อัปโหลดธุรกรรมออฟไลน์

หลังจากตั้งค่าการขายในร้าน (อัปโหลดโดยตรง) เป็นประเภท Conversion คุณก็พร้อมเริ่มอัปโหลดธุรกรรมออฟไลน์ไปยัง Google แล้ว

บทความนี้จะอธิบายวิธีตั้งค่าข้อมูลเหตุการณ์และธุรกรรมออฟไลน์ รวมทั้งวิธีอัปโหลดข้อมูลไปยัง Google Ads

วิธีการทำงาน

คุณจะต้องตั้งค่าข้อมูลธุรกรรม/เหตุการณ์ออฟไลน์เพื่ออัปโหลดไปยัง Google โดยอัปโหลดข้อมูลธุรกรรมไปไว้ใน Google Ads โดยตรงหรือผ่านพาร์ทเนอร์บุคคลที่สามก็ได้ สอบถามตัวแทนฝ่ายดูแลลูกค้าเกี่ยวกับการใช้พาร์ทเนอร์ข้อมูลบุคคลที่สามเพื่อติดตาม Conversion ออฟไลน์ 

วิธีการ

ทำตามวิธีการด้านล่างเพื่อตั้งค่าข้อมูลเหตุการณ์/ธุรกรรมออฟไลน์ โดยคุณจะอัปโหลดข้อมูลลูกค้าส่วนตัวที่แฮชไปแล้วได้โดยใช้อัลกอริทึม SHA256 หรืออัปโหลดข้อมูลลูกค้าส่วนตัวเป็นข้อความธรรมดาผ่านทางการอัปโหลด CSV แบบครั้งเดียวภายในอินเทอร์เฟซ Google Ads และระบบจะแฮชข้อมูลให้โดยอัตโนมัติโดยใช้อัลกอริทึม SHA256 เดียวกัน ซึ่งถือเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการแฮชทางเดียว

โปรดทราบ

คุณไม่จำเป็นต้องระบุข้อมูลทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลูกค้า (4.2-4.8) แต่การระบุข้อมูลให้ได้มากที่สุดอาจช่วยให้คุณเพิ่มอัตราการจับคู่ได้

อัปโหลดข้อมูลข้อความธรรมดาที่ไม่ได้แฮช

  1. ดาวน์โหลดเทมเพลต CSV การอัปโหลด Conversion (โปรดทราบว่าการอัปโหลด Excel หรือ Google ชีตไม่รองรับการแฮชฝั่งไคลเอ็นต์) อย่าลืมนำแถวที่ขึ้นต้นด้วย "Email" ออก มิฉะนั้นการนำเข้าจะไม่ทำงาน
    1. ตรวจสอบว่าข้อมูลไม่มีคอลัมน์เพิ่มเติมหรือข้อมูลใดๆ นอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ในเทมเพลต
    2. โปรดระบุพารามิเตอร์ทั้ง 2 รายการนี้
      • อัตราความภักดี: นี่คือเศษส่วนของการขายโดยรวมซึ่งคุณสามารถเชื่อมโยงกับโปรแกรมสะสมคะแนนของลูกค้าได้ โดยเศษส่วนจะต้องอยู่ระหว่าง 0-1 (ไม่รวม 0)
      • อัตราการอัปโหลดธุรกรรม: นี่คืออัตราส่วนของการขายที่คุณกำลังอัปโหลดไปยังการขายโดยรวมที่เชื่อมโยงกับลูกค้าได้ โดยเศษส่วนจะต้องอยู่ระหว่าง 0-1 เช่น หากคุณอัปโหลดการขายครึ่งหนึ่งที่สามารถเชื่อมโยงกับลูกค้าได้ อัตราการอัปโหลดธุรกรรมจะเป็น 0.5 หรือ 50% (ไม่รวม 0)
  2. เลือกวิธีป้อนเขตเวลาในไฟล์ ดังนี้
    1. หากเวลาที่เกิด Conversion ทั้งหมดของคุณอยู่ในเขตเวลาเดียวกัน ให้ตั้งค่าเขตเวลาครั้งเดียวในแถว "Parameters"
    2. หากเวลาที่เกิด Conversion อยู่ในเขตเวลาแตกต่างกัน ให้เพิ่มเขตเวลาให้กับเวลาที่เกิด Conversion แต่ละเขตโดยใช้คอลัมน์ "เวลาที่เกิด Conversion" ดูวิธีการและตารางภายใน "เวลาที่เกิด Conversion" ในขั้นตอนที่ 4 ด้านล่าง หากไม่ได้ป้อนเขตเวลาในแถว "Parameters" หมายความว่าคุณระบุเฉพาะอัตราความภักดีและอัตราการอัปโหลดธุรกรรมไว้ในแถว "Parameters"
    3. หรือคุณสามารถป้อนเขตเวลาทั้งในแถว "Parameters" และ "Conversion Time" ระบบจะใช้ "Conversion Time" ก่อน และหากมี Conversion ใดที่ไม่มีเขตเวลา ระบบจะใช้ค่า "Parameters"
  3. ป้อนเขตเวลาโดยใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งต่อไปนี้
    1. ใส่รหัสเขตเวลาจากรายการนี้ เราขอแนะนำให้ใช้วิธีนี้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในช่วงที่เปลี่ยนไปใช้เวลาออมแสง
    2. กรอกค่าชดเชย GMT โดยใส่เครื่องหมาย + หรือ - แล้วตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลัก (เช่น ค่าชดเชยของนิวยอร์กคือ -0500 และของเบอร์ลินคือ +0100) หากคุณใช้เวลามาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time) ป้อนเพียง +0000
  4. จากนั้น เพิ่มแถวใหม่ให้กับธุรกรรมออฟไลน์แต่ละรายการ โดยใส่ค่าในคอลัมน์ดังต่อไปนี้
    1. อีเมล:
      • ที่อยู่อีเมลจะได้รับการแฮชโดยอัตโนมัติใน Google Ads โดยใช้ SHA-256 เมื่อส่ง
      • คุณระบุที่อยู่อีเมลได้สูงสุด 3 รายการ โดยจะมีคอลัมน์ที่มีส่วนหัวชื่อ "Email" ได้สูงสุด 3 คอลัมน์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนที่อยู่อีเมลที่คุณระบุ
      • อักขระทั้งหมดต้องเป็นตัวพิมพ์เล็ก
      • นำช่องว่างข้างหน้า ข้างหลัง หรือระหว่างที่อยู่อีเมลออก
      • นำจุดที่อยู่ก่อนเครื่องหมาย "@" ออก
      • ตัวอย่างเช่น user1@gmail.com, user2@yahoo.com, user3@googlemail.com
    2. หมายเลขโทรศัพท์:
      • หมายเลขโทรศัพท์จะได้รับการแฮชโดยอัตโนมัติใน Google Ads โดยใช้ SHA-256 เมื่อส่ง
      • คุณระบุหมายเลขโทรศัพท์ได้สูงสุด 3 หมายเลข โดยจะมีคอลัมน์ที่มีส่วนหัวชื่อ “Phone Number” ได้สูงสุด 3 คอลัมน์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนหมายเลขโทรศัพท์ (หรือรูปแบบอื่นๆ) ที่คุณระบุ
      • หมายเลขโทรศัพท์ควรอยู่ในรูปแบบที่เป็นไปตามมาตรฐาน E.164 และมีเครื่องหมาย "+" อยู่ด้านหน้า ตามด้วยรหัสประเทศและหมายเลขผู้สมัครใช้บริการ (ซึ่งอาจมีรหัสปลายทางหรือรหัสพื้นที่อยู่ด้วย)
      • เช่น +12038271234, +442071838750
    3. ชื่อ:
      • ชื่อจะได้รับการแฮชโดยอัตโนมัติใน Google Ads โดยใช้ SHA-256 เมื่อส่ง
      • อักขระทั้งหมดต้องเป็นตัวพิมพ์เล็ก
      • อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายเน้นเสียง
      • นำช่องว่างข้างหน้า ข้างหลัง และระหว่างชื่อออก
      • เช่น tom, renée, marie-astrid, john
    4. นามสกุล:
      • นามสกุลจะได้รับการแฮชโดยอัตโนมัติใน Google Ads โดยใช้ SHA-256 เมื่อส่ง
      • อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายเน้นเสียง
      • นำช่องว่างข้างหน้า ข้างหลัง และระหว่างนามสกุลออก
      • เช่น gupta, o'calloway, cox-cohen, mcdonnell
    5. เมือง:
      • ระบบไม่ได้แฮชชื่อเมือง
      • อักขระทั้งหมดต้องเป็นตัวพิมพ์เล็ก
      • อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายเน้นเสียง
      • เช่น san francisco, new york, paris, münchen
    6. รัฐ:
      • ระบบไม่ได้แฮชชื่อรัฐ
      • อักขระทั้งหมดต้องเป็นตัวพิมพ์เล็ก
      • นอกจากนี้เรายังยอมรับชื่อรัฐที่เป็นอักษรย่อ 2 ตัวในสหรัฐฯ ด้วย (อนุญาตให้ใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่)
      • เช่น CA, california, new york, maharastra
    7. รหัสไปรษณีย์:
      • ระบบไม่ได้แฮชรหัสไปรษณีย์
      • เรายอมรับรหัสไปรษณีย์ของสหรัฐฯ และต่างประเทศ
      • สำหรับสหรัฐอเมริกา
        1. อนุญาตให้ใช้รหัส 5 หลัก
        2. อนุญาตให้ใช้รหัส 5 หลักตามด้วยส่วนขยาย 4 หลัก ซึ่งอาจเพิ่มอัตราการจับคู่
      • สำหรับประเทศอื่น
        1. เว้นส่วนขยายรหัสไปรษณีย์ไว้
      • เช่น 94109, 94109-1234, 103-8011, W1J 0BH
    8. ประเทศ:
      • ระบบไม่ได้แฮชชื่อประเทศ
      • ใช้รหัสประเทศ 2 ตัวอักษร ISO
      • ใส่รหัสประเทศด้วยแม้ว่าข้อมูลลูกค้าทั้งหมดจะมาจากประเทศเดียวกัน
      • เช่น US, DE, FR, AU, JP
    9. ชื่อ Conversion: ชื่อของการกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่คุณต้องการนำเข้า Conversion นี้ คุณจะต้องสะกดคำและใช้ตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ตรงตามที่กรอกไว้เมื่อครั้งสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion นี้ในบัญชี Google Ads
    10. เวลาที่เกิด Conversion: วันที่และเวลาที่เกิด Conversion ดูรายการรูปแบบวันที่ที่ยอมรับ (เช่น ดด/วว/ปปปป ชช:นน:วว) ในตารางด้านล่าง คุณสามารถเพิ่มเขตเวลาลงในเวลาที่เกิด Conversion ได้โดยใช้ 1 ใน 4 รูปแบบสุดท้ายที่แสดงในรายการ แทนที่ "+z" ด้วยค่าชดเชย GMT ด้วยการใส่เครื่องหมาย + หรือ - ตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลัก (ตัวอย่างเช่น ค่าชดเชยของนิวยอร์กคือ -0500 และของเบอร์ลินคือ +0100) หรือใส่รหัสเขตเวลาจากรายการนี้แทน "zzzz"
      รูปแบบ ตัวอย่าง
      MM/dd/yyyy hh:mm:ss aa "08/14/2012 5:01:54 PM"
      MMM dd,yyyy hh:mm:ss aa "Aug 14, 2012 5:01:54 PM"
      MM/dd/yyyy HH:mm:ss "08/14/2012 17:01:54"
      yyyy-MM-dd HH:mm:ss "2012-08-14 13:00:00"
      yyyy-MM-ddTHH:mm:ss "2012-08-14T13:00:00"
      yyyy-MM-dd HH:mm:ss+z "2012-08-14 13:00:00+0500"
      yyyy-MM-ddTHH:mm:ss+z "2012-08-14T13:00:00-0100"
      yyyy-MM-dd HH:mm:ss zzzz "2012-08-14 13:00:00 America/Los_Angeles"
      yyyy-MM-ddTHH:mm:ss zzzz "2012-08-14T13:00:00 America/Los_Angeles"

       

    11. มูลค่า Conversion: จำนวนที่แทนมูลค่าที่คุณกำหนดให้กับ Conversion นี้ (ยอมรับเฉพาะตัวเลขจำนวนบวก)
    12. สกุลเงินสำหรับ Conversion (ช่องที่ไม่บังคับ): สกุลเงินที่ใช้ระบุมูลค่า Conversion คุณจะใช้ค่านี้ในกรณีที่คุณรายงานมูลค่า Conversion ในหลายสกุลเงิน หรือมีหลายบัญชีที่เรียกเก็บเงินในหลายสกุลเงิน ใช้รหัสสกุลเงิน ISO 4217 ที่มี 3 อักขระ เช่น USD สำหรับดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และ JPY สำหรับเยนญี่ปุ่น

อัปโหลดข้อมูลที่แฮช

  1. ดาวน์โหลดเทมเพลตการอัปโหลด Conversion (ดาวน์โหลด Excel, CSV หรือ Google ชีต) อย่าลืมนำแถวที่ขึ้นต้นด้วย "Email" ออก มิฉะนั้นการนำเข้าจะไม่ทำงาน
    1. ตรวจสอบว่าข้อมูลไม่มีคอลัมน์เพิ่มเติมหรือข้อมูลใดๆ นอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ในเทมเพลต
    2. โปรดระบุพารามิเตอร์ทั้ง 2 รายการนี้
      • อัตราความภักดี: นี่คือเศษส่วนของการขายโดยรวมซึ่งคุณสามารถเชื่อมโยงกับโปรแกรมสะสมคะแนนของลูกค้าได้ โดยเศษส่วนจะต้องอยู่ระหว่าง 0-1 (ไม่รวม 0)
      • อัตราการอัปโหลดธุรกรรม: นี่คืออัตราส่วนของการขายที่คุณกำลังอัปโหลดไปยังการขายโดยรวมที่เชื่อมโยงกับลูกค้าได้ โดยเศษส่วนจะต้องอยู่ระหว่าง 0-1 เช่น หากคุณอัปโหลดการขายครึ่งหนึ่งที่เชื่อมโยงกับลูกค้าได้ อัตราการอัปโหลดธุรกรรมจะเป็น 0.5 หรือ 50%
  2. เลือกวิธีป้อนเขตเวลาในไฟล์ ดังนี้
    1. หากเวลาที่เกิด Conversion ทั้งหมดของคุณอยู่ในเขตเวลาเดียวกัน ให้ตั้งค่าเขตเวลาครั้งเดียวในแถว "Parameters"
    2. หากเวลาที่เกิด Conversion อยู่ในเขตเวลาแตกต่างกัน ให้เพิ่มเขตเวลาให้กับเวลาที่เกิด Conversion แต่ละเขตโดยใช้คอลัมน์ "เวลาที่เกิด Conversion" ดูวิธีการและตารางภายใน "เวลาที่เกิด Conversion" ในขั้นตอนที่ 4 ด้านล่าง หากไม่ได้ป้อนเขตเวลาในแถว "Parameters" หมายความว่าคุณระบุเฉพาะอัตราความภักดีและอัตราการอัปโหลดธุรกรรมไว้ในแถว "Parameters"
    3. หรือคุณสามารถป้อนเขตเวลาทั้งในแถว "Parameters" และ "Conversion Time" ระบบจะใช้ "Conversion Time" ก่อน และหากมี Conversion ใดที่ไม่มีเขตเวลา ระบบจะใช้ค่า "Parameters"
  3. ป้อนเขตเวลาโดยใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งต่อไปนี้
    1. ใส่รหัสเขตเวลาจากรายการนี้ เราขอแนะนำให้ใช้วิธีนี้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในช่วงที่เปลี่ยนไปใช้เวลาออมแสง
    2. กรอกค่าชดเชย GMT โดยใส่เครื่องหมาย + หรือ - แล้วตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลัก (เช่น ค่าชดเชยของนิวยอร์กคือ -0500 และของเบอร์ลินคือ +0100) หากคุณใช้เวลามาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time) ป้อนเพียง +0000
  4. จากนั้น เพิ่มแถวใหม่ให้กับธุรกรรมออฟไลน์แต่ละรายการ โดยใส่ค่าในคอลัมน์ดังต่อไปนี้
    1. อีเมล:
      • ควรแฮชที่อยู่อีเมลโดยใช้ SHA-256
      • คุณระบุที่อยู่อีเมลได้สูงสุด 3 รายการ โดยจะมีคอลัมน์ที่มีส่วนหัวชื่อ "Email" ได้สูงสุด 3 คอลัมน์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนที่อยู่อีเมลที่คุณระบุ
      • อักขระทั้งหมดต้องเป็นตัวพิมพ์เล็ก
      • นำช่องว่างข้างหน้า ข้างหลัง หรือระหว่างที่อยู่อีเมลออก
      • นำจุดที่อยู่ก่อนเครื่องหมาย "@" ออก
      • ตัวอย่างเช่น user1@gmail.com, user2@yahoo.com, user3@googlemail.com
    2. หมายเลขโทรศัพท์:
      • ควรแฮชหมายเลขโทรศัพท์โดยใช้ SHA-256
      • คุณระบุหมายเลขโทรศัพท์ได้สูงสุด 3 หมายเลข โดยจะมีคอลัมน์ที่มีส่วนหัวชื่อ “Phone Number” ได้สูงสุด 3 คอลัมน์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนหมายเลขโทรศัพท์ (หรือรูปแบบอื่นๆ) ที่คุณระบุ
      • หมายเลขโทรศัพท์ควรอยู่ในรูปแบบที่เป็นไปตามมาตรฐาน E.164 และมีเครื่องหมาย "+" อยู่ด้านหน้า ตามด้วยรหัสประเทศและหมายเลขผู้สมัครใช้บริการ (ซึ่งอาจมีรหัสปลายทางหรือรหัสพื้นที่อยู่ด้วย)
      • เช่น +12038271234, +442071838750
    3. ชื่อ:
      • ควรแฮชชื่อโดยใช้ SHA-256
      • อักขระทั้งหมดต้องเป็นตัวพิมพ์เล็ก
      • อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายเน้นเสียง
      • นำช่องว่างข้างหน้า ข้างหลัง และระหว่างชื่อออก
      • เช่น tom, renée, marie-astrid, john
    4. นามสกุล:
      • ควรแฮชนามสกุลโดยใช้ SHA-256
      • อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายเน้นเสียง
      • นำช่องว่างข้างหน้า ข้างหลัง และระหว่างนามสกุลออก
      • เช่น gupta, o'calloway, cox-cohen, mcdonnell
    5. เมือง:
      • ไม่ควรแฮชชื่อเมือง
      • อักขระทั้งหมดต้องเป็นตัวพิมพ์เล็ก
      • อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายเน้นเสียง
      • เช่น san francisco, new york, paris, münchen
    6. รัฐ:
      • ไม่ควรแฮชชื่อรัฐ
      • อักขระทั้งหมดต้องเป็นตัวพิมพ์เล็ก
      • นอกจากนี้เรายังยอมรับชื่อรัฐที่เป็นอักษรย่อ 2 ตัวในสหรัฐฯ ด้วย (อนุญาตให้ใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่)
      • เช่น CA, california, new york, maharastra
    7. รหัสไปรษณีย์:
      • ไม่ควรแฮชรหัสไปรษณีย์
      • เรายอมรับรหัสไปรษณีย์ของสหรัฐฯ และต่างประเทศ
      • สำหรับสหรัฐอเมริกา
        1. อนุญาตให้ใช้รหัส 5 หลัก
        2. อนุญาตให้ใช้รหัส 5 หลักตามด้วยส่วนขยาย 4 หลัก ซึ่งอาจเพิ่มอัตราการจับคู่
      • สำหรับประเทศอื่น
        1. เว้นส่วนขยายรหัสไปรษณีย์ไว้
      • เช่น 94109, 94109-1234, 103-8011, W1J 0BH
    8. ประเทศ:
      • ไม่ควรแฮชชื่อประเทศ
      • ใช้รหัสประเทศ 2 ตัวอักษร ISO
      • ใส่รหัสประเทศด้วยแม้ว่าข้อมูลลูกค้าทั้งหมดจะมาจากประเทศเดียวกัน
      • เช่น US, DE, FR, AU, JP
    9. ชื่อ Conversion: ชื่อของการกระทำที่ถือเป็น Conversion ที่คุณต้องการนำเข้า Conversion นี้ คุณจะต้องสะกดคำและใช้ตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ตรงตามที่กรอกไว้เมื่อครั้งสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion นี้ในบัญชี Google Ads
    10. เวลาที่เกิด Conversion: วันที่และเวลาที่เกิด Conversion ดูรายการรูปแบบวันที่ที่ยอมรับ (เช่น ดด/วว/ปปปป ชช:นน:วว) ในตารางด้านล่าง คุณสามารถเพิ่มเขตเวลาลงในเวลาที่เกิด Conversion ได้โดยใช้ 1 ใน 4 รูปแบบสุดท้ายที่แสดงในรายการ แทนที่ "+z" ด้วยค่าชดเชย GMT ด้วยการใส่เครื่องหมาย + หรือ - ตามด้วยค่าต่างของเวลา 4 หลัก (ตัวอย่างเช่น ค่าชดเชยของนิวยอร์กคือ -0500 และของเบอร์ลินคือ +0100) หรือใส่รหัสเขตเวลาจากรายการนี้แทน "zzzz"
      รูปแบบ ตัวอย่าง
      MM/dd/yyyy hh:mm:ss aa "08/14/2012 5:01:54 PM"
      MMM dd,yyyy hh:mm:ss aa "Aug 14, 2012 5:01:54 PM"
      MM/dd/yyyy HH:mm:ss "08/14/2012 17:01:54"
      yyyy-MM-dd HH:mm:ss "2012-08-14 13:00:00"
      yyyy-MM-ddTHH:mm:ss "2012-08-14T13:00:00"
      yyyy-MM-dd HH:mm:ss+z "2012-08-14 13:00:00+0500"
      yyyy-MM-ddTHH:mm:ss+z "2012-08-14T13:00:00-0100"
      yyyy-MM-dd HH:mm:ss zzzz "2012-08-14 13:00:00 America/Los_Angeles"
      yyyy-MM-ddTHH:mm:ss zzzz "2012-08-14T13:00:00 America/Los_Angeles"

       

    11. มูลค่า Conversion: จำนวนที่แทนมูลค่าที่คุณกำหนดให้กับ Conversion นี้ (ยอมรับเฉพาะตัวเลขจำนวนบวก)
    12. สกุลเงินสำหรับ Conversion (ช่องที่ไม่บังคับ): สกุลเงินที่ใช้ระบุมูลค่า Conversion คุณจะใช้ค่านี้ในกรณีที่คุณรายงานมูลค่า Conversion ในหลายสกุลเงิน หรือมีหลายบัญชีที่เรียกเก็บเงินในหลายสกุลเงิน ใช้รหัสสกุลเงิน ISO 4217 ที่มี 3 อักขระ เช่น USD สำหรับดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และ JPY สำหรับเยนญี่ปุ่น

อัปโหลดข้อมูลเหตุการณ์ออฟไลน์

คุณจะต้องอัปโหลดไฟล์ Conversion มาที่บัญชี Google Ads หรือบัญชีผู้จัดการ (MCC) เพื่อนำเข้า Conversion ออฟไลน์มาสู่ Google Ads

สำคัญ: หลังจากที่สร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ใหม่แล้ว โปรดรอ 4-6 ชั่วโมงก่อนที่จะอัปโหลด Conversion สำหรับการกระทำใหม่ดังกล่าว หากอัปโหลด Conversion ในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรก คุณจะได้รับข้อผิดพลาดและต้องอัปโหลด Conversion อีกครั้ง

การอัปโหลดครั้งเดียว

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ  ที่มุมขวาบนของบัญชี
  3. คลิก Conversion ภายใน "การวัด"
  4. คลิกอัปโหลดจากเมนูหน้าเว็บ
  5. คลิกปุ่มบวก
  6. คลิกดูเทมเพลตเพื่อดาวน์โหลดเทมเพลตที่เข้ากับประเภท Conversion ที่คุณต้องการนำเข้า โดยสามารถเลือก Excel, CSV หรือ Google ชีตเพื่ออัปโหลด Conversion จากการคลิก การโทร หรือการขายในร้าน
  7. คลิกเสร็จสิ้น
  8. เลือก "แหล่งที่มา" ที่คุณต้องการใช้อัปโหลด ได้แก่ อัปโหลดไฟล์, Google ชีต, HTTPS หรือ SFTP
    1. หากคุณเลือกอัปโหลดไฟล์หรือ Google ชีต ให้คลิกเลือกไฟล์เพื่อเลือกไฟล์ที่ต้องการอัปโหลด
    2. หากคุณเลือก HTTPS หรือ SFTP ให้ป้อน URL ของไฟล์ พร้อมทั้งชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับเข้าถึงไฟล์
  9. คลิกปุ่มอัปโหลดและแสดงพรีวิว หรืออัปโหลดและใช้
    1. หากคลิก "อัปโหลดและแสดงพรีวิว" คุณจะเห็นพรีวิวจำนวนแถวที่อัปโหลดสำเร็จ และจำนวนข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เมื่อพอใจกับข้อมูลแล้ว คลิกใช้ไฟล์เพื่อเริ่มต้นประมวลผลหลังจากที่แถวทั้งหมดได้รับการอัปโหลดแล้ว (โปรดทราบว่าระบบไม่มีตัวเลือก "เลิกทำ" หลังจากจุดนี้)
    2. หากคลิก "อัปโหลดและใช้" ไฟล์จะเริ่มประมวลผลหลังจากที่แถวทั้งหมดได้รับการอัปโหลดแล้ว
  10. หากต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะการอัปโหลด (รวมถึงข้อผิดพลาดในการอัปโหลด) ให้คลิกลิงก์ในคอลัมน์ "ผลลัพธ์"

การอัปโหลดที่ตั้งเวลาไว้

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกไอคอนเครื่องมือ  ที่มุมขวาบนของบัญชี
  3. คลิก Conversion ในส่วน "การวัด"
  4. คลิกอัปโหลดจากเมนูหน้าเว็บ
  5. คลิกกำหนดการ
  6. คลิกปุ่มบวก
  7. เลือก "แหล่งที่มา" ที่ต้องการใช้อัปโหลด ได้แก่ Google ชีต HTTPS หรือ SFTP
    1. หากคุณเลือก Google ชีต ให้คลิกเลือกไฟล์เพื่อเลือกไฟล์ที่ต้องการอัปโหลด
    2. หากคุณเลือก HTTPS หรือ SFTP ให้ป้อน URL ของไฟล์ พร้อมทั้งชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับเข้าถึงไฟล์
  8. ตั้งเวลาโดยเลือก "ความถี่" และ "เวลา" ที่คุณต้องการให้เกิดการอัปโหลด คุณตั้งเวลาการอัปโหลดรายสัปดาห์หรือรายวันในช่วงเวลาใดก็ได้ของวัน
  9. คลิกบันทึกและแสดงตัวอย่างเพื่อบันทึกกำหนดการ
  10. คุณจะเห็นกำหนดการที่บันทึกไว้ในตาราง หากต้องการแก้ไข หยุดชั่วคราว หรือนำกำหนดการออก ให้ไปที่คอลัมน์ "การดำเนินการ" แล้วคลิกตัวเลือก เลือกแก้ไข หยุดชั่วคราว หรือนำออก
  11. หลังจากแก้ไขแล้ว คลิกบันทึกและแสดงตัวอย่าง ถ้าคุณนำกำหนดการออก ให้ยืนยันว่าต้องการนำออกโดยคลิกนำออก

ใช้ Google Ads API (AdWords API)

เจ้าของหรือผู้ดูแลระบบบัญชีก็สามารถใช้ Google Ads API (AdWords API) เพื่ออัปโหลดไฟล์ข้อมูลและจัดการ Conversion การขายในร้าน (อัปโหลดโดยตรง) ได้ด้วย ผู้ลงโฆษณาสามารถสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion อัปโหลดไฟล์ข้อมูล หรือแก้ไขการกำหนดค่าผ่านทาง API ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google Ads API (AdWords API)

หลักเกณฑ์เพิ่มเติม

คลิกส่วนด้านล่างเพื่อดูหลักเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตามขณะนำเข้าธุรกรรม

ระยะเวลาการอัปโหลด

ระบบจะไม่นำเข้าธุรกรรมออฟไลน์ที่อัปโหลดหลังจากวันที่ทำธุกรรมนานเกิน 90 วันมายัง Google Ads ซึ่งหมายความว่า Conversion ดังกล่าวจะไม่แสดงในสถิติ Conversion

การอัปโหลดธุรกรรมเดียวกันหลายครั้ง

ระบบจะไม่นำเข้าธุรกรรมเดียวกันเกินกว่า 1 ครั้ง ดังนั้นหากคุณพยายามที่จะอัปโหลดธุรกรรมที่มีชุดค่าผสมของข้อมูลลูกค้า, “ชื่อ Conversion”, ”มูลค่า Conversion”, วันที่ และเวลาเหมือนกัน Google Ads จะไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด Conversion ซ้ำกัน

การดูสถานะของการอัปโหลด

เมื่ออัปโหลดไฟล์แล้ว คุณจะเห็นรายการใหม่สำหรับไฟล์นั้นที่ด้านบนสุดของตาราง ตรวจสอบคอลัมน์ "สถานะ" เพื่อดูว่าการอัปโหลดเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยัง การนำเข้าไฟล์อาจใช้เวลาหลายนาที เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณจะเห็นสรุปในคอลัมน์สถานะซึ่งมีข้อมูลอัปเดตต่อไปนี้

สถานะ รายละเอียด
กำลังแสดงพรีวิว... หากคลิกอัปโหลดและแสดงพรีวิว คุณจะเห็นพรีวิวของบันทึกที่อัปโหลด หากต้องการเริ่มประมวลผล ให้คลิกเมนูแบบเลื่อนลงการดำเนินการ แล้วเลือกใช้ (โปรดทราบว่าระบบไม่มีตัวเลือก "เลิกทำ" หลังจากจุดนี้)
กำลังประมวลผล... หากคุณคลิกใช้หรืออัปโหลดและใช้ เราจะเริ่มประมวลผลบันทึกที่คุณอัปโหลด
พร้อมใช้แล้ว ไฟล์ได้รับการอัปโหลด และคุณสามารถคลิกที่ใช้เพื่อเริ่มประมวลผลได้
ใช้แล้ว ไฟล์ได้รับการประมวลผลเรียบร้อยแล้ว และระบบได้เพิ่ม Conversion ลงในบัญชีแล้ว
ล้มเหลว ไฟล์มีปัญหาในการประมวลผลล่วงหน้า หรือการประมวลผลบันทึกที่ตรงกันในภายหลังมีปริมาณต่ำ

การดำเนินการเมื่อเกิดข้อผิดพลาด

บางครั้งอาจมีปัญหาที่ทำให้ระบบไม่สามารถประมวลผลไฟล์ทั้งไฟล์ได้ ในกรณีดังกล่าว ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อแก้ปัญหาไฟล์

  1. คลิกลิงก์ในคอลัมน์ "ผลลัพธ์" เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะการอัปโหลด (รวมถึงข้อผิดพลาดในการอัปโหลด) โดยลิงก์เหล่านี้จะใช้ได้เป็นเวลา 3 วันนับจากที่มีการอัปโหลด
  2. ตรวจดูคอลัมน์ "สถานะ" ที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อค้นหาแถวทั้งหมดที่แสดงข้อผิดพลาด คอลัมน์ "การเปลี่ยนแปลง" จะมีหมายเลขแถวซึ่งใช้เพื่อระบุแถวที่เกี่ยวข้องในไฟล์ธุรกรรมได้
  3. ทำการแก้ไขที่จำเป็นในไฟล์ บันทึกไฟล์ แล้วอัปโหลดไฟล์อีกครั้ง คุณจะอัปโหลดทั้งไฟล์ได้อีกครั้ง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้ (เพราะ Google Ads จะไม่สนใจแถวที่นำเข้าแล้ว) 

การดู Conversion ที่นำเข้าใน Google Ads

อาจใช้เวลาสูงสุด 48 ชั่วโมงกว่าที่สถิติ Conversion จะแสดงในบัญชี Google Ads ระบบจะเพิ่ม Conversion การขายในร้าน (อัปโหลดโดยตรง) ลงในคอลัมน์ "Conversion ทั้งหมด" ในรายงานแคมเปญ หากยังไม่มีคอลัมน์นี้ คุณจะต้องเพิ่มคอลัมน์ลงในรายงาน ดังนี้

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกแคมเปญในเมนูหน้าเว็บทางซ้าย
  3. คลิกไอคอนคอลัมน์ คอลัมน์ ด้านบนตารางสถิติ
  4. เลือกแก้ไขคอลัมน์จากเมนูแบบเลื่อนลง
  5. ใต้ "เลือกเมตริก" คลิก Conversion
  6. เลือก Conv. ทั้งหมด โดยคลิกที่ไอคอนลูกศร

คอลัมน์ "Conversion ทั้งหมด" จะปรากฏในรายงาน การขายในร้าน (อัปโหลดโดยตรง) จะใช้ได้ในระดับแคมเปญ กลุ่มโฆษณา คีย์เวิร์ด และสามารถแบ่งกลุ่มได้ตามอุปกรณ์ หากต้องการดูการขายในร้านแยกจาก Conversion อื่นๆ ที่เหลือ เช่น การกระทำในเว็บไซต์หรือการโทร ให้ทำตามวิธีการด้านล่างเพื่อแบ่งกลุ่มคอลัมน์ ก่อนเริ่ม ให้ตรวจดูว่าคุณเพิ่มคอลัมน์ "Conversion ทั้งหมด" ลงในรายงานแล้ว

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกแคมเปญในเมนูหน้าเว็บทางซ้าย
  3. คลิกไอคอนกลุ่ม Segment เลือก Conversion ตามด้วยชื่อ Conversion
  4. ตอนนี้คุณจะเห็นแถวที่แสดงรายการข้อมูลตามการกระทำที่ถือเป็น Conversion แต่ละรายการ มองหาแถวที่แสดงการกระทำที่ถือเป็น Conversion "การขายในร้าน (อัปโหลดโดยตรง)" เพื่อดูข้อมูลการขายในร้าน

หากต้องการดูการขายในร้านในคอลัมน์แยกต่างหากโดยไม่มีการแบ่งกลุ่มแคมเปญ คุณยังสามารถเพิ่มคอลัมน์ที่กำหนดเองได้โดยทำตามวิธีการด้านล่าง ก่อนเริ่ม ให้ตรวจดูว่าคุณเพิ่มคอลัมน์ "Conversion ทั้งหมด" ลงในรายงานแล้ว

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกแคมเปญในเมนูหน้าเว็บทางซ้าย
  3. คลิกไอคอนคอลัมน์ คอลัมน์ แล้วเลือกแก้ไขคอลัมน์
  4. เลือกหมวดหมู่ "คอลัมน์ที่กำหนดเอง" ทางด้านซ้าย
    1. หากไม่เคยสร้างคอลัมน์ที่กำหนดเอง คุณจะเห็นกล่องโต้ตอบ
    2. หากคุณเคยสร้างคอลัมน์ที่กำหนดเองแล้ว คลิก + คอลัมน์
  5. ในช่อง "ชื่อคอลัมน์" ป้อนชื่อคอลัมน์ใหม่ ชื่อนี้จะแสดงไว้ที่ส่วนหัว
  6. ในช่อง "คำอธิบายคอลัมน์" ให้ป้อนคำอธิบายคอลัมน์ของคุณ ข้อความที่คุณป้อนไว้ที่นี่จะแสดงขึ้นเมื่อใดก็ตามที่คุณวางเมาส์เหนือ ? ที่อยู่ถัดจากชื่อคอลัมน์
  7. คลิกที่เมนูเมตริก แล้วเลือก Conversion จากนั้นเลือก Conv. ทั้งหมด 
  8. ในรายการด้านล่าง คลิก Conversion แล้วเลือกแหล่งที่มาของ Conversion 
  9. ภายใน "กลุ่มที่เลือก" ให้เลือกแหล่งที่มาเป็น "การขายในร้าน (อัปโหลดโดยตรง)" 
  10. คลิกบันทึก ระบบจะเพิ่มคอลัมน์ที่กำหนดเองใหม่นี้ลงในคอลัมน์ของคุณโดยอัตโนมัติ
  11. คลิกใช้เพื่อนำการกำหนดค่าคอลัมน์ไปใช้กับตารางข้อมูล

หมายเหตุ: หากมีการกระทำที่ถือเป็น Conversion "การขายในร้าน (อัปโหลดโดยตรง)" หลายรายการ คุณสามารถแบ่งกลุ่มตามชื่อ Conversion หลังจากที่สร้างคอลัมน์ที่กำหนดเองแล้วได้

วิธีอัปโหลดธุรกรรมสำหรับหลายบัญชีจากไฟล์เดียว

หากต้องการดำเนินการ บัญชีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องลิงก์มาจากบัญชีดูแลจัดการ (MCC) ที่ใช้ร่วมกัน ทั้งนี้บัญชีดูแลจัดการนี้คือที่ที่คุณจะอัปโหลดไฟล์

  • หากเปิดใช้เครื่องมือวัด Conversion ข้ามบัญชี: คุณจะต้องสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ซึ่งนำเข้าที่ระดับบัญชีดูแลจัดการ และตรวจสอบว่าบัญชีที่จัดการทุกบัญชีใช้ผู้จัดการเป็น "บัญชี Conversion" ระบบจะใช้บัญชีทั้งหมดภายในผู้จัดการที่ใช้ผู้จัดการเป็น "บัญชี Conversion" เพื่อการจับคู่เมื่อคุณอัปโหลดธุรกรรมไปยังผู้จัดการ
  • หากบางบัญชีไม่ได้ใช้บัญชีดูแลจัดการเป็นบัญชี Conversion: คุณจะต้องสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion การขายในร้านให้กับแต่ละบัญชีเหล่านี้ และนำเข้าธุรกรรมไปยังบัญชีแยกกัน โปรดทราบว่าในกรณีนี้ Conversion การขายในร้านจะไม่ได้รับการกรองข้อมูลที่ซ้ำกันออกในบัญชีต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้เครื่องมือวัด Conversion ข้ามบัญชี
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว