แท็ก Google ทำงานพร้อมกับโค้ดอีกชิ้นหนึ่ง นั่นคือข้อมูลโค้ดเหตุการณ์หรือข้อมูลโค้ดโทรศัพท์เพื่อติดตาม Conversion
เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ในการใช้โค้ดสำหรับเว็บไซต์ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Google คุณจะใช้แท็ก Google เพื่อติดตาม Conversion ของ Google Ads ได้ เมื่อสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ในเว็บไซต์ในประสบการณ์การใช้งาน Google Ads แบบใหม่ คุณจะเห็นแท็ก Google แทนแท็กเครื่องมือวัด Conversion เวอร์ชันก่อนหน้า แท็ก Google ควรติดตั้งในทุกหน้าของเว็บไซต์ นอกจากนี้คุณยังต้องเพิ่มโค้ดอีก 1 ชิ้นในหน้าเว็บบางหน้าด้วย นั่นคือข้อมูลโค้ดเหตุการณ์หรือข้อมูลโค้ดโทรศัพท์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของ Conversion ที่ต้องการติดตาม ข้อมูลโค้ดเหล่านี้จะทำงานร่วมกับแท็ก Google เพื่อติดตาม Conversion
บทความนี้อธิบายเหตุผลที่คุณควรใช้แท็ก Google และวิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง เมื่อพร้อมแล้ว ก็ตั้งค่าแท็ก Google ได้เลย หากใช้ Google Tag Manager (GTM) ให้ตรวจสอบว่าได้กําหนดค่าแท็ก Google ภายในคอนเทนเนอร์ GTM และลิงก์กับบัญชี Google Ads ที่ถูกต้อง การอัปเดตสถานะ Conversion ใน Google Ads หลังจากติดตั้งใช้งานหรือแก้ไขแท็กอาจใช้เวลาสูงสุด 48 ชั่วโมง
ในหน้านี้
- ประโยชน์
- วิธีการทํางานของแท็ก Google
- วิธีปรับเปลี่ยนแท็ก Google ที่มีอยู่ของบัญชี Google Ads
- ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสําหรับเครื่องมือวัด Conversion และการติดตามเหตุการณ์
ประโยชน์
- ผสานรวมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Google ได้รวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้น: Google Ads ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวของ Google ที่ใช้แท็ก Google แต่รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นอย่างเช่น Google Analytics ด้วย หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ แท็ก Google จะช่วยให้การติดตั้งในเว็บไซต์ทำได้ง่ายขึ้นด้วยการมอบประสบการณ์การติดแท็กที่เป็นหนึ่งเดียว
- ติดตาม Conversion ได้แม่นยำยิ่งขึ้น: การใช้แท็ก Google จะกำหนดคุกกี้ใหม่ในโดเมนซึ่งจะเก็บตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันของผู้ใช้หรือการคลิกโฆษณาที่นำผู้ใช้มาที่เว็บไซต์ ทั้งนี้เพื่อให้ Google Ads วัด Conversion ได้ถูกต้องมากขึ้น แท็ก Google ช่วยให้คุณระบุว่าการโต้ตอบแบบใดกับเว็บไซต์ที่ควรนับเป็น Conversion ของ Google Ads
- การครอบคลุมที่สมบูรณ์ของ Conversion ทั้งหมด: หากคุณใช้แท็กเครื่องมือวัด Conversion เวอร์ชันก่อนหน้าที่แก้ไขสำหรับการใช้งานพิกเซลเท่านั้น Google Ads จะสังเกตการณ์ Conversion ไม่ได้ทั้งหมด แท็ก Google ช่วยให้แน่ใจได้ว่า Conversion ทั้งหมดได้รับการพิจารณา
โปรดทราบว่าเมื่อผู้ใช้เข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณจากการคลิกโฆษณา แท็ก Google สำหรับเครื่องมือวัด Conversion ของ Google Ads จะอ่านข้อมูลการคลิกโฆษณาแล้วส่งข้อมูลนั้นไปที่ Google Ads แท็ก Google Ads จะใช้ข้อมูลการคลิกในหน้าต่อๆ ไปได้จากคุกกี้ใหม่ที่ตั้งค่าไว้ในโดเมนของคุณ
วิธีการทํางานของแท็ก Google
แท็ก Google ทำงานพร้อมกับโค้ดอีกชิ้นหนึ่ง นั่นคือข้อมูลโค้ดเหตุการณ์หรือข้อมูลโค้ดโทรศัพท์เพื่อติดตาม Conversion
- หากคุณกำลังติดตาม Conversion ในเว็บไซต์ ข้อมูลโค้ดเหตุการณ์จะแจ้งแท็ก Google เมื่อถึงเวลาที่จะติดตาม Conversion
- หากคุณกำลังติดตามการโทรไปยังเว็บไซต์ ข้อมูลโค้ดโทรศัพท์จะแทนที่หมายเลขโทรศัพท์ที่ทำงานของคุณด้วยหมายเลขโอนสายของ Google
เมื่อคุณตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion สำหรับเว็บไซต์ คุณจะดูและคัดลอกแท็ก Google ของบัญชี รวมถึงข้อมูลโค้ดใดๆ ที่ควรใช้กับแท็กได้ ข้อมูลโค้ดที่คุณจะพบที่ด้านล่างนี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น และจะใช้งานไม่ได้ในเว็บไซต์ของคุณ
แท็ก Google
คุณควรวางข้อมูลโค้ดแท็ก Google ไว้ในทุกหน้าของเว็บไซต์ โดยปกติคือในส่วน <head> ของหน้า HTML เพื่อติดตาม Conversion สําหรับ Google Ads หากคุณใช้ Google Tag Manager (GTM) โปรดตรวจสอบว่าได้กำหนดค่าแท็ก Google อย่างถูกต้องภายในคอนเทนเนอร์ GTM โดยยืนยันว่าแท็กอยู่ในคอนเทนเนอร์ GTM และเชื่อมโยงกับบัญชี Google Ads ที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในกรณีที่คุณได้รับข้อความ "ไม่มีแท็ก Google" หากติดตาม Conversion "การโทรจากเว็บไซต์" คุณต้องติดตั้งแท็ก Google ในหน้าเว็บที่แสดงหมายเลขโทรศัพท์
- หากก่อนหน้านี้คุณได้ติดตั้งแท็ก Google ขณะสร้างการกระทําที่ถือเป็น Conversion รายการอื่นจากบัญชี Google Ads เดียวกัน (หรือบัญชีดูแลจัดการได้ติดตั้งแท็ก Google ขณะสร้างการกระทําที่ถือเป็น Conversion รายการอื่นในบัญชีของคุณ) ก็ไม่ควรเพิ่มข้อมูลโค้ดแท็ก Google อีก
- หากคุณได้ติดตั้งแท็ก Google ในเว็บไซต์จากผลิตภัณฑ์อื่นของ Google เช่น Google Analytics หรือจากบัญชีอื่นของ Google Ads ให้ทำตามวิธีการเพื่อปรับเปลี่ยนแท็กเพื่อให้ใช้งานได้กับบัญชี Google Ads
ตัวอย่างแท็ก Google
<!-- Google tag (gtag.js) - Google Ads: TAG_ID -->
<script async src="https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=TAG_ID"></script>
<script>
window.dataLayer = window.dataLayer || [];
function gtag(){dataLayer.push(arguments);}
gtag('js', new Date());
gtag('config','TAG_ID');
</script>
ข้อมูลโค้ดเหตุการณ์
ข้อมูลโค้ดเหตุการณ์ควรติดตั้งไว้ในหน้า Conversion เพื่อให้เครื่องมือวัด Conversion ในเว็บไซต์ทำงานได้ โดยจะวางไว้ในส่วนใดของโค้ดก็ได้ แต่ต้องอยู่หลังข้อมูลโค้ดแท็ก Google วางไว้ภายในส่วน <head> เพื่อให้การติดตามแม่นยำที่สุด ตรวจสอบว่าใช้รหัสและป้ายกำกับ Conversion ที่ถูกต้องในข้อมูลโค้ดเหตุการณ์หรือการกำหนดค่า GTM สําหรับ Conversion ที่อิงตาม URL ให้ยืนยันว่าได้ระบุ URL ที่แน่นอนในการตั้งค่าการกระทำที่ถือเป็น Conversion ใน Google Ads หากคุณใช้ GTM ให้ตรวจสอบว่าได้กําหนดค่าทริกเกอร์อย่างถูกต้องสําหรับการดูหน้าเว็บหรือเหตุการณ์ที่เฉพาะเจาะจง
ตัวอย่างข้อมูลโค้ดเหตุการณ์
<script>
gtag('event', 'conversion', {
'send_to': 'AW-CONVERSION_ID/CONVERSION_LABEL',
'value': 0.0,
'currency': 'USD' ,
‘transaction_id’: ``
// `new_customer`: true, /* calculate dynamically, populate with true/false */
});
</script>
new_customer parameter is optional and helps improve the accuracy of new customer acquisition reporting in Google Ads. Learn more about setting up new customer acquisition.ข้อมูลโค้ดโทรศัพท์
คุณควรเพิ่มข้อมูลโค้ดโทรศัพท์ลงในหน้าของเว็บไซต์ซึ่งหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการติดตามจะแสดงขึ้น ข้อมูลโค้ดโทรศัพท์ควรวางไว้ก่อนคําสั่ง 'config' ในแท็ก Google
ตัวอย่างของข้อมูลโค้ดโทรศัพท์
gtag('set', {
'phone_conversion_number': '1-650-555-5555',
'phone_conversion_ids': ['AW-CONVERSION_ID/CONVERSION_LABEL']
});
gtag('config', 'AW_CONVERSION_ID');
</script>
วิธีปรับเปลี่ยนแท็ก Google ที่มีอยู่ของบัญชี Google Ads
หากมีแท็ก Google ในแต่ละหน้าของเว็บไซต์อยู่แล้ว คุณจะกําหนดค่าให้แท็กส่งข้อมูลไปยังบัญชี Google Ads หรือ Google Analytics หลายบัญชีได้ ลองมาดูตัวอย่างแท็ก Google จากบัญชี Google Analytics ซึ่งมีลักษณะดังนี้
<!-- Google tag (gtag.js) - Google Analytics -->
<script async src="https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=TAG_ID"></script>
<script>
window.dataLayer = window.dataLayer || [];
function gtag(){dataLayer.push(arguments);}
gtag('js', new Date());
gtag('config', 'TAG_ID');
</script>
หากต้องการให้ระบบรองรับบัญชี Google Ads เพียงเพิ่มบรรทัดที่ไฮไลต์ลงในแท็ก Google โดยแทนที่ "TAG_ID" ด้วยรหัสที่ไม่ซ้ำกันที่กำหนดให้เมื่อคุณตั้งค่าแท็กเครื่องมือวัด Conversion
<!-- Google tag (gtag.js) - Google Analytics -->
<script async src="https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=TAG_ID">
</script>
<script>
window.dataLayer = window.dataLayer || [];
function gtag(){dataLayer.push(arguments);}
gtag('js', new Date());
gtag('config', 'TAG_ID');
gtag('config','TAG_ID');
</script>
หากต้องการปิดใช้การใช้ข้อมูลของคุณเพื่อการปรับโฆษณาตามโปรไฟล์ของผู้ใช้ ให้เพิ่มคำสั่ง gtag('set') ที่ไฮไลต์ไว้ด้านล่างลงในแท็ก Google
<!-- Google tag (gtag.js) - Google Analytics -->
<script async src="https://www.googletagmanager.com/gtag/js?id=TAG_ID">
</script>
<script>
window.dataLayer = window.dataLayer || [];
function gtag(){dataLayer.push(arguments);}
gtag('set', 'allow_ad_personalization_signals', false);
gtag('js', new Date());
gtag('config', 'TAG_ID');
gtag('config', 'TAG_ID');
</script>
หลังจากทำการเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องเพิ่มข้อมูลโค้ดแท็ก Google ที่ได้รับจากบัญชี Google Ads ลงในเว็บไซต์อีก เพียงเพิ่มข้อมูลโค้ดเหตุการณ์หรือข้อมูลโค้ดโทรศัพท์
สำหรับบัญชี Google Ads หรือ Google Analytics อื่นที่คุณต้องการให้แท็กรองรับเพิ่มเติม ให้เพิ่มคำสั่ง config ใหม่ที่มีรหัสบัญชีนั้นๆ (ตามที่แสดงในโค้ดตัวอย่างข้างต้น ซึ่งมีคำสั่ง config ของ Google Analytics และของ Google Ads คนละชุด)
ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสําหรับเครื่องมือวัด Conversion และการติดตามเหตุการณ์
Google มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด ดังนั้น Google Ads จะเก็บรวบรวมข้อมูลเฉพาะในเว็บไซต์และแอปที่คุณได้กำหนดค่าการติดตามไว้เท่านั้น
- โปรดให้ข้อมูลที่ชัดเจนและครอบคลุมแก่ผู้ใช้เกี่ยวกับข้อมูลที่คุณเก็บรวบรวมในเว็บไซต์ แอป และพร็อพเพอร์ตี้อื่นๆ นอกจากนี้ คุณต้องได้รับความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือตามนโยบายของ Google ที่เกี่ยวข้องในด้านความยินยอมของผู้ใช้ ซึ่งรวมถึงนโยบายความยินยอมของผู้ใช้ EU ของ Google ด้วย
- ตรวจสอบว่าบัตรประจำตัวที่ออกโดยหน่วยงานราชการตรงกับการตั้งค่าการเรียกเก็บเงินทุกประการเพื่อให้กระบวนการยืนยันตัวตนเป็นไปอย่างราบรื่น หากคุณใช้ "ชื่อที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ" (Doing Business As หรือ DBA) โปรดแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ลิงก์ชื่อของคุณกับนิติบุคคล เพื่อให้ได้เอกสารที่มีคุณภาพ โปรดอัปโหลดไฟล์ PDF, JPG หรือ PNG ที่มีความชัดเจนและมองเห็นมุมทั้ง 4 ด้านของเอกสารอย่างครบถ้วน
- เมื่อขอใช้บัญชีโปรไฟล์การชำระเงิน เอกสารการให้สิทธิ์เสนอ (Authorization to Offer หรือ ATO) ใหม่ต้องตรงกับชื่อในโปรไฟล์การชำระเงินใหม่ทุกประการ หากชื่อไม่ตรงกัน ระบบการยืนยันจะปฏิเสธคำขอ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แก้ไขบัญชีโปรไฟล์การชำระเงิน