การใช้ Search Console กับเว็บไซต์ของคุณ

ยินดีต้อนรับสู่ Search Console

Search Console มอบรายงานที่ใช้ดำเนินการได้ เครื่องมือ และแหล่งข้อมูลการเรียนรู้ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแสดงเนื้อหาของคุณใน Google Search

ลงชื่อสมัครใช้ Search Console หากคุณยังไม่ได้สมัคร การสมัครนั้นง่ายและยังฟรีอีกด้วย

การจัดการเว็บไซต์ของคุณด้วย Search Console

ในแต่ละวัน

สบายใจได้ — หลังจากที่คุณลงชื่อสมัครใช้ Search Console หากมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นกับเว็บไซต์ของคุณ เราจะส่งอีเมลแจ้งให้คุณทราบ เหตุการณ์ผิดปกติดังกล่าวรวมถึง สัญญาณที่บ่งชี้ว่าเว็บไซต์ของคุณถูกแฮ็ก หรือปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อ Google รวบรวมข้อมูลหรือจัดทำดัชนีเว็บไซต์ของคุณ และเราจะส่งอีเมลถึงคุณด้วยหากเราตรวจพบว่าเว็บไซต์ของคุณละเมิดหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพการค้นหาของ Google

หมายเหตุ: หลังจากยืนยันเว็บไซต์ของคุณแล้ว อาจใช้เวลาสักระยะหนึ่งจึงจะเริ่มมองเห็นข้อมูลในรายงานของ Search Console เราจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อข้อมูลพร้อมใช้งาน

ในแต่ละเดือน

ตรวจดูสถานะ Search Console ประมาณเดือนละครั้ง หน้าสถานะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์อย่างรวดเร็ว

  • ตรวจสอบว่าไม่มีข้อผิดพลาดเพิ่มมากขึ้นในเว็บไซต์ของคุณ
  • ตรวจสอบว่าจำนวนคลิกไม่ได้ลดลงจนผิดปกติ โปรดทราบว่ารูปแบบการลดลงในช่วงสุดสัปดาห์ของทุกสัปดาห์ หรือการลดลงหรือการพุ่งสูงขึ้นในช่วงวันหยุดเป็นเรื่องปกติ
หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับวิธีอ่านรายงาน ให้คลิกปุ่มความช่วยเหลือ ความช่วยเหลือ ที่ด้านบนของหน้าเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม ดูรายการรายงานของเราและวัตถุประสงค์ของรายงานเหล่านั้น

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหา

ตรวจสอบ Search Console เมื่อใดก็ตามที่คุณทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญกับเว็บไซต์เพื่อดูการทำงานของเว็บไซต์ใน Google Search

เมื่อเพิ่มเนื้อหาใหม่ไปยังเว็บไซต์ ให้ดำเนินการดังนี้

เมื่อเพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ใหม่ ให้ดำเนินการดังนี้

หากคุณเปลี่ยนแปลงชื่อโดเมนของเว็บไซต์ ให้ดำเนินการดังนี้

วิธีนำหน้าออกจากผลการค้นหามีดังนี้

หัวข้ออื่นๆ

จะทำให้เว็บไซต์ของฉันปรากฏเป็นอันดับแรกในผลการค้นหาของ Google ได้อย่างไร

ทุกคนถามคำถามนี้กับเรา คำตอบก็คือ ไม่มีเคล็ดลับใดๆ ทั้งสิ้น แต่มีเพียงแนวทางปฏิบัติที่ดีเท่านั้น ต่อไปนี้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการปรับปรุงลักษณะที่ปรากฏของเว็บไซต์ในผลการค้นหาของ Google

  • นำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงในเว็บไซต์ของคุณ Google พยายามที่จะค้นหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ หากคุณเขียนเนื้อหาที่ดีที่สุด นั่นหมายความว่าคุณเดินมาถูกทางแล้ว ใช้รายงานประสิทธิภาพเพื่อดูว่าคำค้นหาใดนำไปยังหน้าเว็บของคุณและลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของคุณมีอัตราการคลิกผ่านเท่าใด
  • ตรวจสอบว่าคุณได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์สำหรับเว็บไซต์ที่ดีและหลีกเลี่ยงกับดักที่อาจส่งผลกระทบต่ออันดับในการค้นหาของคุณ
  • สร้างเว็บไซต์ให้เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ผู้ใช้จำนวนมากใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ค้นหาข้อมูล ผลการค้นหาของเราจะแสดงหน้าเว็บที่เราคิดว่าตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ดีที่สุดพร้อมทั้งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานแพลตฟอร์มนั้นแก่ผู้ใช้
  • ใช้ชื่อและตัวอย่างข้อมูลที่สื่อชัดเจน ชื่อที่ดีและชัดเจน พร้อมคำอธิบายเมตาแท็กที่แม่นยำจะช่วยให้เราเข้าใจวัตถุประสงค์ของหน้าเว็บและช่วยให้เราสร้างตัวอย่างข้อมูลที่มีประโยชน์ในผลการค้นหาได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติม
  • เพิ่มฟีเจอร์การค้นหา เช่น ดาว ข้อมูลกิจกรรม หรือช่องค้นหาของเว็บไซต์ ซึ่งช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ โดยทำให้เว็บไซต์มีคุณค่ามากขึ้นสำหรับนักอ่าน
อภิธานศัพท์ของคำศัพท์เกี่ยวกับ Search

รายงานต่างๆ ใน Search Console ได้รับการจัดการโดยสอดคล้องกับข้อมูลสรุปทั่วไปเกี่ยวกับช่องทางของ Google Search กล่าวคือ ในขั้นแรก จะมีการรวบรวม (ค้นพบ) จากนั้นเนื้อหาจะได้รับการจัดทำดัชนี (แยกและวิเคราะห์เนื้อหา) หลังจากนั้นคุณ ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ จะวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์จากการค้นหา และพิจารณาด้วยว่ามีการแสดงผลการค้นหาให้กับผู้ใช้หรือลิงก์ผลการค้นหาจากเว็บไซต์อื่นๆ อย่างไร

รวบรวมข้อมูล

โปรแกรมรวบรวมข้อมูลเว็บของ Google จะติดตามลิงก์และแผนผังไซต์เพื่อสร้างรายการ URL แบบสาธารณะเพื่อเข้าชมและจัดทำดัชนีเนื้อหา ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการเพิ่มไปยังผลการค้นหาของ Google

  • พร็อพเพอร์ตี้
    คำทั่วไปสำหรับเรียกเว็บไซต์ที่คุณเพิ่มไปยังบัญชี Search Console คุณดูรายชื่อพร็อพเพอร์ตี้ได้ในหน้าแรกของบัญชี
  • ยืนยัน
    การพิสูจน์ว่าคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่อ้างถึงในบัญชี Search Console จะต้องมีการยืนยันพร็อพเพอร์ตี้ก่อน คุณจึงจะมีสิทธิ์เห็นข้อมูลต่างๆ โดยระบบจะขอให้คุณยืนยันเว็บไซต์หลังจากที่คุณเพิ่มเว็บไซต์ลงในบัญชี Search Console
  • Googlebot
    โปรแกรมรวบรวมข้อมูลเว็บของ Google Google มี Googlebot หลายตัวซึ่งจะส่งคำขอหน้าต่างๆ ของคุณโดยแยกตามอุปกรณ์ประเภทต่างๆ (สมาร์ทโฟน ฟีเจอร์โฟน หรือคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป) เพื่อคำนวณผลการค้นหาต่างๆ สำหรับผู้ใช้ที่ค้นหาบนอุปกรณ์เหล่านี้
  • Canonical
    หากคุณโฮสต์หน้าเว็บเดียวกันไว้ที่ URL หลาย URL อาจมีการลดอันดับหน้าที่ซ้ำซ้อนกันในผลการค้นหา ตัวอย่างเช่น คุณอาจมีหน้าที่เหมือนกันอยู่ที่ http://example.com/dogs และ http://www.example.com/dogs การค้นหาอาจแสดงหน้าดังกล่าวแยกกันและมีอันดับต่ำกว่าในกรณีที่คุณมีเพียงหน้าเดียว ในกรณีนี้ คุณควรระบุให้ Google ทราบว่าหน้าเหล่านี้เหมือนกันและเลือกเพียง 1 หน้าให้เป็นหน้า Canonical (หน้าอย่างเป็นทางการ) เพื่อแสดงในผลการค้นหา โปรดระบุเว็บไซต์หรือหน้า Canonical โดยใช้แผนผังเว็บไซต์, แท็ก HTML หรือการตั้งค่า Search Console
  • robots.txt
    ชื่อไฟล์ในเว็บไซต์ที่บอกให้ Google ทราบว่าไม่ต้องจัดทำดัชนีหรือแสดงหน้าใดในผลการค้นหา
  • แผนผังเว็บไซต์
    รายการ URL ในเว็บไซต์ของคุณที่ Google ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มรวบรวมข้อมูลเว็บไซต์ แผนผังเว็บไซต์จะอยู่ในไฟล์ที่จัดเก็บอยู่ในเว็บไซต์อย่างน้อย 1 ไฟล์

จัดทำดัชนี

เป็นกระบวนการในการเข้าชม URL และการวิเคราะห์เนื้อหาและความหมายของแต่ละหน้า ซึ่งจะช่วยให้ Google กำหนดผลการค้นหาที่ดีที่สุดสำหรับคำค้นหาของผู้ใช้

  • ทรัพยากร
    โดยทั่วไปหน้าเว็บจะโหลดทรัพยากรเพิ่มเติมหลายรายการ เช่น CSS, JavaScripts และรูปภาพ โปรดตรวจสอบว่าระบบไม่ได้บล็อก Googlebot ไม่ให้เข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความหมายของหน้าเว็บระหว่างขั้นตอนการจัดทำดัชนี
  • แสดงผล
    Google จะพยายามแสดงหน้าทั้งหมดที่จัดทำดัชนีเพื่อที่จะได้เห็นหน้าเว็บเหมือนที่ผู้ใช้เห็น การแสดงผล คือขั้นตอนการแสดงหน้าพร้อมด้วยรูปภาพและการจัดวางที่จะช่วยให้ Google วิเคราะห์ความหมายของหน้านั้นได้

ปริมาณการค้นหา

  • การดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่
    หากหน้าเว็บละเมิดหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพของ Google อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เป็นเนื้อหาสแปม หน้านั้นอาจถูกดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะดำเนินการลดระดับในผลการค้นหาของ Google
  • การกำหนดเป้าหมายระหว่างประเทศ
    การกำหนดเป้าหมายผลการค้นหาตามภาษาหรือประเทศของผู้ใช้ สามารถทำได้โดยใช้แท็กลิงก์ hreflang หรือการตั้งค่าการกำหนดเป้าหมายประเทศใน Search Console

ลักษณะที่ปรากฏในการค้นหา

ลักษณะที่หน้าเว็บของคุณปรากฏในการค้นหา

  • ข้อมูลที่มีโครงสร้าง
    วิธีอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับหน้าเว็บโดยอิงตามมาตรฐานต่างๆ ในรูปแบบที่เครื่องมือรวบรวมข้อมูลของ Google เข้าใจ ตัวอย่างเช่น คุณอาจเพิ่มคะแนน ข้อมูลกิจกรรม หรือข้อมูลวิดีโอ ข้อมูลที่มีโครงสร้างบางประเภทจะนำมาใช้เพื่อสร้างผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์
  • ตัวอย่างข้อมูล
    บรรทัดรายละเอียดข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏใต้ผลการค้นหาของ Google แต่ละรายการ Google สร้างข้อความนี้โดยใช้โปรแกรมในระหว่างที่จัดทำดัชนี และอาจมีคุณลักษณะทางภาพที่เรียกว่าผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์
  • ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์
    ผลการค้นหาของ Google ที่แสดงภาพแบบขั้นสูง เช่น แสดงการให้คะแนนดาว หรือเวลาของกิจกรรม ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์มักจะสร้างขึ้นจากข้อมูลที่มีโครงสร้างซึ่งผู้เขียนหน้าเว็บได้เพิ่มลงไป
  • ไซต์ลิงก์
    หากเว็บไซต์มีมุมมองต้นไม้หรือโครงสร้างแบบตรรกะ Google อาจแสดงชุดของลิงก์ย่อยใต้ผลการค้นหาหลัก ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ของสายการบิน ผลการค้นหาหลักจะเป็นหน้าแรกของสายการบิน ส่วนลิงก์ขนาดเล็กที่อยู่ข้างใต้จะเป็นลิงก์โดยตรงไปยังหน้าการจอง หน้าสถานะเที่ยวบิน หน้านโยบายด้านสัมภาระ และอื่นๆ คุณจะระบุไซต์ลิงก์ให้กับเว็บไซต์ไม่ได้

 

 

เปิดหน้าแดชบอร์ด

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร