ใช้รหัสคำสั่งซื้อเพื่อลด Conversion ที่ซ้ำกันให้เหลือน้อยที่สุด

เพิ่มรหัสคำสั่งซื้อลงในแท็กเครื่องมือวัด Conversion เพื่อไม่ให้ระบบนับ Conversion ที่ซ้ำกัน

หากคุณเพิ่มแท็กเครื่องมือวัด Conversion ลงในหน้า Conversion เช่น หน้ายืนยันคำสั่งซื้อ ระบบก็จะนับ Conversion เมื่อลูกค้าได้ดำเนินการที่ทำให้เกิดคุณค่าในเว็บไซต์เสร็จแล้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากลูกค้ากลับไปที่หน้า Conversion หรือโหลดหน้านั้นซ้ำ แท็กเดียวกันนั้นก็อาจเริ่มทำงานอีกครั้งและอาจมีการนับ Conversion ที่ 2 สำหรับคำสั่งซื้อเดียวกัน

หากต้องการเลี่ยงการนับ Conversion ซ้ำ ให้แก้ไขแท็กเครื่องมือวัด Conversion เพื่อให้ระบบจับเฉพาะรหัสคำสั่งซื้อที่ไม่ซ้ำกัน เช่น หมายเลขยืนยันคำสั่งซื้อที่คุณอาจใช้อยู่ หากการกระทำที่ถือเป็น Conversion เดียวกันที่มีรหัสคำสั่งซื้อเดียวกันมี Conversion 2 รายการ Google Ads จะรู้ว่า Conversion รายการที่ 2 เป็นรายการซ้ำ และจะไม่นับ

ในบทความนี้ เราจะอธิบายวิธีเพิ่มรหัสคำสั่งซื้อที่ไม่ซ้ำกันลงในแท็กเครื่องมือวัด Conversion

ก่อนเริ่มต้น

ก่อนที่จะสามารถเพิ่มรหัสคำสั่งซื้อลงในแท็กเครื่องมือวัด Conversion คุณจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้

  • เครื่องมือวัด Conversion ที่ตั้งค่าสำหรับเว็บไซต์ หากต้องการทำตามวิธีการด้านล่าง คุณจะต้องสร้างการกระทำที่ถือเป็น Conversion ในบัญชี Google Ads แล้วเพิ่มแท็ก Conversion ลงในเว็บไซต์
  • รหัสคำสั่งซื้อที่ไม่ซ้ำกัน เช่น หมายเลขยืนยันคำสั่งซื้อสำหรับธุรกรรมต่างๆ รหัสคำสั่งซื้ออาจประกอบด้วยตัวเลข ตัวอักษร และสัญลักษณ์พิเศษ เช่น ยัติภังค์หรือการเว้นวรรค และมีจำนวนอักขระสูงสุด 64 ตัว รหัสคำสั่งซื้อต้องไม่ซ้ำกับคำสั่งซื้ออื่นๆ และต้องไม่มีข้อมูลที่อาจใช้เพื่อระบุตัวตนของลูกค้าได้
  • สิทธิ์แก้ไขโค้ดในเว็บไซต์ คุณหรือผู้ดูแลเว็บจะต้องแก้ไขแท็กเครื่องมือวัด Conversion ได้

วิธีการ

คุณจะต้องเพิ่มโค้ดบางส่วนในแท็กเครื่องมือวัด Conversion เพื่อดึงหมายเลขคำสั่งซื้อที่ไม่ซ้ำกันและส่งไปพร้อมกับแท็ก คุณไม่ต้องอัปเดตอะไรอื่นในบัญชี Google Ads แค่อัปเดตแท็กก็เพียงพอแล้ว

ข้อควรจำ

  • ตรวจสอบว่าคุณส่งค่าแบบไดนามิกสำหรับรหัสคำสั่งซื้อ หากแท็กของคุณส่งรหัสเดียวกันสำหรับธุรกรรมที่แตกต่างกันให้ Google Ads คุณอาจนับ Conversion ต่ำกว่าจำนวนที่แท้จริงอย่างมาก
  • วิธีการด้านล่างใช้ภาษา Active Server Pages (ASP) เป็นตัวอย่าง โค้ดจริงจะแตกต่างไปตามภาษาเซิร์ฟเวอร์ที่คุณใช้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ภาษาที่ถูกต้องกับเว็บไซต์

ตอนนี้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้ประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ของ Google Ads เพื่อจัดการบัญชีแล้ว หากคุณยังใช้ประสบการณ์การใช้งานแบบเดิมของ AdWords อยู่ โปรดเลือกก่อนหน้าที่อยู่ด้านล่าง ดูข้อมูลเพิ่มเติม

  1. เปิดไฟล์ ASP ของหน้า Conversion (หรือหากคุณใช้ภาษาเซิร์ฟเวอร์อื่นก็ให้เปิดไฟล์ที่เหมาะสม) หากมีการสร้างหลายหน้าจากไฟล์เดียวกัน ให้หาส่วนของไฟล์ ASP ที่สร้างหน้า Conversion ของคุณ
  2. หากเว็บไซต์ของคุณใช้รหัสคำสั่งซื้อที่เปลี่ยนแปลงได้ ให้หานิพจน์ของ ASP ที่ใช้เก็บข้อมูลดังกล่าว ตัวอย่างเช่น: <%= รหัสคำสั่งซื้อ %>
  3. เปิด HTML สำหรับหน้า Conversion แล้วหาแท็กเครื่องมือวัด Conversion ของ AdWords (คุณยังสามารถทำการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ในแท็กเครื่องมือวัด Conversion ได้ก่อนที่จะเพิ่มลงในหน้า Conversion ให้แก้ไขแท็กตามวิธีการด้านล่าง จากนั้นติดตั้งแท็กตามวิธีการในเพิ่มแท็กเครื่องมือวัด Conversion ลงในเว็บไซต์
  4. ในส่วน script ของแท็กนั้น (ระหว่างแท็ก <script></script>) ให้เพิ่มโค้ดต่อไปนี้ โดยแทนที่ <%= รหัสคำสั่งซื้อ %> ด้วยนิพจน์ของ ASP ที่พบในขั้นตอนที่ 2 ดังนี้

    if (<%= รหัสคำสั่งซื้อ %>) {
    var google_conversion_order_id = "<%= รหัสคำสั่งซื้อ %>";
    }
     
  5. ในส่วน noscript ของแท็กนั้น (ระหว่างแท็ก <noscript></noscript>) ให้เพิ่มโค้ดต่อไปนี้ไปที่ URL scr โดยแทนที่ <%= รหัสคำสั่งซื้อ %> ด้วยนิพจน์ ASP ที่พบในขั้นตอนที่ 2 ดังนี้

    &amp;oid=<%= orderId %>
  6. หากต้องการทดสอบโค้ด ให้ไปที่หน้า Conversion โดยดำเนินการทุกขั้นตอนจนเสร็จสิ้นกระบวนการ Conversion บนเว็บไซต์
  7. ในเว็บเบราว์เซอร์ของคุณ ให้ดูซอร์สโค้ดของหน้าเว็บ (ในเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่ คุณสามารถทำได้โดยคลิกขวาในหน้านั้นแล้วเลือกดูซอร์สโค้ด) คุณจะเห็นโค้ดเครื่องมือวัด Conversion อยู่ระหว่างแท็ก <body> กับ </body> ในหน้าเว็บของคุณ ระบบจะแทนที่นิพจน์ ASP ด้วยรหัสคำสั่งซื้อจริง

 ด้านล่างคือตัวอย่างแท็ก Conversion ที่มีโค้ดของรหัสคำสั่งซื้ออยู่ในส่วนที่ไฮไลต์

<body>
    ...
    <!-- โค้ด Google สำหรับหน้า Conversion การซื้อ -->
    <script type="text/javascript">
    /* <![CDATA[ */
    var google_conversion_id = 1234567890;
    var google_conversion_label = "xxx-XXx1xXXX123X1xX";
     if (<%= รหัสคำสั่งซื้อ %>) {
         var google_conversion_order_id = "<%= รหัสคำสั่งซื้อ %>";
    }

    /* ]]> */
    </script>
    <script type="text/javascript" 
    src="//www.googleadservices.com/pagead/conversion.js">
    </script>
    <noscript>
    <img height=1 width=1 border=0 
    src="//www.googleadservices.com/pagead/conversion/1234567890/
    ?label=xxx-XXx1xXXX123X1xX&amp;guid=ON&amp;oid=<%= รหัสคำสั่งซื้อ %>&amp;script=0">
    </noscript>
    </body>

เกี่ยวกับรหัสคำสั่งซื้อและการตั้งค่า "การนับ"

การเพิ่มรหัสคำสั่งซื้อลงในแท็กไม่เหมือนกับการเปลี่ยนการตั้งค่า “การนับ” ให้นับ 1 Conversion ต่อการคลิกโฆษณา 1 ครั้ง

การเพิ่มรหัสคำสั่งซื้อหมายถึงคุณเลี่ยงไม่ให้ระบบนับ Conversion เดิมซ้ำ 2 ครั้ง เช่น เมื่อมีคนเปิดหน้ายืนยันการซื้อใหม่อีกครั้งและการซื้อ 1 ครั้งจะนับเป็น 2 Conversion

เมื่อคุณเปลี่ยนการตั้งค่า “การนับ” เป็น 1 ระบบจะนับเพียง 1 Conversion หลังจากมีการคลิกโฆษณา 1 ครั้งแม้ว่าจะเกิดหลาย Conversion จากการคลิกโฆษณา เช่น มีการซื้อที่ไม่ซ้ำกันหลายครั้ง

แล้วคุณควรใช้ "การนับ" กับรหัสคำสั่งซื้อเมื่อใด 

  • หากคุณต้องการติดตามโอกาสในการขาย 1 รายการต่อการคลิกโฆษณา 1 ครั้ง ให้เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าการนับเป็น "1"
  • หากคุณต้องการติดตามทุกการซื้อที่ลูกค้าทำหลังจากการคลิกโฆษณา แต่อยากรับประกันว่าคุณจะไม่นับการซื้อเดียวกันเป็น 2 ครั้ง ให้เพิ่มรหัสคำสั่งซื้อลงในแท็ก การเพิ่มรหัสคำสั่งซื้อเป็นตัวเลือกที่แนะนำสำหรับการซื้อ

หมายเหตุ

  • รหัสคำสั่งซื้อจะไม่ได้รับการรายงานใน AdWords
  • การเพิ่มรหัสคำสั่งซื้อลงในแท็กจะไม่แก้ปัญหา Conversion การดูผ่านที่ซ้ำกัน
  • หากเว็บไซต์ของคุณมีโซลูชันเพื่อนำ Conversion ซ้ำออกอยู่แล้ว เราแนะนำให้เพิ่มรหัสคำสั่งซื้อเป็นเครื่องมือเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูล Conversion ของคุณจะมีความแม่นยำมากที่สุด 
  • หากคุณใช้ Google Tag Manager คุณสามารถใช้รหัสคำสั่งซื้อได้ โปรดป้อนรหัสคำสั่งซื้อเป็นตัวแปร ไม่ใช่สตริงคงที่
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
ก่อนหน้า ใหม่

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว