ทำความเข้าใจนโยบายการชำระเงินของ Google Play

Academy Logo

การฝึกอบรมฟรี

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการชําระเงินของ Google Play ใน Academy for App Success

 

นักพัฒนาแอปที่เสนอการซื้อในแอปสำหรับสินค้าและบริการดิจิทัลที่จัดจำหน่ายใน Google Play จะต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play

ระบบนี้ช่วยให้คุณทำธุรกรรมกับผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลกได้โดยง่าย รวมถึงเป็นช่องทางการชำระเงินที่ปลอดภัยซึ่งให้ผู้ใช้จัดการการชำระเงินได้จากศูนย์กลางเพียงจุดเดียว  ระบบการเรียกเก็บเงินของ Play มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เราคงความเชื่อมั่นของผู้ใช้และดูแลให้ Google Play มีความปลอดภัย

เกี่ยวกับระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play

ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play เป็นบริการที่เปิดโอกาสให้คุณขายผลิตภัณฑ์และเนื้อหาดิจิทัลในแอป Android โดยคุณสามารถใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play เพื่อขายผลิตภัณฑ์แบบเรียกเก็บเงินครั้งเดียวหรือการสมัครใช้บริการที่มีการเรียกเก็บเงินแบบเกิดซ้ำ ดูวิธีผสานรวมระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ไว้ในแอปของคุณได้ที่เว็บไซต์ของนักพัฒนาแอป Android

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตตามนโยบายการชำระเงิน การซื้อที่ต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play รวมถึง

  • ไอเทมดิจิทัล (เช่น เงินตราเสมือน การเพิ่มชีวิต การเพิ่มเวลาเล่น ไอเทมเสริม ตัวละคร หรือรูปโปรไฟล์)
  • บริการที่ต้องสมัครสมาชิก (เช่น ฟิตเนส เกม การออกเดต การศึกษา เพลง วิดีโอ หรือบริการสมัครรับเนื้อหาอื่นๆ)
  • ฟังก์ชันหรือเนื้อหาของแอป (เช่น แอปเวอร์ชันที่ไม่มีโฆษณา หรือฟีเจอร์ใหม่ที่ไม่มีในเวอร์ชันฟรี) และ
  • ซอฟต์แวร์และบริการระบบคลาวด์ (เช่น บริการพื้นที่เก็บข้อมูล ซอฟต์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ หรือซอฟต์แวร์จัดการทางการเงิน)

การซื้อที่ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ไม่รองรับรวมถึง

  • การซื้อหรือเช่าสินค้าที่จับต้องได้ (เช่น ของชำ เสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์)
  • การซื้อบริการที่จับต้องได้ (เช่น บริการขนส่ง ตั๋วเครื่องบิน สมาชิกฟิตเนส หรือการจัดส่งอาหาร) และ
  • การชำระค่าบัตรเครดิตหรือสาธารณูปโภค

ห้ามใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play สำหรับการชำระเงินระหว่างบุคคล เนื้อหาที่ส่งเสริมการพนันออนไลน์ หรือสำหรับหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่ถือว่ายอมรับไม่ได้ภายใต้นโยบายเนื้อหาของศูนย์การชำระเงินของ Google

การชี้แจงนโยบายการชำระเงิน

เมื่อปี 2020 เราได้ชี้แจงข้อความในนโยบายการชำระเงินเพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่านักพัฒนาแอปทุกรายที่ขายสินค้าและบริการดิจิทัลในแอปจะต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play แอปที่ใช้ระบบการเรียกเก็บเงินสำหรับการซื้อในแอประบบอื่นจะต้องนำระบบดังกล่าวออกเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการชำระเงิน  

เราพากเพียรทำงานร่วมกับชุมชนนักพัฒนาแอปเพื่อช่วยรักษาแอปไว้ใน Play ขณะที่นักพัฒนาแอปทำการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น แม้ว่านักพัฒนาแอปส่วนใหญ่จะปฏิบัติตามนโยบายที่มีมานานนี้อยู่แล้ว แต่เราก็ได้ให้ระยะเวลาผ่อนผัน 1 ปีสำหรับนักพัฒนาแอปที่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงในแอปของตน จากความคิดเห็นของนักพัฒนาแอป เรามีตัวเลือกให้นักพัฒนาแอปที่มีสิทธิ์สามารถขอขยายเวลาเพิ่มอีก 6 เดือน ซึ่งทำให้นักพัฒนาแอปมีระยะเวลามากกว่า 18 เดือนในการแก้ไขแอปให้เป็นไปตามข้อกำหนด เราจะยังคงทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์นักพัฒนาแอปเพื่อตอบสนองความต้องการของระบบนิเวศของเราที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2022 เราจะนำแอปที่ยังคงไม่เป็นไปตามข้อกำหนดออกจาก Google Play 

นักพัฒนาแอปในอินเดียจะมีเวลาปรับปรุงแอปให้เป็นไปตามข้อกำหนดจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2022 เนื่องจากมีอุตสาหกรรมการชำระเงินที่แตกต่างออกไปจากที่อื่น โปรดไปที่คำถามที่พบบ่อยเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ตอนนี้นักพัฒนาแอปที่มีผู้ใช้ในเกาหลีใต้มีตัวเลือกที่จะผสานรวมระบบการเรียกเก็บเงินสำหรับการซื้อในแอประบบอื่นได้ โปรดไปที่คำถามที่พบบ่อยเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ตอนนี้นักพัฒนาแอปที่ไม่ใช่แอปเล่นเกมสามารถเลือกที่จะเสนอระบบการเรียกเก็บเงินสำหรับการซื้อในแอประบบอื่นให้กับผู้ใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ได้แล้ว โปรดไปที่คำถามที่พบบ่อยเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

ฉันจะจัดจําหน่ายแอปใน App Store อื่นๆ ของ Android หรือเว็บไซต์ของฉันได้ไหม 

ได้ คุณจัดจำหน่ายแอปด้วยวิธีใดก็ได้ตามสะดวก เราเป็นระบบนิเวศแบบเปิด อุปกรณ์ Android ส่วนใหญ่จึงมี Store ติดตั้งมาล่วงหน้ามากกว่า 1 แห่ง และผู้ใช้ยังติดตั้ง Store อื่นๆ ได้ด้วย Android ให้อิสระและความยืดหยุ่นแก่นักพัฒนาแอปในการจัดจําหน่ายแอปใน App Store อื่นๆ ของ Android, จากเว็บไซต์โดยตรง หรือผ่านการโหลดล่วงหน้าในอุปกรณ์ โดยไม่ต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play

แอปของ Google ต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้ด้วยไหม

ใช่ นโยบายสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Google Play รวมถึงการกำหนดให้แอปใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play สำหรับการซื้อสินค้าดิจิทัลในแอป มีผลกับแอปทั้งหมดใน Google Play ซึ่งรวมถึงแอปของ Google เองด้วย

ฉันสื่อสารกับผู้ใช้เกี่ยวกับช่องทางการชำระเงินอื่นได้ไหม

ได้ คุณสื่อสารกับผู้ใช้เกี่ยวกับตัวเลือกอื่นๆ ในการซื้อได้นอกแอปของคุณ คุณอาจใช้การตลาดทางอีเมลและช่องทางอื่นๆ นอกแอปเพื่อให้ข้อเสนอการสมัครใช้บริการและแม้แต่จะให้ราคาพิเศษก็ได้

แต่ในแอป นักพัฒนาแอปต้องไม่นำผู้ใช้ไปยังวิธีการชำระเงินอื่นนอกเหนือจากระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play เว้นแต่จะได้รับอนุญาตตามนโยบายการชำระเงิน ซึ่งรวมถึงการลิงก์โดยตรงไปยังหน้าเว็บที่อาจนำไปยังวิธีการชำระเงินอื่นหรือใช้ข้อความที่สนับสนุนให้ผู้ใช้ซื้อสินค้าดิจิทัลนอกแอป

นักพัฒนาแอปส่งผู้ใช้ไปยังข้อมูลด้านการดูแลระบบ เช่น หน้าการจัดการบัญชี นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือศูนย์ช่วยเหลือได้ ตราบใดที่สุดท้ายแล้วหน้าเว็บดังกล่าวไม่นำไปสู่วิธีการชำระเงินอื่นที่นโยบายการชำระเงินห้าม

สำหรับบริการและผลิตภัณฑ์ที่มีไว้เพื่อการบริโภคเท่านั้น (แอปที่ไม่ได้ให้ผู้ใช้ซื้อสิทธิ์เข้าถึงสินค้าหรือบริการดิจิทัลจากภายในแอป) นักพัฒนาแอปเลือกที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกการซื้อแบบไม่มีลิงก์โดยตรงได้ ซึ่งรวมถึงการใช้ข้อความดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • "คุณซื้อหนังสือเล่มนี้บนเว็บไซต์ของเราได้โดยตรง"
  • "ไปที่เว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเกรดการสมัครใช้บริการเป็นแบบพรีเมียม"
  • "ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่พร้อมให้เช่าในแอปนี้ แต่ภาพยนตร์ที่คุณเช่าผ่านเว็บไซต์ของเรา.com จะดูในแอปนี้ได้ทันที"
  • "หากต้องการดูรายการสดเพิ่มเติม ไปซื้อที่เว็บไซต์ของเราได้เลย"
ฉันสื่อสารกับผู้ใช้เกี่ยวกับโปรโมชันในแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ไหม

ได้ คุณสามารถส่งอีเมลให้ผู้ใช้หรือสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับข้อเสนอต่างๆ กับผู้ใช้นอกแอป แม้ว่าข้อเสนอใน Google Play จะแตกต่างออกไป

ฉันกำหนดฟีเจอร์ ราคา และประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์มได้ไหม

ได้ เราไม่ได้กำหนดว่าแอปต้องเหมือนกันในทุกแพลตฟอร์ม คุณสร้างแอปเวอร์ชันต่างๆ เพื่อรองรับแพลตฟอร์ม ฟีเจอร์ และรูปแบบการกำหนดราคาที่แตกต่างกันได้

ฉันเสนอแอปแบบเพื่อการบริโภคเท่านั้น (โปรแกรมอ่าน) ใน Google Play ได้ไหม

ได้ Google Play อนุญาตให้แอปเป็นแบบเพื่อการบริโภคเท่านั้น แม้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของบริการที่มีค่าใช้จ่าย ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถลงชื่อเข้าสู่ระบบเมื่อแอปเปิดและดูเนื้อหาที่ซื้อจากที่อื่นได้

โปรดทราบว่า "เพื่อการบริโภคเท่านั้น" แปลว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการจริงหรือแบบดิจิทัล ก็ไม่สามารถซื้อจากภายในแอป

นโยบายการเรียกเก็บเงินเปลี่ยนแปลงไปตามหมวดหมู่แอปของฉันไหม

ไม่ แอปทุกหมวดหมู่อยู่ภายใต้นโยบายการชำระเงินของ Google Play

ฉันเสนอที่จะคืนเงินให้ลูกค้าโดยตรงได้ไหม

ได้ คุณออกเงินคืนให้ลูกค้าและให้การสนับสนุนลูกค้าได้โดยตรง

Google Play จะอนุญาตแอปเกมระบบคลาวด์ใช่ไหม

ใช่ Google Play ยินดีรับแอปสตรีมมิงเกมระบบคลาวด์ที่เป็นไปตามนโยบายของ Google Play

แอปที่จัดหาสินค้าหรือให้บริการอย่างเช่นประกันภัย การซื้อขายหุ้น การให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือด้านการเตรียมเอกสารและการยื่นภาษี ควรใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play หรือไม่

ไม่ การซื้อสินค้าหรือบริการอย่างเช่นประกันภัย การซื้อขายหุ้น การให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ตลอดจนการเตรียมเอกสารและการยื่นภาษีไม่ควรใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play

แอปของฉันให้บริการทางคลินิก ฉันควรใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play สำหรับธุรกรรมดังกล่าวหรือไม่

ธุรกรรมเกี่ยวกับบริการทางคลินิกที่มีกฎระเบียบควบคุมไม่ควรใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play บริการทางคลินิกที่มีกฎระเบียบควบคุมรวมถึงการให้บริการโดยหรือในนามของผู้ให้บริการสาธารณสุขที่ได้รับอนุญาตเพื่อการวินิจฉัยหรือจัดการ (ป้องกัน รักษา หรือเยียวยา) ภาวะทางการแพทย์ บริการเหล่านี้อาจรวมถึงการเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ การรับใบสั่งยาจากแพทย์ หรือการวางแผนเข้ารับการรักษาโดยผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุขที่ได้รับอนุญาต

นอกจากนี้ แอปสำหรับรับรองหนังสือเดินทางแสดงการฉีดวัคซีนโควิดรูปแบบดิจิทัลไม่จำเป็นต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ในกรณีที่หน่วยงานรัฐบาลให้บริการและเป็นผู้ประเมินค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องโดยตรง

การกำหนดให้ใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play มีผลกับการซื้อสินค้าหรือบริการที่ไม่สามารถใช้งานภายในแอปด้วยหรือไม่

การซื้อสินค้าหรือบริการดิจิทัลที่ใช้งานได้เฉพาะเมื่ออยู่นอกแอปที่จัดจําหน่ายใน Play และไม่สามารถเข้าถึงได้จากแอปที่จัดจําหน่ายใน Play ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ตัวอย่างเช่น เสียงเรียกเข้าที่สามารถใช้กับอุปกรณ์แต่ใช้ในแอปไม่ได้ เนื้อหาเฉพาะสำหรับเว็บที่ใช้งานในแอปไม่ได้ และแอปที่จัดการแพลตฟอร์มบริการระบบคลาวด์ แต่ไม่ได้ให้สิทธิ์เข้าถึงพื้นที่เก็บข้อมูลระบบคลาวด์ในแอป

ฉันต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play เพื่อขายบัตรของขวัญในแอปของฉันหรือไม่

ไม่ การขายบัตรของขวัญในแอปไม่จำเป็นต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ไม่ว่าเป็นบัตรของขวัญอิเล็กทรอนิกส์หรือบัตรจริงที่ส่งไปให้ผู้ใช้ทางไปรษณีย์

ฉันสามารถออกคะแนนสะสมในแอปโดยไม่ต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ได้หรือไม่

ได้ คุณสามารถออกคะแนนสะสมในแอปโดยไม่ต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play และผู้ใช้ก็สามารถแลกคะแนนดังกล่าวเป็นสินค้าและบริการดิจิทัลในแอปได้โดยไม่ต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าหากมีการขายคะแนนเหล่านี้ (หรือสกุลเงินเสมือนประเภทอื่นๆ) ในแอป คุณจะต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play

ฉันเป็นผู้ให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมหรือเคเบิล นโยบายนี้จะส่งผลกับแอปของฉันอย่างไร

หากคุณเป็นผู้ให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคม บรอดแบนด์ ดาวเทียมหลายช่องสัญญาณ เคเบิล หรือ IPTV ที่มีการจัดการ (หรือที่เรียกว่า "บริการที่จับต้องได้") คุณอาจมีสิทธิ์รวมสินค้าหรือบริการดิจิทัลบางอย่าง (ซึ่งมีให้บริการผ่านช่องทางการขายที่ไม่ใช่อุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วย) ไปกับการเรียกเก็บค่าบริการที่จับต้องได้ซึ่งมีอยู่แล้วของลูกค้า โดยจะต้องใช้การเรียกเก็บค่าบริการที่จับต้องได้ของลูกค้าเป็นรูปแบบการชำระเงินและจะขายสินค้าหรือบริการดิจิทัลดังกล่าวได้เฉพาะในแอปที่ผู้ใช้สามารถจัดการบริการที่จับต้องได้ของตนหรือในแอปที่ให้บริการการซื้อในแอปกับผู้สมัครใช้บริการที่จับต้องได้ของคุณเท่านั้น  ตัวอย่างเช่น

  • การนำเสนอแพ็กเกจการสมัครใช้บริการดิจิทัลหรือบริการที่จับต้องได้ที่มีให้ในวงกว้างในช่องทางการขายที่ไม่ใช่อุปกรณ์เคลื่อนที่และเรียกเก็บเงินไปยังการเรียกเก็บค่าบริการที่จับต้องได้ของผู้ใช้
  • การนำเสนอวิดีโอออนดีมานด์ เพลง หนังสือการ์ตูนดิจิทัล หรือหนังสือดิจิทัลที่ได้จากการทำธุรกรรมหลังการสมัครใช้บริการดิจิทัลแบบชำระเงินที่เรียกเก็บเงินไปยังการเรียกเก็บค่าบริการที่จับต้องได้ของผู้ใช้
  • การนำเสนอวิดีโอออนดีมานด์ให้แก่ผู้ที่สมัครใช้บริการอุปกรณ์จริงสำหรับดาวเทียมหลายช่องสัญญาณ เคเบิล หรือ IPTV ที่มีการจัดการ
ทำไมกำหนดเวลาการปฏิบัติตามข้อกำหนดของนโยบายการชำระเงินจึงแตกต่างออกไปสำหรับนักพัฒนาแอปในอินเดีย

เนื่องจากอินเดียมีอุตสาหกรรมการชำระเงินที่แตกต่างออกไปจากที่อื่น เมื่อปีที่แล้วเราจึงขยายกำหนดเวลาการปฏิบัติตามนโยบายการชำระเงินของ Google Play สำหรับนักพัฒนาแอปในอินเดีย กำหนดการนี้ได้ขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2022 เพื่อให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นแก่นักพัฒนาแอปในอินเดียสำหรับการชำระเงินตามรอบผ่านระบบการชำระเงินที่สะดวกต่อผู้ใช้ ซึ่งรวมถึง UPI และกระเป๋าเงินต่างๆ และเพื่อให้เวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลงตามหลักเกณฑ์ด้านรอบการชำระเงินแบบดิจิทัลของอินเดีย เราเล็งเห็นความต้องการเฉพาะของระบบนิเวศนักพัฒนาแอปในอินเดียและมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับนักพัฒนาแอปในภูมิภาคนี้ต่อไปบนเส้นทางสู่การเติบโต

การออกกฎหมายล่าสุดของเกาหลีใต้ส่งผลต่อนโยบายการชำระเงินของ Google Play อย่างไร ฉันยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอยู่ไหมหากไม่ได้ใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play แล้ว

ผลจากการออกกฎหมายล่าสุดนี้ เราจะให้นักพัฒนาแอปทุกรายสามารถเสนอระบบการเรียกเก็บเงินสำหรับการซื้อในแอประบบอื่นควบคู่ไปกับระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play สำหรับผู้ใช้ชาวเกาหลีใต้ที่ทำการซื้อในแอปที่จัดจำหน่ายใน Play ในโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต

นักพัฒนาแอปจะยังคงต้องจ่ายค่าบริการสำหรับธุรกรรมที่ใช้การเรียกเก็บเงินระบบอื่นสำหรับการซื้อในแอป แต่ค่าบริการจะลดลง 4% ตัวอย่างเช่น หากค่าบริการเป็น 15% สำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ค่าบริการนี้จะเป็น 11% สำหรับธุรกรรมที่ดำเนินการผ่านการเรียกเก็บเงินระบบอื่น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบล็อกของเรา

หากเป็นนักพัฒนาแอปที่มีผู้ใช้ในเกาหลีใต้ คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ระบบการเรียกเก็บเงินสำหรับการซื้อในแอประบบอื่นได้ที่บทความนี้ในศูนย์ช่วยเหลือ

กฎหมายตลาดดิจิทัล (Digital Markets Act) ส่งผลต่อนโยบายการชำระเงินของ Google Play อย่างไรสำหรับผู้ใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)

เราพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะปฏิบัติตามการผ่านร่างกฎหมายตลาดดิจิทัลเมื่อเร็วๆ นี้ จึงได้ประกาศโปรแกรมใหม่ที่รองรับการเรียกเก็บเงินระบบอื่นสำหรับผู้ใช้ใน EEA เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาแอปที่ไม่ใช่แอปเล่นเกมซึ่งขายเนื้อหาหรือบริการดิจิทัลสามารถเสนอการเรียกเก็บเงินระบบอื่นนอกเหนือจากระบบของ Google Play ให้แก่ผู้ใช้ใน EEA ได้ โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของโปรแกรม อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบล็อกของเรา

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ระบบการเรียกเก็บเงินสำหรับการซื้อในแอประบบอื่นและวิธีสมัครใช้บริการได้ที่บทความนี้ในศูนย์ช่วยเหลือ

ฉันได้รับอนุมัติการขยายเวลาเพื่อแก้ไขแอปให้เป็นไปตามนโยบายการชำระเงินของ Play จะเกิดอะไรขึ้นหากแอปยังคงไม่เป็นไปตามนโยบายเมื่อถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2022

เราพากเพียรทำงานร่วมกับชุมชนนักพัฒนาแอปเพื่อช่วยรักษาแอปไว้ใน Play ขณะที่นักพัฒนาแอปทำการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น เมื่อปี 2020 เราชี้แจงข้อความในนโยบายการชำระเงินเพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าแอปทั้งหมดต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Play สำหรับการซื้อสินค้าและบริการดิจิทัลในแอป แม้ว่านักพัฒนาแอปส่วนใหญ่จะปฏิบัติตามนโยบายที่มีมานานนี้อยู่แล้ว แต่เราก็ได้ให้ระยะเวลาผ่อนผัน 1 ปีสำหรับนักพัฒนาแอปที่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงในแอปของตน จากความคิดเห็นของนักพัฒนาแอป เมื่อปี 2021 เราได้ให้ตัวเลือกแก่นักพัฒนาแอปในการขอขยายเวลาเพิ่มอีก 6 เดือน ซึ่งทำให้นักพัฒนาแอปมีเวลามากกว่า 18 เดือนในการแก้ไขแอปให้เป็นไปตามข้อกำหนด 

ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2022 เราจะนำแอปที่ยังคงไม่เป็นไปตามข้อกำหนดออกจาก Google Play

นักพัฒนาแอปในอินเดียจะมีเวลาปรับปรุงแอปให้เป็นไปตามข้อกำหนดจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2022 เนื่องจากมีอุตสาหกรรมการชำระเงินที่แตกต่างออกไปจากที่อื่น โปรดไปที่คำถามที่พบบ่อยเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

การออกกฎหมายล่าสุดส่งผลให้นักพัฒนาแอปที่มีผู้ใช้ในเกาหลีใต้มีตัวเลือกที่จะผสานรวมระบบการเรียกเก็บเงินสำหรับการซื้อในแอประบบอื่นได้ โปรดไปที่คำถามที่พบบ่อยเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

เงินตอบแทนหรือเงินสนับสนุนจากผู้ใช้ถึงผู้สร้างโดยตรงจำเป็นต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Play ไหม

ในกรณีที่มีการมอบเงินตอบแทนหรือเงินสนับสนุนทั้งหมดจากผู้ใช้ให้กับผู้สร้าง และการชำระเงินไม่ได้ให้สิทธิ์เข้าถึงเนื้อหาหรือบริการดิจิทัลใดๆ (รวมถึงสติกเกอร์ ป้าย อีโมจิพิเศษ ฯลฯ) เราจะถือว่าธุรกรรมประเภทนี้เป็นการชำระเงินระหว่างบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play แต่หากเป็นกรณีอื่นนอกเหนือจากที่ได้กล่าวไป คุณจำเป็นต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ตามข้อกำหนดของนโยบาย

ฉันเป็นนักพัฒนาแอปที่เสนอบริการออนไลน์แบบ 1:1 ที่มีค่าใช้จ่าย ฉันต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ไหม

หากแอปของคุณเสนอบริการออนไลน์แบบ 1:1 ที่มีค่าใช้จ่าย ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ในกรณีต่อไปนี้

  • บริการที่มีค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นบริการระหว่างบุคคลธรรมดา 2 คน และ 
  • บริการที่มีค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่สามารถเล่นซ้ำได้ภายหลัง (กล่าวคือ ไม่มีการบันทึกเซสชันและจะไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้เซสชันนั้นได้อีกครั้ง) ในแอปที่ Play เป็นผู้จัดจำหน่าย

ตัวอย่างของบริการออนไลน์แบบ 1:1 ที่มีค่าใช้จ่ายซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ได้แก่ 

  • ชั้นเรียนเพื่อการศึกษาหรืองานอดิเรก (เช่น บทเรียนดนตรีหรือศิลปะ) 
  • การฝึกสอนด้านสุขภาพ (เช่น เซสชันเทรนเนอร์ส่วนบุคคลหรือบริการให้คำปรึกษา) และ 
  • บริการที่ปรึกษาเฉพาะทาง (เช่น คำแนะนำด้านการเงิน ยกเว้นการสนับสนุนลูกค้าหรือบริการในลักษณะคล้ายกัน)
ข้อกำหนดของนโยบายการชำระเงินให้ใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play มีผลบังคับใช้ในประเทศที่ยังไม่ได้เปิดตัวระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ไหม

หากระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ไม่พร้อมให้บริการในประเทศใด ข้อกำหนดของนโยบายการชำระเงินที่ให้ใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ก็จะไม่มีผลกับประเทศนั้น 

ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ไม่พร้อมให้บริการในประเทศเหล่านี้ เราหวังอยู่เสมอว่าจะได้เพิ่มการรองรับระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นข้อกำหนดของนโยบายการชำระเงินที่ให้ใช้ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Play ก็จะมีผล  เราจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว 

ฉันส่งการอัปเดตแอปเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการชำระเงินของ Play แล้ว แต่แอปถูกปฏิเสธเนื่องจากต้องใช้ข้อมูลเข้าสู่ระบบในการตรวจสอบแอป ทําไม Google ถึงต้องใช้ข้อมูลเข้าสู่ระบบ และฉันจะส่งแอปอีกครั้งอย่างถูกต้องเพื่อเข้ารับการตรวจสอบได้อย่างไร

หากมีการจำกัดการเข้าถึงทั้งแอปหรือบางส่วนของแอปโดยอิงตามข้อมูลเข้าสู่ระบบ รายละเอียดการลงชื่อเข้าใช้ การเป็นสมาชิก สถานที่ตั้ง หรือการตรวจสอบสิทธิ์รูปแบบอื่นๆ คุณต้องระบุรายละเอียดที่จำเป็นทั้งหมดในการให้สิทธิ์เข้าถึงแอป ดังที่อธิบายในนโยบายข้อกำหนดของ Play Console หากเราไม่สามารถตรวจสอบแอปของคุณเนื่องด้วยการจำกัดการเข้าถึง ระบบอาจบล็อกไม่ให้คุณเผยแพร่การอัปเดต หรืออาจนำแอปออกจาก Google Play

คุณให้ข้อมูลนี้แก่เราได้โดยทำตามวิธีที่อธิบายไว้ในบทความในศูนย์ช่วยเหลือของ Play Console ในส่วน "การเข้าถึงแอป" แล้วส่งแอปเข้ารับการตรวจสอบอีกครั้ง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว

true
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
92637
false
false