สร้างแคมเปญ TrueView for Action

แคมเปญ TrueView for Action ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและ Conversion โดยการเพิ่มคำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) ที่โดดเด่น การวางข้อความซ้อนในบรรทัดแรก และ End Screen ลงในโฆษณาวิดีโอ การใช้แคมเปญวิดีโอประเภทย่อยนี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าสำรวจผลิตภัณฑ์หรือบริการ แชร์ข้อมูลติดต่อ และทำสิ่งอื่นๆ ที่มีคุณค่าต่อธุรกิจของคุณได้ 

บทความนี้จะอธิบายวิธีตั้งค่าแคมเปญ TrueView for Action ใน Google Ads 

โปรดทราบว่า: คุณจะต้องตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion ก่อนจึงจะตั้งค่าแคมเปญ TrueView for Action ได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือวัด Conversion

ลักษณะการทำงาน

แคมเปญ TrueView for Action ประกอบด้วย CTA, บรรทัดแรก, End Screen และไซต์ลิงก์ (ไม่บังคับ)

  • คุณสร้างแคมเปญ TrueView for Action ได้โดยใช้เป้าหมาย "โอกาสในการขาย" หรือ "การเข้าชมเว็บไซต์" เพื่อเพิ่ม Conversion ที่เกี่ยวข้องในเว็บไซต์และเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกันโดยรวมของเว็บไซต์ ทั้ง 2 เป้าหมายเน้นการกำหนดเป้าหมายและการเสนอราคาอัตโนมัติเพื่อให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญได้ 
  • แคมเปญ TrueView for Action ใช้ได้กับแคมเปญวิดีโอใน YouTube
  • แคมเปญ TrueView for Action ทำงานได้ในรูปแบบโฆษณาในสตรีมเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าโฆษณาจะเล่นก่อน ระหว่าง หรือหลังจากอีกวิดีโอหนึ่งใน YouTube หรือพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google โดยผู้ชมจะเลือกข้ามโฆษณาได้หลังจากผ่านไปแล้ว 5 วินาที
  • วิดีโอที่ใช้ในโฆษณาควรมีความยาวอย่างน้อย 10 วินาที
  • บรรทัดแรกมีอักขระได้สูงสุด 15 ตัว และเป็นบรรทัดข้อความหลักที่อยู่ติดกับโฆษณาวิดีโอ 
  • บรรทัดแรกทำหน้าที่โปรโมตผลิตภัณฑ์หรือบริการ 
  • แคมเปญ TrueView for Action มีไซต์ลิงก์ได้สูงสุด 4 รายการ
  • CTA มีอักขระได้สูงสุด 10 ตัวและจะปรากฏอยู่ข้างๆ บรรทัดแรก
  • CTA จะนำผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ที่คุณระบุให้เป็น URL สุดท้าย 
  • โฆษณาในแคมเปญ TrueView for Action จะเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ชมและกระตุ้นให้ดำเนินการหลังจากที่วิดีโอเริ่มเล่น
  • End Screen จะแสดงหลังจากที่ผู้ชมดูโฆษณาจนถึงตอนท้าย โดยจะแสดงเป็นเวลา 5 วินาทีในอุปกรณ์เคลื่อนที่และ 7 วินาทีในคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป
  • ระบบจะสร้าง End Screen โดยอัตโนมัติโดยอิงจากช่อง YouTube 

Visualization of creating a TrueView for Action CTA

ต่อไปนี้จะเป็นวิธีการตั้งค่าแคมเปญ TrueView for Action ใน Google Ads

วิธีการ

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกแคมเปญในเมนูหน้าเว็บทางซ้าย
  3. คลิกปุ่มบวก แล้วเลือกแคมเปญใหม่
  4. เลือกเป้าหมายเป็นโอกาสในการขายหรือการเข้าชมเว็บไซต์
  5. เลือกประเภทแคมเปญวิดีโอ
  6. คลิกต่อไป
  7. กรอกชื่อแคมเปญ
  8. ในส่วน "กลยุทธ์การเสนอราคา" ให้ตั้งค่ากลยุทธ์การเสนอราคาเป็นเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด หรือ CPA เป้าหมาย หากคุณเลือก CPA เป้าหมาย ให้ตั้งค่าจำนวนเงินเป้าหมายที่ยินดีใช้จ่ายสำหรับ Conversion 1 รายการ
  9. ในส่วน "งบประมาณและวันที่" ให้กำหนดประเภทงบประมาณ วันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของแคมเปญ และวิธีการแสดงโฆษณาสำหรับงบประมาณ 
    • ในส่วนประเภทงบประมาณ ให้เลือกรายวัน (จำนวนเงินเฉลี่ยที่คุณต้องการใช้จ่ายในแต่ละวัน) หรือแคมเปญ (งบประมาณรวมที่คุณต้องการใช้สำหรับช่วงเวลาของแคมเปญ) แล้วป้อนจำนวนเงินที่ต้องการใช้
    • ในส่วนวิธีการแสดงโฆษณาสำหรับงบประมาณ ให้เลือกมาตรฐาน (เพื่อใช้จ่ายงบประมาณอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลา) หรือจะเลือกแบบเร่ง (เพื่อใช้งบประมาณโดยเร็วที่สุด) ก็ได้ หากเลือกแบบเร่ง งบประมาณของคุณอาจหมดอย่างรวดเร็ว 
  10. ในส่วน "เครือข่าย" ให้ตำแหน่งที่ต้องการให้แคมเปญ TrueView for Action ปรากฏ ในกรณีที่แคมเปญมีสิทธิ์ คุณจะเลือกเครือข่ายต่อไปนี้ได้มากกว่า 1 รายการ
    • วิดีโอ YouTube: โฆษณาจะปรากฏในวิดีโอ YouTube, หน้าช่อง และหน้าแรกของ YouTube คุณใช้โฆษณาในสตรีมได้
    • พาร์ทเนอร์วิดีโอบนเครือข่ายดิสเพลย์: โฆษณาจะปรากฏในแอปและเว็บไซต์ของพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google
  11. เลือกภาษาและสถานที่ตั้งสำหรับเป้าหมายของแคมเปญ
  12. เลือกการตั้งค่าการยกเว้นเนื้อหาเพื่อกำหนดที่ที่แคมเปญจะทำงาน
  13. (ไม่บังคับ) คลิกการตั้งค่าเพิ่มเติมเพื่อกำหนดเป้าหมายอุปกรณ์ที่เฉพาะเจาะจง ตั้งความถี่สูงสุด และตั้งกำหนดการให้กับโฆษณา
  14. ป้อนชื่อกลุ่มโฆษณา
  15. เลือกประเภทข้อมูลประชากรและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเข้าถึง
  16. เลือกคีย์เวิร์ด หัวข้อ และตำแหน่งที่ต้องการให้โฆษณาแสดง
  17. ตั้งราคาเสนอ หากมี
  18. ในส่วน "สร้างโฆษณาวิดีโอ" ให้ค้นหาวิดีโอที่คุณอัปโหลดไว้ หรือป้อน URL ของวิดีโอจาก YouTube ทั้งนี้ระบบจะเลือก "โฆษณาในสตรีม" เป็นรูปแบบโฆษณาโดยอัตโนมัติ
    • วิดีโอที่ใช้ในโฆษณาควรมีความยาวอย่างน้อย 10 วินาที
  19. ป้อน URL สุดท้าย ซึ่งก็คือหน้า Landing Page ที่คุณต้องการให้ผู้ใช้มาถึงเมื่อคลิกโฆษณา
  20. ป้อน URL ที่แสดง ซึ่งอาจเป็นเวอร์ชันที่สั้นกว่าของ URL สุดท้าย หรือเหมือนกับ URL สุดท้ายก็ได้
  21. ป้อนคำกระตุ้นการตัดสินใจ ซึ่งควรดึงดูดและนำผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ที่ระบุไว้ใน URL สุดท้าย
  22. ป้อนบรรทัดแรก ซึ่งจะปรากฏเป็นบรรทัดข้อความหลักที่โปรโมตผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ
  23. (ไม่บังคับ) คลิกตัวเลือก URL ของโฆษณา (ขั้นสูง) เพื่อเพิ่มเทมเพลตการติดตาม คำต่อท้าย URL สุดท้าย หรือพารามิเตอร์ที่กำหนดเองให้กับ URL สุดท้าย
  24. เลือกรูปภาพที่ระบบสร้างโดยอัตโนมัติจากวิดีโอในช่อง YouTube (แนะนำ) หรือรูปภาพที่คุณอัปโหลดด้วยตนเองเพื่อใช้เป็นแบนเนอร์ที่แสดงร่วมกัน ทั้งนี้แบนเนอร์ดังกล่าวจะปรากฏในคอมพิวเตอร์เท่านั้น
  25. ป้อนชื่อโฆษณา
  26. คลิกบันทึกและต่อไป
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว