สร้างพารามิเตอร์ที่กำหนดเองสำหรับการติดตามขั้นสูง

พารามิเตอร์ที่กำหนดเองเป็นประเภทพารามิเตอร์ URL ขั้นสูงซึ่งคุณจะเพิ่มไปยัง URL ของหน้า Landing Page ของโฆษณาได้ โดยเลือกได้ว่าจะให้พารามิเตอร์ที่กำหนดเองบันทึกค่าใดเมื่อมีคนคลิกโฆษณา ซึ่งแตกต่างจากพารามิเตอร์ ValueTrack

บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนที่จำเป็นในการตั้งค่าพารามิเตอร์ที่กำหนดเองที่ระดับต่างๆ ในบัญชี

ก่อนเริ่มต้น

หากคุณไม่คุ้นเคยกับการติดตามใน Google Ads หรือพารามิเตอร์ ValueTrack ให้ลองอ่านเกี่ยวกับการติดตามใน Google Ads และการใช้พารามิเตอร์ ValueTrack ในเทมเพลตการติดตามก่อนเริ่มต้นใช้งาน 

วิธีการตั้งค่าพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง

ขั้นตอนที่ 1: เลือกระดับ

คุณสร้างพารามิเตอร์ที่กำหนดเองได้สูงสุด 8 รายการที่ระดับใดก็ได้ในบัญชี ยกเว้นที่ระดับบัญชี หากพารามิเตอร์ที่กำหนดเองใช้ชื่อเดียวกัน Google Ads จะใช้พารามิเตอร์ที่กำหนดเองซึ่งเจาะจงที่สุดที่คุณสร้างขึ้น หมายความว่าหากคุณสร้างพารามิเตอร์ที่กำหนดเองสำหรับกลุ่มโฆษณา (เช่น {_color}=red) และสร้างพารามิเตอร์ที่กำหนดเองสำหรับโฆษณารายการหนึ่งภายในกลุ่มโฆษณานั้น (เช่น {_color}=blue) Google Ads จะใช้พารามิเตอร์ที่กำหนดเองที่ระดับโฆษณา ({_color}=blue)

ขั้นตอนที่ 2: กำหนดพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง

พารามิเตอร์ที่กำหนดเองประกอบด้วย 2 ส่วน ดังนี้

  • ชื่อ: ใช้อักขระที่เป็นตัวอักษรและตัวเลขคละกันไม่เกิน 16 ตัว
  • ค่า: ใช้อักขระไม่เกิน 250 ตัว ซึ่งจะมีอักขระใดก็ได้ (รวมทั้ง | ; _ / ^ ( !) และพารามิเตอร์ ValueTrack

คุณกำหนดทั้งชื่อและค่าได้ตามที่ต้องการ เช่น ถ้ามีรหัสพิเศษสำหรับคีย์เวิร์ดแต่ละรายการ คุณสามารถสร้างพารามิเตอร์ที่กำหนดเองซึ่งมีลักษณะดังนี้ {_mykwid}=1234

ขั้นตอนที่ 3: เพิ่มพารามิเตอร์ที่กำหนดเองในช่อง "พารามิเตอร์ที่กำหนดเอง"

ตอนนี้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ใช้ประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ของ Google Ads เพื่อจัดการบัญชีแล้ว หากคุณยังใช้ประสบการณ์การใช้งานแบบเดิมของ AdWords อยู่ โปรดเลือกก่อนหน้าที่อยู่ด้านล่าง ดูข้อมูลเพิ่มเติม

สร้างหรือแก้ไขพารามิเตอร์ที่กำหนดเองที่ระดับแคมเปญ
  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี AdWords
  2. คลิกแท็บแคมเปญ
  3. คลิกแคมเปญที่คุณต้องการแก้ไข
  4. คลิกแท็บการตั้งค่า
  5. เลื่อนลงและคลิกตัวเลือก URL ของแคมเปญ (ขั้นสูง)
  6. ถัดจาก "พารามิเตอร์ที่กำหนดเอง" ให้ป้อนชื่อและค่าของพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง
  7. คลิกบันทึก

ในการแก้ไขพารามิเตอร์ที่กำหนดเองของคุณ ให้ทำตามขั้นตอนที่ 1-4 ด้านบน ทำการเปลี่ยนแปลง แล้วคลิกบันทึก

สร้างหรือแก้ไขพารามิเตอร์ที่กำหนดเองที่ระดับโฆษณา
  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี AdWords
  2. คลิกแท็บโฆษณา
  3. ไปที่โฆษณาซึ่งคุณต้องการเพิ่มพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง
  4. คลิกตัวเลือก URL ของโฆษณา (ขั้นสูง)
  5. ถัดจาก "พารามิเตอร์ที่กำหนดเอง" ให้ป้อนชื่อและค่าของพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง
  6. คลิกบันทึก

ในการแก้ไขพารามิเตอร์ที่กำหนดเองของคุณ ให้ทำตามขั้นตอนที่ 1-4 ด้านบน ทำการเปลี่ยนแปลง แล้วคลิกบันทึก

สร้างหรือแก้ไขพารามิเตอร์ที่กำหนดเองที่ระดับกลุ่มโฆษณาหรือคีย์เวิร์ด

ก่อนอื่นให้เพิ่มคอลัมน์ "พารามิเตอร์ที่กำหนดเอง" ลงในตารางคีย์เวิร์ดหรือกลุ่มโฆษณา โดยทำดังนี้

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี AdWords
  2. คลิกแท็บคีย์เวิร์ด หรือแท็บกลุ่มโฆษณา
  3. คลิกคอลัมน์ แล้วเลือกแก้ไขคอลัมน์
  4. ในเมนูทางด้านซ้าย คลิกแอตทริบิวต์ แล้วคลิกเพิ่มถัดจาก "พารามิเตอร์ที่กำหนดเอง"
  5. คลิกใช้

จากนั้นเพิ่มพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง โดยทำดังนี้

  1. เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือรายการใดก็ได้ในคอลัมน์ "พารามิเตอร์ที่กำหนดเอง"
  2. คลิกไอคอนดินสอเมื่อปรากฏขึ้น
  3. ป้อนชื่อและค่าของพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง
  4. คลิกบันทึก

หากต้องการแก้ไขพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง ให้ทำตามขั้นตอนที่ 1-2 ในส่วนที่ 2 ทำการเปลี่ยนแปลง แล้วคลิกบันทึก

สร้างหรือแก้ไขพารามิเตอร์ที่กำหนดเองที่ระดับไซต์ลิงก์
  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี AdWords
  2. คลิกแท็บส่วนขยายโฆษณา
  3. คลิกเมนูมุมมอง แล้วเลือกส่วนขยายไซต์ลิงก์
  4. เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือส่วนขยายใดก็ได้ในตาราง แล้วคลิกไอคอนดินสอเมื่อปรากฏขึ้น
  5. คลิกตัวเลือก URL ของไซต์ลิงก์ (ขั้นสูง)
  6. ถัดจาก "พารามิเตอร์ที่กำหนดเอง" ให้ป้อนชื่อและค่าของพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง
  7. คลิกบันทึก

หากต้องการแก้ไขพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง ให้ทำตามขั้นตอนที่ 1-5 ด้านบน ทำการเปลี่ยนแปลง แล้วคลิกบันทึก

ขั้นตอนที่ 4: เพิ่มพารามิเตอร์ที่กำหนดเองในช่อง "เทมเพลตการติดตาม"

สุดท้าย ใส่ชื่อพารามิเตอร์ที่กำหนดเองลงในเทมเพลตการติดตาม พร้อมด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ที่จำเป็น (เช่น {lpurl}?color={_color}) เมื่อมีการคลิกโฆษณา Google Ads จะใส่ชื่อนั้นแทนค่าที่คุณกำหนดในพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
ก่อนหน้า ใหม่

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว