ประกาศสิทธิ์ของแอป

เราจะประเมินคำขอสิทธิ์ระหว่างขั้นตอนการเปิดตัวหลังจากที่คุณเพิ่ม Android App Bundle หากแอปขอใช้สิทธิ์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความละเอียดอ่อน (เช่น SMS หรือบันทึกการโทร) คุณอาจต้องกรอกแบบฟอร์มประกาศสิทธิ์และขออนุมัติจาก Google Play

เกี่ยวกับขั้นตอนนี้

แบบฟอร์มประกาศสิทธิ์จะแสดงระหว่างขั้นตอนการเปิดตัวหากแอปมี App Bundle ซึ่งขอสิทธิ์ที่ Google Play ยังไม่ได้รับการประกาศสิทธิ์

หากคุณมี App Bundle ที่ใช้งานอยู่ซึ่งต้องประกาศสิทธิ์ รวมถึงรุ่นในแทร็กทดสอบแบบเปิด แบบปิด หรือแบบภายใน จะมีการแจ้งเตือนแสดงที่เมนูด้านซ้ายในส่วนเนื้อหาแอป คุณจะเผยแพร่การเปลี่ยนแปลงแอปไม่ได้ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงการแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store (เช่น ข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Store, การกำหนดราคา และการจัดจำหน่าย) จนกว่าจะจัดการกับการแจ้งเตือนนี้โดยสร้างรุ่นที่มีการประกาศสิทธิ์หรือนำสิทธิ์เหล่านั้นออก

ลองปิดใช้งานแทร็กทดสอบแบบเปิด แบบปิด หรือแบบภายในที่ไม่มีการใช้งานในปัจจุบันหากแทร็กเหล่านั้นไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของนโยบายนี้

หากคุณเผยแพร่แอปโดยใช้ Publishing API สำหรับนักพัฒนาแอป Google Play โปรดอ่านวิธีการพิเศษเหล่านี้

กรอกแบบฟอร์มประกาศสิทธิ์

 

ขั้นตอนที่ 1: ประเมินสิทธิ์ที่ขอ

คุณจะเห็นประวัติของสิทธิ์ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ (หากมี) รวมถึงสิทธิ์ที่ขอใหม่ในรายการแบบขยายได้ในส่วน "แบบฟอร์มประกาศสิทธิ์" ของหน้าเนื้อหาแอป

  • สิทธิ์ที่มีเครื่องหมายถูกคือสิทธิ์ที่ประกาศแล้วในรุ่นก่อนๆ

  • สิทธิ์ที่มีการแจ้งเตือนคือสิทธิ์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ คำขอสิทธิ์เหล่านี้จะรวมอยู่ในแบบฟอร์มประกาศของคุณเพื่อให้ทีม Google Play ตรวจสอบและประเมินตามหลักเกณฑ์ที่เผยแพร่แล้ว
หากเห็นสิทธิ์ที่ขอในรายการสิทธิ์ขอใหม่ซึ่งคุณไม่ได้จะรวมไว้ในแบบฟอร์มประกาศสิทธิ์ ให้นำ App Bundle หรือ APK นั้นออกและอัปโหลด App Bundle ใหม่ที่มีการขอชุดสิทธิ์ที่เหมาะสมก่อนดำเนินการต่อ

 

ขั้นตอนที่ 2: ระบุฟังก์ชันการทำงานหลักของแอป

คุณต้องระบุฟังก์ชันการทำงานหลักของแอปจากรายการ Use Case ที่รองรับ เลือกทุกช่องที่ตรงกับฟังก์ชันการทำงานหลักของแอป

ขั้นตอนที่ 3: ระบุวิธีการสำหรับการตรวจสอบแอป

เมื่อคุณส่งแบบฟอร์มประกาศสิทธิ์ ทีม Google Play จะตรวจสอบฟังก์ชันการทำงานหลักของแอปเพื่อดูว่าจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ที่ขอสำหรับ Use Case ที่รองรับจริงๆ 
หากจำเป็นต้องแสดงวิธีการสำหรับสาธิตฟังก์ชันการทำงานหลัก ก็ระบุไว้ในส่วนนี้ได้

ขั้นตอนที่ 4: ส่งวิดีโอสาธิตการใช้งานแอป

คุณต้องส่งวิดีโอสาธิตการใช้งาน เพื่อให้ทีมตรวจสอบของ Google Play ประเมินฟังก์ชันการทำงานหลักของแอปได้โดยง่าย

รูปแบบวิดีโอที่รองรับ: ลิงก์ YouTube (แนะนำ) ลิงก์พื้นที่เก็บข้อมูลระบบคลาวด์ไปยังไฟล์ mp4 หรือรูปแบบไฟล์วิดีโออื่นๆ ที่ใช้กันโดยทั่วไป

ขั้นตอนที่ 5: ระบุวิธีการเข้าถึงเนื้อหาแอปที่ถูกจำกัด

ในกรณีที่คุณให้สิทธิ์การเข้าถึงฟังก์ชันการทำงานหลักของแอปกับผู้ที่ลงชื่อเข้าใช้เท่านั้น คุณต้องระบุวิธีการเข้าถึงเนื้อหาที่ถูกจำกัดเหล่านั้น ทีมตรวจสอบของ Google Play จะใช้วิธีการเหล่านั้นเพื่อประเมินฟังก์ชันที่ถูกจำกัด

หากต้องลงชื่อเข้าใช้แอป ให้เลือกมีการจำกัดบางฟังก์ชันหรือทุกฟังก์ชัน และระบุชื่อผู้ใช้หรือหมายเลขโทรศัพท์ และรหัสผ่านในการทดสอบที่ถูกต้อง พร้อมแจ้งวิธีการอื่นใดที่จำเป็นต่อการเข้าถึงเนื้อหาแอปที่ถูกจำกัดด้วย

ระบุเพียงข้อมูลเข้าสู่ระบบบัญชีที่ใช้ในการทดสอบโดยเฉพาะ อย่าให้ข้อมูลเข้าสู่ระบบของผู้ใช้ในเวอร์ชันที่ใช้งานจริง
มิเช่นนั้น ให้เลือกทุกฟังก์ชันใช้ได้โดยไม่ต้องมีการเข้าถึงพิเศษเพื่อดำเนินการต่อโดยไม่ต้องระบุข้อมูลเข้าสู่ระบบที่ใช้ทดสอบ

ขั้นตอนที่ 6: (APK หลายรายการเท่านั้น) ขอข้อยกเว้นสำหรับ APK เก่า 

หมายเหตุ: ช่องนี้จะปรากฏขึ้นเฉพาะในกรณีที่คุณใช้การกำหนดค่าที่มี APK หลายรายการสำหรับรุ่นของคุณและมี APK รายการหนึ่งขอสิทธิ์ในการใช้บันทึกการโทรหรือข้อมูล SMS

คุณยื่นขอข้อยกเว้นได้หากการกำหนดค่าที่มี APK หลายรายการนั้นใช้ APK เก่าซึ่งคุณกลับไปเปลี่ยนโค้ดไม่ได้แล้ว โปรดอ่านข้อกำหนดสำหรับข้อยกเว้นนี้ก่อนดำเนินการต่อ โปรดอ่านข้อกำหนดสำหรับข้อยกเว้นนี้ก่อนดำเนินการต่อ โดยอ้างอิงบทความการใช้กลุ่มสิทธิ์ใช้ SMS หรือบันทึกการโทรและขอการเข้าถึงตำแหน่งในเบื้องหลังสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

คุณต้องปิดใช้งาน APK ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสิทธิ์

หากคุณมีสิทธิ์ใช้ข้อยกเว้นนี้ ให้ป้อนรหัสเวอร์ชันโดยคั่นแต่ละรายการด้วยเครื่องหมายจุลภาคในช่องข้อยกเว้น APK 

ขั้นตอนที่ 7: ยืนยันการประกาศ

เลือกช่องทำเครื่องหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันว่ารายละเอียดในคำประกาศถูกต้อง และคุณยอมรับข้อกำหนดในการใช้สิทธิ์ที่ประกาศอย่างเหมาะสม

เตรียมพร้อมและเปิดตัวรุ่น

เมื่อทำตามขั้นตอนทั้งหมดที่จำเป็นในแบบฟอร์มประกาศสิทธิ์แล้ว ให้ทำตามขั้นตอนที่เหลือเพื่อเตรียมแอปของคุณให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบและเตรียมความพร้อมและเปิดตัวรุ่น

ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิ์

เมื่อคุณกรอกแบบฟอร์มประกาศสิทธิ์และเปิดตัวแอปรุ่นใหม่ ทีม Google Play จะตรวจสอบแอปเพิ่มเติม คำขออาจใช้เวลาดำเนินการหลายสัปดาห์ ระหว่างนี้แอปใหม่หรืออัปเดตของแอปจะมีสถานะรอการเผยแพร่ จนกว่าจะมีการตรวจสอบคำขอ แอปยังจะต้องผ่านการตรวจสอบความสอดคล้องตามมาตรฐานของนโยบายโปรแกรมสำหรับนักพัฒนาแอป Google Play อีกด้วย

หากคุณลบล้างแอปที่รอการเผยแพร่ด้วยแอปรุ่นใหม่ อาจทำให้ขั้นตอนการตรวจสอบเกิดความล่าช้ามากยิ่งขึ้น หากต้องเผยแพร่การอัปเดตแอปอย่างเร่งด่วน คุณต้องนำสิทธิ์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความละเอียดอ่อนออกจาก App Bundle แล้วจึงเปิดตัวแอปรุ่นใหม่ เราจะตรวจสอบแอปรุ่นใหม่ในด้านความสอดคล้องตามมาตรฐานของนโยบายเท่านั้น และจะเผยแพร่ภายใน 2-3 ชั่วโมง

หากแอปไม่เป็นตามนโยบายด้านสิทธิ์ ทีม Google Play จะส่งผลการตรวจสอบไปยังอีเมลเจ้าของบัญชีและผู้ติดต่อในบัญชีนักพัฒนาแอปของคุณ หากคำขอของคุณได้รับอนุมัติและแอปเป็นไปตามนโยบายโปรแกรมสำหรับนักพัฒนาแอป แอปใหม่หรือการอัปเดตแอปจะเผยแพร่ไปยัง Google Play โดยอัตโนมัติ

ข้อปฏิบัติเฉพาะของผู้ใช้ Publishing API สำหรับนักพัฒนาแอป Google Play

หากคุณเปิดตัวแอปแต่ละรุ่นโดยใช้ Publishing API สำหรับนักพัฒนาแอป Google Play และ Google Play ยังไม่เคยอนุมัติการใช้สิทธิ์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความละเอียดอ่อนของ App Bundle ของคุณมาก่อน คุณจะได้รับข้อผิดพลาด

หากต้องการใช้ Publishing API จัดการรุ่นของแอปต่อ คุณต้องนำคำขอสิทธิ์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความละเอียดอ่อนออกจากแอปก่อน แล้วสร้างแอปรุ่นใหม่ด้วย App Bundle ที่แก้ไขแล้ว คุณยังเตรียมพร้อมเพื่อเปิดตัวรุ่นของแอปโดยใช้ UI ในเว็บของ Play Console ผ่านขั้นตอนต่อไปนี้ได้ด้วย

  1. อัปโหลด App Bundle ที่มีคำขอสิทธิ์ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความละเอียดอ่อน

  2. กรอกแบบฟอร์มประกาศสิทธิ์ตามที่ระบุไว้ด้านบน

  3. เปิดตัวแอปรุ่นใหม่ให้เสร็จสมบูรณ์โดยใช้ UI ในเว็บของ Play Console

หลังจากที่การประกาศสิทธิ์ได้รับอนุมัติและแอปเป็นไปตามข้อกำหนดของนโยบาย ระบบจะเผยแพร่แอปรุ่นใหม่และคุณก็จะใช้ Publishing API เพื่อจัดการแอปรุ่นต่างๆ ได้อีกครั้ง แต่ในกรณีที่คำขอการประกาศสิทธิ์ของคุณถูกปฏิเสธ ทีม Google Play ก็จะแจ้งให้ทราบและให้ข้อมูลเพิ่มเติม

หมายเหตุ: เมื่อใดก็ตามที่แอปขอสิทธิ์ใหม่ คุณจะต้องใช้ UI เพื่อกรอกแบบฟอร์มประกาศสิทธิ์ที่มีการแก้ไขเพื่อจัดการสิทธิ์ที่ขอใหม่โดยเฉพาะ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิ์ใน Play Console ได้ที่ Play Academy
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว

ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
false
false
true
92637
false
false