รายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บ

ดูว่า Google จะค้นหาและจัดทําดัชนีหน้าเว็บใดของคุณได้บ้าง รวมถึงดูข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการจัดทำดัชนีที่พบ

เปิดรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บ

 

สถานะการครอบคลุมของดัชนีใน Search Console - การฝึกอบรม Google Search Console

 

เริ่มต้นใช้งาน

คู่มือการใช้งานสำหรับผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญ

หากคุณเพิ่งเริ่มใช้การจัดทําดัชนีหรือ SEO หรือหากคุณมีเว็บไซต์ขนาดเล็ก ให้เริ่มต้นโดยทำดังนี้

  1. ตัดสินใจว่าจะต้องใช้รายงานนี้หรือไม่ หากเว็บไซต์มีไม่ถึง 500 หน้า คุณอาจไม่ต้องใช้รายงานนี้ แต่ให้ใช้การค้นหาของ Google ต่อไปนี้แทนเพื่อดูว่าหน้าสําคัญ (หรือหน้าใดๆ) ในเว็บไซต์ได้รับการจัดทําดัชนีหรือไม่ ในกรณีที่การค้นหาเหล่านี้ไม่แสดงผลลัพธ์สําหรับเว็บไซต์และคุณพร้อมที่จะใช้เวลาทําความเข้าใจรายงานนี้อย่างถ่องแท้ ให้ใช้รายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บเพื่อดูสาเหตุที่เว็บไซต์ไม่ได้รับการจัดทําดัชนี (ดูส่วนการแก้ปัญหา)
    • ดูตัวอย่างหน้าจากเว็บไซต์ซึ่ง Google รู้จัก
      ไวยากรณ์: site:<<site_root_domain_or_path>>
      ตัวอย่าง: site:example.com หรือ site:example.com/petstore
    • ค้นหาเรื่องที่เว็บไซต์ครอบคลุม (ค้นหาคําจากหน้าที่สําคัญที่สุด รวมถึงหน้าแรก)
      ไวยากรณ์: site:<<site_root_domain_or_path>> term1 term2
      ตัวอย่าง: site:example.com/petstore iguanas zebras.
    • ค้นหา URL ที่แน่ชัดของหน้าในเว็บไซต์เพื่อดูว่า Google จัดทำดัชนีหน้านั้นหรือไม่ (ค้นหาหน้าที่สําคัญที่สุดในเว็บไซต์ รวมถึงหน้าแรก)
      ไวยากรณ์: site:<<exact-url>
      ตัวอย่าง: site:http://example.com/petstore/gerbil
  2. อ่านคู่มือผู้ใช้ฉบับย่อเพื่อดูคำอธิบายสั้นๆ ที่เข้าใจง่ายเกี่ยวกับรายงานนี้
  3. หากต้องการทราบข้อมูลโดยละเอียด ให้ทำดังนี้
    • อ่านวิธีการทำงานของ Google Search หากคุณไม่เข้าใจเรื่องการจัดทำดัชนี รายงานนี้จะทำให้คุณสับสนหรือหงุดหงิดได้
    • รายงานนี้ไม่ได้ใช้ในการตรวจสอบสถานะดัชนีของหน้าที่ต้องการ หากต้องการค้นหาสถานะดัชนีของหน้าที่ต้องการ ให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL
    • สิ่งที่ควรมองหาในรายงานนี้
      • URL สำคัญทั้งหมดเป็นสีเขียว (จัดทำดัชนีแล้ว) ใช่ไหม เว็บไซต์ส่วนใหญ่จะมีหน้าที่ไม่ได้จัดทำดัชนีอย่างน้อย 2-3 หน้า แต่หน้าสำคัญทั้งหมดควรได้รับการจัดทำดัชนี โปรดทราบว่า URL ซ้ำไม่ควรจะมีการจัดทำดัชนี ตรวจสอบสถานะดัชนีของหน้าแรกและหน้าหลักโดยใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL โปรดทราบว่ารายการตัวอย่าง URL ในรายงานจะมี URL ไม่เกิน 1,000 URL และไม่รับประกันว่ารายการดังกล่าวจะแสดง URL ทั้งหมดในสถานะหนึ่งๆ แม้ว่าจะมีไม่ถึง 1,000 URL ก็ตาม
      • URL เป็นสีเทา (ไม่มีการจัดทำดัชนี) โดยมีสาเหตุที่เหมาะสมใช่ไหม หาก URL ใดไม่ได้รับการจัดทำดัชนีด้วยเหตุผลที่เหมาะสมก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล เช่น มีการใช้กฎของ robots.txt กับหน้านั้นในเว็บไซต์ซึ่งคุณทราบอยู่แล้ว, ใช้แท็ก noindex ในหน้านั้น, เป็น URL ซ้ำ หรือเป็นหน้า 404 สำหรับหน้าที่คุณนำออกไปแล้วและไม่มีหน้าอื่นสำหรับใช้แทน
      • หากจำนวน URL ทั้งหมดในรายงานนี้น้อยกว่าจำนวนหน้าในเว็บไซต์อย่างมาก แสดงว่า Google ไม่พบหลายหน้าในเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้
        • สาเหตุที่ไม่พบอาจเป็นเพราะคุณมีหน้าหรือเว็บไซต์ที่ยังใหม่อยู่ อาจใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ Google จึงจะเริ่มทำการ Crawl และจัดทำดัชนีหน้าเว็บหรือเว็บไซต์ใหม่ หากหน้าหรือเว็บไซต์เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ โปรดให้เวลา Google สัก 2-3 วันในการค้นหาและทำการ Crawl ในกรณีเร่งด่วน หรือหากคุณรอแล้วแต่ Google ก็ยังไม่พบหน้าเหล่านั้น คุณสามารถขอให้ Google ทำการ Crawl หน้าเว็บแต่ละหน้าได้โดยตรง
        • Google หาหน้าไม่พบ Google ต้องมีวิธีที่จะค้นพบหน้าเว็บเพื่อทำการ Crawl ซึ่งหมายความว่าต้องมีการลิงก์หน้านั้นจากหน้าที่รู้จักแล้ว หรือจาก Sitemap สำหรับเว็บไซต์ใหม่ ขั้นตอนแรกที่ดีที่สุดคือการส่งคำขอให้จัดทำดัชนีหน้าแรก ซึ่งจะทำให้ Google เริ่มทำการ Crawl เว็บไซต์ของคุณ สำหรับบางส่วนที่ขาดหายไปของเว็บไซต์ ให้ตรวจสอบว่ามีการลิงก์อย่างถูกต้อง หากคุณใช้บริการโฮสต์เว็บไซต์ เช่น Wix หรือ SquareSpace บริการดังกล่าวอาจแจ้งให้ Google ทราบเกี่ยวกับหน้าใหม่ๆ เมื่อคุณเผยแพร่หน้า โปรดดูวิธีเผยแพร่หน้าเว็บและทําให้เครื่องมือค้นหาพบหน้าเหล่านั้นได้ในเอกสารประกอบของบริการโฮสต์เว็บไซต์ของคุณ
      • อ่านเอกสารประกอบเกี่ยวกับปัญหาบางอย่างในการจัดทําดัชนีเพื่อทําความเข้าใจและแก้ปัญหา (หากจําเป็น) หากไม่อ่าน คุณอาจต้องเสียเวลาไปกับการพยายามแก้ไขปัญหาในอนาคต ซึ่งจะใช้เวลานานกว่าการอ่านเอกสารนี้เสียอีก
    • สิ่งที่ไม่ต้องตรวจสอบ
      • ไม่ควรคาดหวังว่า URL ทุกรายการในเว็บไซต์จะได้รับการจัดทำดัชนี URL บางรายการอาจเป็น URL ที่ซ้ำหรือไม่มีข้อมูลที่มีความหมาย ขอเพียงแต่ตรวจสอบว่าหน้าสําคัญในเว็บไซต์ได้รับการจัดทําดัชนี
      • การที่ URL ไม่ได้รับการจัดทำดัชนีอาจไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล อ่านและทำความเข้าใจเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงว่าทำไม URL แต่ละรายการไม่ได้รับการจัดทำดัชนี ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าหน้าดังกล่าวไม่ควรได้รับการจัดทำดัชนี
      • ไม่ควรคิดว่าผลรวมที่เห็นที่นี่จะตรงกับค่าประมาณของจำนวน URL ในเว็บไซต์ ผลรวมของรายการที่จัดทําดัชนีแล้ว + ที่ไม่ได้จัดทําดัชนี ซึ่งอยู่เหนือแผนภูมิครบถ้วนและถูกต้องจากมุมมองของ Google แต่ก็อาจเกิดความคลาดเคลื่อนเล็กๆ น้อยๆ ได้จากหลายสาเหตุ
      • เพียงเพราะหน้าเว็บได้รับการจัดทำดัชนีไม่ได้เป็นการรับประกันว่าหน้าเว็บจะปรากฏในผลการค้นหา ผลการค้นหาจะปรับแต่งตามประวัติการค้นหา ตำแหน่ง และตัวแปรอื่นๆ อีกหลายตัวแปรของผู้ใช้แต่ละราย ดังนั้นแม้ว่าหน้าเว็บจะได้รับการจัดทำดัชนี หน้าดังกล่าวจะไม่แสดงในทุกการค้นหาหรือจะมีอันดับที่แตกต่างกันไปหากได้แสดง ดังนั้นหาก Search Console แจ้งว่า URL ได้รับการจัดทำดัชนีแล้ว แต่ URL นั้นไม่ปรากฏในผลการค้นหา ก็สันนิษฐานได้ว่าหน้าได้รับการจัดทำดัชนีและมีสิทธิ์ปรากฏในผลการค้นหา

คำถามที่พบบ่อย

รายงานนี้แสดงข้อมูลอะไรบ้าง

รายงานการจัดทําดัชนีหน้าเว็บจะแสดงจํานวน URL ในเว็บไซต์ซึ่ง Google ได้ทำการ Crawl และจัดทำดัชนีแล้ว (หากคุณไม่ทราบความหมายของคำศัพท์เหล่านั้น โปรดอ่านวิธีการทำงานของ Google Search) Google ค้นพบ URL ได้หลายวิธีและพยายามทำการ Crawl URL ส่วนใหญ่ หาก URL หายไปหรือไม่พร้อมใช้งาน มีความเป็นไปได้ว่า Google จะลองทำการ Crawl URL นั้นไปอีกระยะหนึ่ง

การจัดทำดัชนีคืออะไร

การจัดทำดัชนีเกิดขึ้นเมื่อ Google พบ (ทำการ Crawl) หน้าเว็บของคุณ จากนั้นจึงประมวลผลเนื้อหาของหน้าและรวมหน้าดังกล่าวไว้ในดัชนีของ Google (จัดทำดัชนีหน้านั้น) โดยหน้าดังกล่าวอาจมีสิทธิ์ปรากฏในผลการค้นหาของ Google Search และในบริการอื่นๆ ของ Google เช่น Discover ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำดัชนีได้ที่วิธีการทำงานของ Google Search

จะทำให้หน้าหรือเว็บไซต์ได้รับการจัดทำดัชนีได้อย่างไร

หากคุณใช้บริการโฮสต์เว็บไซต์ เช่น Wix หรือ SquareSpace บริการโฮสต์อาจแจ้งให้ Google ทราบทุกครั้งที่คุณเผยแพร่หรืออัปเดตหน้าเว็บ โปรดดูเอกสารประกอบของโฮสต์เว็บไซต์เพื่อดูวิธีเผยแพร่หน้าเว็บและทำให้เครื่องมือค้นหาพบหน้าเหล่านั้นได้

หากคุณกำลังสร้างเว็บไซต์หรือหน้าเว็บโดยไม่ได้ใช้บริการโฮสติ้ง คุณอาจใช้ Sitemap หรือมีวิธีการอื่นๆ มากมายในการแจ้งให้ Google ทราบเกี่ยวกับเว็บไซต์หรือหน้าเว็บใหม่ๆ

เราแนะนำว่าคุณควรจัดทำดัชนีหน้าแรก เมื่อเริ่มจากหน้าแรก Google ก็จะจัดทําดัชนีหน้าอื่นๆ ทั้งหมดในเว็บไซต์ได้ หากมีการนำทางในเว็บไซต์ที่ครอบคลุมและเหมาะสมสำหรับผู้เข้าชม

จะเป็นอะไรไหมหากหน้าเว็บไม่ได้รับการจัดทำดัชนี

แน่นอน Google จะไม่จัดทำดัชนีหน้าเว็บที่ถูกบล็อกโดยกฎ robots.txt หรือแท็ก noindex หรือหน้าที่ซ้ำกันกับหน้าอื่นๆ ในเว็บไซต์ของคุณ ตลอดจนหน้าที่ไม่เหมาะสมกับการจัดทำดัชนี (เช่น รูปแบบของหน้าเว็บที่ใช้ตัวกรองต่างกัน) ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อดูสาเหตุที่ระบบจัดทำดัชนีหน้าเว็บหนึ่งๆ ไม่ได้ หากเกิดข้อผิดพลาดในการจัดทำดัชนีหรือระบบไม่จัดทำดัชนีให้หน้าหนึ่งๆ อย่างไม่มีเหตุผลที่สมควร ให้ทำตามเอกสารประกอบเพื่อทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหา

คู่มือการใช้สำหรับ SEO, นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และเจ้าของเว็บไซต์ที่มีประสบการณ์

หากคุณเป็นนักทำ SEO, นักพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือเจ้าของเว็บไซต์ที่มีประสบการณ์ แต่ไม่เคยใช้รายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บ ให้ทำดังนี้
  1. อ่านวิธีการทำงานของ Google Search หากคุณไม่เข้าใจเรื่องการจัดทำดัชนี รายงานนี้จะทำให้คุณสับสนหรือหงุดหงิดได้
  2. ทำตามหลักเกณฑ์ในการไปยังส่วนต่างๆ ของรายงาน ซึ่งรวมถึงสิ่งที่ควรตรวจสอบและสิ่งที่ไม่ต้องตรวจสอบ
  3. อ่านส่วนการแก้ปัญหาเพื่อทำความเข้าใจและแก้ปัญหาทั่วไป
  4. โปรดทราบว่าสถานะ "ไม่ได้จัดทำดัชนี" ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป ตรวจสอบเหตุผลที่ให้ไว้สำหรับการไม่จัดทำดัชนี URL หนึ่งๆ
  5. อ่านเอกสารประกอบเกี่ยวกับปัญหาที่เฉพาะเจาะจงเพื่อทําความเข้าใจปัญหาดังกล่าวและดูวิธีแก้ไข

การไปยังส่วนต่างๆ ของรายงาน

รายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บจะแสดงสถานะการจัดทำดัชนีของ Google สำหรับ URL ทั้งหมดที่ Google รู้จักในพร็อพเพอร์ตี้ของคุณ

หน้าสรุป

หน้าสรุประดับบนสุด ในรายงานจะแสดงกราฟและจำนวนหน้าที่จัดทำดัชนีและไม่ได้จัดทำดัชนี (แต่มีการขอ) รวมถึงตารางแสดงเหตุผลที่จัดทำดัชนี URL ไม่ได้ หรือการปรับปรุงอื่นๆ สำหรับการจัดทำดัชนี

  • ตารางเหตุใดหน้าจึงไม่ได้รับการจัดทำดัชนีจะแสดงปัญหาที่ทําให้จัดทําดัชนี URL ในเว็บไซต์ไม่ได้ คลิกแถวเพื่อดูหน้ารายละเอียดที่แสดง URL ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้และประวัติของเว็บไซต์ที่มีปัญหานี้
  • ตารางปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานหน้าเว็บจะแสดงปัญหาที่ไม่ได้ส่งผลให้จัดทำดัชนีหน้าเว็บไม่ได้ แต่เราขอแนะนำให้คุณแก้ไขปัญหาเพื่อปรับปรุงความสามารถของ Google ในการทำความเข้าใจหน้าเว็บ คลิกแถวเพื่อดูหน้ารายละเอียดที่เน้น URL ทั้งหมดที่มีปัญหาเดียวกัน
  • ลิงก์ดูข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่จัดทำดัชนีจะแสดงข้อมูลย้อนหลังเกี่ยวกับจำนวนหน้าที่จัดทำดัชนี รวมถึงรายการตัวอย่าง URL ที่มีการจัดทำดัชนีสูงสุด 1,000 รายการ

สิ่งที่ควรตรวจสอบ

โดยหลักการแล้ว คุณน่าจะพบว่าจำนวนหน้าที่ได้รับการจัดทำดัชนีจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเว็บไซต์ หากพบจำนวนที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน โปรดดูส่วนการแก้ปัญหา

คุณควรตั้งเป้าหมายให้เวอร์ชัน Canonical ของหน้าที่สำคัญทุกๆ หน้าได้รับการจัดทำดัชนี หน้าที่ซ้ำหรือหน้าทางเลือกไม่ควรมีการจัดทำดัชนี โดยปกติแล้ว ถ้าคุณเห็นหน้าที่มีการระบุว่าซ้ำหรือเป็นหน้าทางเลือกก็สบายใจได้ เพราะนั่นหมายความว่าเราพบหน้า Canonical และจัดทำดัชนีแล้ว คุณค้นหาหน้า Canonical ของ URL ต่างๆ ได้โดยเรียกใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL

ดูเหตุผลอื่นๆ ของหน้าเว็บที่หายไป

สิ่งที่ไม่ต้องตรวจสอบ

  • การครอบคลุมทั้ง 100%: คุณไม่ควรคาดหวังว่า URL ทั้งหมดในเว็บไซต์จะได้รับการจัดทำดัชนี เนื่องจากจะมีการจัดทำดัชนีเฉพาะหน้า Canonical ตามที่อธิบายข้างต้น
  • การจัดทำดัชนีทันที: เมื่อคุณเพิ่มเนื้อหาใหม่ Google อาจใช้เวลา 2-3 วันในการจัดทำดัชนี คุณลดเวลาหน่วงในการจัดทำดัชนีได้โดยส่งคำขอให้จัดทำดัชนี

Crawler หลัก

ค่า Crawler หลักในหน้าสรุปจะแสดงประเภท User Agent เริ่มต้นที่ Google ใช้ในการ Crawl เว็บไซต์ ค่าที่ใช้ได้ ได้แก่ สมาร์ทโฟนหรือเดสก์ท็อป Crawler เหล่านี้เลียนแบบผู้เข้าชมโดยใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่หรือคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ตามลำดับ

Google ทำการ Crawl หน้าเว็บทั้งหมดในเว็บไซต์โดยใช้ Crawler หลักประเภทนี้ นอกจากนี้ Google อาจทำการ Crawl หน้าเว็บบางส่วนโดยใช้Crawler รอง (บางครั้งเรียกว่าCrawler ทางเลือก) ซึ่งเป็น User Agent อีกประเภทหนึ่ง เช่น หาก Crawler หลักสำหรับเว็บไซต์คือสมาร์ทโฟน Crawler รองจะเป็นเดสก์ท็อป และหาก Crawler หลักคือเดสก์ท็อป Crawler รองจะเป็นสมาร์ทโฟน วัตถุประสงค์ของการ Crawl รองคือการพยายามเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะการทำงานของเว็บไซต์เมื่อผู้ใช้เข้าชมด้วยอุปกรณ์ประเภทอื่น

สถานะ

URL หนึ่งๆ อาจมีสถานะใดสถานะหนึ่งต่อไปนี้

  • ไม่ได้จัดทําดัชนี: URL ไม่ได้รับการจัดทำดัชนี ซึ่งอาจเป็นเพราะข้อผิดพลาดในการจัดทำดัชนี หรือเพราะเหตุผลบางอย่างที่ไม่ได้เป็นปัญหา (เช่น ในกรณีที่หน้าเว็บถูกไฟล์ robots.txt บล็อกไม่ให้มีการจัดทําดัชนี หรือเป็นหน้าเว็บซ้ำ) เหตุผลที่ URL ไม่ได้รับการจัดทําดัชนีจะแสดงอยู่ในตารางเหตุใดหน้าจึงไม่ได้รับการจัดทำดัชนี โปรดอ่านเอกสารประกอบเกี่ยวกับสาเหตุแต่ละข้อเพื่อดูว่าคุณควรแก้ไขหรือไม่ ค่าแหล่งที่มาจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณอาจแก้ไขปัญหานี้ได้หรือไม่
  • จัดทําดัชนีแล้ว: URL เหล่านี้ได้รับการจัดทําดัชนีเรียบร้อยแล้ว ดูตัวอย่าง URL ที่จัดทําดัชนีแล้วโดยคลิกดูข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่จัดทําดัชนีใต้แผนภูมิในหน้าสรุปของรายงาน

เหตุผล

สาเหตุที่จัดทำดัชนี URL ไม่ได้ ดูคำอธิบายเหตุผลด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดของปัญหาแต่ละข้อและวิธีแก้ไข หากจําเป็น

แหล่งที่มา

ค่าแหล่งที่มาในตารางแสดงให้เห็นว่าแหล่งที่มาของปัญหาคือ Google หรือตัวเว็บไซต์เอง โดยทั่วไปแล้ว คุณจะแก้ไขปัญหาได้เฉพาะกรณีที่แหล่งที่มาแสดงเป็น "เว็บไซต์" เท่านั้น

การตรวจสอบความถูกต้อง

คุณได้ส่งคำขอการตรวจสอบการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ และหากใช่ ให้ดูว่าการตรวจสอบอยู่ในสถานะใด คุณควรให้ความสําคัญกับการแก้ไขปัญหาที่มีสถานะการตรวจสอบ "ไม่ผ่าน" หรือ "ยังไม่เริ่ม" และมีแหล่งที่มาเป็น "เว็บไซต์"

ตรวจสอบการแก้ไข

หลังจากแก้ไขอินสแตนซ์ทั้งหมดของปัญหาที่พบในเว็บไซต์แล้ว คุณจะขอให้ Google ยืนยันการแก้ไขเหล่านั้นได้ หากแก้ไขอินสแตนซ์ที่พบทั้งหมดแล้ว จำนวนปัญหาในตารางปัญหาจะลดเหลือ 0 และเลื่อนปัญหาเหล่านั้นลงไปอยู่ที่ท้ายตาราง

เหตุผลที่ต้องตรวจสอบ

ข้อดีของการแจ้ง Google ว่าคุณได้แก้ไขปัญหาทั้งหมดในสถานะหรือหมวดหมู่ของปัญหาหนึ่งๆ แล้วมีดังต่อไปนี้

  • คุณจะได้รับอีเมลเมื่อ Google ยืนยันการแก้ไขของคุณใน URL ทั้งหมดแล้ว หรือในทางกลับกัน เมื่อ Google พบอินสแตนซ์ที่หลงเหลืออยู่ของปัญหา
  • คุณติดตามความคืบหน้าของ Google ในการยืนยันการแก้ไขของคุณได้ และดูบันทึกของหน้าทั้งหมดที่อยู่ในคิวตรวจเช็ค รวมถึงสถานะการแก้ไขของ URL แต่ละรายการ

บางครั้งคุณอาจไม่เข้าใจว่าจะต้องแก้ไขหรือตรวจสอบปัญหาหนึ่งๆ ไปทำไม เช่น URL ที่ถูก robots.txt บล็อกไว้อาจเป็นการบล็อกโดยเจตนา โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาต่างๆ

นอกจากนี้ คุณยังแก้ไขปัญหาโดยไม่ต้องตรวจสอบได้ด้วย โดย Google จะอัปเดตจำนวนอินสแตนซ์เมื่อทำการ Crawl หน้าเว็บที่ทราบว่ามีปัญหา ไม่ว่าคุณจะขอให้ตรวจสอบการแก้ไขอย่างชัดแจ้งหรือไม่ก็ตาม

เริ่มตรวจสอบ

วิธีแจ้ง Search Console ว่าคุณแก้ไขปัญหาแล้วมีดังนี้

  1. แก้ไขอินสแตนซ์ทั้งหมดของปัญหาในเว็บไซต์ หากแก้ไขไม่ครบ การตรวจสอบจะหยุดลงเมื่อ Google พบอินสแตนซ์ที่หลงเหลืออยู่ของปัญหา
  2. เปิดหน้ารายละเอียดของปัญหาที่คุณแก้ไขแล้ว คลิกปัญหาในรายการปัญหาในรายงาน
  3. คลิกตรวจสอบการแก้ไข อย่าคลิก "ตรวจสอบการแก้ไข" อีกครั้งจนกว่าจะทราบว่าตรวจสอบสำเร็จหรือไม่สำเร็จ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Google ตรวจเช็คการแก้ไขของคุณ
  4. คุณตรวจสอบขั้นตอนการตรวจสอบได้ โดยปกติการตรวจสอบจะใช้เวลาถึงประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ในบางกรณีอาจใช้เวลานานกว่านั้นมาก ดังนั้นโปรดอดใจรอ คุณจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อตรวจสอบสำเร็จหรือไม่สำเร็จ
  5. หากตรวจสอบไม่สำเร็จ คุณดู URL ที่ทำให้การตรวจสอบไม่สำเร็จได้โดยคลิกดูรายละเอียดในหน้ารายละเอียดของปัญหา โปรดแก้ปัญหาในหน้านี้ ยืนยันการแก้ไขสำหรับ URL ทั้งหมดที่อยู่ในสถานะรอดำเนินการ แล้วเริ่มตรวจสอบอีกครั้ง

เมื่อใดที่ถือว่าปัญหาของ URL หรือรายการ "แก้ไขแล้ว"

ระบบจะทำเครื่องหมายปัญหาของ URL หรือรายการเป็นแก้ไขแล้วเมื่อตรงกับเงื่อนไขใดๆ ต่อไปนี้

  • เมื่อมีการ Crawl URL และไม่พบปัญหาในหน้าเว็บอีกต่อไป ซึ่งในกรณีข้อผิดพลาดของแท็ก AMP อาจหมายความว่าคุณแก้ไขแท็กแล้วหรือนำแท็กออกไปแล้ว (หากไม่จำเป็นต้องใช้แท็กนั้น) ระหว่างที่ระบบพยายามตรวจสอบ จะมีป้ายกำกับว่าผ่าน
  • หาก Google เข้าถึงหน้าเว็บไม่ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม (มีการนำหน้าเว็บออก, ทำเครื่องหมาย noindex, ต้องตรวจสอบสิทธิ์ เป็นต้น) จะถือว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วสำหรับ URL นั้น ซึ่งในระหว่างการพยายามตรวจสอบจะจัดหมวดหมู่อยู่ในสถานะการตรวจสอบอื่นๆ

ระยะเวลาที่เกิดปัญหา

ระยะเวลาของปัญหาเริ่มจากครั้งแรกที่ตรวจพบว่ามีอินสแตนซ์ในเว็บไซต์จนถึง 90 วันหลังจากที่ระบบทำเครื่องหมายอินสแตนซ์สุดท้ายว่าไม่มีอยู่ในเว็บไซต์แล้ว หากผ่านไป 90 วันโดยไม่เกิดปัญหานั้นซ้ำอีก ระบบจะนำปัญหาออกจากตารางปัญหา

วันที่ตรวจพบปัญหาครั้งแรก หมายถึง ครั้งแรกที่ตรวจพบปัญหาในช่วงระยะเวลาที่เกิดปัญหาและจะไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น

  • หากอินสแตนซ์ทั้งหมดของปัญหาได้รับการแก้ไข แต่หลังจากนั้น 15 วันมีอินสแตนซ์ใหม่ของปัญหาเกิดขึ้น ระบบจะทำเครื่องหมายปัญหาดังกล่าวเป็น "เปิด" และวันที่ตรวจพบครั้งแรกจะยังคงเป็นวันที่เดิม
  • หากเกิดปัญหาเดิมหลังจากที่แก้ไขอินสแตนซ์ล่าสุดไปแล้ว 91 วัน ระบบจะปิดปัญหาก่อนหน้านี้และบันทึกว่าเป็นปัญหาใหม่โดยระบุวันที่ตรวจพบครั้งแรกเป็นวันที่ตรวจพบใหม่
ขั้นตอนการตรวจสอบ

ต่อไปนี้คือภาพรวมของกระบวนการตรวจสอบหลังจากที่คุณคลิกตรวจสอบการแก้ไขปัญหา ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายวันหรือนานกว่านั้น และคุณจะได้รับการแจ้งความคืบหน้าทางอีเมล

  1. เมื่อคุณคลิกตรวจสอบการแก้ไข Search Console จะตรวจเช็คหน้าเว็บบางหน้าทันที
    • หากมีอินสแตนซ์ปัจจุบันปรากฏในหน้าเว็บเหล่านี้ การตรวจสอบจะสิ้นสุดและสถานะการตรวจสอบจะยังไม่เปลี่ยนแปลง
    • หากหน้าตัวอย่างไม่มีข้อผิดพลาดปัจจุบัน การตรวจสอบจะดำเนินต่อไปโดยมีสถานะเริ่มแล้ว หากตรวจพบปัญหาอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ปัญหาเหล่านี้จะนับเป็นปัญหาประเภทอื่นๆ และการตรวจสอบจะดำเนินต่อไป
  2. Search Console จะดำเนินการกับ URL ที่ระบุไว้ในรายการซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ และจัดคิวในการ Crawl ใหม่ให้เฉพาะ URL ที่มีอินสแตนซ์ที่พบของปัญหานี้ ไม่ใช่ทั้งเว็บไซต์ Search Console จะติดตามบันทึก URL ทั้งหมดที่ผ่านการตรวจเช็คในประวัติการตรวจสอบซึ่งคุณดูได้จากหน้ารายละเอียดของปัญหา
  3. เมื่อ URL ได้รับการตรวจสอบ
    1. หากไม่พบปัญหา สถานะการตรวจสอบอินสแตนซ์จะเปลี่ยนเป็นผ่าน หากนี่เป็นอินสแตนซ์แรกที่ตรวจเช็คหลังจากการตรวจสอบเริ่มต้นขึ้น สถานะการตรวจสอบจะเปลี่ยนเป็นทำได้ดี
    2. หาก URL นั้นเข้าถึงไม่ได้แล้ว สถานะการตรวจสอบอินสแตนซ์จะเปลี่ยนเป็นอื่นๆ (ซึ่งไม่ใช่สถานะข้อผิดพลาด)
    3. หากยังคงมีอินสแตนซ์ดังกล่าวอยู่ สถานะปัญหาจะเปลี่ยนเป็นไม่สำเร็จ และการตรวจสอบจะสิ้นสุดลง หากนี่เป็นหน้าใหม่ที่ค้นพบจากการ Crawl ตามปกติ จะถือเป็นอีกอินสแตนซ์หนึ่งของปัญหาที่มีอยู่นี้
  4. เมื่อตรวจเช็ค URL ในคิวสำหรับปัญหานี้และพบว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว สถานะของปัญหาจะเปลี่ยนเป็นผ่าน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอินสแตนซ์ทั้งหมดจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่ป้ายกำกับระดับความรุนแรงของปัญหาจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง (ข้อผิดพลาดหรือคำเตือน) สิ่งที่เปลี่ยนแปลงจะมีแค่จำนวนรายการที่ได้รับผลกระทบ (0)

แม้คุณจะไม่เคยคลิก "เริ่มตรวจสอบ" Google ก็ตรวจหาอินสแตนซ์ที่แก้ไขแล้วของปัญหาได้ หาก Google ตรวจพบว่ามีการแก้ไขอินสแตนซ์ทั้งหมดของปัญหาในระหว่างการ Crawl ตามปกติ ระบบจะเปลี่ยนจำนวนปัญหาในรายงานเป็น 0

การตรวจสอบอีกครั้ง

⚠️ รอให้รอบการตรวจสอบเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่จะขอการตรวจสอบรอบใหม่ แม้ว่าจะแก้ไขปัญหาบางอย่างในระหว่างรอบปัจจุบันแล้วก็ตาม

หากต้องการเริ่มการตรวจสอบที่ไม่สำเร็จอีกครั้ง ให้ทำดังนี้

  1. ไปที่บันทึกการตรวจสอบของการตรวจสอบที่ไม่สำเร็จ: เปิดหน้ารายละเอียดของปัญหาที่ตรวจสอบไม่สำเร็จแล้วคลิกดูรายละเอียด
  2. คลิกเริ่มตรวจสอบใหม่
  3. การตรวจสอบจะเริ่มขึ้นอีกครั้งสำหรับ URL ทั้งหมดที่มีเครื่องหมายว่ารอดำเนินการหรือไม่สำเร็จ รวมถึงอินสแตนซ์ใหม่ๆ ของปัญหานี้ที่ค้นพบผ่านการ Crawl ตามปกตินับตั้งแต่ความพยายามที่จะตรวจสอบครั้งล่าสุด URL ที่มีเครื่องหมายว่าผ่านหรืออื่นๆ จะไม่ได้รับการตรวจสอบซ้ำ
  4. โดยปกติการตรวจสอบจะใช้เวลาถึงประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ในบางกรณีอาจใช้เวลานานกว่านั้นมาก ดังนั้นโปรดอดใจรอ

ดูความคืบหน้าของการตรวจสอบ

หากต้องการดูความคืบหน้าของคำขอตรวจสอบปัจจุบัน หรือประวัติคำขอล่าสุดในกรณีที่ไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบอยู่ ให้ทำดังนี้

  1. เปิดหน้ารายละเอียดของปัญหาที่ต้องการ คลิกแถวของปัญหาดังกล่าวในหน้ารายงานหลักเพื่อเปิดหน้ารายละเอียดของปัญหา
    • สถานะคำขอตรวจสอบจะแสดงอยู่ทั้งในหน้ารายละเอียดของปัญหาและในแถวการตรวจสอบของตารางรายละเอียดด้วย
  2. คลิกดูรายละเอียดเพื่อเปิดหน้ารายละเอียดการตรวจสอบของคำขอดังกล่าว
    • สถานะอินสแตนซ์ของ URL แต่ละรายการที่รวมอยู่ในคำขอจะแสดงอยู่ในตาราง
    • สถานะอินสแตนซ์จะใช้กับปัญหาที่เฉพาะเจาะจงซึ่งคุณกำลังตรวจสอบ คุณจะติดป้ายกำกับปัญหาหนึ่งว่าผ่านในหน้าเว็บ แต่ติดป้ายกำกับปัญหาอื่นๆ ว่าไม่สำเร็จ รอดำเนินการ หรืออื่นๆ ในหน้าเดียวกันก็ได้
    • ในรายงาน AMP และรายงานการจัดทําดัชนีหน้าเว็บ ระบบจะจัดกลุ่มรายการต่างๆ ในหน้าประวัติการตรวจสอบตาม URL
    • ส่วนรายงานความสามารถในการใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่และรายงานผลการค้นหาที่เป็นริชมีเดีย ระบบจะจัดกลุ่มรายการต่างๆ ตาม URL ร่วมกับรายการ Structured Data (ตามที่กำหนดโดยค่า "ชื่อ" ของรายการนั้นๆ)
สถานะคำขอตรวจสอบ

สถานะการตรวจสอบที่ใช้กับการตรวจสอบปัญหาที่พบมีดังนี้

  • ยังไม่เริ่ม: อินสแตนซ์อย่างน้อย 1 รายการของปัญหานี้ไม่เคยมีอยู่ในคำขอตรวจสอบสำหรับปัญหานี้
    ขั้นตอนถัดไป
    1. คลิกที่ปัญหาเพื่อดูรายละเอียดข้อผิดพลาด ตรวจสอบแต่ละหน้าเพื่อดูตัวอย่างข้อผิดพลาดในหน้าที่แสดงอยู่โดยใช้การทดสอบ AMP (หากการทดสอบ AMP ไม่แสดงข้อผิดพลาดในหน้านั้น นั่นเป็นเพราะคุณแก้ไขข้อผิดพลาดในหน้าที่แสดงอยู่หลังจาก Google พบข้อผิดพลาดและสร้างรายงานปัญหานี้แล้ว)
    2. คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมในหน้ารายละเอียดเพื่อดูรายละเอียดของปัญหา
    3. คลิกแถว URL ตัวอย่างในตารางเพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนั้นๆ
    4. แก้ไขหน้าเว็บ แล้วคลิกตรวจสอบการแก้ไขเพื่อเริ่มตรวจสอบ โดยปกติการตรวจสอบจะใช้เวลาถึงประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ในบางกรณีอาจใช้เวลานานกว่านั้นมาก ดังนั้นโปรดอดใจรอ
  • เริ่มแล้ว: คุณเริ่มการตรวจสอบแล้วแต่ยังไม่พบอินสแตนซ์ที่หลงเหลืออยู่ของปัญหา
    ขั้นตอนถัดไป: Google จะส่งการแจ้งเตือนให้คุณขณะทำการตรวจสอบเพื่อให้ทราบสิ่งที่ต้องทำ (หากจำเป็น)
  • ทำได้ดี: คุณเริ่มทำการตรวจสอบแล้ว และเราพบว่าอินสแตนซ์ทั้งหมดของปัญหาที่ตรวจเช็คไปได้รับการแก้ไขแล้ว
    ขั้นตอนถัดไป: ไม่ต้องทำอะไร แต่ Google จะส่งการแจ้งเตือนให้คุณขณะทำการตรวจสอบเพื่อให้ทราบสิ่งที่ต้องทำ
  • ผ่าน: อินสแตนซ์ของปัญหาทั้งหมดที่ทราบหายไปแล้ว (หรือไม่มี URL ที่ได้รับผลกระทบแล้ว) คุณต้องคลิกตรวจสอบการแก้ไขจึงจะได้สถานะนี้ (หากอินสแตนซ์หายไปโดยที่คุณไม่ได้ขอการตรวจสอบ สถานะจะเปลี่ยนเป็น "ไม่มี")
    ขั้นตอนถัดไป: ไม่ต้องทำอะไร
  • ไม่มี: Google พบว่าปัญหาใน URL ทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้ว แม้ว่าคุณจะไม่เคยเริ่มการตรวจสอบเลย
    ขั้นตอนถัดไป: ไม่ต้องทำอะไร
  • ไม่สำเร็จ: เกณฑ์บางอย่างของหน้าเว็บยังคงมีปัญหาอยู่หลังจากที่คลิกตรวจสอบ
    ขั้นตอนถัดไป: แก้ไขปัญหาและเริ่มการตรวจสอบอีกครั้ง
สถานะการตรวจสอบอินสแตนซ์

หลังจากที่ส่งคำขอการตรวจสอบแล้ว ระบบจะระบุสถานะการตรวจสอบอินสแตนซ์ของปัญหาแต่ละรายการ ดังนี้

  • รอดำเนินการ: อยู่ในคิวเพื่อรับการตรวจสอบ Google ตรวจสอบครั้งล่าสุดพบว่ามีอินสแตนซ์ของปัญหาอยู่
  • ผ่าน: [ไม่มีในรายงานบางฉบับ] Google ตรวจเช็คอินสแตนซ์ของปัญหาและพบว่าอินสแตนซ์ดังกล่าวไม่มีอยู่แล้ว สถานะนี้จะได้มาต่อเมื่อคุณคลิกตรวจสอบอินสแตนซ์ของปัญหาเท่านั้น
  • ไม่สำเร็จ: Google ตรวจเช็คอินสแตนซ์ของปัญหาและพบว่ายังคงปรากฏอยู่ สถานะนี้จะได้มาต่อเมื่อคุณคลิกตรวจสอบอินสแตนซ์ของปัญหาเท่านั้น
  • อื่นๆ: [ไม่มีในรายงานบางฉบับ] Google เข้าถึง URL ที่เป็นโฮสต์ของอินสแตนซ์ไม่ได้ หรือ (สำหรับ Structured Data) ไม่พบรายการบนหน้าเว็บอีกแล้ว หากเป็นเช่นนี้จะถือว่าผ่าน

โปรดทราบว่า URL เดียวกันอาจมีสถานะที่ต่างกันสำหรับปัญหาต่างๆ ตัวอย่างเช่น หากหน้าหนึ่งมีทั้งปัญหา X และปัญหา Y ปัญหา X อาจอยู่ในสถานะการตรวจสอบผ่าน ส่วนปัญหา Y ในหน้าเดียวกันอาจอยู่ในสถานะการตรวจสอบรอดำเนินการ

ตัวกรอง Sitemap

คุณสามารถใช้ตัวกรองแบบเลื่อนลงเหนือแผนภูมิเพื่อกรองผลของดัชนีตามการรวมหรือไม่รวมอยู่ใน Sitemap โดยมีตัวเลือกดังต่อไปนี้

  • หน้าเว็บที่รู้จักทั้งหมด [ค่าเริ่มต้น] - แสดง URL ทั้งหมดที่ Google รู้จัก ไม่ว่าจะระบุไว้ใน Sitemap หรือไม่ก็ตาม
  • หน้าทั้งหมดที่ส่ง - แสดงเฉพาะ URL ที่ระบุไว้ใน Sitemap หรือดัชนีของ Sitemap ซึ่งส่งโดยใช้รายงาน Sitemap หรือไฟล์ robots.txt ในเว็บไซต์
  • หน้าที่ไม่ได้ส่งเท่านั้น - แสดงเฉพาะ URL ที่ไม่ได้ระบุไว้ใน Sitemap ซึ่งส่งโดยใช้รายงาน Sitemap หรือไฟล์ robots.txt ในเว็บไซต์
  • URL ใน Sitemap ที่เฉพาะเจาะจง - แสดงเฉพาะ URL ที่ระบุไว้ใน Sitemap หรือดัชนี Sitemap ที่เจาะจงซึ่งส่งโดยใช้รายงาน Sitemap หรือไฟล์ robots.txt ในเว็บไซต์

ระบบจะถือว่า Sitemap ส่ง URL มาแม้ว่าจะค้นพบ URL นั้นผ่านกลไกอื่นด้วย (เช่น โดยการ Crawl แบบทั่วไปจากหน้าเว็บอื่น)

หน้ารายละเอียด

คลิกแถวในหน้าสรุปเพื่อเปิดหน้ารายละเอียดของ URL ในเว็บไซต์ที่มีปัญหาหรือสถานะเดียวกัน คุณดูรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาที่เลือกได้โดยคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ด้านบนของหน้า

กราฟในหน้านี้แสดงจำนวนหน้าที่ได้รับผลกระทบเมื่อเวลาผ่านไป

ตารางตัวอย่างแสดงรายการตัวอย่างของหน้าเว็บที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ รายการไม่ได้แสดง URL ทั้งหมดที่มีปัญหานั้นเสมอไปและจํากัดอยู่ที่ 1,000 แถว ตัวอย่างแถวแต่ละแถวมีฟังก์ชันการทํางานดังต่อไปนี้

  • คลิกแถวเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ URL นั้นๆ
  • เปิด URL ในแท็บใหม่
  • เปิดการตรวจสอบ URL สำหรับ URL นั้นๆ
  • คัดลอก URL

เมื่อคุณแก้ไขข้อผิดพลาดหรือคำเตือนหนึ่งๆ ครบทุกอินสแตนซ์แล้ว ให้คลิกตรวจสอบการแก้ไขเพื่อแจ้งให้ Google ทราบว่าคุณได้แก้ไขปัญหานั้นแล้ว

หากเห็นว่ามีการระบุว่า URL ใดมีปัญหาซึ่งคุณได้แก้ไขไปแล้ว ก็อาจเป็นเพราะคุณแก้ไขปัญหาหลังจากที่ Google ทำการ Crawl ครั้งล่าสุดแล้ว ดังนั้นให้ตรวจสอบวันที่เราทำการ Crawl .ให้กับ URL นั้น ตรวจสอบและยืนยันการแก้ไขแล้วขอให้จัดทำดัชนีใหม่

การแชร์รายงาน

คุณแชร์รายละเอียดปัญหาในรายงานการครอบคลุมหรือรายงานการเพิ่มประสิทธิภาพได้โดยคลิกปุ่มแชร์ ในหน้าดังกล่าว ลิงก์นี้จะให้สิทธิ์เข้าถึงเฉพาะหน้ารายละเอียดปัญหาปัจจุบันรวมถึงหน้าประวัติการตรวจสอบปัญหานี้แก่ใครก็ตามที่มีลิงก์ แต่ไม่ได้ให้สิทธิ์เข้าถึงหน้าอื่นๆ แก่สมาชิกของคุณ รวมถึงไม่ได้ทำให้ผู้ใช้ที่ได้รับการแชร์มีสิทธิ์ดำเนินการใดๆ ในพร็อพเพอร์ตี้หรือบัญชีของคุณ คุณเพิกถอนลิงก์ได้ตลอดเวลาด้วยการปิดการแชร์สำหรับหน้านี้

การส่งออกข้อมูลรายงาน

รายงานหลายรายการมีปุ่มส่งออก เพื่อส่งออกข้อมูลรายงาน ระบบจะส่งออกทั้งข้อมูลแผนภูมิและตาราง ค่าที่แสดงเป็น ~ หรือ - ในรายงาน (ไม่มี/ไม่ใช่ตัวเลข) จะเป็น 0 ในข้อมูลที่ดาวน์โหลด

การแก้ปัญหา

ตารางนี้จะจัดเรียงตามสิ่งที่เราคิดว่าเป็นปัญหาสำคัญที่สุดที่ต้องจัดการ วิธีตรวจสอบเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงในตารางข้อผิดพลาดของการจัดทำดัชนี

  1. คลิกแถวในตารางเหตุใดหน้าจึงไม่ได้รับการจัดทำดัชนี ตัดสินว่ามีปัญหาเกิดขึ้นหรือไม่โดยพิจารณาจากสาเหตุการไม่ได้รับการจัดทำดัชนี และเป้าหมายการจัดทําดัชนี และดูว่าคุณแก้ไขได้หรือไม่ โดยพิจารณาจากค่าแหล่งที่มา
  2. อ่านข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับปัญหา
  3. ตรวจสอบตัวอย่าง URL ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหา
    1. คลิกไอคอน "ตรวจสอบ" ข้าง URL ในตารางตัวอย่างเพื่อเปิดการตรวจสอบ URL สําหรับ URL นั้นๆ
    2. ดูรายละเอียดการ Crawl และดัชนีสำหรับ URL นั้นในส่วนการครอบคลุม > การ Crawl และการครอบคลุม > การจัดทำดัชนีของรายงานการตรวจสอบ URL
    3. หากต้องการทดสอบหน้าเว็บเวอร์ชันที่เผยแพร่ ให้คลิกทดสอบ URL ที่เผยแพร่อยู่

ทําความเข้าใจและแก้ปัญหาการจัดทำดัชนีที่พบบ่อย

ต่อไปนี้คือปัญหาที่พบโดยทั่วไปเกี่ยวกับการจัดทำดัชนี ซึ่งคุณอาจพบในรายงาน

จำนวนหน้าเว็บทั้งหมดที่จัดทำดัชนีลดต่ำลงโดยไม่มีข้อผิดพลาดที่สัมพันธ์กัน

หากพบว่าจำนวนหน้าทั้งหมดที่ได้รับการจัดทำดัชนีลดต่ำลงโดยไม่มีข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้นโดยสัมพันธ์กัน แสดงว่าคุณอาจกำลังบล็อกการเข้าถึงหน้าที่มีอยู่ผ่านทาง robots.txt, "noindex" หรือการกำหนดให้ต้องเข้าสู่ระบบ ให้สังเกตการเพิ่มขึ้นของ URL ที่ไม่ได้รับการจัดทําดัชนีอย่างฉับพลัน ซึ่งสัมพันธ์กับการลดลงของหน้าที่ได้รับการจัดทําดัชนี

หน้าที่ไม่ได้รับการจัดทำดัชนีมีเยอะกว่าหน้าที่ได้รับการจัดทำดัชนี

หากพบว่าหน้าที่ไม่ได้รับการจัดทําดัชนีมีเยอะกว่าหน้าที่ได้รับการจัดทําดัชนี ให้ดูเหตุผลที่แสดงในรายงาน สาเหตุทั่วไปที่ทําให้กลุ่มหน้าจำนวนมากไม่ได้รับการจัดทำดัชนีมีดังนี้

  • คุณมีกฎ robots.txt ที่บล็อก Google ไม่ให้ทำการ Crawl ส่วนใหญ่ในเว็บไซต์ หากบล็อกผิดหน้า ให้เลิกบล็อกหน้าเหล่านั้น
  • เว็บไซต์มีหน้าที่ซ้ำกันจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะใช้พารามิเตอร์เพื่อกรองหรือจัดเรียงคอลเล็กชันที่ใช้กันทั่วไป (เช่น type=dress หรือ color=green หรือ sort=price) หน้าเหล่านี้อาจไม่ควรได้รับการจัดทําดัชนี หากเพียงแค่แสดงเนื้อหาที่จัดเรียง กรอง หรือมีวิธีเข้าถึงในแบบที่แตกต่างกันเท่านั้น
ข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน

ข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในเทมเพลตของคุณซึ่งทำให้เกิดข้อผิดพลาดใหม่ขึ้น หรือคุณอาจส่ง Sitemap ที่มี URL ที่บล็อกไว้ไม่ให้มีการ Crawl โดยใช้ robots.txt, "noindex" หรือการกำหนดให้ต้องเข้าสู่ระบบ

หากพบข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ให้ทำดังนี้

  1. หาความสอดคล้องระหว่างจำนวนข้อผิดพลาดทั้งหมดในการจัดทำดัชนีหรือจำนวนรายการทั้งหมดที่จัดทำดัชนีแล้ว และ Sparkline ข้างแถวข้อผิดพลาดในหน้าสรุปที่เป็นข้อบ่งชี้ปัญหาที่อาจส่งผลต่อจำนวนข้อผิดพลาดโดยรวมหรือจำนวนหน้าทั้งหมดที่จัดทำดัชนีแล้ว
  2. คลิกที่หน้ารายละเอียดเพื่อหาข้อผิดพลาดใดก็ตามที่ดูเหมือนจะมีส่วนทำให้ข้อผิดพลาดพุ่งสูงขึ้น อ่านคำอธิบายเกี่ยวกับประเภทข้อผิดพลาดนั้นๆ เพื่อดูวิธีจัดการที่ดีที่สุด
  3. คลิกที่ปัญหา และตรวจสอบหน้าตัวอย่างเพื่อดูว่าข้อผิดพลาดคืออะไร หากจำเป็น
  4. แก้ไขอินสแตนซ์ทั้งหมดของข้อผิดพลาดและส่งคำขอให้ตรวจสอบโดยคลิกตรวจสอบการแก้ไขในหน้ารายละเอียดของเหตุผลนั้นๆ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบ
  5. คุณจะได้รับการแจ้งเตือนขณะที่เราทำการตรวจสอบ และหลังจากนั้น 2-3 วันก็กลับมาดูได้ว่าข้อผิดพลาดลดลงหรือไม่
ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์
ข้อผิดพลาดของเซิร์ฟเวอร์หมายความว่า Googlebot เข้าถึง URL ของคุณไม่ได้ คำขอหมดเวลา หรือเว็บไซต์ของคุณกำลังมีผู้ใช้จำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ Googlebot จึงถูกบังคับให้ยกเลิกคำขอ
ตรวจสอบผลการตัดสินสถานะโฮสต์สำหรับเว็บไซต์ของคุณในรายงานสถิติการ Crawl เพื่อดูว่า Google กำลังรายงานปัญหาความพร้อมใช้งานของเว็บไซต์อยู่หรือไม่ ซึ่งหากมีปัญหา คุณอาจยืนยันและแก้ไขได้

การทดสอบการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์

คุณสามารถใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อดูว่าจะจำลองข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์ที่แสดงในรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บขึ้นมาได้หรือไม่ โปรดทราบว่าข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์อาจเกิดขึ้นชั่วคราว การทดสอบเวอร์ชันที่ใช้จริงจึงอาจประสบความสําเร็จเมื่อ Google ทำการ Crawl ไม่สําเร็จเนื่องจากปัญหาดังกล่าว

การแก้ปัญหาข้อผิดพลาดในการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์

  • ดูความพร้อมใช้งานของโฮสต์ล่าสุดในรายงานสถิติการ Crawl เพื่อดูว่าเว็บไซต์มีปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือเกิดขึ้นในวงกว้างหรือไม่
  • ลดการโหลดหน้าเว็บที่ไม่จำเป็นสำหรับคำขอหน้าเว็บไดนามิก
    เว็บไซต์ที่แสดงเนื้อหาเดียวกันใน URL มากกว่า 1 รายการถือว่าแสดงเนื้อหาแบบไดนามิก (เช่น www.example.com/shoes.php?color=red&size=7 แสดงเนื้อหาเดียวกับ www.example.com/shoes.php?size=7&color=red) หน้าเว็บไดนามิกอาจใช้เวลานานเกินไปในการตอบสนองและทำให้เกิดปัญหาการหมดเวลา หรือเซิร์ฟเวอร์อาจแสดงสถานะว่าทำงานหนักเกินไปเพื่อขอให้ Googlebot ทำการ Crawl เว็บไซต์ช้าลง โดยทั่วไป เราแนะนำให้คงรายการพารามิเตอร์ไว้ให้สั้นๆ และใช้แต่น้อย
  • ตรวจสอบว่าเซิร์ฟเวอร์ที่โฮสต์เว็บไซต์ทำงานเป็นปกติ ไม่ได้ทำงานหนักเกินไป และกำหนดค่าอย่างถูกต้อง
    หากยังคงมีปัญหาการเชื่อมต่อ การหมดเวลา หรือการตอบสนอง โปรดติดต่อเว็บโฮสต์และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับการเข้าชมไซต์
  • ตรวจสอบว่าคุณไม่ได้บล็อก Google โดยไม่ได้ตั้งใจ
    คุณอาจบล็อก Google ไว้เมื่อมีปัญหาระดับระบบ เช่น ปัญหาการกำหนดค่า DNS การกำหนดค่าไฟร์วอลล์หรือระบบการป้องกัน DoS ไม่ถูกต้อง หรือปัญหาการกำหนดค่าระบบจัดการเนื้อหา ระบบป้องกันเป็นส่วนสำคัญของโฮสติ้งที่ดีและมักมีการกำหนดค่าให้บล็อกคำขอของเซิร์ฟเวอร์ที่มากผิดปกติโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Googlebot มักสร้างคำขอมากกว่าผู้ใช้ที่เป็นมนุษย์ จึงอาจไปกระตุ้นการทำงานของระบบป้องกันให้บล็อก Googlebot ไม่ให้ทำการ Crawl เว็บไซต์ของคุณได้ หากคุณต้องการแก้ปัญหานี้ ให้หาว่าส่วนใดในโครงสร้างพื้นฐานของเว็บไซต์ที่บล็อก Googlebot และนำการบล็อกออก เนื่องจากไฟร์วอลล์อาจไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของคุณ คุณจึงควรคุยกับผู้ให้บริการโฮสติ้ง
  • ควบคุมการ Crawl เว็บไซต์ของเครื่องมือค้นหาและการจัดทำดัชนีอย่างชาญฉลาด
    ผู้ดูแลเว็บบางคนอาจตั้งใจป้องกันไม่ให้ Googlebot เข้าถึงเว็บไซต์ของตนโดยใช้ไฟร์วอลล์ตามที่อธิบายข้างต้น ในกรณีเช่นนี้ โดยทั่วไปมักไม่ได้ต้องการบล็อก Googlebot โดยสิ้นเชิงแต่ต้องการควบคุมวิธีทำการ Crawl และจัดทำดัชนีเว็บไซต์ดังกล่าว หากคุณพบปัญหาดังกล่าว ให้ตรวจสอบดังนี้
ข้อผิดพลาด 404

โดยทั่วไป เราขอแนะนําให้แก้ไขข้อผิดพลาด 404 ที่คุณลิงก์ไปยังตัวเองหรือระบุใน Sitemap เท่านั้น หากมีการย้ายหน้าไปไว้ที่อื่น คุณควรแสดงการเปลี่ยนเส้นทาง 3XX ไปยังหน้าใหม่ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประเมินและการแก้ไขข้อผิดพลาด 404

หน้าเว็บหรือเว็บไซต์ที่หายไป

หากหน้าเว็บไม่ได้อยู่ในรายงานเลย อาจเป็นเพราะข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • Google ไม่ทราบเกี่ยวกับหน้านี้ ต่อไปนี้คือข้อพึงทราบเกี่ยวกับการค้นพบได้ของหน้าเว็บ
    • หากเป็นเว็บไซต์หรือหน้าที่สร้างขึ้นใหม่ โปรดทราบว่าอาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งเพื่อให้ Google ค้นพบและทำการ Crawl เว็บไซต์หรือหน้าใหม่ๆ
    • คุณต้องส่ง Sitemap หรือคำขอให้ทำการ Crawl หน้าเว็บมาเพื่อให้ Google ทราบเกี่ยวกับหน้าเว็บ มิเช่นนั้น Google จะต้องหาลิงก์ไปยังหน้าเว็บจากที่อื่น
    • หลังจากทราบ URL ของหน้าเว็บแล้ว Google อาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง (ไม่เกิน 2-3 สัปดาห์) เพื่อทำการ Crawl เว็บไซต์ของคุณบางส่วนหรือทั้งหมด
    • การจัดทำดัชนีจะไม่เกิดขึ้นทันที แม้ว่าคุณจะส่งคำขอให้ทำการ Crawl มาโดยตรง
    • Google ไม่รับประกันว่าหน้าเว็บทุกหน้าจากทุกที่จะปรากฏในดัชนีของ Google
  • Google เข้าถึงหน้าเว็บของคุณไม่ได้ (เนื่องจากต้องเข้าสู่ระบบ หรือมีผู้ใช้บางกลุ่มเท่านั้นที่เข้าถึงได้)
  • หน้าเว็บมีแท็ก noindex ซึ่งทำให้ Google จัดทำดัชนีไม่ได้
  • หน้าเว็บไม่ได้รับการจัดทำดัชนีด้วยเหตุผลบางอย่าง

วิธีแก้ไข

ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อทดสอบปัญหาในหน้าเว็บ หากหน้าเว็บไม่ได้อยู่ในรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บแต่แสดงว่ามีการจัดทำดัชนีในรายงานการตรวจสอบ URL อาจเป็นเพราะมีการจัดทำดัชนีเมื่อเร็วๆ นี้และจะปรากฏในรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บในอีกไม่ช้า หากหน้าเว็บแสดงว่าไม่ได้รับการจัดทำดัชนีในเครื่องมือตรวจสอบ URL (ตามที่คาดไว้) ให้ทดสอบหน้าที่เผยแพร่อยู่ ผลการทดสอบหน้าที่เผยแพร่อยู่จะบ่งชี้ปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ใช้ข้อมูลจากการทดสอบและเอกสารการทดสอบเพื่อดูวิธีแก้ไขปัญหา

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมหน้าเว็บของฉันถึงอยู่ในดัชนี ฉันไม่ต้องการให้จัดทำดัชนีหน้านั้น

Google จัดทำดัชนี URL ทั้งหมดที่พบเว้นแต่คุณจะมีคำสั่ง noindex ในหน้านั้น (หรือหน้านั้นถูกบล็อกชั่วคราว) และ Google จะพบหน้าเว็บได้หลายวิธี รวมถึงจากการที่มีผู้ลิงก์ไปยังหน้าเว็บของคุณจากเว็บไซต์อื่น

  • หากต้องการบล็อกหน้าเว็บไม่ให้แสดงในผลการค้นหาของ Google Search คุณกำหนดได้ว่าจะต้องลงชื่อเข้าใช้หน้านั้นหรือใช้คำสั่ง noindex ในหน้าเว็บ ไม่แนะนําให้ใช้กฎ robots.txt เพื่อบล็อกหน้าเว็บเนื่องจากจะทำให้ Google ไม่เห็น noindex
  • หากต้องการให้นำหน้าเว็บออกจากผลการค้นหาของ Google Search หลังจากที่มีการพบหน้านั้นแล้ว คุณจะต้องทำตามขั้นตอนเหล่านี้

ช่วงหลังๆ นี้ทำไมถึงยังไม่มีการจัดทำดัชนีเว็บไซต์ของฉันใหม่

Google จัดทำดัชนีหน้าเว็บโดยยึดตามเกณฑ์หลายรายการด้วยกัน ซึ่งรวมถึงความถี่ในการเปลี่ยนแปลงหน้าตามที่ได้คาดไว้ หากเว็บไซต์ของคุณไม่ได้เปลี่ยนแปลงบ่อย อัตราการรีเฟรชดัชนีอาจช้าลง ซึ่งก็ไม่มีปัญหาถ้าหน้าเว็บไม่มีการเปลี่ยนแปลง หากหน้าเว็บเปลี่ยนแปลงไปมากตั้งแต่การ Crawl ใหม่ครั้งล่าสุด คุณจะขอให้ Google ทำการ Crawl อีกครั้งได้ อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่า Google จะทำการ Crawl หน้าเว็บอีกครั้งโดยอัตโนมัติ คุณจึงไม่ต้องกังวลถึงการขอการ Crawl ใหม่ เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญและดูเหมือนว่า Google จะไม่พบการเปลี่ยนแปลงนั้นมาระยะหนึ่งแล้ว (อย่างน้อย 1 สัปดาห์)

ช่วยทำการ Crawl หน้าเว็บ/เว็บไซต์อีกครั้งได้ไหม

ขอให้ Google ทำการ Crawl อีกครั้ง

ทําไมหน้าจํานวนมากของฉันจึงไม่ได้รับการจัดทําดัชนี

ดูเหตุผลอย่างละเอียดได้ในรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บ ลองดูสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการไม่จัดทําดัชนี URL จํานวนมากในเว็บไซต์

  • คุณมีกฎ robots.txt ที่บล็อก Google ไม่ให้ทำการ Crawl หน้าจำนวนมากในเว็บไซต์ หน้าเหล่านี้ควรได้รับการระบุในรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บว่า "robots.txt บล็อกไว้" ติดตามและนำกฎการบล็อกออกในไฟล์ robots.txt
  • เว็บไซต์มีหน้าที่ซ้ำกันจำนวนมาก ซึ่งโดยปกติเป็นเพราะใช้พารามิเตอร์เพื่อกรองหรือจัดเรียงคอลเล็กชันที่ใช้กันทั่วไป (เช่น type=dress หรือ color=green หรือ sort=price) หน้าเหล่านี้จะมีป้ายกำกับว่า "ซ้ำ" หรือ "ทางเลือก" ในรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บ Google จะไม่จัดทําดัชนีรายการที่ซ้ำกันของหน้า
  • URL เปลี่ยนเส้นทางไปยัง URL อื่น มีการจัดทำดัชนีเฉพาะ URL เปลี่ยนเส้นทาง ปลายทางของการเปลี่ยนเส้นทางไม่มีการจัดทำดัชนี

Google เข้าถึง Sitemap ของฉันไม่ได้

โปรดตรวจสอบว่าไฟล์ robots.txt ไม่ได้บล็อก Sitemap, Sitemap ถูกต้อง และคุณใช้ URL ที่ถูกต้องในรายการของ robots.txt หรือในรายงาน Sitemap ที่ส่งมา ทดสอบ URL ของ Sitemap โดยใช้เครื่องมือทดสอบ Sitemap ที่เปิดให้คนทั่วไปใช้งาน

ทำไม Google ถึงยังทำการ Crawl หน้าเว็บที่ลบออกไปแล้วอยู่

Google จะยังคงทำการ Crawl URL ที่รู้จักทั้งหมดอยู่ต่อไปแม้ว่า URL จะแสดงข้อผิดพลาด 4XX มาสักระยะหนึ่งแล้วเพราะมองว่าอาจเป็นข้อผิดพลาดชั่วคราวก็ได้ โดยจะไม่ทำการ Crawl URL ในกรณีเดียวเท่านั้น นั่นคือเมื่อ URL นั้นแสดงคำสั่ง noindex กลับมา

รายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บจะมีเฉพาะ URL ที่แสดงข้อผิดพลาด 404 ในเดือนที่ผ่านมาเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการแสดงรายการข้อผิดพลาด 404 ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้จบ

ฉันเห็นหน้าเว็บของฉัน แต่ทำไม Google ถึงไม่เห็น

ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อดูว่า Google เห็นหน้าเว็บที่เผยแพร่อยู่หรือไม่ และดูเหตุผลในกรณีที่ไม่เห็น แต่ถ้าเห็น ก็อาจเป็นเพราะข้อผิดพลาดในการเข้าถึงได้รับการแก้ไขหลังจากที่มีการ Crawl ครั้งล่าสุดแล้ว โปรดเรียกใช้การ Crawl แบบสดโดยใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL และส่งคำขอให้จัดทำดัชนี

เครื่องมือตรวจสอบ URL ไม่ระบุปัญหาใดเลย แต่รายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บกลับแสดงข้อผิดพลาด ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

คุณอาจแก้ไขข้อผิดพลาดหลังจากที่ Google ทำการ Crawl URL ครั้งล่าสุดไปแล้ว ดูวันที่ทำการ Crawl URL ดังกล่าว (ซึ่งควรจะแสดงในหน้ารายละเอียดของ URL ในรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บหรือในมุมมองแบบจัดทำดัชนีในเครื่องมือตรวจสอบ URL) ตรวจดูว่าคุณได้ทำการแก้ไขใดๆ หรือไม่หลังจากที่มีการ Crawl หน้าเว็บ

นอกจากนี้ การตรวจสอบ URL ที่เผยแพร่อยู่ไม่ได้ทดสอบทุกปัญหาที่กล่าวถึงในรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บ สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือจะไม่มีการทดสอบเงื่อนไขที่ซ้ำกันหรือเงื่อนไข Canonical ในการทดสอบเวอร์ชันที่ใช้จริง

ฉันจะหาสถานะดัชนีของ URL ที่เฉพาะเจาะจงได้อย่างไร

หากต้องการทราบสถานะดัชนีของ URL ใดโดยเฉพาะ ให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL คุณจะค้นหาหรือกรองตาม URL ในรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บไม่ได้

เหตุผลในการจัดทําดัชนี

เหตุผลต่อไปนี้อาจแสดงขึ้นสำหรับการที่ระบบไม่จัดทําดัชนีหรือการจัดทำดัชนีเกิดปัญหาในรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บ


ไม่ได้จัดทำดัชนี

หน้าเหล่านี้ไม่ได้รับการจัดทำดัชนี แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดจากข้อผิดพลาด โปรดอ่านคำอธิบายเพื่อดูว่าเป็นข้อผิดพลาดที่คุณควรแก้ไขไหม

ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์ (5xx)

เซิร์ฟเวอร์ของคุณแสดงข้อผิดพลาดระดับ 500 เมื่อมีการขอหน้าเว็บ ดูการแก้ไขข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์

ข้อผิดพลาดในการเปลี่ยนเส้นทาง

Google พบข้อผิดพลาดในการเปลี่ยนเส้นทางอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

  • เชนการเปลี่ยนเส้นทางยาวเกินไป
  • การวนรอบเมื่อเปลี่ยนเส้นทาง
  • URL เปลี่ยนเส้นทางที่เกินความยาว URL สูงสุดในท้ายที่สุด
  • URL ที่ไม่ถูกต้องหรือว่างเปล่าในเชนการเปลี่ยนเส้นทาง

ใช้เครื่องมือแก้ไขข้อบกพร่องของเว็บ เช่น Lighthouse เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนเส้นทาง

URL ถูกบล็อกโดย robots.txt

หน้านี้ถูกบล็อกโดยไฟล์ robots.txt ของเว็บไซต์ คุณยืนยันได้ว่ามีการบล็อกจริงโดยใช้เครื่องมือทดสอบ robots.txt โปรดทราบว่าอาจยังมีการจัดทำดัชนีหน้านี้ผ่านทางวิธีการอื่นๆ แม้หน้าเว็บจะถูกบล็อก หาก Google พบข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับหน้านี้ได้โดยไม่ต้องโหลดหน้า หน้าเว็บอาจยังได้รับการจัดทําดัชนีอยู่ แต่ก็เป็นกรณีที่เกิดขึ้นน้อยมาก หากต้องการแน่ใจว่า Google จะจัดทำดัชนีหน้าเว็บไม่ได้ ให้นำการบล็อกของ robots.txt ออกแล้วใช้คำสั่ง "noindex"

URL มีเครื่องหมายว่า "noindex"

Google พบคําสั่ง "noindex" เมื่อพยายามจัดทําดัชนีหน้าเว็บ จึงไม่ได้จัดทําดัชนีหน้าดังกล่าว หากคุณไม่ต้องการให้จัดทำดัชนีหน้านี้ก็ไม่ต้องดำเนินการใดๆ แต่หากต้องการให้จัดทำดัชนีหน้านี้ คุณควรนำคำสั่ง "noindex" ออก

วิธียืนยันปัญหา

  1. คลิกไอคอนการตรวจสอบ ข้าง URL ในตาราง
  2. ในส่วนการครอบคลุม > การจัดทำดัชนี > อนุญาตให้จัดทำดัชนีไหม รายงานควรแสดงว่า noindex ป้องกันไม่ให้จัดทำดัชนี คุณสามารถค้นหาแหล่งที่มาของหน้าเว็บหรือส่วนหัวการตอบกลับสำหรับคําว่า "noindex"
  3. ตรวจสอบว่าแท็ก noindex ยังคงมีอยู่ในเวอร์ชันที่เผยแพร่ ดังนี้
    1. คลิกทดสอบ URL ที่เผยแพร่
    2. ในส่วนความพร้อมใช้งาน > การจัดทำดัชนี > อนุญาตให้จัดทำดัชนีไหม ดูว่าระบบยังคงตรวจพบคำสั่ง noindex หรือไม่ หากไม่เห็นคำสั่ง noindex แล้ว คุณคลิกขอรับการจัดทำดัชนีเพื่อให้ Google ลองจัดทำดัชนีหน้าเว็บอีกครั้งได้ หากยังเห็นคำสั่ง noindex อยู่ คุณจะต้องนำคำสั่งออกเพื่อให้ระบบจัดทำดัชนีหน้าได้
  4. หากต้องการจัดทำดัชนีหน้านี้ คุณต้องนำแท็กหรือส่วนหัว HTTP ออก

Soft 404

คำขอหน้าเว็บแสดงสิ่งที่เราคิดว่าเป็นการตอบกลับด้วย Soft 404 ซึ่งหมายความว่าหน้าเว็บแสดงข้อความ "ไม่พบ" ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้แต่ไม่ใช่โค้ดตอบกลับ HTTP 404 เราขอแนะนำให้แสดงโค้ดตอบกลับ 404 สำหรับหน้าที่ "ไม่พบ" จริงๆ และใส่ข้อมูลเพิ่มเติมในหน้าเว็บเพื่อแจ้งให้เราทราบว่าไม่ใช่ข้อผิดพลาด Soft 404 หากต้องการดูว่า Google เห็นหน้าเว็บในลักษณะใด ให้ทําการทดสอบ URL ที่เผยแพร่กับหน้าดังกล่าว แล้วคลิกดูหน้าที่ทดสอบเพื่อดูภาพหน้าจอที่แสดงให้เห็นว่า Google แสดงผลหน้าเว็บอย่างไร ดูวิธีแก้ไข Soft 404

ถูกบล็อกเนื่องด้วยคำขอที่ไม่ได้รับอนุญาต (401)

คำขอสิทธิ์ทำให้ Googlebot เข้าถึงหน้าเว็บไม่ได้ (การตอบกลับด้วย 401) หากคุณต้องการให้ Googlebot จัดทำดัชนีหน้านี้ได้ โปรดนำการกำหนดให้ต้องมีสิทธิ์สำหรับหน้านี้ออก หรืออนุญาตให้ Googlebot เข้าถึงหน้าเว็บด้วยการยืนยันตัวตน คุณยืนยันข้อผิดพลาดนี้ได้โดยไปที่หน้าในโหมดไม่ระบุตัวตน

ไม่พบ (404)

หน้านี้แสดงข้อผิดพลาด 404 เมื่อได้รับคําขอ Google ค้นพบ URL นี้โดยที่ไม่มีคำขอหรือ Sitemap ที่ชัดแจ้ง Google อาจค้นพบ URL ในรูปแบบลิงก์จากหน้าอื่นหรืออาจเป็นหน้าเว็บที่มีอยู่ก่อนหน้านี้และถูกลบออกไปแล้ว Googlebot อาจลองทำการ Crawl URL นี้ไปอีกระยะหนึ่งเพราะไม่มีวิธีบอกให้ Googlebot ลืม URL อย่างถาวร แต่จะทำการ Crawl น้อยครั้งลงเรื่อยๆ การตอบสนอง 404 อาจไม่ใช่ปัญหาเสมอไป หากหน้าเว็บถูกนำออกโดยไม่มีหน้าใดๆ ทดแทน ให้ใช้การเปลี่ยนเส้นทาง 301 ไปยังตำแหน่งใหม่หากมีการย้ายหน้าเว็บ ดูการแก้ไขข้อผิดพลาด 404

ถูกบล็อกเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึง (403)

HTTP 403 หมายความว่า User Agent ให้ข้อมูลเข้าสู่ระบบแล้ว แต่ไม่ได้รับสิทธิ์เข้าถึง อย่างไรก็ตาม Googlebot จะไม่มีการให้ข้อมูลเข้าสู่ระบบโดยเด็ดขาด เซิร์ฟเวอร์ของคุณจึงแสดงข้อผิดพลาดนี้อย่างไม่ถูกต้อง หน้าเว็บนี้จะไม่ได้รับการจัดทำดัชนี

หากต้องการให้ Googlebot จัดทำดัชนีหน้านี้ คุณควรยอมรับผู้ใช้ที่ไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้หรืออนุญาตคําขอจาก Googlebot อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์ (แต่ยังควรต้องยืนยันตัวตน)

URL ถูกบล็อกเนื่องจากมีปัญหา 4xx อื่น

เซิร์ฟเวอร์พบข้อผิดพลาด 4xx ซึ่งไม่อยู่ในประเภทปัญหาอื่นๆ ที่อธิบายไว้ที่นี่ ลองแก้ไขข้อบกพร่องของหน้านี้โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL

ถูกบล็อกโดยเครื่องมือนำหน้าออก

ในขณะนี้ หน้าถูกบล็อกโดยคำขอให้นำ URL ออก อาจจะโดยผู้ที่จัดการพร็อพเพอร์ตี้นี้ใน Search Console หรือคําขอที่ได้รับอนุมัติจากผู้เข้าชมเว็บไซต์

ใช้เครื่องมือนำ URL ออกเพื่อดูว่าใครส่งคำขอให้นำ URL ออก คำขอให้นำออกจะมีผลประมาณ 90 วันหลังจากวันที่นำออกเท่านั้น หลังจากนั้น Googlebot อาจกลับไปจัดทำดัชนีหน้าดังกล่าวแม้ว่าคุณจะไม่ได้ส่งคำขอให้จัดทำดัชนีอีกก็ตาม หากไม่ต้องการให้จัดทำดัชนีหน้าดังกล่าว ให้ใช้ "noindex", กำหนดให้ต้องมีสิทธิ์เข้าถึงหน้าเว็บ หรือนำหน้านั้นออก

Crawl แล้ว - ยังไม่ได้จัดทำดัชนี

Google ทำการ Crawl หน้าแล้ว แต่ไม่ได้จัดทำดัชนี อาจมีหรือไม่มีการจัดทำดัชนีหน้านี้ในอนาคต ไม่จำเป็นต้องส่ง URL นี้มาเพื่อทำการ Crawl อีก

พบแล้ว - ยังไม่ได้จัดทำดัชนี

Google พบหน้าเว็บดังกล่าวแล้วแต่ยังไม่ได้ Crawl โดยทั่วไป Google ต้องการที่จะ Crawl URL แต่คาดว่าจะทำให้เว็บไซต์นั้นมีการใช้งานมากเกินไป Google จึงกำหนดเวลา Crawl ใหม่อีกครั้ง และนี่คือเหตุผลที่วันที่ Crawl ครั้งล่าสุดไม่ปรากฏอยู่ในรายงาน

หน้าเว็บสำรองที่มีแท็ก Canonical ที่ถูกต้อง

หน้านี้ระบุว่าเป็นทางเลือกของอีกหน้าหนึ่ง (เช่น หน้า AMP ที่มีหน้า Canonical สําหรับเดสก์ท็อป หรือหน้า Canonical สำหรับเดสก์ท็อปเวอร์ชันอุปกรณ์เคลื่อนที่ หรือหน้า Canonical สําหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่รุ่นเดสก์ท็อป) ปัจจุบันหน้านี้ชี้ไปที่หน้า Canonical ดังกล่าว (ซึ่งจัดทำดัชนีแล้ว) อย่างถูกต้อง คุณจึงไม่ต้องดำเนินการใดๆ Search Console ตรวจไม่พบหน้าภาษาทางเลือก

ซ้ำ แต่ไม่มีที่ผู้ใช้เลือกเป็น Canonical

หน้านี้ซ้ำกับหน้าอื่น แต่ไม่ได้ระบุหน้า Canonical ที่ต้องการ Google เลือกหน้าอื่นเป็นหน้า Canonical ของหน้านี้ จึงจะไม่แสดงหน้านี้ใน Search คุณตรวจสอบ URL นี้ได้เพื่อดูว่า URL ใดที่ Google พิจารณาว่าเป็นหน้า Canonical สำหรับหน้านี้

นี่ไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่เป็นการทำงานตามที่ตั้งใจไว้ เนื่องจาก Google จะไม่แสดงหน้าที่ซ้ำกัน อย่างไรก็ตาม หากคิดว่า Google เลือก URL ที่ไม่ถูกต้องเป็นหน้า Canonical คุณสามารถกำหนดหน้านี้เป็นหน้า Canonical อย่างชัดแจ้ง หรือหากคิดว่าหน้านี้ไม่ใช่หน้าที่ซ้ำกับหน้า Canonical ที่ Google เลือกไว้ คุณควรตรวจสอบว่าเนื้อหาของ 2 หน้านี้มีความแตกต่างกันมากจริงๆ

ซ้ำ Google เลือก Canonical ที่ต่างจากผู้ใช้

มีการทำเครื่องหมายหน้านี้เป็นหน้า Canonical สำหรับหน้าเว็บชุดหนึ่ง แต่ Google คิดว่า URL อีกรายการเหมาะที่จะเป็น Canonical URL มากกว่า Google ได้จัดทำดัชนีหน้าเว็บที่เราคิดว่าเหมาะที่จะเป็นหน้า Canonical มากกว่าหน้านี้

  1. ตรวจสอบ URL นี้เพื่อดู Canonical URL ที่ Google เลือกไว้ในส่วนการจัดทําดัชนีหน้าเว็บ > หน้า Canonical ที่ Google เลือก
  2. ดูหน้า Canonical ที่คุณเลือกในส่วนการจัดทําดัชนีหน้าเว็บ > หน้า Canonical ที่ผู้ใช้ประกาศ
  3. ในเบราว์เซอร์ ให้ดูที่หน้าปัจจุบัน หน้า Canonical ที่ผู้ใช้ประกาศ และหน้า Canonical ที่ Google เลือก
  4. ข้อผิดพลาดนี้บ่งบอกว่า Google ไม่ได้คิดว่าหน้าที่ทดสอบซ้ำกับหน้า Canonical ที่ผู้ใช้ประกาศ แต่คิดว่าซ้ำกับหน้า Canonical ที่ Google เลือก
    • หากหน้า Canonical ที่ Google เลือกเป็นหน้าทดสอบ Google จะคิดว่าหน้าที่ทดสอบนั้นไม่เหมือนกับหน้าอื่นๆ
    • หากหน้า Canonical ที่ผู้ใช้ประกาศไม่เหมือนกับหน้าปัจจุบัน Google จะไม่เลือก URL นั้นเป็นหน้า Canonical หน้าที่ซ้ำกันต้องคล้ายกับหน้า Canonical (ตามความหมายของคำว่า "ซ้ำ")

หน้าที่มีการเปลี่ยนเส้นทาง

หน้านี้คือ URL ที่ไม่ใช่ Canonical ซึ่งเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าอื่น ดังนั้น URL นี้จะไม่ได้รับการจัดทําดัชนี URL เป้าหมายของการเปลี่ยนเส้นทางอาจได้รับหรือไม่ได้รับการจัดทําดัชนี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณา URL เป้าหมายนั้นของ Google

Canonical URL ที่มีการเปลี่ยนเส้นทางสามารถจัดทําดัชนีได้

หากคุณดู URL นี้ในรายงานการตรวจสอบ URL ข้อมูลที่จัดทําดัชนีไว้จะมีผลกับ URL ที่ทดสอบ (ไม่สนใจการเปลี่ยนเส้นทาง) หากต้องการดูสถานะดัชนีของ Canonical URL ที่เชื่อมโยงกับ URL นี้ (URL ที่อยู่ในดัชนีของ Google) ให้คลิกปุ่มตรวจสอบในรายงาน ตรงส่วนการจัดทําดัชนีหน้าเว็บ > การจัดทําดัชนี

การทดสอบการตรวจสอบ URL ที่เผยแพร่อยู่จะติดตามการเปลี่ยนเส้นทาง จากนั้นทดสอบ URL สุดท้าย แม้ว่าการทดสอบเวอร์ชันที่ใช้จริงไม่ได้บ่งชี้ว่ามีการติดตามการเปลี่ยนเส้นทาง


คำเตือน

คําเตือนจะแสดงในตารางปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานหน้าเว็บในหน้าสรุปของรายงานการจัดทำดัชนีหน้าเว็บ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลให้จัดทำดัชนีหน้าไม่ได้ แต่ทำให้ความสามารถของ Google ในการทำความเข้าใจและจัดทําดัชนีหน้าเว็บลดลง

จัดทำดัชนีแล้ว แม้จะถูกบล็อกโดย robots.txt

หน้าเว็บได้รับการจัดทำดัชนีแม้จะถูกบล็อกโดยไฟล์ robots.txt ของเว็บไซต์ Google ดำเนินการตาม robots.txt เสมอ แต่อาจไม่ได้เป็นการป้องกันการจัดทำดัชนีหากมีบุคคลอื่นลิงก์มายังหน้าเว็บของคุณ Google จะไม่ขอและทำการ Crawl หน้าดังกล่าว แต่เราจะยังคงจัดทำดัชนีหน้าได้โดยใช้ข้อมูลจากหน้าที่ลิงก์กับหน้าที่ถูกบล็อก กฎของ robots.txt อาจทำให้ตัวอย่างข้อมูลใดๆ ที่แสดงในผลการค้นหาของ Google Search สำหรับหน้าเว็บนั้นถูกจำกัดอย่างมาก

ขั้นตอนถัดไป

หน้าเว็บได้รับการจัดทำดัชนีโดยไม่มีเนื้อหา

หน้าเว็บนี้ปรากฏในดัชนีของ Google แต่ Google อ่านเนื้อหาไม่ได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง สาเหตุที่เป็นไปได้คืออาจมีการปิดบังหน้าเว็บจริงไม่ให้ Google อ่าน หรือหน้าเว็บอาจอยู่ในรูปแบบที่ Google จัดทำดัชนีไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่กรณีของการบล็อกด้วย robots.txt ตรวจสอบหน้าเว็บ แล้วดูรายละเอียดในส่วนการครอบคลุม


จัดทำดัชนีแล้ว

คุณจะเห็นจำนวน URL ที่จัดทำดัชนีแล้วในกราฟบนหน้าสรุป คุณสามารถดูรายการตัวอย่าง URL และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ URL ดังกล่าวได้โดยคลิกดูข้อมูลเกี่ยวกับหน้าเว็บที่จัดทำดัชนีใต้กราฟ

หน้าได้รับการจัดทำดัชนีแล้ว

มีการจัดทําดัชนีหน้านี้เรียบร้อยแล้ว แต่อาจมีปัญหาอื่นๆ ที่ควรแก้ไข เช่น ปัญหาความสามารถในการใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือปัญหาเกี่ยวกับ Structured Data ปัญหาอื่นๆ จะอธิบายไว้ในส่วนที่เกี่ยวข้องในรายงานการตรวจสอบ URL

 

 

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

true
เป็นมือใหม่ Search Console ใช่ไหม

หากไม่เคยใช้ Search Console มาก่อน เริ่มได้เลยที่นี่ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ ผู้เชี่ยวชาญ SEO หรือนักพัฒนาเว็บไซต์

ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
true
true
true
83844