รายงานการเข้าถึง

คุณสร้างรายงานการเข้าถึงเพื่อดูจำนวนผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกันในเครือข่าย Ad Manager ของ Google ของคุณได้

ข้อมูลรายงานการเข้าถึงแสดงจำนวนผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกันซึ่งเห็นโฆษณาจากผู้ลงโฆษณา คำสั่งซื้อ รายการโฆษณา หรือหน่วยโฆษณาต่างๆ ในเครือข่าย Ad Manager ของ Google ของคุณในช่วงเวลาหนึ่งๆ ข้อมูลรายงานการเข้าถึงจะใช้งานได้สูงสุด 1 ปี

รายงานการเข้าถึงไม่รวมการแสดงผลจาก Ad Exchange หรือ AdSense และแสดงเฉพาะข้อมูลการเข้าชมแบบมีการจองเท่านั้น

เคล็ดลับ: รายงานการเข้าถึงมีวิธีการรวมข้อมูลและการคำนวณการเข้าถึงที่อัปเดต วิธีการใหม่ดังกล่าวใช้กับรายงานการเข้าถึงเวอร์ชันก่อนหน้าไม่ได้และไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกับชุดข้อมูลในอดีต ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีคำนวณการเข้าถึง

สร้างรายงานการเข้าถึง

สร้างรายงานของคุณเองหรือจะใช้เทมเพลตรายงานการเข้าถึงซึ่งเลือกมิติข้อมูลและเมตริกไว้ให้แล้วก็ได้ ดูวิธีใช้เทมเพลตได้ที่เริ่มใช้รายงานจากเทมเพลต

  1. ลงชื่อเข้าใช้ Google Ad Manager
  2. คลิกการรายงาน แล้วคลิกรายงาน
  3. คลิกรายงานใหม่
  4. ในส่วน "ประเภทรายงาน" ให้คลิก แก้ไข แล้วเลือกการเข้าถึง คลิกเสร็จสิ้น
  5. เลือกช่วงวันที่
  6. เลือกมิติข้อมูลและเมตริกต่อไปนี้อย่างน้อย 1 รายการ
    หมายเหตุ: คุณอาจต้องระบุมิติข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ โดยขึ้นอยู่กับเมตริก Unique Reach ที่ต้องการ ได้แก่ "รหัสหน่วยโฆษณา" "รายการโฆษณา" "คำสั่งซื้อ" หรือ "ผู้ลงโฆษณา" คุณอาจต้องระบุมิติข้อมูลอื่นๆ ด้วยหากรายงานแยกแสดงรายละเอียดตามช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง
    • ผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกันทั้งหมด
      จำนวนผู้ชมที่ไม่ซ้ำกันทั้งหมดซึ่งเห็นโฆษณาจากผู้ลงโฆษณา คำสั่งซื้อ รายการโฆษณา หรือหน่วยโฆษณาต่างๆ ในเครือข่ายของคุณ เมตริกนี้เป็นผลมาจากการกรองผู้ใช้ที่ซ้ำกันจากแพลตฟอร์มต่างๆ ออก แต่ไม่ได้จำกัดเฉพาะจำนวนคุกกี้ของเว็บหรือตัวระบุอุปกรณ์เคลื่อนที่ (IDFA AdID) สำหรับสภาพแวดล้อมในแอป

    • การแสดงผลการเข้าถึงทั้งหมด
      จำนวนการแสดงผลทั้งหมดสำหรับผู้ชมที่ไม่ซ้ำซึ่งโฆษณาเข้าถึง

    • การแสดงผลเฉลี่ย/ผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกัน
      จำนวนการแสดงผลทั้งหมดโดยประมาณของผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกันแต่ละรายที่เครือข่ายของคุณเข้าถึง ค่านี้แสดงความถี่ที่กลุ่มเป้าหมายของคุณได้ดูโฆษณารายการหนึ่งๆ ใช้ได้เฉพาะเมื่อมีมิติข้อมูล "ประเทศ" อยู่ในรายงานเท่านั้น
      คำนวณโดยการนำ "การแสดงโฆษณาทั้งหมด" มาหารด้วย "การเข้าถึงทั้งหมด"

  7. (ไม่บังคับ) คลิกเพิ่มตัวกรองเพื่อจำกัดผลการค้นหาในรายงานให้แคบลง รายงานการเข้าถึงรองรับการกรองตามหน่วยโฆษณา คำสั่งซื้อ ผู้ลงโฆษณา รายการโฆษณา หรือประเทศ

    เลือกมิติข้อมูลก่อนที่จะกรองผลลัพธ์ของรายงานการเข้าถึง
  8. (ไม่บังคับ) ตั้งเวลาและแชร์รายงาน
  9. คลิกเรียกใช้

ลำดับเวลาความพร้อมของข้อมูล

เราได้ปรับปรุงเมตริกรายงานการเข้าถึงเพื่อให้ใช้ร่วมกับช่วงวันที่ที่กำหนดเองได้

เมื่อสิ้นสุดวันในแต่ละวันอิงตามเขตเวลาสหรัฐฯ/แปซิฟิก ระบบจะสร้างข้อมูลรายงานการเข้าถึงให้กับเครือข่ายทั้งหมด แต่อาจต้องใช้เวลาถึง 3 วันก่อนที่ข้อมูลจะแสดงใน Ad Manager

วิธีที่ Google ใช้คำนวณการเข้าถึง

ก่อนหน้านี้ Google Ad Manager อาศัยคุกกี้ในการคำนวณการเข้าถึง ตอนนี้การเข้าถึงจะคำนวณโดยใช้การรวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ประเภทต่างๆ ซึ่งใช้รูปแบบทางสถิติที่รวมการสังเกตพฤติกรรมกับสัญญาณอื่นๆ และพิจารณาการดูร่วมกัน

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในการคำนวณและการใช้วิธีการที่แตกต่างกัน ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานการเข้าถึงของ Google Ad Manager จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลจากแพลตฟอร์มอื่นๆ หรือแม้แต่รายงานการเข้าถึงของ Google Ad Manager เวอร์ชันก่อนหน้าหรือรายงานย้อนหลังโดยตรง แต่ละแพลตฟอร์มมีวิธีคำนวณ Unique Reach เป็นของตัวเอง จึงควรหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบโดยตรง

แม้จะไม่มีการสร้างการแสดงผลใหม่ๆ ขึ้น แต่การเข้าถึงก็เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ สำหรับแคมเปญ รายการโฆษณา หรือคำค้นหาที่มีระยะเวลานาน อัตราที่เพิ่มขึ้นจริงอาจค่อยๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

ประเทศที่รองรับ

คุณใช้รายงานการเข้าถึงเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่สร้างโดยแคมเปญที่กำหนดเป้าหมายไปยังประเทศที่รองรับได้

รายชื่อประเทศที่รองรับ

  • สหรัฐอเมริกา
  • แคนาดา
  • สหราชอาณาจักร
  • อาร์เจนตินา
  • ออสเตรเลีย
  • ออสเตรีย
  • บาห์เรน
  • เบลเยียม
  • บราซิล
  • บัลแกเรีย
  • แคนาดา
  • ชิลี
  • โคลอมเบีย
  • คอสตาริกา
  • โครเอเชีย
  • สาธารณรัฐเช็ก
  • เดนมาร์ก
  • สาธารณรัฐโดมินิกัน
  • เอกวาดอร์
  • อียิปต์
  • เอลซัลวาดอร์
  • เอสโตเนีย
  • ฟินแลนด์
  • ฝรั่งเศส
  • เยอรมนี
  • กรีซ
  • กัวเตมาลา
  • ฮอนดูรัส
  • ฮ่องกง
  • ฮังการี
  • อินเดีย
  • อินโดนีเซีย
  • อิรัก
  • ไอร์แลนด์
  • อิสราเอล
  • อิตาลี
  • ญี่ปุ่น
  • จอร์แดน
  • คาซัคสถาน
  • เคนยา
  • คูเวต
  • ลัตเวีย
  • เลบานอน
  • ลิทัวเนีย
  • มาเลเซีย
  • เม็กซิโก
  • โมร็อกโก
  • เนเธอร์แลนด์
  • นิวซีแลนด์
  • นิการากัว
  • ไนจีเรีย
  • นอร์เวย์
  • โอมาน
  • ปากีสถาน
  • ปานามา
  • เปรู
  • ฟิลิปปินส์
  • โปแลนด์
  • โปรตุเกส
  • เปอร์โตริโก
  • กาตาร์
  • โรมาเนีย
  • สหพันธรัฐรัสเซีย
  • ซาอุดีอาระเบีย
  • เซอร์เบีย
  • สิงคโปร์
  • สโลวาเกีย
  • สโลวีเนีย
  • แอฟริกาใต้
  • เกาหลีใต้
  • สเปน
  • สวีเดน
  • สวิตเซอร์แลนด์
  • ไต้หวัน
  • ไทย
  • ตุรกี
  • ยูเครน
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • อุรุกวัย
  • เวเนซุเอลา
  • เวียดนาม

คำถามที่พบบ่อย

ขยายทั้งหมด ยุบทั้งหมด
ฉันควรทำอย่างไรหากระบบรายงานผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกันทั้งหมดเป็น "-"

เมื่อค่าน้อยกว่า 50 เครื่องหมายขีดกลาง ("-") หมายความว่าอัลกอริทึมของ Ad Manager ไม่สามารถคำนวณผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำด้วยวิธีที่มีนัยสำคัญทางสถิติและไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว

เพราะเหตุใดจำนวนรวมของ Unique Reach ในทุกหมวดหมู่ของเบราว์เซอร์และระบบปฏิบัติการจึงมากกว่าจำนวน Unique Reach โดยรวม
หากผู้ใช้เห็นแคมเปญในอุปกรณ์ 2 รายการที่มีระบบปฏิบัติการแตกต่างกัน ระบบจะนับผู้ใช้ดังกล่าวในระดับเบราว์เซอร์และระบบปฏิบัติการ แต่ในระดับรายการโฆษณาและระดับคําสั่งซื้อ ระบบจะนับเป็นบุคคลเดียวหลังจากกรองข้อมูลที่ซ้ำกันออก
ดังนั้น จึงเป็นไปได้ที่ผลรวมของ Unique Reach ในหมวดหมู่เบราว์เซอร์และหมวดหมู่ระบบปฏิบัติการทั้งหมดอาจมากกว่า Unique Reach ในระดับรายการโฆษณา
รายการโฆษณาของฉันมีการตั้งค่าความถี่สูงสุด เหตุใดความถี่ในการแสดงผลในรายงานการเข้าถึงจึงแตกต่างจากการตั้งค่าความถี่สูงสุด

การกำหนดความถี่สูงสุดใน Google Ad Manager หลักๆ แล้วเป็นเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพที่ใช้ในระดับอุปกรณ์/คุกกี้ ส่วนรายงานการเข้าถึงจะคำนวณความถี่ในการแสดงผลเฉลี่ยต่อผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกันในอุปกรณ์หลายเครื่องโดยใช้แบบจำลองตามความน่าจะเป็นและแบบจำลองที่กำหนดขึ้น

ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้อาจเห็นโฆษณาในอุปกรณ์หรือเบราว์เซอร์ต่างๆ และการเห็นโฆษณาแต่ละครั้งอาจนับรวมในการกำหนดความถี่สูงสุดแยกกัน อย่างไรก็ตาม รายงานการเข้าถึงอาจรวมการแสดงเหล่านี้ไว้ภายใต้ผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำรายเดียว ซึ่งอาจแสดงความถี่ในการแสดงผลเฉลี่ยสูงกว่าขีดจำกัดที่ตั้งไว้

ดังนั้น คุณจึงไม่ควรเปรียบเทียบความถี่ในการแสดงผลเฉลี่ยจากรายงานการเข้าถึงกับการตั้งค่าความถี่สูงสุดของรายการโฆษณาโดยตรง เมตริก "การแสดงผลเฉลี่ย/ผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกัน" ในรายงานการเข้าถึงแสดงค่าประมาณของความถี่ที่กลุ่มเป้าหมายซึ่งกรองข้อมูลที่ซ้ำกันออกได้ดูโฆษณา

Unique Reach ในเบราว์เซอร์และระบบปฏิบัติการทั้งหมดแตกต่างกันอย่างไร เมื่อเทียบกับ Unique Reach โดยรวม
"ไม่มีรายละเอียดของระบบปฏิบัติการ/เบราว์เซอร์" และ "มีรายละเอียดของระบบปฏิบัติการ/เบราว์เซอร์" จะคำนวณต่างกัน การรวมข้อมูลอัตโนมัติจะไม่เกิดขึ้นใน "ไม่มีรายละเอียดของระบบปฏิบัติการ/เบราว์เซอร์" เช่น จำนวนการเข้าถึง 10,000 ครั้งในแต่ละหมวดหมู่ (iOS และ Android) ไม่ได้หมายความว่าจำนวนการเข้าถึงโดยรวมคือ 20,000 ครั้ง เนื่องจากอาจมีรายการที่ทับซ้อนกัน ดังนั้น ในกรณีนี้การรวมดังกล่าวจึงไม่สมเหตุสมผล
ประเภทการควบคุมสำหรับคุกกี้ของบุคคลที่หนึ่งที่มีให้บริการสำหรับผู้ใช้มีอะไรบ้าง
ผู้ใช้สามารถเลือกไม่ใช้คุกกี้ได้โดยเปลี่ยนการตั้งค่าเบราว์เซอร์
ผู้เผยแพร่โฆษณายังสามารถจํากัดการใช้หรือเลือกไม่ใช้ตัวระบุผู้ใช้บุคคลที่หนึ่งได้ด้วย

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม

เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
true
เพิ่มรายได้ด้วยเคล็ดลับที่ปรับเปลี่ยนในแบบของคุณวันนี้เลย

ไปที่หน้าเคล็ดลับการเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับ Google Ad Manager เพื่อดูคําแนะนําที่ปรับเปลี่ยนในแบบของคุณ ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้ได้สูงสุด

เพิ่มรายได้เลย

ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
8152202314124738596
true
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
false
true
true
true
true
true
148
false
false
false
false