เกี่ยวกับแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์

แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์นำเสนอโซลูชันที่เรียบง่ายแต่ชาญฉลาดในการจัดการตัวแปรที่ซับซ้อนของการโฆษณาแบบดิสเพลย์ และอาจเป็นวิธีที่สะดวกสบายที่สุดในการขยายฐานลูกค้าและได้รับ Conversion ใหม่ๆ ใช้แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์เพื่อแสดงโฆษณาในเกือบทุกรูปแบบทั่วทั้งเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google โดยเข้าถึงผู้ใช้ในทุกๆ ระยะของวงจรการซื้อ ตั้งแต่ผู้ที่แสดงความสนใจไปจนถึงลูกค้าที่กำลังจะซื้อ

แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ทำงานบนเครือข่ายดิสเพลย์ โดยรวมเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพ 3 อย่างเพื่อช่วยให้คุณไม่ต้องใช้การคาดเดาและไม่ต้องลงแรงไปกับการกำหนดเป้าหมาย การเสนอราคา และการสร้างโฆษณา

  • การเสนอราคาอัตโนมัติ แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์เพิ่มประสิทธิภาพโดยใช้ CPA เป้าหมายเป็นพื้นฐานเพื่อตั้งค่าราคาเสนอของคุณตามแนวโน้มที่จะเกิด Conversion ในทุกๆ การประมูลเพื่อแสดงโฆษณา ซึ่งจะช่วยให้คุณได้รับคุณค่าที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • การกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติ การกำหนดเป้าหมายจะเพิ่มประสิทธิภาพขณะที่แคมเปญทำงาน ซึ่งหมายความว่าโฆษณาจะแสดงในที่ที่จะสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจที่ดีที่สุดให้คุณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์จะใช้การหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิก หากมี เพื่อจับคู่ฟีดกับผู้ที่มีแนวโน้มทำ Conversion มากที่สุด
  • การสร้างโฆษณาอัตโนมัติ โฆษณาจะสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติจากองค์ประกอบสำคัญที่คุณระบุไว้ ไม่ว่าจะเป็นบรรทัดแรก คำอธิบาย โลโก้ และรูปภาพ โดยจะปรับขนาดตามอุปกรณ์เพื่อให้พอดีกับพื้นที่โฆษณาเกือบทั้งหมดในเครือข่ายดิสเพลย์

บทความนี้จะแสดงภาพรวมของแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ หากต้องการเริ่มต้นใช้งาน ให้ข้ามไปที่สร้างและจัดการแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ ปัจจุบันเรามีตัวเลือกในการใช้แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ที่ใช้การจ่ายสำหรับ Conversion แล้ว อ่านเพิ่มเติมที่นี่

ข้อดี

แคมเปญประสิทธิภาพสูงในไม่กี่นาที เพียงใส่องค์ประกอบสำคัญของโฆษณา เช่น บรรทัดแรก รูปภาพ และโลโก้ แล้วเราจะหาลูกค้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายในราคาเสนอ CPA และงบประมาณที่คุณเป็นผู้ควบคุม

ประสิทธิภาพดีขึ้น ใช้ง่ายขึ้น แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์จะเพิ่มประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติภายในไม่กี่วัน แคมเปญจะเลือกส่วนผสมเนื้อหาที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติเพื่อให้คุณได้รับประสิทธิภาพที่ดีที่สุด วิธีนี้จะช่วยให้คุณเรียนรู้ได้ว่าบรรทัดแรก คำอธิบาย รูปภาพ และโลโก้ใดทำงานได้ดีที่สุด

ค้นหาผู้ที่มีความสำคัญมากที่สุด เข้าถึงผู้ที่มีแนวโน้มสูงสุดที่จะทำ Conversion และรับ Conversion มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายในราคาเสนอที่คุณตั้งไว้ แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์จะเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเสนอราคาและการกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติ รวมถึงรีมาร์เก็ตติ้ง ปรับปรุงโดยใช้การหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิก ซึ่งจะจับคู่โปรไฟล์ผู้ใช้กับฟีดผลิตภัณฑ์หรือบริการ

ควรใช้เมื่อใด

แคมเปญสมาร์ทอาจเป็นตัวเลือกที่ดีของคุณในกรณีต่อไปนี้

  • คุณต้องการดึงดูดลูกค้าเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากแคมเปญที่กำหนดเป้าหมายด้วยตนเอง
  • คุณใช้เครื่องมือวัด Conversion และมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของการได้รับสิทธิ์ตาม Conversion โดยคุณจะต้องได้รับ Conversion อย่างน้อย 50 ครั้งในเครือข่ายดิสเพลย์ หรืออย่างน้อย 100 ครั้งในเครือข่ายการค้นหาในช่วง 30 วันที่ผ่านมาจึงจะมีสิทธิ์สร้างแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์
  • คุณใช้เฉพาะรีมาร์เก็ตติ้งในการโฆษณาในเครือข่ายดิสเพลย์ แต่ตอนนี้คุณต้องการเข้าถึงผู้ใช้ในกระบวนการซื้อระยะก่อนหน้า
  • คุณเพิ่งเริ่มต้นโฆษณาในเครือข่ายดิสเพลย์ และต้องการแคมเปญที่ทั้งรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง

สิ่งที่คุณได้รับจากแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์มีดังนี้

  • ขั้นตอนการสร้างแคมเปญที่เรียบง่ายขึ้นมาก
  • อินเทอร์เฟซสำหรับจัดการโฆษณาที่ใช้ง่าย
  • วิธีติดตามความคืบหน้าที่ปรับปรุงใหม่

สิ่งที่คุณทิ้งไว้เบื้องหลังมีดังนี้

  • กลยุทธ์การเสนอราคาด้วยตนเอง
  • การตั้งค่า เช่น วิธีการแสดงโฆษณาหรืออุปกรณ์
  • แคมเปญบนเดสก์ท็อปเท่านั้นหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่เท่านั้น
  • การกำหนดเป้าหมายด้วยตนเอง
  • การสร้างโฆษณาทั้งหมดด้วยตนเอง
  • ความสามารถในการเปลี่ยนแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์เป็นแคมเปญบนเครือข่ายดิสเพลย์ประเภทอื่น

วิธีการทำงานของการเสนอราคาอัตโนมัติ

แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ใช้ CPA เป้าหมายซึ่งมุ่งเน้นที่ Conversion โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเสนอราคาในเชิงรุกมากที่สุดเมื่อข้อมูลประสิทธิภาพแนะนำว่ามีแนวโน้มสูงสุดที่จะเกิด Conversion และเสนอราคาน้อยลงอย่างมากเมื่อข้อมูลแนะนำว่ามีแนวโน้มเกิด Conversion ต่ำ หลังจากผ่านช่วงเวลาที่แคมเปญจำเป็นต้องใช้ในการเรียนรู้แล้ว แคมเปญควรเริ่มเพิ่มประสิทธิภาพภายใน 2 สัปดาห์หรือหลังจากที่สร้าง Conversion ได้แล้วประมาณ 50 ครั้ง แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน

จ่ายสำหรับ Conversion

คุณสามารถเลือกที่จะจ่ายสำหรับ Conversion แทนการคลิกบนแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ที่ใช้การเสนอราคา CPA เป้าหมาย ในขณะตั้งค่าแคมเปญ ให้ไปที่หัวข้อ "การเสนอราคา" มองหาส่วนหัวที่มีข้อความกำกับว่า "จ่ายเงินเพื่อเพิ่ม" แล้วเลือก Conversion จากเมนูแบบเลื่อนลง ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจ่ายเงินเพื่อเพิ่ม Conversion

วิธีการทำงานของการกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติ

เพื่อช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ใช้ที่สำคัญต่อธุรกิจมากที่สุด แคมเปญอัตโนมัติจะใช้ข้อมูลประสิทธิภาพในการเสาะหา Conversion ในเชิงรุก แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์รวมวิธีการกำหนดเป้าหมาย 2 วิธีเข้าด้วยกัน ได้แก่ รีมาร์เก็ตติ้งอัตโนมัติไปยังผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ และการกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติ ซึ่งทำหน้าที่ดึงดูดลูกค้า "ที่อยู่กลางทาง" หรือก็คือผู้ที่อยู่ในช่วงต้นของกระบวนการซื้อได้อย่างดีเยี่ยม

ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณขายน้ำโซดา โดยปกติแล้ว คุณอาจไม่ได้คิดที่จะรวม "อุปกรณ์สำนักงาน" เป็นคีย์เวิร์ดเป้าหมายของแคมเปญน้ำโซดา แต่หากมีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่าง "อุปกรณ์สำนักงาน" กับยอดขายน้ำโซดา การกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติจะทำงานเพื่อเชื่อมโยงการขายของคุณเข้ากับการกำหนดเป้าหมายดังกล่าว นี่เป็นเพียง 1 ตัวอย่างของคำหลัก 1 คำ แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์สามารถค้นหาคำหลักเช่นนั้นได้เป็นจำนวนมาก โดยใช้ข้อมูลจากปัญญาประดิษฐ์ในตัวเครื่องกับข้อมูลเบราว์เซอร์เพื่อกำหนดเป้าหมายสัญญาณที่คุณคาดไม่ถึงได้ด้วยตนเอง

ไม่ต้องกังวลถ้าคุณมีแคมเปญอื่นๆ ที่ใช้รีมาร์เก็ตติ้งอยู่แล้ว โดยแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ไม่มีแนวโน้มนำลูกค้าออกไปจากแคมเปญเหล่านั้น เว้นแต่คุณเลือกที่จะนำมารวมกัน เมื่อคุณมีแคมเปญหลายแคมเปญที่แสดงโฆษณาต่อผู้ชมกลุ่มเดียวกัน เราจะใช้โฆษณาที่เกี่ยวข้องที่สุดเสมอ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติ


หมายเหตุ
  • แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ทำงานร่วมกับการกำหนดเป้าหมายตามกลุ่มเป้าหมายหรือรายการผู้ใช้ไม่ได้
  • แม้ว่าการกำหนดเป้าหมายภายในแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์จะทำงานอัตโนมัติ แต่ Google Ads ก็ยังให้การควบคุมเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้คุณจัดการตำแหน่งที่โฆษณาจะปรากฏได้ คุณสร้างการยกเว้นตำแหน่งระดับบัญชีเพื่อป้องกันไม่ให้โฆษณาแสดงในเว็บไซต์บางแห่งได้ และยังสร้างการยกเว้นหมวดหมู่เว็บไซต์ได้ด้วย

เกี่ยวกับการหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิก

การหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิกเป็นวิธีหนึ่งในการขยายประสิทธิภาพของรีมาร์เก็ตติ้งแบบไดนามิกที่ใช้ฟีดเพื่อเข้าถึงผู้ใช้ใหม่ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้การหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิกเพื่อการได้ผู้ใช้ใหม่ ซึ่งแตกต่างจากรีมาร์เก็ตติ้งแบบไดนามิกที่มุ่งเน้นในเรื่องการใช้คุณค่าจากลูกค้าที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความแตกต่างนี้เองทำให้การหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิกเป็นวิธีที่ดีกว่า หากคุณเป็นผู้ลงโฆษณารายใหม่หรือหากคุณกำลังทำการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างจากข้อมูลจากบุคคลที่หนึ่งของตนเอง (รวมทั้งรายการรีมาร์เก็ตติ้ง)

วิธีการทำงาน

การหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิกใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อคาดการณ์ว่าผู้มีโอกาสเป็นผู้ซื้อมองหารายการฟีดใดอยู่ โดยการหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิกจะใช้พฤติกรรมผู้ใช้และประสิทธิภาพฟีดที่ผ่านมาเพื่อคาดการณ์ว่าผู้ใช้ใหม่รายใดมีแนวโน้มสูงที่จะดำเนินการกับรายการในฟีดได้ดี เมื่อระบบพบความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างรายการฟีดกับความตั้งใจของผู้ใช้แล้ว ระบบจะรวมความตั้งใจที่เป็นไปได้นั้นเข้ากับข้อมูลที่อิงตามข้อมูลประชากร เช่น อายุและเพศ เพื่อจับคู่ความตั้งใจของผู้ใช้กับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในฟีด ผลิตภัณฑ์ในฟีดได้รับการประเมินและเลือกโดยยึดตามประสิทธิภาพ ความเกี่ยวข้อง และปัจจัยอื่นๆ เพื่อพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ใดมีแนวโน้มมากที่สุดที่จะนำไปสู่ Conversion

แนะนำให้ใช้แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์สำหรับแคมเปญการหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิก เนื่องจากจะรวมผู้ใช้รีมาร์เก็ตติ้งแบบไดนามิกเข้ากับผู้มีโอกาสเป็นผู้ใช้ได้อย่างง่ายดายสำหรับการตั้งค่าช่องทางแบบเต็มรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่าง

สมมติว่าคุณเป็นผู้ให้บริการโรงแรมแห่งหนึ่ง และลูกค้าต้องการพักผ่อนในปารีส ลูกค้ารายนี้กำลังค้นหาหัวข้อต่างๆ เกี่ยวกับปารีส เช่น ตัวเลือกสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ร้านอาหาร โรงแรม และเที่ยวบิน เนื่องจากคุณได้เปิดใช้การหาลูกค้าใหม่แบบไดนามิกแล้ว ส่วนใหม่ทุกๆ ส่วนของข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการเดินทางของผู้ใช้รายนี้ซึ่งบ่งบอกถึงความตั้งใจในการเดินทางไปยังปารีสจะช่วยให้ระบบของ Google ทราบว่าการแสดงโรงแรมในแบบของชาวปารีสให้กับลูกค้ารายนี้ได้เห็นมีแนวโน้มสูงที่จะนำไปสู่โฆษณาในรูปแบบสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ใช้รายนี้อาจมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะทำ Conversion จากโฆษณานี้

วิธีการทำงานของการสร้างโฆษณาและการเพิ่มประสิทธิภาพ

สมมติว่าคุณต้องการเปิดตัวแคมเปญ แต่ไม่รู้ว่าจะใช้รูปภาพและข้อความใดดีในโฆษณา คุณตัดสินใจป้อนเนื้อหา (บรรทัดแรก บรรทัดรายละเอียด รูปภาพ และโลโก้) และใช้งานเนื้อหาเหล่านี้ในแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นมีดังนี้

  1. ระบบจะรวมเนื้อหาแต่ละรายการเป็นโฆษณาซึ่งจะปรับให้เข้ากับประเภทหรือขนาดโฆษณามาตรฐานโดยอัตโนมัติ โดยจะเลือกส่วนผสมที่ดีที่สุดของเนื้อหามาแสดงโดยอัตโนมัติ
  2. โฆษณาจะแสดงด้วยวิธีที่ตรงเป้าหมายต่อผู้ที่กำลังเรียกดูเว็บไซต์ 1 ในหลายล้านเว็บไซต์บนเครือข่ายดิสเพลย์
  3. เมื่อเนื้อหาได้ข้อมูลเพียงพอแล้ว คุณจะได้รับรายงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของเนื้อหาแต่ละรายการ
  4. คุณเรียนรู้สิ่งที่ใช้ได้ผลดีที่สุดและสิ่งที่ไม่ได้ผล และคุณสามารถปรับแคมเปญเพื่อใช้รูปภาพและข้อความที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดได้
  5. คุณสามารถประหยัดเวลาไปพร้อมๆ กับรับประโยชน์จากความสามารถของระบบในการเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ

โฆษณาของฉันจะมีหน้าตาอย่างไร

แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์จะเรียกใช้โฆษณาที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์บนเครือข่ายดิสเพลย์ โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์จะกลายเป็นประเภทโฆษณาเริ่มต้นของเครือข่ายดิสเพลย์แทนโฆษณาที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ นอกจากนี้ยังใช้ในแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ได้ด้วย คุณจะควบคุมรูปลักษณ์ของโฆษณาได้ด้วยการอัปโหลดเนื้อหา เช่น บรรทัดแรก โลโก้ คำอธิบาย และรูปภาพ Google จะใช้เนื้อหาของคุณในการแสดงและเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาในเครือข่ายดิสเพลย์ ความสามารถในการปรับตัวของโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์จะช่วยให้คุณขยายการเข้าถึงและเพิ่มประสิทธิภาพได้โดยไม่ต้องสร้างโฆษณาหลายรายการในประเภทและขนาดโฆษณาที่ผสมกันทั้งหมด

หากต้องการใช้โฆษณาที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์เพื่อรีมาร์เก็ตติ้งผลิตภัณฑ์เฉพาะเจาะจงต่อผู้ใช้ที่เคยเห็นผลิตภัณฑ์บนเว็บไซต์เมื่อเร็วๆ นี้ ให้แนบฟีดลงในแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ โฆษณาอาจแสดงรูปภาพผลิตภัณฑ์พร้อมด้วยข้อความการตลาดของคุณ คุณจะแนบฟีดได้ในหน้า "การตั้งค่า" หรือภายใต้ "การตั้งค่าโฆษณาแบบไดนามิก" ในระหว่างการสร้างแคมเปญ

คุณไม่สามารถดูตัวอย่างส่วนผสมหลายพันรายการที่เป็นไปได้ทั้งหมดซึ่งประกอบกันขึ้นเป็นโฆษณาด้วยแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ได้ โฆษณาจะได้รับการออกแบบให้ดูดีอยู่เสมอ ตราบใดที่คุณเพิ่มรูปภาพและโลโก้ที่พอดีกับข้อกำหนดอัตราส่วนภาพ นอกจากนี้โฆษณายังสามารถผสมผสานเข้ากับเว็บไซต์ของผู้เผยแพร่โฆษณาเป็นโฆษณาเนทีฟ ซึ่งจะให้ผลกระทบที่โฆษณามาตรฐานไม่อาจทำให้คุณได้

วิธีการทำงานของข้อมูลประสิทธิภาพ

ขณะที่แคมเปญเติบโตขึ้น คุณจะต้องการดูผลลัพธ์และจัดการเนื้อหา รายงานเนื้อหาแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์มีโฆษณาตัวอย่างและข้อมูลประสิทธิภาพอยู่ด้วย ดังนี้

  • โฆษณาตัวอย่าง ให้คลิกดูขนาดอื่นๆ เพื่อดูตัวอย่างขนาดอื่นๆ ของโฆษณาซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย
  • ข้อมูลประสิทธิภาพ ใช้ตารางเพื่อดูข้อมูลของเนื้อหาแต่ละรายการ รวมทั้งวิธีที่ Google จัดเกรดประสิทธิภาพของเนื้อหานั้นๆ โดยอิงตามความสามารถในการสร้าง Conversion
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว