รายงานประสิทธิภาพ

รายงานประสิทธิภาพแสดงเมตริกที่สำคัญเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเว็บไซต์ในผลการค้นหาของ Google Search ซึ่งได้แก่ ความถี่ที่เว็บไซต์ปรากฏ อันดับเฉลี่ยในผลการค้นหา อัตราการคลิกผ่าน และฟีเจอร์พิเศษ (เช่น ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์) ที่เกี่ยวข้องกับผลการค้นหาของคุณ ใช้ข้อมูลนี้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการค้นหาของเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น

  • ดูว่าปริมาณการค้นหาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในช่วงเวลาที่ผ่านมา การค้นหามาจากที่ไหน และคำค้นหาใดมีแนวโน้มที่จะแสดงเว็บไซต์ของคุณมากที่สุด
  • เรียนรู้ว่าคำค้นหาใดเป็นการค้นหาบนสมาร์ทโฟน และนำมาใช้เพื่อปรับปรุงการกำหนดเป้าหมายมือถือ
  • ดูว่าหน้าใดมีอัตราการคลิกผ่านสูงสุด (และต่ำสุด) จากผลการค้นหาของ Google

 

เปิดรายงานประสิทธิภาพ

การกำหนดค่ารายงาน

มุมมองเริ่มต้นของรายงานจะแสดงจำนวนคลิกบนหน้าเว็บในผลการค้นหาของ Google ตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

  • เลือกเมตริกที่จะดูโดยเลือกแท็บเหนือแผนภูมิ เมตริกคือตัวเลขที่จะแสดง (การคลิก, การแสดงผล, อันดับ, CTR)
  • เลือกมิติข้อมูลที่จะแสดงโดยเลือกแท็บการจับกลุ่มข้อมูลในตาราง มิติข้อมูลจะเป็นตัวกำหนดวิธีการจัดกลุ่มข้อมูล ได้แก่ ตาม URL หน้าเว็บ ตามประเทศ ตามสตริงคำค้นหา และอื่นๆ
  • (ไม่บังคับ) กรองข้อมูลโดยเพิ่มหรือเปลี่ยนตัวกรอง
  • (ไม่บังคับ) เปรียบเทียบกลุ่มมิติข้อมูล เช่น เปรียบเทียบผลการค้นหาจากบราซิลกับจีน หรือเทียบข้อมูลรูปภาพกับข้อมูลเว็บ

 

การแชร์รายงาน

คุณแชร์รายละเอียดปัญหาได้โดยคลิกปุ่มแชร์ในหน้า ลิงก์นี้เพียงมอบสิทธิ์เข้าถึงหน้าปัจจุบันรวมถึงหน้าประวัติการตรวจสอบปัญหานี้แก่ทุกคนที่มีลิงก์เท่านั้น แต่ไม่ได้ให้สิทธิ์เข้าถึงหน้าอื่นๆ แก่สมาชิกของคุณ รวมถึงไม่ได้ทำให้ผู้ใช้ที่ได้รับการแชร์มีสิทธิ์ดำเนินการใดๆ ในพร็อพเพอร์ตี้หรือบัญชีของคุณ คุณเพิกถอนลิงก์ได้ตลอดเวลาด้วยการปิดการแชร์สำหรับหน้านี้

 

การอ่านแผนภูมิ

แผนภูมิจะแสดงจำนวนคลิกทั้งหมด จำนวนการแสดงผลทั้งหมด CTR เฉลี่ย (อัตราการคลิกผ่าน) และอันดับเฉลี่ยของพร็อพเพอร์ตี้ของคุณ โดยข้อมูลที่แสดงจะขึ้นอยู่กับแท็บที่คุณเลือก ข้อมูลในแผนภูมิจะรวบรวมตามพร็อพเพอร์ตี้ ดูคำอธิบายประเภทเมตริกเหล่านี้และวิธีการคำนวณได้ใน "ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเมตริก"

ข้อมูลในแผนภูมิจะรวบรวมตามพร็อพเพอร์ตี้เสมอ เว้นว่าคุณจะกรองตามหน้าหรือลักษณะที่ปรากฏในการค้นหา

ผลรวมของเมตริกแต่ละรายการจะแสดงอยู่ในแผนภูมิ ผลรวมในแผนภูมิอาจมากกว่าผลรวมในตาราง โดยมีสาเหตุดังต่อไปนี้

  • ตอนนี้ตารางแสดงผลลัพธ์ได้สูงสุด 1,000 แถวและ
  • เมื่อกรองตามหน้าเว็บหรือคำค้นหา ผลรวมของ "รายการที่ตรงกัน" และ "รายการไม่ตรงกัน" อาจรวมกันแล้วไม่เท่ากับผลรวมที่ไม่มีการกรอง เช่น การนำผลรวมของ "คำค้นหาที่มีคำว่าหนู" และ "คำค้นหาที่ไม่มีคำว่าหนู" มาบวกกันอาจไม่เท่ากับค่าของผลรวมเมื่อไม่มีการใช้ตัวกรองคำค้นหา ที่เป็นเช่นนี้เพราะระบบจะไม่แสดงคำค้นหาที่ไม่ระบุตัวบุคคลและจะตัดทอนข้อมูลออกเนื่องจากข้อจำกัดในการแสดงผล
  • เมื่อดูตามคำค้นหา ระบบจะไม่แสดงผลการค้นหาที่ไม่ระบุตัวบุคคล (ที่พบได้ยาก) ในตาราง

ดูมิติข้อมูล เมตริก และเกี่ยวกับข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจตัวเลขต่างๆ

การอ่านตาราง

ตารางจะแสดงข้อมูลที่จัดกลุ่มไว้ตามมิติข้อมูลที่เลือก (เช่น ตามคำค้นหา หน้าเว็บ หรือประเทศ)

ข้อมูลในตารางจะรวบรวมตามพร็อพเพอร์ตี้ เว้นว่าคุณจะกรองหรือดูผลการค้นหาตามหน้าเว็บหรือลักษณะที่ปรากฏในการค้นหา

ผลรวมในตารางอาจไม่เท่ากับผลรวมในแผนภูมิเนื่องจากสาเหตุหลายประการ โปรดดูสาเหตุในการอ่านแผนภูมิ

อ่านหัวข้อมิติข้อมูล เมตริก และเกี่ยวกับข้อมูลที่สอดคล้องกับข้อมูลของคุณเพื่อดูวิธีวิเคราะห์ข้อมูล

เหตุใดตารางรายงานจึงหายไป

ในบางกรณีที่ตารางไม่ได้เพิ่มข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ ไปยังแผนภูมิ จะไม่มีการแสดงตารางดังกล่าวในรายงาน ตัวอย่างเช่น หากคุณแสดงจำนวนคลิกในตารางที่จัดกลุ่มตามประเทศ และเปรียบเทียบสหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักร คุณจะเห็นตารางที่มีลักษณะดังนี้

ประเทศ การคลิกจากสหรัฐอเมริกา การคลิกจากสหราชอาณาจักร
สหรัฐอเมริกา               1,000 0
สหราชอาณาจักร 0           1,000

ตารางนี้ให้ข้อมูลเดียวกับที่แสดงอยู่ในกราฟแล้ว ดังนั้นจะไม่มีการแสดงตารางนี้

มิติข้อมูลและตัวกรอง

คุณจัดกลุ่มและกรองข้อมูลตามมิติข้อมูลต่อไปนี้ได้ หากต้องการจับกลุ่ม ให้เลือกแท็บมิติข้อมูลเหนือตาราง หากต้องการกรอง ให้อ่านที่นี่

คำค้นหา

หมายถึงสตริงคำค้นหาที่ผู้ใช้ค้นหาใน Google โดยระบบจะแสดงเฉพาะการค้นหาที่แสดงเว็บไซต์ของคุณเท่านั้น

คำค้นหาที่ไม่ระบุตัวบุคคล

คำค้นหาที่พบน้อยมาก (เรียกว่าคำค้นหาที่ไม่ระบุตัวบุคคล) จะไม่แสดงในผลลัพธ์ดังกล่าวเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ที่ทำการค้นหา ระบบจะไม่มีวันแสดงคำค้นหาที่ไม่ระบุตัวบุคคลในตาราง คำค้นหาที่ไม่ระบุตัวบุคคลจะไม่รวมอยู่ในผลรวมของแผนภูมิเมื่อคุณกรองตามคำค้นหา (ไม่ว่าจะเป็นคำค้นหาที่มีหรือไม่มีสตริงดังกล่าวก็ตาม)

หากเว็บไซต์มีคำค้นหาที่ไม่ระบุตัวบุคคลจำนวนมาก คุณอาจเห็นว่าผลรวมที่กรอง (คำค้นหาที่มีบางสตริง) และไม่ได้กรอง (คำค้นหาที่ไม่มีบางสตริง) แตกต่างกันอย่างมาก เพราะระบบจะไม่แสดงคำค้นหาที่ไม่ระบุตัวบุคคล

ข้อมูลจะรวบรวมตามพร็อพเพอร์ตี้เมื่อคุณจับกลุ่มหรือกรองตามคำค้นหา

เมื่อกรองตามคำค้นหา ข้อมูล Long tail ในตารางหรือแผนภูมิอาจหายไป เมื่อจับกลุ่มตามคำค้นหา เฉพาะข้อมูล Long tail ในตารางที่อาจหายไป โดยจะสังเกตเห็นได้ชัดที่สุดในเว็บไซต์ที่ใหญ่มากๆ

หากไม่เห็นคำค้นหาที่เพิ่งเห็นเมื่อเร็วๆ นี้ โปรดตรวจสอบว่าคุณไม่ได้เพิ่มตัวกรองที่ซ่อนผลการค้นหานั้นไว้

การใช้งานทั่วไป

  • ตรวจสอบคีย์เวิร์ดที่คาดว่าจะเจอในรายการคำค้นหา หากไม่พบคีย์เวิร์ดที่คุณคาดว่าจะเจอ เว็บไซต์ของคุณอาจไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดนั้น หากพบคำที่ไม่คาดว่าจะเจอ (เช่น "ไวอากร้า" หรือ "คาสิโน") อาจเป็นไปได้ว่าเว็บไซต์ของคุณโดนแฮ็ก
  • ค้นหาคำค้นหาที่มีการแสดงผลสูงและ CTR ต่ำ คำค้นหาเหล่านี้จะช่วยบอกให้รู้ว่าควรปรับเปลี่ยนชื่อและตัวอย่างข้อมูลที่จุดใดบ้างเพื่อให้ตรงตามความสนใจของผู้ใช้
  • ดูผลรวมของคำค้นหาที่มีชื่อแบรนด์หรือไม่มีชื่อแบรนด์ คุณอาจต้องดูจำนวนคำค้นหาที่แสดงเว็บไซต์ของคุณเมื่อผู้ใช้ระบุหรือไม่ระบุสตริงที่เจาะจง เช่น ชื่อแบรนด์ เนื่องจากระบบไม่นับคำค้นหาที่ไม่ระบุตัวบุคคลและข้อมูล Long tail จะหายไปเมื่อกรองตามคำค้นหา คุณจึงทำได้เพียงประมาณค่าดังกล่าว แต่โดยประมาณแล้ว เปอร์เซ็นต์ของคำค้นหาที่มีชื่อแบรนด์จะคำนวณได้จากสูตรต่อไปนี้
    (คำค้นหาที่มี "บางค่า")
    (คำค้นหาที่ไม่มี "บางค่า") + (คำค้นหาที่มี "บางค่า")
หน้า

URL สุดท้ายที่ลิงก์โดยผลการค้นหาหลังจากมีการข้ามการเปลี่ยนเส้นทางที่อาจเกิดขึ้น (ดูด้านล่าง)

ข้อมูลประสิทธิภาพทั้งหมดในรายงานนี้จะเป็นของ Canonical URL ของหน้า ไม่ใช่ URL ที่ซ้ำกัน ซึ่งหมายความว่าเมื่อผู้ใช้คลิก URL ที่ซ้ำกันในผลการค้นหา คลิกนั้นจะนับเป็นของ Canonical URL ไม่ใช่ URL ที่ผู้ใช้เข้าชม ดังนั้น รายงานประสิทธิภาพอาจแสดงจำนวนคลิกเป็น 0 สำหรับ URL ที่ซ้ำกันแม้ว่าบันทึกของเว็บไซต์ของคุณจะแสดงว่าผู้ใช้เข้าถึงหน้าดังกล่าวจาก Google Search ก็ตาม
 
คุณหา URL ตามรูปแบบบัญญัติสำหรับหน้าได้โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL

 

การเลือกมิติข้อมูลของหน้าจะรวบรวมข้อมูลตามหน้าเว็บ ไม่ใช่ตามพร็อพเพอร์ตี้ในตาราง กราฟจะรวบรวมข้อมูลตามพร็อพเพอร์ตี้ ไม่ว่ามิติข้อมูลจะเป็นอะไรก็ตาม

เมื่อจับกลุ่มตามหน้าเว็บ คุณอาจสูญเสียข้อมูล Long tail ในตาราง โดยจะสังเกตเห็นได้ชัดที่สุดในเว็บไซต์ที่ใหญ่มากๆ

การข้ามการเปลี่ยนเส้นทาง: URL ที่ Google แสดงสำหรับผลการค้นหาอาจแตกต่างจาก URL จริงของลิงก์ก็ได้ เช่น ลองนึกถึงเว็บไซต์ที่มีหน้า 2 เวอร์ชัน ได้แก่ example.com/mypage สำหรับผู้ใช้ในเดสก์ท็อป และ m.example.com/mypage สำหรับผู้ใช้ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ Google อาจแสดง URL สำหรับเดสก์ท็อปของทั้งการค้นหาบนเดสก์ท็อปและในอุปกรณ์เคลื่อนที่ แต่เป้าหมายของลิงก์ <a> จะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าการค้นหานั้นมาจากเดสก์ท็อปหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ สำหรับในเดสก์ท็อป ลิงก์ที่แสดงจริงจะชี้ไปยังหน้าเดสก์ท็อป สำหรับในอุปกรณ์เคลื่อนที่ ลิงก์นี้จะชี้ไปยังหน้าสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งเรียกว่าการข้ามการเปลี่ยนเส้นทาง
ประเทศ

ประเทศที่มีการค้นหาคำนั้นๆ เช่น การค้นหาจากแคนาดาหรือเม็กซิโก

อุปกรณ์

ประเภทอุปกรณ์ที่ผู้ใช้ใช้ค้นหา ได้แก่ เดสก์ท็อป แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ หากคุณมีพร็อพเพอร์ตี้แยกต่างหากสำหรับอุปกรณ์แต่ละประเภท (เช่น m.example.com สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่และ example.com สำหรับเดสก์ท็อป) คุณอาจเปรียบเทียบเมตริกระหว่างพร็อพเพอร์ตี้ 2 แห่งนี้ไม่ได้ ยกเว้นว่าจะใช้พร็อพเพอร์ตี้โดเมน

ประเภทการค้นหา

ประเภทการค้นหาของ Google ที่ผู้ใช้เรียกใช้ ได้แก่ การค้นเว็บ (ค่าเริ่มต้น) การค้นรูป การค้นวิดีโอ และอื่นๆ

เราไม่รองรับการจัดกลุ่มตามประเภทการค้นหาเนื่องจากรูปแบบของหน้าผลการค้นหาสำหรับการค้นหาประเภทต่างๆ นั้นแตกต่างกันอย่างมาก ตัวอย่างเช่น อันดับที่ 30 ของผลการค้นหารูปภาพอาจอยู่ในการค้นหาหน้าแรก แต่อันดับที่ 30 ของการค้นเว็บอาจอยู่ในหน้าที่ 3 ก็ได้

ระบบจะบันทึกข้อมูลแยกตามประเภทการค้นหา

จาก URL ที่ให้มา ระบบจะบันทึกการคลิกทั้งหมด การแสดงผล และข้อมูลอันดับแยกกันตามประเภทการค้นหา ตัวอย่างเช่น รูปภาพจะปรากฏทั้งในผลการค้นหาเว็บไซต์และผลการค้นหารูปภาพ แต่ระบบจะบันทึกการคลิก การแสดงผล และข้อมูลอันดับของรูปภาพดังกล่าวในผลการค้นหาเว็บไซต์และผลการค้นหารูปภาพแยกจากกัน

จากรูปภาพที่โฮสต์ไว้ในหน้า example.com/aboutme.html ที่ให้ไว้เป็นตัวอย่าง คุณอาจมีข้อมูลต่อไปนี้

ประเภทการค้นหา การแสดงผล การคลิก อันดับ
ภาพ 20 10 23
เว็บ 30 30   7
ลักษณะที่ปรากฏในการค้นหา

หมายถึงฟีเจอร์พิเศษของผลการค้นหา เช่น ประเภทผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์หรือ AMP

เรารองรับประเภทลักษณะที่ปรากฏในการค้นหาดังต่อไปนี้

การจัดมิติข้อมูลหรือการกรองตามลักษณะที่ปรากฏในการค้นหาจะรวบรวมข้อมูลตามหน้า ไม่ใช่ตามพร็อพเพอร์ตี้เฉพาะในตารางเท่านั้น ส่วนข้อมูลในกราฟจะยังคงจัดกลุ่มตามพร็อพเพอร์ตี้

รายการฟีเจอร์ตัวกรองจะแสดงเฉพาะตัวเลือกที่มีการแสดงผลเท่านั้น เช่น หากไม่มีผลลัพธ์ AMP คุณจะไม่เห็น AMP ในรายการตัวกรอง

ในหน้าเดียวกันนั้นอาจมีฟีเจอร์ของลักษณะที่ปรากฏในการค้นหาได้หลายอย่างในเซสชันเดียว แต่จะนับเป็นการแสดงผลเพียง 1 ครั้งสำหรับฟีเจอร์แต่ละประเภท ตัวอย่างเช่น หน้าหนึ่งอาจมีทั้งผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์และลิงก์ผลการค้นหาในคำค้นหาเดียว

จำนวนการคลิกที่กรองแล้ว

หากคุณกรองตามฟีเจอร์ผลการค้นหา เราจะรับประกันไม่ได้ว่าจำนวนการคลิกทั้งหมดของ URL หนึ่งๆ เป็นการคลิกลิงก์ที่มีฟีเจอร์ตามประเภทที่กรอง เนื่องจากเราจะถือว่าการคลิกเป็นของ URL ไม่ใช่ (URL + ฟีเจอร์) แต่เรารับประกันได้ว่าผู้ใช้เห็นลิงก์ที่มี URL และฟีเจอร์นี้ในชุดผลการค้นหาชุดเดียวกันกับตอนที่คลิกลิงก์ที่มี URL ดังกล่าว

ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ค้นหาคำว่า "รถใหม่" ใน Google ผลลัพธ์จะแสดงทั้งลิงก์ผลการค้นหาแบบมาตรฐานและลิงก์ AMP ที่ชี้ไปยังหน้าเดียวกันในเว็บไซต์ "ศูนย์รวมรถของวิชัย" และแน่นอนว่าการคลิกลิงก์ใดก็ตามใน 2 ลิงก์นี้จะนับเป็นลิงก์ของ URL เดียวกัน ในวันถัดไป วิชัย (เจ้าของเว็บไซต์) ได้เปิด Search Analytics สำหรับเว็บไซต์ของเขา จัดกลุ่มผลการค้นหาตามหน้าเว็บ กรองตามฟีเจอร์ AMP และพบว่า URL นั้นระบุว่ามีการคลิก 1 ครั้ง ไม่ว่าผู้ใช้จะคลิกลิงก์ AMP หรือลิงก์แบบมาตรฐาน

เมตริก

เลือกเมตริกที่จะแสดงโดยสลับไปยังแท็บที่ต้องการในรายงาน

เมตริกที่พร้อมให้คุณใช้งานมีดังนี้

  • การคลิก - จำนวนคลิกจากผลการค้นหาของ Google ที่นำผู้ใช้มายังพร็อพเพอร์ตี้ของคุณ ดูข้อมูลเพิ่มเติม
  • การแสดงผล - จำนวนลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณที่ผู้ใช้เห็นในผลการค้นหาของ Google ระบบจะนับการแสดงผลเมื่อผู้ใช้เข้าชมหน้าผลลัพธ์นั้นแม้ว่าผู้ใช้จะไม่เลื่อนลงมาดูผลลัพธ์ อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้ดูเฉพาะหน้า 1 แต่ผลลัพธ์อยู่ในหน้า 2 ระบบก็จะไม่นับเป็นการแสดงผล โดยจะนับรวมตามพร็อพเพอร์ตี้หรือหน้าเว็บ โปรดทราบว่าสำหรับการเลื่อนหน้าผลลัพธ์ได้ไม่รู้จบ (การค้นรูป) ผู้ใช้จะต้องเลื่อนลงมาดูรายการนั้น จึงจะนับเป็นการแสดงผล ดูข้อมูลเพิ่มเติม
  • CTR - อัตราการคลิกผ่าน หมายถึงจำนวนคลิกที่หารด้วยจำนวนการแสดงผล หากแถวข้อมูลใดไม่มีการแสดงผล CTR จะแสดงเป็นขีดกลาง (-) เพราะ CTR จะหารด้วย 0
  • อันดับเฉลี่ย - อันดับเฉลี่ยของผลลัพธ์ด้านบนสุดจากเว็บไซต์ของคุณ ตัวอย่างเช่น หากเว็บไซต์มี 3 ผลลัพธ์อยู่ที่อันดับ 2, 4 และ 6 ระบบจะรายงานอันดับดังกล่าวเป็น 2 หากข้อความค้นหาที่ 2 แสดงผลลัพธ์ที่อันดับ 3, 5 และ 9 อันดับเฉลี่ยจะเป็น (2 + 3)/2 = 2.5 หากแถวข้อมูลใดไม่มีการแสดงผล อันดับจะแสดงเป็นขีดกลาง (-) เพราะไม่มีอันดับ ดูข้อมูลเพิ่มเติม
  • อันดับ [ในตารางเท่านั้น] - ค่าอันดับในตารางแสดงอันดับเฉลี่ยในผลการค้นหาของรายการในแถวนั้นๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อจัดกลุ่มตามคำค้นหา อันดับนั้นก็จะเป็นอันดับเฉลี่ยของคำค้นหาดังกล่าวในผลการค้นหา ดูอันดับเฉลี่ยด้านบนเพื่อดูวิธีคำนวณค่าอันดับ

การกรองข้อมูล

คุณกรองข้อมูลตามมิติข้อมูลต่างๆ ได้ ตัวอย่างเช่น หากขณะนี้คุณจัดกลุ่มข้อมูลตามคำค้นหา คุณก็เพิ่มตัวกรอง "country='USA' AND device='Mobile'" ได้

วิธีเพิ่มตัวกรอง

  • คลิกป้ายกำกับ + NEW ข้างตัวกรองประเภทและตัวกรองวันที่ที่มีอยู่ในหน้าเว็บ

วิธีนำตัวกรองออก

  • คลิก ยกเลิก ข้างตัวกรองที่มีอยู่ คุณจะลบตัวกรองประเภทหรือตัวกรองวันที่ของการค้นหาไม่ได้

วิธีแก้ไขตัวกรอง

  • คลิกตัวกรองและรีเซ็ตค่า

การกรองข้อมูลตามคำค้นหาหรือ URL อาจส่งผลต่อผลรวม

การเปรียบเทียบข้อมูล

คุณจะเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างค่าที่แน่นอน 2 ค่าในมิติข้อมูลการจัดกลุ่มแบบใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการจัดกลุ่มที่เลือกไว้ในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น เมื่อจัดกลุ่มตามคำค้นหา คุณสามารถเปรียบเทียบการคลิกระหว่างสัปดาห์นี้กับสัปดาห์ก่อนได้ หรือจะเปรียบเทียบการคลิกจากสหรัฐอเมริกากับฝรั่งเศสก็ได้ การเปรียบเทียบตามหน้าเว็บหรือลักษณะที่ปรากฏในการค้นหาอาจทำให้การคำนวณเมตริกสำหรับ CTR, การแสดงผล และการคลิกมีการเปลี่ยนแปลงได้ ในกรณีที่เปรียบเทียบค่าสำหรับเมตริกเดียว ตารางผลลัพธ์จะแสดงคอลัมน์ความแตกต่าง เพื่อเปรียบเทียบค่าในแต่ละแถว

ตัวอย่างการเปรียบเทียบที่เป็นประโยชน์

  • จัดเรียงตามความแตกต่างเพื่อดูคำค้นหาที่มีการเปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
  • เปรียบเทียบการค้นหาทั้งหมดบนเว็บไซต์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่กับการค้นหาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่บนเว็บไซต์สำหรับเดสก์ท็อป หากคุณมีเว็บไซต์ในเวอร์ชันอุปกรณ์เคลื่อนที่และไม่ใช่อุปกรณ์เคลื่อนที่ (m.example.com และ www.example.com) และมีการกำหนดค่าเว็บไซต์อย่างถูกต้อง คุณจะเห็นการค้นหาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่บนเว็บไซต์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่เพิ่มมากขึ้น เปิดรายงานการวิเคราะห์การค้นหาที่แยกไว้สำหรับแต่ละเว็บไซต์และเปรียบเทียบการค้นหาจากอุปกรณ์เคลื่อนที่บนเว็บไซต์สำหรับเดสก์ท็อป (www.example.com) กับการค้นหาทั้งหมดบนเว็บไซต์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ (m.example.com)
คุณจะเปรียบเทียบข้อมูลได้ครั้งละ 1 มิติข้อมูลเท่านั้น (วันที่ คำค้นหา และอื่นๆ) การเพิ่มการเปรียบเทียบใหม่ในมิติข้อมูลการจัดกลุ่มอื่นจะเป็นการนำการเปรียบเทียบเดิมออก ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังเปรียบเทียบการคลิกในสัปดาห์นี้กับสัปดาห์ก่อน (วันที่) แล้วเพิ่มการเปรียบเทียบระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น (ประเทศ) ช่วงวันที่จะรีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้น

หากเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม 2 กลุ่ม โดยที่กลุ่มหนึ่งมีค่าน้อยมากแต่อีกกลุ่มหนึ่งมีค่ามาก กลุ่มที่มีค่าน้อยมากจะแสดง ~ ในแถวเพื่อระบุว่าไม่มีตัวเลขที่จะแสดง ตัวอย่างเช่น หากเปรียบเทียบการแสดงผลของคำค้นหาระหว่างเยอรมนีและไทย แถวผลการค้นหา "Deutsche Bundesbank" อาจแสดงตัวเลขการแสดงผลสำหรับเยอรมนี และแสดง ~ (ไม่มีข้อมูล) สำหรับไทย เพราะจำนวนการแสดงผลสำหรับไทยอยู่ปลายแถวผลการค้นหาที่ยาวมาก ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผลการค้นหาเป็น 0 เสมอไป แต่ผลการค้นหาปรากฏอยู่ลึกมากในกลุ่มนั้น อย่างไรก็ตาม หากกรองตามค่าที่น้อยมาก (ในตัวอย่างนี้คือ "Deutsche Bundesbank") คุณควรจะเห็นค่าข้อมูลของทั้ง 2 มิติข้อมูล

เกี่ยวกับข้อมูล

การวิเคราะห์การค้นหาจะนับข้อมูลของแต่ละพร็อพเพอร์ตี้ที่ไม่ซ้ำกันแยกจากกัน กล่าวคือ จะนับข้อมูลสำหรับแต่ละรายการต่อไปนี้แยกจากกัน

  • https://example.com/
  • http://example.com/
  • http://m.example.com/

แต่หากใช้พร็อพเพอร์ตี้โดเมน เราจะรวมข้อมูลทั้งหมดจากโดเมนเดียวกัน ทั้ง http และ https

วิธีคำนวณการคลิก การแสดงผล และอันดับ

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีนับและคำนวณการคลิก การแสดงผล และอันดับ

ความแตกต่างของข้อมูล

ข้อมูลใน Search Console อาจแตกต่างจากข้อมูลที่แสดงในเครื่องมืออื่นๆ เล็กน้อย ตัวอย่างสาเหตุที่เป็นไปได้มีดังต่อไปนี้

  • การวิเคราะห์การค้นหาจะไม่แสดงข้อมูลทั้งหมด เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น เราอาจไม่ติดตามคำค้นหาบางรายการที่ค้นหาเพียงไม่กี่ครั้ง หรือคำค้นหาที่ประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อน
  • การประมวลผลข้อมูลต้นฉบับของเราอาจทำให้สถิติดังกล่าวแตกต่างไปจากสถิติที่แสดงไว้ในแหล่งข้อมูลอื่นๆ (ตัวอย่างเช่น เพื่อกำจัดข้อมูลซ้ำและการเข้าชมจากโรบ็อต) อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่มีนัยสำคัญ
  • เครื่องมือบางอย่างจะกำหนดความหมายของ "คีย์เวิร์ด" ต่างออกไป ตัวอย่างเช่น เครื่องมือ "คีย์เวิร์ด" ใน Google AdWords จะแสดงจำนวนรวมของการค้นหาโดย Google สำหรับคีย์เวิร์ดดังกล่าวทั่วทั้งเว็บ การวิเคราะห์การค้นหาจะแสดงเฉพาะการค้นหาคีย์เวิร์ดที่แสดงหน้าเว็บของคุณในผลการค้นหาของ Google เท่านั้น
  • อาจมีความล่าช้าระหว่างเวลาที่มีการคำนวณตัวเลขและในเวลาที่ตัวเลขดังกล่าวปรากฏต่อผู้ดูแลเว็บ แม้ว่าข้อมูลจะเผยแพร่ตามช่วงเวลา แต่เรายังคงรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปข้อมูลที่รวบรวมจะพร้อมใช้งานใน 2-3 วัน
  • เขตเวลาเป็นสิ่งสำคัญ รายงานประสิทธิภาพจะติดตามข้อมูลรายวันตามเวลาท้องถิ่นของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยข้อมูลในแต่ะวันจะนับตามเวลาท้องถิ่นของรัฐแคลิฟอร์เนีย หากระบบอื่นๆ ของคุณใช้เขตเวลาที่ต่างกัน มุมมองรายวันของคุณอาจไม่ตรงกันเสียทีเดียว ตัวอย่างเช่น Google Analytics จะแสดงเวลาในเขตเวลาท้องถิ่นของผู้ดูแลเว็บ
  • เครื่องมือบางอย่าง เช่น Google Analytics จะติดตามปริมาณการค้นหาจากผู้ใช้ที่เปิดใช้ JavaScript ในเบราว์เซอร์เท่านั้น
  • ไม่มีข้อมูลที่ดาวน์โหลด/ไม่ใช่ค่าที่เป็นตัวเลข หากคุณดาวน์โหลดข้อมูลในรายงาน ค่าใดก็ตามที่แสดงเป็น ~ หรือ - (ไม่มี/ไม่ใช่ตัวเลข) ในรายงานจะเป็นเลข 0 ในข้อมูลที่ดาวน์โหลด

การรวมข้อมูลตามพร็อพเพอร์ตี้เทียบกับตามหน้าเว็บ

ข้อมูลทั้งหมดในแผนภูมิจะรวบรวมตามพร็อพเพอร์ตี้ ส่วนข้อมูลทั้งหมดในตารางจะรวบรวมตามพร็อพเพอร์ตี้ ยกเว้นเมื่อจัดกลุ่มตามลักษณะที่ปรากฏในการค้นหา

เมื่อรวบรวมข้อมูลตามพร็อพเพอร์ตี้ เว็บไซต์ซึ่งเป็นที่มาของข้อมูลนั้นจะเป็นเว็บไซต์ที่มี URL ตามรูปแบบบัญญัติของเป้าหมายสำหรับลิงก์ผลการค้นหาดังกล่าว

  • สำหรับการแสดงผล หากพร็อพเพอร์ตี้แสดงขึ้น 2 ครั้งในหน้าผลการค้นหาเมื่อรวมข้อมูลตามพร็อพเพอร์ตี้ ระบบจะนับเป็นการแสดงผลครั้งเดียว หากจัดกลุ่มตามหน้าเว็บหรือลักษณะที่ปรากฏในการค้นหา ระบบจะนับหน้าเว็บแต่ละหน้าที่ไม่ซ้ำแยกกัน
  • สำหรับการคลิก หากพร็อพเพอร์ตี้ปรากฏในผลการค้นหา 2 ครั้งเมื่อจัดกลุ่มตามพร็อพเพอร์ตี้ และผู้ใช้คลิก 1 ลิงก์ สำรองข้อมูล จากนั้นคลิกอีกลิงก์หนึ่ง ระบบจะนับเป็นการคลิกครั้งเดียว เนื่องจากปลายทางสุดท้ายเป็นเว็บไซต์เดียวกัน
  • สำหรับอันดับ เมื่อรวมตามพร็อพเพอร์ตี้ ระบบจะรายงานอันดับสูงสุดของพร็อพเพอร์ตี้ในผลการค้นหา หากจัดกลุ่มตามหน้าหรือลักษณะที่ปรากฏในการค้นหา ระบบจะรายงานอันดับสูงสุดของหน้าเว็บในผลการค้นหา
  • สำหรับอัตราการคลิกผ่าน เนื่องจากวิธีการทางบัญชีที่แตกต่างกัน อัตราการคลิกผ่านและอันดับเฉลี่ยจะสูงกว่าเมื่อรวมตามพร็อพเพอร์ตี้หากมีหลายหน้าจากเว็บไซต์เดียวกันปรากฏอยู่ในผลการค้นหา ตัวอย่างเช่น สมมติว่าผลการค้นหา "สัตว์เลี้ยงที่น่ารักสำหรับเด็ก" แสดงผลลัพธ์ 3 รายการต่อไปนี้เท่านั้นโดยทั้งหมดมาจากพร็อพเพอร์ตี้เดียวกัน และผู้ใช้คลิกแต่ละรายการด้วยความถี่ที่เท่ากัน
ผลการค้นหาของ Google เมตริกที่รวมตามพร็อพเพอร์ตี้ เมตริกที่รวมตามหน้า
  1. www.petstore.example.com/monkeys
  2. www.petstore.example.com/ponies
  3. www.petstore.example.com/unicorns

อัตราการคลิกผ่าน: 100%
รวมการคลิกทั้งหมดสำหรับเว็บไซต์หนึ่งๆ

อัตราการคลิกผ่าน: 33%
แสดง 3 หน้า, 1/3 ของการคลิกไปยังแต่ละหน้า

อันดับเฉลี่ย: 1
อันดับสูงสุดจากเว็บไซต์ในผลการค้นหา
อันดับเฉลี่ย: 2
(1 + 2 + 3) / 3 = 2

 

ปัญหาที่ทราบ

ต่อไปนี้เป็นปัญหาที่ทราบใน Search Console ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องรายงานให้เราทราบ แต่เราอยากทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับฟีเจอร์หรือปัญหาอื่นที่คุณพบ โปรดใช้กลไกการแสดงความคิดเห็นที่มีอยู่ในแถบนำทาง

  • ปัจจุบันกราฟจะแสดงเฉพาะข้อมูลที่รวบรวมตามพร็อพเพอร์ตี้ ไม่ใช่ URL (นี่เป็นฟีเจอร์)

 

บทความนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร