิธีการตั้งค่าการนําเข้า Conversion ออฟไลน์
    • ชื่อ Conversion: ชื่อของการกระทำที่ถือเป็น Conversion (เช่น "โอกาสในการขายที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์" หรือ "สัญญาที่ลงนามแล้ว") ซึ่งคุณต้องการใช้สำหรับการนำเข้า Conversion นี้ คุณต้องใช้ตัวสะกดและอักษรตัวพิมพ์ใหญ่เหมือนตอนที่สร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion นี้ในบัญชี Google Ads
    • เวลาที่เกิด Conversion: วันที่และเวลาที่เกิด Conversion ตรวจสอบรายการรูปแบบวันที่ที่ยอมรับ (เช่น MM/dd/yyyy HH:mm:ss) ในตารางด้านล่าง คุณเพิ่มเขตเวลาลงในเวลาที่เกิด Conversion ได้โดยใช้ 1 ใน 4 รูปแบบสุดท้ายที่แสดงในรายการ ให้ใส่ค่าชดเชยเวลา GMT ลงไปแทน "+z" ด้วยการใส่เครื่องหมาย + หรือ - ตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลัก (เช่น ค่าชดเชยของนิวยอร์กคือ -0500 และของเบอร์ลินคือ +0100) หรือแทนที่ "zzzz" ด้วยรหัสเขตเวลาจากรายการรหัสและรูปแบบ
    • รหัสคำสั่งซื้อ (ฟิลด์ที่ไม่บังคับ): คือตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันสําหรับธุรกรรมแต่ละรายการ เช่น หมายเลขยืนยันคําสั่งซื้อ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้รหัสธุรกรรมเพื่อลดจำนวน Conversion ที่ซ้ำกัน
    • มูลค่า Conversion (ฟิลด์ที่ไม่บังคับ): จำนวนที่แทนมูลค่าที่คุณกำหนดให้กับ Conversion นี้ ซึ่งอาจแสดงค่าสกุลเงิน หรือจะเลือกใส่ค่าเปรียบเทียบ (เช่น 1-10) ก็ได้ หากปล่อยฟิลด์นี้ว่างไว้ Google Ads จะใช้ "มูลค่า Conversion" ที่กำหนดไว้ในขั้นตอนที่ 2.8 ในขณะสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ออฟไลน์ใหม่โดยอัตโนมัติ
    • สกุลเงินสำหรับ Conversion (ฟิลด์ที่ไม่บังคับ): สกุลเงินที่ใช้ระบุมูลค่า Conversion ใช้ค่านี้ในกรณีที่คุณรายงานมูลค่า Conversion ในหลายสกุลเงิน หรือมีหลายบัญชีที่เรียกเก็บเงินในหลายสกุลเงิน ใช้รหัสสกุลเงินในรูปแบบ ISO 4217 ที่มี 3 อักขระ เช่น USD สำหรับดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และ JPY สำหรับเยนญี่ปุ่น
    • ข้อมูลผู้ใช้สำหรับโฆษณา: ตั้งค่าความยินยอมสำหรับการส่งข้อมูลผู้ใช้ไปยัง Google เพื่อวัตถุประสงค์ในการโฆษณา ค่าบูลีนนี้แสดงความยินยอมสำหรับค่ากำหนดของบริการแพลตฟอร์มหลัก (CPS) ในการตั้งค่า ดูคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนโยบายความยินยอมของผู้ใช้ EU สำหรับพาร์ทเนอร์ผู้อัปโหลดการจับคู่ข้อมูลลูกค้า (CMU) ค่าเริ่มต้นคือ "ไม่ได้ตั้งค่า" และคอลัมน์นี้มีค่าต่อไปนี้ได้
      1. ให้สิทธิ์แล้ว: สถานะความยินยอมที่ต้องการคือให้สิทธิ์
      2. ถูกปฏิเสธ: สถานะความยินยอมที่ต้องการคือปฏิเสธ รายการ CPS ว่างเปล่า
    • การปรับโฆษณาตามโปรไฟล์ของผู้ใช้: ตั้งค่าความยินยอมสำหรับการปรับโฆษณาตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ ดูคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนโยบายความยินยอมของผู้ใช้ EU สำหรับพาร์ทเนอร์ผู้อัปโหลดการจับคู่ข้อมูลลูกค้า (CMU) ค่าเริ่มต้นคือ "ไม่ได้ตั้งค่า" และคอลัมน์นี้มีค่าต่อไปนี้ได้
      1. ให้สิทธิ์แล้ว: สถานะความยินยอมที่ต้องการคือให้สิทธิ์
      2. ถูกปฏิเสธ: สถานะความยินยอมที่ต้องการคือปฏิเสธ รายการ CPS ว่างเปล่า
  4. หากใช้ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายด้วยการอัปโหลดตามกำหนดเวลา คุณต้องแฮชฟิลด์อีเมลและหมายเลขโทรศัพท์โดยใช้อัลกอริทึม SHA256 ตรวจสอบว่าได้แปลงข้อมูลเป็นรูปแบบมาตรฐาน (เช่น นำเครื่องหมายวรรคตอนออก แปลงเป็นตัวพิมพ์เล็กสำหรับอีเมล) ก่อนที่จะแฮช แต่ไม่จําเป็นต้องแฮชหากเป็นการอัปโหลดด้วยตนเองแบบครั้งเดียวโดยใช้ตัวเลือก "อัปโหลดไฟล์" หากคุณเลือกข้อมูลที่ไม่ได้แฮช เนื่องจาก Google Ads จะแฮชข้อมูลให้
    • ข้อกำหนดสำหรับข้อมูลลูกค้า: ตรวจสอบว่าคุณได้ยอมรับข้อกำหนดสำหรับข้อมูลลูกค้าในการตั้งค่าบัญชี Google Ads (เครื่องมือและการตั้งค่า > Conversion > การตั้งค่า) ขั้นตอนนี้จำเป็นเพื่อให้ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายทำงานได้
รูปแบบ ตัวอย่าง
MM/dd/yyyy hh:mm:ss aa "08/14/2012 5:01:54 PM"
MMM dd,yyyy hh:mm:ss aa "Aug 14, 2012 5:01:54 PM"
MM/dd/yyyy HH:mm:ss "08/14/2012 17:01:54"
yyyy-MM-dd HH:mm:ss "2012-08-14 13:00:00"
yyyy-MM-ddTHH:mm:ss "2012-08-14T13:00:00"
yyyy-MM-dd HH:mm:ss+z "2012-08-14 13:00:00+0500"
yyyy-MM-ddTHH:mm:ss+z "2012-08-14T13:00:00-0100"
yyyy-MM-dd HH:mm:ss zzzz "2012-08-14 13:00:00 America/Los_Angeles"
yyyy-MM-ddTHH:mm:ss zzzz "2012-08-14T13:00:00 America/Los_Angeles"
Conversion ที่มาจากภายนอก

หากใช้ระบบการระบุแหล่งที่มาภายนอกของคุณเองในการระบุแหล่งที่มาของ Conversion ของคลิกหลายรายการ คุณต้องใช้การระบุแหล่งที่มาภายนอกกับการนำเข้า Conversion การกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่มาจากภายนอกจะช่วยให้นำเข้าเครดิต Conversion ส่วนย่อยของแต่ละคลิกได้

หากต้องการใช้การระบุแหล่งที่มาภายนอกกับการนำเข้า ให้เลือก "ใช้การระบุแหล่งที่มาภายนอก" เมื่อสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ใน Google Ads (ตามที่ระบุไว้ในส่วนที่ 1 ขั้นตอนที่ 14 ของวิธีการเหล่านี้) เมื่อพร้อมอัปโหลด Conversion ที่มีเครดิตบางส่วนแล้ว ให้ทําตามวิธีการเพื่อเตรียมข้อมูลสําหรับนําเข้าใน Data Manager

โปรดคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ด้วย

  • อย่านำคอลัมน์ที่ขึ้นต้นด้วย "Google Click ID" ออก มิฉะนั้นจะนำเข้าไม่สำเร็จ
  • ตรวจสอบว่าข้อมูลของคุณไม่มีคอลัมน์อื่นหรือข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ
  • อย่าลืมตั้งค่าเขตเวลาในแถว "พารามิเตอร์" คอลัมน์ "เวลาที่เกิด Conversion" หรือทั้ง 2 อย่าง ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่าภาษา รูปแบบตัวเลข เขตเวลา และสกุลเงิน
  • คุณต้องใส่ชื่อรูปแบบการระบุแหล่งที่มาที่คุณใช้เพื่อกําหนดเครดิต Conversion บางส่วน เช่น "เชิงเส้น" หรือ "มาจากข้อมูล"
  • หากคุณเลือกที่จะรวมมูลค่า Conversion ค่าดังกล่าวควรเป็นค่าบางส่วนที่สอดคล้องกับเครดิต Conversion ที่มีการระบุแหล่งที่มา (ดูตัวอย่างด้านล่าง)
  • จำนวนที่ใส่ในคอลัมน์ "เครดิตที่มีการระบุแหล่งที่มา" ควรมากกว่า 0 และน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1
  • คอลัมน์ "ค่า Conversion" และ "สกุลเงิน Conversion" เป็นคอลัมน์ที่ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้

ตัวอย่างวิธีเตรียมข้อมูลสำหรับการนำเข้าที่มีการระบุแหล่งที่มาภายนอกคือ เมื่อคุณติดตามการซื้อและรวบรวม GCLID จากคลิกแต่ละรายการของลูกค้า ลูกค้าอาจคลิก 3 ครั้งก่อนซื้อสินค้าราคา $100 USD ในเว็บไซต์ คลิกหนึ่งอาจมาที่โฆษณา Display ของ Google Ads คลิกหนึ่งมาจากเครือข่ายโฆษณาอื่น และคลิกสุดท้ายเกิดในโฆษณา Search ของ Google Ads หากคุณใช้รูปแบบการระบุแหล่งที่มาเชิงเส้น การอัปโหลดจะมีลักษณะดังนี้

พารามิเตอร์:รูปแบบการระบุแหล่งที่มา = เชิงเส้น
พารามิเตอร์:TimeZone=-0800 # เครดิตจากการระบุแหล่งที่มาควรอยู่ระหว่าง 0 และ 1 # # ไม่บังคับ # # ไม่บังคับ #
Google Click ID ชื่อ Conversion เวลาที่เกิด Conversion เครดิตจากการระบุแหล่งที่มา มูลค่า Conversion สกุลเงิน Conversion
googleclickid1 ชื่อการกระทำที่ถือเป็น Conversion จากการระบุแหล่งที่มาภายนอก 01/05/2017 15:42:01 น. 0.33 33.33 USD
googleclickid2 ชื่อการกระทำที่ถือเป็น Conversion จากการระบุแหล่งที่มาภายนอก 01/05/2017 15:42:01 น. 0.33 33.33 USD
เตรียมข้อมูลที่จะนําเข้า (แคมเปญโรงแรม)

หากใช้แคมเปญโรงแรม คุณจะต้องใช้พารามิเตอร์ที่เจาะจงสําหรับ Conversion (เช่น รหัสโรงแรมและวันที่ของแผนเดินทาง) คุณสามารถดาวน์โหลดเทมเพลตของพารามิเตอร์ที่จําเป็น (ดาวน์โหลด Excel CSV) หรือจะเพิ่มพารามิเตอร์ไปยังเทมเพลตที่มีอยู่แล้วก็ได้ โปรดดูตารางด้านล่างเพื่อทําความเข้าใจวิธีการจัดรูปแบบพารามิเตอร์แต่ละรายการ

ชื่อคอลัมน์ รูปแบบที่ยอมรับ ตัวอย่าง
Google Click ID สตริงที่มีตัวเลขและตัวอักษร

EAIaIQobChMIlLfH1KqK9AI
VvEocAh3BowKiEAoYAyAAEgKZSPD_BwE

Conversion Name สตริงที่มีตัวเลขและตัวอักษร In-App Hotel Booking
Conversion Time yyyy-MM-dd HH:mm:ss 2022-11-10 5:00:00
Conversion Value ค่าตัวเลขทศนิยมไม่เกิน 2 ตําแหน่ง 20
Conversion Currency รหัสสกุลเงิน ISO 4217 USD
Check-in Date

yyyy-MM-dd+z

ใส่ค่าชดเชยเวลา GMT ลงใน "+z" ด้วยการใส่เครื่องหมาย + หรือ - ตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลักในรูปแบบ hh:mm (เช่น ค่าชดเชยเวลาของนิวยอร์กคือ -05:00 และของเบอร์ลินคือ +01:00)

2022-12-01+05:00
Check-out Date

yyyy-MM-dd+z

ใส่ค่าชดเชยเวลา GMT ลงใน "+z" ด้วยการใส่เครื่องหมาย + หรือ - ตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลักในรูปแบบ hh:mm (เช่น ค่าชดเชยเวลาของนิวยอร์กคือ -05:00 และของเบอร์ลินคือ +01:00)

2022-12-04+05:00
Hotel ID สตริงที่มีตัวเลขและตัวอักษร Hotel123
Order ID สตริงที่มีตัวเลขและตัวอักษร OrderABC123

2. นำเข้า Conversion

ในการนําเข้า Conversion ออฟไลน์ไปยัง Google Ads คุณจะต้องอัปโหลดไฟล์ Conversion ไปยังบัญชี Google Ads ที่จัดการ Conversion หากตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion ข้ามบัญชีไว้ คุณควรอัปโหลด Conversion ที่ระดับบัญชีดูแลจัดการ โดยจะอัปโหลดไฟล์ครั้งเดียว หรือสร้างกำหนดเวลาเพื่ออัปโหลดไฟล์ที่เก็บไว้ทางออนไลน์อย่างสม่ำเสมอก็ได้ ทำตามวิธีการอัปโหลดแบบครั้งเดียวหรือการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ด้านล่าง โดยขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณต้องการนำเข้า Conversion โปรดทำตามแนวทางปฏิบัติแนะนำในการอัปโหลด Conversion

คุณสามารถสร้างตัวแปรที่กำหนดเองได้โดยใช้แท็กเครื่องมือวัด Conversion หรืออัปโหลด Conversion ออฟไลน์

หลังจากสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion รายการใหม่ โปรดรอ 4-6 ชั่วโมงก่อนอัปโหลด Conversion สำหรับการกระทำดังกล่าว
อัปโหลด Conversion แบบครั้งเดียว
  1. ในบัญชี Google Ads ให้คลิกไอคอนเป้าหมาย ไอคอนเป้าหมาย
  2. คลิกเมนูแบบเลื่อนลง Conversion ในหมวดหมู่เมนู
  3. คลิกอัปโหลด
  4. คลิกปุ่มบวก
  5. ในเมนูแบบเลื่อนลง "แหล่งที่มา" ให้เลือกแหล่งที่มาของไฟล์ คุณจะอัปโหลดไฟล์จากคอมพิวเตอร์หรือ Google ชีต หรือถ่ายโอนผ่าน HTTPS หรือ SFTP ก็ได้
  6. เลือกตัวเลือกด้านล่างโดยอิงตามแหล่งที่มาที่เลือกไว้
    • หากเลือก "อัปโหลดไฟล์" หรือ "Google ชีต" ไว้ ให้คลิกเลือกไฟล์เพื่อค้นหาและเลือกไฟล์ซึ่งมีข้อมูล Conversion ออฟไลน์
    • หากเลือก HTTPS หรือ SFTP ให้ป้อน URL ของไฟล์และชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงไฟล์
      หมายเหตุ: หากคุณเลือก SFTP และได้รับข้อผิดพลาด "ไม่พบไฟล์" ให้ลองแทรกเครื่องหมายทับคู่ ("//") ไว้ระหว่างเส้นทางและชื่อไฟล์ เช่น SFTP://sftp.mysite.com/conversions//conv.csv
  7. ระบุว่ามีการแฮชข้อมูลผู้ใช้หรือไม่ (แนะนำให้ไม่แฮช) Google จะแฮชข้อมูลที่ไม่ได้แฮชในคอมพิวเตอร์ของคุณก่อนอัปโหลดข้อมูลผู้ใช้ ส่วนข้อมูลที่แฮชจะระบุว่าคุณได้จัดรูปแบบไฟล์ไว้ล่วงหน้าและแฮชข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้โดยใช้อัลกอริทึม SHA256 ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสําหรับการแฮชทางเดียว
    • หมายเหตุ: หากคุณใช้วิธีการ "แฮช" ให้ตรวจสอบว่าข้อมูลจากบุคคลที่หนึ่งไม่ได้มีการจัดรูปแบบใหม่ก่อนทําการแฮช ข้อมูลจากบุคคลที่หนึ่งควรตรงกันทุกประการกับข้อมูลที่ป้อนในโฆษณาแบบกรอกฟอร์มเมื่อเก็บรวบรวมก่อนการแฮช
  8. หากต้องการนำเข้าเนื้อหาของไฟล์โดยไม่ต้องแสดงพรีวิวผลการอัปโหลด ให้คลิกใช้ แล้วข้ามขั้นตอนที่เหลือ หากต้องการดูตัวอย่างผลการอัปโหลด ให้คลิกแสดงตัวอย่าง พรีวิวของไฟล์จะเน้นที่จำนวน Conversion ที่จะนำเข้ามายังบัญชี และรวมข้อผิดพลาดในไฟล์ไว้ด้วย (หากมี) คุณจะแก้ไขข้อผิดพลาดในไฟล์แล้วอัปโหลดอีกครั้ง หรือข้ามข้อผิดพลาดไปก็ได้
    • เมื่อพรีวิวพร้อมแล้ว ให้คลิกรายละเอียดเพื่อดูเนื้อหาบางส่วนจากไฟล์ ทั้งนี้ข้อผิดพลาดจะแสดงขึ้นก่อน (หากมี)
    • หากต้องการดูเนื้อหาไฟล์ทั้งหมด ให้คลิกเพิ่มเติม
    • คลิกใช้ไฟล์ แถบความคืบหน้าที่ด้านล่างของหน้าจะแจ้งให้ทราบเมื่อ Conversion ในไฟล์นำเข้าเสร็จแล้ว คลิกรายละเอียดในแถบความคืบหน้าเพื่อดู Conversion ทั้งหมดที่นำเข้า

คุณจะดูได้ทั้งไฟล์ที่อัปโหลดแต่ไม่ได้ใช้ และไฟล์ที่อัปโหลดและใช้แล้ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีดูไฟล์ที่อัปโหลด

เพิ่ม Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายไปยังการกระทำที่ถือเป็น Conversion ออฟไลน์ที่มีอยู่

หากใช้การนําเข้า Conversion ออฟไลน์อยู่แล้ว คุณจะเพิ่ม Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายไปยังการกระทําที่ถือเป็น Conversion ออฟไลน์ที่มีอยู่ได้ (ในกรณีที่ใช้ API, HubSpot และ Zapier อยู่แล้วเท่านั้น)
  1. ในบัญชี Google Ads ให้คลิกไอคอนเป้าหมาย ไอคอนเป้าหมาย
  2. คลิกเมนูแบบเลื่อนลง Conversion ในหมวดหมู่เมนู
  3. คลิกการตั้งค่า
  4. ในเมนูแบบเลื่อนลงของ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย ให้เลือกช่องเพื่อเปิด Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย แล้วเลือกแท็ก Google หรือ Google Tag Manager เป็นวิธีการ คุณจะได้รับแจ้งให้ยอมรับข้อกำหนดสำหรับข้อมูลลูกค้าหากยังไม่ได้ยอมรับ
  5. กําหนดค่าแท็กให้บันทึกข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้ของโฆษณาแบบกรอกฟอร์มทั้งหมดในเว็บไซต์ โดยทำตามขั้นตอนในบทความตั้งค่า Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายโดยใช้แท็ก Google หรือตั้งค่า Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายโดยใช้ Google Tag Manager
  6. คลิกบันทึก
อัปโหลด Conversion ตามกำหนดเวลา

Google Ads นำเข้า Conversion ให้คุณตามกำหนดการอย่างสม่ำเสมอโดยอัตโนมัติได้ คุณจะต้องสร้างไฟล์ที่มี Conversion ใน Google ชีต หรือจัดเก็บไฟล์ทางออนไลน์ด้วย HTTPS หรือ SFTP หากใช้ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสําหรับโอกาสในการขาย คุณต้องแฮชข้อมูลในไฟล์ก่อนอัปโหลด หากต้องการตั้งเวลาอัปโหลดไฟล์ โปรดทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ในบัญชี Google Ads ให้คลิกไอคอนเป้าหมาย ไอคอนเป้าหมาย
  2. คลิกเมนูแบบเลื่อนลง Conversion ในหมวดหมู่เมนู
  3. คลิกอัปโหลด
  4. คลิกกำหนดการที่ด้านบนของหน้า
  5. คลิกปุ่มบวก
  6. ในเมนูแบบเลื่อนลง "แหล่งที่มา" ให้เลือกแหล่งที่มาของไฟล์ คุณจะอัปโหลดไฟล์จาก Google ชีต หรือถ่ายโอนไฟล์ผ่าน HTTPS หรือ SFTP ก็ได้
  7. เลือกตัวเลือกด้านล่างโดยอิงตามแหล่งที่มาที่เลือกไว้
    • หากเลือก "Google ชีต" ให้คลิกลิงก์สเปรดชีตใน Google ชีตที่มีอยู่เพื่อค้นหาและเลือกไฟล์ที่มีข้อมูล Conversion ออฟไลน์
    • หากเลือก HTTPS หรือ SFTP ให้ป้อน URL ของไฟล์และชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงไฟล์
      หมายเหตุ: หากคุณเลือก SFTP และได้รับข้อผิดพลาด "ไม่พบไฟล์" ให้ลองแทรกเครื่องหมายทับคู่ ("//") ไว้ระหว่างเส้นทางและชื่อไฟล์ เช่น SFTP://sftp.mysite.com/conversions//conv.csv
  8. คลิกเมนูแบบเลื่อนลงความถี่ และเลือกความถี่ที่ต้องการนำเข้าไฟล์
  9. คลิกเมนูแบบเลื่อนลงเวลา แล้วเลือกเวลาที่จะนำเข้าไฟล์
  10. คลิกบันทึกและแสดงพรีวิว โดยพรีวิวจะแสดงให้เห็นว่ากำหนดการบันทึกสำเร็จหรือไม่ กำหนดการอาจไม่บันทึกหาก Google Ads เข้าถึงแหล่งที่มาของไฟล์ไม่ได้เนื่องจากชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านไม่ถูกต้อง หรือหากจัดรูปแบบไฟล์ไว้ไม่ถูกต้อง
  11. คลิกตกลงเพื่อกลับไปที่หน้า "กำหนดการ" ซึ่งแสดงรายการการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ทั้งหมด
    หมายเหตุ: หากเกิดปัญหาขึ้นกับการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ คุณจะเห็นการแจ้งเตือนในบัญชีและได้รับอีเมล โปรดตรวจสอบไฟล์ออนไลน์เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
  12. หากต้องการเปลี่ยนแปลงการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ คลิกตัวเลือกภายในคอลัมน์ "การกระทำ" และเลือกจากตัวเลือกต่อไปนี้
    • คลิกแก้ไขเพื่อเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าของการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้
    • คลิกหยุดชั่วคราวเพื่อหยุดการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ของไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง
    • คลิกทำต่อหากคุณหยุดการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ของไฟล์ใดไฟล์หนึ่งไว้ชั่วคราว แล้วต้องการให้การอัปโหลดกลับมาทำงานอีกครั้ง
    • คลิกนำออกหากไม่ต้องการอัปโหลด Conversion ในไฟล์อีกต่อไป

คุณจะเปลี่ยนแปลงตัวเลือกการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ไม่ได้หากบัญชี Google Ads มีสิทธิ์การเข้าถึงระดับอ่านอย่างเดียว

3. ดูผลลัพธ์และแก้ไขปัญหา

ข้อผิดพลาดในการอัปโหลดไฟล์หรือการเห็นสถานะ "ต้องดำเนินการ" สำหรับการกระทำที่ถือเป็น Conversion เกิดขึ้นได้เป็นปกติ โดยเฉพาะเมื่อตั้งค่ากระบวนการนำเข้า Conversion เป็นครั้งแรก เราขอแนะนำให้ผู้ลงโฆษณาทุกรายตรวจสอบผลลัพธ์ของการอัปโหลด และไปที่แท็บ "การวินิจฉัย" เพื่อหาการกระทำที่ถือเป็น Conversionn ใน Google Ads

ปัญหาที่พบได้ทั่วไปและขั้นตอนการแก้ปัญหา

  • ตรวจสอบประวัติการอัปโหลด: หลังจากการอัปโหลด ให้ตรวจสอบส่วน "การอัปโหลด" (เป้าหมาย > Conversion > การอัปโหลด) เพื่อดูข้อความแสดงความสําเร็จหรือความล้มเหลว และดาวน์โหลดรายงานข้อผิดพลาดหากมี รายงานนี้มักจะระบุปัญหาต่างๆ เช่น การจัดรูปแบบไม่ถูกต้อง, GCLID ไม่ถูกต้อง หรือปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้
  • แท็บการวินิจฉัย: สําหรับ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย ให้ไปที่การกระทำที่ถือเป็น Conversion (เป้าหมาย > Conversion > สรุป แล้วคลิกการกระทําที่เกี่ยวข้อง) แล้วตรวจสอบแท็บ "การวินิจฉัย" แท็บนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอัตราการจับคู่ข้อมูลและข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่เฉพาะเจาะจง เช่น "ไม่มีข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้ที่ตรงกัน" หรือ "Conversion ที่ปรับปรุงแล้วไม่มีข้อมูลล่าสุด" แก้ไขปัญหาที่รายงาน
  • การจัดรูปแบบและการแฮชข้อมูล: ตรวจสอบอีกครั้งว่าข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้ (อีเมล โทรศัพท์) ได้รับการแปลงเป็นรูปแบบมาตรฐานอย่างถูกต้อง (เช่น อีเมลตัวพิมพ์เล็ก หมายเลขโทรศัพท์ที่เป็นมาตรฐาน) และแฮชโดยใช้ SHA-256 หากวิธีการนำเข้าของคุณกำหนดไว้ ดูหลักเกณฑ์การเตรียมข้อมูล
  • เทมเพลตและส่วนหัว: ตรวจสอบว่าคุณใช้เทมเพลตการอัปโหลดที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเปิดใช้ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขายที่ระดับบัญชี (ใช้เทมเพลต Conversion จากการคลิก (Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย)) ตรวจสอบว่ามีส่วนหัวคอลัมน์ที่จำเป็นทั้งหมดและตรงกับชื่อใน Google Ads ทุกประการ
  • เขตเวลาและเวลาที่เกิด Conversion: ยืนยันว่าทั้ง Parameters:TimeZone และรายการ "เวลาที่เกิด Conversion" แต่ละรายการได้รับการจัดรูปแบบอย่างถูกต้องและมีข้อมูลเขตเวลา
  • ข้อกำหนดสำหรับข้อมูลลูกค้า: ตรวจสอบว่าได้ยอมรับข้อกำหนดสำหรับข้อมูลลูกค้าในบัญชี Google Ads แล้ว (เครื่องมือและการตั้งค่า > Conversion > การตั้งค่า)
  • การติดตั้งใช้งาน API: หากใช้ API ให้ตรวจสอบว่าการติดตั้งใช้งานถูกต้อง ส่งฟิลด์ที่จำเป็นทั้งหมด และตรวจสอบบันทึก API เพื่อดูรหัสข้อผิดพลาดที่เฉพาะเจาะจง เช่น CUSTOMER_NOT_ENABLED_ENHANCED_CONVERSIONS_FOR_LEADS และ CUSTOMER_NOT_ACCEPTED_CUSTOMER_DATA_TERMS
  • การผสานรวมกับบุคคลที่สาม (Zapier, HubSpot และอื่นๆ): ยืนยันว่าเชื่อมต่อเครื่องมืออย่างถูกต้องเป็นแหล่งข้อมูลใน Google Ads Data Manager (เครื่องมือและการตั้งค่า > Data Manager) ตรวจสอบว่าได้กำหนดค่าให้ส่งข้อมูลที่จำเป็น (รวมถึง PII ที่แฮชแล้วสำหรับ ECL) และได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้อง
  • ความล่าช้าของข้อมูล: โปรดรอ 24-48 ชั่วโมงเพื่อให้ระบบประมวลผลข้อมูลที่นําเข้าและแสดงในสถานะการกระทำที่ถือเป็น Conversion และการรายงาน
  • ความขัดแย้งระหว่าง GCLID กับข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้: หากอัปโหลดทั้ง GCLID และข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้สําหรับ Conversion ที่ปรับปรุงแล้วสำหรับโอกาสในการขาย และพบปัญหาการจับคู่หรือสถานะ "ต้องดำเนินการ" ให้ลองอัปโหลดเฉพาะข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้ที่แฮชแล้วเพื่อดูว่าแก้ปัญหาได้หรือไม่ เนื่องจาก Google Ads อาจให้ความสําคัญกับการจับคู่ GCLID ซึ่งอาจทําให้เกิดความขัดแย้ง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีแก้ไขความคลาดเคลื่อนและข้อผิดพลาดในการนําเข้า Conversion ออฟไลน์

ดูไฟล์ที่คุณอัปโหลด

เมื่ออัปโหลดไฟล์ Conversion แล้ว คุณจะเห็นรายการใหม่ของไฟล์นั้นในหน้าการอัปโหลด โปรดทราบว่าการอัปโหลดและใช้ไฟล์อาจใช้เวลาหลายนาที

  1. ในบัญชี Google Ads ให้คลิกไอคอนเป้าหมาย ไอคอนเป้าหมาย
  2. คลิกเมนูแบบเลื่อนลง Conversion ในหมวดหมู่เมนู
  3. คลิกอัปโหลด
  4. หากมีไฟล์ที่คุณดูพรีวิวแล้วแต่ไม่ได้ใช้ คุณจะเห็นไฟล์นั้นในตาราง "การกระทำที่รอดำเนินการ" ในคอลัมน์ "การกระทำ" ให้คลิกใช้เพื่อนำเข้า Conversion ในไฟล์ หรือคลิกทิ้งเพื่อนำไฟล์ที่อัปโหลดออก
  5. ที่ด้านล่างตาราง "การกระทำที่รอดำเนินการ" คุณจะเห็นรายการไฟล์ที่ได้อัปโหลดและใช้แล้ว ดูคอลัมน์ต่อไปนี้เพื่อให้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟล์
    • คอลัมน์ "สถานะ" จะช่วยให้เห็นอย่างรวดเร็วว่าระบบนำเข้า Conversion ในไฟล์สำเร็จหรือไม่
    • คอลัมน์ "ผลลัพธ์" จะแสดงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะการนำเข้า หากนำเข้าไฟล์ไม่สำเร็จ คอลัมน์นี้จะแสดงสาเหตุไว้ด้วย นอกจากนี้คอลัมน์นี้ยังมีลิงก์เพื่อดู Conversion ที่นำเข้าได้ และ Conversion ที่ไม่ได้นำเข้าเนื่องจากข้อผิดพลาดของไฟล์อีกด้วย
    • คอลัมน์ "การกระทำ" มีลิงก์ต่อไปนี้
      • ดาวน์โหลดผลลัพธ์: ดาวน์โหลดไฟล์ที่อัปโหลด ลิงก์นี้จะปรากฏขึ้นเมื่อระบบนำเข้า Conversion ทั้งหมดในไฟล์สำเร็จ
      • ดาวน์โหลดทั้งหมด: ดาวน์โหลดสำเนาของไฟล์ที่อัปโหลดรวมถึง Conversion ที่นำเข้าไม่สำเร็จ
      • ดาวน์โหลดข้อผิดพลาด: ดาวน์โหลดสเปรดชีตที่แสดงรายการ Conversion จากไฟล์ที่นำเข้าไม่สำเร็จพร้อมข้อความแสดงข้อผิดพลาด
      เมื่อเลือกลิงก์ใดลิงก์หนึ่งจาก 3 ลิงก์ข้างต้น ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจะมีคอลัมน์ "ผลลัพธ์" ที่ยืนยันว่านำเข้า Conversion เรียบร้อยแล้วหรืออธิบายว่าทำไมจึงนำเข้าไม่สำเร็จ ระบบจะนำลิงก์เหล่านี้ออกภายใน 30-60 วันหลังจากการอัปโหลดครั้งแรก
แก้ไขปัญหาการนำเข้า
  1. ดูไฟล์ที่อัปโหลดและค้นหาไฟล์ที่มีข้อผิดพลาด
  2. ในคอลัมน์ "การกระทำ" ให้คลิกดาวน์โหลดข้อผิดพลาดเพื่อดาวน์โหลดสเปรดชีตที่แสดงรายการ Conversion จากไฟล์ที่นำเข้าไม่สำเร็จ
  3. อ่านข้อความแสดงข้อผิดพลาดในคอลัมน์ "ผลลัพธ์" ของสเปรดชีตเพื่อหาสาเหตุที่ Google Ads นำเข้า Conversion ไม่ได้
  4. ทำการแก้ไขที่จำเป็นในสเปรดชีต บันทึก แล้วลองอัปโหลดอีกครั้ง
  5. บางครั้งอาจเกิดปัญหาที่ทำให้ระบบประมวลผลไฟล์ทั้งไฟล์ไม่ได้ หากเป็นเช่นนี้ คุณจะพบข้อความแสดงข้อผิดพลาดในแถวแรก (หากเป็นไฟล์ .csv หรือ .tsv) หรือในเวิร์กชีต “General Errors” ใหม่ (หากเป็นไฟล์ Excel)

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม

เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
false
Achieve your advertising goals today!

Attend our Performance Max Masterclass, a livestream workshop session bringing together industry and Google ads PMax experts.

Register now

ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
เมนูหลัก
5067919728739525673
true
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
true
true
true
true
true
73067
false
false
true
true
false
false