ทำความเข้าใจสาเหตุที่มีการเรียกเก็บเงิน

  • เมื่อใช้ Google Ads ระบบจะไม่เรียกเก็บเงินคุณเกินกว่าค่าใช้จ่ายการโฆษณา โดยไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียมที่อาจมีผลกับบางประเทศ
  • เงินที่เรียกเก็บจะครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายการโฆษณาและค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้ชำระจากการเรียกเก็บเงินรอบก่อนหน้า รวมถึงภาษีและค่าธรรมเนียมที่อาจมีผลกับบางประเทศ
  • อย่างไรก็ตาม จะมีการเรียกเก็บเงินที่ไม่เกินเกณฑ์การชำระเงิน

เงินที่เรียกเก็บ

เงินที่เรียกเก็บจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายการโฆษณา ภาษี และค่าธรรมเนียม (หากมี) รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้ชำระซึ่งรวมถึงภาษีและค่าธรรมเนียมจากการเรียกเก็บเงินรอบก่อนหน้า

จำนวนเงินที่เรียกเก็บ = ค่าใช้จ่ายปัจจุบัน

(ค่าใช้จ่ายจากช่วงเวลาที่เรียกเก็บเงินนี้)

+ ยอดค้างชำระ

(ค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้ชำระจากช่วงเวลาที่เรียกเก็บเงินก่อนหน้า)

หากค่าใช้จ่ายการโฆษณาทั้งหมดเกินเกณฑ์การชำระเงิน (จำนวนเงินที่ทำให้มีการเรียกเก็บเงิน) ระบบจะเพิ่มค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในยอดค้างชำระของคุณในการเรียกเก็บเงินครั้งต่อไป

ตัวอย่างที่ 1

ค่าใช้จ่ายรายเดือนน้อยกว่าเกณฑ์การชําระเงิน (จํานวนเงินคงเหลือที่ทําให้มีการเรียกเก็บเงิน) เช่นในกรณีต่อไปนี้

  • คุณชําระเงินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม
  • เกณฑ์การชําระเงินของคุณคือ 1,500 บาท
  • ค่าใช้จ่ายรายเดือนของเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 1,470 บาท 
  • ในตัวอย่างข้างต้น ระบบจะเรียกเก็บเงินจากคุณ 1,470 บาทในวันที่ 15 สิงหาคม

ตัวอย่างที่ 2

หากค่าใช้จ่ายรายเดือนมากกว่าเกณฑ์การชําระเงิน (จํานวนเงินคงเหลือที่ทําให้มีการเรียกเก็บเงิน) เช่นในกรณีต่อไปนี้

  • คุณชําระเงินครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม
  • เกณฑ์การชําระเงินของคุณคือ 7,500 บาท
  • ค่าใช้จ่ายรายเดือนของเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 8,250 บาท 
  • ในตัวอย่างข้างต้น ระบบจะเรียกเก็บเงินจากคุณ 7,500 บาทในเดือนสิงหาคมในวันที่ยอดคงเหลือของคุณเกินเกณฑ์การชําระเงิน 1,500 บาท นอกจากนี้ระบบจะเรียกเก็บเงินที่เหลืออีก 750 บาทในวันที่ 15 สิงหาคม

คำถามทั่วไปเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงิน

คลิกลิงก์ด้านล่างเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินที่คุณเคยเห็น

ถูกเรียกเก็บเงินมากกว่า 1 ครั้งใน 1 เดือน

การเรียกเก็บเงินมักไม่ได้เกิดขึ้นเพียง 1 ครั้งใน 1 เดือนหรือตอนสิ้นเดือน มีการเรียกเก็บเงินได้หลายครั้งตลอดทั้งเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การเรียกเก็บเงินเป็นหลัก หรือจํานวนค่าใช้จ่ายที่กําหนดไว้ซึ่งบัญชีของคุณใช้ไป จำนวนเงินนี้ทำให้เกิดการเรียกเก็บเงิน ซึ่งหมายความว่าระบบอาจเรียกเก็บเงินคุณเกินกว่า 1 ครั้งใน 1 เดือน หากคุณใช้จ่ายไม่เกินเกณฑ์การชําระเงินใน 1 เดือน ระบบจะเรียกเก็บเงินคุณโดยอัตโนมัติในวันเดียวกันทุกเดือน (อาจมีการเปลี่ยนแปลงวันที่ชําระเงินโดยอัตโนมัติสำหรับเดือนที่มีจำนวนวันน้อยกว่านี้หรือปีอธิกสุรทิน) 

ตัวอย่าง

หากเกณฑ์การเรียกเก็บเงินของคุณคือ 15,000 บาท ระบบจะเรียกเก็บเงินทุกครั้งที่ค่าใช้จ่ายของคุณถึง 15,000 บาทภายในเดือนเดียวกัน หากคุณมีค่าใช้จ่ายรวม 45,000 บาทใน 1 เดือน ระบบจะเรียกเก็บเงิน 15,000 บาท 3 ครั้ง (3 x 15,000 = 45,000 บาท)

ตัวอย่าง

หากคุณชําระเงินอัตโนมัติครั้งล่าสุดในวันที่ 31 สิงหาคม เกณฑ์การเรียกเก็บเงินของคุณคือ 15,000 บาท และคุณใช้จ่ายไม่เกินเกณฑ์ดังกล่าวภายใน 1 เดือน ระบบจะเรียกเก็บเงินอัตโนมัติครั้งถัดไปในวันที่ 30 กันยายนและทุกเดือนในอนาคต โปรดทราบว่า: กุมภาพันธ์มีจํานวนวันน้อยกว่า และในเดือนกุมภาพันธ์ระบบจะเรียกเก็บเงินจากคุณในวันที่ 28 (หรือ 29 กุมภาพันธ์ในปีอธิกสุรทิน) 

การเรียกเก็บเงินที่เหมือนกัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่หากคุณเห็นการเรียกเก็บเงิน 2 รายการที่เหมือนกันจาก Google Ads ในใบแจ้งยอดบัตรเครดิตหรือรายการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคาร อาจเกิดจาก 2 สาเหตุ ดังนี้

  • การขอสิทธิ์ตัดบัญชี: นี่คือคำขอระหว่างระบบการเรียกเก็บเงินของเรากับธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตของคุณ คำขอนี้จะเกิดขึ้นเกือบทุกครั้งที่มีการชำระเงิน โดยจะแสดงเป็นจำนวนเงินที่รอดำเนินการซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับที่มีการเรียกเก็บไปแล้ว โดยปกติคำขอเหล่านี้จะหายไปภายใน 2-3 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับธนาคารแต่ละแห่ง
  • การเรียกเก็บเงินซ้ำ: อาจมีการเรียกเก็บเงินซ้ำเนื่องจากข้อผิดพลาด ซึ่งหมายความว่าบัญชีของคุณจะถูกเรียกเก็บเงิน 2 ครั้งเป็นจำนวนเงินเดียวกัน โดยที่ไม่มีรายการใดเลยระบุว่าอยู่ระหว่างรอดำเนินการในใบแจ้งยอดของคุณ

หากรายการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคารแสดงรายการที่เรียกเก็บซ้ำหรือหากยังแสดงคำขอสิทธิ์ตัดบัญชีอยู่ ให้ติดต่อธนาคารเพื่อขอความช่วยเหลือ

ตรวจสอบยอดค้างชำระได้โดยคลิกไอคอนเครื่องมือ Google Ads | tools [Icon] แล้วคลิกสรุปการเรียกเก็บเงินในส่วน "การเรียกเก็บเงิน" ตรวจสอบว่าการชำระเงินยังแสดงอยู่และยอดเงินถูกต้อง หากมียอดการชำระเงิน ก็ไม่จำเป็นต้องติดต่อ Google แต่อย่างใด

ระบบเรียกเก็บเงินมากกว่างบประมาณรายวันเฉลี่ยในบางวัน

ปริมาณการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตจะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน เพื่อรองรับความผันผวนดังกล่าวและเพื่อให้มั่นใจว่าแคมเปญของคุณจะทำงานได้เต็มศักยภาพ Google จึงอาจอนุญาตให้มีการโต้ตอบใน 1 วันสูงกว่างบประมาณรายวันเฉลี่ยที่คุณกำหนดสูงสุด 2 เท่า เราเรียกกรณีดังกล่าวว่าแสดงผลเกินงบ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาการเรียกเก็บเงินหนึ่งๆ ระบบของเราจะไม่เรียกเก็บเงินคุณเกินกว่าจำนวนวันในช่วงเวลานั้นคูณด้วยงบประมาณรายวันเฉลี่ย

ตัวอย่างเช่น หากคุณกำหนดงบประมาณไว้ที่ 300 บาทต่อวัน และระบบเรียกเก็บเงินจากคุณเป็นรายเดือน จำนวนเงินสูงสุดที่คุณจะจ่ายจะเท่ากับ 9,000 บาท

หาก Google แสดงโฆษณาของคุณเกินงบ ซึ่งส่งผลให้คุณมีค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาที่เรียกเก็บเงินมากกว่าที่งบประมาณของคุณกำหนดไว้ คุณจะได้รับเครดิตเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น หากคุณมีค่าใช้จ่าย 1,050 บาทสําหรับการคลิกใน 1 เดือน แต่คุณมีงบประมาณรายวันเฉลี่ย 30 บาทต่อวัน (คือ 900 บาทต่อช่วงเวลาที่เรียกเก็บเงินรายเดือน) คุณจะได้รับเครดิตจากการแสดงผลเกินงบ 150 บาท

หมายเหตุ: แคมเปญจ่ายสำหรับ Conversion จะมีการเรียกเก็บเงินที่ต่างออกไป และจะเรียกเก็บได้มากกว่า 2 เท่าของงบประมาณรายวันเฉลี่ย 

วิธีดูว่าคุณได้รับเครดิตจากการแสดงผลเกินหรือไม่

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. ที่ด้านบนของหน้า ให้คลิกไอคอนเครื่องมือ Google Ads | tools [Icon] แล้วเลือกสรุปในส่วน "การเรียกเก็บเงิน" ไปที่นั่นเลย
  3. คลิกธุรกรรมจากเมนูทางซ้ายมือ
  4. คลิกกิจกรรมแคมเปญ
  5. เครดิตของกิจกรรมส่วนเกินจะมีป้ายกำกับเป็นเครดิตจากการแสดงผลเกินงบ
ถูกเรียกเก็บเงินหลังจากที่ชำระเงินด้วยตนเองไปแล้ว

หากคุณใช้การตั้งค่าการชำระเงินอัตโนมัติ แล้วทำการชำระเงินด้วยตนเอง คุณอาจถูกเรียกเก็บเงินในรอบการเรียกเก็บเงินอัตโนมัติของคุณ โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้

  • มีการชำระเงินอัตโนมัติที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะที่คุณทำรายการชำระเงิน: รอบการชำระเงินอัตโนมัติจะตรงต่อเวลา ดังนั้นหากคุณทำการชำระเงินเมื่อกระบวนการนี้กำลังดำเนินการอยู่ ระบบอาจยังเรียกเก็บเงิน เหตุการณ์นี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นสูง หากคุณทํารายการชําระเงินเมื่อใกล้ถึงเกณฑ์การเรียกเก็บเงิน เมื่อสิ้นเดือนตามปฏิทิน หรือเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลาที่เรียกเก็บเงินรายเดือน
  • ครบรอบการเรียกเก็บเงินของคุณ: หลังจากคุณทำการชำระเงินด้วยตนเอง บัญชีของคุณจะกลับสู่รอบการเรียกเก็บเงินปกติ คุณจะได้รับการเรียกเก็บเงินอัตโนมัติเมื่อค่าใช้จ่ายของบัญชีถึงเกณฑ์การชําระเงิน หรือหลังจากวันชําระเงินเดียวกันกับการชําระเงินอัตโนมัติครั้งล่าสุด ขึ้นอยู่กับว่ากรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน
ถูกเรียกเก็บเงินหลังจากป้อนรหัสโปรโมชัน

โฆษณาจะยังคงทำงานต่อไปเมื่อเครดิตโปรโมชันหมดและจะมีค่าใช้จ่ายการโฆษณาในกรณีที่ใช้การตั้งค่าการชำระเงินอัตโนมัติ หากคุณใช้เครดิตจนหมดและต้องการหยุดสร้างค่าใช้จ่าย ให้หยุดแคมเปญชั่วคราว

ถูกเรียกเก็บเงินนอกรอบการเรียกเก็บเงิน

ระบบอาจเรียกเก็บเงินนอกรอบการเรียกเก็บเงินในกรณีต่อไปนี้

  • คุณได้ทำการชำระเงินด้วยตนเอง (โดยคลิกที่ปุ่มชำระเงินในบัญชี) แม้ว่าการชำระเงินอัตโนมัติจะได้รับการประมวลผลภายในรอบการเรียกเก็บเงินที่กำหนด แต่คุณจะชำระเงินด้วยตนเองเมื่อใดก็ได้
  • บัญชีของคุณอาจได้รับการอัปเกรดเป็นอินเทอร์เฟซการเรียกเก็บเงินใหม่เมื่อไม่นานมานี้ เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ ระบบจะเรียกเก็บเงินจากยอดเงินในบัญชีของคุณในขณะที่มีการอัปเกรด แต่จะไม่เรียกเก็บเงินสำหรับการอัปเกรด การเรียกเก็บเงินเพียงครั้งเดียวนี้อยู่นอกเหนือรอบการเรียกเก็บเงินปกติ การเรียกเก็บเงินครั้งต่อๆ ไปทั้งหมดควรอยู่ภายในรอบการเรียกเก็บเงินปกติ
มีการเรียกเก็บเงินหลังจากที่หยุดโฆษณาหรือยกเลิกบัญชี

เมื่อคุณหยุดแสดงโฆษณาโดยการยกเลิกบัญชีหรือการหยุดชั่วคราวหรือนำแคมเปญออก ระบบ Google Ads อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงในการหยุดโฆษณาของคุณโดยสิ้นเชิง ณ จุดนี้ คุณจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ระบบจะเรียกเก็บเงินสำหรับค่าใช้จ่ายการโฆษณาที่ยังไม่ได้ชำระ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่โฆษณาจะหยุดทำงาน ระบบของเรามีรอบการเรียกเก็บเงินรายเดือน ดังนั้นคุณจึงอาจยังไม่ได้รับการเรียกเก็บเงินครั้งสุดท้ายเป็นเวลาหลายสัปดาห์

หากต้องการดูว่าคุณค้างชําระค่าใช้จ่ายการโฆษณาหรือไม่ ให้คลิกไอคอนเครื่องมือ Google Ads | tools [Icon] แล้วเลือกสรุปในส่วน "การเรียกเก็บเงิน" จากนั้นดูยอดดุลปัจจุบันที่ด้านบนของหน้า

ยอดการเรียกเก็บเงินในรายการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคารไม่ตรงกับในบัญชี Google Ads

บางครั้งยอดการเรียกเก็บเงินในรายการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคารจะแตกต่างจากยอดที่คุณเห็นในบัญชี Google Ads เล็กน้อย สาเหตุบางประการมีดังนี้

การเรียกเก็บเงินคลาดเคลื่อน 1-2 วัน
กรณีเช่นนี้มักจะเกิดขึ้นเนื่องจากการเรียกเก็บเงินจะโพสต์ใน Google Ads และรายการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคารคนละวันกัน เนื่องจาก Google Ads และธนาคารดำเนินการด้วยระบบที่ต่างกัน การชำระเงินจึงไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันเสมอไป

ยอดการเรียกเก็บเงินของธนาคารไม่ปรากฏใน Google Ads
หากเกิดกรณีเช่นนี้ คุณจะตรวจสอบทั้ง 2 บัญชีได้ดังนี้

  1. หากคุณมีบัญชี Google Ads มากกว่า 1 บัญชี ให้ตรวจสอบแต่ละบัญชีเพื่อดูว่ามีการเรียกเก็บเงินหรือไม่ (หลายครั้งที่รหัสลูกค้า 10 หลักของคุณจะปรากฏในรายการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคาร) ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแสดงการเรียกเก็บเงินที่ด้านล่าง หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินที่ไม่ได้รับอนุญาต
  2. หากคุณยังคงไม่ทราบว่าการเรียกเก็บเงินนั้นมาได้อย่างไร คุณติดต่อทีมสนับสนุนของเราได้ โปรดเตรียมภาพหน้าจอหรือสำเนาเอกสารการเรียกเก็บเงินที่ต้องการสอบถามไว้ให้พร้อม วิธีนี้จะช่วยให้เราตรวจสอบการเรียกเก็บเงินดังกล่าวได้ง่ายขึ้น และโปรดขีดทับยอดการเรียกเก็บเงินทั้งหมดและข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บเงินที่ต้องการสอบถาม เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเอง
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว