อีคอมเมิร์ซ

[GA4] ตั้งค่าเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซ

ทําความเข้าใจลักษณะการโต้ตอบของผู้ใช้กับผลิตภัณฑ์และบริการที่คุณขาย

การทราบลักษณะการโต้ตอบของผู้ใช้กับผลิตภัณฑ์และบริการที่คุณขายจะช่วยในการปรับปรุงประสบการณ์การช็อปปิ้งบนเว็บไซต์หรือแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่อีคอมเมิร์ซให้ดีขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถวัดเพื่อหาผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้ดูบ่อยที่สุด รวมถึงผลที่โฆษณาแฝง โปรโมชัน และแบนเนอร์มีต่อเหตุการณ์สำคัญ

คุณพอจะมีเวลาสัก 3 นาทีไหม โปรดช่วยเราปรับปรุงเอกสารประกอบเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซของ GA4 โดยตอบแบบสํารวจออนไลน์สั้นๆ

รวบรวมข้อมูลอีคอมเมิร์ซ

หากต้องการรวบรวมข้อมูลอีคอมเมิร์ซ คุณต้องเพิ่มเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซลงในเว็บไซต์ แอป หรือคอนเทนเนอร์ Google Tag Manager เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่มีความหมายหากขาดบริบทเพิ่มเติม ระบบจึงไม่ส่งเหตุการณ์เหล่านี้โดยอัตโนมัติ เมื่อคุณเพิ่มเหตุการณ์และมีคนใช้เว็บไซต์หรือแอปของคุณ Analytics จะเริ่มแสดงข้อมูลอีคอมเมิร์ซ 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละเหตุการณ์ได้ที่หัวข้อวัดอีคอมเมิร์ซ

หมายเหตุ: หากคุณจัดการเว็บไซต์โดยใช้ Shopify เป็นเครื่องมือสร้างเว็บไซต์หรือ CMS เหตุการณ์บางอย่างจะได้รับการติดตามโดยอัตโนมัติผ่าน Shopify Pixel

ใช้เมนูแบบเลื่อนลงต่อไปนี้เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับวิธีส่งเหตุการณ์

แท็ก Google (เว็บไซต์)

คุณสามารถวางเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซที่ใดก็ได้ใต้ส่วนที่คุณวางแท็ก Google ตัวอย่างเช่น ทุกตำแหน่งต่อไปนี้เหมาะสําหรับวางเหตุการณ์

<!DOCTYPE html>
<html lang="th">
<head>
    <!-- วางแท็กที่นี่ -->
    <!-- วางเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซที่นี่ -->
    
    <title>ชื่อของหน้าเว็บ</title>
    <!-- วางเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซที่นี่ -->
</head>
<body>
    <!-- วางเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซที่นี่ -->
    <!-- ส่วนของเว็บไซต์ที่แสดงต่อผู้ใช้ -->
    <!-- วางเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซที่นี่ -->
</body>
</html>

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีส่งเหตุการณ์ได้ที่หัวข้อตั้งค่าเหตุการณ์ ดูข้อมูลเกี่ยวกับการวางแท็ก Google ได้ที่เกี่ยวกับแท็ก Google

Google Tag Manager (เว็บไซต์)

คุณวางเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซไว้ที่ใดก็ได้ในชั้นข้อมูล เมื่อเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซอยู่ในชั้นข้อมูลและคุณได้สร้างแท็กการกําหนดค่า Google Analytics 4 แล้ว ให้สร้างแท็กเหตุการณ์ Google Analytics 4 สําหรับเหตุการณ์ดังกล่าว
ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อสร้างแท็กเหตุการณ์ Google Analytics 4 สําหรับเหตุการณ์ที่ต้องการ
  1. ใน Google Tag Manager ให้คลิกแท็ก > ใหม่
  2. คลิกการกําหนดค่าแท็ก > Google Analytics: เหตุการณ์ GA4
  3. เลือกแท็กการกําหนดค่า Google Analytics 4 ในแท็กการกําหนดค่า
  4. ป้อนชื่อเหตุการณ์ (เช่น view_item_list) ในชื่อเหตุการณ์
  5. เพิ่มแถวสําหรับพารามิเตอร์ระดับเหตุการณ์แต่ละรายการในพารามิเตอร์เหตุการณ์
    พารามิเตอร์ระดับเหตุการณ์คือพารามิเตอร์ที่คุณรวมไว้ภายในเหตุการณ์ นอกอาร์เรย์ items เช่น พารามิเตอร์ item_list_id และ item_list_name ในเหตุการณ์ view_item_list
  6. ในชื่อพารามิเตอร์ ให้ป้อนชื่อของพารามิเตอร์
  7. ในค่า ให้คลิก + ข้างช่องที่ต้องการ แล้วเลือกตัวแปรที่มีอยู่ หรือเพิ่มตัวแปรใหม่
  8. บันทึกและนําคอนเทนเนอร์ไปใช้จริง

เมื่อต้องการเรียกเหตุการณ์ตามเงื่อนไข (เช่น เมื่อมีผู้คลิกปุ่ม) ให้สร้างทริกเกอร์ แล้วนำไปเพิ่มในแท็กเหตุการณ์ Google Analytics 4

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีส่งเหตุการณ์ได้ที่หัวข้อตั้งค่าเหตุการณ์ สําหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละเหตุการณ์ รวมถึงเกี่ยวกับพารามิเตอร์อีคอมเมิร์ซ โปรดดูหัวข้อวัดอีคอมเมิร์ซ

Google Analytics สําหรับ Firebase (แอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่)

เมื่อติดตั้ง SDK ของ Google Analytics สําหรับ Firebase แล้ว ให้ดูเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซที่ต้องการจากส่วนวัดอีคอมเมิร์ซในเอกสารของ Firebase เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเหมือนกับเหตุการณ์บนเว็บ แต่ข้อมูลโค้ดจะแตกต่างไปตามภาษาโปรแกรมที่ใช้
หากติดตั้ง SDK ของ Google Analytics สําหรับ Firebase แล้ว คุณยังเพิ่ม Tag Manager ลงในแอปเพื่อให้กําหนดค่าเหตุการณ์และพารามิเตอร์ภายใน Tag Manager จากระยะไกลได้ด้วย

ตรวจสอบการกําหนดค่าแบบเรียลไทม์

รายงานและการสํารวจอาจใช้เวลาสูงสุด 24 ชั่วโมงจึงจะใส่ข้อมูลอีคอมเมิร์ซ ในระหว่างนี้ คุณสามารถตรวจสอบว่าได้ตั้งค่าเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซอย่างถูกต้องหรือไม่โดยเปิดใช้โหมดแก้ไขข้อบกพร่อง เมื่อเปิดใช้โหมดแก้ไขข้อบกพร่องแล้ว คุณจะใช้ DebugView เพื่อดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้

เพิ่มพารามิเตอร์ในเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซ

พารามิเตอร์ให้บริบทเกี่ยวกับวิธีที่ลูกค้าโต้ตอบกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คุณขาย ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการเฉพาะเจาะจงที่คุณขายจะอยู่ที่ระดับสินค้า (ในอาร์เรย์ items) ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับการโต้ตอบของผู้ใช้กับผลิตภัณฑ์หรือบริการเหล่านั้นจะอยู่ที่ระดับเหตุการณ์ (นอกอาร์เรย์ items)

ตัวอย่างเช่น มีคนคลิกปุ่ม "ซื้อ" ในเว็บไซต์ ซึ่งทําให้เหตุการณ์ purchase เริ่มทํางาน นอกจากเหตุการณ์ purchase คุณสามารถรวมจํานวนเงินทั้งหมดที่ลูกค้าใช้จ่าย (ที่ระดับเหตุการณ์) และราคาของสินค้าหนึ่งๆ (ที่ระดับสินค้า) ได้ด้วย

ข้อมูลโค้ดสําหรับแท็ก Google ต่อไปนี้จะแสดงว่าพารามิเตอร์เหล่านี้ไปที่ใด

gtag("event", "view_item", {
  // Event-level parameters
  items: [
    {
      // Item-level parameters
    }
  ]
});

พารามิเตอร์อีคอมเมิร์ซที่แนะนําจะได้รับการรวบรวมไว้ในมิติข้อมูลและเมตริกใน Analytics โดยอัตโนมัติเพื่อใช้กับการรายงาน พารามิเตอร์ที่เป็นแอตทริบิวต์ของข้อมูล (เช่น สีหรือขนาดของเสื้อ) จะสร้างมิติข้อมูล ส่วนพารามิเตอร์ที่เป็นการวัดเชิงปริมาณ (เช่น จำนวน ค่าเฉลี่ย อัตราส่วน และเปอร์เซ็นต์) จะสร้างเมตริก

หากคุณส่งพารามิเตอร์ที่กําหนดเองในเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซ และต้องการดูพารามิเตอร์เหล่านั้นในการรายงาน โปรดดูหัวข้อมิติข้อมูลและเมตริกที่กําหนดเอง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งค่าพารามิเตอร์เหตุการณ์ได้ที่ตั้งค่าพารามิเตอร์เหตุการณ์

ทําความเข้าใจเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซ

Google Analytics มีเหตุการณ์ที่กําหนดไว้ล่วงหน้าจํานวนหนึ่งซึ่งจะช่วยให้คุณเริ่มรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะการโต้ตอบของผู้ใช้กับร้านค้าได้ เนื่องจากเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซจะสร้างมิติข้อมูลและเมตริกโดยอัตโนมัติ และ Google จะคํานวณเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์มากขึ้น คุณจึงควรใช้เหตุการณ์เหล่านี้แทนการสร้างเหตุการณ์ที่กําหนดเอง

โปรโมชัน

โปรโมชันเป็นการโฆษณาส่วนหนึ่งของเว็บไซต์หรือแอปจากอีกส่วนหนึ่งของเว็บไซต์หรือแอป ตัวอย่างเช่น โปรโมชันอาจมีแบนเนอร์และกล่องป๊อปอัปที่ดึงดูดให้ลูกค้าสนใจการอัปเดตและส่วนลดที่สําคัญต่อธุรกิจของคุณ

คุณสามารถวัดเพื่อดูว่าผู้ใช้โต้ตอบกับโปรโมชันเมื่อใดและเพื่อให้เห็นผลของโปรโมชันเหล่านั้นต่อเหตุการณ์สำคัญด้วยการเพิ่มเหตุการณ์ view_promotion และ select_promotion โปรดอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อใช้โปรโมชัน

เมื่อเพิ่มเหตุการณ์ดังกล่าวในเว็บไซต์หรือแอป อย่าลืมใส่พารามิเตอร์ promotion_id และ promotion_name ระดับเหตุการณ์ เนื่องจากทั้งคู่จะช่วยให้คุณสามารถระบุโปรโมชันที่ผู้ใช้โต้ตอบด้วย คุณจะใส่ชื่อและรหัสโปรโมชันหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องกําหนดชื่อและรหัสที่ตรงกันทั้งเว็บไซต์หรือแอป

หากต้องการวัดผลเมื่อมีผู้ซื้อสินค้าหลังจากที่ดูหรือคลิกโปรโมชัน ให้เพิ่มพารามิเตอร์ promotion_id หรือ promotion_name อย่างน้อย 1 รายการลงในเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซที่เกิดขึ้นตามมาทุกรายการ

การคืนเงิน

คุณสามารถวัดการคืนเงินแบบเต็มจํานวนและบางส่วนได้โดยใช้เหตุการณ์ refund การคืนเงินเต็มจํานวนจะรวมสินค้าทั้งหมดที่ซื้อ ขณะที่การคืนเงินบางส่วนจะรวมเฉพาะสินค้าบางรายการที่ซื้อเท่านั้น ตรวจสอบว่าได้รวมสินค้าที่คืนเงินแต่ละรายการไว้ในอาร์เรย์ items ไม่ว่าคุณจะคืนเงินเต็มจํานวนหรือบางส่วนก็ตาม สําหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูหัวข้อการซื้อหรือการคืนเงิน

ดูข้อมูลอีคอมเมิร์ซ

ข้อมูลอีคอมเมิร์ซจะสร้างมิติข้อมูลและเมตริกที่คุณเข้าถึงได้ใน Google Analytics, BigQuery และโดยการใช้ Google Analytics Data API

รายงานการซื้อผ่านอีคอมเมิร์ซและภาพรวมการสร้างรายได้จะแสดงข้อมูลอีคอมเมิร์ซโดยอัตโนมัติ การสํารวจ, BigQuery และ Data API ให้คุณทําการวิเคราะห์เฉพาะกิจและสร้างเครื่องมือที่กําหนดเองนอก Analytics ได้ ดูวิธีวิเคราะห์ข้อมูลอีคอมเมิร์ซได้จากโซลูชันการสํารวจอีคอมเมิร์ซ

หน้านี้อาจมีเนื้อหาที่แปลโดยใช้เทคโนโลยี AI การแปลโดย AI อาจมีข้อผิดพลาด

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม

เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
เมนูหลัก
1773046661742380272
true
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
false
true
true
true
true
true
69256
false
false
false
false
false