รหัสธุรกรรมที่ไม่ซ้ำกัน เช่น หมายเลขยืนยันคำสั่งซื้อ มีความสำคัญต่อการวัด Conversion ที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการซื้อ ซึ่งจะป้องกัน Conversion ที่ซ้ำกันและเปิดใช้ฟีเจอร์การวัดผลขั้นสูง
ใช้รหัสธุรกรรมเพื่อติดตาม Conversion ออนไลน์และออฟไลน์
หากคุณเพิ่มแท็กเครื่องมือวัด Conversion ลงในหน้า Conversion เช่น หน้ายืนยันคำสั่งซื้อ ระบบจะนับ Conversion เฉพาะเมื่อลูกค้ากระทำสิ่งที่มีคุณค่าบนเว็บไซต์จนเสร็จ อย่างไรก็ตาม หากลูกค้ากลับไปที่หน้า Conversion หรือโหลดหน้านั้นซ้ำ แท็กเดียวกันนั้นก็อาจเริ่มทำงานอีกครั้งและอาจมีการนับ Conversion ที่ 2 สำหรับคำสั่งซื้อเดียวกัน
หากต้องการเลี่ยงการนับ Conversion ซ้ำ ให้แก้ไขแท็กเครื่องมือวัด Conversion เพื่อให้ระบบจับเฉพาะรหัสธุรกรรมที่ไม่ซ้ำกัน เช่น หมายเลขยืนยันคำสั่งซื้อที่คุณอาจใช้อยู่ หากมี Conversion 2 รายการสําหรับการกระทําที่ถือเป็น Conversion เดียวกันโดยมีรหัสธุรกรรมเดียวกัน Google Ads จะทราบว่า Conversion ที่ 2 เป็นรายการซ้ำ คุณจะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาด และระบบจะไม่นับ Conversion ที่ซ้ำกัน
เราขอแนะนําอย่างยิ่งให้อัปโหลด Conversion ออนไลน์ที่คุณจัดเก็บไว้ในแบ็กเอนด์ เช่น ใน CRM โดยใช้ Data Manager นอกเหนือจากแท็ก Google เพื่อปรับปรุงการวัด Conversion เมื่อดำเนินการดังกล่าว รหัสธุรกรรมควรสอดคล้องกันทั้งในแท็กและการอัปโหลดแบบเซิร์ฟเวอร์ต่อเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือวัด Conversion อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
ในบทความนี้ เราจะอธิบายวิธีเพิ่มรหัสธุรกรรมที่ไม่ซ้ำกันลงในแท็กเครื่องมือวัด Conversion และวิธีใช้รหัสธุรกรรมดังกล่าวกับ Conversion ออฟไลน์
ในหน้านี้
- ก่อนเริ่มต้น
- วิธีการ
- ยืนยันการใช้รหัสธุรกรรมในแท็ก Google
- ยืนยันคำสั่ง ping ของ Conversion โดยใช้เครื่องมือสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Chrome
- ข้อผิดพลาดในการเขียนโค้ดรหัสธุรกรรม
- เกี่ยวกัรหัสธุรกรรมและการตั้งค่า "การนับ"
ก่อนเริ่มต้น
ก่อนที่จะเพิ่มรหัสธุรกรรมลงในแท็กเครื่องมือวัด Conversion ได้ คุณต้องมีสิ่งต่อไปนี้
- เครื่องมือวัด Conversion ที่ตั้งค่าสำหรับเว็บไซต์ หากต้องการทำตามวิธีการด้านล่าง คุณต้องสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ในบัญชี Google Ads แล้วเพิ่มแท็ก Conversion ลงในเว็บไซต์
- เว็บไซต์ควรสร้างรหัสธุรกรรมที่ไม่ซ้ำกัน เช่น หมายเลขยืนยันคำสั่งซื้อสำหรับธุรกรรมของคุณได้ รหัสธุรกรรมอาจประกอบด้วยตัวเลข ตัวอักษร และสัญลักษณ์พิเศษ เช่น เครื่องหมายขีดกลางหรือการเว้นวรรค โดยมีจำนวนอักขระสูงสุด 64 ตัว รหัสธุรกรรมแต่ละรายการต้องไม่ซ้ำกันสำหรับคำสั่งซื้อแต่ละรายการ การใช้รหัสเดียวกันกับคำสั่งซื้อหลายรายการจะทําให้ระบบนับจํานวนต่ำกว่าความเป็นจริง และต้องไม่มีข้อมูลที่อาจใช้เพื่อระบุตัวตนของลูกค้าได้ด้วย
- คุณอาจต้องมีความสามารถในการแก้ไขโค้ดในเว็บไซต์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า คุณหรือนักพัฒนาเว็บต้องแก้ไขแท็กเครื่องมือวัด Conversion ได้
วิธีการ
คุณจะต้องเพิ่มโค้ดบางส่วนในแท็กเครื่องมือวัด Conversion เพื่อดึงหมายเลขคำสั่งซื้อที่ไม่ซ้ำกันและส่งไปพร้อมกับแท็ก คุณไม่จำเป็นต้องอัปเดตอะไรในบัญชี Google Ads แค่อัปเดตแท็กก็เพียงพอแล้ว
โปรดทราบ
ตรวจสอบว่าคุณส่งมูลค่าแบบไดนามิกสำหรับรหัสธุรกรรมอยู่ หากแท็กส่งรหัสเดียวกันสำหรับธุรกรรมที่แตกต่างกันให้ Google Ads คุณอาจนับ Conversion ได้ต่ำกว่าจำนวนที่แท้จริงอย่างมาก
ตั้งค่ารหัสธุรกรรมผ่านข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ของแท็ก Google
ขั้นตอนที่ 1 จาก 3: สร้างและแสดงรหัสธุรกรรม
เมื่อเกิด Conversion เช่น ลูกค้าทำการซื้อจนเสร็จสมบูรณ์ เซิร์ฟเวอร์ควรสร้างรหัสธุรกรรมที่ไม่ซ้ำกัน จากนั้นคุณจะทำให้รหัสนี้พร้อมใช้งานใน HTML ของหน้ายืนยัน Conversion ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคือการแสดงรหัสลงในตัวแปร JavaScript ในหน้าเว็บโดยตรง
ตัวอย่างเช่น ในหน้ายืนยัน โค้ดฝั่งเซิร์ฟเวอร์อาจสร้างข้อมูลโค้ดลักษณะนี้
<script>
const uniqueTransactionId = 'TID_1663445995_789'; // This value should be dynamically generated by your server
</script>ขั้นตอนที่ 2 จาก 3: ส่งรหัสในข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ของแท็ก Google
ถัดไปคือแก้ไขข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ของแท็ก Google เพื่อส่งรหัสที่สร้างแบบไดนามิกนี้ ค้นหาข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ในหน้า Conversion แล้วเพิ่มพารามิเตอร์ transaction_id โดยใช้ตัวแปรที่คุณกําหนดไว้ในขั้นตอนก่อนหน้า
// This variable should be populated with the unique ID from your server
const uniqueTransactionId = 'TID_1663445995_789';
gtag('event', 'conversion', {
'send_to': 'AW-CONVERSION_ID/CONVERSION_LABEL',
'value': 120.50,
'currency': 'USD',
'transaction_id': uniqueTransactionId // Here's the unique ID
});
ขั้นตอนที่ 3 จาก 3: ยืนยันการติดตั้งใช้งาน
หลังจากติดตั้งใช้งานโค้ดแล้ว ให้ทำการซื้อทดสอบในเว็บไซต์ จากนั้นใช้ผู้ช่วยแท็กเพื่อยืนยันว่าระบบส่งรหัสธุรกรรมอย่างถูกต้องในคำสั่ง ping ของ Conversion
ตั้งค่ารหัสธุรกรรมผ่าน Google Tag Manager
สําหรับผู้ลงโฆษณาที่ใช้ Google Tag Manager วิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการส่งรหัสธุรกรรมที่ไม่ซ้ำกันคือการใช้ชั้นข้อมูลของเว็บไซต์ กระบวนการนี้มี 2 ขั้นตอนหลักๆ ได้แก่ การตรวจสอบว่านักพัฒนาเว็บไซต์พุชรหัสไปยังชั้นข้อมูล และการกําหนดค่า Google Tag Manager ให้อ่านรหัสนั้นและส่งไปยัง Google Ads
ส่วนที่ 1: การพุชรหัสธุรกรรมไปยังชั้นข้อมูล (สำหรับนักพัฒนาเว็บ)
ก่อนที่จะกำหนดค่า Google Tag Manager นักพัฒนาเว็บต้องอัปเดตโค้ดของเว็บไซต์เพื่อพุชรหัสธุรกรรมที่ไม่ซ้ำกันไปยังชั้นข้อมูลทุกครั้งที่เกิด Conversion ซึ่งจะทำให้ Google Tag Manager สามารถบันทึกค่าได้
ต่อไปนี้คือตัวอย่างโค้ดที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์จะเพิ่มลงในหน้ายืนยัน Conversion
<script>
window.dataLayer = window.dataLayer || [];
window.dataLayer.push({
'event': 'purchase', // A custom event name to trigger your GTM tag
'transaction_id': 'UNIQUE_TRANSACTION_ID_FROM_YOUR_SYSTEM' // The dynamic transaction ID
});
</script>ประเด็นสำคัญสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์
- ต้องระบุค่าที่ไม่ซ้ำกันสำหรับทุกคำสั่งซื้อใน
transaction_idแบบไดนามิก - การส่งเหตุการณ์ที่กำหนดเอง เช่น การซื้อ เป็นแนวทางปฏิบัติแนะนํา เนื่องจากจะให้สัญญาณที่ชัดเจนซึ่งคุณใช้เพื่อให้แท็ก Google Ads เริ่มทํางานใน Google Tag Manager ได้
ส่วนที่ 2: การกำหนดค่า Google Tag Manager
เมื่อติดตั้งใช้งานชั้นข้อมูลอย่างถูกต้องแล้ว ให้ทําตามขั้นตอนต่อไปนี้ในคอนเทนเนอร์ Google Tag Manager
ขั้นตอนที่ 1 จาก 4: สร้างทริกเกอร์
ก่อนอื่น ให้สร้างทริกเกอร์ที่จะทําให้แท็ก Google Ads เริ่มทำงานเมื่อเกิดเหตุการณ์การซื้อ
- ในพื้นที่ทํางาน Google Tag Manager ให้ไปที่ทริกเกอร์ แล้วคลิกใหม่
- ตั้งชื่อทริกเกอร์ เช่น "เหตุการณ์ที่กําหนดเอง - การซื้อ"
- สําหรับ "การกําหนดค่าทริกเกอร์" ให้เลือกเหตุการณ์ที่กําหนดเอง
- ในช่อง "ชื่อเหตุการณ์" ให้ป้อนชื่อเหตุการณ์ที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์พุชไปยังชั้นข้อมูล เช่น การซื้อ
- คลิกบันทึก
ขั้นตอนที่ 2 จาก 4: สร้างตัวแปรชั้นข้อมูล
ถัดไป ให้สร้างตัวแปรที่จะบันทึกรหัสธุรกรรมจากชั้นข้อมูล
- ไปที่ตัวแปร แล้วคลิกใหม่ในส่วน "ตัวแปรที่กำหนดโดยผู้ใช้"
- ตั้งชื่อตัวแปร เช่น "DLV - transaction_id"
- สําหรับ "การกําหนดค่าตัวแปร" ให้เลือกตัวแปรชั้นข้อมูล
- ในช่อง "ชื่อตัวแปรชั้นข้อมูล" ให้ป้อน
transaction_idซึ่งต้องตรงกับคีย์ที่ใช้ในโค้ดdataLayer.push()ทุกประการ - คลิกบันทึก
ขั้นตอนที่ 3 จาก 4: อัปเดตแท็กเครื่องมือวัด Conversion ของ Google Ads
สุดท้าย ให้กําหนดค่าแท็กเครื่องมือวัด Conversion ของ Google Ads เพื่อใช้ตัวแปรที่เพิ่งสร้าง
- ไปที่แท็ก แล้วคลิกแท็กเครื่องมือวัด Conversion ของ Google Ads ที่มีอยู่ หรือสร้างแท็กใหม่หากยังไม่ได้สร้าง
- ใน "การกำหนดค่าแท็ก" ให้ค้นหาช่องรหัสธุรกรรม
- คลิกปุ่ม
ข้างช่อง แล้วเลือกตัวแปรชั้นข้อมูลที่สร้างไว้ในขั้นตอนก่อนหน้า เช่น
{{DLV - transaction_id}} - ในส่วน "การทริกเกอร์" ให้เลือกทริกเกอร์ที่สร้างในขั้นตอนที่ 1 เช่น "เหตุการณ์ที่กําหนดเอง - การซื้อ"
- คลิกบันทึก
- เผยแพร่คอนเทนเนอร์ Google Tag Manager เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล
เมื่อทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ Google Tag Manager จะดึงรหัสธุรกรรมที่ไม่ซ้ำกันจากชั้นข้อมูลแบบไดนามิกทุกครั้งที่มีการซื้อ แล้วส่งไปยัง Google Ads
ขั้นตอนที่ 4: ยืนยันการติดตั้งใช้งาน
หลังจากกําหนดค่าแท็กและเผยแพร่คอนเทนเนอร์ Google Tag Manager แล้ว คุณควรยืนยันว่าระบบบันทึกและส่งรหัสธุรกรรมอย่างถูกต้อง วิธีที่ดีที่สุดในการทำเช่นนี้คือใช้โหมดแสดงตัวอย่างในตัวของ Google Tag Manager
- เริ่มโหมดแสดงตัวอย่าง: ในพื้นที่ทํางาน Google Tag Manager ให้คลิกปุ่มแสดงตัวอย่างที่มุมขวาบน ป้อน URL ของเว็บไซต์ แล้วคลิก "เชื่อมต่อ" ซึ่งจะเป็นการเปิดเว็บไซต์ของคุณในแท็บเบราว์เซอร์ใหม่ โดยมีแผงการแก้ไขข้อบกพร่องของผู้ช่วยแท็กอยู่ที่ด้านล่าง
- ทํา Conversion ทดสอบให้เสร็จสมบูรณ์: ในเว็บไซต์ ให้ทําตามกระบวนการซื้อทดสอบเพื่อให้เกิดเหตุการณ์ Conversion
- ตรวจสอบการเริ่มทำงานของแท็ก: ในหน้าต่างหรือแท็บผู้ช่วยแท็ก คุณควรจะเห็นเหตุการณ์ที่กำหนดเองซึ่งคุณสร้างขึ้น เช่น
purchaseปรากฏในไทม์ไลน์เหตุการณ์ทางด้านซ้าย ให้คลิกเหตุการณ์นี้ - ตรวจสอบแท็ก Google Ads: ในส่วน "แท็กเริ่มทํางาน" ของเหตุการณ์นั้น คุณควรจะเห็นแท็กเครื่องมือวัด Conversion ของ Google Ads ให้คลิกแท็กเพื่อเปิดรายละเอียด
- ยืนยันรหัสธุรกรรม: ในรายละเอียดแท็ก คุณจะเห็นค่าที่แน่นอนซึ่งส่งไปยัง Google Ads มองหาช่อง "รหัสธุรกรรม" และยืนยันว่าช่องนี้แสดงรหัสที่ไม่ซ้ำกันซึ่งสร้างขึ้นสำหรับการซื้อทดสอบ โดยไม่ควรเป็นค่าแบบคงที่หรือแสดงเป็น "ไม่ได้กำหนด"
- ทดสอบซ้ำ: หากต้องการให้แน่ใจว่ารหัสเป็นแบบไดนามิก ให้ทำการซื้อทดสอบอีกครั้งและตรวจสอบว่าระบบบันทึกรหัสธุรกรรมใหม่และแตกต่าง
ตั้งค่ารหัสธุรกรรมโดยใช้ระบบจัดการเนื้อหา (CMS)
สําหรับระบบจัดการเนื้อหา (CMS) ที่ผสานรวมกับ Google อย่างลึกซึ้ง Conversion หรือเหตุการณ์การซื้ออาจส่งรหัสธุรกรรมอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น Shopify จะรวมรหัสธุรกรรมไว้กับ Conversion ผ่านแอป Google & YouTube โดยอัตโนมัติ
หาก CMS หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไม่มีการผสานรวมกับ Google โดยตรง แต่มีสิทธิ์เข้าถึง API คุณอาจต้องดึงรหัสธุรกรรมด้วยตนเอง โปรดอ่านเอกสารประกอบของแพลตฟอร์ม คุณอาจพบรหัสธุรกรรมในตัวแปร JavaScript ร่วมหรือชั้นข้อมูล หรืออาจต้องดึงข้อมูลผ่าน API ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ แล้วส่งไปยังฟรอนท์เอนด์เพื่อให้แท็กใช้งาน
ตั้งค่ารหัสธุรกรรมสําหรับ Conversion ออฟไลน์
เมื่อนําเข้า Conversion จากการคลิกโฆษณา คุณสามารถเลือกที่จะเพิ่มรหัสธุรกรรมที่ไม่ซ้ำกันในคอลัมน์รหัสธุรกรรม (หรือรหัสคําสั่งซื้อ) ได้ด้วย หากคุณตั้งค่ารหัสธุรกรรมสำหรับแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม คุณจะต้องระบุรหัสธุรกรรม สําหรับการนําเข้า Conversion ออฟไลน์ (OCI) รหัสธุรกรรมเป็นข้อมูลที่ไม่บังคับ แต่แนวทางปฏิบัติแนะนําคือควรรวมรหัสธุรกรรมสําหรับ Conversion การซื้อ
ตั้งค่ารหัสธุรกรรมสําหรับ Conversion ที่มีแหล่งข้อมูลหลายแหล่ง
หากเชื่อมต่อแหล่งข้อมูลอื่นเพื่อเสริม Conversion ในเว็บไซต์ด้วยข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Data Manager คุณจะต้องรวบรวมรหัสธุรกรรมที่ไม่ซ้ำกันสำหรับการซื้อแต่ละครั้ง
รหัสจากแหล่งข้อมูลใหม่ต้องตรงกับ transaction_id ที่แท็ก Conversion บันทึกไว้ทุกประการ ความคลาดเคลื่อน เช่น คำนำหน้า คำต่อท้าย หรือช่องว่างเพิ่มเติม จะทำให้ Google Ads ไม่สามารถกรองเหตุการณ์ที่ซ้ำกันออกและรายงาน Conversion ได้อย่างถูกต้อง
ยืนยันการใช้รหัสธุรกรรมในแท็ก Google
คุณสามารถใช้ผู้ช่วยแท็กของ Google เพื่อตรวจสอบว่าระบบส่งรหัสธุรกรรมอย่างถูกต้องหรือไม่ ขณะทำการซื้อทดสอบ ให้ใช้ผู้ช่วยแท็กเพื่อให้แน่ใจว่าช่อง "รหัสธุรกรรม" ในแท็ก Google Ads ที่เริ่มทํางานมีค่าที่ไม่ซ้ำกัน
ยืนยันคำสั่ง ping ของ Conversion โดยใช้เครื่องมือสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Chrome
คุณใช้เครื่องมือสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Chrome เพื่อยืนยันคำสั่ง ping ของ Conversion ได้เช่นกัน
- ใน Google Chrome ให้คลิกขวาที่ใดก็ได้ในเว็บไซต์ แล้วเลือกตรวจสอบ
- ไปที่แท็บเครือข่าย แล้วมองหาพารามิเตอร์
&oid=ในคำขอไปยังhttps://www.googleadservices.com/pagead/conversion - ยืนยันว่ามีค่าที่ไม่ซ้ำกันสำหรับแต่ละคำสั่งซื้อ
ข้อผิดพลาดในการเขียนโค้ดรหัสธุรกรรม
แม้ว่ารหัสธุรกรรมจะช่วยหลีกเลี่ยงการนับ Conversion ซ้ำ แต่หากมีการเขียนโค้ดรหัสธุรกรรมไม่ถูกต้อง ระบบอาจทําเครื่องหมาย Conversion ว่าไม่ถูกต้อง หรือ Google Ads อาจข้ามกระบวนการกรองข้อมูลที่ซ้ำกันออก หากพบรหัสธุรกรรมเดียวกันที่ลูกค้าหลายรายใช้
ตัวอย่างข้อผิดพลาดในการเขียนโค้ด
ตัวแปรแบบไดนามิกที่ไม่สำเร็จ
โค้ดฝั่งเซิร์ฟเวอร์ใช้ตัวแปรเพื่อระบุรหัสธุรกรรมที่ไม่ซ้ำกันแบบไดนามิก หากข้อมูลโค้ดที่แสดงตัวแปรเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ คุณอาจได้รับข้อผิดพลาด ตัวอย่างข้อมูลโค้ดมีดังนี้
{{ order_number }}[invoice-prefix][invoice-number]null-user-idgtm.init<%= orderId %>[object Object].transaction_id<google_ads_transaction_id>Number(order.id).toString()<?php echo $order->id; ?><b>ข้อสังเกต</b>: ตัวแปรที่ไม่ได้กำหนด: order_id in <b>/home/examples/example.com.ua/www/catalog/view/theme/default/template/common/success.tpl</b> ในบรรทัดที่ <b>66</b>
ตัวอย่าง
หากคุณใช้ {{ order_number }} ในข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ของแท็ก Google แต่ตัวแปรฝั่งเซิร์ฟเวอร์คือ {{order_number}} โดยไม่มีช่องว่างเพิ่มเติม ระบบจะสร้างรหัสธุรกรรมไม่ได้ ซึ่งจะทำให้ตัวแปร {{ order_number }} แสดงขึ้นแทนรหัสจริง
ค่าตัวยึดตำแหน่ง
สตริงหรือตัวเลขคงที่เหล่านี้เป็นค่าทั่วไปหรือมีไว้เป็นค่าทดสอบแบบคงที่หรือป้ายกำกับที่ไม่ควรใช้เป็นรหัสธุรกรรม
button-confirmcongratsthank_younot setbuyPage ViewConversion Tracking Google Ads1234https://www.google.com/Google
ประเภทข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง
ประเภทข้อมูลและค่าที่ไม่ควรใช้เป็นรหัสธุรกรรมมีดังนี้
- URL
www.example.comhttps://www.example.org/admin/example.comhttps://www.example.com/products
- ที่อยู่อีเมล
...@gmail.com...@yahoo.comโดเมนที่กำหนดเอง
- ราคาหรือสกุลเงิน
$17.99$ 5.37$ 21.45$ 15.50USDAUD
- สตริงที่แฮชหรือ UUID
50d858e0985ecc7f60418aaf0cc5ab587f42=G-1234567890e9891562113d8a62add1bf0888-af2bdbe1aa9b6ec1e
- ผลิตภัณฑ์
/products/dog-proof-fence-pack-timber-fences/shop/product/electric-toothbrushProduct Pro_trial_monthly_undefined
- หมายเลขโทรศัพท์
ในบางกรณี รหัสธุรกรรมจะปรากฏใน URL เป็นรูปแบบ key=value หลังเครื่องหมายคำถาม ตัวอย่างเช่น หาก URL คือ https://example.com/success?order_id=54321 ชื่อตัวแปรจะเป็น order_id และรหัสธุรกรรมจะเป็น 54321 ไม่ควรใช้ส่วนที่เหลือของ URL เป็นรหัสธุรกรรม
เกี่ยวกับรหัสธุรกรรมและการตั้งค่า "การนับ"
การเพิ่มรหัสธุรกรรมลงในข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ไม่เหมือนกับการเปลี่ยนการตั้งค่า “การนับ” ให้นับ 1 Conversion ต่อการคลิกโฆษณา 1 ครั้ง
การเพิ่มรหัสธุรกรรมหมายถึงคุณเลี่ยงไม่ให้ระบบนับ Conversion เดิมซ้ำ 2 ครั้ง เช่น เมื่อมีผู้เปิดหน้ายืนยันการซื้อใหม่อีกครั้งและการซื้อ 1 ครั้งจะนับเป็น 2 Conversion
เมื่อคุณเปลี่ยนการตั้งค่า “การนับ” เป็น 1 ระบบจะนับเพียง 1 Conversion หลังจากมีการคลิกโฆษณา 1 ครั้งแม้ว่าจะเกิด Conversion หลายรายการจากการคลิกโฆษณา เช่น มีการซื้อที่ไม่ซ้ำกันหลายครั้ง
ควรใช้ "การนับ" เมื่อใดเมื่อเทียบกับการใช้รหัสธุรกรรม
- หากต้องการติดตามโอกาสในการขาย 1 รายการต่อการคลิกโฆษณา 1 ครั้ง ให้เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าการนับเป็น "1"
- หากต้องการติดตามทุกการซื้อของลูกค้าหลังจากการคลิกโฆษณา และต้องการตรวจสอบว่าด้วยคุณไม่ได้นับการซื้อเดียวกัน 2 ครั้ง ให้เพิ่มรหัสธุรกรรมลงในข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ การเพิ่มรหัสธุรกรรมเป็นตัวเลือกที่แนะนำสำหรับการซื้อ
หมายเหตุ
- ระบบจะไม่รายงานรหัสธุรกรรมใน Google Ads
- การเพิ่มรหัสธุรกรรมลงในข้อมูลโค้ดจะไม่ช่วยแก้ไข Conversion การดูผ่านที่ซ้ำกัน
- หากเว็บไซต์มีโซลูชันเพื่อนำ Conversion ซ้ำออกอยู่แล้ว เราแนะนำให้เพิ่มรหัสธุรกรรมเป็นเครื่องมือเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูล Conversion จะมีความแม่นยำมากที่สุด
- หากใช้ Google Tag Manager คุณก็ใช้รหัสธุรกรรมได้ โปรดป้อนรหัสธุรกรรมเป็นตัวแปร ไม่ใช่สตริงคงที่