ควบคุมว่าจะให้แอปภายในและแอปของบุคคลที่สามรายการใดเข้าถึงข้อมูล Google Workspace ได้บ้าง

หากต้องการจัดการแอปตามระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์เคลื่อนที่ โปรดไปที่นี่

คุณสามารถควบคุมได้ว่าจะให้แอปของบุคคลที่สามและแอปที่เป็นของโดเมนรายการใดเข้าถึงข้อมูล Google Workspace ที่มีความละเอียดอ่อนได้บ้าง การควบคุมสิทธิ์เข้าถึงของแอปจะควบคุมการเข้าถึงบริการต่างๆ ของ Google Workspace โดยใช้ OAuth 2.0 เพื่อให้แอปเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก แอปยุคใหม่ที่มีความปลอดภัยมากขึ้นจะใช้ขอบเขตของ OAuth 2.0 ซึ่งเป็นกลุ่มกระบวนการที่เรียกว่า API ภายนอก ขอบเขตดังกล่าวจะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ที่มีข้อจำกัดจากบริการส่วนใหญ่ของ Google Workspace ได้ เช่น Gmail, Google ไดรฟ์, ปฏิทิน และ Contacts โปรดใช้การควบคุมสิทธิ์เข้าถึงของแอปเพื่อดำเนินการดังนี้ 

  • จำกัดการเข้าถึงบริการส่วนใหญ่ของ Google Workspace หรือปล่อยให้เข้าถึงบริการดังกล่าวได้โดยไม่มีการจำกัด
  • เชื่อถือเฉพาะบางแอปเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการของ Google Workspace ที่มีการจำกัดไว้ได้
  • เชื่อถือแอปทั้งหมดที่เป็นของโดเมน

หากต้องการควบคุมว่าจะให้แอปของบุคคลที่สามและแอปภายในรายการใดเข้าถึงข้อมูล Google Workspace ได้ รวมทั้งค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับแอปของบุคคลที่สามที่ใช้งานอยู่แล้ว โปรดทำตามวิธีการด้านล่างนี้ โดยคุณอาจปรับแต่งข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่จะแจ้งให้กับผู้ใช้ซึ่งพยายามติดตั้งแอปที่ไม่ได้รับอนุญาตด้วยก็ได้ 

ใช้การควบคุมสิทธิ์เข้าถึงของแอป

เปิดทั้งหมด | ปิดทั้งหมด

ตรวจสอบแอปของบุคคลที่สามในระบบของคุณ

ก่อนที่จะใช้การควบคุม โปรดตรวจสอบรายการแอปที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล Google Workspace

หมายเหตุ: รายละเอียดเกี่ยวกับแอปของบุคคลที่สามมักจะปรากฏในผลลัพธ์ภายใน 24-48 ชั่วโมง

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่ "" จากนั้น ความปลอดภัย จากนั้น การควบคุม API
  3. ในส่วนการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงของแอป ให้เลือกจัดการสิทธิ์เข้าถึงของแอปบุคคลที่สาม
  4. ดูรายละเอียดของแอปต่างๆ ได้จากตารางแอปนี้ 
    โดยจะมีรายละเอียดแสดงไว้ดังนี้
    • ชื่อแอป
    • ประเภท
    • รหัส
    • สถานะที่ยืนยันแล้ว - แอปที่ยืนยันแล้วซึ่งได้รับการตรวจสอบโดย Google ว่าสอดคล้องกับนโยบายที่กำหนด โปรดทราบว่าแอปซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีหลายแอปอาจไม่ได้รับการยืนยันผ่านวิธีนี้ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อแอปของบุคคลที่สามที่ยืนยันแล้วคืออะไร
    • ผู้ใช้ - จำนวนผู้ใช้ที่เข้าถึงแอป
    • บริการที่ขอ - API สำหรับบริการของ Google (ขอบเขตของ OAuth2) ที่แอปแต่ละรายการใช้งานอยู่ (เช่น Gmail, ปฏิทิน หรือไดรฟ์) บริการที่ไม่ได้แสดงในแท็บ "บริการของ Google" จะแสดงเป็นอื่นๆ
    • สิทธิ์เข้าถึง - จะเป็นการระบุว่าเชื่อถือได้ จำกัด หรือบล็อก
  5. คลิกที่แถวของแอปในตารางเพื่อเปิดหน้ารายละเอียดของแอปนั้นๆ จากหน้านี้คุณจะดำเนินการต่อไปนี้ได้
    • ดูหรือเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึงบริการของ Google สำหรับแอปของคุณ - ตรวจสอบว่าแอปมีสถานะเป็นเชื่อถือได้ จำกัด หรือบล็อก หากคุณมีการเปลี่ยนค่าสิทธิ์เข้าถึง ให้คลิกบันทึก
    • ดูข้อมูลเกี่ยวกับแอป - ข้อมูลนี้ประกอบด้วยรหัสไคลเอ็นต์ OAuth2 แบบเต็มของแอป จำนวนผู้ใช้ นโยบายความเป็นส่วนตัว และข้อมูลการสนับสนุน
    • ดู API บริการของ Google (ขอบเขต OAuth) ที่แอปขอ - คุณจะดูรายการขอบเขต OAuth ที่แต่ละแอปขอได้จากส่วน "บริการที่ขอ" ในหน้ารายละเอียดแอป หากต้องการดูขอบเขต OAuth แต่ละรายการ ให้ขยายแถวของตารางหรือคลิกขยายทั้งหมด 

