การขอสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลัง

Academy Logo

การฝึกอบรมฟรี

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีลดการใช้ข้อมูลตำแหน่งของอุปกรณ์ และดูตัวอย่างของการแจ้งตำแหน่งอุปกรณ์ใน Academy for App Success

คุณส่งแอปเพื่อรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าถึงตำแหน่งเมื่ออยู่เบื้องหลังได้ด้วยการกรอกแบบฟอร์มการประกาศสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งใน Play Console

แอปไม่ควรขอสิทธิ์เข้าถึงตําแหน่งในเบื้องหลังเว้นแต่จะมีความจําเป็น หากแอปขอสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลังแต่สิทธิ์นี้ไม่จำเป็นต่อฟังก์ชันการทำงานหลักของแอป คุณต้องนำสิทธิ์นี้ออกจากแอปและ/หรือใช้สิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหน้า เช่น เมื่อผู้ใช้เห็นกิจกรรมของแอป ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานที่เป็นไปตามนโยบายได้ที่ด้านล่าง

 วิดีโอต่อไปนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการประกาศสิทธิ์และการเปิดเผยข้อมูลในแอป

แอปทั้งหมดที่เข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลังจะต้องได้รับอนุมัติ มิเช่นนั้นการอัปเดตแอปอาจถูกบล็อกและแอปอาจถูกนำออกจาก Google Play

เกี่ยวกับขั้นตอนนี้

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2022 เป็นต้นไป แอปทั้งหมดต้องโพสต์นโยบายความเป็นส่วนตัวใน Google Play Console และภายในตัวแอปด้วย

เราจะพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้เมื่อตรวจสอบแอป

  • ฟีเจอร์ให้คุณค่าที่ชัดเจนแก่ผู้ใช้หรือไม่
    • ตัวอย่างของหมวดหมู่ฟีเจอร์ที่ให้ประโยชน์ที่สำคัญแก่ผู้ใช้ ได้แก่ ความปลอดภัยทางกายภาพ ความปลอดภัยที่รับรู้ และสุขภาพ/การออกกำลังกาย ตัวอย่างของหมวดหมู่ฟีเจอร์ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้ใช้น้อยเมื่ออิงตามตำแหน่งของผู้ใช้ ได้แก่ โฆษณา การวิเคราะห์ การปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับผู้ใช้ ความบันเทิง และความสะดวก
  • ผู้ใช้คาดหวังให้แอปเข้าถึงตำแหน่งของตนในเบื้องหลังหรือไม่
  • ฟีเจอร์สำคัญต่อจุดประสงค์หลักของแอปหรือไม่
  • คุณมอบประสบการณ์แบบเดียวกันโดยไม่ต้องเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลังได้หรือไม่

หมายเหตุ: รายการนี้ไม่ครอบคลุมปัจจัยทั้งหมดแต่มีไว้เพื่อให้คุณเห็นภาพการตรวจสอบและการตีความการใช้สิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งของแอป

ฟังก์ชันการทำงานหลักถือเป็นจุดประสงค์หลักของแอป โดยประกอบด้วยชุดฟีเจอร์หลักซึ่งต้องระบุและโปรโมตให้ครบถ้วนและเด่นชัดในคำอธิบายของแอป หากไม่มีฟีเจอร์หลัก แอปจะ "เสีย" หรือแสดงผลเป็นใช้งานไม่ได้

รับการอนุมัติสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลังของแอป

ก่อนจะเริ่มต้น

คุณควรดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้ให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนที่จะกรอกแบบฟอร์มประกาศสิทธิ์เพื่อประกาศการเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลังของแอป ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้คุณทราบแนวทางปฏิบัติแนะนำสำหรับการเข้าถึงข้อมูลตำแหน่ง ตัวเลือกอื่นๆ และวิธีช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลตำแหน่งได้ชัดเจนขึ้น

ขั้นตอนที่ 1: ดูแนวทางปฏิบัติแนะนำสำหรับการเข้าถึงตำแหน่ง

ทําความเข้าใจข้อกําหนด

นักพัฒนาแอปต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อไปนี้สำหรับการเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งในแอป

  • คุณไม่ควรจะขอสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งจากผู้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการโฆษณาหรือการวิเคราะห์ข้อมูลเพียงอย่างเดียว
  • จะมีการใช้ข้อมูลตำแหน่งในเบื้องหลังได้เฉพาะสำหรับการให้บริการฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้ซึ่งเกี่ยวกับฟังก์ชันการทำงานหลักของแอปเท่านั้น
  • แอปที่ออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะต้องเป็นไปตามนโยบายออกแบบเพื่อครอบครัว
    • เคล็ดลับ: ไปที่ Academy for App Success ของ Google Play เพื่อทำความเข้าใจนโยบายเพื่อครอบครัวของ Google Play ให้ดียิ่งขึ้น

ดูแนวทางปฏิบัติแนะนำ

เราขอแนะนำให้นักพัฒนาแอปทุกรายอ่านแนวทางปฏิบัติแนะนำต่อไปนี้สำหรับการเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งในแอปของตน

  • ดูรายการตรวจสอบการเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลังเพื่อระบุการเข้าถึงที่เป็นไปได้ในโค้ดของคุณ โปรดทราบว่าคุณมีหน้าที่ดูแลให้ SDK หรือไลบรารีของบุคคลที่สามทั้งหมดที่คุณใช้เป็นไปตามนโยบายของเรา รวมถึงการใช้สิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งด้วย App Bundle หรือ APK ทั้งหมดในการติดตามการเผยแพร่ที่มีการใช้งานอยู่ทั้งหมด (ได้แก่ แทร็กการทดสอบภายใน การทดสอบแบบเปิด และการทดสอบแบบปิด) ต้องได้รับการตรวจสอบ
  • ลดการใช้ตำแหน่งโดยใช้ในขอบเขตน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการฟีเจอร์ (เช่น ตำแหน่งคร่าวๆ แทนที่จะเป็นตำแหน่งอย่างละเอียด และเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหน้าแทนที่จะเป็นเบื้องหลัง) ผู้ใช้ควรทราบอย่างสมเหตุสมผลว่าฟีเจอร์หรือบริการต้องใช้การเข้าถึงตำแหน่งในระดับที่ขอ เช่น เราอาจปฏิเสธแอปที่ขอหรือเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลังโดยไม่มีการให้เหตุผลที่เพียงพอ
  • อ่านแนวทางปฏิบัติแนะนำด้านความเป็นส่วนตัวและตรวจสอบว่าคุณมีนโยบายด้านการเปิดเผยข้อมูลและความเป็นส่วนตัวที่เหมาะสมแล้ว
ขั้นตอนที่ 2: พิจารณาใช้ตัวเลือกอื่นๆ แทนการเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลัง

แอปได้รับอนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่งโดยใช้สิทธิ์ของบริการที่ทำงานอยู่เบื้องหน้า (เมื่อแอปมีเพียงการเข้าถึงเมื่ออยู่เบื้องหน้า เช่น "ขณะใช้งาน") หากการใช้งานนั้นเริ่มต้นขึ้นเป็นการต่อเนื่องมาจากการกระทำในแอปที่เริ่มต้นโดยผู้ใช้ และสิ้นสุดลงทันทีหลังจากที่ Use Case ตามเจตนาของการดำเนินการที่เริ่มต้นโดยผู้ใช้เสร็จสิ้นลงโดยแอปพลิเคชัน

การเข้าถึงตำแหน่งจะถือว่าอยู่ในเบื้องหน้าหากเกิดขึ้นขณะที่แอปเปิดอยู่และผู้ใช้มองเห็นได้ หากผู้ใช้ปิดแอปหรือกดปุ่มหน้าแรกเพื่อกลับไปยังหน้าจอหลักจะถือว่าการเข้าถึงตำแหน่งของแอปนั้นอยู่ในเบื้องหลัง

ตัวอย่างการใช้ตำแหน่งในเบื้องหน้า

ด้านล่างนี้คือรายการฟีเจอร์ที่อาจใช้กับสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหน้าแทนได้ การใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าแอปของคุณจะถูกปฏิเสธโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม หากฟีเจอร์เหล่านี้เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้แอปต้องการสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลัง แอปจะมีโอกาสถูกปฏิเสธสูงขึ้น

  • แนะนําให้เพิ่มเพื่อน/ผู้เล่น/การเชื่อมต่อที่อยู่ใกล้เคียงเฉพาะเมื่อผู้ใช้อยู่ในแอป (ยกเว้นการแนะนําเพื่อน/ผู้เล่น/การเชื่อมต่อที่อยู่ใกล้เคียงขณะแอปปิดอยู่)
  • เนื้อหาในแอปที่ปรับเปลี่ยนตามตําแหน่งของผู้ใช้ (เช่น เพลย์ลิสต์เพลงสําหรับฟังในบ้าน ข่าวท้องถิ่น ฯลฯ) โดยไม่มีการแจ้งเตือน/ฟีเจอร์แก่ผู้ใช้เมื่อแอปปิดอยู่ 
  • จํากัดเนื้อหาเพื่อบังคับใช้การจัดการสิทธิ์ดิจิทัลตามภูมิภาค
  • การติดตามการจัดส่ง/บริการ (เช่น อาหาร พัสดุภัณฑ์ หรือการโดยสาร) สำหรับฝั่งผู้ใช้ (ไม่ใช่คนขับ)
  • การนําทางแบบเลี้ยวต่อเลี้ยว (ไม่เกี่ยวข้องหากฟังก์ชันทำงานขณะที่ผู้ใช้อยู่นอกแอป เช่น การติดตามเส้นทาง/จำนวนก้าวแบบแพสซีฟ การตรวจสอบเมื่อผู้ใช้เริ่มหรือหยุดขับรถ ฯลฯ)
  • การรวมข้อมูลตำแหน่งของผู้ใช้เพื่อแสดงรูปแบบการจราจร/จุดที่มีการจราจรแออัดมากหรือแมปความเร็วอินเทอร์เน็ตใกล้เคียง

โปรดทราบว่านี่ไม่ใช่รายการที่ครอบคลุม และเราจะประเมินแต่ละแอปโดยอิงตามฟังก์ชันการทำงานหลักที่ประกาศไว้ อย่างไรก็ตาม หากแอปมีเพียงฟังก์ชันการทำงานอย่างเช่น ฟังก์ชันที่กล่าวถึงข้างต้นซึ่งจำเป็นต้องใช้ตำแหน่งในเบื้องหลัง โปรดพิจารณาใช้การเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหน้าแทนการเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลัง

ขั้นตอนที่ 3: ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลังอย่างชัดเจน

หากมีแผนจะใช้ตำแหน่งในเบื้องหลังในแอป คุณควรแจ้งให้ผู้ใช้ทราบในข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store ของ Google Play โดยระบุไว้ในคำอธิบายแอปและภาพหน้าจอ รวมถึงในชื่อหรือไอคอน (หากทำได้) 

คำแนะนำในการไฮไลต์การใช้ตำแหน่งในเบื้องหลังให้ผู้ใช้ทราบมีดังนี้

  • ระบุคำอธิบายสั้นๆ ที่บอกว่ามีการใช้ "ตำแหน่ง" (เช่น "ค้นหาได้ทุกที่" หรือ "ทราบตำแหน่งเสมอ")
  • ใส่ภาพหน้าจอในแอปที่แสดงแผนที่/ตำแหน่งของผู้ใช้หรือรูปภาพที่ติดป้ายสถานที่ 
  • บอกว่าแอปมีการใช้ฟีเจอร์ตำแหน่งโดยระบุไว้ในชื่อหรือไอคอนของแอปด้วย (หากมี)

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประกาศ

เมื่อกรอกแบบฟอร์มการประกาศสิทธิ์ คุณจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนด้านล่างให้เสร็จสมบูรณ์ด้วย เพื่อให้ Google ประเมินสิทธิ์เข้าถึงตําแหน่งในเบื้องหลังของแอป

ขั้นตอนที่ 4: ส่งวิดีโอสาธิต

ในการประกาศสิทธิ์ คุณต้องให้ลิงก์ไปยังวิดีโอสั้นๆ ซึ่งแสดงถึงฟีเจอร์ตามตําแหน่งในแอปที่ต้องเข้าถึงตําแหน่งในเบื้องหลัง (ในขณะที่ไม่มีการใช้งานแอป) 

ดูลักษณะของวิดีโอสาธิตนี้ได้จากตัวอย่างด้านล่าง

ดูตัวอย่างวิดีโอสาธิต

ข้อกำหนดเกี่ยวกับวิดีโอ

วิดีโอควรแสดงให้เห็นฟีเจอร์ที่ใช้ตำแหน่งในเบื้องหลัง รวมถึงขั้นตอนที่จำเป็นในการพบและเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ในแอป วิดีโอควรแสดงสิ่งต่อไปนี้

  • ฟีเจอร์ที่มีการเปิดใช้งานจากเบื้องหลัง
  • กล่องโต้ตอบที่แจ้งการเปิดเผยในแอปซึ่งแสดงให้ผู้ใช้เห็นอย่างชัดเจน (อธิบายไว้ด้านล่าง)
  • ข้อความแจ้งเกี่ยวกับรันไทม์

วิดีโอควรมีความยาวไม่เกิน 30 วินาที เราขอแนะนำให้ใช้ลิงก์ YouTube เป็นรูปแบบวิดีโอ แต่ก็รองรับลิงก์จากพื้นที่เก็บข้อมูล Google ไดรฟ์ไปยังไฟล์ mp4 หรือรูปแบบไฟล์วิดีโออื่นๆ ที่ใช้กันโดยทั่วไปเช่นกัน

หมายเหตุ:

  • หากฟีเจอร์ไม่มีอินเทอร์เฟซที่ผู้ใช้เห็นเมื่อมีการใช้งานตำแหน่งในเบื้องหลังอยู่ โปรดระบุข้อมูลนี้ไว้ในการประกาศและสาธิตฟีเจอร์หรือผลกระทบในวิดีโอให้ได้มากที่สุด
  • ตรวจดูว่าวิดีโอสร้างขึ้นโดยใช้อุปกรณ์ Android
ขั้นตอนที่ 5: แสดงการเปิดเผยข้อมูลในแอปอย่างชัดเจน

หากแอปเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลัง คุณต้องเปิดเผยข้อมูลในแอปเกี่ยวกับการเข้าถึง การรวบรวม การใช้งาน และการแชร์ข้อมูล 

ดูการเปิดเผยข้อมูลในแอปที่เรายอมรับได้จากตัวอย่างด้านล่าง

ดูตัวอย่างการเปิดเผยข้อมูลในแอปอย่างชัดเจน

ข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูลในแอป

การเปิดเผยข้อมูลในแอปจะต้องมีลักษณะดังนี้

  • ต้องอยู่ในตัวแอป ไม่ใช่อยู่เฉพาะในคำอธิบายแอปหรือในเว็บไซต์
  • ต้องแสดงในการใช้งานปกติของแอปและต้องไม่บังคับให้ผู้ใช้ไปยังเมนูหรือการตั้งค่า
  • ต้องอธิบายข้อมูลที่เข้าถึงและเก็บรวบรวม
  • ต้องอธิบายว่าจะนำข้อมูลไปใช้งานและ/หรือแชร์อย่างไร
  • ต้องไม่ใส่ไว้เฉพาะในนโยบายความเป็นส่วนตัวหรือข้อกำหนดในการให้บริการ และ
  • ต้องไม่รวมอยู่กับการเปิดเผยข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อน
  • ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องให้คำยินยอมอย่างชัดแจ้ง เช่น "ยอมรับ" หรือ "ฉันเข้าใจ" เนื่องจากจะมีการดำเนินการในข้อความแจ้งของรันไทม์ที่ตามมาโดยทันที นั่นคือให้ผู้ใช้ปิดหรือใช้นิ้วเลื่อนการเปิดเผยข้อมูลเพื่อออกจากการเปิดเผยข้อมูลได้

ข้อความในการเปิดเผยข้อมูลต้องมีส่วนประกอบดังต่อไปนี้

  1. คำว่า "ตำแหน่ง"
  2. การระบุว่ามีลักษณะการใช้งานในเบื้องหลังโดยใช้วลีใดวลีหนึ่งต่อไปนี้ "ในเบื้องหลัง"/"เมื่อแอปปิดอยู่"/"มีการใช้งานตลอดเวลา"/"เมื่อไม่ได้ใช้งานแอป"
  3. รายการฟีเจอร์ทั้งหมดที่ใช้ตำแหน่งในเบื้องหลัง
  4. หากคุณขยายการใช้งานที่ได้รับสิทธิ์ไปยังโฆษณา คุณต้องใส่ข้อความต่อไปนี้ด้วย "ใช้เพื่อแสดงโฆษณา/สนับสนุนการโฆษณา/สนับสนุนโฆษณา" (เลือกวลีที่ตรงกับแอปของคุณมากที่สุด)

รูปแบบข้อความการเปิดเผยข้อมูลที่แนะนำ

เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของนโยบาย เราขอแนะนำให้คุณอ้างอิงรูปแบบตัวอย่างต่อไปนี้ ตัวอย่างที่ 2 รวมถึงการใช้ตำแหน่งเพื่อแสดงโฆษณา การใช้ข้อมูลตำแหน่งเพื่อวัตถุประสงค์ด้านโฆษณาต้องเป็นไปตามนโยบายการใช้ข้อมูลตำแหน่งสำหรับโฆษณา เลือกวลีที่ตรงกับแอปมากที่สุด

  • "[แอปนี้] รวบรวมข้อมูลตำแหน่งเพื่อเปิดใช้ ["ฟีเจอร์"] ["ฟีเจอร์"] และ ["ฟีเจอร์"] แม้ว่าแอปจะปิดอยู่หรือไม่ได้ใช้งาน" 
  • "[แอปนี้] รวบรวมข้อมูลตำแหน่งเพื่อเปิดใช้ ["ฟีเจอร์"] ["ฟีเจอร์"] และ ["ฟีเจอร์"] แม้ว่าแอปจะปิดอยู่หรือไม่ได้ใช้งาน และยังใช้เพื่อสนับสนุนการโฆษณาด้วย"

    ตัวอย่าง: "Fitness Funds รวบรวมข้อมูลตำแหน่งเพื่อเปิดใช้การติดตามการออกกำลังกายแม้ในขณะที่แอปปิดอยู่หรือไม่ได้ใช้งาน"

การเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจนอาจรวมถึงข้อมูลอื่นๆ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของนโยบายและเพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจได้ชัดเจน แต่อย่างน้อยต้องมีข้อความข้างต้นอยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุ: หากฟีเจอร์ไม่มีอินเทอร์เฟซที่ผู้ใช้เห็นเมื่อมีการใช้งานตำแหน่งในเบื้องหลังอยู่ โปรดแสดงการแจ้งเตือนการเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจนเมื่อมีการเปิดแอปเป็นครั้งแรกแทน

นโยบายความเป็นส่วนตัว

การเพิ่มนโยบายความเป็นส่วนตัวลงในข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store ของแอปจะช่วยให้มีความโปร่งใสเกี่ยวกับวิธีที่คุณปฏิบัติต่อข้อมูลผู้ใช้ที่มีความละเอียดอ่อนและข้อมูลอุปกรณ์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและการเปิดเผยข้อมูลในแอป จะต้องเปิดเผยข้อมูลโดยละเอียดว่าแอปของคุณรวบรวม ใช้ และแชร์ข้อมูลผู้ใช้อย่างไร รวมถึงแชร์กับบุคคลประเภทใด คุณควรปรึกษาตัวแทนทางกฎหมายเพื่อขอคำแนะนำว่าต้องระบุข้อมูลใดบ้าง

  • คุณจะต้องใส่ลิงก์ไปยังนโยบายความเป็นส่วนตัวในหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store ของแอปและภายในแอป 
  • โปรดตรวจสอบว่านโยบายความเป็นส่วนตัวอยู่ใน URL ที่ยังใช้งานได้ อ้างอิงกับแอปของคุณ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบคลุมความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
  • หากแอปใช้ตําแหน่งในเบื้องหลัง นโยบายความเป็นส่วนตัวต้องมีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม อ้างอิงข้อมูลตำแหน่ง และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานข้อมูลตำแหน่งของแอป
  • ติดป้ายกำกับไว้อย่างชัดเจนให้กับหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวในชื่อหรือ URL และภายในเนื้อหาของหน้า

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

ฉันเผยแพร่อัปเดตแอปขณะยังแก้ไขการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับตำแหน่งอยู่ได้หรือไม่

ก่อนวันที่บังคับใช้นโยบาย (18 มกราคม 2021 สำหรับแอปใหม่ทั้งหมด และ 29 มีนาคม 2021 สำหรับแอปที่มีอยู่ทั้งหมด) คุณอาจเผยแพร่อัปเดตแอปได้แม้ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของนโยบายตำแหน่ง

หากต้องการเผยแพร่อัปเดตแอป ให้ส่งแอปอีกครั้ง (คุณอาจใช้ Android App Bundle หรือ APK และเวอร์ชันเดิม) ในส่วน "ประกาศสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งที่มีความละเอียดอ่อน" ให้เลือก "ไม่ รุ่นนี้ไม่เป็นไปตามนโยบายสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่ง" วิธีนี้ช่วยให้คุณเผยแพร่อัปเดตแอปได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบเกี่ยวกับตำแหน่งขณะแก้ไขแอปให้เป็นไปตามข้อกำหนด

แอปมีฟีเจอร์หลายอย่างที่ใช้ตําแหน่งในเบื้องหลัง ฉันควรทำอย่างไร

คุณประกาศฟีเจอร์ของแอปซึ่งใช้ตําแหน่งในเบื้องหลังได้เพียงรายการเดียวสำหรับการตรวจสอบ หากแอปมีฟีเจอร์หลายอย่างที่ทั้งเป็นจุดประสงค์หลักของแอปและใช้ตำแหน่งในเบื้องหลัง ให้เลือกฟีเจอร์ที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้ 

ตัวอย่างเช่น แอปโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ใช้ตำแหน่งในเบื้องหลังเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ทราบเกี่ยวกับข้อเสนอใกล้เคียงและอนุญาตให้ผู้ใช้แชร์ตำแหน่งของตนกับเพื่อนได้อย่างต่อเนื่อง คุณควรใช้ฟีเจอร์การแชร์กับเพื่อนในการประกาศสิทธิ์เนื่องจากเป็นฟีเจอร์ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้ใช้ (การเชื่อมต่อ/ยูทิลิตี) มากกว่าโฆษณาตามบริบทของตำแหน่ง (ความสะดวก/การปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับผู้ใช้)

Google Play จะกำหนดตำแหน่งในการมีสิทธิ์เข้าถึงในเบื้องหลังโดยอิงจากการตรวจสอบฟีเจอร์หลักของแอปซึ่งคุณประกาศ แต่การอนุมัติจะขึ้นอยู่กับว่ามีการอนุญาตให้ใช้ตำแหน่งในเบื้องหลังที่ระดับแอปหรือไม่ คุณมีหน้าที่ตรวจสอบว่าฟีเจอร์อื่นๆ ที่อาจใช้ตำแหน่งในเบื้องหลังนั้นเป็นไปตามนโยบาย รวมถึงเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลในแอปให้ผู้ใช้เห็นอย่างชัดเจน ตามที่อธิบายไว้ในส่วน "การเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน" ด้านบน

ฉันจะดูการประกาศได้จากที่ใด

แบบฟอร์มการประกาศสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งจะพร้อมใช้งานใน Play Console ในวันที่ 30 กันยายน 2020 คุณหาแบบฟอร์มนี้ได้ด้วยตนเองโดยไปที่หน้าเนื้อหาแอป จากนั้นคลิกเริ่มต้นในส่วน "สิทธิ์ที่มีความละเอียดอ่อนของแอป" แล้วคลิกเริ่มต้นในส่วน "สิทธิ์เข้าถึงตำแหน่ง"

หากเห็นข้อความแจ้งสำหรับแบบฟอร์มอื่นๆ เช่น แบบฟอร์มสิทธิ์เข้าถึงแอปหรือแบบฟอร์มการประกาศการให้สิทธิ์ โปรดกรอกแบบฟอร์มเหล่านั้นก่อน เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการเตรียมแอปของคุณให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบใน Play Console ดูวิธีการอย่างละเอียดได้ที่เตรียมแอปของคุณให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบ

หากไม่เห็นข้อความแจ้งเกี่ยวกับการประกาศใน Console โปรดยืนยันว่าคุณกำลังใช้สิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งที่มีความละเอียดอ่อนตามระดับ SDK เป้าหมายของแอปอยู่

  • หาก App Bundle หรือ APK กำหนดเป้าหมายเป็น Android 10 ขึ้นไป (SDK ระดับ 29 ขึ้นไป) และมีสิทธิ์ ACCESS_BACKGROUND_LOCATION ในไฟล์ Manifest ระบบจะนำคุณไปกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานตำแหน่ง
  • หาก App Bundle หรือ APK กำหนดเป้าหมายเป็น Android 9 หรือเก่ากว่า (SDK ระดับ 28 หรือต่ำกว่า) และมี ACCESS_COARSE_LOCATION หรือ ACCESS_FINE_LOCATION คุณจะต้องระบุเจตนาในการเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลัง จากนั้นระบบจะนำคุณไปยังหน้ากรอกรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานตำแหน่ง
จะเกิดอะไรขึ้นหากฉันมี APK เก่าที่มีสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งแต่เปลี่ยนแปลงโค้ดไม่ได้

หากคุณมี APK เก่าที่มีสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งแต่ทำการเปลี่ยนแปลงโค้ดใน APK ดังกล่าวไม่ได้แล้ว คุณอาจสมัครขอรับข้อยกเว้นนโยบายได้

คุณต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อไปนี้ทั้งหมดเพื่อให้มีสิทธิ์รับข้อยกเว้น

  • คุณต้องประกาศ APK ที่ต้องการรับข้อยกเว้น
  • APK ที่ขอรับข้อยกเว้นจะต้องเผยแพร่ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2019
  • คุณต้องมี APK ทางเลือกที่แสดงต่อผู้ใช้ใน Android Oreo (API ระดับ 26) ขึ้นไป และ APK ทางเลือกเหล่านี้ต้องเป็นไปตามนโยบายสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่ง
  • APK ที่ขอรับข้อยกเว้นจะต้องเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก (ไม่เกินเลขหลักเดียวที่มีค่าต่ำ) จากฐานการติดตั้งทั้งหมดของคุณ

Google Play จะตรวจสอบคำขอและให้สิทธิ์รับข้อยกเว้นแยกเป็นรายกรณี หรือคุณอาจเลือกไม่เผยแพร่ APK ที่ละเมิดเพื่อเป็นการปฏิบัติตามนโยบายสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งก็ได้

ฉันจะต้องให้ข้อมูลอะไรในการประกาศบ้าง

การประกาศเกี่ยวกับตำแหน่งขอให้คุณให้ข้อมูลสำหรับคำถามต่อไปนี้

  1. วัตถุประสงค์ของแอป: วัตถุประสงค์หลักของแอปคืออะไร
  2. สิทธิ์เข้าถึงตำแหน่ง: เหตุใดแอปจึงต้องเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลัง 
    1. ชี้แจงให้เราทราบเกี่ยวกับฟีเจอร์ที่ต้องใช้ตำแหน่ง 1 ฟีเจอร์ในแอปของคุณซึ่งต้องการสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลัง และอธิบายเหตุผลที่ทำให้ฟีเจอร์ดังกล่าวใช้งานไม่ได้หากไม่มีสิทธิ์นี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวต้องเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์หลักของแอป เราจะอนุมัติสิทธิ์นี้สำหรับแอปทั้งแอป ไม่ใช่สำหรับฟีเจอร์นี้เพียงอย่างเดียว 
    2. โปรดทราบว่าเราประเมินฟีเจอร์ได้ทีละรายการเท่านั้นและการรวมฟีเจอร์หลายรายการจะทำให้แอปของคุณถูกปฏิเสธ
  3. วิดีโอแสดงวิธีการ: ระบุลิงก์ไปยังวิดีโอสั้นๆ ซึ่งแสดงฟีเจอร์ที่จะใช้ในแอปตามที่คุณอธิบายไว้ข้างต้น วิดีโอจะต้องมีกล่องโต้ตอบการเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจนซึ่งจะแสดงต่อผู้ใช้ ขอแนะนำให้ใช้วิดีโอที่ยาวไม่เกิน 30 วินาที
การให้สิทธิ์เป็นแบบถาวรใช่ไหม และฉันจะต้องอัปเดตเมื่อใด

นักพัฒนาแอปเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบว่าแอปที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ตําแหน่งในเบื้องหลังยังคงเป็นไปตามข้อกำหนดในการส่งครั้งต่อไปทั้งหมด การอัปเดตแอปจะได้รับการตรวจสอบตามนโยบายของ Play การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในแอปอาจส่งผลต่อการอนุมัติแอปให้ใช้ตําแหน่งในเบื้องหลังและทำให้ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม หากมีการเปลี่ยนแปลงฟีเจอร์ในแอปซึ่งใช้ตําแหน่งในเบื้องหลัง โปรดส่งแบบฟอร์มการประกาศใหม่เพื่อให้เราตรวจสอบต่อไป

ฉันจะนําตําแหน่งในเบื้องหลังออกได้อย่างไร

หากคุณพิจารณาแล้วว่าแอปไม่จำเป็นต้องใช้ตำแหน่งในเบื้องหลัง ให้ทําตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อนําการใช้งานในเบื้องหลังและการปฏิบัติตามข้อกําหนดด้านการเข้าถึงออก โปรดทราบว่าคุณจะต้องส่งแอปมารับการตรวจสอบหากมีการใช้สิทธิ์ต่อไปนี้ใน App Bundle หรือ APK ใดก็ตาม แม้จะไม่ใช่แทร็กที่ใช้งานจริง คุณดูข้อมูล App Bundle หรือ APK ที่ได้รับผลกระทบได้ที่ Play Console ในหน้าเนื้อหาแอป (นโยบาย > เนื้อหาแอป > สิทธิ์ที่มีความละเอียดอ่อนของแอป > แสดงสรุป)

  • หากก่อนหน้านี้คุณมี App Bundle หรือ APK ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดซึ่งเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลัง ให้ตรวจสอบว่าไม่มีเวอร์ชันที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในรุ่นปัจจุบัน แม้ว่าคุณจะไม่ได้ใช้บางแทร็กก็ตาม 
    • เปิดหน้า App Bundle Explorer (รุ่น > App Bundle Explorer) เพื่อตรวจสอบว่ามีการใช้งานเวอร์ชันที่เจาะจงอยู่หรือไม่
    • เมื่อส่ง App Bundle หรือ APK ใหม่เพื่อให้มีผลแทน App Bundle หรือ APK ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด โปรดตรวจสอบว่า App Bundle หรือ APK ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอยู่ในส่วน "ไม่รวมอยู่ด้วย" ก่อนเปิดตัวรุ่นใหม่ 
    • ตรวจดูว่ารุ่นใหม่ที่เป็นไปตามข้อกำหนดเปิดตัวแล้ว 100% และปิดใช้งาน App Bundle หรือ APK ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดโดยสมบูรณ์ 

หากยังคงพบปัญหาหลังจากตรวจสอบเส้นทางโค้ดและจำกัดให้ใช้งานเบื้องหน้าเท่านั้น โปรดตรวจสอบ SDK ของบุคคลที่สามที่ใช้ในแอป ซึ่งอาจเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลัง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว

true
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
92637
false
false