รายงานความปลอดภัย

ดูการตั้งค่าบัญชีของผู้ใช้และความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัย

ในฐานะผู้ดูแลระบบขององค์กร คุณตรวจสอบความเสี่ยงต่อการบุกรุกข้อมูลของผู้ใช้ได้โดยเปิดดูรายงานความปลอดภัย ซึ่งจะแสดงมุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับวิธีที่ผู้ใช้แชร์และเข้าถึงข้อมูล รวมถึงดูได้ว่าผู้ใช้ให้ความระมัดระวังด้านความปลอดภัยอย่างเหมาะสมหรือไม่ นอกจากนี้ คุณยังดูได้ด้วยว่ามีใครบ้างที่ติดตั้งแอปภายนอก แชร์ไฟล์เป็นจำนวนมาก ข้ามการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน ใช้คีย์ความปลอดภัย และอื่นๆ 

ขั้นตอนที่ 1: เปิดรายงานความปลอดภัย

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่รายงาน
  3. ทางด้านซ้าย ให้ไปที่รายงาน จากนั้น รายงานของผู้ใช้แล้วคลิกความปลอดภัย โปรดดูรายละเอียดในขั้นตอนที่ 2: ทำความเข้าใจข้อมูลในรายงานความปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 2: ทำความเข้าใจข้อมูลในรายงานความปลอดภัย

ข้อมูลทั่วไป
ประเภทรายงาน คำอธิบาย
แอปภายนอก จำนวนแอปพลิเคชันของบุคคลที่สามที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้
หมายเหตุ: หากต้องการดูชื่อแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้แต่ละรายและเพิกถอนสิทธิ์เข้าถึงของแอปภายนอก โปรดดูหัวข้อดูการตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้และเพิกถอนสิทธิ์เข้าถึง
การลงทะเบียนการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน

จำนวนผู้ใช้ในโดเมนซึ่งลงทะเบียนในการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน 

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้อาจจะล่าช้านานถึง 48 ชั่วโมง หากต้องการดูสถานะการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอนแบบเรียลไทม์ของผู้ใช้แต่ละราย โปรดดูหัวข้อดูการตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้และเพิกถอนสิทธิ์เข้าถึง

การบังคับใช้การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน จำนวนผู้ใช้ในโดเมน ซึ่งต้องลงทะเบียนในการยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน
สถานะของบัญชีผู้ใช้
จำนวนผู้ใช้ในโดเมนตามสถานะบัญชี (ใช้งานอยู่ ถูกบล็อก หรือถูกระงับ)
  • ผู้ใช้ที่ถูกบล็อกคือผู้ใช้ที่ละเมิดข้อกำหนดในการให้บริการ ระบบของเราจะระงับผู้ใช้เหล่านี้โดยอัตโนมัติและทำเครื่องหมายเป็นล่วงละเมิด โปรดติดต่อทีมสนับสนุนหากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม
  • ผู้ใช้ที่ถูกระงับคือผู้ใช้ที่มีบัญชีที่ผู้ดูแลระบบปิดใช้ชั่วคราว ในฐานะผู้ดูแลระบบ คุณสามารถระงับบัญชีผู้ใช้โดยไม่ลบโปรไฟล์ของโดเมนหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ เช่น เอกสารและงานนำเสนอ ผู้ใช้ที่ถูกระงับจะไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้ได้จนกว่าจะมีผู้ดูแลระบบกู้คืนบัญชีผู้ใช้ที่ถูกระงับนั้น
สถานะผู้ดูแลระบบ สิทธิ์การเข้าถึงระดับผู้ดูแลระบบของผู้ใช้ (ผู้ดูแลระบบขั้นสูง ผู้ดูแลระบบที่รับมอบสิทธิ์ หรือไม่มี)
การเข้าถึงแอปที่มีความปลอดภัยน้อยกว่า ดูจากตัวเลือกของผู้ใช้ในการบล็อกหรืออนุญาต (อนุญาตหรือปฏิเสธ​) ให้แอปที่มีความปลอดภัยน้อยกว่าเข้าถึงบัญชีได้
Gmail (เฉพาะ G Suite เท่านั้น)
ประเภทรายงาน คำอธิบาย
Gmail (POP) - เวลาที่ใช้ล่าสุด ครั้งสุดท้ายที่ผู้ใช้ใช้ Post Office Protocol (POP) ในการเข้าถึง Gmail
Gmail (IMAP) - เวลาที่ใช้ล่าสุด ครั้งสุดท้ายที่ผู้ใช้ใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมล Internet Message Access Protocol (IMAP) ในการเข้าถึง Gmail
Gmail (เว็บ) - เวลาที่ใช้ล่าสุด ครั้งสุดท้ายที่ผู้ใช้ใช้ Gmail ผ่านเว็บ โปรดทราบว่าการประทับเวลานี้ไม่ซิงค์กับการประทับเวลาการเข้าสู่ระบบล่าสุด
ไดรฟ์ (เฉพาะ G Suite เท่านั้น)

คำนิยามเมตริกใหม่จะมีการใช้คำว่า “ที่เพิ่ม” ซึ่งแตกต่างจากเมตริกก่อนหน้า เนื่องจากจะนับจำนวนเมื่อมีเหตุการณ์ "การเพิ่ม” เกิดขึ้น ทั้งนี้ เหตุการณ์ประเภทการเพิ่มนั้นจะรวมถึงการสร้างไฟล์ การอัปโหลด การกู้คืนจากถังขยะ หรือการโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของ กิจกรรมเหล่านี้จะมีการรายงานเสมอ ไม่ว่ารายการจะมีสถานะสุดท้ายเป็นอย่างไร เหตุการณ์การเพิ่มที่เกิดขึ้นกับไฟล์เดียวกันหลายครั้งจะไม่ทำให้จำนวนเหตุการณ์เพิ่มขึ้น

 

ประเภทรายงาน คำอธิบาย
แชร์กับภายนอก จำนวนเหตุการณ์ที่ผู้ใช้แชร์ไฟล์กับภายนอกโดเมน
แชร์กับภายใน จำนวนเหตุการณ์ที่ผู้ใช้แชร์ไฟล์กับภายในโดเมน
สาธารณะ  จำนวนไฟล์ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ
ทุกคนที่มีลิงก์ จำนวนไดรฟ์ที่ใช้ได้สำหรับทุกคนที่มีลิงก์
ทุกคนในโดเมนที่มีลิงก์ จำนวนไฟล์ในไดรฟ์ที่แชร์กับทุกคนในโดเมนที่มีลิงก์
ปรากฏแก่ทุกคนที่มีลิงก์ในโดเมน จำนวนไฟล์ในไดรฟ์ที่ผู้ใช้มี ซึ่งจะปรากฏแก่ทุกคนในโดเมนของคุณที่มีลิงก์
โดเมนภายนอก จำนวนไฟล์ในไดรฟ์ที่แชร์โดยตรงกับบุคคลหรือกลุ่มที่อยู่ภายนอกโดเมน
โดเมนภายใน จำนวนไฟล์ในไดรฟ์ที่แชร์โดยตรงกับบุคคลหรือกลุ่มที่อยู่ภายในโดเมน
ส่วนตัว  จำนวนไฟล์ในไดรฟ์ที่ไม่ได้แชร์กับใครเลย

ขั้นตอนที่ 3: เปลี่ยนข้อมูลที่เห็นในแผนภูมิ

  1. เปิดรายงานดังที่แสดงด้านบน
  2. คลิกลูกศรลง ลูกศรลง ที่อยู่ถัดจากชื่อเหนือแผนภูมิ
  3. เลือกตัวเลือกจากรายการหรือคลิกคอลัมน์ในตาราง
  4. วางเคอร์เซอร์บนจุดในแผนภูมิเพื่อดูข้อมูลที่ต้องการบนเส้นเวลา

