เกี่ยวกับการติดตาม Conversion ของแอปด้วย App Attribution Partner

การผสานรวมกับ App Attribution Partner (AAP) บุคคลที่สามช่วยให้การวัด Conversion เป็นไปอย่างราบรื่นโดยเสนอวิธีการที่เชื่อถือได้เพื่อให้คุณลิงก์ผู้ให้บริการและนำเข้า Conversion ไปยัง Google Ads

ข้อดี

  • การผสานรวมที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • การทดลองใช้ฟีเจอร์การวัดผลใหม่ๆ ก่อนเปิดตัวเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการวิเคราะห์แอปบุคคลที่สามรายอื่น
  • การรายงานของ Google Ads กับการวิเคราะห์แอปมีความคลาดเคลื่อนน้อยลง
  • การนําเข้าข้อมูลที่ต้องการมาใน Google Ads ง่ายขึ้น

วิธีการทํางานของการผสานรวม AAP บุคคลที่สาม

Google Ads ร่วมมือกับผู้ให้บริการวิเคราะห์แอปบุคคลที่สามหลายรายเพื่อติดตามการวิเคราะห์ Conversion ของแอป ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทํางานของการผสานรวมนี้ได้ที่ด้านล่าง

เปิดใช้เครื่องมือวัด Conversion ของแอปจาก Google Ads โดยใช้ AAP บุคคลที่สาม

โปรแกรม App Attribution Partner (AAP) ของ Google ให้การรับรองการวิเคราะห์แอปจากบุคคลที่สามแก่พาร์ทเนอร์การวัดผลในอุปกรณ์เคลื่อนที่บางรายในรายการด้านล่าง การทํางานร่วมกันนี้ช่วยให้คุณเข้าถึงข้อมูลวิเคราะห์ที่ดีที่สุดสําหรับแคมเปญ Google Ads โปรดคลิกชื่อผู้ให้บริการบุคคลที่สามที่คุณเลือกด้านล่างเพื่อเริ่มต้น

การผสานรวม Adjust

การผสานรวม Airbridge

การผสานรวม AppsFlyer

การผสานรวม Branch

การผสานรวม Kochava

การผสานรวม Singular

การผสานรวม Tenjin

ดูรายละเอียดวิธีการส่ง Conversion ของแอปและความยินยอมของผู้ใช้ไปยังผู้ให้บริการวิเคราะห์ได้ที่ด้านล่าง

สำคัญ: โปรดตรวจสอบว่ามีการบันทึกสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA ก่อนส่ง Conversion ของแอปไปยัง AAP บุคคลที่สาม ในสถานการณ์ที่มีการส่ง Conversion แต่ไม่ได้รับความยินยอมในระดับผู้ใช้ Google Ads อาจใช้ gbraid สำหรับการวัด Conversion ของแอปซึ่งไม่ได้อยู่ในระดับผู้ใช้

รวบรวมเหตุการณ์ Conversion ของแอปและความยินยอมของผู้ใช้ผ่านการผสานรวม SDK ของ AAP บุคคลที่สาม

ใช้ประโยชน์จากการผสานรวม SDK ของ AAP บุคคลที่สามในการรวบรวมและส่งเหตุการณ์ Conversion ของแอป, URL ที่มา และสถานะความยินยอมไปยัง Google Ads เพื่อการระบุแหล่งที่มาของแคมเปญและการเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ โปรดคลิกผู้ให้บริการที่คุณเลือกด้านล่างเพื่อกําหนดค่า SDK ของบุคคลที่สาม

Adjust

  1. ผสานรวม Adjust SDK
  2. ทําตามคู่มือ Deep Link สำหรับ Android และ iOS เพื่อให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Adjust สําหรับการระบุแหล่งที่มา
    • หมายเหตุ: ต้องใช้ Adjust Android SDK เวอร์ชัน 4.12 ขึ้นไปเพื่อให้ใช้งานร่วมกันได้ แต่ Adjust iOS SDK ทุกเวอร์ชันใช้งานร่วมกันได้
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ Adjust โดยตรวจสอบว่าได้ตั้งค่า "การประมาณเชิงความน่าจะเป็น" (ปิดใช้โดยค่าเริ่มต้น) และกรอบเวลาการระบุแหล่งที่มาสําหรับการประมาณเชิงความน่าจะเป็นไว้เป็น 24 ชั่วโมง (ค่าเริ่มต้นคือ 6 ชั่วโมง)
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนดสำหรับ Android และ iOS รวมถึงตรวจสอบว่าเปิดใช้ "addGranularOption" สำหรับการแชร์กับบุคคลที่สามอยู่ หน่วงเวลาการส่งข้อมูลของ SDK จนกว่าจะบันทึกสถานะความยินยอมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับ Android ให้ใช้เมธอด Adjust.setOfflineMode สำหรับ iOS ให้ใช้เมธอด setOfflineMode, requestTrackingAuthorizationWithCompletionHandler หรือ requestTrackingAuthorization

Airbridge

  1. ผสานรวม Airbridge SDK
  2. ทําตามคู่มือ Deep Link สำหรับ Android และ iOS เพื่อให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Airbridge สําหรับการระบุแหล่งที่มา
    • หมายเหตุ: Airbridge SDK ทุกเวอร์ชันใช้งานร่วมกันได้
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ Airbridge โดยตรวจสอบว่าได้ตั้งค่ากรอบเวลามองย้อนกลับสำหรับการจับคู่การประมาณเชิงความน่าจะเป็นไว้เป็น 24 ชั่วโมงขึ้นไป (ค่าเริ่มต้นคือ 24 ชั่วโมง) สำหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนดสำหรับ Android และ iOS หน่วงเวลาการเริ่มต้นหรือการส่งข้อมูลของ SDK จนกว่าจะบันทึกสถานะความยินยอมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับ Android ให้ใช้เมธอด autoStartTrackingEnabled สำหรับ iOS ให้ใช้เมธอด autoStartTrackingEnabled
    • หมายเหตุ: Airbridge SDK ทุกเวอร์ชันเป็นไปตามข้อกำหนด

AppsFlyer

  1. ผสานรวม AppsFlyer SDK
  2. ทําตามคู่มือ Deep Link นี้เพื่อให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก AppsFlyer สําหรับการระบุแหล่งที่มา
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ AppsFlyer โดยตรวจสอบว่าได้เปิดใช้ "การแชร์ข้อมูลขั้นสูง" (ปิดใช้โดยค่าเริ่มต้น) สําหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนดสำหรับ Android และ iOS หน่วงเวลาการเริ่มต้นหรือการส่งข้อมูลของ SDK จนกว่าจะบันทึกสถานะความยินยอมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับ Android ให้ใช้เมธอด start สำหรับ iOS ให้ใช้เมธอด start หรือ waitForATTUserAuthorization

Branch

  1. ผสานรวม Branch SDK
  2. ทําตามคู่มือ Deep Link สำหรับ Android และ iOS เพื่อให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Branch สําหรับการระบุแหล่งที่มา
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมใน UI ของ Branch โดยตรวจสอบว่าได้เปิดใช้การตั้งค่า "การวัด Conversion แบบผสานรวม" (เปิดใช้โดยค่าเริ่มต้น) และตั้งค่ากรอบเวลาการระบุแหล่งที่มาสำหรับการคลิกเพื่อติดตั้งไว้เป็น 24 ชั่วโมงขึ้นไป (ค่าเริ่มต้นคือ 7 วัน) สำหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนดสำหรับ Android และ iOS หน่วงเวลาการเริ่มต้นหรือการส่งข้อมูลของ SDK จนกว่าจะบันทึกสถานะความยินยอมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับ Android ให้ใช้เมธอด expectDelayedSessionInitialization() สำหรับ iOS ให้ใช้เมธอด didFinishLaunchingWithOptions

Kochava

  1. ผสานรวม Kochava SDK
  2. ทําตามคู่มือ Deep Link สำหรับ Android และ iOS เพื่อให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Kochava สําหรับการระบุแหล่งที่มา
    • หมายเหตุ: Kochava SDK ทุกเวอร์ชันใช้งานร่วมกันได้
  3. เปิดใช้งาน ICM ในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ Kochava โดยตรวจสอบว่าได้เปิดใช้โปรไฟล์ความเป็นส่วนตัวและการระบุแหล่งที่มาโดยประมาณ (เปิดใช้โดยค่าเริ่มต้นสำหรับ Android และปิดใช้โดยค่าเริ่มต้นสำหรับ iOS) และตั้งค่าการปรับยอดคลิกสำหรับการมองย้อนกลับโดยประมาณไว้เป็น 24 ชั่วโมงขึ้นไป (ค่าเริ่มต้น 7 วันสำหรับ Android และปิดใช้โดยค่าเริ่มต้นสำหรับ iOS) สำหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนดสำหรับ SDK หน่วงเวลาการเริ่มต้นหรือการส่งข้อมูลของ SDK จนกว่าจะบันทึกสถานะความยินยอมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับ Android ให้ใช้เมธอด sleeping the tracker สำหรับ iOS ให้ใช้เมธอด sleeping the tracker

Singular

  1. ผสานรวม Singular SDK
  2. ทําตามคู่มือ Deep Link สำหรับ Android และ iOS เพื่อให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Singular สําหรับการระบุแหล่งที่มา
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ Singular โดยตรวจสอบว่าได้เปิดใช้ "การวัด Conversion แบบผสานรวม" (เปิดใช้โดยค่าเริ่มต้น) และตั้งค่ากรอบเวลามองย้อนกลับของการระบุแหล่งที่มาสําหรับการระบุแหล่งที่มาเชิงความน่าจะเป็นไว้เป็น 24 ชั่วโมง (ค่าเริ่มต้นคือ 24 ชั่วโมง) สําหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนดสำหรับการแชร์ข้อมูลแบบจำกัด รับและตั้งสถานะความยินยอมของผู้ใช้ก่อนเริ่มต้น SDK เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โปรดติดต่อ CSM ของ Singular เพื่อขอคำแนะนำ
    • หมายเหตุ: Singular SDK ทุกเวอร์ชันเป็นไปตามข้อกำหนด

Tenjin

  1. ผสานรวม Tenjin SDK
  2. ทําตามคู่มือ Deep Link นี้เพื่อให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Tenjin สําหรับการระบุแหล่งที่มา
    • หมายเหตุ: Tenjin SDK ทุกเวอร์ชันใช้งานร่วมกันได้
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมใน UI ของ Tenjin โดยตรวจสอบว่าได้เปิดใช้ "การจับคู่เชิงความน่าจะเป็น" (เปิดใช้โดยค่าเริ่มต้น) และตั้งค่ากรอบเวลาการระบุแหล่งที่มาสําหรับการจับคู่เชิงความน่าจะเป็นไว้เป็น 24 ชั่วโมง (ค่าเริ่มต้นคือ 1 ชั่วโมง) สําหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนดสำหรับ Android และ iOS หน่วงเวลาการเริ่มต้นหรือการส่งข้อมูลของ SDK จนกว่าจะบันทึกสถานะความยินยอมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับ Android ให้ใช้เมธอด onCreate สำหรับ iOS ให้ใช้เมธอด ATTrackingManager
    • หมายเหตุ: ต้องใช้ Tenjin Android SDK เวอร์ชัน 1.15.0 ขึ้นไปและ Tenjin iOS SDK เวอร์ชัน 1.14.0 ขึ้นไปเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด

รวบรวมเหตุการณ์ Conversion ของแอปและความยินยอมของผู้ใช้ผ่านการผสานรวมแบบเซิร์ฟเวอร์ต่อเซิร์ฟเวอร์ของ AAP บุคคลที่สาม

ใช้การผสานรวมแบบเซิร์ฟเวอร์ต่อเซิร์ฟเวอร์ของ AAP บุคคลที่สามในการรวบรวมและส่งเหตุการณ์ Conversion ของแอปไปยัง Google Ads เพื่อการระบุแหล่งที่มาและการเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ วิธีกําหนดค่าเหตุการณ์แบบเซิร์ฟเวอร์ต่อเซิร์ฟเวอร์ของบุคคลที่สามมีดังนี้

Adjust

  1. ผสานรวม Adjust S2S API
  2. กําหนดค่า Adjust SDK ให้รับเหตุการณ์ Conversion "session_start" ด้วยเพื่อให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Adjust สําหรับการระบุแหล่งที่มา ดูคำแนะนำเพิ่มเติมในส่วน SDK ด้านบน
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ Adjust โดยตรวจสอบว่าได้ตั้งค่า "การประมาณเชิงความน่าจะเป็น" (ปิดใช้โดยค่าเริ่มต้น) และกรอบเวลาการระบุแหล่งที่มาสําหรับการประมาณเชิงความน่าจะเป็นไว้เป็น 24 ชั่วโมง (ค่าเริ่มต้นคือ 6 ชั่วโมง) สำหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนด

Airbridge

  1. ผสานรวม Airbridge S2S API
  2. ติดต่อ CSM ของ Airbridge เพื่อขอคําแนะนําในการทำให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Airbridge สําหรับการระบุแหล่งที่มา
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมใน UI ของ Airbridge โดยตรวจสอบว่าได้ตั้งค่ากรอบเวลามองย้อนกลับสำหรับการจับคู่การประมาณเชิงความน่าจะเป็นไว้เป็น 24 ชั่วโมงขึ้นไป (ค่าเริ่มต้นคือ 24 ชั่วโมง) สำหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนด

AppsFlyer

  1. ผสานรวม AppsFlyer S2S API
  2. ติดต่อ CSM ของ AppsFlyer เพื่อขอคําแนะนําในการทำให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก AppsFlyer สําหรับการระบุแหล่งที่มา
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ AppsFlyer โดยตรวจสอบว่าได้เปิดใช้ "การแชร์ข้อมูลขั้นสูง" (ปิดใช้โดยค่าเริ่มต้น) สําหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนด

Branch

  1. ผสานรวม Branch S2S API
  2. ใส่ฟิลด์ด้านล่างเพื่อให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Branch สําหรับการระบุแหล่งที่มา
    • สําหรับการติดตั้งแอป Android ให้ส่งฟิลด์ "install_referrer_extras" ไปยัง https://api2.branch.io/v1/open
    • สําหรับการมีส่วนร่วมในแอป Android ให้ส่งฟิลด์ "android_app_link_url" ไปยัง https://api2.branch.io/v1/open
    • สําหรับการมีส่วนร่วมในแอป iOS ให้ส่งฟิลด์ "universal_link_url" ไปยัง https://api2.branch.io/v1/open
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ Branch โดยตรวจสอบว่าได้เปิดใช้การตั้งค่า "การวัด Conversion แบบผสานรวม" (เปิดใช้โดยค่าเริ่มต้น) และตั้งค่ากรอบเวลาการระบุแหล่งที่มาสำหรับการคลิกเพื่อติดตั้งไว้เป็น 24 ชั่วโมงขึ้นไป (ค่าเริ่มต้นคือ 7 วัน) สำหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนด

Kochava

  1. ผสานรวม Kochava S2S API
  2. ใส่ฟิลด์ด้านล่างเพื่อให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Kochava สําหรับการระบุแหล่งที่มา
    • สําหรับการติดตั้งแอป Android ให้ส่งฟิลด์/ค่า "referrer=value" ไปยัง https://control.kochava.com/track/json
    • สําหรับการมีส่วนร่วมในแอป Android ให้ส่งฟิลด์/ค่า "event_name=_deeplink" และ "gclid=value" ไปยัง https://control.kochava.com/track/json
    • สําหรับการมีส่วนร่วมในแอป iOS ให้ส่งฟิลด์/ค่า "event_name=_deeplink" รวมถึง "gclid=value" และ "gbraid=value" ไปยัง https://control.kochava.com/track/json
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ Kochava โดยตรวจสอบว่าได้เปิดใช้โปรไฟล์ความเป็นส่วนตัวและการระบุแหล่งที่มาโดยประมาณ (เปิดใช้โดยค่าเริ่มต้นสำหรับ Android และปิดใช้โดยค่าเริ่มต้นสำหรับ iOS) และตั้งค่าการปรับยอดคลิกสำหรับการมองย้อนกลับโดยประมาณไว้เป็น 24 ชั่วโมงขึ้นไป (ค่าเริ่มต้น 7 วันสำหรับ Android และปิดใช้โดยค่าเริ่มต้นสำหรับ iOS) สำหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนดสำหรับการติดตั้งและเหตุการณ์หลังการติดตั้ง

Singular

  1. ผสานรวม Singular S2S API
  2. ใส่ฟิลด์ด้านล่างเพื่อให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Singular สําหรับการระบุแหล่งที่มา
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ Singular โดยตรวจสอบว่าได้เปิดใช้ "การวัด Conversion แบบผสานรวม" (เปิดใช้โดยค่าเริ่มต้น) และตั้งค่ากรอบเวลามองย้อนกลับของการระบุแหล่งที่มาสําหรับการระบุแหล่งที่มาเชิงความน่าจะเป็นไว้เป็น 24 ชั่วโมง (ค่าเริ่มต้นคือ 24 ชั่วโมง) สําหรับ Google Ads
  4. ระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA โดยทําตามคู่มือการปฏิบัติตามข้อกําหนด

Tenjin

  1. ผสานรวม Tenjin S2S API (มีให้ใช้งานตามคำขอสำหรับลูกค้าแบบชำระเงิน)
  2. ติดต่อ CSM ของ Tenjin เพื่อขอคําแนะนําในการทำให้ Google ได้รับตัวระบุการคลิก URL ที่อ้างอิงจาก Tenjin สําหรับการระบุแหล่งที่มา
  3. เปิดใช้งานการวัด Conversion แบบผสานรวมในอินเทอร์เฟซผู้ใช้ของ Tenjin โดยตรวจสอบว่าได้เปิดใช้ "การจับคู่เชิงความน่าจะเป็น" (เปิดใช้โดยค่าเริ่มต้น) และตั้งค่ากรอบเวลาการระบุแหล่งที่มาสําหรับการจับคู่เชิงความน่าจะเป็นไว้เป็น 24 ชั่วโมง (ค่าเริ่มต้นคือ 1 ชั่วโมง) สําหรับ Google Ads
  4. ติดต่อ CSM ของ Tenjin เพื่อขอคำแนะนำในการระบุสถานะความยินยอมของผู้ใช้ใน EEA

ลดความคลาดเคลื่อนในการรายงานของ AAP บุคคลที่สาม

ความคลาดเคลื่อนของ Conversion ของแอปในรายงาน Google Ads กับรายงานของบุคคลที่สามนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปกติเนื่องจากหลายปัจจัยด้วยกัน รวมถึงการระบุแหล่งที่มาข้ามเครือข่าย หากไม่นับรวมความคลาดเคลื่อนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญคือกรอบเวลา Conversion ต้องสอดคล้องกันเพื่อลดความแปรปรวนที่อาจมีมากขึ้น ด้านล่างนี้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่ากรอบเวลา Conversion ที่แนะนําและการลดความคลาดเคลื่อน

หมายเหตุ: คุณสามารถให้ข้อมูล Conversion เพิ่มเติมแก่ Google โดยใช้ AAP เพื่อให้ได้รับมูลค่าทั้งหมดของแคมเปญ Google จะใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมของแคมเปญ ในบางกรณี ระบบอาจไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูลนี้เป็นการโต้ตอบกับโฆษณา Google ที่เฉพาะเจาะจงโดยตรง

หมายเหตุ: ทีมสนับสนุนของ Google Ads ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์ม AAP บุคคลที่สามได้ โปรดติดต่อพาร์ทเนอร์การวัดผลบุคคลที่สามโดยตรงเพื่อขอคําแนะนําหรือแก้ปัญหา

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม

เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
6917258505981096781
true
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
true
true
true
true
true
73067
false
false
true
true
false