ในบางประเทศหรือภูมิภาค คุณสามารถใช้แอป Google Wallet ในสมาร์ทวอทช์เพื่อชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสในที่ที่รับ Google Pay
สำคัญ: หากพบปัญหาเกี่ยวกับ Google Pixel Watch โปรดไปที่ศูนย์ช่วยเหลือของ Google Pixel Watch
หากต้องการใช้ Google Wallet ในนาฬิกา คุณต้องมีสิ่งต่อไปนี้
- มีนาฬิกาที่ใช้ Wear OS เวอร์ชัน 2.0 ขึ้นไป ตรวจสอบเวอร์ชันนาฬิกา
- มีนาฬิกาที่ใช้ Near Field Communication (NFC) ได้
- อยู่ในประเทศหรือภูมิภาคที่รองรับ Pay ใน Wear OS
- ตรวจสอบว่าบริการ Google Play ได้รับการอัปเดตทั้งบนนาฬิกาและโทรศัพท์แล้ว
- ตรวจสอบว่าติดตั้งแอป Google Wallet บนนาฬิกาด้วยเวอร์ชันล่าสุดแล้ว หากยังไม่ได้ติดตั้ง คุณสามารถดาวน์โหลดแอปจาก Play Store หรืออัปเดตแอปบนนาฬิกา
- ใช้บัตรที่รองรับ
เพิ่มบัตรลงในนาฬิกา
หากเพิ่มบัตรลงในนาฬิกาแล้ว คุณก็ไม่ต้องใช้โทรศัพท์ในการชำระเงิน
- เปิดแอป Google Wallet
ในสมาร์ทวอทช์
- แตะเริ่มต้นใช้งาน
- ตั้งค่าการล็อกหน้าจอ หากยังไม่ได้ดำเนินการ
- ในโทรศัพท์ ให้ทำตามวิธีการเพื่อเพิ่มบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตร Suica
เคล็ดลับ
- วิธีนี้จะเพิ่มบัตรลงในแอป Google Wallet บนนาฬิกาเท่านั้น ไม่ใช่บนโทรศัพท์
- คุณสามารถดูวิธีการดาวน์โหลดแอป Mobile Felica Client หรือ Mobile FeliCa Support สำหรับแอป Wear OS บนนาฬิกาได้ แอปเหล่านี้ต้องใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์จึงจะใช้งานบนนาฬิกาได้
- หากต้องการใช้บัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ ให้ทำตามวิธีการและดาวน์โหลดแอปจาก Play Store บนนาฬิกาโดยตรง
5. ตอนนี้บัตรจะแสดงขึ้นในนาฬิกา
ชำระเงินในร้านค้า
ชำระเงินโดยเปิดแอป Google Walletสำคัญ: หากใช้สมาร์ทวอทช์เพื่อชำระเงินค่าขนส่งมวลชน โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้ Google Wallet บนสมาร์ทวอทช์สำหรับขนส่งมวลชน
- เปิดแอป Google Wallet
- เมื่ออยู่ที่เครื่องชำระเงิน ให้บิดข้อมือและจ่อหน้าปัดของสมาร์ทวอทช์ไว้ใกล้เครื่องอ่าน
- หากชำระเงินสำเร็จ สมาร์ทวอทช์จะสั่น ส่งเสียง และเครื่องหมายถูกสีน้ำเงินจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
สำคัญ: ปัจจุบัน Express Pay รองรับเฉพาะในอุปกรณ์ Pixel Watch 2 ขึ้นไปเท่านั้น โปรดตรวจสอบว่าสมาร์ทวอทช์เป็นเวอร์ชันล่าสุดและใช้ Wear OS เวอร์ชันล่าสุด ดูวิธีตรวจหาการอัปเดต
Express Pay เป็นวิธีที่ปลอดภัยในการแตะเพื่อจ่ายในร้านค้าและแตะเพื่อจ่ายค่าขนส่งสาธารณะโดยไม่ต้องเปิดแอป Google Wallet หากต้องการใช้ Express Pay สำหรับค่าขนส่งสาธารณะเท่านั้น โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้ Express Pay สำหรับค่าขนส่งสาธารณะ
หากต้องการใช้ Express Pay คุณต้องเปิดการตั้งค่านี้ก่อน การเปิดการตั้งค่านี้จะใช้ได้กับการใช้ Express Pay ในสมาร์ทวอทช์เท่านั้น
เปิดใช้ Express Pay โดยใช้แอป Pixel Watch (สำหรับ Pixel Watch เท่านั้น)
- เปิดแอป Pixel Watch ในโทรศัพท์
- ไปที่ Google
Google Wallet
- ในโทรศัพท์ ให้แตะรูปโปรไฟล์หรือบัญชี
การตั้งค่า Wallet
- ในส่วน "Express Pay" ให้เลือกแตะเพื่อจ่ายและขนส่งสาธารณะ
- เปิดใช้ Express Pay โดยไม่ต้องเปิด Wallet
- เลือกวิธีที่ต้องการใช้ Express Pay ดังต่อไปนี้
- แตะเพื่อจ่ายและขนส่งสาธารณะ: ใช้ Express Pay สำหรับแตะเพื่อจ่ายในร้านค้าและแตะเพื่อเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ
- ขนส่งสาธารณะเท่านั้น: ใช้ Express Pay สำหรับแตะเพื่อเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะเท่านั้น
เคล็ดลับ: ระบบจะใช้บัตรเริ่มต้นสำหรับชำระเงินเมื่อคุณใช้ Express Pay หากต้องการเปลี่ยนวิธีการชำระเงิน คุณต้องอัปเดตบัตรเริ่มต้นสำหรับชำระเงิน ดูวิธีเปลี่ยนบัตรเริ่มต้นสำหรับชำระเงิน
ใช้ Express Pay บนสมาร์ทวอทช์
สำคัญ: หากต้องการใช้ Express Pay โปรดตรวจสอบว่าคุณสวมสมาร์ทวอทช์ไว้ที่ข้อมือและได้ปลดล็อกสมาร์ทวอทช์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มิเช่นนั้นระบบอาจแจ้งให้คุณปลดล็อกแม้ว่าการตั้งค่านี้จะเปิดอยู่ก็ตาม
- เมื่ออยู่ที่เครื่องชำระเงิน ให้บิดข้อมือและจ่อหน้าปัดของสมาร์ทวอทช์ไว้ใกล้เครื่องอ่าน
- ระบบจะเปิดใช้งาน Express Pay ก็ต่อเมื่อคุณบิดข้อมือไปทางเครื่องอ่านจนสุดเท่านั้น หากตรวจไม่พบการเคลื่อนไหว ระบบจะแจ้งให้คุณยืนยันการชำระเงินบนสมาร์ทวอทช์
- หากชำระเงินสำเร็จ สมาร์ทวอทช์จะสั่น ส่งเสียง และเครื่องหมายถูกสีน้ำเงินจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
จัดการบัตร
ชำระเงินด้วยบัตรที่ไม่ใช่บัตรเริ่มต้นบัตรใบแรกที่คุณเพิ่มลงใน Google Wallet จะเป็นบัตรเริ่มต้น หากต้องการใช้บัตรใบอื่น ให้ทำดังนี้
- เปิดแอป Google Wallet
- ปัดหาบัตรที่ต้องการใช้ เมื่อเจอ "นำไปจ่อที่เครื่องชำระเงิน" แสดงว่าบัตรพร้อมใช้งานแล้ว
- จ่อนาฬิกากับเครื่องชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสจนกว่าจะได้ยินเสียงเตือนหรือรู้สึกว่านาฬิกาสั่น
ขั้นตอนต่างๆ จะแตกต่างกันไปตามเวอร์ชันของนาฬิกา ดูวิธีตรวจสอบเวอร์ชันของนาฬิกา
Wear เวอร์ชัน 3.0
- เปิดแอป Google Wallet
- ปัดไปยังบัตรที่ต้องการใช้เป็นบัตรเริ่มต้น
- แตะบัตร
ตั้งเป็นบัตรเริ่มต้นสำหรับการแตะเพื่อจ่าย
Wear เวอร์ชัน 2.0
- เปิดแอป Google Wallet
- ปัดไปยังบัตรที่ต้องการใช้เป็นบัตรเริ่มต้น
- แตะบัตร
- จากด้านล่าง ให้ปัดขึ้นที่ "เพิ่มเติม"
- แตะตั้งเป็นบัตรเริ่มต้น
- เปิดแอป Google Wallet
- ปัดหาบัตรที่ต้องการนำออก
- แตะบัตรใบนั้น
- จากด้านล่าง ให้ปัดขึ้นที่ "เพิ่มเติม"
- แตะ "นำออก"
- เปิดแอป Google Wallet
- แตะบัตร
- ปัดขึ้นที่บัตรเพื่อดูธุรกรรม
แก้ปัญหา
เพิ่มบัตรไม่ได้หรือมีการนำบัตรออกเพิ่มบัตรไม่ได้
หากใช้บัตรกับ Google Wallet ไม่ได้ โปรดดูรายชื่อธนาคารที่เข้าร่วมและบัตรที่รองรับ
หากมีคำถามหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับบัตร โปรดติดต่อธนาคาร
มีการแจ้งเตือน "ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเครือข่าย" เมื่อเพิ่มบัตร
ตรวจสอบว่าโทรศัพท์ของคุณอยู่ใกล้ๆ โทรศัพท์และนาฬิกาควรเปิดบลูทูธและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ (เครือข่ายมือถือหรือ Wi-Fi)
มีการนำบัตรออกโดยอัตโนมัติ
เพื่อความปลอดภัย เมื่อคุณนำการล็อกหน้าจอในนาฬิกาออก ระบบจะลบบัตรที่คุณเพิ่มไว้ใน Google Wallet ด้วย วิธีเพิ่มบัตรอีกครั้ง
- เปิด Google Wallet
ในนาฬิกา
- เพิ่มการล็อกหน้าจอ
- เพิ่มบัตรอีกครั้ง
นาฬิกาแสดงข้อความว่า "เชื่อมต่อไม่ได้" และค้างเมื่อคุณเพิ่มบัตร
ตรวจสอบว่าบลูทูธของโทรศัพท์เปิดอยู่
- เปิดแอป Wear OS
ในโทรศัพท์
- ตรวจสอบว่ามีข้อความ "เชื่อมต่อแล้ว" ที่ด้านบน
- หากมีข้อความ "ไม่ได้เชื่อมต่อ" ให้ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อเชื่อมต่อนาฬิกากับโทรศัพท์
-
เปิดแอป Google Wallet ในนาฬิกาแล้วลองเชื่อมต่ออีกครั้ง
นาฬิกาแสดงข้อความว่า "ตรวจสอบบัญชีไม่ได้" เมื่อเปิดแอป
หากต้องการแก้ไขข้อผิดพลาดนี้ ให้อัปเดตแอป Google Wallet
- เปิดแอป Play Store
ในนาฬิกา
- ปัดลงมาจากด้านบนแล้วแตะแอปของฉัน
- ปัดแล้วแตะ Google Wallet
- แตะอัปเดต
- เปิดแอป Google Wallet
อีกครั้ง
แอปแสดงข้อความให้รีสตาร์ทโทรศัพท์
- รีสตาร์ทโทรศัพท์ (ไม่ใช่นาฬิกา)
- รอประมาณ 30-60 วินาที เพื่อให้มั่นใจว่าโทรศัพท์ได้ติดตั้งการอัปเดตที่จำเป็นในการใช้นาฬิกาแล้ว
- เปิด Google Wallet
ในนาฬิกา
- แตะ "ลองใหม่"
วงกลมแสดงการโหลดหมุนไม่หยุด
ปิดแอป Google Pay ในนาฬิกาแล้วเปิดอีกครั้ง หากไม่ได้ผล ให้กดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้เพื่อรีสตาร์ทนาฬิกา
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบว่าสวมนาฬิกาแน่นดีและปลดล็อกอยู่
แตะหน้าจอเพื่อดูว่า Google Wallet ขอให้คุณปลดล็อกนาฬิกาหรือไม่ หากใช่ ให้ปลดล็อกก่อนชำระเงิน
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบว่าแอป Google Wallet เปิดอยู่
ก่อนชำระเงิน ให้เปิด Google Wallet ในนาฬิกา ตรวจสอบว่าสามารถหาบัตรที่ต้องการใช้ชำระเงินบนหน้าจอได้หรือไม่
ขั้นตอนที่ 3 จ่อนาฬิกาที่เครื่องอ่านให้นานขึ้น
จ่อ NFC ในนาฬิกาเหนือเครื่องอ่านจนกว่าเสียงเตือนจะดังขึ้นและนาฬิกาสั่น
เคล็ดลับ
- คุณยังจ่อนาฬิกากับเครื่องอ่านในตำแหน่งอื่นได้ด้วย วิธีนี้ได้ผลเพราะนาฬิกาจะสื่อสารกับเครื่องอ่านโดยใช้ NFC
- ในนาฬิกาส่วนใหญ่ ตัวรับส่งสัญญาณ NFC จะอยู่หลังหน้าจอ แต่คุณสามารถอ่านคู่มือนาฬิกาเพื่อดูตำแหน่งที่แน่นอนได้
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบว่าร้านค้ารับการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัส
สอบถามแคชเชียร์ว่าร้านค้ารับการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสหรือไม่ หากไม่รับ คุณต้องใช้บัตรจริงเพื่อชำระเงิน
- ตรวจสอบว่านาฬิกาของคุณผ่านการรับรองของ Play Protect หรือไม่
- หากไม่สามารถชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสด้วย Google Wallet ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ทำได้ โปรดติดต่อผู้ผลิตอุปกรณ์ อาจมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์ซึ่งส่งผลกระทบต่อฟังก์ชันการทำงาน
- หากคุณดัดแปลงนาฬิกา ให้ตรวจสอบว่านาฬิกาเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่ Google Wallet อาจใช้ในร้านค้าไม่ได้หากนาฬิกามีลักษณะดังนี้
- ใช้ Wear OS เวอร์ชันสำหรับนักพัฒนาแอป
- มีการรูท, ใช้ ROM ที่กำหนดเอง หรือมีการดัดแปลงซอฟต์แวร์หรือระบบปฏิบัติการของโรงงาน โดย Google Wallet จะไม่ทำงานบนนาฬิกาที่มีลักษณะเช่นนี้เนื่องด้วยความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
- ยังไม่ผ่านการทดสอบและการอนุมัติจาก Google
- มี Bootloader ที่ปลดล็อกแล้ว
เคล็ดลับ
- หากนาฬิกาไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย คุณจะทำธุรกรรมการชำระเงินแบบไม่ต้องสัมผัสไม่ได้
- คุณติดตั้งระบบปฏิบัติการดั้งเดิมของนาฬิกาอีกครั้งเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของ Google ได้
- โปรดติดต่อผู้ผลิตอุปกรณ์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
หลังจากดาวน์โหลด Google Wallet ลงในอุปกรณ์ใหม่แล้ว คุณอาจต้องตั้งค่า Google Pay เป็นการชำระเงินเริ่มต้น
- เปิดการตั้งค่าในนาฬิกา
- ไปที่ "การเชื่อมต่อ" หรือส่วน "การเชื่อมต่อ"
- แตะ NFC
- ตรวจสอบว่าได้เลือก Google Pay เป็นผู้ให้บริการชำระเงินแล้ว