ติดตามประสิทธิภาพ Smart Campaign

การติดตามประสิทธิภาพของโฆษณาช่วยให้คุณทราบว่าโฆษณาดึงดูดผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าได้ดีเพียงใด คุณจะใช้ข้อมูลเพื่อนี้เปลี่ยนแปลงโฆษณาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพได้ เช่น คุณจะติดตามจำนวนครั้งที่ลูกค้าดำเนินการใดๆ กับโฆษณา เช่น การคลิกหรือการโทรศัพท์จากโฆษณาได้

การทำงานของการแสดงผล

ภาพรวม Smart Campaign ใช้ “การแสดงผล” เพื่อบอกว่าระบบแชร์โฆษณากับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าบ่อยเพียงใด ระบบจะนับการแสดงผลที่คุณไม่ต้องจ่ายทุกครั้งที่โฆษณาของคุณแสดงต่อผู้ใช้ Google Search, Google Maps หรือเว็บไซต์ของพาร์ทเนอร์

ตรวจสอบการแสดงผลของลูกค้าและการคลิก

คุณจะดูจำนวนการแสดงผลที่ได้รับจากลูกค้าและการดำเนินการกับโฆษณาได้ในหน้าแดชบอร์ด

นอกจากนี้หน้าแดชบอร์ดยังแสดงข้อมูลต่อไปนี้ได้ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าบัญชีของคุณ

  • การแสดงผล: ดูความถี่ที่มีผู้ดูโฆษณาของคุณ
  • การคลิก: ดูจำนวนการคลิกของโฆษณาแต่ละเวอร์ชัน
  • การคลิกเพื่อโทร: ดูจำนวนครั้งที่ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าแตะปุ่ม "โทร" ในโฆษณาจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ 
  • การโทรที่ยืนยันแล้ว: ดูความถี่ที่คุณได้รับสายโทรเข้ามายังหมายเลขโอนสายของ Google ในโฆษณาทุกๆ เวอร์ชัน
  • การทำงานบนแผนที่: ติดตามจำนวนครั้งที่ผู้คนเห็นโฆษณา แล้วคลิกที่หมุดของธุรกิจใน Google Maps หรือขอเส้นทางไปยังธุรกิจ
  • เป้าหมาย Analytics: เมื่อลิงก์บัญชี Google Analytics กับ Google Ads คุณจะใช้รหัสติดตามและแท็กติดตามเพื่อตรวจสอบการเข้าชมจากโฆษณาได้
  • จำนวนเงินที่ใช้ไป: ดูจำนวนเงินที่โฆษณาใช้ไป

ปรับปรุงประสิทธิภาพโฆษณา

หากโฆษณาของคุณไม่ทำงานตามที่คาดไว้ ให้ถามคำถามต่อไปนี้เพื่อหาวิธีปรับปรุง

คุณค้นหาวลีได้เจาะจงและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายหรือยัง

วลีค้นหาควรเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณกำลังโฆษณาอย่างมาก ยิ่งวลีค้นหามีความเฉพาะเจาะจงและเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณนำเสนอมากเพียงใด ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะช่วยให้ได้ลูกค้ามากขึ้นเท่านั้น

หากวลีค้นหาไม่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ โปรดดูให้แน่ใจว่าหมวดหมู่ธุรกิจ ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คุณเลือกเหมาะสมและเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

หากหมวดหมู่ธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และบริการถูกต้อง แต่วลีค้นหาบางวลีใช้กับธุรกิจไม่ได้ ให้ลองนำวลีออกหรือปิดใช้ โดยคุณจะเพิ่มวลีใหม่อีกครั้งได้ในภายหลัง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวลีค้นหาใน Smart Campaign 

คุณมีหน้า Landing Page ที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ลองดูในหน้าเว็บไซต์ที่คุณลิงก์โฆษณาด้วย ซึ่งเรียกว่าหน้า Landing Page อย่าลืมใส่คำกระตุ้นการตัดสินใจที่ชัดเจนในโฆษณา ซึ่งจะนำผู้ดูไปยังหน้า Landing Page นั้นโดยตรง

เช่น หากข้อความโฆษณาเขียนว่า "โทรหาเรา" อย่าลืมใส่หมายเลขธุรกิจในหน้า Landing Page หากข้อความโฆษณาเขียนว่า "ข้อเสนอนี้มีเวลาจำกัด" อย่าลืมนำผู้ใช้ไปที่โปรโมชันในหน้า Landing Page

หมายเหตุ: คุณแก้ไขข้อความโฆษณาได้ทุกเมื่อ ดูวิธีการแก้ไข Smart Campaign หรือเกี่ยวกับทำความเข้าใจประสบการณ์หน้า Landing Page 

โฆษณาของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในตำแหน่งที่ถูกต้องไหม

ตรวจสอบว่าโฆษณาของคุณแสดงในพื้นที่ที่มีแนวโน้มว่าลูกค้าจะอาศัยอยู่

เช่น สมมติว่าคุณสร้างโฆษณาสำหรับคลินิกทันตกรรมและตั้งค่าให้โฆษณาแสดงในกรุงเทพ เมื่อผู้ใช้ในกรุงเทพค้นหา "ทำฟัน" ใน Google โฆษณาจะมีสิทธิ์ปรากฏ เมื่อผู้ใช้อีกรายในสมุทรปราการค้นหา "ทำฟัน กรุงเทพ" ใน Google ผู้ใช้รายดังกล่าวจะเห็นโฆษณาเช่นกัน เนื่องจากได้ใส่สถานที่เป้าหมาย "กรุงเทพ" ไว้ในการค้นหาของตน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้คนที่คุณกำหนดเป้าหมายพื้นที่จะเห็นโฆษณาได้ โปรดติดต่อทีมสนับสนุน Google Ads

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายใน Smart Campaign 

โฆษณาดึงดูดลูกค้าหรือไม่

โฆษณาบอกถึงผลิตภัณฑ์และบริการของคุณ ยิ่งโฆษณาน่าดึงดูดและเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลูกค้ากำลังค้นหาอยู่มากเท่าใด ก็มีแนวโน้มที่จะสร้างผลลัพธ์ให้คุณได้มากเท่านั้น

ดูวิธีการเขียนโฆษณาแบบข้อความให้ประสบความสำเร็จ

คุณมีงบประมาณเพียงพอหรือไม่

ลองเพิ่มงบประมาณหากโฆษณาทำงานได้ดี และคุณต้องการผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นไปอีก หากโฆษณาให้ผลลัพธ์ต่ำกว่าที่คาดไว้ ให้ลองเพิ่มงบประมาณและใช้เคล็ดลับด้านบน

ดูวิธีการแก้ไขงบประมาณของ Smart Campaign

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว