รายงานสถานะผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์

ดูประกาศรับสมัครงาน สูตรอาหาร และอื่นๆ

ดูว่ามีผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์รายการใดบ้างจากเว็บไซต์ของคุณที่ Google อ่านได้หรืออ่านไม่ได้ รวมทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดของผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์

รายงานผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์สำหรับเว็บไซต์จะแสดงอยู่ในส่วนการเพิ่มประสิทธิภาพในแผงเมนู โดยมีรายงานแยกต่างหากสำหรับผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์แต่ละประเภท คุณจะเห็นรายงานผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์เฉพาะในกรณีต่อไปนี้

หากคุณใช้งานประเภทที่รองรับและไม่เห็นรายงานนั้นในพร็อพเพอร์ตี้ ให้ดูผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ขาดหายไป

 

เปิด Search Console

 

การใช้รายงานนี้

เปิดรายงานที่เหมาะสมจากแผงการนำทางใน Search Console

คุณจะเห็นรายงานเฉพาะในกรณีที่ Search Console มีข้อมูลของผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ประเภทนั้นๆ ในเว็บไซต์ และ Search Console สร้างรายงานสำหรับประเภทดังกล่าว

รายงานประกอบด้วยหน้าสรุปและหน้ารายละเอียดดังนี้

  1. หน้าสรุปจะแสดงแผนภูมิของข้อผิดพลาด คำเตือน และรายการที่มีผลใช้งานอยู่ในเว็บไซต์ของคุณตลอดช่วงเวลา ตลอดจนตารางแสดงสถานะร่วมกับหมวดหมู่คำอธิบายที่แสดงจำนวนรายการข้อมูลที่มีโครงสร้างที่อยู่ในแต่ละหมวดหมู่ในปัจจุบัน
  2. คลิกแถวของตารางในหน้าสรุปเพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับรายการในหมวดหมู่นั้นๆ

สิ่งที่ควรตรวจสอบ

โดยหลักการแล้ว จำนวนข้อผิดพลาดในปัจจุบันควรเป็น 0 ระบบจะแสดงจำนวนของข้อผิดพลาด คำเตือน และรายการที่มีผลใช้งานอยู่ในปัจจุบันที่ด้านบนของแผนภูมิในทุกๆ หน้าของรายงาน

หากพบข้อผิดพลาด ให้จัดการตามที่อธิบายไว้ในส่วนการแก้ปัญหาด้านล่าง

หากพบคำเตือน คำเตือนไม่ทำให้ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์หมดสิทธิ์แสดงผลใน Google Search พร้อมกับฟีเจอร์พิเศษ แต่อาจทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ไม่สมบูรณ์ แก้ไขข้อบกพร่องตามคำเตือนดังที่อธิบายไว้ในส่วนการแก้ปัญหาด้านล่าง

 

การแชร์รายงาน

คุณแชร์รายละเอียดปัญหาได้โดยคลิกปุ่มแชร์ในหน้า ลิงก์นี้เพียงมอบสิทธิ์เข้าถึงหน้าปัจจุบันรวมถึงหน้าประวัติการตรวจสอบปัญหานี้แก่ทุกคนที่มีลิงก์เท่านั้น แต่ไม่ได้ให้สิทธิ์เข้าถึงหน้าอื่นๆ แก่สมาชิกของคุณ รวมถึงไม่ได้ทำให้ผู้ใช้ที่ได้รับการแชร์มีสิทธิ์ดำเนินการใดๆ ในพร็อพเพอร์ตี้หรือบัญชีของคุณ คุณเพิกถอนลิงก์ได้ตลอดเวลาด้วยการปิดการแชร์สำหรับหน้านี้

การส่งออกรายงาน

รายงานหลายรายการมีปุ่มส่งออก เพื่อส่งออกข้อมูลรายงาน ระบบจะส่งออกทั้งข้อมูลแผนภูมิและตาราง คุณเลือกรูปแบบของข้อมูลที่ส่งออกได้: CSV หรือ Google ชีต

 

การแก้ปัญหา

ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนพื้นฐานในการจัดลำดับความสำคัญและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ในเว็บไซต์ของคุณ

  1. ในหน้าสรุปของรายงานผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ ให้กรองรายการคำเตือนและรายการที่มีผลใช้งานอยู่ออก และให้ความสำคัญกับข้อผิดพลาดก่อน
  2. แก้ไขข้อผิดพลาดตามจำนวนหน้าที่ได้รับผลกระทบดังนี้
    1. หากมีการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันในแผนภูมิข้อผิดพลาด ให้มองหาการเพิ่มขึ้นที่สอดคล้องกันในแถวข้อผิดพลาดในตาราง
    2. แก้ไขปัญหาในเว็บไซต์ ทดสอบการแก้ไข แล้วตรวจสอบว่าการแก้ไขปรากฏอยู่ในเว็บแล้ว ไปที่การตรวจสอบข้อผิดพลาดและเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือต่างๆ เพื่อดูและแก้ปัญหารายการข้อมูลที่มีโครงสร้าง
    3. กลับไปที่หน้ารายละเอียดของปัญหาและคลิกปุ่มตรวจสอบการแก้ไขเพื่อเริ่มขั้นตอนการตรวจสอบ ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายวัน และคุณจะได้รับอีเมลแจ้งความคืบหน้า
    4. หากพบว่าอินสแตนซ์ทั้งหมดของปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว (มีการยืนยันการแก้ไข) จำนวนหน้าเว็บที่ได้รับผลกระทบก็จะเหลือ 0 และสถานะของปัญหาจะได้รับการอัปเดต
  3. แก้ไขข้อผิดพลาดต่อ
  4. เมื่อแก้ไขข้อผิดพลาดทั้งหมดแล้ว ให้นำตัวกรองหาคำเตือนออกและพิจารณาแก้ไขปัญหาตามคำเตือน คำเตือนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพร็อพเพอร์ตี้ที่ไม่บังคับซึ่งขาดหายไปในข้อมูลที่มีโครงสร้าง การมีข้อมูลเพิ่มเติมในผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น

การตรวจสอบข้อผิดพลาด

คุณใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาดของข้อมูลที่มีโครงสร้างได้ดังนี้

  • ในหน้ารายละเอียดข้อผิดพลาด ให้ทำดังนี้
    • คลิก URL ในตารางเพื่อดูโค้ดข้อมูลที่มีโครงสร้าง
    • คลิกไอคอน "ตรวจสอบ" Search ข้าง URL ในตารางเพื่อเรียกใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL ซึ่งจะแสดงรายละเอียดข้อผิดพลาด ผลการจัดทำดัชนีและผลการทดสอบเวอร์ชันที่ใช้จริง และภาพหน้าจอ
  • ใช้เครื่องมือทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์เพื่อทดสอบหน้าเว็บหรือเพื่อทดสอบ แก้ไข และทดสอบโค้ดอีกครั้งโดยตรงในเบราว์เซอร์ โปรดส่ง URL ของหน้าเว็บที่จะทดสอบ หรือคัดลอกและวางโค้ดลงในเครื่องมือ

 

แก้ปัญหาข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน
สาเหตุของข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันที่พบได้บ่อยที่สุดคือ การเพิ่มข้อผิดพลาดไปที่เทมเพลตซึ่งมีหลายหน้าในเว็บไซต์ใช้งานอยู่

ตรวจสอบว่าการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันที่เกิดจากกลุ่มรายการมีระดับความรุนแรงที่เปลี่ยนไปหรือไม่ โดยทำดังนี้

  1. หากเห็นการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ให้มองหาการลดลงที่สัมพันธ์กันในสถานะอื่น (คำเตือนหรือมีผลใช้งานอยู่)
  2. หากพบการลดลงที่สัมพันธ์กัน ให้ตรวจยืนยันว่าการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและการลดลงนั้นเป็นของ URL เดียวกัน
  3. หากรายการเปลี่ยนจากสถานะหนึ่งเป็นอีกสถานะหนึ่ง ให้ระบุสาเหตุด้วยการเจาะลึกดูรายละเอียดการเพิ่มขึ้นของข้อผิดพลาดอย่างฉับพลัน

แก้ปัญหาเฉพาะเจาะจงด้วยการเจาะลึกเข้าไปในรายการตัวอย่างและตรวจสอบข้อผิดพลาดตามที่อธิบายไว้ก่อนหน้านี้

แก้ปัญหาเกี่ยวกับผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ขาดหายไป/จำนวนรวมของผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ลดลง

 สาเหตุที่อาจทำให้ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ไม่ปรากฏในรายงานมีดังนี้

  • ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์บางประเภทยังไม่ได้รับการรองรับในรายงานนี้ ดูรายการประเภทผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่รองรับ
  • ระบบจะแสดงเฉพาะผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์จากหน้าที่จัดทำดัชนีแล้ว ระบบอาจไม่ได้รวบรวมข้อมูลหน้าเว็บบางหน้าในเว็บไซต์ของคุณด้วยเหตุผลต่างๆ สำหรับเว็บไซต์ขนาดใหญ่มากๆ คุณอาจเห็นตัวเลขที่ต่างกันมากระหว่างจำนวนหน้าเว็บซึ่งมีข้อมูลที่มีโครงสร้างในเว็บไซต์กับจำนวนผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ในรายงานนี้ หากพบว่าจำนวนผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ในเว็บไซต์ลดลงอย่างมาก ให้ดูว่าจำนวนหน้าที่จัดทำดัชนีแล้วลดลงอย่างสอดคล้องกันด้วยหรือไม่
  • Google ยังไม่ได้รวบรวมข้อมูลหน้าเว็บ Google อาจใช้เวลาสักระยะหนึ่งเพื่อรวบรวมข้อมูลหน้าเว็บใหม่หรือหน้าเว็บที่มีการอัปเดต คุณขอให้ Google รวบรวมข้อมูล URL อีกครั้งได้ คำขอการจัดทำดัชนีจะไม่มีผลโดยทันที โดยอาจใช้เวลาถึง 1 สัปดาห์ในการดำเนินการตามคำขอ
  • Google เข้าถึงหน้าเว็บไม่ได้ ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อดูว่า Google เข้าถึงหน้าเว็บได้ไหม
  • ข้อมูลที่มีโครงสร้างอาจไม่ถูกต้องจน Google ระบุไม่ได้ว่าเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ ใช้เครื่องมือทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์เพื่อตรวจสอบหน้าเว็บ (ตรวจสอบ URL ของหน้าเว็บที่เผยแพร่อยู่แทนการวางโค้ดข้อมูลที่มีโครงสร้าง) หากพบข้อมูลที่มีโครงสร้างแต่แยกวิเคราะห์ไม่ได้เลย ข้อมูลนั้นควรปรากฏในรายงานข้อมูลที่มีโครงสร้างที่แยกวิเคราะห์ไม่ได้ 
  • อาจยังไม่มีการรองรับผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่คุณใช้ในสถานที่ตั้งของคุณ ดูในเอกสารประกอบว่าระบบรองรับประเภทผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่คุณใช้ในสถานที่ตั้งของคุณหรือไม่
  1. ใช้เครื่องมือทดสอบข้อมูลที่มีโครงสร้างกับหน้าเว็บเพื่อดูว่า Google เข้าถึงหน้าเว็บและมองเห็นโค้ดผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ได้หรือไม่ ตลอดจนยืนยันความถูกต้องของโค้ดผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์
  2. ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อดูว่าหน้าเว็บจัดทำดัชนีหรือยัง และ Google เข้าถึงหน้าเว็บได้หรือไม่ ทดสอบหน้าเว็บเวอร์ชันที่เผยแพร่อยู่ด้วยเพื่อยืนยันว่า Google เข้าถึงได้
รายการข้อผิดพลาดของข้อมูลที่มีโครงสร้าง
ต่อไปนี้คือรายการข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดที่แสดงในรายงานนี้
ข้อผิดพลาด คำอธิบาย
URL ไม่ถูกต้องในพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" URL ในพร็อพเพอร์ตี้ที่ระบุไว้ไม่ถูกต้อง
พร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ขาดหายไป พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็นขาดหายไป
รูปแบบแคลอรีไม่ถูกต้องในพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ค่าในพร็อพเพอร์ตี้ Calories ไม่ถูกต้อง
วันที่/เวลาไม่อยู่ในรูปแบบ ISO 8601 ในพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ค่าวันที่ในพร็อพเพอร์ตี้ที่ระบุไว้ไม่ถูกต้อง วันที่ควรอยู่ในรูปแบบ ISO 8601
ไม่มีค่าในพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ไม่ได้ใส่ค่าในพร็อพเพอร์ตี้ที่ระบุไว้
ค่าไม่ถูกต้องในพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ค่าในพร็อพเพอร์ตี้ที่ระบุไว้ไม่ถูกต้อง
ความยาวของสตริงไม่ถูกต้องในพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ค่าสตริงในพร็อพเพอร์ตี้ที่ระบุไว้ยาวหรือสั้นเกินไป
ประเภทออบเจ็กต์ไม่ถูกต้องสำหรับพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ประเภทออบเจ็กต์ข้อมูลที่มีโครงสร้างในพร็อพเพอร์ตี้ที่ระบุไว้ไม่ถูกต้อง
ประเภทค่าไม่ถูกต้องสำหรับพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ประเภทค่าสำหรับพร็อพเพอร์ตี้ที่ระบุไว้ไม่ถูกต้อง
ไม่รู้จักพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" คุณกำหนดพร็อพเพอร์ตี้ที่ไม่รู้จักในข้อมูลที่มีโครงสร้าง
พร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ซ้ำ คำนิยามของพร็อพเพอร์ตี้ซ้ำกันในออบเจ็กต์เดียวกัน
ควรระบุ "พร็อพเพอร์ตี้ 1" หรือ "พร็อพเพอร์ตี้ 2" คุณต้องระบุพร็อพเพอร์ตี้รายการใดรายการหนึ่งเท่านั้นใน 2 พร็อพเพอร์ตี้นี้
ควรระบุ "พร็อพเพอร์ตี้ 1" "พร็อพเพอร์ตี้ 2" หรือ "พร็อพเพอร์ตี้ 3" คุณต้องระบุพร็อพเพอร์ตี้รายการใดรายการหนึ่งเท่านั้นใน 3 พร็อพเพอร์ตี้นี้
ไม่มีตัวระบุสากล (เช่น gtin, mpn, isbn) คุณต้องระบุพร็อพเพอร์ตี้ตัวระบุสากลต่อไปนี้อย่างน้อย 1 รายการเพื่อใช้ระบุผลิตภัณฑ์ของคุณโดยไม่ซ้ำกัน gtin8, gtin13, gtin14, mpn หรือ isbn
ค่าในพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ต้องเป็นจำนวนบวก ค่าพร็อพเพอร์ตี้ที่ระบุไว้ต้องเป็นจำนวนบวก
จำนวนเต็มในพร็อพเพอร์ตี้ "พร็อพเพอร์ตี้" ไม่ถูกต้อง ค่าจำนวนเต็มในพร็อพเพอร์ตี้ที่ระบุไว้ไม่ถูกต้อง
รูปแบบราคาในพร็อพเพอร์ตี้ "พร็อพเพอร์ตี้" ไม่ถูกต้อง รูปแบบราคาสำหรับพร็อพเพอร์ตี้ที่ระบุไว้ไม่ถูกต้อง
ค่าความพร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ไม่ถูกต้อง ค่าในความพร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้อง
คุณได้ให้คะแนนรีวิว แทนที่จะให้คะแนนรายการ คุณให้คะแนนรีวิวในคะแนนรวม แทนที่จะให้คะแนนรายการนั้นๆ
ไม่สามารถระบุสเกลการให้คะแนนได้ คุณระบุสเกลการให้คะแนนที่เราไม่เข้าใจ
คะแนนไม่มีค่าที่ดีที่สุดและ/หรือที่แย่ที่สุดซึ่งจำเป็น คะแนนไม่มีค่าที่ดีที่สุดและ/หรือแย่ที่สุด
ค่าคะแนนอยู่นอกช่วง ค่าคะแนนที่ระบุไว้อยู่นอกช่วง
รีวิวมีคะแนนรวมหลายรายการ รีวิวมีคะแนนรวมอยู่หลายรายการ แต่คุณระบุได้เพียงรายการเดียวเท่านั้น
รีวิวหลายรายการไม่มีออบเจ็กต์ aggregateRating คุณใส่รีวิวหลายรายการโดยไม่มีคะแนนรวม
จำนวนอยู่นอกช่วงของพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" พร็อพเพอร์ตี้ที่เป็นตัวเลขอยู่นอกช่วงที่อนุญาต (หรือกำหนดไว้)
ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ในช่องค้นหาไซต์ลิงก์ มีข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ทั่วไปในคำนิยามของช่องค้นหาไซต์ลิงก์
ไม่มีการกำหนดพารามิเตอร์การค้นหาที่กำหนดเองใน URL เป้าหมาย (ช่องค้นหาไซต์ลิงก์) ค่าการค้นหาที่ไม่ได้กำหนดไว้ในเทมเพลต URL ของไซต์ลิงก์มีสตริงที่เป็นปัญหา
ชื่อพารามิเตอร์การค้นหาที่ไม่ตรงกันใน URL เป้าหมาย (ช่องค้นหาไซต์ลิงก์) ชื่อตัวแปรการค้นหาที่ใช้ใน target แตกต่างจากชื่อตัวแปรที่ใช้ใน query-input ตัวอย่างเช่น คุณอาจได้ดำเนินการดังนี้
"target": "https://query.example.com/search?q={search_term_string}",
"query-input": "required name=my_query"

ชื่อที่ใช้ใน "q" และ "query-input" ควรเหมือนกันดังนี้
"target": "https://query.example.com/search?q={search_term_string}",
"query-input": "required name=search_term_string"
โดเมน URL เป้าหมายอยู่นอกโดเมน URL ของเว็บไซต์

(ช่องค้นหาไซต์ลิงก์) URL ใน target และ url ต้องมีโดเมนรากเดียวกัน ต่อไปนี้คือตัวอย่างของ URL ที่ตรงกันและไม่ตรงกัน

  • http://www.example.com และ http://example.com -- ตรงกัน
  • http://m.example.com และ http://query.example.com - ตรงกัน
  • http://www.example.com และ http://example.fr.co -- ไม่ตรงกัน
  • http://www.example.com และ http://exaample.com -- ไม่ตรงกัน
URL เป้าหมายไม่ถูกต้อง (ช่องค้นหาไซต์ลิงก์) URL ในพร็อพเพอร์ตี้ target ไม่ถูกต้อง
URL เป้าหมายที่ไม่ใช่ HTTP (ช่องค้นหาไซต์ลิงก์) URL ในพร็อพเพอร์ตี้ target ไม่ถูกต้อง จะต้องเป็น http หรือ https
ข้อผิดพลาดในคำนิยามของช่องค้นหาไซต์ลิงก์ (ช่องค้นหาไซต์ลิงก์) มีข้อผิดพลาดในคำนิยามของช่องค้นหาไซต์ลิงก์
ค่า Enum ไม่ถูกต้องในพร็อพเพอร์ตี้ "ชื่อพร็อพเพอร์ตี้" ค่าพร็อพเพอร์ตี้ไม่ตรงกับค่าที่แจกแจงไว้ใดๆ ที่อนุญาต
ข้อผิดพลาดที่ไม่รู้จัก เกิดข้อผิดพลาดที่ไม่อยู่ในหมวดหมู่อื่นๆ ทั้งหมดที่แสดงที่นี่

 

หน้าสรุป

ในกราฟ สถานะที่รายการหนึ่งๆ ได้รับจะเป็นสถานะที่รุนแรงที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อตัวรายการนั้น ดังนั้นรายการที่มีทั้งข้อผิดพลาดและคำเตือนจะมีสถานะเป็น "ข้อผิดพลาด" ในกราฟจะมีการนับแต่ละรายการเพียงครั้งเดียว ดูหมายเหตุเกี่ยวกับผลรวมของสถานะ

ในตาราง จะมีการกำหนดสถานะปัญหาให้กับพร็อพเพอร์ตี้ที่เฉพาะเจาะจง (ไม่ใช่กำหนดให้ทั้งรายการ) ดังนั้นรายการข้อมูลที่มีโครงสร้างจะปรากฏขึ้นหลายครั้งในตารางได้

ระบบจะใช้สถานะต่อไปนี้

  • ข้อผิดพลาด: ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่มีข้อผิดพลาดจะไม่ปรากฏเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ใน Google Search รายการที่อยู่ในสถานะข้อผิดพลาดจะมีข้อผิดพลาดอย่างน้อย 1 ข้อและมีคำเตือนได้อีกอย่างน้อย 1 รายการ
  • คำเตือน: ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่มีปัญหาที่แสดงเป็นคำเตือนมีสิทธิ์แสดงเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ใน Google Search ปัญหาที่แสดงเป็นคำเตือนอาจเป็นคำแนะนำเกี่ยวกับค่าที่ไม่บังคับซึ่งไม่ได้ระบุไว้หรือระบุแต่ไม่ถูกต้อง ข้อผิดพลาดในพร็อพเพอร์ตี้ที่ไม่สำคัญ หรือคำเตือนเกี่ยวกับการใช้พร็อพเพอร์ตี้ที่เลิกใช้งานแล้ว การใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่ไม่บังคับอื่นๆ ลงในข้อมูลที่มีโครงสร้างมักทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น
  • สมบูรณ์: ผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่มีสถานะสมบูรณ์มีสิทธิ์แสดงเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ใน Google Search ข้อมูลที่จำเป็นและไม่บังคับทั้งหมดระบุไว้อย่างถูกต้อง

หากต้องการดูปัญหาทั้งหมดของผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์รายการเดียว ให้ดูการตรวจสอบข้อผิดพลาด

หมายเหตุเกี่ยวกับผลรวมของสถานะ
ค่ารวมต่อสถานะในตารางอาจสูงกว่าค่ารวมในสถานะที่เกี่ยวข้องในกราฟได้ ดูตัวอย่าง 2 รายการที่เป็นสาเหตุของเหตุการณ์นี้
  • รายการเดียวที่มีคำเตือนที่แตกต่างกัน 3 รายการจะปรากฏในตาราง 3 ครั้ง (รวม = 3) แต่นับเป็นเพียง 1 รายการ (รวม = 1) ในผลรวมของแท็บคำเตือน
  • รายการที่มีทั้งข้อผิดพลาดและคำเตือน (แถวในตาราง 2 แถว) จะนับเป็นรายการข้อผิดพลาดเพียง 1 รายการในผลรวมของแท็บ (ระบบจะอิงตามสถานะที่รุนแรงที่สุดที่รายการนั้นมี)

หน้ารายละเอียดปัญหา

เลือกแถวปัญหาของตารางในหน้าสรุปเพื่อเปิดหน้าที่แสดงรายละเอียดของปัญหาที่เลือก ปัญหาหนึ่งอาจส่งผลต่อผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ในหน้าเว็บที่ต่างกัน ต่อผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์หลายรายการในหน้าเว็บเดียว หรือต่อผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์รายการเดียวหลายครั้ง

หน้ารายละเอียดของปัญหาจะมีข้อมูลต่อไปนี้

สถานะ
สถานะการตรวจสอบของปัญหานี้ 
ตรวจพบครั้งแรก
วันที่ตรวจพบปัญหานี้เป็นครั้งแรกในเว็บไซต์ หมายเหตุ: ถ้าปัญหาทั้งหมดของประเภทนี้ได้รับการแก้ไขแล้ว แต่อินสแตนซ์ใหม่ของปัญหานี้ปรากฏขึ้นภายใน 90 วัน วันที่ดังกล่าวจะเป็นวันที่ตรวจพบครั้งแรกแต่เดิม ไม่ใช่วันที่ของอินสแตนซ์ใหม่
ตัวอย่าง
รายการผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ โปรดทราบว่าอาจเป็นไปได้ว่ารายการตัวอย่างอาจแสดงแถวขาดไปด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น อินสแตนซ์ของปัญหาเกิดขึ้นหลังจากการรวบรวมข้อมูลเว็บไซต์ครั้งล่าสุด หรืออินสแตนซ์มีผลกระทบกับรายการมากกว่า 1,000 รายการ (ตารางมีแถวได้ไม่เกิน 1,000 แถว)
ประเภทรายการ
ค่าชื่อในข้อมูลที่มีโครงสร้างของรายการ
รวบรวมข้อมูลครั้งล่าสุด
เวลาล่าสุดที่มีการรวบรวมข้อมูลหน้าเว็บที่มีปัญหานี้

 

หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาในหน้าหนึ่งๆ โดยเฉพาะ ให้เลือกปัญหาในตารางตัวอย่าง 

คลิกไอคอน "ตรวจสอบ" Search ข้าง URL ในตารางเพื่อเรียกใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL ซึ่งจะแสดงรายละเอียดข้อผิดพลาด ผลการจัดทำดัชนีและผลการทดสอบเวอร์ชันที่ใช้จริง และภาพหน้าจอ

 

เกี่ยวกับการตรวจสอบ

หลังจากแก้ไขอินสแตนซ์ทั้งหมดของปัญหาที่พบในเว็บไซต์แล้ว คุณจะขอให้ Google ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ ถ้าไม่มีอินสแตนซ์ทั้งหมดที่ระบุแล้ว ระบบจะทำเครื่องหมายปัญหานั้นว่าได้รับการแก้ไขแล้วในตารางสถานะและจะเลื่อนปัญหานั้นลงไปอยู่ที่ท้ายตาราง Search Console จะติดตามสถานะการตรวจสอบปัญหาในภาพรวม ตลอดจนสถานะการตรวจสอบอินสแตนซ์แต่ละรายการ หากไม่พบอินสแตนซ์ต่างๆ ของปัญหา จะถือว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว (สำหรับสถานะที่แท้จริงที่บันทึกไว้ โปรดดูสถานะการตรวจสอบปัญหาและสถานะการตรวจสอบอินสแตนซ์)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาของปัญหา...

ระยะเวลาของปัญหาเริ่มจากครั้งแรกที่ตรวจพบว่ามีอินสแตนซ์ในเว็บไซต์จนถึง 90 วันหลังจากที่ระบบทำเครื่องหมายอินสแตนซ์สุดท้ายว่าไม่มีอยู่ในเว็บไซต์แล้ว หากผ่านไป 90 วันโดยไม่เกิดปัญหานั้นซ้ำอีก ระบบจะนำปัญหาออกจากประวัติรายงาน

วันที่ตรวจพบปัญหาครั้งแรก หมายถึง ครั้งแรกที่ตรวจพบปัญหาในช่วงระยะเวลาที่เกิดปัญหาและจะไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้น

  • หากอินสแตนซ์ทั้งหมดของปัญหาได้รับการแก้ไข แต่หลังจากนั้น 15 วันมีอินสแตนซ์ใหม่ของปัญหาเกิดขึ้น ระบบจะทำเครื่องหมายปัญหาดังกล่าวเป็นเปิดและวันที่ "ตรวจพบครั้งแรก" จะยังคงเป็นวันที่เดิม
  • หากเกิดปัญหาเดิมหลังจากที่แก้ไขอินสแตนซ์ล่าสุดไปแล้ว 91 วัน ระบบจะปิดปัญหาก่อนหน้านี้และบันทึกว่าเป็นปัญหาใหม่โดยระบุวันที่ตรวจพบครั้งแรกเป็น "วันนี้"

ขั้นตอนการตรวจสอบขั้นพื้นฐาน

ต่อไปนี้คือภาพรวมของกระบวนการตรวจสอบหลังจากที่คุณคลิกตรวจสอบการแก้ไขปัญหา ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายวันและคุณจะได้รับการแจ้งความคืบหน้าทางอีเมล

  1. เมื่อคุณคลิกตรวจสอบการแก้ไข Search Console จะตรวจสอบหน้าเว็บบางหน้าทันที
    • หากมีอินสแตนซ์ปัจจุบันปรากฏในหน้าเว็บเหล่านี้ การตรวจสอบจะสิ้นสุดและสถานะการตรวจสอบจะยังไม่เปลี่ยนแปลง
    • หากหน้าตัวอย่างไม่มีข้อผิดพลาดปัจจุบัน การตรวจสอบจะดำเนินต่อไปโดยมีสถานะเริ่มต้น หากตรวจพบปัญหาอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ปัญหาเหล่านี้จะนับเป็นปัญหาประเภทอื่นๆ และการตรวจสอบจะดำเนินต่อไป
  2. Search Console จะดำเนินการกับ URL ที่ระบุไว้ในรายการซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ และจัดคิวในการรวบรวมข้อมูลใหม่ให้เฉพาะ URL ที่มีอินสแตนซ์ที่รู้จักของปัญหานี้ ไม่ใช่ทั้งเว็บไซต์ Search Console จะติดตามบันทึก URL ทั้งหมดที่เลือกไว้ในประวัติการตรวจสอบซึ่งคุณดูได้จากหน้ารายละเอียดของปัญหา
  3. เมื่อเลือก URL:
    1. หากไม่พบปัญหา สถานะการตรวจสอบอินสแตนซ์จะเปลี่ยนเป็นผ่าน หากนี่เป็นอินสแตนซ์แรกที่เลือกหลังจากการตรวจสอบเริ่มต้นขึ้น สถานะการตรวจสอบจะเปลี่ยนเป็นทำได้ดี
    2. หาก URL นั้นเข้าถึงไม่ได้แล้ว สถานะการตรวจสอบอินสแตนซ์จะเปลี่ยนเป็นอื่นๆ (ซึ่งไม่ใช่สถานะข้อผิดพลาด)
    3. หากยังคงมีอินสแตนซ์ดังกล่าวอยู่ สถานะปัญหาจะเปลี่ยนเป็นล้มเหลว และการตรวจสอบจะสิ้นสุด หากนี่เป็นหน้าใหม่ที่ค้นพบจากการรวบรวมข้อมูลตามปกติ จะถือเป็นอีกอินสแตนซ์หนึ่งของปัญหาที่มีอยู่นี้
  4. เมื่อตรวจสอบ URL ทั้งหมดที่มีข้อผิดพลาดและคำเตือนแล้ว และพบว่าจำนวนปัญหาเป็น 0 สถานะของปัญหาจะเปลี่ยนเป็นผ่าน ข้อมูลสำคัญ: แม้จำนวนหน้าเว็บที่ได้รับผลกระทบลดลงเป็น 0 และสถานะปัญหาเปลี่ยนเป็นผ่าน แต่ป้ายกำกับความรุนแรงเดิมจะยังคงแสดงอยู่ (ข้อผิดพลาดหรือคำเตือน)

แม้ว่าคุณไม่เคยคลิก "เริ่มต้นการตรวจสอบ" แต่ Google สามารถตรวจหาอินสแตนซ์ที่แก้ไขแล้วของปัญหาได้ หาก Google ตรวจพบว่ามีการแก้ไขอินสแตนซ์ทั้งหมดของปัญหาในระหว่างการรวบรวมข้อมูลตามปกติ ระบบจะเปลี่ยนสถานะปัญหาในรายงานเป็น "N/A"

เมื่อใดที่ถือว่าปัญหาของ URL หรือรายการ "แก้ไขแล้ว"

ระบบจะทำเครื่องหมายปัญหาของ URL หรือรายการเป็นแก้ไขแล้วเมื่อตรงกับเงื่อนไขใดๆ ต่อไปนี้

  • เมื่อมีการรวบรวมข้อมูล URL และไม่พบปัญหาในหน้าเว็บอีกต่อไป ซึ่งในกรณีข้อผิดพลาดของแท็ก AMP อาจหมายความว่าคุณแก้ไขแท็กแล้วหรือมีการนำแท็กออกแล้ว (หากไม่จำเป็นต้องใช้แท็กนั้น) โดยในระหว่างที่ระบบพยายามตรวจสอบ จะถือว่า "ผ่าน"
  • หาก Google เข้าถึงหน้าเว็บไม่ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม (มีการนำหน้าเว็บออก, ทำเครื่องหมาย noindex, ต้องตรวจสอบสิทธิ์ เป็นต้น) จะถือว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วสำหรับ URL นั้น ซึ่งในระหว่างการพยายามตรวจสอบจะถือว่าอยู่ในสถานะการตรวจสอบ "อื่นๆ"

การตรวจสอบอีกครั้ง

หากคลิกตรวจสอบอีกครั้งในกรณีที่การตรวจล้มเหลว การตรวจสอบจะเริ่มต้นอีกครั้งสำหรับอินสแตนซ์ที่ล้มเหลวทั้งหมด รวมทั้งอินสแตนซ์ใหม่ของปัญหานี้ที่พบระหว่างการรวบรวมข้อมูลตามปกติ

คุณควรรอให้รอบการตรวจสอบเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่จะขอการตรวจสอบรอบใหม่ แม้ว่าจะแก้ไขปัญหาบางอย่างในระหว่างรอบปัจจุบันแล้วก็ตาม

ระบบจะไม่ตรวจสอบอินสแตนซ์ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว (ทำเครื่องหมายเป็นผ่าน) หรือที่ไม่สามารถเข้าถึงได้อีกต่อไป (ทำเครื่องหมายเป็นอื่นๆ) ซ้ำอีก และจะนำอินสแตนซ์นั้นออกจากประวัติเมื่อคุณคลิกตรวจสอบอีกครั้ง

ประวัติการตรวจสอบ

คุณดูความคืบหน้าของคำขอตรวจสอบได้โดยคลิกลิงก์รายละเอียดการตรวจสอบในหน้ารายละเอียดของปัญหา

สำหรับรายงาน AMP และรายงานสถานะดัชนี ระบบจะจัดกลุ่มรายการต่างๆ ในหน้าประวัติการตรวจสอบตาม URL ส่วนรายงานความสามารถในการใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือรายงานผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ ระบบจะจัดกลุ่มรายการต่างๆ ตาม URL ร่วมกับรายการข้อมูลที่มีโครงสร้าง (ตามที่กำหนดโดยค่า "ชื่อ" ของรายการนั้นๆ) สถานะการตรวจสอบจะใช้กับปัญหาที่เฉพาะเจาะจงซึ่งคุณกำลังตรวจสอบ คุณจะติดป้ายกำกับปัญหาหนึ่งว่า "ผ่าน" ในหน้าเว็บ แต่ติดป้ายกำกับปัญหาอื่นๆ ว่า "ล้มเหลว" "รอดำเนินการ" หรือ "อื่นๆ" ได้

สถานะการตรวจสอบปัญหา

สถานะการตรวจสอบที่ใช้กับปัญหาที่พบมีดังนี้

  • ไม่เริ่มทำงาน: มีหน้าเว็บอย่างน้อย 1 หน้าที่มีอินสแตนซ์ของปัญหา ซึ่งคุณไม่เคยเริ่มทำการตรวจสอบ ขั้นตอนถัดไป:
    1. คลิกที่ปัญหาเพื่อดูรายละเอียดข้อผิดพลาด ตรวจสอบแต่ละหน้าเพื่อดูตัวอย่างข้อผิดพลาดในหน้าที่แสดงอยู่โดยใช้การทดสอบ AMP (ถ้าการทดสอบ AMP ไม่แสดงข้อผิดพลาดในหน้านั้น นั่นเป็นเพราะคุณแก้ไขข้อผิดพลาดในหน้าที่แสดงอยู่หลังจาก Google พบข้อผิดพลาดและสร้างรายงานปัญหานี้แล้ว)
    2. คลิก "ดูข้อมูลเพิ่มเติม" ในหน้ารายละเอียดเพื่อดูรายละเอียดกฎที่ถูกละเมิด
    3. คลิกแถว URL ตัวอย่างในตารางเพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับข้อผิดพลาดนั้นๆ
    4. แก้ไขหน้าเว็บ แล้วคลิกตรวจสอบการแก้ไขเพื่อให้ Google รวบรวมข้อมูลของหน้านั้นอีกครั้ง Google จะแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับความคืบหน้าในการตรวจสอบ โปรดอดใจรอเพราะการตรวจสอบอาจใช้เวลาตั้งแต่ 2-3 วันไปจนถึงประมาณ 2 สัปดาห์ 
  • เริ่มทำงาน: คุณเริ่มการตรวจสอบแล้วแต่ยังไม่พบอินสแตนซ์ของปัญหาที่เหลืออยู่ ขั้นตอนถัดไป: Google จะส่งการแจ้งเตือนให้คุณขณะทำการตรวจสอบเพื่อให้ทราบว่าต้องทำอะไรบ้าง หากจำเป็น
  • ทำได้ดี: คุณได้เริ่มทำการตรวจสอบและเราพบว่าอินสแตนซ์ทั้งหมดของปัญหาที่ตรวจสอบไปได้รับการแก้ไขแล้ว ขั้นตอนถัดไป: ไม่ต้องทำอะไร แต่ Google จะส่งการแจ้งเตือนให้คุณขณะทำการตรวจสอบเพื่อให้ทราบว่าต้องทำอะไรบ้าง
  • ผ่าน: อินสแตนซ์ของปัญหาทั้งหมดที่ทราบหายไปแล้ว (หรือไม่มี URL ที่ได้รับผลกระทบแล้ว) คุณต้องคลิก "ตรวจสอบการแก้ไข" ถึงจะได้สถานะนี้ (ถ้าอินสแตนซ์หายไปโดยที่คุณไม่ได้ขอการตรวจสอบ สถานะจะเปลี่ยนเป็น N/A) ขั้นตอนถัดไป: ไม่ต้องทำอะไร
  • ไม่มี: Google พบว่าปัญหาใน URL ทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้ว แม้ว่าคุณไม่ได้เริ่มการตรวจสอบก็ตาม ขั้นตอนถัดไป: ไม่ต้องทำอะไร
  • ล้มเหลว: เกณฑ์บางอย่างของหน้าเว็บยังคงมีปัญหาอยู่หลังจากที่คลิก "ตรวจสอบ" แล้ว ขั้นตอนถัดไป: แก้ไขปัญหาและตรวจสอบอีกครั้ง

สถานะการตรวจสอบอินสแตนซ์

หลังจากที่ส่งคำขอการตรวจสอบแล้ว ระบบจะระบุสถานะการตรวจสอบอินสแตนซ์ของปัญหาแต่ละรายการ ดังนี้

  • การตรวจสอบที่รอดำเนินการ: อยู่ในคิวเพื่อรับการตรวจสอบ Google ตรวจสอบครั้งล่าสุดพบว่ามีอินสแตนซ์ของปัญหาอยู่
  • ผ่าน: [ไม่มีในรายงานทั้งหมด] Google ตรวจสอบอินสแตนซ์ของปัญหาและพบว่าอินสแตนซ์ดังกล่าวไม่มีอยู่แล้ว สถานะนี้จะได้มาต่อเมื่อคุณคลิกตรวจสอบอินสแตนซ์ของปัญหาเท่านั้น
  • ล้มเหลว: Google ตรวจสอบอินสแตนซ์ของปัญหาและพบว่ายังคงปรากฏอยู่ สถานะนี้จะได้มาต่อเมื่อคุณคลิกตรวจสอบอินสแตนซ์ของปัญหาเท่านั้น
  • อื่นๆ : [ไม่มีในรายงานทั้งหมด] Google เข้าถึง URL ที่เป็นโฮสต์ของอินสแตนซ์ไม่ได้ หรือ (สำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้าง) ไม่พบรายการบนหน้าเว็บอีกแล้ว หากเป็นเช่นนี้จะถือว่าผ่าน

โปรดทราบว่า URL เดียวกันอาจมีสถานะที่ต่างกันสำหรับปัญหาต่างๆ เช่น ถ้าหน้าหนึ่งมีทั้งปัญหา X และปัญหา Y ปัญหา X อาจมีสถานะการตรวจสอบเป็นผ่าน ส่วนปัญหา Y ในหน้าเดียวกันอาจมีสถานะการตรวจสอบเป็นรอดำเนินการ

 

ปัญหาที่ทราบ

ต่อไปนี้เป็นปัญหาที่ทราบใน Search Console ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องรายงานให้เราทราบ แต่เราอยากทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับฟีเจอร์หรือปัญหาอื่นที่คุณพบ โปรดใช้กลไกการแสดงความคิดเห็นที่มีอยู่ในแถบนำทาง

  • บางปัญหามีชื่อที่ยาวและเข้าใจยาก
  • หากเว็บไซต์มีปัญหาจำนวนมาก (ไม่ว่าจะมีอินสแตนซ์ที่ใช้งานอยู่หรือไม่) รายงานจะแสดงเฉพาะปัญหา 200 รายการแรกตามความสำคัญ
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร