[GA4] รายงานการเปรียบเทียบรูปแบบการระบุแหล่งที่มา

วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเครดิต Conversion ภายใต้รูปแบบการระบุแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
หมายเหตุ: รูปแบบการระบุแหล่งที่มาแบบคลิกแรก เชิงเส้น ลดลงตามเวลา และตามตำแหน่งจะใช้งานไม่ได้อีกต่อไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบที่เลิกใช้งาน

ใช้รายงานการเปรียบเทียบรูปแบบการระบุแหล่งที่มา เพื่อเปรียบเทียบว่ารูปแบบการระบุแหล่งที่มาที่แตกต่างกันจะส่งผลอย่างไรต่อการประเมินมูลค่าของช่องทางการตลาด

บทความนี้ประกอบด้วย

รูปแบบการระบุแหล่งที่มาที่มีอยู่

รูปแบบการระบุแหล่งที่มา คือกฎหรือชุดของกฎที่กำหนดว่าจะให้เครดิตสำหรับการขายและ Conversion แก่ทัชพอยต์ในเส้นทาง Conversion อย่างไร ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบการระบุแหล่งที่มาที่มีอยู่

วิธีใช้รายงาน

การเข้าถึงรายงาน

  1. ใน Google Analytics ให้คลิกการโฆษณาทางด้านซ้าย
  2. ไปที่การระบุแหล่งที่มา > การเปรียบเทียบรูปแบบการระบุแหล่งที่มา

เลือกช่วงวันที่และเหตุการณ์ Conversion

เริ่มต้นด้วยการเลือกช่วงวันที่จากเมนูแบบเลื่อนลงของเครื่องมือเลือกวันที่ทางด้านขวาบน จากนั้นเลือกเหตุการณ์ Conversion อย่างน้อย 1 รายการจากเมนูแบบเลื่อนลงที่ด้านซ้ายบนของรายงาน ซึ่งระบบจะเลือกเหตุการณ์ Conversion ทั้งหมดและรวมเข้าไว้ด้วยกันในรายงานโดยค่าเริ่มต้น

หมายเหตุ: รายงานการระบุแหล่งที่มาประกอบด้วยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2021 เป็นต้นไป

เพิ่มตัวกรอง (ไม่บังคับ)

รายงานจะแสดงข้อมูลจากผู้ใช้ทั้งหมด หากต้องการดูข้อมูลของกลุ่มผู้ใช้เฉพาะ ให้คลิกเพิ่มตัวกรองที่ด้านซ้ายบน

ตัวอย่าง

คุณอาจใช้ตัวกรองดังต่อไปนี้

  1. กรองแคมเปญหนึ่งๆ เพื่อดูว่ารูปแบบการระบุแหล่งที่มาให้คุณค่าแก่ทัชพอยต์ของแคมเปญนั้นๆ ได้อย่างไร โดยให้สร้างตัวกรองรวม จากนั้นเลือกแคมเปญผู้ใช้ในส่วนการได้ผู้ใช้ใหม่ แล้วเลือกชื่อแคมเปญเป็นค่ามิติข้อมูล
  2. กรองภูมิภาคเพื่อทำความเข้าใจว่ารูปแบบการระบุแหล่งที่มาให้คุณค่าแก่ทัชพอยต์อย่างไร เมื่อพิจารณาจากแคมเปญต่างๆ ที่คุณมีในแต่ละภูมิภาค โดยให้สร้างตัวกรองรวม จากนั้นเลือกภูมิภาคในส่วนผู้ใช้ แล้วเลือกค่ามิติข้อมูลที่ต้องการ
  3. กรองหมวดหมู่อุปกรณ์เพื่อดูประสิทธิภาพการทำงานบนอุปกรณ์ต่างๆ โดยให้สร้างตัวกรองรวม จากนั้นเลือกหมวดหมู่อุปกรณ์ในส่วนอุปกรณ์ แล้วเลือกเดสก์ท็อป อุปกรณ์เคลื่อนที่ และแท็บเล็ตเป็นค่ามิติข้อมูล

เลือกมิติข้อมูลที่จะรายงาน

ตารางข้อมูลจะแสดงข้อมูลที่แบ่งย่อยตามมิติข้อมูลกลุ่มแชแนลเริ่มต้น ใช้เมนูแบบเลื่อนลงเพื่อดูข้อมูลตามมิติข้อมูลแหล่งที่มา/สื่อ แหล่งที่มา สื่อ หรือแคมเปญ  

เลือกรูปแบบการระบุแหล่งที่มาเพื่อเปรียบเทียบ

ใช้เมนูแบบเลื่อนลงในคอลัมน์รูปแบบการระบุแหล่งที่มา (ไม่ใช่แบบโดยตรง) เพื่อเลือกรูปแบบการระบุแหล่งที่มาที่จะเปรียบเทียบ

หมายเหตุ: Google Analytics 4 ใช้คลิกสุดท้ายเป็นรูปแบบการระบุแหล่งที่มาสําหรับ Conversion ทั้งหมดที่ส่งออกไปยัง Google Ads เฉพาะ Conversion ซึ่งมีคลิกที่ไม่ใช่โดยตรงครั้งสุดท้ายที่มาจาก Google Ads เท่านั้นที่จะส่งออกไปยัง Google Ads ได้ แม้ว่าจะเลือกรูปแบบการระบุแหล่งที่มาที่ไม่ใช่คลิกสุดท้ายใน Google Ads ก็ตาม หากต้องการเปรียบเทียบ Conversion สําหรับรูปแบบการระบุแหล่งที่มาใน Google Ads กับรูปแบบการระบุแหล่งที่มาใน Google Analytics 4 คุณต้องเลือกคลิกสุดท้ายบนแชแนลแบบมีค่าใช้จ่ายและแบบทั่วไปเพื่อรับการเปรียบเทียบข้อมูลที่แม่นยำ

ปรับแต่งรายงาน

คลิกแก้ไขการเปรียบเทียบ เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งที่แสดงในรายงาน ในแผงปรับแต่งรายงาน คุณสามารถเพิ่มตัวกรองหรือเปลี่ยนเวลาในการรายงานได้

ตัวกรอง

รายงานจะแสดงข้อมูลจากผู้ใช้ทุกคน คลิกชื่อตัวกรองเพื่อแก้ไขหรือเพิ่มตัวกรอง

เวลาในการรายงาน

ค่าเริ่มต้นคือเวลาที่เกิด Conversion

  • เวลาที่เกิด Conversion: แสดงเครดิตที่มีการระบุแหล่งที่มาสำหรับทุกทัชพอยต์ที่เกิดขึ้นในกรอบเวลา Conversion ก่อนที่จะเกิด Conversion ในช่วงเวลาที่ระบุ โปรดทราบว่าทัชพอยต์เหล่านี้อาจเกิดขึ้นก่อนช่วงเวลาที่ระบุ
  • เวลาในการโต้ตอบ: แสดงเครดิตที่มีการระบุแหล่งที่มาสำหรับทุกทัชพอยต์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ระบุ โปรดทราบว่า Conversion อาจเกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่ระบุ

แชร์ ดาวน์โหลด หรือส่งออกรายงาน

คลิกแชร์รายงานนี้  ที่ด้านขวาบนเพื่อแชร์ ดาวน์โหลด หรือส่งออกข้อมูลที่แสดงในตารางในปัจจุบัน

ทำความเข้าใจข้อมูล

ตารางข้อมูลจะแสดงข้อมูลที่แบ่งย่อยตามมิติข้อมูลกลุ่มแชแนลเริ่มต้น โดยจะแสดง 2 เมตริกที่คํานวณตามรูปแบบการระบุแหล่งที่มาที่เลือกสําหรับแต่ละแชแนล ได้แก่

  • Conversion: จํานวน Conversion ที่ระบุว่ามาจากมิติข้อมูลที่เลือก
  • รายได้: จํานวนรายได้ที่ระบุว่ามาจากมิติข้อมูลที่เลือก

เมตริกรายได้ในรายงานใช้วิธีการคํานวณเดียวกับที่ใช้สําหรับเมตริกรายได้จากการซื้อ

คอลัมน์ % การเปลี่ยนแปลงจะแสดงเปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของ Conversion และรายได้เมื่อใช้รูปแบบการระบุแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

มิติข้อมูลที่ระบุแหล่งที่มาไม่ได้

ในบางกรณี Analytics จะไม่สามารถแสดงค่ามิติข้อมูลได้เนื่องจากค่าขาดหายไปหรือไม่พร้อมใช้งาน ดังนั้นรายงานอาจแสดงค่าต่อไปนี้อย่างน้อย 1 ค่า เพื่อให้ข้อมูลเครดิตรายได้และ Conversion ที่ได้รับทั้งหมดมีความถูกต้องแม่นยำ

ค่า คำจำกัดความ
(not set) (not set) เป็นชื่อตัวยึดตำแหน่งที่ Analytics ใช้เมื่อไม่ได้รับข้อมูลสำหรับมิติข้อมูลที่คุณเลือกไว้ ตัวอย่างเช่น URL ที่ติดแท็กด้วยตนเองอาจไม่มีพารามิเตอร์ เช่น แคมเปญ แหล่งที่มา หรือสื่อ
Unassigned

Unassigned คือค่าที่ Analytics ใช้เมื่อไม่มีกฎแชแนล อื่นๆ ที่ตรงกับข้อมูลเหตุการณ์ 

Direct

Direct คือค่าที่ Analytics ใช้เมื่อไม่มีข้อมูลเส้นทางที่ให้เครดิตกับ Conversion ตัวอย่างเช่น การนําเข้าข้อมูล

Unattributable ไม่สามารถให้เครดิตสําหรับมิติข้อมูลที่คุณเลือก   
(Other) (Other) คือค่าที่ Analytics ใช้กับแถวรวมเนื่องจากขีดจำกัดของ Cardinality ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม

เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
false
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
15052621172792906481
true
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
true
true