เกี่ยวกับพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google

ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2021 เป็นต้นไป แคมเปญวิดีโอเพื่อกระตุ้นการกระทําใหม่ที่คุณสร้างใน Google Ads จะใช้พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google โดยอัตโนมัติ แคมเปญวิดีโอเพื่อกระตุ้นการกระทำสามารถบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ด้วยบรรทัดแรกที่ยาวขึ้น และเข้าถึงตําแหน่งที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ฟีดบนหน้าแรกของ YouTube หน้าสําหรับดู ฟีดหน้าแนะนำให้รับชม และพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ภายในแคมเปญเดียว เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับประสิทธิภาพที่ดีที่สุดทั่วทั้งเครือข่ายของ Google คุณจะไม่สามารถเลือกไม่ใช้พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google สำหรับแคมเปญวิดีโอเพื่อกระตุ้นการกระทำได้

พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google คือเว็บไซต์และแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ของผู้เผยแพร่โฆษณาคุณภาพสูงซึ่งใช้แสดงโฆษณาวิดีโอต่อผู้ชมนอก YouTube ได้

ผู้เผยแพร่โฆษณาของพาร์ทเนอร์วิดีโอจะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด และต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานด้านคุณภาพพื้นที่โฆษณาของ Google และยังต้องปฏิบัติตามนโยบายที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มการจัดการโฆษณาอีกด้วย (ซึ่งอาจรวมถึง Google Ad Manager, AdMob หรือ AdSense) การรับประกันความปลอดภัยของโฆษณาวิดีโอเป็นการรับประกันว่าโฆษณาจะใช้เนื้อหาบางประเภทสร้างรายได้ไม่ได้ ทั้งใน YouTube และพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google

ในบทความนี้ คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการใช้พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google เป้าหมายและรูปแบบโฆษณาที่รองรับ และบริเวณที่โฆษณาแสดงได้ในพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google

Google video partners for Google Ads

ประโยชน์ในการใช้พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google

แสดงโฆษณาในเนื้อหาที่เหมาะกับแบรนด์

เว็บไซต์และแอปพาร์ทเนอร์วิดีโอประกอบด้วยผู้เผยแพร่โฆษณาชั้นนำในหมวดหมู่เกม กีฬา บันเทิง ข่าวสาร และอื่นๆ

แสดงโฆษณาในอุปกรณ์ต่างๆ

โฆษณาวิดีโอในพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ปรากฏได้บนคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เว็บเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ แอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และหน้าจอทีวี โดยโฆษณาจะแสดงอยู่ภายในโปรแกรมเล่นวิดีโอ หรือแสดงเป็นโฆษณาคั่นระหว่างหน้าเมื่อแสดงในแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่

Google video partners ad content placement [infographic]

ควบคุมตำแหน่งที่โฆษณาปรากฏ

โฆษณาวิดีโอบนพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ให้การควบคุมที่มีประสิทธิภาพ การตั้งค่าเนื้อหา และการกำหนดเป้าหมายแบบเดียวกับที่ใช้ได้ใน YouTube คุณจะควบคุมที่ที่โฆษณาปรากฏได้ด้วยฟีเจอร์ต่อไปนี้

  • การกําหนดกลุ่มเป้าหมาย: กําหนดผู้ที่คุณต้องการเข้าถึงโดยใช้กลุ่มเป้าหมายต่างๆ ดูข้อมูลเพิ่มเติม
  • การกำหนดเป้าหมายตามเนื้อหา: กำหนดที่ที่ต้องการให้โฆษณาแสดงในพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ตามตำแหน่งการกำหนดเป้าหมาย หัวข้อ คีย์เวิร์ด และอุปกรณ์ ดูข้อมูลเพิ่มเติม
  • การยกเว้นเนื้อหา: เนื้อหาบนพาร์ทเนอร์วิดีโอจะได้รับการจัดหมวดหมู่โดยใช้ป้ายกำกับเนื้อหาดิจิทัลเช่นเดียวกับใน YouTube ทั้งนี้ ระบบจะยกเว้นเนื้อหาสำหรับผู้บรรลุนิติภาวะและที่ไม่ได้ติดป้ายกำกับออกจากแคมเปญวิดีโอโดยค่าเริ่มต้น คุณยังใช้ประเภทพื้นที่โฆษณาเพื่อเลือกไม่ใช้กลุ่มเนื้อหาที่ละเอียดอ่อนซึ่งไม่สอดคล้องกับแบรนด์หรือสารที่แคมเปญต้องการสื่อได้อีกด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติม
  • การยกเว้นตำแหน่ง: ดูที่ที่โฆษณาปรากฏในแท็บ "ที่ที่โฆษณาแสดง" ใต้ "ตำแหน่งโฆษณา" ใน Google Ads โดยคุณยกเว้นตำแหน่งโฆษณาที่ไม่เหมาะกับแบรนด์หรือทำงานต่อกลุ่มเป้าหมายได้ไม่ดีได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ขยายการเข้าถึงและให้ผลลัพธ์นอก YouTube

  • การเข้าถึง: พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ช่วยให้คุณดึงดูดผู้ใช้ใหม่นอก YouTube และช่วยเพิ่มการเข้าถึงของโฆษณาวิดีโอ ผู้ลงโฆษณาอาจเข้าถึงได้มากขึ้นสูงสุด 20% โดยใช้งบประมาณที่กำหนดด้วยการเพิ่มพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ในแคมเปญ คุณใช้ตัวเลือกการกำหนดเป้าหมายเดียวกันทั้งใน YouTube และพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google และแบ่งกลุ่มการรายงานเพื่อวัดประสิทธิภาพตามเครือข่ายได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติม
  • ยอดดูวิดีโอ: เมื่อมีผู้ดูโฆษณาในสตรีมแบบข้ามได้บนพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google วิดีโอ YouTube ของคุณจะได้ยอดดูเพิ่มด้วย
  • การมองเห็นโฆษณาา: การมองเห็นโฆษณาเฉลี่ยของโฆษณาวิดีโอที่ใช้พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google คือ 90% (แหล่งที่มา: ข้อมูลภายในของ Google, เมษายน 2019)
  • Conversion: TrueView for Action ช่วยให้คุณเพิ่มคำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) บรรทัดแรก และ End Screen ในโฆษณาวิดีโอ และเพิ่ม Conversion ได้โดยใช้ต้นทุนที่ต่ำลง จากการศึกษาที่มีอยู่พบว่า ผู้ลงโฆษณาที่เพิ่มพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ในแคมเปญ TrueView for Action (ที่มีการเสนอราคา CPA เป้าหมาย) ได้รับ Conversion เพิ่มมากกว่า 10% และมี CPA ต่ำลงกว่า 20% เนื่องจากพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google (แหล่งที่มา: ข้อมูลภายในของ Google, ทั่วโลก, ตุลาคม - พฤศจิกายน 2019)
  • ผลกระทบ: โฆษณาในพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google จะช่วยให้ลูกค้ารู้จักผลิตภัณฑ์และสนใจแบรนด์ของคุณมากขึ้น จากการศึกษาแบบเดียวกันกว่า 1,000 รายการใน YouTube และพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google เราพบ Brand Lift ที่คล้ายกันสำหรับโฆษณาแบบ TrueView for Action ที่แสดงอยู่ใน YouTube และพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google (แหล่งที่มา: Google Video Partners Brand Lift meta-analysis, ทั่วโลก, 2019)

เป้าหมายและรูปแบบโฆษณาที่รองรับ

หากต้องการแสดงโฆษณาในพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ให้เลือกเป้าหมายข้อใดข้อหนึ่งใน Google Ads ต่อไปนี้

  • ยอดขาย
  • โอกาสในการขาย
  • การเข้าชมเว็บไซต์
  • การพิจารณาผลิตภัณฑ์และแบรนด์
  • การรับรู้ถึงแบรนด์และการเข้าถึง

รูปแบบโฆษณาวิดีโอของคุณต้องได้รับการรองรับเพื่อแสดงบนพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ด้วย รูปแบบโฆษณาวิดีโอที่รองรับ ได้แก่

รวมพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ไว้ในแคมเปญวิดีโอ

ระบบจะรวมพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ไว้ในแคมเปญวิดีโอส่วนใหญ่โดยค่าเริ่มต้น เมื่อสร้างแคมเปญหรือดูการตั้งค่าแคมเปญใน Google Ads คุณจะสามารถขยายส่วน "เครือข่าย" เพื่อดูเครือข่ายโฆษณาที่รวมอยู่ในแคมเปญได้ พาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google จะปรากฏเป็น "พาร์ทเนอร์วิดีโอในเครือข่ายดิสเพลย์" ในส่วน "เครือข่าย"

เราขอแนะนำให้รวมพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google ไว้ในแคมเปญวิดีโอที่มีสิทธิ์เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและประหยัดต้นทุน โปรดอัปเดตการตั้งค่าแคมเปญ หากแคมเปญวิดีโอที่ใช้งานอยู่ไม่มีพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google หรือแคมเปญวิดีโอใช้รูปแบบโฆษณาที่ไม่รวมพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google โดยอัตโนมัติ

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกแคมเปญวิดีโอในแผงการนำทางด้านซ้าย
  3. เลือกแคมเปญที่คุณต้องการเพิ่มพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google
  4. คลิกการตั้งค่าในเมนูหน้าเว็บทางด้านซ้าย
  5. ในหน้า "การตั้งค่า" ให้ขยายส่วน "เครือข่าย"
  6. เลือกช่องทำเครื่องหมายถัดจาก "พาร์ทเนอร์วิดีโอในเครือข่ายดิสเพลย์"
  7. คลิกบันทึก แคมเปญวิดีโอมีสิทธิ์แสดงบนพาร์ทเนอร์วิดีโอของ Google แล้ว
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว

false
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
73067
false