ขั้นตอนที่ 4: เปลี่ยนข้อมูลที่เห็นในรายงาน

  1. เปิดรายงานตามที่อธิบายไว้ข้างต้น
  2. คลิกจัดการรายงาน
  3. หากต้องการนำข้อมูลออกจากรายงาน ให้คลิก "" ถัดจากชื่อข้อมูล
  4. หากต้องการเพิ่มข้อมูลลงในรายงาน ให้คลิกลูกศรลง "" ถัดจากเพิ่มคอลัมน์ใหม่แล้วเลือกตัวเลือกจากรายการ
  5. หากต้องการจัดเรียงข้อมูลใหม่ ให้ลากรายการไปยังตําแหน่งใหม่
  6. คลิกบันทึก

ขั้นตอนที่ 5: ปรับและส่งออกข้อมูลรายงาน

กรองข้อมูลรายงานตามผู้ใช้หรือกิจกรรม

คุณสามารถกรองรายงานให้แสดงเฉพาะกิจกรรมหรือผู้ใช้ที่ต้องการได้ เช่น สร้างตัวกรองเพื่อค้นหาผู้ใช้ทั้งหมดที่ใช้การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน หรือสร้างตัวกรองเพื่อแสดงรายชื่อผู้ที่แชร์ลิงก์ไปภายนอกหลายลิงก์

  1. เปิดรายงานดังที่แสดงด้านบน
  2. ถ้าไม่เห็นส่วนตัวกรอง ให้คลิกตัวกรอง ตัวกรอง ที่แถบเครื่องมือ
  3. กรอกหรือเลือกเกณฑ์ในการกรองที่ต้องการ คุณสามารถกรองข้อมูลที่เห็นในรายงานได้หลายๆ อย่างผสมกัน

กรองตามหน่วยขององค์กร

คุณจะกรองตามหน่วยขององค์กรเพื่อเปรียบเทียบสถิติระหว่างองค์กรย่อยในโดเมนได้

  1. เปิดรายงานตามที่อธิบายไว้ข้างต้น
  2. เลือกหน่วยขององค์กรจากรายการที่ด้านบนของรายงาน

คุณจะกรองได้เฉพาะลำดับชั้นขององค์กรในปัจจุบันเท่านั้น แม้ว่าจะค้นหาข้อมูลเก่าก็ตาม ข้อมูลก่อนวันที่ 20 ธันวาคม 2018 จะไม่แสดงในผลลัพธ์ที่กรอง

ส่งออกข้อมูลรายงาน

คุณส่งออกข้อมูลรายงานเป็น Google ชีตหรือดาวน์โหลดเป็นไฟล์ CSV ได้

  1. เปิดรายงานตามที่แสดงไว้ข้างต้น
  2. (ไม่บังคับ) หากต้องการเปลี่ยนข้อมูลในรายงานที่จะส่งออก ให้คลิกเลือกรายงาน "" ในแถบเครื่องมือเพื่อดูคอลัมน์ที่มีทั้งหมด
  3. คลิกช่องที่ติดกับคอลัมน์ข้อมูลที่ต้องการส่งออก แล้วคลิกใช้
  4. คลิกดาวน์โหลด "" ในแถบเครื่องมือ

คุณส่งออกเซลล์ได้ถึง 210,000 เซลล์ ทั้งนี้ จำนวนแถวที่มีได้มากสุดจะขึ้นอยู่กับจำนวนคอลัมน์ที่เลือก

ฉันจะเห็นข้อมูลเก่าขนาดไหน

คุณจะไม่เห็นข้อมูลทั้งหมดจนถึงวันปัจจุบัน แต่จะเห็นวันที่ล่าสุดสำหรับข้อมูลคอลัมน์ในส่วนหัวของกราฟแทน ตารางใต้กราฟจะแสดงข้อมูล 1 วันสำหรับวันที่ล่าสุด

บางครั้งคุณจะเห็นเครื่องหมายดอกจัน "*" ข้างชื่อคอลัมน์ ซึ่งหมายความว่าข้อมูลในคอลัมน์นี้อาจใช้ไม่ได้แล้วเมื่อเทียบกับข้อมูลในคอลัมน์อื่นๆ ในหน้าเดียวกัน

โปรดดูรายละเอียดวันที่ใช้ข้อมูลได้แบบแน่นอนและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลในการเก็บรักษาข้อมูลและเวลาล่าช้า

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร