คุณสามารถสำรองข้อมูลและการตั้งค่าจากโทรศัพท์ไว้ในบัญชี Google สำรองข้อมูลก่อนโอนข้อมูลไปยังโทรศัพท์เครื่องใหม่หรือรีเซ็ตโทรศัพท์เพื่อแก้ไขปัญหา คุณสามารถนำข้อมูลที่บันทึกไว้กลับมายังโทรศัพท์เครื่องใหม่หรือหลังจากรีเซ็ตได้ ระบบจะซิงค์รูปภาพ วิดีโอ และรายชื่อติดต่อกับบริการที่เกี่ยวข้องและแยกจากข้อมูลสำรองของอุปกรณ์
สำรองข้อมูลอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ
สำรองข้อมูลในโทรศัพท์ด้วย Google Oneสำคัญ: ใช้ PIN, รูปแบบ หรือรหัสผ่านล็อกหน้าจอแทนการปัดหรือ Smart Lock เพื่อช่วยปกป้องข้อมูลสำรอง
คุณตั้งค่าอุปกรณ์ให้สำรองข้อมูลไฟล์โดยอัตโนมัติได้
- เปิดแอปการตั้งค่าในอุปกรณ์
- แตะบริการของ Google
การสำรองข้อมูล
เคล็ดลับ- หากสำรองข้อมูลเป็นครั้งแรก ให้เปิดสำรองข้อมูลของอุปกรณ์ด้วย Google One แล้วทำตามวิธีการบนหน้าจอ
- เลือกข้อมูลที่ต้องการสำรอง ซึ่งได้แก่ รูปภาพและวิดีโอ ข้อมูลอุปกรณ์ หรือทั้ง 2 อย่าง
- เปิดหรือปิดการสำรองข้อมูลโดย Google One
การสำรองข้อมูลโดย Google One อาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมง เมื่อบันทึกข้อมูลแล้ว จะมีข้อความ "สำรองข้อมูลแล้ว" แสดงอยู่ใต้ประเภทข้อมูลที่เลือก
สำคัญ
- โปรดทราบว่าแอปบางแอปอาจสำรองข้อมูลหรือนำกลับมาไม่ได้ หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอป โปรดดูวิธีติดต่อนักพัฒนาแอป Android
- ระบบไม่สามารถสำรองข้อมูลรูปภาพในโฟลเดอร์ที่ล็อก
การสำรองข้อมูลของ Google One จะบันทึกข้อมูลต่อไปนี้จากโทรศัพท์
- ข้อมูลแอป
- ประวัติการโทร
- รายชื่อติดต่อ
- การตั้งค่าอุปกรณ์ รวมถึงรหัสผ่าน Wi-Fi และสิทธิ์ต่างๆ
- ข้อความ SMS และ MMS
ระบบจะสำรองข้อมูลรูปภาพและวิดีโอแยกกันผ่านแอป Google Photos หากต้องการจัดการการตั้งค่าเหล่านี้ ให้ทำดังนี้
- เปิดแอป Google Photos
- แตะไอคอนโปรไฟล์
การตั้งค่า Photos
สำรองและซิงค์ข้อมูล
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีเลือกคุณภาพการสำรองข้อมูลสำหรับรูปภาพและวิดีโอ
ระบบจะอัปโหลดข้อมูลสำรองไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Google และเข้ารหัสด้วยรหัสผ่านของบัญชี Google ของคุณ สำหรับข้อมูลบางอย่าง จะมีการใช้ PIN, รูปแบบ หรือรหัสผ่านล็อกหน้าจอของอุปกรณ์เพื่อเข้ารหัสด้วย
คุณตรวจสอบข้อมูลและแอปที่รวมอยู่ในการสำรองข้อมูลได้
- เปิดแอปการตั้งค่าในอุปกรณ์
- แตะบริการของ Google
การสำรองข้อมูล
- ในส่วน "รายละเอียดการสำรองข้อมูล" ให้ตรวจสอบข้อมูลที่สำรองในอุปกรณ์ของคุณ
- ไปที่ Google ไดรฟ์
- คลิกพื้นที่เก็บข้อมูลที่ด้านซ้าย
- คลิกข้อมูลสำรองข้างไอคอน
- คุณจะเห็นรายการข้อมูลสำรองจากอุปกรณ์และวันที่ที่มีการแก้ไขล่าสุด
- เปิดแอปการตั้งค่าในอุปกรณ์
- แตะระบบ
การสำรองข้อมูล
- แตะพื้นที่เก็บข้อมูลของบัญชี
- แตะบัญชี Google ที่ต้องการใช้สำรองข้อมูล หากบัญชีที่ต้องการใช้ไม่อยู่ในรายการ ให้แตะเพิ่มบัญชี
ลบข้อมูลหลังการสำรองข้อมูล
ย้ายข้อมูลไปยังอุปกรณ์เครื่องใหม่
สำคัญ: อุปกรณ์ทั้ง 2 เครื่องต้องใช้ Android เวอร์ชันเดียวกัน หรืออุปกรณ์เครื่องใหม่ต้องใช้ Android เวอร์ชันที่ใหม่กว่า หากอุปกรณ์เครื่องใหม่ใช้ Android เวอร์ชันเก่ากว่าอุปกรณ์เครื่องเก่า การโอนข้อมูลอาจไม่สมบูรณ์ ดูวิธีตรวจสอบและอัปเดตเวอร์ชัน Android
- เปิดอุปกรณ์เครื่องใหม่ แล้วแตะเริ่มต้นใช้งานในหน้าจอ "ยินดีต้อนรับสู่ Pixel"
- ในหน้าจอ "ตั้งค่าโดยใช้อุปกรณ์เครื่องอื่น" ให้แตะอุปกรณ์ Pixel หรือ Android หรือ iPhone หรือ iPad
- เลือกตัวเลือกตามอุปกรณ์เครื่องก่อนหน้าที่คุณมี
- เมื่อได้รับข้อความแจ้งให้สแกนคิวอาร์โค้ด ให้แตะข้าม
- เชื่อมต่อ Wi-Fi
- ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ด้วยอีเมลเดียวกับที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องก่อนหน้า
- ในหน้าจอ "คัดลอกข้อมูลจากอุปกรณ์ Android" ให้แตะถัดไป
- เลือกข้อมูลสำรองที่ต้องการกู้คืนลงในอุปกรณ์เครื่องใหม่ แล้วทำตามวิธีการบนหน้าจอเพื่อตั้งค่าให้เสร็จสิ้น
- เปิดอุปกรณ์เครื่องใหม่
- ในหน้าจอ "ยินดีต้อนรับสู่ Pixel" ให้แตะเริ่มต้นใช้งาน
- ในหน้าจอ "ตั้งค่าโดยใช้อุปกรณ์เครื่องอื่น" ให้แตะอุปกรณ์ Pixel หรือ Android หรือ iPhone หรือ iPad
- เลือกตัวเลือกตามอุปกรณ์เครื่องก่อนหน้าที่คุณมี
- เมื่อได้รับข้อความแจ้งให้สแกนคิวอาร์โค้ด ให้สแกนด้วยกล้องในอุปกรณ์เครื่องเก่า
- ทำตามวิธีการบนหน้าจอเพื่อตั้งค่าให้เสร็จสิ้น
- เปิดแอปการตั้งค่าในอุปกรณ์
- แตะสำรองหรือคัดลอกข้อมูล
คัดลอกข้อมูล
- เลือกข้อมูลที่ต้องการโอน ดูวิธีโอนข้อมูลจากข้อมูลสำรองในระบบคลาวด์
เคล็ดลับ: คุณต้องใช้อุปกรณ์เครื่องเดียวกับที่ใช้โอนข้อมูลก่อนหน้านี้
วิธีซิงค์ข้อมูลในระบบคลาวด์
- ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google
- ทำตามวิธีการบนหน้าจอ
- เปิดแอปการตั้งค่าในอุปกรณ์
- แตะ Google
เพิ่มบัญชีอื่น
- ทำตามวิธีการบนหน้าจอ
เคล็ดลับ: การดำเนินการนี้อาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมง