การแสดงผล ตำแหน่ง และการคลิกคืออะไร

หน้านี้จะช่วยอธิบายเกี่ยวกับการแสดงผล ค่าตำแหน่ง และข้อมูลการคลิกในรายงานการวิเคราะห์การค้นหา

ฮิวริสติกที่อธิบายไว้ ณ ที่นี้ อาทิ ข้อกำหนดในการเปิดเผยรายการแบบภาพเรียงสลับหรือแบบใส่เลขลำดับตามตำแหน่ง อาจมีการเปลี่ยนแปลง

การแสดงผลคืออะไร

URL ของลิงก์จะบันทึกการแสดงผลเมื่อข้อมูลดังกล่าวปรากฏในผลการค้นหาสำหรับผู้ใช้ โดยปกติลิงก์ต้องเลื่อนดูได้หรือมองเห็นได้โดยขึ้นอยู่กับประเภทขององค์ประกอบการค้นหาที่มีลิงก์ดังกล่าวอยู่ โดยจะอธิบายต่อไป

ตัวอย่างเช่น นี่คือผลการค้นหาที่เป็นพื้นฐานที่สุด โดยจะมีลิงก์เพียงลิงก์เดียว: ชื่อเรื่อง "The Complete Guide to Daffodils - Example.com"

ผลการค้นหาพื้นฐานที่มีลิงก์เดียว ใช่แล้ว นี่เป็นการสะกดคำแบบตั้งใจ โปรดอย่าแจ้งว่าเป็นข้อบกพร่อง :)

URL ที่ชี้ไปยังลิงก์นี้จะบันทึกการแสดงผลเมื่อผู้ใช้เปิดหน้าที่มีผลการค้นหานี้ (แม้ว่าผู้ใช้จะไม่เลื่อนลงมาดู) โปรดทราบว่า URL ของลิงก์ที่มองเห็นถัดจากชื่อเรื่องลงไปไม่ใช่ไฮเปอร์ลิงก์ ระบบจึงไม่บันทึกเป็นการแสดงผล (และโปรดทราบว่า URL ที่มองเห็นนั้นไม่จำเป็นต้องเหมือนกันกับ URL ไฮเปอร์ลิงก์ของชื่อเรื่อง)

การรวมข้อมูลตามพร็อพเพอร์ตี้เทียบกับตามหน้าเว็บ

หากองค์ประกอบของการค้นหาแบบเดียวมีลิงก์หลายลิงก์ (เช่นเดียวกับองค์ประกอบอื่น) ระบบจะนับการแสดงผลตาม URL หรือพร็อพเพอร์ตี้ ขึ้นอยู่กับข้อมูลพร็อพเพอร์ตี้สำหรับการรายงานของคุณในรายงานการวิเคราะห์การค้นหา ตัวอย่างเช่น นี่เป็นการ์ดกราฟความรู้ที่ประกอบด้วยลิงก์รูปภาพและข้อความหลายลิงก์

การ์ดกราฟความรู้ที่แสดงลิงก์ต่างๆ

หากคุณดูรายงานการวิเคราะห์ผลการค้นหาโดยใช้ข้อมูลที่จัดกลุ่มตามพร็อพเพอร์ตี้ ระบบจะนับผลรวมจากการแสดงผลเพียงรายการเดียวสำหรับการ์ดทั้งใบ 

  • www.example.com - การแสดงผล 1 รายการ

อย่างไรก็ตาม หากคุณดูรายงานที่ใช้ข้อมูลซึ่งจัดกลุ่มตามหน้า คุณจะเห็นหน้า 5 หน้าที่แสดงผลหน้าละ 1 รายการดังต่อไปนี้

  • www.example.com - การแสดงผล 1 รายการ
  • www.example.com/rain - การแสดงผล 1 รายการ
  • www.example.com/rainbow - การแสดงผล 1 รายการ
  • www.example.com/shamrock - การแสดงผล 1 รายการ
  • www.example.com/lightning - การแสดงผล 1 รายการ

แม้บางส่วนของหน้าเหล่านี้จะมีลิงก์หลายลิงก์ ระบบจะนำการแสดงผลทั้งหมดสำหรับหน้าเดียวกันมารวมกันเป็นการแสดงผลเดียวเมื่อจัดกลุ่มข้อมูลตามหน้า

ดูรายละเอียดตามองค์ประกอบที่กำหนดสำหรับพฤติกรรมอื่นๆ

ตำแหน่งของผลการค้นหาคืออะไร

หน้าผลการค้นหาของ Google ประกอบด้วยองค์ประกอบผลการค้นหาหลายรายการ องค์ประกอบของผลการค้นหาจะรวมถึงส่วนลิงก์สีน้ำเงิน ภาพหมุน ตัวอย่างข้อมูลแนะนำ การ์ดกราฟความรู้ และฟีเจอร์ผลการค้นหาประเภทอื่นๆ อีกมากมาย องค์ประกอบของผลการค้นหาคำเดียวจะรวมถึงข้อความ ฟีเจอร์อินเทอร์แอกทีฟ และลิงก์ตั้งแต่ 1 ลิงก์ขึ้นไป

องค์ประกอบของผลการค้นหาส่วนใหญ่จะมีค่าตำแหน่งแบบตัวเลขเพื่ออธิบายตำแหน่งในหน้าดังกล่าวแผนภาพเดสก์ท็อปต่อไปนี้แสดงหน้าผลการค้นหาซึ่งมีส่วนลิงก์สีน้ำเงิน 4 รายการ (1, 3, 4, 5), ภาพเรียงสลับ AMP (2) และการ์ดแผงความรู่้ (6) ตำแหน่งของแต่ละลิงก์จะคำนวณจากด้านบนลงด้านล่างในด้านหลักของหน้า ตามด้วยด้านบนลงด้านล่างในด้านรองของหน้า (สำหรับภาษาที่อ่านจากขวาไปซ้าย ด้านขวาจะเป็นด้านหลัก) ตามที่แสดงที่นี่

อันดับการนับตำแหน่งในชุดผลการค้นหาแบบ 2 คอลัมน์

ลิงก์ทั้งหมดภายในองค์ประกอบเดี่ยวจะมีตำแหน่งเดียวกัน เช่น ในแผนภาพก่อนหน้า รายการทั้งหมดในภาพเรียงสลับ AMP จะมีตำแหน่ง 2 หรือลิงก์ทั้งหมดในบล็อก "ลิงก์สีน้ำเงิน" ที่ตำแหน่ง 5 จะมีตำแหน่ง 5 หรือลิงก์ทั้งหมดในการ์ดความรู้จะมีตำแหน่ง 6 เป็นต้น

ตำแหน่งขององค์ประกอบผลการค้นหาในหน้าอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของอุปกรณ์ คุณลักษณะการค้นหา และขนาดของหน้าจอ แต่กฎพื้นฐานจะเหมือนกัน หมายความว่าตำแหน่งจะคำนวณจากบนลงล่าง ซ้ายไปขวา (หรือขวาไปซ้ายสำหรับภาษา RTL) โปรดทราบว่าการคำนวณวิธีนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

มีอะไรบ้างที่นับเป็นตัวยึดตำแหน่ง

เฉพาะองค์ประกอบที่มีลิงก์ที่ไม่มีการปรับแต่งคำค้นหาอย่างน้อย 1 ลิงก์จะนับเป็นตำแหน่ง 1 ตำแหน่ง เนื่องจากองค์ประกอบที่ไม่มีลิงก์หรือมีเฉพาะลิงก์ที่ปรับแต่งคำค้นหาจะไม่ใช้ตำแหน่ง เช่น ภาพหมุนที่เป็นภาพวาดของแวน โก๊ะ (ซึ่งชี้ไปยังการค้นหาด้วย Google รายการใหม่) จะไม่นับเป็นตัวยึดตำแหน่ง และการแสดงภาพดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อค่าตำแหน่งขององค์ประกอบที่อยู่ข้างใต้ในหน้านั้น หากภาพเรียงสลับที่ไม่มีตำแหน่งปรากฏในตัวอย่างข้างต้น เหนือภาพเรียงสลับหน้า AMP (ที่ตำแหน่ง 2) ก็จะไม่ส่งผลต่อค่าตำแหน่งทุกจุดในหน้านั้น

ในทางกลับกัน รูปภาพขนาดย่อบางรูปในหน้าค้นหาหลัก (ในตอนท้าย) จะนำไปยังหน้าเว็บ (บางครั้งเมื่อมีการคลิกเพิ่มเพื่อขยาย) ทำให้ระบบนับเป็นตัวยึดตำแหน่ง ตัวอย่างเช่น ตัวอย่างข้อมูลแนะนำที่มีลิงก์ไปยังพร็อพเพอร์ตี้ต้นทาง (โดยปกติ) ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่ 1 โปรดทราบว่าโฆษณานั้นจะไม่มีตำแหน่งการค้นหา

ค่าตำแหน่งในรายงานการวิเคราะห์การค้นหามีความหมายอย่างไร

ค่าตำแหน่งที่แสดงในรายงานการวิเคราะห์การค้นหาเป็นตำแหน่งของลิงก์แรกสุดไปยังพร็อพเพอร์ตี้หรือหน้าในผลการค้นหาที่เฉลี่ยจากคำค้นหาทั้งหมดที่พร็อพเพอร์ตี้ของคุณปรากฏ โปรดดูตัวอย่างต่อไปนี้

  1. หากคำค้นหาเดียวแสดงพร็อพเพอร์ตี้ของคุณที่ตำแหน่ง 2, 4, และ 6 ระบบจะนับตำแหน่งดังกล่าวเป็น 2 (ตำแหน่งสูงสุด)
  2. หากคำค้นหาที่ 2 แสดงพร็อพเพอร์ตี้ของคุณที่ตำแหน่ง 3, 5 และ 9 ระบบจะนับตำแหน่งดังกล่าวเป็น 3 (ตำแหน่งสูงสุด)
  3. ตำแหน่งโดยเฉลี่ยจากคำค้นหาทั้งสองคือ (2 + 3)/2 = 2.5

ลิงก์ต้องได้รับการแสดงผลเพื่อให้ระบบบันทึกตำแหน่ง หากผลการค้นหาไม่ได้รับการแสดงผล เช่น หากผลอยู่ในหน้าที่ 3 ของผลการค้นหา แต่ผู้ใช้ดูเพียงหน้าที่ 1 ระบบจะไม่บันทึกตำแหน่งสำหรับคำค้นหานั้น ในการกำหนดค่ารายงาน คุณอาจเห็นเครื่องหมายขีด (-) สำหรับค่าตำแหน่ง หมายความว่าจะไม่มีตำแหน่งที่บันทึกไว้เนื่องจากผู้ใช้ไม่เคยดูพร็อพเพอร์ตี้ของคุณสำหรับคำค้นหานั้น เช่น หากคุณเปรียบเทียบผลจากเดสก์ท็อปกับผลจากอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับหน้าที่มีการแสดงผลบนเดสก์ท็อป 10 รายการ แต่ไม่มีการแสดงผลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ คุณจะเห็น "10" สำหรับเดสก์ท็อปและ "-" สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่

ค่าตำแหน่งสำหรับพร็อพเพอร์ตี้ของฉันหมายความว่าอย่างไร

ค่าตำแหน่งคือเมตริกเชิงซ้อนที่อาจทำให้คุณเข้าใจผิดได้หากคุณไม่ทำความเข้าใจส่วนปลีกย่อย เช่น ในแผนภาพก่อนหน้า บัตรกราฟความรู้ในตำแหน่งที่ 6 มีค่ามากที่สุดในหน้านั้น ซึ่งอาจดูแย่ แต่จริงๆ แล้ว อยู่ในตำแหน่งที่เด่นมาก นอกจากนี้ ในการค้นหารูปภาพ จำนวนผลการค้นหาที่แสดงต่อแถวและหน้าจะขึ้นอยู่กับความกว้างของหน้าจอและปัจจัยอื่น ดังนั้นตำแหน่งจะอธิบายเพียงตำแหน่งที่รูปภาพจะแสดงขึ้นโดยคร่าวๆ

เช่น อาจมีคำอธิบายค่าตำแหน่ง 11 สำหรับองค์ประกอบดังต่อไปนี้

  • ในการค้นหาบนเดสก์ท็อป อาจหมายถึงตำแหน่งด้านขวาบนของการ์ดกราฟความรู้
  • ในการค้นหาบนเดสก์ท็อป อาจหมายถึงรายการแรกในหน้าที่ 2 (หากหน้าแรกไม่มีข้อมูลในด้านที่สอง
  • ในผลการค้นหารูปภาพบนเดสก์ท็อป อาจหมายถึงแถวที่ 2 หรือ 3 ของผลการค้นหา (ดูโดยไม่ต้องเลื่อนหน้าจอ)
  • สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ อาจหมายถึงแถวที่ 6 ของผลการค้นหา (ดูโดยไม่ต้องเลื่อนหน้าจอ)

ตามที่กล่าวมานี้ ตัวเลขแสดงตำแหน่งอาจหมายถึงข้อมูลที่ต่างกันเมื่ออยู่ต่างสถานการณ์ ดังนั้น คุณไม่ควรตั้งข้อสมมติใดๆ เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกะทันหัน รวมไปถึงตำแหน่งสัมบูรณ์

Search Analytics แจ้งว่าตำแหน่งหน้าของฉันคือ 5 แต่เมื่อฉันค้นหา ตำแหน่งหน้าคือ 8!

ค่าตำแหน่งคือตำแหน่ง เฉลี่ย สำหรับการค้นหาทั้งหมด สำหรับการค้นหาตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจงของคุณ ตำแหน่งอาจแตกต่างจากค่าเฉลี่ย เนื่องจากมีตัวแปรมากมาย เช่น ประวัติการค้นหา ตำแหน่ง และอื่นๆ

การคลิกคืออะไร

สำหรับผลการค้นหาเกือบทุกประเภท การคลิกที่พาผู้ใช้ไปยังหน้าที่ไม่ใช่หน้าของ Google Search จะนับเป็นการคลิก 1 ครั้ง ส่วนการคลิกที่ยังทำให้ผู้ใช้อยู่ในผลการค้นหาจะไม่นับเป็นการคลิก ดูการปรับแต่งคำค้นหาคืออะไร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การคลิกผลการค้นหาไปยังหน้าภายนอก แสดงผล แล้วคลิกลิงก์เดียวกันอีกครั้งจะนับเป็นการคลิกเพียงครั้งเดียว การคลิกลิงก์อื่นจะนับเป็นการคลิกลิงก์ทีละครั้ง

ผลการค้นหาบางประเภทอาจนับการคลิกไม่เหมือนกัน โปรดอ่านรายละเอียดการคลิกประเภทองค์ประกอบการค้นหา

การปรับแต่งคำค้นหาคืออะไร

หากคุณคลิกลิงก์ภายในผลการค้นหาที่ใช้คำค้นหาใหม่ เราเรียกการดำเนินการนี้ว่าการปรับแต่งคำค้นหา เช่น หากคุณค้นหา "สายพันธุ์แมว" ผลลัพธ์อาจรวมแกลเลอรีรูปภาพของแมวสายพันธุ์ต่างๆ การคลิกรูปภาพในแกลเลอรี 1 รูปจะเป็นการใช้คำค้นหาใหม่สำหรับสายพันธุ์ที่คุณเลือก

 

ในทำนองเดียวกัน หากคุณค้นหา "แมวอ้วน" ในมุมมองหน้าเว็บเริ่มต้น แล้วเลือกมุมมองผลการค้นหารูปภาพ (หรือผลการค้นหาวิดีโอ ผลการค้นหาข่าวสาร เป็นต้น) ทุกครั้งที่คุณเปลี่ยนมุมมองแสดงว่าคุณกำลังใช้คำค้นหาใหม่

 

หากลิงก์เป็นลิงก์การปรับแต่งคำค้นหา ระบบจะไม่นับการคลิกและการแสดงผลสำหรับลิงก์ดังกล่าว ซึ่งก็เหมาะสมแล้วเมื่อลองพิจารณาดู เพราะเจ้าของหน้าเป้าหมายของลิงก์การปรับแต่งคำค้นหาคือ... Google! เฉพาะการคลิกหรือการแสดงผลที่ไปยังหน้าอื่น (ในที่สุด) ที่ไม่ใช่หน้าผลการค้นหาจะบันทึกการคลิกหรือการแสดงผลใน Search Console

หากผู้ใช้ติดตามลิงก์การปรับแต่งคำค้นหา ก็จะต้องใช้คำค้นหาใหม่ในช่องข้อความค้นหา ระบบจะนับการแสดงผล ตำแหน่ง และข้อมูลการคลิกในหน้าผลการค้นหาใหม่ว่ามาจากคำค้นหาใหม่ของผู้ใช้นี้

URL ใดที่ระบบได้กำหนดข้อมูล Search Analytics ของฉันไว้

ระบบจะกำหนดการคลิก การแสดงผล และตำแหน่งให้กับ URL ที่ Google Search พาผู้ใช้ไป ในบางกรณี อาจไม่ใช่ URL ที่แสดงให้เห็นในผลการค้นหา เช่น หากพร็อพเพอร์ตี้โฮสต์หน้าที่ example.com/mypage สำหรับเดสก์ท็อปและ m.example.com/mypage สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ (บางครั้งกำกับไว้ด้วยแท็ก rel=”alternate”) ผลการค้นหาในอุปกรณ์เคลื่อนที่อาจแสดง example.com แต่ลิงก์เป้าหมายอาจเป็น m.example.com ในกรณีนี้ Search Console จะกำหนดการแสดงผลและการคลิกไปยัง m.example.com/mypage (เป้าหมายจริง)

หากหน้าเป้าหมายพาผู้ใช้ไปยังหน้าอื่น จะไม่มีผลต่อ URL ที่ได้กำหนดการแสดงผลหรือการคลิก

ผลการค้นหาใน Discover

Discover เป็นรายการการ์ดหัวข้อแบบเลื่อนได้ที่ผู้ใช้เรียกดูได้ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เนื้อหา Discover ที่ผู้ใช้เห็นจะอิงตามความสนใจของผู้ใช้เอง การ์ดหัวข้อแต่ละรายการจะมีชื่อ ข้อความ 2-3 บรรทัด และรูปภาพจากหน้าเว็บต้นฉบับ โดยผู้ใช้ต้องแตะการ์ดเพื่อไปยังหน้าเว็บต้นฉบับ

Discover ยังโฮสต์ภาพหมุนแบบเลื่อนตามแนวนอนไว้ในการ์ดได้อีกด้วย ภาพหมุนนี้จะมีชุดหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องสำหรับหัวข้อนั้นๆ

การแสดงผล: ระบบจะนับการแสดงผลเมื่อมีการเลื่อนการ์ด Discover เข้ามาในมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นผลการค้นหาแบบมาตรฐานหรือเป็นภาพหมุนที่ฝัง การแสดงผลจะกำหนดไว้ให้แก่ URL ของหน้าเว็บต้นฉบับ โดยระบบจะนับการแสดงผลเพียง 1 ครั้งต่อผลการค้นหาต่อเซสชัน หากผู้ใช้เลื่อนผ่านการ์ดไปแล้วเลื่อนกลับมา ระบบจะนับเป็นการแสดงผล 1 ครั้ง

การแสดงผลของ Discover ต่างจากผลการค้นหาของ Search ตรงที่จะไม่รวมข้อมูลตามพร็อพเพอร์ตี้ หากผลการค้นหาใน Discover จากพร็อพเพอร์ตี้เดียวกัน 2 รายการปรากฏขึ้นในรายการ Discover เดียวกัน ระบบจะนับการแสดงผลแต่ละรายการแยกกัน

การคลิก: ระบบจะนับการคลิก (การแตะ) URL ผลการค้นหาเมื่อผู้ใช้คลิกการ์ด ไม่ใช่เมื่อผู้ใช้แชร์หรือดำเนินการอย่างอื่นกับผลการค้นหา

ตำแหน่ง: ระบบจะไม่บันทึกตำแหน่งของผลการค้นหาใน Discover

รายละเอียดองค์ประกอบผลการค้นหา

การนับการคลิก การแสดงผล และตำแหน่งอาจมีความแตกต่างที่ซับซ้อนขึ้นอยู่กับประเภทองค์ประกอบของผลลัพธ์ตามที่ได้อธิบายไว้ที่นี่

ภาพเรียงสลับ

ภาพเรียงสลับเป็นคอนเทนเนอร์แบบเลื่อน (โดยปกติเป็นการเลื่อนในแนวนอน) ที่มีชุดรายการประเภทเดียวกัน เช่น รูปภาพขนาดย่อหรือหน้า AMP

การคลิก: พฤติกรรมขึ้นอยู่กับประเภทของรายการที่อยู่ภายใน

การแสดงผล: ต้องมีการเลื่อนรายการมาดูในภาพเรียงสลับ จึงจะมีการบันทึกการแสดงผล แต่ไม่จำเป็นต้องเลื่อนภาพเรียงสลับมาดูในหน้าปัจจุบัน

ตำแหน่ง: ภาพเรียงสลับจะมีตำแหน่งเดียวในผลการค้นหา และระบบจะกำหนดให้รายการทั้งหมดในภาพเรียงสลับมีตำแหน่งเดียวกันนั้นด้วย อย่างไรก็ตาม ภาพเรียงสลับจะมีตำแหน่งการค้นหาเฉพาะเมื่อประเภทองค์ประกอบที่อยู่ภายในสามารถมีตำแหน่งการค้นหาได้เท่านั้น เช่น ภาพเรียงสลับของหน้า AMP มีตำแหน่งก็เพราะหน้า AMP สามารถมีตำแหน่งได้ แต่ภาพเรียงสลับของลิงก์ที่ไปยังคำค้นหาของ Google ที่มีการปรับแต่งจะไม่มีตำแหน่งการค้นหา เพราะลิงก์ดังกล่าวไม่สามารถมีตำแหน่งการค้นหา

URL: ตัวภาพเรียงสลับเองจะไม่มี URL เพราะระบบจะกำหนดข้อมูลให้กับ URL ขององค์ประกอบที่อยู่ภายใน

หน้า AMP

หน้า AMP จะปรากฏเป็นลิงก์ผลการค้นหามาตรฐานหรือเป็นรูปแบบการสรุปภายในภาพเรียงสลับ การคลิกหน้า AMP แบบสรุปในภาพเรียงสลับจะเปิดหน้า AMP แบบสมบูรณ์ในโปรแกรมเปิด AMP แบบพิเศษ ผู้ใช้สามารถเปิดดูหน้า AMP แบบเต็มหน้าในโปรแกรมเปิดนี้ได้ตามลำดับของหน้าที่โฮสต์ในภาพเรียงสลับ

การคลิก: การคลิกหน้า AMP แบบสรุปในภาพเรียงสลับ (การเปิดหน้า) จะนับเป็นการคลิก 1 ครั้ง การดูหน้า AMP แบบเต็มหน้าในโปรแกรมเปิด AMP จะนับเป็นการคลิก 1 ครั้งและการแสดงผล 1 ครั้ง ดังนั้น หากคุณมีโปรแกรมเปิด AMP และเปิดดูหน้าดังกล่าว ระบบจะนับแต่ละหน้าที่คุณเห็นครั้งแรก (และเพียงครั้งแรกเท่านั้น) เป็นการคลิก (และการแสดงผล) 1 ครั้ง

การแสดงผล: ระบบจะนับการแสดงผลสำหรับหน้า AMP เมื่อหน้า AMP แสดงในภาพเรียงสลับในผลการค้นหาหรือในโปรแกรมเปิด AMP แบบเต็มหน้า ระบบจะนับการแสดงผลเพียงครั้งเดียวไม่ว่าผู้ใช้จะดูหน้านั้นในภาพเรียงสลับหรือในโปรแกรมเปิดกี่ครั้งก็ตาม หากลิงก์ผลการค้นหาชี้ไปที่หน้า AMP ในรูปแบบ "ลิงก์สีน้ำเงิน" ธรรมดา (ไม่ได้อยู่ในภาพเรียงสลับ) ระบบจะนับเป็นการแสดงผล 1 ครั้งด้วยเช่นกัน

ตำแหน่ง: คือตำแหน่งขององค์ประกอบที่มีผลการค้นหาอยู่ภายใน (เช่น ภาพเรียงสลับ กลุ่มลิงก์สีน้ำเงิน เป็นต้น) ส่วนตำแหน่งในภาพเรียงสลับจะไม่มีการบันทึกไว้

URL: URL ที่รายงานคือ URL ของหน้า AMP

ตัวอย่างข้อมูลที่น่าสนใจ

ตัวอย่างข้อมูลที่น่าสนใจจะแสดงข้อมูลที่ดึงมาจากหน้าเว็บเดี่ยวที่เจาะจง ซึ่งรวมถึงลิงก์ที่ไปยังหน้าเว็บแหล่งที่มา

การคลิก: การคลิกลิงก์ที่ไปยังหน้าภายนอกในตัวอย่างข้อมูลที่น่าสนใจจะนับเป็นการคลิก 1 ครั้ง

การแสดงผล: ระบบจะใช้กฎการแสดงผลมาตรฐาน

ตำแหน่ง: ระบบจะใช้กฎตำแหน่งมาตรฐาน

URL: URL สุดท้ายหลังจากที่มีการเปลี่ยนเส้นทางเมื่อคลิกลิงก์ในตัวอย่างข้อมูลแนะนำ

ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์

ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์จะกำหนดโดยใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง ซึ่งแสดงในผลการค้นหาของ Google Search ได้หลายรูปแบบ

การคลิก: การคลิกลิงก์ในผลการค้นหาที่พาผู้ใช้ออกจากผลการค้นหาจะนับเป็นการคลิก 1 ครั้ง

การแสดงผล: ระบบจะใช้กฎการแสดงผลมาตรฐาน 

ตำแหน่ง: ระบบจะใช้กฎตำแหน่งมาตรฐาน

URL: URL ของหน้าที่มีมาร์กอัปแบบมีโครงสร้างของการ์ดสื่อสมบูรณ์

ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ในมุมมองรายการและมุมมองรายละเอียด

ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์บางประเภทมีมุมมองผลการค้นหา 2 แบบ ได้แก่ มุมมองรายการและมุมมองรายละเอียด ผลการค้นหาเริ่มต้น คือรายการที่มีผลการค้นหาอันดับต้น โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับแต่ละรายการเล็กน้อย ผู้ใช้อาจขยายรายการเพื่อแสดงรายการมากขึ้น หรือคลิกผลการค้นหาที่เฉพาะเจาะจงจากรายการเพื่อเปิดมุมมองรายละเอียดซึ่งมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายการที่เลือก

ในผลการค้นหาในเดสก์ท็อป การขยายรายการจะเปิดมุมมองรายละเอียดของรายการแรกในรายการขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะนับเป็นการแสดงผล แต่ไม่ใช่การคลิกในรายการแรกนั้น

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่แสดงมุมมองรายการแบบสั้นในตอนเริ่มต้น และมุมมองรายละเอียดสำหรับประกาศรับสมัครงานที่เฉพาะเจาะจง

ประเภทของผลการค้นหาในมุมมองรายการและมุมมองรายละเอียด

คุณอาจกรองรายงานประสิทธิภาพเพื่อแสดงข้อมูลในมุมมองรายการหรือมุมมองรายละเอียดสำหรับผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ประเภทหนึ่งๆ (เช่น ตำแหน่งงาน รายละเอียดงาน ข้อมูลกิจกรรม รายละเอียดกิจกรรม)

ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ประเภทต่อไปนี้จะแสดงเป็นรายการในมุมมองรายการและมุมมองรายละเอียดในผลการค้นหา

ข้อมูลในมุมมองรายการ

การคลิก: การคลิกรายการในมุมมองรายการจะนับเป็นการคลิกสำหรับผู้ให้บริการที่แสดงในรายการ

การแสดงผล: ระบบจะนับการแสดงผลเมื่อรายการแสดงในมุมมองรายการแบบสั้น และยังจะนับเมื่อมีการขยายมุมมองรายการ ไม่ว่าผู้ใช้จะเลื่อนดูรายการนั้นจริงหรือไม่ก็ตาม ดังนั้น หากรายการแสดงในมุมมองแบบสั้นแล้วผู้ใช้คลิกเพื่อขยายรายการนั้น ระบบจะนับเป็นการแสดงผล 2 ครั้ง หากรายการไม่แสดงในมุมมองแบบสั้น และผู้ใช้คลิกเพื่อขยายรายการนั้น ระบบจะนับเป็นการแสดงผลเพียงครั้งเดียว

ตำแหน่ง: เมื่อมีการดูรายการในมุมมองรายการแบบสั้น รายการที่แสดงทั้งหมดจะได้รับการกำหนดตำแหน่งเดียว (ตำแหน่งของคอนเทนเนอร์มุมมองรายการ) เมื่อมีการขยายรายการและเลื่อนดูได้ แต่ละรายการจะได้รับการกำหนดตำแหน่งที่ไม่เหมือนกันภายในรายการ โดยรายการที่อยู่ด้านบนสุดจะได้รับการกำหนดเป็น 1 ส่วนรายการที่ 2 จะได้รับการกำหนดเป็น 2 และต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้น หากรายการอยู่ในตำแหน่งที่ 2 ในรายการแบบสั้นและผู้ใช้คลิกเพื่อขยายรายการนั้น ตำแหน่งของการแสดงรายการจะคำนวณดังนี้

(ตำแหน่งของคอนเทนเนอร์รายการ (โดยปกติจะเป็น 1) + ตำแหน่งภายในรายการ (2)) / 2 = 1.5

URL: URL ของผู้ให้บริการจะแสดงขึ้น แต่ละรายการจะมีการแสดงผู้ให้บริการเพียงรายเดียวในมุมมองรายการ

ข้อมูลในมุมมองรายละเอียด

การคลิก: การคลิกรายการรายละเอียดจะนับเป็นการคลิกสำหรับผู้ให้บริการที่เลือกในมุมมองรายละเอียด มุมมองรายละเอียดจะแสดงผู้ให้บริการได้หลายราย แต่ผู้ใช้ต้องเลือกผู้ให้บริการรายเดียว

การแสดงผล: ผู้ให้บริการทั้งหมดที่แสดงในมุมมองรายละเอียดจะได้รับการแสดงผล 1 ครั้ง ไม่ว่าผู้ใช้จะมายังมุมมองรายละเอียดได้อย่างไร มุมมองรายละเอียดจะเปิดขึ้นมาได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

ตำแหน่ง: สำหรับมุมมองรายละเอียด ตำแหน่งจะเป็น 1 เสมอ

URL: URL ของผู้ให้บริการที่เลือก

เหตุใดการแสดงผลรายละเอียดของฉันจึงสูงกว่าการคลิกรายการของฉัน เหตุผลที่ทำให้เกิดกรณีนี้ขึ้นมีดังต่อไปนี้
  • หากคุณแชร์ลิงก์ไปยังแผงรายละเอียดโดยตรงกับเพื่อนแล้วเพื่อนเปิดลิงก์นั้น ระบบจะนับเป็นการแสดงผล 1 ครั้งสำหรับมุมมองรายละเอียด และไม่นับเป็นการคลิกหรือการแสดงผลสำหรับมุมมองรายการ 
  • ในเดสก์ท็อป การขยายมุมมองรายการจะแสดงมุมมองรายละเอียดของรายการแรกขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะนับเป็นการแสดงผลรายละเอียดโดยไม่มีการคลิกรายการที่เกี่ยวข้อง
  • เมื่อมีการคลิกรายการ ผู้ให้บริการเพียงรายเดียวจะได้รับคลิก แต่ในมุมมองรายละเอียดที่เป็นผลการค้นหา ผู้ให้บริการทั้งหมดที่โพสต์รายละเอียดจะได้รับการแสดงผล

ตัวอย่าง

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสถานการณ์ต่างๆ ของผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ของประกาศรับสมัครงาน

ตัวอย่างที่ 1: ตำแหน่งงานที่แสดงในมุมมองรายการแบบสั้นในตำแหน่งที่ 2

การดำเนินการ: ผู้ใช้คลิกเพื่อขยายรายการ คลิกตำแหน่งงานเพื่อดูรายละเอียด จากนั้นคลิกมุมมองรายละเอียดงานเพื่อไปยังหน้าเว็บของผู้ให้บริการ

  • ตำแหน่งงาน
    • การแสดงผล: 2 (1 ในรายการแบบย่อ, 1 ในรายการแบบขยาย)
    • การคลิก: 1 (คลิกเพื่อเปิดรายละเอียดงาน)
    • ตำแหน่ง: 1.5 ((1 สำหรับมุมมองรายการแบบสั้น + 2 สำหรับตำแหน่งในรายการแบบขยาย) / 2) = 1.5)
  • รายละเอียดงาน
    • การแสดงผล: 1
    • การคลิก: 1
    • ตำแหน่ง: 1

ตัวอย่างที่ 2: ตำแหน่งงานที่ไม่แสดงในรายการแบบย่อ (ตำแหน่งที่ 5)

การดำเนินการ: ผู้ใช้คลิกเพื่อขยายรายการ คลิกตำแหน่งงานเพื่อดูรายละเอียด ไม่ได้คลิกเพื่อไปที่หน้า

  • ตำแหน่งงาน
    • การแสดงผล: 2 (1 ในรายการแบบย่อ, 1 ในรายการแบบขยาย)
    • การคลิก: 1 (เพื่อเปิดรายละเอียดงาน)
    • ตำแหน่ง: 5 (ตำแหน่งในรายการแบบขยาย)
  • รายละเอียดงาน
    • การแสดงผล: 1
    • การคลิก: 0
    • ตำแหน่ง: 1

ตัวอย่างที่ 3: ตำแหน่งงานที่ไม่แสดงในรายการแบบย่อ (ตำแหน่งที่ 10)

การดำเนินการ: ผู้ใช้คลิกเพื่อขยายรายการ ไม่ได้เลื่อนลงเพื่อดูตำแหน่งงาน

  • ตำแหน่งงาน
    • การแสดงผล: 1
    • การคลิก: 0
    • ตำแหน่ง: 10 สำหรับรายการแบบขยาย แม้ว่าผู้ใช้จะไม่เลื่อนดูผลการค้นหา
  • รายละเอียดงาน
    • การแสดงผล: 0
    • การคลิก: 0
    • ตำแหน่ง: ไม่มี

ลิงก์ติดตั้งแอป

เมื่อผู้ใช้ค้นหาข้อมูลจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ หากผลการค้นหามีหน้าแอปของแอปที่ไม่ได้อยู่ในอุปกรณ์ ผู้ใช้อาจเห็นลิงก์สำหรับติดตั้งแอปในอุปกรณ์นั้น (โดยระบบจะไม่แสดงผลการค้นหาที่ชี้ไปยังหน้าต่างๆ ในแอป)

การคลิก: การคลิกลิงก์ที่ไปยังตำแหน่งการติดตั้งจะนับเป็นการคลิก 1 ครั้ง ซึ่งไม่ได้รับประกันว่าผู้ใช้ได้ติดตั้งแอปดังกล่าวแล้วจริง

การแสดงผล: ระบบจะใช้กฎการแสดงผลมาตรฐาน

ตำแหน่ง: ระบบจะใช้กฎตำแหน่งมาตรฐาน

URL: URL ที่เชื่อมโยงกับลิงก์ติดตั้งแอปคือ URI ระดับรากของอุปกรณ์ (ไม่มี app://<package_or_id> นำหน้า) ซึ่งก็คือ "/"

รูปภาพ

ผลการค้นหาที่เป็นรูปภาพอาจปรากฏเป็นภาพขนาดย่อที่ฝังอยู่ในหน้าผลการค้นหาแบบรวม หรือเป็นแบบในหน้าในหน้าผลการค้นหารูปภาพ ในหน้าผลการค้นหาแบบรวม บางครั้งผลดังกล่าวจะปรากฏในภาพเรียงสลับรูปภาพ

ในข้อมูล Search Analytics รูปภาพจะเป็นเพียงลิงก์ไปยัง URL ของหน้าโฮสต์ ซึ่งหมายความว่า Search Console จะไม่แยกรูปที่ต่างกันในหน้าเดียวกัน แต่จะคิดว่าเป็นลิงก์เหมือนกันและจะตรวจสอบเพียงการคลิก การแสดงผล และตำแหน่ง

รูปภาพจะปรากฏในผลการค้นหาทั้งในเว็บและรูปภาพ โดยที่ Search Analytics จะบันทึกข้อมูลแยกกันสำหรับการค้นหาแต่ละประเภท และจะไม่นำข้อมูลในการค้นหาแต่ละประเภทมารวมกัน

การคลิก: การคลิกเพื่อขยายรูปภาพขนาดย่อจะไม่นับเป็นการคลิก การคลิกรูปภาพที่ขยายแล้ว หรือการคลิกรูปภาพใดๆ ที่พาผู้ใช้ออกจาก Google Search จะนับเป็นการคลิก 1 ครั้ง

การแสดงผล: ระบบจะนับการแสดงผลเมื่อผู้ใช้ดูรูปภาพขนาดย่อหรือรูปภาพที่ขยายแล้ว ระบบจะนับการแสดงผลเพียง 1 ครั้งต่อ URL ของหน้าโฮสต์ ดังนั้น หากผู้ใช้เลื่อนออกไปแล้วกลับมาอีก หรือขยายรูปภาพขนาดย่อเป็นรูปภาพที่ใหญ่ขึ้น ระบบจะนับการดำเนินการดังกล่าวเป็นการแสดงผลครั้งเดียว ระบบจะบันทึกการแสดงผลครั้งเดียวต่อ URL 1 รายการ หากคำค้นหาแสดงรูปภาพที่ไม่เหมือนกันหลายรูปซึ่งมาจากหน้าเดียวกัน ระบบจะบันทึกข้อมูลเหล่านั้นเป็นการแสดงผลครั้งเดียว การบันทึกการแสดงผลจะอิงจากมุมมองผลการค้นหาที่ผู้ใช้เปิดต่อไปนี้

  • แท็บผลการค้นหาแบบรวม - ในหน้าผลการค้นหาเริ่มต้น ซึ่งจะแสดงผลการค้นหารวมกันทุกประเภท ระบบจะนับการแสดงผลรูปภาพไม่ว่าจะมีการเลื่อนดูรูปภาพในหน้าต่างเบราว์เซอร์หรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากรูปภาพอยู่ภายในภาพเรียงสลับในหน้านี้ (หรือหน้าอื่นๆ) คุณต้องเลื่อนภายในภาพเรียงสลับลงมาดูก่อน แล้วระบบจึงจะนับการแสดงผลดังกล่าวได้
  • แท็บการค้นหารูปภาพ - ระบบจะนับการแสดงผลรูปภาพเมื่อมีการเลื่อนรูปภาพมาดูเท่านั้น

ตำแหน่ง: ระบบจะใช้กฎตำแหน่งมาตรฐาน

  • ตำแหน่งในแท็บผลการค้นหาแบบรวมจะคำนวณโดยใช้กฎตำแหน่งมาตรฐาน เมื่อบล็อกรูปภาพใช้ตำแหน่งเดียวกัน
  • ตำแหน่งในผลการค้นหารูปภาพจะนับจากด้านซ้ายไปด้านขวา แล้วนับจากด้านบนลงด้านล่าง (หรือจากด้านขวาไปด้านซ้ายสำหรับภาษาที่อ่านจากด้านขวาไปทางด้านซ้าย) เช่น ผลการค้นหารูปภาพภาษาอังกฤษในหน้าที่อ่านจากด้านซ้ายไปด้านขวาจะนับตำแหน่งด้วยวิธีนี้

อันดับการนับตำแหน่งในผลการค้นหารูปภาพในชุดผลการค้นหาแบบซ้ายไปขวา

ในหนาผลการค้นหารูปภาพ หน้าจอที่กว้างขึ้นจะแสดงผลลัพธ์ต่อแถวได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนรูปภาพต่อแถวจะแตกต่างกันตามขนาดของหน้าจอรวมถึงความกว้างของรูปภาพแต่ละรูป จึงยากที่จะกำหนดความหมายที่ชัดเจนของค่าตำแหน่งในผลการค้นหารูปภาพ

URL: คือ URL ของหน้าที่โฮสต์รูปภาพ

 

Google Play Instant

ผลลัพธ์ที่เป็น Google Play Instant คือแอปที่ปรากฏในผลการค้นหาของ Google ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งเรียกใช้ได้โดยตรงจากผลการค้นหาโดยไม่ต้องติดตั้งในอุปกรณ์ไว้ก่อน

การคลิก: ผู้ใช้คลิกผลลัพธ์ที่เป็น Google Play Instant

การแสดงผล: เมื่อผลลัพธ์ที่เป็น Google Play Instant แสดงต่อผู้ใช้

ตำแหน่ง: ระบบจะใช้กฎตำแหน่งมาตรฐาน

URL: ลิงก์แอปที่ระบุไว้สำหรับ Instant App ของคุณ

ผลลัพธ์ที่เป็น Web Light

ผลลัพธ์ที่เป็น Web Light คือหน้าเว็บที่ Google Search แปลงเป็นเวอร์ชันที่เรียบง่ายและเร็วขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่ใช้การเชื่อมต่อหรืออุปกรณ์ที่ช้า

การคลิก: ผู้ใช้คลิกเพื่อเปิดผลลัพธ์ที่เป็นหน้าเว็บที่ผ่านการแปลง

การแสดงผล: ผู้ใช้เห็นผลการค้นหาที่เป็นหน้าเว็บที่ผ่านการแปลง

ตำแหน่ง: ระบบจะใช้กฎตำแหน่งมาตรฐาน

URL: URL ของหน้าเว็บต้นฉบับ

การดำเนินการกับสื่อ

ผลลัพธ์ที่เป็นการดำเนินการกับสื่อช่วยให้ผู้ใช้เริ่มเล่นเนื้อหาเสียงหรือวิดีโอได้โดยตรงจากผลการค้นหา (ผลลัพธ์ที่เป็นพอดแคสต์ไม่นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่เป็นการดำเนินการกับสื่อ)

การคลิก: ผู้ใช้คลิกเพื่อเริ่มเล่นในเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชัน

การแสดงผล: ผู้ใช้เห็นผลการค้นหาที่เป็นหน้าเว็บที่ผ่านการแปลง

ตำแหน่ง: ระบบจะใช้กฎตำแหน่งมาตรฐาน

URL: ค่า Action.url ซึ่งเป็น URL ของหน้าเว็บหรือแอปพลิเคชันที่เปิดขึ้นเมื่อผู้ใช้คลิกที่ผลการค้นหา

บทความนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร