สร้างและจัดการแคมเปญ Discovery

แคมเปญ Discovery ช่วยให้คุณแชร์เรื่องราวของแบรนด์กับผู้ใช้ทั่วทั้งฟีดของ Google ได้ ในช่วงเวลาที่เปิดใจรับการค้นพบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ
  • การเข้าถึงในวงกว้าง: เข้าถึงลูกค้าได้สูงสุดถึง 3 พันล้านรายจากฟีดหน้าแรกของ YouTube และฟีดหน้าแนะนำให้รับชม, Discover* รวมถึงแท็บโปรโมชันและโซเชียลของ Gmail ที่ใช้แคมเปญเดียว
  • ครีเอทีฟโฆษณาที่สมบูรณ์และเกี่ยวข้อง: สร้างแรงกระตุ้นให้ผู้บริโภคพร้อมทั้งแสดงจุดเด่นของแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ด้วยรูปภาพที่ดึงดูดสายตาที่แสดงผลแบบเนทีฟได้ในทุกผลิตภัณฑ์และบริการของ Google
  • กระตุ้นการดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายที่ใช่: เมื่อรวมการเข้าถึงที่ยอดเยี่ยมและพื้นที่ครีเอทีฟโฆษณาอันทรงพลังนี้เข้ากับความเข้าใจในเจตนาของ Google ก็จะคาดเดาสิ่งที่ลูกค้าต้องการและกระตุ้นให้เกิดผลลัพธ์ได้

บทความนี้จะอธิบายวิธีสร้างและจัดการแคมเปญ Discovery ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ Discovery

*ขณะนี้ Discover ไม่พร้อมใช้งานสำหรับผู้บริโภคในออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และเยอรมนี

ก่อนเริ่มต้น

  • รวบรวมเนื้อหาของโฆษณาอย่างบรรทัดแรก คำอธิบาย รูปภาพ และโลโก้ หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นให้เลือกเนื้อหารูปภาพที่มีคุณภาพสูงสุด เช่น แบรนด์และรูปภาพสร้างแรงกระตุ้นที่มีข้อความสั้นๆ และการจัดแสงที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังนำเนื้อหารูปภาพและข้อความที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจากแคมเปญที่มีอยู่แล้วบนแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น อีเมล วิดีโอ หรือโซเชียลมาใช้ได้
  • โปรดเปิดใช้การติดแท็กทั่วเว็บไซต์ในบัญชี อย่าลืมตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion และตรวจดูว่าคุณมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของการได้รับสิทธิ์ตาม Conversion
  • ปฏิบัติตามนโยบายการโฆษณาที่ปรับตามโปรไฟล์ของผู้ใช้
  • ตรวจสอบว่าคุณมีงบประมาณรายวันเพียงพอที่จะรองรับราคาเสนอ CPA เป้าหมายอย่างน้อย 10 เท่า

วิธีการ

ขั้นตอนที่ 1: ตั้งค่าแคมเปญของคุณ

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกแคมเปญในเมนูหน้าเว็บทางด้านซ้าย
  3. คลิกปุ่มบวก จากนั้นเลือกแคมเปญใหม่
  4. เลือกวัตถุประสงค์ทางการตลาดเป็น "การขาย" "โอกาสในการขาย" "การเข้าชมเว็บไซต์" หรือ "ไม่มีเป้าหมาย"
  5. เลือกประเภทแคมเปญ Discovery
  6. คลิกต่อไป
  7. เลือกการกำหนดเป้าหมายตามภูมิศาสตร์และภาษาให้กับแคมเปญนี้
การหมุนเวียนโฆษณาและการกำหนดความถี่สูงสุดไม่มีให้ใช้งานในแคมเปญประเภทนี้
  1. เลือกกลุ่มเป้าหมาย โดยคุณจะกำหนดเป้าหมายแคมเปญ Discovery ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมได้ในหลายวิธี ตัวเลือกการกำหนดเป้าหมายที่เพิ่มได้ ได้แก่ กลุ่มเป้าหมายตามความตั้งใจที่กำหนดเอง รีมาร์เก็ตติ้ง และกลุ่มเป้าหมายที่มีแผนจะซื้อ
  2. เลือกกลยุทธ์การเสนอราคาและป้อนงบประมาณรายวันเฉลี่ย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสนอราคาอัตโนมัติ
  3. คลิกบันทึกและต่อไป
  4. คลิกบันทึก

โปรดตรวจสอบว่ารายการกลุ่มเป้าหมายมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (รายละเอียดเพิ่มเติม)

  • เครือข่ายการค้นหาของ Google ต้องมีผู้ใช้หรือผู้เข้าชมที่ใช้งานอยู่อย่างน้อย 1,000 คนในช่วง 30 วันล่าสุด
  • YouTube ต้องมีผู้ใช้หรือผู้เข้าชมที่ใช้งานอยู่อย่างน้อย 1,000 คนในช่วง 30 วันล่าสุด
  • Gmail ต้องมีผู้เข้าชมหรือผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่อย่างน้อย 100 คนในช่วง 30 วันล่าสุดในเครือข่ายดิสเพลย์

สำหรับรายการกลุ่มเป้าหมายของ Google Analytics

สำหรับความตั้งใจที่กำหนดเอง

  • โฆษณา Discovery จะรองรับคีย์เวิร์ดสำหรับโฆษณาในเครือข่ายการค้นหาเท่านั้น

สร้างโฆษณา Discovery

  1. ตั้งค่าโฆษณาแบบรูปภาพเดียว
  2. ตั้งค่าโฆษณาแบบหมุนหลายภาพ

ขั้นตอนที่ 2ก: ตั้งค่าโฆษณาแบบรูปภาพเดียว

อัปโหลดเนื้อหาเพื่อสร้างโฆษณา Discovery รายการแรก

  1. ไปที่แคมเปญ Discovery ของคุณ
  2. คลิกโฆษณาและส่วนขยายในเมนูหน้าเว็บทางซ้ายมือ
  3. คลิกปุ่มบวก แล้วเลือกโฆษณา Discovery
  4. ป้อนเนื้อหา

ข้อกำหนดเนื้อหาสำหรับโฆษณา Discovery

บรรทัดแรก
(ต้องระบุ)

บรรทัดแรกคือบรรทัดแรกของโฆษณา ซึ่งยาวไม่เกิน 40 อักขระ เขียนบรรทัดแรกให้มีความยาวเหมาะสมเมื่อรวมกับคำอธิบาย รูปภาพ และหน้า Landing Page คุณป้อนบรรทัดแรกได้สูงสุด 5 รายการต่อครีเอทีฟโฆษณา 1 รายการ

คำอธิบาย
(ต้องระบุ)
คำอธิบายเป็นส่วนเสริมให้กับบรรทัดแรก และจะเชิญชวนให้ผู้ใช้ดำเนินการ โดยยาวไม่เกิน 90 อักขระ เขียนคำอธิบายที่รวมมกับบรรทัดแรก รูปภาพ และหน้า Landing Page ใดก็ได้ คุณป้อนคำอธิบายได้สูงสุด 5 รายการต่อครีเอทีฟโฆษณา 1 รายการ
รูปภาพ
(ต้องระบุ)
อัปโหลดรูปภาพแนวนอนสัดส่วน 1.91:1 หลายภาพเพื่อให้ได้รับการเข้าถึงสูงสุด คุณอัปโหลดรูปภาพการตลาดได้สูงสุด 20 รูปต่อครีเอทีฟโฆษณา 1 รายการ
  • รูปภาพแนวนอน (1.91:1): ขนาดต่ำสุด 600x314 ขนาดแนะนำ 1200x628 ขนาดไฟล์สูงสุด 5 MB
  • รูปภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัส (1:1): ขนาดต่ำสุด 300x300 ขนาดแนะนำ 1200x1200 ขนาดไฟล์สูงสุด 5 MB
  • แนวตั้ง (4:5): ขนาดต่ำสุด size: 480 x 600 ขนาดแนะนำ: 960 x 1200
    • * โปรดทราบว่ารูปภาพแนวตั้ง (4:5) จะไม่แสดงบน YouTube
  • เลือกรูปภาพที่เข้ากันกับโลโก้ และรวมกับบรรทัดแรก คำอธิบาย และหน้า Landing Page ใดก็ได้
  • ขนาดไฟล์สูงสุดคือ 5 MB และประเภทไฟล์ที่ระบบรองรับคือ JPG, PNG และ GIF แบบภาพนิ่ง ทั้งนี้คุณจะครอบตัดรูปภาพที่อัปโหลดให้มีสัดส่วนตามที่ระบบกำหนดไว้ได้หลังจากเลือกรูปภาพ
ชื่อธุรกิจ
(ต้องระบุ)
ป้อนชื่อธุรกิจได้เพียงชื่อเดียวต่อครีเอทีฟโฆษณา 1 รายการ โดยยาวไม่เกิน 25 อักขระ
โลโก้
(ต้องระบุ)
อัปโหลดโลโก้สี่เหลี่ยมจัตุรัสสัดส่วน 1:1 ในบางกรณีระบบจะปรับมุมของโลโก้ให้ดูดีในตัวอย่างโฆษณาและการแสดงผลจริง ขนาดที่แนะนำคือ 1200×1200 โดยขนาดเล็กที่สุดที่ใช้ได้คือ 128×128 แนะนำให้วางโลโก้อยู่ตรงกลางพื้นหลังแบบโปร่งใส อัปโหลดโลโก้ที่เข้ากันได้กับบรรทัดแรก คำอธิบาย และรูปภาพใดก็ตาม ขนาดไฟล์สูงสุดคือ 5 MB และยอมรับรูปแบบส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ .gif
URL สุดท้าย
(ต้องระบุ)
หน้า Landing Page เริ่มต้นที่ลูกค้าจะไปถึงเมื่อคลิกโฆษณา
ข้อความกระตุ้นการตัดสินใจ เลือกคำกระตุ้นการตัดสินใจที่ดีที่สุดจากรายการแบบเลื่อนลงในเครื่องมือสร้างโฆษณา หากตั้งค่าเป็น "อัตโนมัติ" Google Ads จะเลือกภาษาของคำกระตุ้นการตัดสินใจให้โดยอัตโนมัติเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

ดูข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพของไฟล์เนื้อหาโฆษณาสำหรับโฆษณา Discovery

หากต้องการสร้างการจับคู่เนื้อหาชุดที่ 2 คุณจะสร้างโฆษณาใหม่ได้หลังจากนั้น เนื้อหาที่คุณระบุไว้ในโฆษณาแต่ละรายการจะใช้สลับสับเปลี่ยนกันได้เฉพาะภายในโฆษณานั้นเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 2ข: ตั้งค่าโฆษณาแบบหมุนหลายภาพ

เลือกรูปภาพหรือภาพหมุนเพื่อสร้างโฆษณา Discovery รายการแรก

  1. ไปที่แคมเปญ Discovery ของคุณ
  2. คลิกโฆษณาและส่วนขยายในเมนูหน้าเว็บทางซ้ายมือ
  3. คลิกปุ่มบวก แล้วเลือกโฆษณา Discovery หรือโฆษณา Discovery แบบหมุน
  4. ป้อนเนื้อหา

ข้อกำหนดเนื้อหาสำหรับโฆษณา Discovery แบบหมุน

หากมีการ์ดอย่างน้อย 1 รายการที่ไม่ได้รับอนุมัติ คอลัมน์สถานะโฆษณาจะแสดงเป็น "อนุมัติ (จำกัด)" และจะเปลี่ยนเป็น "ไม่อนุมัติ" ภายใน 24 ชั่วโมง นี่เป็นปัญหาที่เรารับทราบแล้ว และจะแก้ไขเร็วๆ นี้ โฆษณาจะไม่แสดงในกรณีนี้

บรรทัดแรก
(ต้องระบุ)

บรรทัดแรกคือบรรทัดแรกของโฆษณา ซึ่งยาวไม่เกิน 40 อักขระ คุณป้อนบรรทัดแรกให้สอดคล้องกับรูปภาพแต่ละรูปได้

คำอธิบาย
(ต้องระบุ)
คำอธิบายเป็นส่วนเสริมให้กับบรรทัดแรก และจะเชิญชวนให้ผู้ใช้ดำเนินการ โดยยาวไม่เกิน 90 อักขระ คุณจะเขียนคำอธิบายของรูปภาพแต่ละรูปไม่ได้ โดยให้เขียนคำอธิบายที่นำมารวมกับบรรทัดแรก รูปภาพ และหน้า Landing Page ใดก็ได้แทน
รูปภาพการ์ด
(อย่างน้อย 2 ภาพ ไม่เกิน 10 ภาพ)

เราอนุญาตเฉพาะรูปภาพที่มีสัดส่วน 1.91:1 และรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเท่านั้น รูปภาพการ์ดทั้งหมดต้องมีสัดส่วนเท่ากัน ระบบจะไม่บันทึกโฆษณาหากการ์ดทั้งหมดไม่มีรูปภาพที่มีอัตราส่วนเท่ากัน

โปรดทราบว่าครีเอทีฟโฆษณาจะแสดงการ์ดตามลำดับในการสร้างและจะแสดงในเครื่องมือแสดงตัวอย่างโฆษณา

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขนาดรูปภาพทั้ง 2 ขนาดได้ที่ตัวอย่างด้านล่าง

  • ใช้ได้: สี่เหลี่ยมจตุรัส, สี่เหลี่ยมจตุรัส, สี่เหลี่ยมจตุรัส
  • ใช้ได้: แนวนอน, แนวนอน, แนวนอน
  • ใช้ได้หากไม่มีรูปภาพแนวตั้ง: [สี่เหลี่ยมจัตุรัส, แนวนอน], [สี่เหลี่ยมจัตุรัส, แนวนอน], [สี่เหลี่ยมจัตุรัส, แนวนอน]
  • ใช้ไม่ได้: สี่เหลี่ยมจตุรัส, แนวนอน, แนวตั้ง
  • ใช้ไม่ได้: แนวตั้ง, แนวตั้ง, แนวตั้ง
  • ใช้ไม่ได้: สี่เหลี่ยมจตุรัส, แนวนอน, สี่เหลี่ยมจตุรัส
  • ใช้ไม่ได้: [สี่เหลี่ยมจัตุรัส], [สี่เหลี่ยมจัตุรัส, แนวนอน], [สี่เหลี่ยมจัตุรัส, แนวนอน]
ชื่อธุรกิจ
(ต้องระบุ)
ป้อนชื่อธุรกิจได้เพียงชื่อเดียวต่อครีเอทีฟโฆษณา 1 รายการ โดยยาวไม่เกิน 25 อักขระ
โลโก้
(ต้องระบุ)
อัปโหลดโลโก้สี่เหลี่ยมจัตุรัสสัดส่วน 1:1 ในบางกรณีระบบอาจปรับมุมของโลโก้ให้ดูดีในตัวอย่างโฆษณาและการแสดงผลจริง ขนาดที่แนะนำคือ 1200×1200 โดยขนาดเล็กที่สุดที่ใช้ได้คือ 128×128 แนะนำให้วางโลโก้อยู่ตรงกลางพื้นหลังแบบโปร่งใส อัปโหลดโลโก้ที่เข้ากันได้กับบรรทัดแรก คำอธิบาย และรูปภาพใดก็ตาม ขนาดไฟล์สูงสุดคือ 5 MB และยอมรับรูปแบบส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ .gif
URL สุดท้าย
(ต้องระบุ)
หน้า Landing Page เริ่มต้นที่ลูกค้าจะไปถึงเมื่อคลิกโฆษณา คุณระบุหน้า Landing Page ที่เฉพาะเจาะจงให้กับรูปภาพแต่ละรูปได้
URL อุปกรณ์เคลื่อนที่
(ไม่บังคับ)
หน้า Landing Page บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ลูกค้าจะไปถึงเมื่อคลิกโฆษณาจากอุปกรณ์เคลื่อนที่
ข้อความกระตุ้นการตัดสินใจ เลือกคำกระตุ้นการตัดสินใจที่ดีที่สุดจากรายการแบบเลื่อนลงในเครื่องมือสร้างโฆษณา หากตั้งค่าเป็น "อัตโนมัติ" Google Ads จะเลือกภาษาของคำกระตุ้นการตัดสินใจให้โดยอัตโนมัติเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

ดูข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพของไฟล์เนื้อหาโฆษณาสำหรับโฆษณา Discovery

ขั้นตอนที่ 3: ให้เวลารวบรวมข้อมูลมากขึ้น

เมื่อคุณมีเนื้อหาและข้อความพร้อมแล้ว โปรดให้เวลาแคมเปญรวบรวมข้อมูลมากขึ้น ตั้งงบประมาณที่กระตุ้นจำนวนการเข้าชม แต่ให้มีมูลค่าที่คุณยินดีจะแสดงแคมเปญไปอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เราแนะนำให้ตั้งค่างบประมาณให้มีมูลค่าเป็น 10 เท่าของราคาเสนอ CPA เป้าหมายเนื่องจากโมเดลของเราจะทำงานได้ดีขึ้นเมื่อรวบรวมข้อมูลได้มากขึ้น โดยทั่วไปแล้ว ให้รอให้ได้ Conversion 40 ครั้งก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงแคมเปญ

ขั้นตอนที่ 4: ใช้การกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติในโฆษณา Discovery

การกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติจะขยายการเข้าถึงผู้ใช้ในวงกว้างเพื่อช่วยให้คุณสร้าง Conversion ได้มากขึ้นโดยที่ราคาต่อลูกค้าหนึ่งรายเท่ากับหรือใกล้เคียงกับของเดิมด้วยโฆษณา Discovery ของ Google

หากต้องการเปลี่ยนการตั้งค่าการกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติ ให้ทำดังนี้

  1. คลิกโฆษณา Discovery หรือแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์ในแผงการนำทาง
  2. ค้นหาแคมเปญและคลิกที่แคมเปญ
  3. คลิกที่กลุ่มโฆษณาที่ต้องการปรับเปลี่ยนการกำหนดเป้าหมาย
  4. คลิกกลุ่มเป้าหมายในเมนูการนำทาง
  5. คลิกไอคอนดินสอ แก้ไข และเลือกแก้ไขการกำหนดเป้าหมายกลุ่มโฆษณา
  6. ลากแถบปุ่มควบคุมไปทางขวาเพื่อเพิ่มการขยายกลุ่มเป้าหมาย
  7. คลิกบันทึก

ทำความเข้าใจการรายงานแคมเปญ Discovery

การรายงานสำหรับแคมเปญ Discovery แสดงประสิทธิภาพของโฆษณาในผลิตภัณฑ์และบริการของ Google หลายรายการที่มีการโต้ตอบกับโฆษณาต่างๆ โดยขึ้นอยู่กับลักษณะและตำแหน่งที่ผู้ใช้เห็นโฆษณา ดังนั้น คอลัมน์การรายงานจะแสดงชุดค่าผสมของการโต้ตอบกับโฆษณาดังนี้

  • การมีส่วนร่วม: การคลิกโฆษณาใน Gmail เป็นครั้งแรกซึ่งจะมีการเรียกเก็บเงิน
    • อัตราการมีส่วนร่วม: แสดงจำนวนครั้งที่ผู้ใช้คลิกโฆษณาใน Gmail เป็นครั้งแรกหารด้วยจำนวนครั้งที่แสดงโฆษณา
  • จำนวนคลิก: จำนวนการคลิกที่นำผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์
    • อัตราการคลิกผ่าน (CTR): แสดงจำนวนคลิกในโฆษณาที่นำไปยังเว็บไซต์ หารด้วยจำนวนครั้งที่แสดงโฆษณา
    • ราคาต่อหนึ่งคลิก (CPC) โดยเฉลี่ย: แสดงราคาสุทธิของแคมเปญ หารด้วยจำนวนคลิกในโฆษณาที่นำไปที่เว็บไซต์ของคุณ
  • การโต้ตอบ: ชุดค่าผสมของการคลิกที่เสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดในโฆษณา Discovery ซึ่งแสดงถึงจำนวนการคลิกโฆษณาภายใน YouTube และ Discover โดยตรง และการคลิกแรกโฆษณาใน Gmail
  • อัตราการโต้ตอบ: แสดงถึงจำนวนการโต้ตอบกับโฆษณาหารด้วยจำนวนครั้งที่แสดงโฆษณา สำหรับ Gmail คอลัมน์นี้แสดงถึงการคลิกโฆษณาครั้งแรก
  • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย:แสดงถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่แท้จริงสำหรับการโต้ตอบที่เสียค่าใช้จ่ายกับโฆษณา

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว