นำเข้า Conversion จากการคลิกโฆษณาไปยัง Google Ads

การนำเข้า Conversion ช่วยให้คุณเห็นว่าโฆษณาออนไลน์ส่งผลต่อยอดขายออฟไลน์และการกระทำอื่นๆ ที่มีคุณค่าอย่างไรบ้าง บทความนี้จะอธิบายวิธีการเตรียมไฟล์เพื่อนำเข้า Conversion ที่คุณได้รับจากการคลิกโฆษณาไปยัง Google Ads

หากต้องการดูวิธีการนำเข้า Conversion จากการโทร โปรดดูนำเข้า Conversion การโทร

ก่อนเริ่มต้น

ก่อนนำเข้า Conversion อย่าลืมทำตามวิธีการตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion ออฟไลน์ให้ครบทั้งหมด

คุณนำเข้าข้อมูลไปไว้ใน Google Ads ได้โดยการอัปโหลดหรือลิงก์กับไฟล์ผ่านอินเทอร์เฟซ Google Ads หรือโดยการส่งข้อมูลผ่าน Google Ads API (AdWords API) บทความนี้จะอธิบายวิธีนำเข้า Conversion โดยการอัปโหลดหรือลิงก์กับไฟล์ หากคุณต้องการส่งข้อมูลผ่าน Google Ads API (AdWords API) โปรดอ่านบทความช่วยเหลือนี้จากคู่มือสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ API

วิธีการ

ทำตามวิธีการด้านล่างเพื่อเตรียมพร้อมและนำเข้าข้อมูล Conversion

1. เตรียมข้อมูลสำหรับการนำเข้า

  1. ดาวน์โหลดเทมเพลตโดยอิงตามประเภท Conversion ที่ต้องการอัปโหลด (ดาวน์โหลด Excel, CSV หรือ Google ชีต) นอกจากนี้คุณยังดาวน์โหลดเทมเพลตจากอินเทอร์เฟซ Google Ads ได้ด้วย โดยทำดังนี้
    1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
    2. คลิกไอคอนเครื่องมือ ที่มุมขวาบนของบัญชี
    3. คลิก Conversion ในส่วน "การวัด"
    4. คลิกอัปโหลดในเมนูด้านซ้าย
    5. คลิกปุ่มบวก
    6. คลิกดูเทมเพลต
    7. ค้นหาเทมเพลตสำหรับ "Conversion จากคลิก" แล้วเลือกรูปแบบเทมเพลตที่ต้องการดาวน์โหลด
  2. ดูหลักเกณฑ์ต่อไปนี้เพื่ออัปโหลดสเปรดชีต
    1. ระวังอย่านำคอลัมน์ที่ขึ้นต้นด้วย "Google Click ID" ออก ไม่เช่นนั้นจะนำเข้าไม่สำเร็จ
    2. ตรวจสอบว่าข้อมูลของคุณไม่มีคอลัมน์เพิ่มเติมหรือข้อมูลส่วนบุคคล
    3. หากต้องการให้ Google Ads นำเข้า Conversion โดยอัตโนมัติตามกำหนดการอย่างสม่ำเสมอ (ดูขั้นตอนที่ 2: นำเข้า Conversion) คุณต้องใช้ Google ชีตหรือลิงก์กับไฟล์ทาง HTTPS หรือ SFTP

    หากนำเข้า Conversion ภายใน 1 วันที่มีการคลิก Google Ads อาจยังบันทึก Conversion เหล่านั้นไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดคืออัปโหลดข้อมูลซึ่งมีปริมาณเกิน 1 วันในการนำเข้าแต่ละครั้ง Google Ads จะไม่นับ Conversion ที่ซ้ำกันโดย Google Ads จะใช้ชื่อการกระทำที่ถือเป็น Conversion, เวลาที่เกิด Conversion และ Google Click ID (GCLID) ที่เชื่อมโยงกับ Conversion หนึ่งๆ เพื่อพิจารณาว่า Conversion นั้นเป็น Conversion ที่ซ้ำหรือไม่

    โปรดทราบว่า หากคุณใช้การระบุแหล่งที่มาภายนอกกับการนำเข้า Conversion โปรดดูเกี่ยวกับการนำเข้า Conversion ที่มาจากภายนอกด้านล่างเพื่อดูเทมเพลตการอัปโหลดที่เหมาะสมและฟีเจอร์เพิ่มเติม

  3. ป้อนเขตเวลาโดยใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งต่อไปนี้ (อย่าใส่เขตเวลาในเครื่องหมายคำพูดหรืออักขระพิเศษอื่นๆ)
    1. ป้อนรหัสเขตเวลา เราขอแนะนำให้ใช้วิธีนี้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในระหว่างช่วงที่เปลี่ยนไปใช้เวลาออมแสง เช่น - พารามิเตอร์:TimeZone=America/Chicago

    2. ป้อนค่าชดเชย GMT โดยการใส่เครื่องหมาย + หรือ - แล้วตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลัก (เช่น ค่าชดเชยของนิวยอร์กคือ -0500 และของเบอร์ลินคือ +0100) หากคุณใช้เวลามาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time) ป้อนเพียง +0000 เช่น - พารามิเตอร์:TimeZone=-0500

  4. ลำดับต่อไป เพิ่มแถวใหม่สำหรับ Conversion ออฟไลน์แต่ละรายการและใส่ค่าในคอลัมน์ดังต่อไปนี้
    • Google Click ID: GCLID ที่นำไปสู่ Conversion ออฟไลน์ (ทำตามวิธีการตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion ออฟไลน์เพื่อดูวิธีบันทึกรหัสนี้)
    • Conversion Name: ชื่อของการกระทำที่ถือเป็น Conversion (เช่น "โอกาสในการขายที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์" หรือ "ลงนามในสัญญา") ที่คุณต้องการนำเข้า Conversion นี้ คุณจะต้องสะกดคำและใช้ตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ตรงตามที่กรอกไว้เมื่อครั้งสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion นี้ในบัญชี Google Ads
    • Conversion Time: วันที่และเวลาที่เกิด Conversion ดูรายการรูปแบบวันที่ที่ยอมรับ (เช่น ดด / วว / ปปปป ชช: นน: วว) ในตารางด้านล่าง เพิ่มเขตเวลาลงในเวลาที่เกิด Conversion ได้โดยใช้รูปแบบ 1 ใน 4 แบบสุดท้ายที่แสดงในรายการ ใช้ค่าชดเชย GMT แทน "+z" ด้วยการใส่เครื่องหมาย + หรือ - ตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลัก (เช่น ค่าชดเชยของนิวยอร์กคือ -0500 และของเบอร์ลินคือ +0100) หรือใส่รหัสเขตเวลาจากรายการนี้แทน "zzzz"
รูปแบบ ตัวอย่าง
MM/dd/yyyy hh:mm:ss aa "08/14/2012 5:01:54 PM"
MMM dd,yyyy hh:mm:ss aa "Aug 14, 2012 5:01:54 PM"
MM/dd/yyyy HH:mm:ss "08/14/2012 17:01:54"
yyyy-MM-dd HH:mm:ss "2012-08-14 13:00:00"
yyyy-MM-ddTHH:mm:ss "2012-08-14T13:00:00"
yyyy-MM-dd HH:mm:ss+z "2012-08-14 13:00:00+0500"
yyyy-MM-ddTHH:mm:ss+z "2012-08-14T13:00:00-0100"
yyyy-MM-dd HH:mm:ss zzzz "2012-08-14 13:00:00 America/Los_Angeles"
yyyy-MM-ddTHH:mm:ss zzzz "2012-08-14T13:00:00 America/Los_Angeles"
  • Conversion Value: (ช่องไม่บังคับ) จำนวนที่แทนมูลค่าที่คุณกำหนดให้กับ Conversion นี้ ค่านี้อาจเป็นค่าเงิน หรือจะใส่ค่าเปรียบเทียบจาก 0 ถึง 10 ก็ได้ (ต้องไม่เป็นจำนวนติดลบ) หากปล่อยช่องนี้ว่างไว้ Google Ads จะใช้ "มูลค่า Conversion" ที่กำหนดไว้ในขั้นตอนที่ 2.8 ในขณะสร้างการกระทำที่เป็น Conversion ออฟไลน์ใหม่โดยอัตโนมัติ
  • Conversion Currency: (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) สกุลเงินที่ใช้ระบุมูลค่า Conversion ใช้ค่านี้ในกรณีที่คุณรายงานมูลค่า Conversion ในหลายสกุลเงิน หรือมีหลายบัญชีที่เรียกเก็บเงินในหลายสกุลเงิน ใช้รหัสสกุลเงิน ISO 4217 ที่มี 3 อักขระ เช่น USD สำหรับดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และ JPY สำหรับเยนญี่ปุ่น

Conversion ที่มาจากภายนอก

หากใช้ระบบการระบุแหล่งที่มาภายนอกของคุณเองในการระบุแหล่งที่มาของ Conversion ของคลิกหลายรายการ คุณต้องใช้การระบุแหล่งที่มาภายนอกกับการนำเข้า Conversion การกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่มาจากภายนอกจะช่วยให้นำเข้าเครดิต Conversion ส่วนย่อยของแต่ละคลิกได้

หากต้องการใช้การระบุแหล่งที่มาภายนอกกับการนำเข้า โปรดเลือกใช้การระบุแหล่งที่มาภายนอกเมื่อสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ใน Google Ads (ตามที่ระบุไว้ในขั้นตอนที่ 1 รายการที่ 14 ของวิธีการเหล่านี้) เมื่อพร้อมอัปโหลด Conversion ที่มีเครดิตบางส่วน ให้ดาวน์โหลดเทมเพลตการนำเข้า Conversion สำหรับการระบุแหล่งที่มาภายนอก (ดาวน์โหลด Excel, CSV หรือ Google ชีต) และคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ด้วย

  • ระวังอย่านำคอลัมน์ที่ขึ้นต้นด้วย "Google Click ID" ออก ไม่เช่นนั้นจะนำเข้าไม่สำเร็จ
  • ตรวจสอบว่าข้อมูลของคุณไม่มีคอลัมน์เพิ่มเติมหรือข้อมูลส่วนบุคคล
  • อย่าลืมตั้งค่า TimeZone ในแถว "พารามิเตอร์" และ/หรือในคอลัมน์ "เวลาที่เกิด Conversion" ดูเกี่ยวกับการตั้งค่าเขตเวลาได้เพิ่มเติม
  • คุณต้องใส่ชื่อรูปแบบการระบุแหล่งที่มา เช่น "เชิงเส้น" หรือ "มาจากข้อมูล" ที่ใช้เพื่อกำหนดเครดิต Conversion บางส่วน
  • หากเลือกรวมค่า Conversion ค่าดังกล่าวควรเป็นค่าบางส่วนที่สอดคล้องกับเครดิต Conversion ที่มีการระบุแหล่งที่มา (ดูตัวอย่างด้านล่าง)
  • จำนวนที่ใส่ในคอลัมน์ "เครดิตที่มีการระบุแหล่งที่มา" ควรมากกว่า 0 และน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1
  • คอลัมน์ "ค่า Conversion" และ "สกุลเงิน Conversion" เป็นคอลัมน์ที่ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้

ตัวอย่างวิธีใช้เทมเพลตการนำเข้า Conversion ที่มีการระบุแหล่งที่มาภายนอกคือ เมื่อคุณติดตามการซื้อและรวบรวม GCLID จากคลิกแต่ละรายการของลูกค้า ลูกค้าอาจคลิก 3 ครั้งก่อนซื้อสินค้าราคา $100 ในเว็บไซต์ นั่นคือคลิกหนึ่งอาจมาที่โฆษณาในเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google Ads คลิกหนึ่งมาจากเครือข่ายโฆษณาอื่น และคลิกสุดท้ายเกิดในโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาของ Google Ads หากเลือกใช้รูปแบบการระบุแหล่งที่มาเชิงเส้น การอัปโหลดจะมีลักษณะดังนี้

พารามิเตอร์:รูปแบบการระบุแหล่งที่มา = เชิงเส้น          
พารามิเตอร์:TimeZone=-0800     # เครดิตจากการระบุแหล่งที่มาควรอยู่ระหว่าง 0 และ 1 # # ไม่บังคับ # # ไม่บังคับ #
Google Click ID ชื่อ Conversion เวลาที่เกิด Conversion เครดิตจากการระบุแหล่งที่มา มูลค่า Conversion สกุลเงิน Conversion
googleclickid1 ชื่อการกระทำที่ถือเป็น Conversion จากการระบุแหล่งที่มาภายนอก 01/05/2017 15:42:01 น. 0.33 33.33 USD
googleclickid2 ชื่อการกระทำที่ถือเป็น Conversion จากการระบุแหล่งที่มาภายนอก 01/05/2017 15:42:01 น. 0.33 33.33 USD

2. นำเข้า Conversion

คุณจะต้องอัปโหลดไฟล์ Conversion มาที่บัญชี Google Ads หรือบัญชีผู้จัดการ (MCC) เพื่อนำเข้า Conversion ออฟไลน์มาสู่ Google Ads โดยจะอัปโหลดไฟล์ครั้งเดียว หรือสร้างกำหนดการเพื่ออัปโหลดไฟล์ที่เก็บไว้ทางออนไลน์อย่างสม่ำเสมอก็ได้ ทำตามวิธีการอัปโหลดครั้งเดียวหรือการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ด้านล่างตามวิธีนำเข้า Conversion ที่ต้องการ

สำคัญ: หลังจากสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion รายการใหม่ โปรดรอ 4-6 ชั่วโมงก่อนอัปโหลด Conversion สำหรับการกระทำใหม่ดังกล่าว
อัปโหลด Conversion แบบครั้งเดียว
  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ ที่มุมขวาบนของบัญชี
  3. คลิก Conversion ในส่วน "การวัด"
  4. คลิกอัปโหลดในเมนูด้านซ้าย
  5. คลิกปุ่มบวก
  6. คลิกเมนูแบบเลื่อนลงแหล่งที่มา และเลือกแหล่งที่มาของไฟล์ คุณจะอัปโหลดไฟล์จากคอมพิวเตอร์หรือ Google ชีต หรือถ่ายโอนผ่าน HTTPS หรือ SFTP ก็ได้
  7. เลือกจากตัวเลือกด้านล่างโดยอิงตามแหล่งที่มาที่เลือกไว้
    • หากเลือก "อัปโหลดไฟล์" หรือ "Google ชีต" ไว้ ให้คลิกเลือกไฟล์เพื่อค้นหาและเลือกไฟล์ซึ่งมีข้อมูล Conversion ออฟไลน์
    • หากเลือก HTTPS หรือ SFTP ให้กรอก URL ของไฟล์และชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงไฟล์ โปรดทราบว่าหากคุณเลือก SFTP และได้รับข้อผิดพลาด "ไม่พบไฟล์" ให้ลองแทรกเครื่องหมายทับคู่ "//" ไว้ระหว่างเส้นทางและชื่อไฟล์ เช่น SFTP://sftp.mysite.com/conversions//conv.csv)
  8. หากต้องการนำเข้าเนื้อหาของไฟล์โดยไม่ต้องแสดงพรีวิวผลการอัปโหลด ให้คลิกใช้ แล้วข้ามขั้นตอนที่เหลือ หากต้องการแสดงพรีวิวผลการอัปโหลด ให้คลิกแสดงพรีวิว พรีวิวของไฟล์จะเน้นที่จำนวน Conversion ที่จะนำเข้ามายังบัญชี และยังแสดงข้อผิดพลาดในไฟล์ด้วย คุณจะแก้ไขข้อผิดพลาดในไฟล์แล้วอัปโหลดอีกครั้ง หรือข้ามข้อผิดพลาดไปก็ได้
    • เมื่อพรีวิวพร้อมแล้ว ให้คลิกรายละเอียดเพื่อดูเนื้อหาบางส่วนจากไฟล์ ทั้งนี้ข้อผิดพลาดจะแสดงขึ้นก่อน
    • หากต้องการดูเนื้อหาไฟล์ทั้งหมด ให้คลิกเพิ่มเติม
    • คลิกใช้ไฟล์ แถบความคืบหน้าที่ด้านล่างของหน้าจะแจ้งให้ทราบเมื่อ Conversion ในไฟล์นำเข้าเสร็จแล้ว คลิกรายละเอียดในแถบความคืบหน้าเพื่อดู Conversion ทั้งหมดที่นำเข้า

คุณจะดูได้ทั้งไฟล์ที่อัปโหลดแต่ไม่ได้ใช้ และไฟล์ที่อัปโหลดและใช้แล้ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูไฟล์ที่อัปโหลด

อัปโหลด Conversion ตามกำหนดเวลา

Google Ads นำเข้า Conversion ให้คุณตามกำหนดการอย่างสม่ำเสมอโดยอัตโนมัติได้ คุณจะต้องสร้างไฟล์ที่มี Conversion ใน Google ชีต หรือจัดเก็บไฟล์ทางออนไลน์ผ่าน HTTPS หรือ SFTP หากต้องการตั้งเวลาการอัปโหลดไฟล์ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ ที่มุมขวาบนของบัญชี
  3. คลิก Conversion ในส่วน "การวัด"
  4. คลิกอัปโหลดในเมนูด้านซ้าย
  5. คลิกกำหนดการที่ด้านบนของหน้า
  6. คลิกปุ่มบวก
  7. คลิกเมนูแบบเลื่อนลงแหล่งที่มา และเลือกแหล่งที่มาของไฟล์ คุณจะอัปโหลดไฟล์จาก Google ชีต หรือถ่ายโอนไฟล์ผ่าน HTTPS หรือ SFTP ก็ได้
  8. เลือกจากตัวเลือกด้านล่างโดยอิงตามแหล่งที่มาที่เลือกไว้
    • หากเลือก "Google ชีต" ให้คลิกเลือกไฟล์เพื่อค้นหาและเลือกไฟล์ซึ่งมีข้อมูล Conversion ออฟไลน์
    • หากเลือก HTTPS หรือ SFTP ให้กรอก URL ของไฟล์และชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงไฟล์ โปรดทราบว่าหากคุณเลือก SFTP และได้รับข้อผิดพลาด "ไม่พบไฟล์" ให้ลองแทรกเครื่องหมายทับคู่ "//" ไว้ระหว่างเส้นทางและชื่อไฟล์ เช่น SFTP://sftp.mysite.com/conversions//conv.csv)
  9. คลิกเมนูแบบเลื่อนลงความถี่ และเลือกความถี่ที่ต้องการนำเข้าไฟล์
  10. คลิกเมนูแบบเลื่อนลงเวลา แล้วเลือกเวลาที่จะนำเข้าไฟล์
  11. คลิกบันทึกและแสดงพรีวิว โดยพรีวิวจะแสดงให้เห็นว่ากำหนดการบันทึกสำเร็จหรือไม่ กำหนดการอาจไม่บันทึกหาก Google Ads เข้าถึงแหล่งที่มาของไฟล์ไม่ได้เนื่องจากชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านไม่ถูกต้อง หรือหากจัดรูปแบบไฟล์ไว้ไม่ถูกต้อง
  12. คลิกตกลงเพื่อย้อนกลับไปที่หน้ากำหนดการ โดยหน้านี้จะแสดงรายการการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ทั้งหมด

    หมายเหตุ

    หากเกิดปัญหาขึ้นกับการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ คุณจะเห็นการแจ้งเตือนในบัญชีและได้รับอีเมล โปรดตรวจสอบไฟล์ออนไลน์เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

  13. หากต้องการเปลี่ยนแปลงการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ คลิกตัวเลือกภายในคอลัมน์ "การกระทำ" และเลือกจากตัวเลือกต่อไปนี้
    • คลิกแก้ไขเพื่อเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าของการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้
    • คลิกหยุดชั่วคราวเพื่อหยุดการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ของไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง
    • คลิกทำต่อหากคุณหยุดการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ของไฟล์ใดไฟล์หนึ่งไว้ชั่วคราว แล้วต้องการให้การอัปโหลดกลับมาทำงานอีกครั้ง
    • คลิกนำออกหากไม่ต้องการอัปโหลด Conversion ในไฟล์อีกต่อไป

    คุณจะเปลี่ยนแปลงตัวเลือกการอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้ไม่ได้หากบัญชี Google Ads มีสิทธิ์การเข้าถึงระดับอ่านอย่างเดียว

3. ดูผลลัพธ์และแก้ไขปัญหา


ข้อผิดพลาดในการอัปโหลดไฟล์เป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะเมื่อคุณตั้งค่าขั้นตอนการนำเข้า Conversion เป็นครั้งแรก
เราขอแนะนำให้ผู้ลงโฆษณาทุกรายตรวจสอบผลลัพธ์ของการอัปโหลด

ดูไฟล์ที่คุณอัปโหลด

เมื่ออัปโหลดไฟล์ Conversion แล้ว คุณจะเห็นรายการใหม่สำหรับไฟล์นั้นในหน้าอัปโหลด โปรดทราบว่าการอัปโหลดและใช้ไฟล์อาจใช้เวลาหลายนาที

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ ที่มุมขวาบนของบัญชี
  3. คลิก Conversion ในส่วน "การวัด"
  4. คลิกอัปโหลดในเมนูด้านซ้าย
  5. หากมีไฟล์ที่คุณดูพรีวิวแล้วแต่ไม่ได้ใช้ คุณจะเห็นไฟล์นั้นในตาราง "การกระทำที่รอดำเนินการ" ในคอลัมน์ "การกระทำ" ให้คลิกใช้เพื่อนำเข้า Conversion ในไฟล์หรือนำไฟล์ที่อัปโหลดออก
  6. ที่ด้านล่างตาราง "การกระทำที่รอดำเนินการ" คุณจะเห็นรายการไฟล์ที่ได้อัปโหลดและใช้ ดูคอลัมน์ต่อไปนี้เพื่อให้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟล์
    • คอลัมน์ "สถานะ" จะช่วยให้เห็นอย่างรวดเร็วว่าระบบนำเข้า Conversion ในไฟล์สำเร็จหรือไม่
    • คอลัมน์ "ผลลัพธ์" จะแสดงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะการนำเข้า หากนำเข้าไฟล์ไม่สำเร็จ คอลัมน์นี้จะแสดงสาเหตุไว้ด้วย นอกจากนี้คอลัมน์นี้ยังมีลิงก์เพื่อดู Conversion ที่นำเข้าได้ และ Conversion ที่ไม่ได้นำเข้าเนื่องจากข้อผิดพลาดของไฟล์อีกด้วย
    • คอลัมน์ "การกระทำ" มีลิงก์ต่อไปนี้
      • ดาวน์โหลดผลลัพธ์: ดาวน์โหลดสำเนาของไฟล์ที่อัปโหลด ลิงก์นี้จะปรากฏขึ้นเมื่อระบบนำเข้า Conversion ทั้งหมดในไฟล์สำเร็จ
      • ดาวน์โหลดทั้งหมด: ดาวน์โหลดสำเนาของไฟล์ที่อัปโหลดรวมถึง Conversion ที่นำเข้าไม่สำเร็จ
      • ดาวน์โหลดข้อผิดพลาด: ดาวน์โหลดสเปรดชีตที่แสดงรายการ Conversion จากไฟล์ที่นำเข้าไม่สำเร็จพร้อมข้อความแสดงข้อผิดพลาด
      เมื่อคุณเลือกลิงก์ใดลิงก์หนึ่งจาก 3 ลิงก์ข้างต้น ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจะมีคอลัมน์ "ผลลัพธ์" ที่ยืนยันว่านำเข้า Conversion เรียบร้อยแล้วหรืออธิบายว่าทำไมจึงนำเข้าไม่สำเร็จ โดยระบบจะนำลิงก์เหล่านี้ออกภายใน 30-60 วันหลังจากการอัปโหลดครั้งแรก
แก้ไขปัญหาการนำเข้า
  1. ดูไฟล์ที่อัปโหลดและค้นหาไฟล์ที่มีข้อผิดพลาด
  2. ในคอลัมน์ "การกระทำ" ให้คลิกดาวน์โหลดข้อผิดพลาดเพื่อดาวน์โหลดสเปรดชีตที่แสดงรายการ Conversion จากไฟล์ที่นำเข้าไม่สำเร็จ
  3. อ่านข้อความแสดงข้อผิดพลาดในคอลัมน์ "ผลลัพธ์" ของสเปรดชีตเพื่อหาสาเหตุที่ Google Ads นำเข้า Conversion ไม่ได้
  4. ทำการแก้ไขที่จำเป็นในสเปรดชีต บันทึก แล้วลองอัปโหลดอีกครั้ง
  5. บางครั้งอาจเกิดปัญหาที่ทำให้ระบบประมวลผลไฟล์ทั้งไฟล์ไม่ได้ หากเป็นเช่นนี้ คุณจะพบข้อความแสดงข้อผิดพลาดในแถวแรก (หากเป็นไฟล์ .csv หรือ .tsv) หรือในเวิร์กชีต “General Errors” ใหม่ (หากเป็นไฟล์ Excel)

หลักเกณฑ์ในการนำเข้า Conversion

กำหนดเวลาในการอัปโหลดของคุณ

ระบบจะไม่นำเข้า Conversion ออฟไลน์ที่อัปโหลดหลังจากเกิดคลิกสุดท้ายที่เกี่ยวข้องนานเกิน 90 วันมายัง Google Ads ซึ่งหมายความว่า Conversion ดังกล่าวจะไม่แสดงในสถิติ Conversion

อัปโหลด Conversion หลายรายการสำหรับคลิกเดียวกัน

ระบบจะไม่นำเข้า Conversion เดียวกันเกินกว่า 1 ครั้ง หากคุณพยายามอัปโหลด Conversion ที่มีค่า GCLID, “ConversionName”, วันที่ และเวลาเหมือนกัน Google Ads จะไม่ดำเนินการใดๆ

แต่หากต้องการอัปโหลด Conversion หลายรายการที่เป็นประเภทเดียวกัน (เช่น Conversion การซื้อออฟไลน์หลายรายการ) สำหรับคลิกเดียวกัน คุณก็ทำได้ โดย Google Ads จะบันทึกรายการเหล่านี้เป็น Conversion แยกกันตราบใดที่ Conversion เกิดขึ้นในเวลาต่างกัน (GCLID และชื่อ Conversion จะเหมือนกันก็ได้)

ขอแนะนำให้อัปโหลด Conversion ที่เกิดขึ้นก่อนการอัปโหลดครั้งล่าสุดเพียงไม่นานซ้ำอีกครั้ง เผื่อในกรณีที่ Conversion บางรายการอาจใหม่เกินไปจนไม่ได้รับการประมวลผล Google Ads ต้องทิ้งช่วง 4-6 ชั่วโมงหลังจากการคลิกโฆษณา จึงจะอัปโหลด Conversion ได้สำเร็จ (หากอัปโหลด Conversion เร็วเกินไปหลังจากเกิดการคลิกดังกล่าว คุณจะเห็นข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่บอกวา "เรากำลังประมวลผลข้อมูลของคลิกนี้ โปรดลองอีกครั้งในอีก 4-6 ชั่วโมง")

ตัวอย่างเช่น หากอัปโหลด Conversion แบบรายวัน คุณต้องอัปโหลด Conversion ทั้งหมดจาก 2 วันล่าสุดเสมอ เผื่อในกรณีที่ Conversion บางรายการจาก 2 วันก่อนไม่ได้รับการประมวลผล แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดการนับซ้ำ เพราะ Google Ads จะไม่นับ Conversion ที่อัปโหลดรายการเดียวกันมากกว่า 1 ครั้ง

ดู Conversion ที่นำเข้าใน Google Ads

ระบบใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในการแสดงสถิติ Conversion ที่คุณนำเข้าในบัญชี Google Ads ซึ่งจะแสดงในคอลัมน์ Conversion (ดูข้อมูลคอลัมน์ Conversion และวิธีเพิ่มลงในรายงานได้ในหัวข้อทำความเข้าใจข้อมูลเครื่องมือวัด Conversion ของคุณ) หากต้องการดูว่าการกระทำที่ถือเป็น Conversion ให้ประสิทธิภาพแตกต่างกันอย่างไร คุณจะแบ่งกลุ่มคอลัมน์ “Conversion” ได้ตาม “ชื่อการกระทำที่ถือเป็น Conversion”

ยิ่งคลิกและ Conversion (Conversion ออนไลน์หรือ Conversion ที่นำเข้า) ของคุณเกิดขึ้นห่างกันนานเท่าใด การดูเมตริก Conversion ที่สมบูรณ์จะใช้เวลานานขึ้นเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น หากต้องการดูสถิติ Conversion ของวันจันทร์ โดยที่คลิกของคุณใช้เวลา 3 วันจึงเกิด Conversion และคุณอัปโหลด Conversion นั้นในตอนกลางคืน จะต้องรอถึงเช้าวันศุกร์จึงจะเห็นสถิติ Conversion ที่ถูกต้องของวันจันทร์

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว