Get started with Tag Manager

การนำไปใช้จริง เวอร์ชัน และการอนุมัติ

นำคอนเทนเนอร์ไปใช้จริง

เมื่อคุณนำคอนเทนเนอร์ไปใช้จริง Tag Manager จะทำให้การเปลี่ยนแปลงมีผลกับสภาพแวดล้อมที่เลือกไว้ หากเพิ่มหรือแก้ไขแท็ก ทริกเกอร์ และตัวแปรในพื้นที่ทำงาน คุณจะต้องนำการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นไปใช้จริงเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผลกับเว็บไซต์หรือแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่

วิธีนำพื้นที่ทำงานปัจจุบันไปใช้จริง

  1. ไปที่ https://tagmanager.google.com
  2. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ดูวิธีสร้างบัญชี Google
  3. เปิดคอนเทนเนอร์ Tag Manager ที่ต้องการแก้ไข
  4. คลิกส่งที่ด้านขวาบนของหน้าจอ หน้าจอส่งการเปลี่ยนแปลงจะปรากฏขึ้น พร้อมด้วยตัวเลือกสำหรับนำคอนเทนเนอร์ไปใช้จริงและบันทึกเวอร์ชันของคอนเทนเนอร์
  5. เลือกนำไปใช้จริงและสร้างเวอร์ชันหากระบบไม่ได้เลือกไว้อยู่แล้ว
  6. ตรวจสอบส่วนการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทำงานเพื่อดูว่าการกำหนดค่าปรากฏตามที่คาดไว้หรือไม่
  7. ป้อนชื่อเวอร์ชันและคำอธิบายเวอร์ชัน
  8. หากคุณกำหนดค่าให้ Tag Manager ใช้หลายสภาพแวดล้อม ให้ใช้ส่วนนำไปใช้จริงในสภาพแวดล้อมเพื่อเลือกว่าจะนำไปใช้จริงกับสภาพแวดล้อมใด
  9. คลิกเผยแพร่
คุณสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงก่อนนำไปใช้จริงได้ โดยใช้เมนูการดำเนินการเพิ่มเติม เพิ่มเติม ในส่วนการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทํางานเพื่อดูความแตกต่างระหว่างเวอร์ชันขององค์ประกอบที่ต้องการ หรือยกเลิกการเปลี่ยนแปลง คลิกชื่อองค์ประกอบในรายการเพื่อดูหน้าจอรายละเอียดแบบขยาย ซึ่งในหน้านี้คุณจะสามารถตรวจสอบว่าแต่ละองค์ประกอบมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ทำการเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้าย หรือยกเลิกการเปลี่ยนแปลงได้

เวอร์ชัน

เวอร์ชันคือภาพรวมของการกำหนดค่าคอนเทนเนอร์ในช่วงเวลาหนึ่งๆ คุณจะบันทึกสถานะปัจจุบันของพื้นที่ทำงานเป็นเวอร์ชันได้ทุกเมื่อ ซึ่งจะช่วยให้เปลี่ยนพื้นที่ทำงานกลับไปเป็นเวอร์ชันก่อนหน้าได้หากจำเป็น

เวอร์ชันช่วยให้แก้ไขข้อผิดพลาดได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น หากมีผู้ที่นำคอนเทนเนอร์เวอร์ชันหนึ่งไปใช้จริงโดยไม่ตั้งใจก่อนที่เวอร์ชันนั้นจะพร้อมสำหรับนำไปใช้ คุณจะเปลี่ยนพื้นที่ทำงานกลับไปเป็นเวอร์ชันก่อนหน้าและนำไปใช้จริงได้

ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์อนุมัติหรือสิทธิ์ที่สูงกว่าจะสร้างเวอร์ชันได้ ทุกครั้งที่มีการนำคอนเทนเนอร์ไปใช้จริง ระบบจะบันทึกเวอร์ชันของคอนเทนเนอร์นั้นไว้

วิธีบันทึกพื้นที่ทำงานปัจจุบันเป็นเวอร์ชันก่อนนำไปใช้จริง

  1. คลิกส่ง หน้าจอส่งการเปลี่ยนแปลงจะปรากฏขึ้น พร้อมด้วยตัวเลือกสำหรับบันทึกหรือนำเวอร์ชันไปใช้จริง (หากเป็นลูกค้า Google Marketing Platform ระบบจะแสดงตัวเลือกสำหรับส่งคำขออนุมัติด้วย)
  2. คลิกสร้างเวอร์ชัน
  3. ป้อนชื่อเวอร์ชันและคำอธิบายเวอร์ชัน
  4. คลิกสร้าง

วิธีนำเวอร์ชันที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ของคอนเทนเนอร์ไปใช้จริงในเว็บไซต์

  1. คลิกเวอร์ชัน
  2. คลิกเวอร์ชันที่ต้องการในตาราง
  3. คลิกการทำงาน จากนั้น นำไปใช้จริง

Tag Manager จะเก็บประวัติการนำไปใช้จริงไว้ คุณจึงดูได้ว่าเวอร์ชันต่างๆ มีการนำไปใช้จริงเมื่อใดและใครเป็นผู้ดำเนินการ หากต้องการดูประวัติการนำไปใช้จริง ไปที่เวอร์ชัน แล้วมองหารายการที่มีวันที่ในคอลัมน์นำไปใช้แล้ว

วิธีใช้เวอร์ชันคอนเทนเนอร์ที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้แทนเวอร์ชันปัจจุบัน

  1. คลิกเวอร์ชัน
  2. คลิกเมนูการทำงานติดกับเวอร์ชันคอนเทนเนอร์ที่ต้องการ
  3. เลือกกำหนดเป็นเวอร์ชันล่าสุด

การดำเนินการนี้จะใช้เนื้อหาของเวอร์ชันคอนเทนเนอร์ที่เลือกแทนแบบร่างคอนเทนเนอร์ปัจจุบัน จากนั้นคุณอาจทำการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมกับแบบร่างคอนเทนเนอร์ และนำการเปลี่ยนแปลงไปใช้จริงเมื่อพร้อมได้

หากต้องการนำเวอร์ชันที่เฉพาะเจาะจงไปใช้จริง ไปที่หน้าจอเวอร์ชัน ระบุเวอร์ชันที่คุณต้องการนำไปใช้จริง แล้วเลือกนำไปใช้จริงที่... จากเมนูการทำงาน

เมื่อคุณสร้างหรือนำเวอร์ชันไปใช้จริง ให้ป้อนชื่อเวอร์ชัน และคำอธิบายที่จะทำให้ทราบได้ง่ายๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้นบ้าง เช่น

  • ชื่อเวอร์ชัน: "การเปิดตัวแท็กการดูหน้าเว็บของ GA ครั้งแรก"
  • คำอธิบาย: "เปิดตัวแท็กการดูหน้าเว็บของ Google Analytics ใน example.com"
หมายเหตุ: เมื่อคุณสร้างคอนเทนเนอร์ใหม่ ระบบจะสร้างเวอร์ชันเริ่มต้นที่ชื่อ "เวอร์ชัน 1 - คอนเทนเนอร์ว่าง" ให้คุณโดยอัตโนมัติ

การอนุมัติ

ฟีเจอร์นี้ใช้ได้เฉพาะใน Google Tag Manager 360 ซึ่งรวมอยู่ใน Google Marketing Platform

คอนเทนเนอร์ที่เป็นของบัญชี Tag Manager 360 จะเพิ่มการอนุมัติให้กับเวิร์กโฟลว์ของตนได้ ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์แก้ไขหรือสิทธิ์ในระดับที่สูงกว่าจะเห็นตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับส่งคำขออนุมัติเพื่อนำการเปลี่ยนแปลงจากผู้ใช้รายนั้นไปใช้จริง

ผู้ใช้ที่ส่งคำขออนุมัติมีตัวเลือกในการกำหนดผู้ใช้เฉพาะเจาะจงให้ตรวจสอบคำขอ และแสดงความคิดเห็นพร้อมด้วยวิธีการหรือข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ใช้ทุกรายที่มีสิทธิ์อนุมัติหรือนำไปใช้จริงจะดำเนินการกับคำขอได้ แต่การกำหนดคำขอให้กับผู้ใช้ที่เฉพาะเจาะจงเป็นวิธีที่ดีในการแจ้งเรื่องคำขออนุมัติไปยังบุคคลที่คุณต้องการ

การอนุมัติคำขอ

วิธีส่งคำขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงที่ทำกับพื้นที่ทำงาน

  1. คลิกส่ง
  2. เลือกส่งคำขออนุมัติ
  3. ไม่บังคับ: คลิกเลือกผู้อนุมัติเพื่อระบุผู้ที่จะตรวจสอบและอนุมัติคำขอของคุณ
  4. ไม่บังคับ: ใช้ส่วนความคิดเห็นเพื่อเพิ่มคำอธิบายที่สื่อความหมายเพื่อช่วยให้ผู้อนุมัติเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่ขอ
  5. คลิกส่งคำขอ

หากคุณใช้พื้นที่ทำงานซึ่งมีการอนุมัติที่รอดำเนินการอยู่ จะเห็นแบนเนอร์ที่ระบุว่าพื้นที่ทำงานมีสถานะรอการอนุมัติ คลิกดูคำขอเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการส่งคำขอ

คำขออนุมัติ

หน้าการอนุมัติจะแสดงรายการคำขออนุมัติทั้งหมดที่ส่งไปให้คอนเทนเนอร์ที่กำหนดแล้ว รายการเหล่านี้จะมีคำขอในการนำพื้นที่ทำงานไปใช้จริง อนุมัติลิงก์บัญชีภายนอก และเพิ่มแท็กที่พุชจาก Campaign Manager 360 เมื่อมีคำขอที่รอการอนุมัติ แท็บการอนุมัติจะมีตัวระบุกำกับไว้ ดังนี้

  • วงกลมสีน้ำเงินหมายความว่ามีคำขอที่รอการอนุมัติ ซึ่งได้รับการกำหนดให้ผู้ใช้รายอื่น หรือใครก็ตามก็สามารถตรวจสอบและอนุมัติได้
  • วงกลมสีแดงหมายความว่ามีคำขอที่รอการอนุมัติซึ่งกำหนดให้คุณตรวจสอบโดยเฉพาะ

วิธีตรวจสอบและอนุมัติ หรือปฏิเสธคำขออนุมัติ

  1. คลิกแท็บการอนุมัติ
  2. คลิกชื่อของรายการที่จะอนุมัติ
  3. ตรวจสอบรายละเอียดของคำขอ
  4. ไม่บังคับ: หากต้องการกำหนดผู้อนุมัติที่เฉพาะเจาะจง ให้คลิกเลือกผู้อนุมัติ
  5. ไม่บังคับ: หากต้องการเพิ่มความคิดเห็นให้กับคำขอ ให้คลิกเพิ่มความคิดเห็น
  6. คลิกอนุมัติเพื่ออนุมัติคำขอ ส่งกลับเพื่อปฏิเสธคำขอและให้ผู้ส่งเดิมแก้ไขเพิ่มเติม หรือยกเลิกเพื่อยกเลิกคำขอ
ฟังก์ชันการอนุมัติช่วยให้ลูกค้า Tag Manager 360 สร้างเวิร์กโฟลว์การทำงานร่วมกันสำหรับองค์กรของตน และช่วยให้เอเจนซีบุคคลที่สามหรือผู้ใช้รายอื่นๆ มีสิทธิ์เข้าถึงกระบวนการกำหนดค่าแท็กได้ในแนวทางที่ผู้มีส่วนร่วมหลักๆ จะควบคุมแบบรวมศูนย์ได้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานขององค์กรและลดข้อผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุด เจ้าของคอนเทนเนอร์อาจเลือกให้สิทธิ์นำไปใช้จริงแก่ผู้ใช้มากประสบการณ์เพียงกลุ่มเล็กๆ ที่จะตรวจสอบและอนุมัติคำขอนำไปใช้จริงได้
หน้านี้อาจมีเนื้อหาที่แปลโดยใช้เทคโนโลยี AI การแปลโดย AI อาจมีข้อผิดพลาด

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม

เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

true
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
เมนูหลัก
11159890938978913686
true
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
false
true
true
true
true
true
102259
false
false
false
false
false