สร้างและจัดการแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์

แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์จะทำให้การกำหนดเป้าหมาย การเสนอราคา และโฆษณาเป็นอัตโนมัติจากนั้นจึงเพิ่มประสิทธิภาพ แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ ซึ่งขับเคลื่อนโดยแมชชีนเลิร์นนิงของ Google จะค้นหาลูกค้าใหม่และลูกค้าที่มีอยู่เดิมโดยอัตโนมัติได้ ตั้งราคาเสนอที่เหมาะสม และสร้างโฆษณาเพื่อการมีส่วนร่วมที่ปรับให้เข้ากับหน้าจอหรือพื้นที่โฆษณาใดๆ ทั้งในเว็บไซต์และแอป โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ลงโฆษณาที่ใช้แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์จะมี Conversion เพิ่มขึ้น 20% ที่ต้นทุนต่อการดำเนินการ (CPA) เดียวกัน เมื่อเทียบกับแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์อื่นๆ

แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์จะรวมเอาเนื้อหา เช่น บรรทัดแรก รูปภาพ และอื่นๆ เพื่อสร้างโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ ซึ่งจะกลายเป็นประเภทโฆษณาเริ่มต้นของเครือข่ายดิสเพลย์แทนโฆษณาที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ โฆษณาประเภทนี้ยังเปลี่ยนรูปแบบเป็นโฆษณาเนทีฟได้ ซึ่งจะผสมผสานเข้ากับรูปลักษณ์ของเว็บไซต์ของผู้เผยแพร่โฆษณาได้อย่างลงตัว เมื่อเวลาผ่านไป โฆษณาจะเพิ่มประสิทธิภาพตามสิ่งที่ทำให้คุณได้ Conversion ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของโฆษณาเนทีฟ

บทความนี้จะแสดงวิธีสร้างและจัดการแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ ปัจจุบันเรามีตัวเลือกในการใช้แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ที่ใช้การจ่ายสำหรับ Conversion แล้ว อ่านเพิ่มเติมที่นี่

ก่อนเริ่มต้น

  • ตรวจสอบว่าคุณได้ตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion แล้ว และได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของการได้รับสิทธิ์ตาม Conversion โดยคุณจะต้องได้รับ Conversion อย่างน้อย 50 ครั้งในเครือข่ายดิสเพลย์ในแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์มาตรฐาน หรืออย่างน้อย 100 ครั้งในแคมเปญในเครือข่ายการค้นหาในช่วง 30 วันที่ผ่านมา จึงจะสร้างแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ได้
  • ตรวจสอบว่าคุณมีงบประมาณรายวันเพียงพอที่จะรองรับราคาเสนอ CPA เป้าหมายอย่างน้อยสองเท่า
  • รวบรวมองค์ประกอบของโฆษณาอย่างบรรทัดแรก คำอธิบาย รูปภาพ และโลโก้
การควบคุมเพิ่มเติมที่มีให้คุณ 
แม้ว่าการกำหนดเป้าหมายภายในแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์จะทำงานอัตโนมัติ แต่ Google Ads ก็ยังให้การควบคุมเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้คุณจัดการตำแหน่งที่โฆษณาจะปรากฏได้ คุณจะสร้างการยกเว้นตำแหน่งระดับบัญชีเพื่อป้องกันไม่ให้โฆษณาแสดงในไซต์บางไซต์ได้ รวมถึงสร้างการยกเว้นเนื้อหาและหมวดหมู่เว็บไซต์ได้ด้วย

เคล็ดลับในกรณีที่คุณใช้รีมาร์เก็ตติ้งอยู่แล้ว

หากรีมาร์เก็ตติ้งที่คุณมีอยู่ค่อนข้างง่าย (เช่น เกี่ยวข้องกับรายการผู้ใช้เพียง 1 รายการ) ให้พิจารณาใช้แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์แทนแคมเปญรีมาร์เก็ตติ้งที่เจาะจงเพราะแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์มีรีมาร์เก็ตติ้งรวมอยู่ คุณลิงก์ฟีดเพื่อทำรีมาร์เก็ตติ้งแบบไดนามิกได้ด้วย

หากมีฟีดในบัญชีอยู่แล้ว ระบบจะลิงก์กับแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์เมื่อคุณเริ่มใช้งาน โปรดทราบว่าแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ไม่รองรับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายหรือการกำหนดเป้าหมายรายชื่อผู้ใช้

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีดสำหรับโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์

วิธีการ

ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน: กำหนดวิธีจัดโครงสร้างแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์

หลักเกณฑ์ในการจัดโครงสร้างแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์มีดังนี้

  • สร้างแคมเปญแยกกันเมื่อคุณต้องการให้แต่ละแคมเปญมีงบประมาณของตัวเอง
  • สร้างกลุ่มโฆษณาแยกกันภายในแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์สำหรับสายผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ
  • สร้างโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์แยกกันภายในกลุ่มโฆษณาเพื่อจัดกลุ่มเนื้อหาที่ทำงานร่วมกันเองได้ดี

ขั้นตอนที่ 2 การวางแผน: กำหนดสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า Conversion หนึ่งๆ มีคุณค่า

เสนอราคาโดยอิงตามจำนวนเงินที่คุณยินดีจ่ายสำหรับ Conversion แต่ละรายการ ดังนั้นหากคุณมุ่งเน้นที่การสร้างโอกาสในการขาย ให้ตั้งราคาเสนอ CPA ที่แสดงถึงคุณค่าที่โอกาสในการขายใหม่ๆ มีต่อธุรกิจ หากคุณมุ่งเน้นที่การสร้างยอดขาย ให้ตั้งราคาเสนอ CPA ที่แสดงถึงคุณค่าที่คำสั่งซื้อใหม่แต่ละรายการมีต่อธุรกิจ หลักสำคัญมีดังนี้

  1. กำหนดว่า Conversion หนึ่งๆ มีค่าเท่าใด
  2. พิจารณามูลค่าต่อ Conversion เพื่อดูว่าคุณยินดีจ่ายเงินเป็นจำนวนเท่าใดเพื่อให้ได้รับ Conversion นั้นเป็นอันดับแรก

ตัวอย่าง: หากคุณขายรองเท้าที่ราคา 1,500 บาทต่อคู่ และคาดว่า 1 ใน 10 คนจะซื้อรองเท้า คุณอาจต้องกำหนดเป้าหมาย CPA ให้เป็น 150 บาท

หากคุณกำลังรวบรวมโอกาสในการขายให้กับบริการสปา และโอกาสในการขายแต่ละครั้งทำให้ได้กำไรเฉลี่ย 150 บาท คุณอาจเลือกตั้งราคาเสนอ CPA เป็น 30 บาทสำหรับโอกาสในการขายที่ส่งมาแต่ละครั้ง

ตัวเลขข้างต้นจะแตกต่างกันไปตามธุรกิจ ให้ทดสอบราคาเสนอตามจำนวนเงินคร่าวๆ ที่คุณต้องการจ่าย และปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาเสนอ CPA เป้าหมาย

ขั้นตอนที่ 3 ตั้งค่าแคมเปญ

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกแคมเปญในเมนูหน้าเว็บทางด้านซ้าย
  3. คลิกปุ่มบวก จากนั้นเลือกแคมเปญใหม่ 
  4. เลือกจากเป้าหมายโอกาสในการขาย การขาย หรือการเข้าชมเว็บไซต์ (หากข้อมูลในบทความนี้ไม่เหมือนกับที่เห็น นั่นอาจเป็นเพราะคุณมีเป้าหมายคนละเวอร์ชัน) โปรดดูข้อมูลเกี่ยวกับเวอร์ชันในบทความนี้)
  5. เลือกประเภทแคมเปญดิสเพลย์
  6. เลือกแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์
  7. คลิกต่อไป
  8. เลือกการกำหนดเป้าหมายตามภูมิศาสตร์และภาษาให้กับแคมเปญนี้
  9. ป้อนงบประมาณรายวันและราคาเสนอ CPA
  10. คลิกบันทึกและต่อไป
  11. คลิกการตั้งค่าเพิ่มเติม
  12. คลิกเมนูแบบเลื่อนลงใต้ "โฆษณาแบบไดนามิก"
    • เมนูแบบเลื่อนลงนี้จะเลือก "ไม่มีฟีดข้อมูล" โดยค่าเริ่มต้น
  13. คลิกช่องทำเครื่องหมายถัดจาก "ใช้ฟีดข้อมูลสำหรับโฆษณาที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล"
  14. เลือกฟีดข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากเมนูแบบเลื่อนลง
  15. คลิกบันทึก
หมายเหตุ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์มีฟีดแบบไดนามิกที่ถูกต้องที่แนบมากับบัญชี ถ้ามี ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีดสำหรับโฆษณาที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์

ขั้นตอนที่ 4 สร้างโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์

โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์คือประเภทโฆษณาเริ่มต้นประเภทใหม่สำหรับแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์ ซึ่งช่วยให้แสดงโฆษณาทั่วเครือข่ายดิสเพลย์ได้ง่ายมากขึ้น โฆษณาเหล่านี้เป็นโฆษณาตามองค์ประกอบและจะปรับขนาด ลักษณะ และรูปแบบให้พอดีกับพื้นที่โฆษณาที่มีอยู่โดยอัตโนมัติ Google จะนำเนื้อหาที่คุณป้อน ซึ่งรวมถึง โลโก้ บรรทัดแรก รูปภาพ และคำอธิบายใช้สร้างโฆษณาโดยอัตโนมัติเมื่อมีพื้นที่โฆษณาพร้อมให้ใช้งาน และเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เนื้อหาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์แสดงเป็นข้อความได้เกือบทุกขนาด รูปภาพ หรือรูปแบบเนทีฟ

หากคุณสร้างโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์แบบไดนามิกด้วยการเชื่อมโยงฟีดกับโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ (และแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์) โปรดคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

  • ถ้าคุณใส่ราคาที่จัดรูปแบบในฟีด ระบบจะใช้ราคานี้แทนคำนำหน้าราคาที่คุณเพิ่มลงใน Google Ads เมื่อตอนที่สร้างโฆษณา
  • เนื่องจากโฆษณาเหล่านี้แสดงในขนาดที่หลากหลายกว่ารูปภาพฟีดแบบไดนามิกได้ จึงอาจไม่ได้ใช้รูปภาพจากฟีดเสมอไป
  • ผลิตภัณฑ์ที่แสดงในตัวอย่างมีไว้เพื่อการอธิบายเท่านั้น โปรดตรวจสอบว่าฟีดของคุณเป็นไปตามนโยบายการโฆษณาที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล 
  • Google อาจแสดงแท็กรูปแบบต่างๆ สำหรับผู้ลงโฆษณารายย่อย เช่น "ใหม่" "ยอดนิยม" หรือ "ลดราคา" เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แท็กรูปแบบเหล่านี้จะปรากฏโดยอัตโนมัติตามข้อมูลเชิงลึกของผลิตภัณฑ์จากฟีดข้อมูล ดูข้อมูลเพิ่มเติม
  • มีเนื้อหาบางส่วนเท่านั้นที่จะปรากฏเมื่อโฆษณาของคุณแสดงขึ้น เช่น ในบางครั้งโฆษณาอาจแสดงโดยไม่มีรูปภาพ เพื่อเป็นการเพิ่มการเข้าถึงให้ทั่วเครือข่ายดิสเพลย์
  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. เลือกแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์จากแผงการนำทางด้านซ้าย
  3. คลิกโฆษณาและส่วนขยายจากเมนูหน้าเว็บทางด้านซ้าย
  4. คลิกปุ่มบวกสีน้ำเงิน
  5. เลือกโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์
  6. เลือกกลุ่มโฆษณา ถ้าคุณต้องการให้โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์รองรับรีมาร์เก็ตติ้งแบบไดนามิก ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากลุ่มโฆษณาหรือแคมเปญที่มีโฆษณานี้แนบอยู่กับฟีด
  7. เพิ่มรูปภาพแล้วบันทึก จำเป็นต้องมีรูปภาพ เพื่อที่คุณจะได้เข้าถึงรูปแบบโฆษณาของเราได้ทั้งหมด  ขอแนะนำให้ใช้เนื้อหาหลายรายการ เนื่องจากจะช่วยให้ Google เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาของคุณได้ง่ายขึ้น คุณจะอัปโหลดรูปภาพและโลโก้ได้สูงสุด 15 ภาพและ 5 รูปตามลำดับ คุณสามารถครอบตัดรูปภาพ 1 ภาพในรูปแบบแนวนอนและสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือจะใช้รูปภาพแยกกันสำหรับแต่ละอัตราส่วนก็ได้ จากนั้นอัปโหลดรูปภาพ โดยคุณอาจสแกนจากเว็บไซต์หรือเลือกจากคลังรูปภาพในสต็อกของเราก็ได้ คุณสามารถเลือกจากรูปภาพที่เพิ่งใช้ล่าสุดได้เช่นกัน
    • แนวนอน หากคุณเลือกตัวเลือกการอัปโหลด รูปภาพแนวนอนควรมีอัตราส่วน 1.91:1 และใหญ่กว่า 600 x 314 ไฟล์ต้องมีขนาดไม่เกิน 5 MB
    • สี่เหลี่ยมจัตุรัส ถ้าคุณเลือกตัวเลือกอัปโหลด รูปภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัส (1:1) ควรมีขนาดใหญ่กว่า 300 x 300 ไฟล์ต้องมีขนาดไม่เกิน 5 MB
    • โลโก้ (ไม่บังคับ) หากคุณเลือกตัวเลือกการอัปโหลด โลโก้ควรเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส (1:1) และมีขนาด 128 x 128 หรือใหญ่กว่า ขนาดที่แนะนำสำหรับโลโก้สี่เหลี่ยมจัตุรัสคือ 1200 x 1200 สำหรับการแสดงภาพที่ดีที่สุด ขอแนะนำให้เพิ่มโลโก้แนวนอน (4:1) ได้เช่นกัน ซึ่งควรมีขนาด 512 x 128 หรือใหญ่กว่า ขนาดที่แนะนำสำหรับโลโก้แนวนอนคือ 1200 x 300 ไม่ว่าโลโก้ของคุณจะมีรูปร่างแบบใด แนะนำให้ใช้พื้นหลังแบบโปร่งใส แต่ใช้เฉพาะในกรณีที่โลโก้อยู่ตรงกลางเท่านั้น ไฟล์ต้องมีขนาดไม่เกิน 5 MB
    • หลีกเลี่ยงข้อความ ข้อความใช้พื้นที่ได้ไม่เกิน 20% ของรูปภาพ หมายเหตุ: เพื่อให้พอดีกับพื้นที่โฆษณาบางแห่ง รูปภาพอาจถูกตัดในแนวนอนไม่เกิน 5% ในแต่ละด้าน
  8. กรอกข้อมูลโฆษณาให้สมบูรณ์ คุณสร้างบรรทัดแรกและคำอธิบายได้หลายแบบเพื่อให้แสดงในโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ คุณจะอัปโหลดรายการต่อไปนี้ได้หลายเวอร์ชัน
    • เขียนบรรทัดแรกแบบย่อ (อย่างน้อย 1 รายการแต่ไม่เกิน 5 รายการและมีอักขระไม่เกิน 30 ตัว) บรรทัดแรกแบบสั้นคือบรรทัดแรกของโฆษณา โดยจะปรากฏในพื้นที่โฆษณาที่จำกัดซึ่งไม่สามารถแสดงบรรทัดแรกแบบยาวได้ บรรทัดแรกแบบสั้นอาจแสดงโดยมีหรือไม่มีคำอธิบายก็ได้
    • เขียนบรรทัดแรกแบบยาว (มีอักขระไม่เกิน 90 ตัว) บรรทัดแรกแบบยาวคือบรรทัดแรกของโฆษณาของคุณ โดยจะปรากฏแทนบรรทัดแรกแบบสั้นในโฆษณาขนาดใหญ่ บรรทัดแรกแบบยาวอาจแสดงโดยมีหรือไม่มีคำอธิบายก็ได้ (หมายเหตุ: เมื่อแสดงในโฆษณา ความยาวของบรรทัดแรกแบบยาวจะขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่ปรากฏ โดยถ้าถูกตัด จะมีเครื่องหมายจุดไข่ปลาแสดงที่ตอนท้าย
    • เขียนคำอธิบาย (อย่างน้อย 1 รายการแต่ไม่เกิน 5 รายการ) คำอธิบายเป็นส่วนที่เพิ่มในบรรทัดแรกและเชิญชวนให้ผู้ใช้ดำเนินการ มีความยาวได้สูงสุด 90 อักขระ และอาจแสดงต่อจากบรรทัดแรก (แบบสั้นหรือยาว) หมายเหตุ: ความยาวของคำอธิบายที่แสดงจะขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ โดยถ้าถูกตัด จะมีเครื่องหมายจุดไข่ปลาแสดงที่ตอนท้าย
    • ชื่อธุรกิจ ซึ่งเป็นชื่อของธุรกิจหรือแบรนด์
    • URL สุดท้าย นี่คือที่ที่ผู้ใช้จะไปถึงเมื่อคลิกโฆษณาของคุณ
    • ไม่บังคับ: ไปที่ตัวเลือก URL ขั้นสูงเพื่อเพิ่มพารามิเตอร์การติดตามหรือพารามิเตอร์ที่กำหนดเองลงใน URL ของคุณ
    • ไม่บังคับ: คลิกตัวเลือกเพิ่มเติม และเลือกข้อความกระตุ้นการตัดสินใจ เลือกภาษาจากเมนูแบบเลื่อนลงทางด้านซ้าย และเลือกข้อความกระตุ้นการตัดสินใจที่ต้องการจากเมนูแบบเลื่อนลงทางด้านขวา  
    • ตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับโฆษณาที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์แบบไดนามิก: ข้อความโปรโมชัน (เช่น “จัดส่งฟรีใน 2 วัน”) และคำนำหน้าราคา
  9. ดูตัวอย่างขนาดและรูปแบบโฆษณาที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของโฆษณา เนื่องจากโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึงพื้นที่โฆษณาเกือบทุกแบบในเครือข่ายดิสเพลย์ โฆษณาประเภทนี้จึงแสดงได้หลายพันรูปแบบ
  10. คลิกบันทึก
  11. รออย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังจากที่โฆษณาของคุณได้รับอนุมัติ แล้วจึงค่อยตรวจสอบประสิทธิภาพโฆษณา เพราะข้อมูลของคุณจะยังไม่สมบูรณ์ถ้ายังไม่ครบ 1 สัปดาห์

หากคุณต้องการสร้างการจับคู่เนื้อหาชุดที่ 2 คุณสร้างโฆษณาใหม่ได้หลังจากนั้น เนื้อหาที่คุณระบุไว้ในโฆษณาแต่ละรายการจะสามารถใช้สลับสับเปลี่ยนกันได้เฉพาะภายในโฆษณานั้นเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 5 ปล่อยให้ระบบเพิ่มประสิทธิภาพให้ Conversion

แคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์อาจใช้เวลาสักพักในการปรับขนาดให้คงที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณ Conversion ที่คุณได้รับ (โดยปกติแล้ว Conversion ปริมาณสูงกว่าจะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพได้เร็วกว่า) ปล่อยให้ระบบเรียนรู้ว่าเนื้อหาและกลยุทธ์ใดทำงานได้ดีที่สุด ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หากแคมเปญมี Conversion เพียงวันละ 2-3 รายการ หลักการที่ดีคือให้รอให้มี Conversion ประมาณ 40-50 ครั้ง เว้นแต่คุณจะไม่ได้ Conversion เลย ในกรณีดังกล่าว ให้ลองเพิ่มราคาเสนอ CPA เป้าหมายจนกว่าจะเริ่มได้รับ Conversion

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจสอบประสิทธิภาพโดยใช้รายงานเนื้อหา

วิธีการตรวจสอบประสิทธิภาพมีดังนี้

  1. คลิกแคมเปญในเมนูหน้าเว็บทางด้านซ้าย
  2. คลิกชื่อแคมเปญสมาร์ทดิสเพลย์เพื่อดูรายงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเนื้อหาแต่ละรายการ

เนื้อหาจะได้รับการจัดอันดับเปรียบเทียบกันเองตามประสิทธิภาพในการสร้าง Conversion โดยแบ่งออกเป็น "ดีที่สุด" "ดี" และ "ไม่ดี" สถานะ "กำลังรอ" หมายความว่าเนื้อหายังไม่ได้รับการตรวจสอบและอนุมัติ ขณะที่สถานะ "กำลังเรียนรู้" หมายความว่าระบบยังคงรวบรวมข้อมูลอยู่

ขั้นตอนที่ 7 ใช้รายงานเพื่อทำการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นทีละน้อย

หลังจากที่คุณตรวจสอบรายงานเนื้อหาสำหรับแคมเปญใหม่แล้ว คุณสามารถเลือกนำเนื้อหาที่ "ไม่ดี" ออก แล้วแทนที่ด้วยเนื้อหาอื่นๆ อย่างเช่นเนื้อหาที่ทำงานได้ "ดีที่สุด" หลังจากเนื้อหาเหล่านั้นให้ข้อมูลประสิทธิภาพเพียงพอที่จะจัดอันดับแล้ว (ซึ่งอาจใช้เวลาสูงสุดถึง 2 สัปดาห์) คุณสามารถเลือกนำเนื้อหาที่ทำงานได้ "ไม่ดี" ออกอีกครั้งได้

โปรดทราบว่าเนื้อหาจะได้รับการจัดอันดับโดยเปรียบเทียบกันเอง เมื่อคุณทำการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ไม่ต้องแปลกใจหากเนื้อหาที่เคยอยู่ในอันดับ "ดี" จะกลายมาเป็น "ไม่ดี" แม้ว่าประสิทธิภาพจริงของเนื้อหาเหล่านั้นจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปก็ตาม

สำคัญ: โปรดอย่าทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับแคมเปญเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนและปรับปรุงการเพิ่มประสิทธิภาพ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการโฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว