อย่าอัปโหลดไฟล์ที่มีคีย์ซ้ำกัน (เช่น 2 ช่องที่ชื่อว่า user_id)
คุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการแบ่งกลุ่มผู้ใช้และกลุ่มเป้าหมายรีมาร์เก็ตติ้งได้ด้วยการนําเข้าข้อมูลเมตาของผู้ใช้ซึ่งจัดเก็บนอก Analytics เช่น คะแนนความภักดี วันที่ซื้อครั้งล่าสุด และมูลค่าตลอดอายุการใช้งานของลูกค้าจากระบบ CRM
วิธีการทำงานของเครื่องมือนำเข้าข้อมูลผู้ใช้
ในการนําเข้าข้อมูลผู้ใช้ให้สําเร็จ คุณต้องเชื่อมโยงข้อมูลของคุณกับข้อมูล Analytics โดยใช้คีย์ใดคีย์หนึ่งต่อไปนี้
- รหัสสตรีม บวกกับ Client-ID (เว็บ) หรือรหัสอินสแตนซ์ของแอป (แอป) ที่ Analytics สร้างขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่ง
- ตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันซึ่งคุณสร้างให้ผู้ใช้แต่ละราย เช่น คุณอาจได้รับ User-ID จากบริการตรวจสอบสิทธิ์ในเว็บไซต์หรือแอป หรือโดยการดึงรหัสจากระบบ CRM จากนั้นให้เพิ่มตัวระบุที่ไม่ซ้ำกัน (แฮชเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้) ลงในโค้ดการวัดแล้วส่งไปยัง Analytics พร้อมเหตุการณ์
Analytics ใช้ 1) รหัสสตรีม และ Client-ID หรือรหัสอินสแตนซ์ของแอป หรือ 2) ตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันเป็นคีย์สําหรับจับคู่ผู้ใช้กับข้อมูลที่อัปโหลด
คุณเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้ได้เมื่อนําเข้าข้อมูล
ระบบจะจัดเก็บข้อมูลที่อัปโหลดไว้ในมิติข้อมูลผู้ใช้ และจะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์หลังจากนั้นทั้งหมดที่ผู้ใช้เรียกให้แสดงซึ่งคุณระบุผ่านกระบวนการนี้หลังจากการอัปโหลด
การจัดเก็บตัวระบุผู้ใช้ใน Analytics
คุณสามารถจัดเก็บตัวระบุผู้ใช้ใน Analytics โดยใช้มิติข้อมูลรหัสผู้ใช้ ดูวิธีตั้งค่ารหัสผู้ใช้
สร้างมิติข้อมูลที่กําหนดเอง
คุณต้องสร้างมิติข้อมูลที่กําหนดเองก่อนอัปโหลดข้อมูล
สร้างมิติข้อมูลที่กําหนดเองที่กําหนดขอบเขตระดับผู้ใช้สําหรับค่าที่คุณต้องการนําเข้า ตัวอย่างเช่น คุณอาจสร้างมิติข้อมูลที่กําหนดเอง "ระดับความภักดีของผู้ใช้" ด้วยพร็อพเพอร์ตี้ผู้ใช้ "loyalty_tier"
เมื่อสร้างมิติข้อมูลที่กําหนดเองแล้ว Analytics ต้องการเวลาสูงสุดไม่เกิน 4 ชั่วโมงก่อนที่จะพร้อมจดจําข้อมูลที่คุณนําเข้า (คุณตรวจสอบได้ว่ามิติข้อมูลที่กําหนดเองได้รับการประมวลผลหรือไม่โดยการเปิดการสํารวจ แล้วตรวจสอบเพื่อดูว่ามีพร็อพเพอร์ตี้ผู้ใช้หรือไม่ในเครื่องมือเลือกมิติข้อมูล)
สร้างไฟล์ CSV
สร้างไฟล์ CSV ของตัวระบุผู้ใช้และค่าพร็อพเพอร์ตี้ผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น
| user_id | loyalty_tier |
|---|---|
| A1234 | ทอง |
| J1234 | ทองแดง |
| K1234 | เงิน |
| R1234 | เงิน |
อัปโหลดข้อมูล
โปรดดูขั้นตอนการอัปโหลดทั่วไปในหัวข้อเกี่ยวกับการนําเข้าข้อมูล
เมื่อสร้างแหล่งข้อมูล ให้เลือกข้อมูลผู้ใช้ตาม User-IDหรือข้อมูลผู้ใช้ตาม Client-ID โดยขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณใช้เพื่อระบุผู้ใช้ (User-ID หรือ Client-ID/รหัสอินสแตนซ์ของแอป + รหัสสตรีม)
เมื่อจับคู่ช่อง Analytics กับช่องที่นําเข้า คุณจะเห็นข้อมูลดังต่อไปนี้
ในคอลัมน์แรก คุณจะเห็น
- ช่อง Analytics (ในกรณีนี้คือ User-ID) ที่คุณผสานรวมข้อมูล เรียกอีกอย่างว่าคีย์ของสคีมา
- พร็อพเพอร์ตี้ผู้ใช้สําหรับมิติข้อมูลที่กําหนดเองที่คุณสร้างไว้ใน Analytics ที่ตรงกับช่องใน CSV (ในตัวอย่างก่อนหน้านี้ มิติข้อมูลที่กําหนดเองคือ "ระดับความภักดีของผู้ใช้" ที่ใช้พร็อพเพอร์ตี้ผู้ใช้ "loyalty_tier")
ในคอลัมน์ที่ 2 ให้คุณเลือกช่องที่ตรงกันใน CSV ดังนี้
หลังจากที่อัปโหลดข้อมูลแล้ว ระบบอาจใช้เวลาสูงสุด 24 ชั่วโมงเพื่อให้ Analytics แสดงข้อมูลในรายงาน กลุ่มเป้าหมาย และการสํารวจ
สถานะการนําเข้าข้อมูล "% ที่นำเข้าแล้ว" และ "อัตราการจับคู่" จะว่างเปล่าเสมอ ระบบไม่รองรับสถิติคุณภาพของข้อมูลสําหรับประเภทการนําเข้ารหัสผู้ใช้
- ผู้ใช้ที่คุณระบุจะต้องมีส่วนร่วมกับเว็บไซต์หรือแอปหลังจากที่คุณอัปโหลดข้อมูล เพื่อให้พร็อพเพอร์ตี้ผู้ใช้เหล่านั้นเชื่อมโยงกับกิจกรรมของผู้ใช้ในการรายงานได้
- ข้อมูลผู้ใช้ที่นำเข้าจะใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินคุณสมบัติของผู้ใช้สำหรับกลุ่มเป้าหมาย Google Analytics ที่มีอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องมีกิจกรรมจากผู้ใช้เพิ่มเติม
คุณเขียนทับค่ามิติข้อมูลผู้ใช้ได้โดยการอัปโหลดค่าใหม่ หรือรวบรวมค่าใหม่ผ่านโค้ดการวัด
การลบแหล่งข้อมูลผู้ใช้จากบริการอัปโหลดข้อมูลจะไม่ลบค่าที่เก็บไว้ในมิติข้อมูลผู้ใช้สำหรับผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ และหากใช้ร่วมกับวิธีการรวบรวมข้อมูลอื่นๆ ทั้งหมด คุณอาจต้องลบผู้ใช้หรือลบข้อมูลเพื่อนำข้อมูลที่อัปโหลดผ่านการนำเข้าข้อมูลออกด้วย หากจำเป็น
รายละเอียดแหล่งข้อมูล
Legend
- ระดับ: ระดับเป็นตัวกําหนดว่าเหตุการณ์ใดจะเชื่อมโยงกับค่ามิติข้อมูลที่นำเข้า มิติข้อมูลที่กําหนดเองสามารถมีได้ 1 จาก 3 ระดับ ดังนี้
- เหตุการณ์: ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ (เช่น ชื่อเหตุการณ์)
- ผู้ใช้: ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ (เช่น ระดับความภักดี)
- สินค้า: ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลที่คุณรวบรวมในอาร์เรย์สินค้าภายในเหตุการณ์อีคอมเมิร์ซ
- คีย์ของสคีมา: แสดงมิติข้อมูลหรือเมตริกคีย์ ระบบจะใช้คีย์ในการผูกข้อมูลที่คุณอัปโหลดกับข้อมูลที่มีอยู่ในเหตุการณ์ของแหล่งข้อมูลประเภทนี้
- ข้อมูลที่นําเข้า: แสดงมิติข้อมูลและเมตริกที่ใช้ได้กับข้อมูลที่คุณอัปโหลดไปยัง Analytics
มิติข้อมูลและเมตริกที่แสดงสําหรับสคีมานั้นใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้นและอาจยังไม่สมบูรณ์ ส่วนมิติข้อมูลและเมตริกจริงที่พร้อมใช้งานจะปรากฏในอินเทอร์เฟซผู้ใช้เมื่อคุณสร้างแหล่งข้อมูล
| ขอบเขต | ผู้ใช้ |
|---|---|
| คีย์ของสคีมา |
ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
|
| ข้อมูลที่นำเข้า |
พร็อพเพอร์ตี้ผู้ใช้ |
| หมายเหตุ |
คุณไม่สามารถอัปโหลดหรือเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวบุคคลนั้นได้ด้วยการนำเข้าข้อมูลผู้ใช้ ดูข้อมูลเพิ่มเติม |
เทมเพลต
ต่อไปนี้คือตัวอย่างเทมเพลต CSV สําหรับข้อมูล Client-ID และข้อมูล User-ID หากคุณต้องการสร้างไฟล์อัปโหลดด้วยตนเอง ให้ใช้ตัวอย่างเหล่านี้เป็นแนวทาง
รหัสลูกค้า
| client_id | stream_id | user_property1 | user_property2 | user_property3 |
|---|---|---|---|---|
| 1234567890.1234567890 | 1234567 | user value 1 | user value 2 | user value 3 |
| 2345678901.2345678901 | 1234567 | user value 1 | user value 2 | user value 3 |
| 3456789012.3456789012 | 1234567 | user value 1 | user value 2 | user value 3 |
User-ID
| user_id | user_property1 | user_property2 | user_property3 |
|---|---|---|---|
| 123abc | user value 1 | user value 2 | user value 3 |
| 456def | user value 1 | user value 2 | user value 3 |
| 789ghi | user value 1 | user value 2 | user value 3 |
ค้นหารหัสสตรีม
- ในส่วนผู้ดูแลระบบ ในส่วนการเก็บรวบรวมและการแก้ไขข้อมูล ให้คลิกสตรีมข้อมูล
หมายเหตุ: ลิงก์ก่อนหน้าจะเปิดพร็อพเพอร์ตี้ Analytics ล่าสุดที่คุณเข้าถึง คุณต้องลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google เพื่อเปิดพร็อพเพอร์ตี้ คุณเปลี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ได้โดยใช้ตัวเลือกพร็อพเพอร์ตี้ คุณต้องเป็นผู้แก้ไขหรืออยู่ในระดับสูงกว่านั้น ที่ระดับพร็อพเพอร์ตี้ถึง ค้นหารหัสสตรีม
- เปิดสตรีมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
รหัสสตรีมจะอยู่ทางด้านซ้ายของส่วนหัวรายละเอียด
ขีดจํากัดการนําเข้าข้อมูลผู้ใช้
คุณสร้างแหล่งข้อมูลสําหรับข้อมูลผู้ใช้ได้สูงสุด 10 แหล่ง