การเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูล

Google มีเวอร์ชันแปลในศูนย์ช่วยเหลือเพื่ออำนวยความสะดวก ซึ่งมิได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาในนโยบายของเราแต่อย่างใด เวอร์ชันภาษาอังกฤษคือภาษาทางการที่เราใช้เพื่อบังคับใช้นโยบาย หากต้องการดูบทความนี้ในภาษาอื่น โปรดใช้รายการแบบเลื่อนลงของภาษาที่ด้านล่างของหน้าเว็บ

เราอยากให้ผู้ใช้วางใจว่าเราจะเคารพและจัดการข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้อย่างเหมาะสม ดังนั้นพาร์ทเนอร์การโฆษณาของเราจึงไม่ควรใช้ข้อมูลนี้ในทางที่ผิด หรือรวบรวมข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ชัดเจน หรือไม่มีการเปิดเผยหรือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

โปรดทราบว่านโยบายเพิ่มเติมจะมีผลกับการใช้โฆษณาที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ ซึ่งรวมถึงรีมาร์เก็ตติ้งและกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง หากคุณใช้ฟีเจอร์การกำหนดเป้าหมายโฆษณาที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ โปรดอ่านนโยบายการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลของโฆษณาที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้

ตัวอย่างสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในโฆษณามีดังนี้ ดูรายละเอียดสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากคุณละเมิดนโยบาย

การละเมิดนโยบายด้านล่างนี้จะไม่ส่งผลให้บัญชีถูกระงับในทันที เราจะแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนที่จะระงับบัญชีของคุณ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัญชีที่ถูกระงับ

การรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่ไม่เพียงพอ

ไม่อนุญาตสิ่งต่อไปนี้

การไม่ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะกับประเภทข้อมูลที่เก็บรวบรวมตามมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่าง (โดยย่อ): การเก็บข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต บัญชีธนาคารหรือการลงทุน การโอนเงิน หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี บัตรบำนาญ หมายเลขประกันสุขภาพ ใบขับขี่ หรือหมายเลขประกันสังคมผ่านหน้าเว็บที่ไม่มีการรักษาความปลอดภัยด้วย SSL (Secure Sockets Layer) และไม่มีใบรับรอง SSL ที่ถูกต้อง

เครื่องมือแก้ปัญหา: การรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่ไม่เพียงพอ
  1. แก้ไขปลายทางของโฆษณา หยุดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ใช้ หรือเก็บข้อมูลส่วนบุคคลผ่านเซิร์ฟเวอร์ SSL ที่ปลอดภัยเพื่อรักษาความปลอดภัยให้ข้อมูล
    • ตัวเลือกที่ 1: ใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัย
      ใช้เซิร์ฟเวอร์ที่มีการประมวลผลอย่างปลอดภัย (เรียกว่า SSL) ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล หากใช้ SSL แล้ว URL หน้าเว็บจะขึ้นต้นด้วย https:// แทนที่จะเป็น http:// ดูวิธีตั้งค่า SSL ในเว็บไซต์
    • ตัวเลือกที่ 2: ไม่เก็บข้อมูลของผู้ใช้
      เปลี่ยนแปลงเว็บไซต์หรือแอปเพื่อให้ไม่ขอข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหา
  2. แก้ไขโฆษณา การดำเนินการนี้จะส่งโฆษณาและปลายทางเข้ารับการตรวจทานอีกครั้ง

    โดยส่วนใหญ่แล้วโฆษณาจะได้รับการตรวจสอบโดยใช้เวลาไม่เกิน 1 วันทำการ แต่หากจำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก็อาจใช้เวลามากกว่าปกติ

การแชร์ข้อมูลในแบบที่ยอมรับไม่ได้

ไม่อนุญาตสิ่งต่อไปนี้

การแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวบุคคลนั้นได้ (PII) กับ Google ผ่านแท็กรีมาร์เก็ตติ้ง แท็กเครื่องมือวัด Conversion หรือฟีดข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่อาจเชื่อมโยงกับโฆษณา

ตัวอย่าง (โดยย่อ): การแชร์อีเมลของผู้ใช้ผ่าน URL ที่มีแท็กรีมาร์เก็ตติ้ง

หมายเหตุ: ข้อกำหนดนี้ไม่มีผลกับบริการของ Google Ads ที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดการประมวลผลข้อมูลของ Google Ads (Conversion ที่ปรับปรุงแล้ว, การจับคู่ข้อมูลลูกค้า, ยอดขายในร้าน, ยอดขายในร้าน (การอัปโหลดเองโดยตรง))

เครื่องมือแก้ปัญหา: การแชร์ข้อมูลในแบบที่ยอมรับไม่ได้
  1. ระบุแหล่งที่มา ใช้อีเมลประกาศการละเมิดนโยบายที่ได้รับจาก Google เพื่อระบุ URL ที่ละเมิดนโยบาย ทั้งนี้ PII มักจะรวมมากับ URL ที่ส่งต่อมาให้ Google โดยไม่ตั้งใจ โดยอาจมาจากแบบฟอร์มในเว็บ หน้าเข้าสู่ระบบ และพารามิเตอร์แคมเปญการตลาดทางอีเมลที่กำหนดเอง
  2. ลบ PII ออกจากข้อมูลที่แชร์ อัปเดตระบบไม่ให้รวม PII ใน URL ด้านล่างนี้คือวิธีลบ PII จาก URL ที่ใช้กันมากที่สุด

    แบบฟอร์มในเว็บ: ควรส่งแบบฟอร์ม HTML ด้วยโปรโตคอล POST ถ้าใช้โปรโตคอล GET สุดท้ายแล้วพารามิเตอร์ของแบบฟอร์มจะมาอยู่ใน URL ในแถบที่อยู่ อัปเดตซอร์สโค้ดของหน้าเว็บหรือคอมโพเนนต์ที่สร้าง HTML เพื่อให้แท็กของแบบฟอร์มมี method=”post” อยู่ในแอตทริบิวต์ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเมธอดของแบบฟอร์ม

    หน้าเข้าสู่ระบบ: เว็บไซต์บางไซต์ โดยเฉพาะไซต์ที่มีโปรไฟล์ผู้ใช้หรือข้อมูลการเข้าสู่ระบบของผู้ใช้ จะใช้รูปแบบ URL ที่มี PII เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ ใข้รหัสระบุไซต์ที่ไม่ซ้ำหรือรหัสผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำ (UUID) แทน PII ใน URL

    พารามิเตอร์แคมเปญการตลาดทางอีเมลที่กำหนดเอง: ตรวจสอบ URL ที่สร้างจากแคมเปญการตลาดทางอีเมลเพื่อหาที่อยู่อีเมลหรือ PII อื่นๆ ในพารามิเตอร์ของ URL กำหนดรหัสระบุไซต์ที่ไม่ซ้ำหรือรหัสผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำ (UUID) แล้วติดตาม UUID ดังกล่าวผ่านทางพารามิเตอร์ของ URL

    คุณสามารถใช้ UUID เพื่อป้องกันไม่ให้มีการส่งต่อ PII มาให้ Google ตัวอย่างเช่น site.com/my_settings/sample@email.com อาจเปลี่ยนเป็น site.com/my_settings/43231 โดยที่ 43231 คือหมายเลขที่ระบุบัญชีที่ใช้ที่อยู่ sample@email.com ได้อย่างไม่ซ้ำ
  3. กรอกแบบฟอร์มตอบกลับ ใช้แบบฟอร์มนี้ในการแจ้งว่าคุณได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว แบบฟอร์มจะช่วยให้ Google รู้ว่าคุณมีความคืบหน้าไปเพียงใดแล้ว
  4. ตรวจสอบว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว หลังจากที่ตอบกลับโดยใช้แบบฟอร์มดังกล่าว Google จะตรวจสอบยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงที่คุณทำขึ้นในเว็บไซต์สามารถแก้ไขปัญหาได้ และคุณจะได้รับอีเมลแจ้งอีกฉบับหนึ่งภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อยืนยันว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วหรือยังมีการแชร์ PII จาก URL ที่เชื่อมโยงกับบัญชีของคุณ ถ้ายังพบ PII อยู่ คุณต้องตรวจสอบรายการที่อัปเดตของ URL ที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายเพื่อหาสาเหตุของปัญหา

    โปรดทราบว่าคุณสามารถตรวจสอบยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงของคุณใช้ได้ผลในเว็บไซต์ทดสอบก่อนที่จะใส่โค้ดที่เปลี่ยนแปลงในเว็บไซต์จริงของคุณ ติดแท็กเว็บไซต์ทดสอบด้วยแท็กจากรหัสลูกค้า Google Ads เดียวกันกับที่คุณใช้สำหรับการโฆษณาที่ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เมื่อเว็บไซต์ทดสอบแสดงขึ้นในรายการ URL ที่ตรวจพบ PII คุณจึงจะทำการเปลี่ยนแปลงทดสอบได้ ถ้าเราตรวจไม่พบ PII จากเว็บไซต์ทดสอบแล้ว ไซต์ดังกล่าวจะหายไปจากรายงาน จากนั้นคุณจะนำการเปลี่ยนแปลงมาใช้กับเว็บไซต์จริงได้

เราจะปิดใช้รายการรีมาร์เก็ตติ้งและรายการอื่นๆ ที่อิงจากรีมาร์เก็ตติ้ง เช่น รายการชุดค่าผสมที่กำหนดเองหรือกลุ่มผู้ชมที่คล้ายกัน หากไม่เป็นไปตามนโยบายนี้ เรียนรู้เพิ่มเติมว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณละเมิดนโยบาย

การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลไปในทางที่ผิด

ไม่อนุญาตสิ่งต่อไปนี้

การใช้ข้อมูลส่วนตัวโดยที่ผู้ใช้ไม่ได้ให้ความยินยอม

ตัวอย่าง (โดยย่อ): การนำข้อมูลติดต่อของผู้ใช้ไปขายต่อ การใช้รูปภาพของผู้ใช้ในโฆษณาโดยไม่ได้รับความยินยอม

โฆษณาที่เขียนถึงผู้ใช้โดยตรงโดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ตัวอย่าง (โดยย่อ): โฆษณาที่เขียนถึงผู้ใช้โดยใช้ชื่อ คำนำหน้าชื่อ หรือตำแหน่งงาน

ตัวอย่างที่เจาะจง: "สวัสดีจักรกฤช สุวรรณ - ซื้อดอกไม้ที่นี่!"

โฆษณาที่กล่าวเป็นนัยว่าทราบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้

ตัวอย่าง (โดยย่อ): โฆษณาที่อ้างว่าทราบสถานะการเงินหรือการเข้าร่วมทางการเมืองของคุณ

ตัวอย่างที่เจาะจง: "คุณเป็นหนี้ท่วมหัว รับความช่วยเหลือจากเราเลยวันนี้"

ความยินยอมของผู้ใช้ในสหภาพยุโรป

ไม่อนุญาตสิ่งต่อไปนี้

การโปรโมตที่ละเมิดนโยบายเกี่ยวกับความยินยอมให้ใช้คุกกี้จากผู้ใช้ใน EU

ตัวอย่าง (โดยย่อ): การใช้ฟีเจอร์ของ Google Ads เช่น รีมาร์เก็ตติ้งหรือเครื่องมือวัด Conversion โดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างเหมาะสมจากผู้ใช้ใน EU ให้ใช้คุกกี้

คุกกี้ที่ไม่ได้รับอนุญาตในโดเมน Google

ไม่อนุญาตสิ่งต่อไปนี้

การตั้งค่าคุกกี้ในโดเมน Google

ตัวอย่าง (โดยย่อ): การที่เอนทิตีที่ไม่ใช่ Google ตั้งค่าคุกกี้ใน doubleclick.net หรือ googlesyndication.com หรือการอนุญาตให้เอนทิตีอื่นตั้งค่าคุกกี้ดังกล่าว

หากต้องการความช่วยเหลือ

หากมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายของเรา โปรดแจ้งให้เราทราบโดยติดต่อฝ่ายสนับสนุน Google Ads
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
true
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
73067
false