การตรวจสอบแอปเป็นโปรแกรมของ Google ที่ช่วยให้แอปของบุคคลที่สามเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของลูกค้าผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวได้ โดยผู้ใช้อาจถูกบล็อกไม่ให้เปิดใช้งานแอปที่ไม่ได้รับการยืนยันซึ่งคุณไม่ไว้ใจได้ (โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับการเชื่อถือแอปด้านล่าง) โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบแอปที่หัวข้อให้สิทธิ์แอปของบุคคลที่สามที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

จัดการสิทธิ์เข้าถึงบริการของ Google: จำกัดหรือไม่จำกัด

คุณสามารถจำกัดสิทธิ์เข้าถึงบริการส่วนใหญ่ของ Google Workspace รวมถึงบริการของ Google Cloud Platform เช่น แมชชีนเลิร์นนิง หรือจะปล่อยให้ไม่มีการจำกัดก็ได้ สำหรับ Gmail และ Google ไดรฟ์ คุณจะจำกัดสิทธิ์เข้าถึงขอบเขตที่มีความเสี่ยงสูง (เช่น การส่ง Gmail หรือการลบไฟล์ในไดรฟ์) โดยเฉพาะได้ แม้ว่าผู้ใช้จะได้รับข้อความแจ้งเพื่อให้ความยินยอมแก่แอป แต่หากแอปใช้ขอบเขตที่มีการจำกัด และคุณไม่ได้กำหนดโดยเฉพาะว่าแอปดังกล่าวเชื่อถือได้ ผู้ใช้จะเพิ่มแอปนั้นไม่ได้

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่ "" จากนั้น ความปลอดภัย จากนั้น การควบคุม API
  3. ในส่วนการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงของแอป ให้คลิกจัดการบริการของ Google
  4. จากรายการบริการ ให้เลือกช่องของบริการที่ต้องการจัดการ

    หากจำเป็น ให้คลิกเพิ่มตัวกรองเพื่อจำกัดขนาดของรายการให้แคบลงโดยใช้เกณฑ์ดังต่อไปนี้
    บริการของ Google - เลือกจากรายการบริการ เช่น ไดรฟ์ หรือ Gmail แล้วคลิกใช้
    สิทธิ์เข้าถึงบริการของ Google - เลือกไม่จำกัดหรือจำกัด แล้วคลิกใช้
    แอปที่อนุญาต - ระบุช่วงของจำนวนแอปที่อนุญาต แล้วคลิกใช้
    ผู้ใช้ - ระบุช่วงของจำนวนผู้ใช้ แล้วคลิกใช้

    บริการของ Google ที่คุณควบคุมได้มีดังนี้
    • Google Workspace:
      • ผู้ดูแลระบบ Google Workspace
      • Gmail
      • ไดรฟ์
      • ปฏิทิน
      • รายชื่อติดต่อ
      • ห้องนิรภัย
      • Classroom
      • Tasks
      • Groups
      • Cloud Search
      • รันไทม์ของ Apps Script
        ควบคุมการเข้าถึงโปรเจ็กต์ที่ขอขอบเขตที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับโปรเจ็กต์ Apps Script เท่านั้น เช่น UrlFetch และ Container UI ซึ่งรวมถึงแอป App Maker, ส่วนเสริม และสคริปต์จากทั้งภายในและภายนอกองค์กร การควบคุมรันไทม์ของ Apps Script จะทำงานควบคู่กับการควบคุม Apps Script API แต่การควบคุมรันไทม์จะไม่ส่งผลเหนือกว่าการควบคุม Apps Script API สำหรับแอปที่เป็น Apps Script
      • Apps Script API
        ควบคุมการเข้าถึงโปรเจ็กต์ (เช่น Apps Script, GCP, AWS ฯลฯ) ที่ขอขอบเขตสำหรับ Apps Script API (เช่น จัดการโครงการและจัดการการทำให้ใช้งานได้)

    • Google Cloud Platform:
      • Cloud Platform (ประกอบด้วยบริการทั้งหมดของ Google Cloud Platform ยกเว้น Machine Learning และ Cloud Billing)
      • Machine Learning (ประกอบด้วย Cloud Video Intelligence, Cloud Speech API, Cloud Natural Language API, Cloud Translation API และ Cloud Vision API)
      • การเรียกเก็บเงินใน Cloud
  5. หลังจากที่คุณเลือกบริการจากรายการแล้ว ให้คลิกเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึง

    หากเลือกบริการเดียว ให้ชี้ไปที่แถวที่ต้องการในตาราง คลิกเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึงที่ด้านขวาสุด
    หากเลือกหลายบริการ ให้คลิกช่องทำเครื่องหมายในตาราง คลิกเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึงที่ด้านบนของตาราง
     
  6. หากต้องการเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึง ให้เลือกตัวเลือกดังต่อไปนี้

    ไม่จำกัด: แอปที่ผู้ใช้อนุมัติทุกแอปมีสิทธิ์เข้าถึงบริการได้
    จำกัด: มีเพียงแอปที่เชื่อถือเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึงบริการได้
     
  7. คลิกเปลี่ยน
    ในหน้าบริการของ Google คอลัมน์สิทธิ์เข้าถึงจะแสดงสถานะของการเข้าถึงของบริการต่างๆ ได้แก่ ไม่จำกัดหรือจำกัด
  8. (ไม่บังคับ) หากต้องการตรวจสอบว่าแอปใดมีสิทธิ์เข้าถึงบริการได้ ให้ทำดังนี้
    1. คลิกแอปที่ด้านบนของตาราง
    2. คลิกเพิ่มตัวกรองจากนั้นบริการที่ขอ
    3. เลือกบริการที่คุณจะตรวจสอบ แล้วคลิกใช้
      แอปที่มีสิทธิ์เข้าถึงขอบเขตของ OAuth และสถานะที่แสดงว่าเชื่อถือได้จะปรากฏขึ้น

หลังจากที่เปลี่ยนขอบเขตเป็น "จำกัด" แล้ว แอปที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้านี้ทั้งหมดที่คุณไม่เชื่อถือจะหยุดทำงานและโทเค็นจะถูกเพิกถอน เมื่อผู้ใช้พยายามติดตั้งแอปที่มีขอบเขตจำกัด ผู้ใช้จะได้รับแจ้งว่าแอปนั้นถูกบล็อกอยู่

ขอบเขต OAuth ที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับ Gmail และไดรฟ์

Gmail และไดรฟ์ยังจำกัดสิทธิ์เข้าถึงรายการขอบเขต OAuth ที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้าได้ด้วย

ขอบเขต OAuth ที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับ Gmail มีดังนี้

  • https://mail.google.com/
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.compose
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.insert
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.metadata
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.modify
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.readonly
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.send
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.settings.basic
  • https://www.googleapis.com/auth/gmail.settings.sharing

    โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตของ Gmail ที่หัวข้อเลือกขอบเขตการตรวจสอบสิทธิ์

ขอบเขต OAuth ที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับไดรฟ์มีดังนี้

  • https://www.googleapis.com/auth/drive
  • https://www.googleapis.com/auth/drive.apps.readonly
  • https://www.googleapis.com/auth/drive.metadata
  • https://www.googleapis.com/auth/drive.metadata.readonly
  • https://www.googleapis.com/auth/drive.readonly
  • https://www.googleapis.com/auth/drive.scripts
  • https://www.googleapis.com/auth/documents
    โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตของไดรฟ์ที่หัวข้อเกี่ยวกับการให้สิทธิ์
จัดการสิทธิ์เข้าถึงแอป: เชื่อถือได้ จำกัด หรือบล็อก

จากหน้าการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงของแอป คุณอาจเลือกจัดการสิทธิ์ของแอปที่ต้องการได้โดยบล็อกแอปดังกล่าว กำหนดสถานะให้เป็นเชื่อถือได้ หรือให้เข้าถึงเฉพาะบริการของ Google ที่ไม่จำกัดก็ได้ 

เชื่อถือเฉพาะแอปที่ต้องการให้เข้าถึงบริการทั้งหมดของ Google Workspace (ขอบเขตของ OAuth) หรือจะเลือกเชื่อถือแอปทั้งหมดที่เป็นของโดเมนก็ได้ การกำหนดให้แอปเชื่อถือได้ยังช่วยให้ผู้ใช้ติดตั้งแอปที่ไม่ได้ผ่านการรับรองจากทีมตรวจสอบการละเมิดของเราได้ แอปที่คุณไม่เชื่อถือจะเข้าถึง Google Workspace API ได้อย่างจำกัด โดยจะเข้าถึงได้เฉพาะบริการที่ไม่มีการจำกัดเท่านั้น นอกจากนี้คุณยังอาจเลือกที่จะบล็อกแอปเพื่อไม่ให้มีสิทธิ์เข้าถึงบริการ Google Workspace เลยก็ได้

เคล็ดลับ: ผู้ใช้จะได้รับแจ้งให้มอบความยินยอมในการเพิ่มเว็บแอป แต่คุณจะข้ามหน้าจอให้ความยินยอมใน Google Workspace Marketplace สำหรับแอปที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นได้ด้วยการติดตั้งในโดเมน

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่ "" จากนั้น ความปลอดภัย จากนั้น การควบคุม API
  3. ในส่วนการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงของแอป ให้คลิกจัดการสิทธิ์เข้าถึงของแอปบุคคลที่สาม
  4. จากรายการแอป ให้เลือกช่องของแอปที่ต้องการจัดการ

    หากจำเป็น ให้คลิกเพิ่มตัวกรองเพื่อจำกัดขนาดของรายการโดยใช้เกณฑ์ต่อไปนี้
    • ชื่อแอป - พิมพ์ชื่อแอปในช่องประกอบด้วย แล้วคลิกใช้
    • ประเภท - เลือกเว็บแอปพลิเคชัน, iOS หรือ Android แล้วคลิกใช้
    • รหัส - พิมพ์สตริงในช่องค่าที่ตรงกัน แล้วคลิกใช้
    • สถานะที่ยืนยันแล้ว - แอปที่ยืนยันแล้วซึ่งได้รับการตรวจสอบโดย Google ว่าสอดคล้องกับนโยบายที่กำหนด โปรดทราบว่าแอปซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีหลายแอปอาจไม่ได้รับการยืนยันผ่านวิธีนี้ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อแอปของบุคคลที่สามที่ยืนยันแล้วคืออะไร
    • ผู้ใช้ - ระบุช่วงจำนวนของผู้ใช้ แล้วคลิกใช้
    • บริการที่ส่งคำขอ - เลือกบริการ เช่น Gmail หรือไดรฟ์ แล้วคลิกใช้
    • สิทธิ์เข้าถึง - คลิกเชื่อถือได้ จำกัด หรือบล็อก แล้วคลิกใช้
  5. หลังจากที่เลือกแอปจากรายการแล้ว ให้คลิกเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึง
  6. หากต้องการเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึง ให้เลือกตัวเลือกดังต่อไปนี้
     
    • เชื่อถือได้: เข้าถึงบริการทั้งหมดของ Google ได้
    • จำกัด: เข้าถึงได้เฉพาะบริการที่ไม่จำกัดของ Google
    • บล็อก: เข้าถึงบริการต่างๆ ของ Google ไม่ได้
    หมายเหตุ: หากคุณเพิ่มแอปในรายการที่อนุญาตพิเศษ แต่บล็อกแอปดังกล่าวโดยใช้การควบคุม API (การบล็อกแอปในหน้าการควบคุม API จะลบล้างการอนุญาตพิเศษ)
     
  7. คลิกเปลี่ยน
    ในหน้าแอป คอลัมน์สิทธิ์เข้าถึงจะแสดงสถานะของสิทธิ์เข้าถึงของแอปต่างๆ ได้แก่ เชื่อถือได้ จำกัด หรือบล็อก

หมายเหตุ: หากคุณเปลี่ยนสิทธิ์เข้าถึงของแอปที่เชื่อถือได้หรือแอปที่บล็อกไว้ให้เป็นจำกัด และแอปนั้นไม่มีผู้ใดใช้งานอยู่ แอปดังกล่าวจะหายไปจากรายการจนกว่าคุณจะเพิ่มอีกครั้งหรือมีผู้ใช้เปิดใช้งาน

วิธีจัดการแอปที่ไม่ได้อยู่ในรายการ

  1. ในส่วนการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงของแอป ให้คลิกจัดการสิทธิ์ของแอปบุคคลที่สาม
  2. คลิกกำหนดค่าแอปใหม่ แล้วเลือกชื่อแอป OAuth หรือรหัสไคลเอ็นต์, Android หรือ iOS
  3. พิมพ์ชื่อแอปแล้วคลิกค้นหา
  4. จากรายการผลการค้นหา ให้คลิกเลือกสำหรับแอปที่ต้องการจัดการ
    หมายเหตุ: หากคุณกำหนดค่าตามชื่อแอป OAuth หรือรหัสไคลเอ็นต์ ให้เลือกช่องของรหัสไคลเอ็นต์ที่ต้องการกำหนดค่า แล้วคลิกเลือก
  5. เลือกตัวเลือกดังต่อไปนี้

    เชื่อถือได้: เข้าถึงบริการของ Google ได้ทั้งหมด
    บล็อก: เข้าถึงบริการของ Google ไม่ได้เลย
     
  6. คลิกกำหนดค่า

    ในหน้าแอป คอลัมน์สิทธิ์เข้าถึงจะแสดงสถานะการเข้าถึงของแอปต่างๆ ได้แก่ เชื่อถือได้หรือบล็อก
อนุญาตให้แอปภายในเข้าถึง Google Workspace API ที่มีการจำกัด

หากมีแอปที่สร้างไว้เพื่อใช้ภายในองค์กร คุณอาจกำหนดให้เชื่อถือแอปดังกล่าวทั้งหมดเพื่อให้มีสิทธิ์เข้าถึงบริการ Google Workspace ที่มีการจำกัดได้ ไม่เช่นนั้น คุณจะต้องกำหนดให้เชื่อถือแอปทีละรายการ

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่ "" จากนั้น ความปลอดภัย จากนั้น การควบคุม API
  3. ในส่วนการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงของแอป ให้เลือกช่องเชื่อถือแอปภายในที่เป็นของโดเมน แล้วคลิกบันทึก

แอปที่เป็นของโดเมนมีดังนี้

  • โปรเจ็กต์ Google Apps Script ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นภายในองค์กร
  • แอปที่เชื่อมโยงกับองค์กรในคอนโซล Google Cloud Platform 

หมายเหตุ: หากคุณเชื่อถือแอปภายในซึ่งเป็นแอปของโดเมน แต่คุณก็จัดการการเข้าถึงแอปของบุคคลที่สามให้บล็อกหนึ่งในแอปข้างต้น แอปดังกล่าวก็จะถูกบล็อก (ดูหัวข้อจัดการการเข้าถึงแอป: เชื่อถือได้ จำกัด หรือบล็อก)

ปรับแต่งข้อความสำหรับแอปที่ถูกปฏิเสธ

เมื่อผู้ใช้พยายามติดตั้งเว็บแอปของบุคคลที่สาม ผู้ใช้จะเห็นหน้าจอแสดงการยินยอมหรือการปฏิเสธ โดยขึ้นอยู่กับบริการและแอปนั้นๆ ซึ่งคุณปรับแต่งหน้าจอแสดงการปฏิเสธนี้ได้ โดยอาจเพิ่มข้อมูลติดต่อสำหรับการขอรับความช่วยเหลือ เป็นต้น  

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่ "" จากนั้น ความปลอดภัย จากนั้น การควบคุม API
  3. ในส่วนการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงของแอป ให้ไปที่ส่วนการตั้งค่า
  4. พิมพ์ข้อความที่กำหนดเองในช่องใต้ข้อความนี้ แสดงข้อความนี้เมื่อผู้ใช้พยายามใช้แอปที่เข้าถึงบริการของ Google ที่มีการจำกัดไว้ไม่ได้
  5. คลิกบันทึก

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร