ใช้การนำทางในแอป Google Maps

แอป Google Maps ช่วยนำทางแบบเลี้ยวต่อเลี้ยวได้ในแบบที่เข้าใจง่ายซึ่งจะแสดงเส้นทางและใช้ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์เพื่อหาเส้นทางที่ดีที่สุดไปยังจุดหมาย 

เมื่อใช้การนำทางด้วยเสียง คุณจะได้ยินการแจ้งเตือนการจราจร จุดที่ต้องเลี้ยว ช่องทางที่ควรใช้ และแจ้งเมื่อมีเส้นทางที่ดีกว่า

สำคัญ: อาจไม่มีข้อมูลการนำทางและช่องทางที่ควรใช้ให้บริการในบางภูมิภาคและภาษา การนำทางไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับรถขนาดใหญ่หรือรถฉุกเฉิน

เริ่มต้นหรือหยุดการนำทาง

  1. เปิดแอป Google Maps Google Maps ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
  2. ค้นหาสถานที่หรือแตะสถานที่ในแผนที่
  3. แตะเส้นทางที่ด้านซ้ายล่าง หากแตะปุ่มนี้ค้างไว้ การนำทางจะเริ่มต้นขึ้นและคุณจะข้ามขั้นตอนที่ 4-6 ได้
  4. ไม่บังคับ: หากต้องการเพิ่มจุดหมายอื่นๆ ให้ไปที่ด้านขวาบน แล้วแตะเพิ่มเติม เพิ่มเติมจากนั้นเพิ่มจุดแวะพัก คุณเพิ่มจุดแวะพักได้สูงสุด 9 แห่ง เมื่อเสร็จแล้ว ให้แตะเสร็จสิ้น
  5. เลือกตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่งต่อไปนี้
    • ขับรถ: ขับรถ
    • ขนส่งสาธารณะ: ขนส่งสาธารณะ
    • เดินเท้า: เดินเท้า
    • การโดยสาร: บริการเรียกรถ
    • จักรยาน: จักรยาน
  6. หากมีเส้นทางอื่นๆ ให้ใช้ เส้นทางเหล่านั้นจะปรากฏเป็นสีเทาบนแผนที่ หากต้องการไปตามเส้นทางอื่น แตะเส้นสีเทา
  7. แตะเริ่มต้น เริ่มต้น เพื่อเริ่มการนำทาง หากคุณเห็น "กำลังค้นหา GPS" แสดงว่าโทรศัพท์กำลังพยายามรับสัญญาณ GPS เช่น คุณอาจอยู่ในหรือใกล้อุโมงค์ โรงจอดรถ หรือสถานที่อื่นๆ ที่ไม่มีสัญญาณ GPS
  8. ไปที่ด้านซ้ายล่าง แล้วแตะปิด ปิด เพื่อหยุดหรือยกเลิกการนำทาง

เคล็ดลับ:

เปิดเพลงขณะนำทาง

คุณเล่นเพลง หยุดชั่วคราว ข้าม และเปลี่ยนเพลงได้โดยไม่ต้องย่อการนำทางโดยใช้ Google Maps

  1. เปิดแอป Google Maps Google Maps ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
  2. แตะ รูปโปรไฟล์หรือชื่อย่อ วงกลมบัญชี จากนั้น การตั้งค่า จากนั้น การตั้งค่าการนำทาง จากนั้น แสดงตัวควบคุมการเล่นสื่อ
  3. เลือกแอปสื่อ จากนั้น ถัดไป จากนั้น ตกลง
  4. หากต้องการเปลี่ยนการตั้งค่าสื่อ ให้แตะ รูปโปรไฟล์หรือชื่อย่อ วงกลมบัญชี จากนั้น การตั้งค่า จากนั้น การตั้งค่าการนำทาง จากนั้น ตัวควบคุมการเล่นเพลง
  5. ตัวควบคุมสำหรับโปรแกรมเล่นสื่อที่คุณเลือกจะแสดงที่ด้านล่างของหน้าจอในการนำทางโดยใช้ Google Maps

เลือกบริการเพลงเริ่มต้นด้วย Google Assistant

คุณเลือกบริการสตรีมมิงเพลงที่ต้องการให้เป็นแหล่งที่มาเริ่มต้นของเพลงเมื่อใช้ Google Assistant ขณะนำทางได้

  1. พูดว่า "Ok Google เปิดการตั้งค่า Assistant" หรือไปที่การตั้งค่า Assistant ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
  2. แตะบริการ จากนั้น เพลง
  3. เลือกบริการเพลง สำหรับบริการบางอย่าง ระบบอาจขอให้คุณลงชื่อเข้าใช้บัญชี

ดูการทำงานอื่นๆ ขณะนำทาง

หากต้องการดูการทำงานอื่นๆ เมื่ออยู่ระหว่างการนำทาง ให้ไปที่มุมขวาล่าง แล้วแตะลูกศรขึ้น ลูกศรขึ้น หากต้องการซ่อนเมนู ให้แตะลูกศรลง ลูกศรลง

  • ค้นหาสถานที่ในเส้นทาง: ค้นหาสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ในเส้นทาง เช่น ร้านอาหารหรือปั๊มน้ำมัน ดูวิธีค้นหาสถานที่ในเส้นทาง
  • แสดงแผนที่ดาวเทียม: ดูแผนที่ที่มีรายละเอียดมากขึ้นโดยใช้รูปภาพจากดาวเทียม
  • คำแนะนำ: ดูรายการคำแนะนำทีละขั้นตอน
  • การตั้งค่า: เปลี่ยนแปลงการตั้งค่า เช่น สลับระหว่างไมล์กับกิโลเมตร

ฟังเสียงแนะนำเส้นทาง

คุณฟังเสียงแนะนำเส้นทางไปยังสถานที่ได้

เปลี่ยนระดับเสียง

  1. เปิดแอป Google Maps Google Maps ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
  2. แตะ รูปโปรไฟล์หรือชื่อย่อ วงกลมบัญชีจากนั้น การตั้งค่า จากนั้น การตั้งค่าการนำทาง จากนั้น ระดับเสียงพูด
  3. เลือกดังขึ้น ปกติ หรือเบาลง

ปิดเสียง เปิดเสียง หรือฟังการแจ้งเตือน

  1. เปิดแอป Google Maps Google Maps ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
  2. เริ่มการนำทาง
  3. แตะเสียง เสียง ที่ด้านขวาบน จากนั้นเลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • ปิดเสียง: แตะปิดเสียง ปิดเสียง
    • ฟังการแจ้งเตือน: แตะการแจ้งเตือน การแจ้งเตือน คุณจะได้ยินการแจ้งเตือน เช่น การจราจร การก่อสร้าง และเหตุขัดข้อง แต่จะไม่ได้ยินเส้นทางแบบเลี้ยวต่อเลี้ยว
    • เปิดเสียง: แตะเสียง เสียง

แก้ไขปัญหาการนำทางด้วยเสียง

ขั้นตอนที่ 1: เปิดระดับเสียงของอุปกรณ์

ตรวจสอบว่าระดับเสียงของโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตเปิดอยู่ หลังจากเริ่มการนำทาง เพิ่มระดับเสียง

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบว่าเสียงในแอป Maps เปิดอยู่
  1. เปิดแอป Google Maps Google Maps ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
  2. เริ่มการนำทาง
  3. คุณควรเห็นไอคอนเสียง เสียง แสดงอยู่ที่ด้านขวาบน หากไม่เห็นไอคอนนี้ ให้แตะปิดเสียง ปิดเสียง จากนั้น เสียง เสียง Google Maps ควรเริ่มพูด
ขั้นตอนที่ 3: เพิ่มระดับเสียงในแอป Maps
  1. เปิดแอป Google Maps Google Maps ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
  2. แตะ รูปโปรไฟล์หรือชื่อย่อ วงกลมบัญชีจากนั้น การตั้งค่า จากนั้น การตั้งค่าการนำทาง จากนั้น ระดับเสียงพูด
  3. เลือกดังขึ้น
ขั้นตอนที่ 4: เลือกลำโพงที่จะใช้
  1. เปิดบลูทูธบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต
  2. จับคู่โทรศัพท์หรือแท็บเล็ตกับรถยนต์
  3. ตั้งค่าแหล่งที่มาสำหรับระบบเสียงของรถยนต์เป็นบลูทูธ
  4. เปิดแอป Google Maps Google Maps ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
  5. แตะ รูปโปรไฟล์หรือชื่อย่อ วงกลมบัญชี จากนั้น การตั้งค่า Settings จากนั้น การตั้งค่าการนำทาง
  6. เลือกตัวเลือกต่อไปนี้
    • หากต้องการฟังเสียงนำทางจากลำโพงรถยนต์ ให้เปิดเล่นเสียงผ่านบลูทูธ
    •  หากต้องการฟังเสียงนำทางจากลำโพงโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต ให้ปิดเล่นเสียงผ่านบลูทูธ

หมายเหตุ

  • คุณเล่นเสียงทดสอบได้ใน Google Maps สำหรับ Android เวอร์ชัน 9.13 ขึ้นไป หากต้องการเล่นเสียงทดสอบ ให้เปิดแอป Google Maps Google Maps จากนั้น รูปโปรไฟล์หรือชื่อย่อ วงกลมบัญชี จากนั้น การตั้งค่า จากนั้น การตั้งค่าการนำทาง จากนั้น เล่นเสียงทดสอบ คุณจะได้ยิน "คุณจะได้ยินเสียงนี้เมื่อระบบนำทางใน Google Maps"
  • หากต้องการชาร์จโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต ใช้สาย USB สำหรับชาร์จเท่านั้น หรือใช้อะแดปเตอร์เสียบกับเต้ารับหรือช่องจุดบุหรี่
ขั้นตอนที่ 5: ดาวน์โหลดเสียงแนะนำเส้นทาง

ในบางครั้ง ระบบจะไม่ดาวน์โหลดเสียงแนะนำเส้นทาง หรือต้องมีการอัปเดตบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต ในกรณีนี้ คุณจะได้ยินเสียงจังหวะระฆังแทนที่จะเป็นเสียงแนะนำเส้นทาง

  1. ตรวจสอบว่าคุณเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่ เสียงแนะนำเส้นทางจะดาวน์โหลดเร็วขึ้นหากมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ดี
  2. ขอเส้นทาง
  3. ใช้แอป Google Maps ตามปกติ เสียงแนะนำเส้นทางจะดาวน์โหลดในขณะที่คุณเปิดแอป Maps อยู่
  4. เมื่อเสร็จสิ้นการดาวน์โหลด คุณจะได้ยินเสียงแนะนำเส้นทางแทนเสียงจังหวะระฆังในขณะนำทางไปยังสถานที่

สิ่งอื่นๆ ที่คุณทำได้ด้วยการนำทาง

รายงานการแจ้งเตือนการจราจร

รายงานตำแหน่งกล้องจับความเร็วและอุบัติเหตุจราจร

คุณแชร์ข้อมูลที่พบตามเส้นทางเพื่อช่วยปรับปรุง Maps สำหรับตัวคุณเองและคนอื่นๆ ได้ คุณรายงานสิ่งต่อไปนี้ได้

  • การจราจรชะลอตัว การจราจรติดขัด
  • รถชน รถชน
  • เครื่องตรวจจับความเร็ว เครื่องตรวจจับความเร็ว

หมายเหตุ: รายงานข้อมูลเมื่อทำได้อย่างปลอดภัยเท่านั้น

เพิ่มรายงาน

  1. เปิดแอป Google Maps Google Maps
  2. เริ่มการนำทาง
  3. แตะรายงาน รายงานจากนั้น เลือกตัวเลือก
  4. รายงานปรากฏในแผนที่ตรงตำแหน่งที่ได้เดินทางผ่านมาแล้ว โดยไม่ระบุชื่อของคุณ

ดูการแจ้งเตือนจากคนอื่น

หากมีคนรายงานสถานการณ์ใดๆ คุณจะเห็นการรายงานนั้นในแผนที่เมื่อคุณเข้าใกล้จุดที่ได้รับรายงาน และอาจได้ยินคำเตือนด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าการแจ้งเตือน

เมื่อไปถึงตำแหน่งที่มีการแจ้งเตือน คุณจะเห็นข้อความถามว่า "ยังมีเหตุการณ์นี้อยู่ไหม" โปรดแตะใช่หรือไม่ใช่เพื่อแจ้งให้ผู้อื่นทราบว่ายังมีเหตุการณ์ตามที่รายงานอยู่ไหม

ดูการจำกัดความเร็ว

หมายเหตุ: ฟีเจอร์นี้มีให้ใช้ในบางแห่งเท่านั้น

ในบางพื้นที่ คุณอาจเห็นข้อมูลการจำกัดความเร็วในระหว่างการเดินทาง

ในบางพื้นที่ ข้อมูลการจำกัดความเร็วจะปรากฏเป็นกล่องสีขาวดำ Box_speed_limit แต่ในบางพื้นที่ก็จะปรากฏเป็นวงกลมสีขาวขอบสีแดง Circle_speed_limit

คุณปิดข้อมูลการจำกัดความเร็วได้ในการตั้งค่าการนำทาง ดังนี้

  1. เปิดแอป Google Maps Google Maps ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
  2. แตะ รูปโปรไฟล์หรือชื่อย่อ วงกลมบัญชี จากนั้น การตั้งค่า Settings จากนั้น การตั้งค่าการนำทาง
  3. ปิดการจำกัดความเร็วที่อยู่ในตัวเลือกการขับรถ

สำคัญ: การจำกัดความเร็วที่แสดงใน Maps มีไว้เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น โปรดดูป้ายสัญญาณจราจรเพื่อยืนยันการจำกัดความเร็วในการเดินทาง

ปิดเสียงแนะนำเส้นทางระหว่างการโทร

หากมีสายเข้าขณะที่กำลังนำทางไปที่ไหนสักแห่ง คุณจะรับสายได้ แต่จะได้ยินเสียงแนะนำเส้นทางเว้นแต่คุณจะปิดเสียง

  1. เปิดแอป Google Maps Google Maps ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
  2. แตะ รูปโปรไฟล์หรือชื่อย่อ วงกลมบัญชี จากนั้น การตั้งค่า Settings จากนั้น การตั้งค่าการนำทาง
  3. เปิดหรือปิด "เล่นเสียงในระหว่างที่โทรศัพท์"
เปลี่ยนเสียง

คุณเปลี่ยนไปใช้เสียงอื่นได้จากการตั้งค่าการอ่านออกเสียงข้อความของโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต

  1. ไปที่แอปการตั้งค่าของโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต
  2. แตะภาษาและการป้อนข้อมูล
  3. แตะเอาต์พุตการอ่านออกเสียงข้อความ
  4. ภายใต้ "เครื่องมือที่ต้องการ" เลือกตัวเลือกการอ่านออกเสียงข้อความอื่น
  5. การนำทางด้วยเสียงจะใช้เสียงที่คุณเลือก ซึ่งจะเปลี่ยนเสียงในแอปอื่นๆ ด้วย
เปลี่ยนภาษา
  1. เปิดแอป Google Maps Google Maps ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android
  2. แตะ รูปโปรไฟล์หรือชื่อย่อ วงกลมบัญชี จากนั้น การตั้งค่า Settings จากนั้น การตั้งค่าการนำทาง
  3. ในส่วน "เสียง" ให้แตะการเลือกเสียง
  4. เลือกภาษา
เคล็ดลับในการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ขณะใช้การนำทาง

แบตเตอรี่จะหมดเร็วขึ้นเมื่อใช้การนำทาง เพราะ Maps จะใช้ทรัพยากรต่อไปนี้จากโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต

  • ตำแหน่งปัจจุบัน
  • หน้าจอ
  • ลำโพง

เคล็ดลับการประหยัดแบตเตอรี่

  • ใช้อะแดปเตอร์: ไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดถ้าโทรศัพท์ชาร์จอยู่ เราขอแนะนำให้ใช้อะแดปเตอร์ โดยเฉพาะในการเดินทางที่นานกว่า 30 นาที
  • ปิดหน้าจอ: หากไม่ต้องการดูหน้าจอขณะใช้การนำทาง ให้กดปุ่มเปิด/ปิดบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตเพื่อปิดหน้าจอ แล้วคุณยังจะได้ยินเสียงแนะนำเส้นทางอยู่

สิ่งที่ต้องมีเพื่อใช้การนำทาง

บนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของคุณ

  • เปิด GPS
  • อนุญาตให้ Google Maps เข้าถึงตำแหน่งปัจจุบันและลำโพง
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
Android iPhone และ iPad