การแจ้งเตือน

You can now request help from the Help page in your Play Console account.  If you don't have access to Play Console, ask your account admin for an invite.

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าบริการของ Google Play

นักพัฒนาแอปต้องเสียค่าบริการ Google Play โดยอิงตามเปอร์เซ็นต์ของราคาซื้อของการซื้อแบบดิจิทัลในแอปของตน 

ค่าบริการของเราแสดงถึงคุณค่าที่สำคัญซึ่งนักพัฒนาแอปได้รับจาก Android และ Google Play ค่าบริการยังเป็นวิธีสร้างรายได้สำหรับธุรกิจของเราและสนับสนุนการลงทุนใน Android และ Google Play รวมถึงช่วยให้เราสามารถเผยแพร่ Android ได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดจนมอบชุดเครื่องมือและบริการ Google Play ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาแอปสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และรักษาแพลตฟอร์มของเราให้ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้หลายพันล้านคนทั่วโลกไปพร้อมๆ กันด้วย

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Google Play จึงเรียกเก็บค่าบริการ

ค่าบริการช่วยสนับสนุนการลงทุนของเราใน Android และ Google Play ให้ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่ Android และ Google Play มีให้ ทั้งยังเป็นวิธีสร้างรายได้ของเราในฐานะธุรกิจรายหนึ่ง การพัฒนา เปิดตัว และทำการตลาดให้แอปต้องมีค่าใช้จ่ายฉันใด การพัฒนา เปิดตัว และทำการตลาดให้ระบบปฏิบัติการและ App Store ก็มีค่าใช้จ่ายฉันนั้น โมเดลธุรกิจนี้พบเห็นได้ทั่วไปสำหรับร้านค้าแอปและเกมที่ดำเนินการโดย Microsoft, Apple, Steam, Nintendo, Amazon และบริษัทอื่นๆ

ค่าบริการมีราคาเท่าไหร่

เราไม่มีค่าบริการตายตัว เนื่องจากนักพัฒนาแอปดำเนินการหลายอย่าง ซึ่งต้องใช้ระดับการสนับสนุนที่แตกต่างกันในการสร้างธุรกิจให้ยั่งยืน 99% ของนักพัฒนาแอปที่ต้องเสียค่าบริการสามารถรับสิทธิ์จ่ายค่าบริการระดับ 15% หรือน้อยกว่านั้น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าบริการของเราได้ที่บทความในศูนย์ช่วยเหลือนี้

ใครต้องเสียค่าบริการบ้าง

นักพัฒนาแอปที่เรียกเก็บเงินค่าแอปหรือนำเสนอสินค้าดิจิทัลและต้องเสียค่าบริการมีเพียง 3% เท่านั้น ซึ่งหมายความว่ามีนักพัฒนาแอป 97% ที่สามารถเผยแพร่แอปและใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและบริการสำหรับนักพัฒนาแอปทั้งหมดของเราได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ค่าบริการนำไปใช้จ่ายกับเรื่องใดบ้าง

ค่าบริการช่วยสนับสนุนการลงทุนของเราใน Android และ Google Play แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่ Android และ Google Play มีให้ ช่วยให้เราสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ทันสมัยในราคาที่เข้าถึงได้ ช่วยให้นักพัฒนาแอปเข้าถึงผู้ใช้และสร้างธุรกิจให้ยั่งยืนได้ และช่วยรักษาแพลตฟอร์มให้ปลอดภัย

การลงทุนในด้านหลักๆ ได้แก่

  • Android และ Google Play Store: ระบบปฏิบัติการ Android ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายช่วยให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สามารถสร้างอุปกรณ์ที่หลากหลายในช่วงราคาต่างๆ ซึ่งทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้ Google Play Store ยังมีแอปและเกมที่คัดสรรมาไว้มากที่สุด โดยให้บริการในประเทศต่างๆ กว่า 190 ประเทศ พร้อมด้วยคำแนะนำที่ปรับเปลี่ยนเฉพาะบุคคลและการค้นหาแอปคุณภาพสูงก็ทำได้ง่าย
  • แพลตฟอร์ม Android ใหม่: เราสร้างแพลตฟอร์มสำหรับอุปกรณ์รูปแบบใหม่ๆ เช่น Auto และ TV เพื่อช่วยเพิ่มการเข้าถึงให้แก่นักพัฒนาแอปในช่องทางต่างๆ
  • ความปลอดภัย: ผู้บริโภคไว้วางใจ Android และ Google Play เพราะความปลอดภัย การตรวจสอบแอปช่วยให้มั่นใจได้ว่าแอปเป็นไปตามนโยบายด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยแบบอัตโนมัติของ Google Play Protect ซึ่งสแกนแอปกว่า 1 แสนล้านแอปต่อวัน
  • การเผยแพร่แอป: นักพัฒนาแอปเข้าถึงผู้ใช้ Android กว่า 3 พันล้านคนได้ทันที พร้อมด้วยความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งตามอุปกรณ์และฟังก์ชันการทำงาน ตลอดจนให้บริการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
  • เครื่องมือสำหรับนักพัฒนาแอป: นักพัฒนาแอปสามารถทำการทดสอบ, ทดสอบเบต้า, เพิ่มประสิทธิภาพข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store, วิเคราะห์ประสิทธิภาพ และอื่นๆ
  • ระบบการเรียกเก็บเงิน: ผู้ใช้จะอุ่นใจกับการชำระเงินที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ขณะที่นักพัฒนาแอปสามารถทำธุรกรรมได้ง่ายๆ กับผู้ใช้ 700 ล้านคนที่ใช้บัตรของขวัญ Google Play และรูปแบบการชำระเงินซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในพื้นที่
คุณค่าที่นักพัฒนาจะได้รับจาก Google Play

พันธกิจหลักของเราคือการช่วยให้นักพัฒนาแอปสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และขยายธุรกิจให้เติบโตขึ้น เรายังคงลงทุนในแพลตฟอร์ม เครื่องมือ และบริการต่างๆ เพื่อให้การสนับสนุนนักพัฒนาแอปอยู่เสมอด้วย เราช่วยให้นักพัฒนาเผยแพร่แอปสู่ผู้ใช้ Android หลายพันล้านคนได้โดยง่าย และสร้างรายได้จากผู้คนทั่วโลกโดยเลือกรูปแบบการรับเงินที่ต้องการซึ่งใช้ในประเทศของตนได้

นอกจากนี้ เรายังมีเครื่องมือและบริการต่างๆ ที่ช่วยให้นักพัฒนาแอปจัดการการเผยแพร่แอป, โอกาสในการโปรโมตและมีส่วนร่วมอีกครั้งใน Play Store, เครื่องมือในการทดสอบและเพิ่มประสิทธิภาพ, การวิเคราะห์ข้อมูล, การสนับสนุนด้านเทคนิค, การฝึกอบรมแบบไม่มีค่าใช้จ่ายกับ Play Academy และอีกมากมาย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการบางอย่างที่มีให้นักพัฒนาแอป

การพัฒนาแอป

เครื่องมือของ Android

เรามีเครื่องมือและทรัพยากรที่จะช่วยให้นักพัฒนาแอปสร้างประสบการณ์ที่ผู้ใช้ชื่นชอบ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่รวดเร็วและง่ายขึ้นในอุปกรณ์ Android ทุกเครื่อง ตัวอย่างเช่น Android Studio เป็นสภาพแวดล้อมในการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบผสานรวมอย่างเป็นทางการสำหรับการพัฒนาแอป Android ซึ่งมีทุกสิ่งที่จำเป็นในการสร้างแอป Android รวมถึงดัชนี SDK สำหรับทรัพยากร Dependency ยอดนิยม ข้อมูลเชิงลึกด้านคุณภาพของแอปจาก Firebase Crashlytics และโปรแกรมจำลองอุปกรณ์เสมือนจริง
 

Google Play Academy 

เรามีการฝึกอบรมแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายผ่าน Google Play Academy ให้แก่นักพัฒนาแอป นักธุรกิจ และนักการตลาดของแอปและเกมใน Google Play Play Academy เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตแอปรายใหม่ๆ ที่มีความมุ่งมั่น รวมถึงแบ่งปันความรู้และแนวทางปฏิบัติแนะนำในการสร้างธุรกิจแอปหรือเกมที่ประสบความสำเร็จ โดยนักพัฒนาแอปจะได้รับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในเครื่องมือของเรา และยังได้เรียนรู้วิธีออกแบบแอป เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัว และเพิ่มระดับการเข้าถึงของผู้ใช้ด้วย ไม่เพียงเท่านี้ Google Play Academy ยังมีการฝึกอบรมสำหรับนักพัฒนาแอปที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ด้วยหลักสูตร "เจาะตลาดโลก" ซึ่งได้แก่ ญี่ปุ่น ยุโรปตะวันตก ลาตินอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 

การทดสอบแอป

เราอนุญาตให้นักพัฒนาแอปทำการทดสอบแอปรุ่นเบต้ากับผู้ใช้เพียงบางส่วนเท่านั้น นักพัฒนาแอปสามารถรวบรวมความคิดเห็นส่วนตัวหรือตอบกลับผู้ทดสอบแอปได้โดยตรงผ่าน Play Console  รวมถึงสามารถทำการทดสอบแอปเวอร์ชันใหม่ก่อนเปิดตัวได้ด้วย นอกจากนี้ นักพัฒนาแอปยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ใน Google Play ใช้แอปเวอร์ชันทดสอบได้ด้วย เพื่อรับความคิดเห็นล่วงหน้าหรือติดตามเมตริกในแอปก่อนการเปิดตัวได้
 

รายงานก่อนการเปิดตัว

ในกรณีที่ทำการทดสอบแอปกับผู้ใช้กลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่มใหญ่ นักพัฒนาแอปจะตั้งค่าและเรียกใช้รายงานก่อนการเปิดตัวเพื่อระบุปัญหาของแอปก่อนเผยแพร่ได้ รายงานก่อนการเปิดตัวจะระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับแอปซึ่งอาจส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ เช่น ความเสถียร ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของแอป
 

การเพิ่มประสิทธิภาพของแอป 

เรามีเครื่องมือข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพที่ออกแบบมาเพื่อให้นักพัฒนาแอปวัดและเพิ่มประสิทธิภาพของแอปและเกม เพื่อให้วิดีโอมีคุณภาพสูงขึ้นและเวลาหน่วงน้อยลง บริการนี้ช่วยให้นักพัฒนาแอปวิเคราะห์ข้อมูลในอุปกรณ์ Android หลายเครื่องได้

ความปลอดภัย

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้ 

เรามีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการดาวน์โหลดแอป ซึ่งจะช่วยเพิ่มความไว้วางใจให้แก่ผู้ใช้แอปด้วย แอปทั้งหมดที่เผยแพร่ผ่าน Google Play ซึ่งรวมถึงแอปของ Google เองนั้นอยู่ภายใต้นโยบายของ Play นโยบาย Play ของ Google ครอบคลุมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานและการจัดการข้อมูลผู้ใช้ เราเผยแพร่ข้อมูลเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจว่ามีการรวบรวมข้อมูลใดบ้าง เหตุใดจึงมีการรวบรวม และวิธีที่ผู้ใช้สามารถอัปเดต จัดการ ส่งออก หรือลบข้อมูลของตนเอง
 

การสแกนแอปเพื่อป้องกันการติดตั้งมัลแวร์

Google Play Protect จะสแกนอุปกรณ์ Android เพื่อเตือนผู้ใช้ในกรณีที่แอปมีมัลแวร์ที่รู้จัก ไม่ว่าผู้ใช้จะดาวน์โหลดผ่าน Play, App Store ของบุคคลที่สาม หรือไซด์โหลด

นอกจากนี้ เรายังมอบ API ให้แก่นักพัฒนาแอปเพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่าเซิร์ฟเวอร์ของตนโต้ตอบกับแอปเวอร์ชันจริงของนักพัฒนาแอปบนอุปกรณ์ Android ของแท้ ซึ่งจะช่วยปกป้องนักพัฒนาแอปจากการฉ้อโกงและภัยคุกคามด้านความปลอดภัยผ่าน SafetyNet
 

การเผยแพร่แอป 

การเผยแพร่ทั่วโลก 

Google Play ช่วยให้นักพัฒนาแอปสามารถเผยแพร่แอปและการอัปเดตแอปให้แก่ผู้ใช้กว่า 3 พันล้านคนในอุปกรณ์หลายพันรุ่นจาก OEM หลายร้อยรายในกว่า 190 ประเทศ อีกทั้งยังสามารถเผยแพร่แอปไปยังบางประเทศได้ด้วย ตัวอย่างเช่น นักพัฒนาแอปสามารถสร้างหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store ที่กำหนดเองได้สูงสุด 50 หน้าเพื่อปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลแอปตามประเทศที่ต้องการ รวมถึงยังสามารถปรับเปลี่ยนแอปในแบบของตัวเองด้วยการปรับแต่งข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store และกำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะโดยการเปลี่ยนรูปลักษณ์ของแอป

ยิ่งไปกว่านั้น นักพัฒนาแอปสามารถเผยแพร่การอัปเดตในแอปได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพด้วยฟีเจอร์และฟังก์ชันการทำงานใหม่ๆ การอัปเดตแอปช่วยนักพัฒนาแอปในการทำให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมอยู่เสมอ และรองรับความปลอดภัยของระบบนิเวศเมื่อมีภัยคุกคามใหม่ๆ เกิดขึ้น
 

การดาวน์โหลดแอปตามประเทศ

นักพัฒนาแอปสามารถดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประเทศที่มียอดการติดตั้งแอปสูงสุดและข้อมูลเชิงลึกเรื่องการดาวน์โหลดเฉพาะภาษา รวมถึงยังอ่านรายงานเกี่ยวกับการติดตั้งแอป การถอนการติดตั้ง การให้คะแนน รายได้ และข้อขัดข้องต่างๆ เพื่อช่วยติดตามประสิทธิภาพของแอปได้ใน Play Console 

นักพัฒนาแอปใช้เครื่องมือค้นคว้าแบบอินเทอร์แอกทีฟของ Google ("Think with Google") เพื่อดูข้อมูลต่อไปนี้ได้

  • คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค
  • เคล็ดลับด้านการตลาด
  • เครื่องมือสำหรับนักพัฒนาแอปเพื่อเพิ่มกลุ่มเป้าหมายของแอปโดยการทำความเข้าใจข้อมูลประชากรของผู้ใช้แอป และ
  • สถิติของนักพัฒนาแอปในด้านความสนใจของผู้ใช้ในภูมิภาคหรือประเทศหนึ่งๆ รวมถึงสถิติอื่นๆ
 

บริการแปลภาษาเพื่อช่วยแปลแอปต่างประเทศ

แอปแปลภาษาได้สูงสุด 48 ภาษาผ่านบริการแปลภาษาของ Google และเรายังมีคำแนะนำให้ด้วยว่านักพัฒนาควรให้ความสำคัญเรื่องคำแปลสำหรับส่วนใดในแอป เราได้สร้างหน้าเว็บที่มีเคล็ดลับสู่ความสำเร็จในบางภูมิภาค (เอเชียแปซิฟิก, EMEA, ลาตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ) บทความนี้จะอธิบายวิธีแปลแอป โดยเผยแพร่เป็นภาษาท้องถิ่นภาษาใดภาษาหนึ่งและนำเสนอโปรโมชันในช่วงวันหยุด
 

คะแนนและรีวิวของแอป

เรามีเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาแอปที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแอป โดยใช้การให้คะแนนและรีวิวจากผู้ใช้ เช่น เราจะแสดงภาพรวมคะแนนของแอป รีวิวแต่ละรายการจากผู้ใช้ และข้อมูลที่จัดเป็นหัวข้อเกี่ยวกับรีวิวของแอปให้แก่นักพัฒนาแอป  นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำที่ช่วยให้นักพัฒนาแอปตั้งค่าข้อความอัตโนมัติสำหรับแจ้งผู้ใช้ให้เขียนรีวิวและให้คะแนนภายในแอปเพื่อแสดงความคิดเห็น ตลอดจนเครื่องมือที่จะช่วยนักพัฒนาแอปทดสอบฟีเจอร์นี้

 

การวิเคราะห์การมีส่วนร่วมของผู้ใช้

ในเดือนมีนาคม 2021 Google Play Console ได้เปิดตัวเมตริกใหม่ในการประเมินแอปและเกม ซึ่งทำให้นักพัฒนาแอปสามารถประเมินแนวโน้มการมีส่วนร่วมและการสร้างรายได้ของแอปหรือเกมเทียบกับเกณฑ์ได้ เมตริกเหล่านี้มีสถิติเกี่ยวกับจำนวนผู้ใช้ที่เปิดแอปในแต่ละเดือน และสถิติเกี่ยวกับจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน เมตริกเหล่านี้เป็นสถิติเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อมูลและรายงานอื่นๆ ที่นักพัฒนาแอปมีสิทธิ์เข้าถึงใน Google Play Console
 

การค้นพบแอป 

เรามีเคล็ดลับในการทำให้ผู้ใช้ค้นพบแอปบน Google Play รวมถึงวิธีสร้างข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store, วิธีสร้างแอปให้โดดเด่นผ่านภาพกราฟิก และวิธีเข้าถึงผู้ชมที่หลากหลาย นอกจากนี้ เรายังมีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีทำให้ผู้ใช้ค้นพบแอปได้มากขึ้นและวิธีการจัดอันดับแอปในผลการค้นหา

เราช่วยเรื่องการค้นพบแอปเพิ่มเติมผ่านการกำหนดเป้าหมายการโปรโมตแอป รวมถึงช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบแอปและเกมที่อาจชื่นชอบจากแอปและเกมหลายล้านรายการบน Google Play เราพิจารณาปัจจัยหลายประการเมื่อจัดระเบียบและจัดอันดับแอปและเกม เช่น ความเกี่ยวข้องกับผู้ใช้ ประสบการณ์ของผู้ใช้ และคุณค่าที่กำหนดโดยบรรณาธิการ

นอกจากนี้ ยังช่วยผู้ใช้ด้วยการแนะนำแอปที่เกี่ยวข้องเมื่อเข้าสู่ Google Play ซึ่งทำให้นักพัฒนาแอปเข้าถึงผู้ใช้ใหม่ๆ ได้
 

Play Commerce

เครื่องมือการสร้างรายได้

ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ช่วยให้นักพัฒนาแอปขายผลิตภัณฑ์และเนื้อหาดิจิทัลภายในแอปของตนได้อย่างราบรื่น ซึ่งรวมถึงเนื้อหาในแอป เช่น สกุลเงินในเกมหรือการสมัครใช้บริการ 
 

ข้อมูลราคาที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ

เรามีเครื่องมือที่จะช่วยให้นักพัฒนาแอปกำหนดราคาแอปของตนเองได้ ทำให้นักพัฒนาแอปกำหนดราคาแอปสำหรับทั่วโลกหรือเฉพาะประเทศได้ง่ายๆ และใช้เทมเพลตการกำหนดราคาเพื่อลดความยุ่งยากในการกำหนดราคาแอปใน Play Console

ตัวอย่างเช่น นักพัฒนาแอปกำหนดราคาแอป เปลี่ยนราคาแอป และสร้างการลดราคาหรือโปรโมชันสำหรับแอปได้ รวมถึงยังตั้งค่าการสมัครใช้บริการและเปลี่ยนแปลงราคาไอเทมที่ซื้อในแอปได้ด้วย ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาแอปมีความยืดหยุ่นในการปรับข้อเสนอและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงได้

 

การจัดการการสมัครใช้บริการ Play

เราอนุญาตให้ผู้ใช้ยกเลิก หยุดชั่วคราว หรือเปลี่ยนการสมัครใช้บริการใน Google Play ได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการที่รวมอยู่ในระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play
 

การรองรับการชำระเงินคืนของ Google 

นักพัฒนาแอปจัดการคำสั่งซื้อของแอปและดำเนินการคืนเงินให้ผู้ใช้อย่างรวดเร็วได้โดยง่าย รวมถึงสามารถดูคำสั่งซื้อของแอป พร้อมทั้งคืนเงิน และจัดการการยกเลิกการสมัครใช้บริการสำหรับรายการที่ผู้ใช้ซื้อไว้ได้ผ่านทางเว็บไซต์หรือแอป Play Console
 

การดูแลระบบ 

ภาพรวมการอัปเดตแอป

นักพัฒนาแอปดูข้อมูลตามเวอร์ชันแอปได้ผ่านช่องทางการเผยแพร่ใน Google Play Console รวมถึงดูภาพรวมของประวัติการอัปเดตแอปได้ด้วย โดยจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับปรุงข้อเสนอของแอปได้อย่างต่อเนื่อง
 

หน้าแดชบอร์ดที่กำหนดเองใน Play Console

เราใช้ความคิดเห็นของนักพัฒนาแอปในการสร้างวิธีที่ช่วยให้นักพัฒนาแอปปรับแต่งการแสดงผลของเมตริกที่มีใน Play Console เพื่อวัดประสิทธิภาพของแอป โดยนักพัฒนาแอปสามารถปักหมุดเมตริกที่ตนต้องการได้ วิธีนี้เป็นกลไกที่รวดเร็วและสะดวกสำหรับนักพัฒนาแอปในการติดตามและโต้ตอบกับเมตริกที่ตนสนใจ
 

อินเทอร์เฟซที่สอดคล้องกันทั่วโลกสำหรับนักพัฒนาแอป

Google Play Console มีอินเทอร์เฟซที่สอดคล้องกันทั่วโลกสำหรับนักพัฒนาแอปในการอัปโหลดและจัดการแอป นักพัฒนาแอปจะได้รับประโยชน์จากฟีเจอร์ต่างๆ ที่ช่วยปรับปรุงคุณภาพของแอป ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายในแอป สร้างรายได้ และอื่นๆ
 

เครื่องมือเปรียบเทียบกลุ่มแอปเทียบเท่า

นักพัฒนาแอปสามารถเปรียบเทียบแอปของตนเองกับแอปอื่นๆ ที่เลือกได้อย่างง่ายดาย โดยการตั้งค่ากลุ่มแอปเทียบเท่าที่กำหนดเอง นั่นคือ ให้เลือกกลุ่มแอปที่เจาะจงและเปรียบเทียบแอปของตนกับแอปของกลุ่มนั้น นักพัฒนาแอปแก้ไขกลุ่มแอปเทียบเท่าที่กำหนดเองเพื่อเปรียบเทียบ Android Vitals ได้สูงสุด 3 ครั้งต่อเดือน ซึ่งช่วยให้มีเครื่องมือที่เป็นประโยชน์เพื่อปรับเปลี่ยนตามแอปเทียบเท่า

นอกจากนี้ เรายังมีคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีใช้สถิติการเปรียบเทียบแอปเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแอป

นักพัฒนาแอปทุกรายต้องเสียค่าบริการไหม

เรามุ่งมั่นที่จะใช้โมเดลธุรกิจที่เปิดโอกาสให้เราลงทุนใน Android และ Google Play ต่อไปได้ แต่ก็เข้าใจดีว่านักพัฒนาแอปแต่ละรายไม่เหมือนกันและไม่สามารถใช้เกณฑ์ที่ตายตัวเพียงเกณฑ์เดียวกับทุกคนได้ Google Play สร้างรายได้ส่วนใหญ่ผ่านค่าบริการ เฉพาะนักพัฒนาแอปที่ขายแอปที่ต้องซื้อหรือการเข้าถึงเนื้อหาหรือบริการดิจิทัลในแอปเท่านั้นที่ต้องเสียค่าบริการ และนักพัฒนาแอปมากกว่า 99% ที่ต้องเสียค่าบริการสามารถรับสิทธิ์จ่ายค่าบริการระดับ 15% หรือน้อยกว่านั้น นักพัฒนาส่วนน้อยที่ลงทุนใน Android และ Google Play โดยตรงอาจมีค่าบริการอีกอัตราหนึ่งในฐานะส่วนหนึ่งของการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการลงทุนด้านการเงินและการผสานรวมผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของอุปกรณ์ต่างๆ พาร์ทเนอร์ด้านการลงทุนเหล่านี้ช่วยให้เราสามารถปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานสำหรับผู้ใช้ทุกคน และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่นักพัฒนาแอปทุกราย

หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเป็นพาร์ทเนอร์กับ Google

เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้นักพัฒนาแอปเติบโตไปพร้อมกับ Google Play และ Android รวมถึงยินดีที่จะร่วมงานกับนักพัฒนาแอปที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์การมีสิทธิ์บางประการและทุ่มเทที่จะสนับสนุนระบบนิเวศของ Google Play และ Android ความร่วมมือเหล่านี้อาจครอบคลุมถึงข้อตกลงเฉพาะสำหรับการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทค่าบริการได้ในหน้าค่าบริการ 

เกณฑ์สำหรับการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจดังกล่าวอาจรวมถึงตัวอย่างต่อไปนี้

  • การลงทุนในระบบนิเวศของ Google Play และ/หรือ Android
  • การผสานรวมผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของอุปกรณ์ต่างๆ 
  • การมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์บางอย่างในด้านผู้ใช้ การสมัครใช้บริการ การติดตั้ง หรือการใช้งานแอป
  • บัญชีนักพัฒนาแอปอยู่ในสถานะดี และ
  • การให้บริการและมอบประสบการณ์การใช้งานที่มีคุณภาพสูงแก่ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง (เช่น ได้คะแนนสูงใน Google Play)
การออกกฎหมายล่าสุดของเกาหลีใต้ส่งผลกระทบอะไรบ้าง

ผลจากการออกกฎหมายล่าสุดนี้ เราให้นักพัฒนาแอปทุกรายสามารถเสนอระบบการเรียกเก็บเงินระบบอื่นควบคู่ไปกับระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play สำหรับผู้ใช้ในเกาหลีใต้ที่ทำการซื้อในแอปมือถือและแท็บเล็ตซึ่งเผยแพร่ผ่าน Play

นักพัฒนาแอปยังคงต้องจ่ายค่าบริการสำหรับธุรกรรมที่ใช้ระบบการเรียกเก็บเงินระบบอื่น แต่ค่าบริการจะลดลง 4% ตัวอย่างเช่น หากค่าบริการเป็น 15% สำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ค่าบริการนี้จะเป็น 11% สำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านระบบการเรียกเก็บเงินระบบอื่น ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสนอระบบการเรียกเก็บเงินระบบอื่นให้ผู้ใช้ในเกาหลีใต้ได้ที่บทความนี้ในศูนย์ช่วยเหลือ

คำสั่งจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าแห่งอินเดียส่งผลกระทบอะไรบ้าง

ผลจากคำสั่งของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าแห่งอินเดียนี้ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป เราจะให้นักพัฒนาแอปทุกรายสามารถเสนอระบบการเรียกเก็บเงินระบบอื่นควบคู่ไปกับระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play สำหรับผู้ใช้ชาวอินเดียที่ทำการซื้อในแอปมือถือและแท็บเล็ตซึ่งเผยแพร่ผ่าน Play

นักพัฒนาแอปจะยังคงต้องจ่ายค่าบริการสำหรับธุรกรรมที่ใช้ระบบการเรียกเก็บเงินระบบอื่น แต่ค่าบริการจะลดลง 4% ตัวอย่างเช่น หากค่าบริการเป็น 15% สำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ค่าบริการนี้จะเป็น 11% สำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านระบบการเรียกเก็บเงินระบบอื่น เราจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้

กฎหมายตลาดดิจิทัล (DMA) ส่งผลต่อนโยบายการชำระเงินของ Google Play สำหรับผู้ใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรปอย่างไร

เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายตลาดดิจิทัล (DMA) เราได้เปิดตัวโปรแกรมใหม่เพื่อรองรับการเรียกเก็บเงินทางเลือกสำหรับผู้ใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ตอนนี้นักพัฒนาแอปที่ขายเนื้อหาหรือบริการดิจิทัลสามารถเสนอระบบการเรียกเก็บเงินระบบอื่นนอกเหนือจากระบบของ Google Play ให้กับผู้ใช้ใน EEA ภายในแอปของตน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของโปรแกรม

นอกจากนี้ นักพัฒนาแอปอาจนำทางผู้ใช้ใน EEA ออกไปนอกแอปเพื่อโปรโมตข้อเสนอของฟีเจอร์และบริการดิจิทัลโดยเป็นไปตามข้อกำหนดของโปรแกรม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หน้านี้อาจมีเนื้อหาที่แปลโดยใช้เทคโนโลยี AI การแปลโดย AI อาจมีข้อผิดพลาด

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม

เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลองทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

true
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
เมนูหลัก
1104241259640749263
true
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
false
true
true
true
true
true
92637
false
false
false
false
false