ตั้งค่าการติดตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack

พารามิเตอร์ ValueTrack นั้นใช้เพื่อติดตามข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของการคลิกโฆษณา การเพิ่มพารามิเตอร์เหล่านี้ลงในโฆษณาและแคมเปญจะช่วยให้คุณเรียนรู้ว่าผู้ใช้ที่คลิกโฆษณานั้นคลิกจากอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือไม่ พวกเขาอยู่ที่ใด พวกเขาคลิกโฆษณาเมื่อใด และอื่นๆ อีกมากมาย

บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนที่คุณต้องปฏิบัติตามเพื่อเพิ่มพารามิเตอร์ ValueTrack ใน "ตัวเลือก URL" เราขอแนะนำให้ใช้พารามิเตอร์ ValueTrack ในเทมเพลตการติดตาม และคุณยังแทรกพารามิเตอร์เหล่านี้ใน URL สุดท้ายและพารามิเตอร์ที่กำหนดเองได้

ก่อนเริ่มต้น

หากคุณไม่คุ้นเคยกับพารามิเตอร์ ValueTrack หรือวิธีการทำงานของการติดตาม ให้ลองอ่านเกี่ยวกับพารามิเตอร์ ValueTrack และจัดการการติดตามและการเปลี่ยนเส้นทางใน "ตัวเลือก URL" ก่อนที่จะเริ่มต้นใช้งาน

ลักษณะการทำงาน

เทมเพลตการติดตามที่ระดับบัญชี แคมเปญ หรือกลุ่มโฆษณาจะต้องมี พารามิเตอร์ ValueTrack ที่แทรก URL สุดท้าย เช่น {lpurl} เมื่อมีผู้คลิกโฆษณา พารามิเตอร์เหล่านี้จะแทรก URL สุดท้าย หากคุณไม่ได้รวมพารามิเตอร์การแทรก URL ไว้ในเทมเพลตการติดตาม URL ของหน้า Landing Page จะไม่สมบูรณ์

หากต้องการเพิ่มพารามิเตอร์ ValueTrack มากกว่า 1 ตัวใน URL เดียว เพียงนำพารามิเตอร์เหล่านั้นไปต่อท้าย URL โดยใช้เครื่องหมายและ (&) เช่น {lpurl}?matchtype={matchtype}&device={device}

โปรดทราบ

โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิกและเป้าหมายอัตโนมัติต้องการพารามิเตอร์ ValueTrack ที่แทรก URL สุดท้าย (เช่น {lpurl}, {escapedlpurl}, {lpurl+2}) ที่ทุกระดับ

วิธีการ

 

คุณอาจต้องเพิ่มคอลัมน์ “เทมเพลตการติดตาม” ลงในตารางก่อนที่จะเริ่ม

  1. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google Ads
  2. คลิกไอคอนคอลัมน์ คอลัมน์ เหนือตารางสถิติ จากนั้นคลิกแก้ไขคอลัมน์
  3. ขยายตัวเลือกแอตทริบิวต์ แล้วคลิก "เทมเพลตการติดตาม"
  4. คลิกใช้
ตั้งค่าหรือแก้ไขเทมเพลตการติดตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ในระดับแคมเปญ
  1. คลิกเมนูหน้าเว็บการตั้งค่า
  2. เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือรายการใดก็ได้ในคอลัมน์ "เทมเพลตการติดตาม"
  3. คลิกไอคอนดินสอเมื่อปรากฏขึ้น
  4. แก้ไขเทมเพลตการติดตาม หรือป้อน {lpurl} เครื่องหมายคำถาม แล้วตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ใดก็ได้ที่คุณต้องการใช้ โดยคั่นด้วยเครื่องหมาย "และ" (&) เช่น หากคุณต้องการใช้พารามิเตอร์ {matchtype} เทมเพลตการติดตามของคุณจะเป็น {lpurl}?matchtype={matchtype}
  5. คลิกบันทึก
ตั้งค่าหรือแก้ไขเทมเพลตการติดตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ในระดับกลุ่มโฆษณา
  1. คลิกเมนูหน้าเว็บกลุ่มโฆษณา
  2. เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือรายการใดก็ได้ในคอลัมน์ "เทมเพลตการติดตาม"
  3. คลิกไอคอนดินสอเมื่อปรากฏขึ้น
  4. แก้ไขเทมเพลตการติดตาม หรือป้อน {lpurl} เครื่องหมายคำถาม แล้วตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ใดก็ได้ที่คุณต้องการใช้ โดยคั่นด้วยเครื่องหมาย "และ" (&) เช่น หากคุณต้องการใช้พารามิเตอร์ {matchtype} เทมเพลตการติดตามของคุณจะเป็น {lpurl}?matchtype={matchtype}
  5. คลิกบันทึก
ตั้งค่าหรือแก้ไขเทมเพลตการติดตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ในระดับโฆษณา
  1. คลิกเมนูหน้าเว็บโฆษณาและส่วนขยาย
  2. เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือโฆษณา
  3. คลิกไอคอนดินสอเมื่อปรากฏขึ้น
  4. ขยายตัวเลือก URL โฆษณา
  5. แก้ไขเทมเพลตการติดตาม หรือป้อน {lpurl} เครื่องหมายคำถาม แล้วตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ใดก็ได้ที่คุณต้องการใช้ โดยคั่นด้วยเครื่องหมาย "และ" (&) เช่น หากคุณต้องการใช้พารามิเตอร์ {matchtype} เทมเพลตการติดตามของคุณจะเป็น {lpurl}?matchtype={matchtype}
  6. คลิกบันทึก
ตั้งค่าหรือแก้ไขเทมเพลตการติดตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ในระดับไซต์ลิงก์
  1. คลิกเมนูหน้าเว็บโฆษณาและส่วนขยาย
  2. คลิกแท็บส่วนขยาย
  3. คลิกลิงก์ "ประเภทส่วนขยาย" และเลือกไซต์ลิงก์
  4. เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือส่วนขยายใดก็ได้ แล้วคลิกไอคอนดินสอเมื่อปรากฏขึ้น
  5. ขยายตัวเลือก URL ไซต์ลิงก์ (ขั้นสูง)
  6. แก้ไขเทมเพลตการติดตาม หรือป้อน {lpurl} เครื่องหมายคำถาม แล้วตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ใดก็ได้ที่คุณต้องการใช้ โดยคั่นด้วยเครื่องหมาย "และ" (&) เช่น หากคุณต้องการใช้พารามิเตอร์ {matchtype} เทมเพลตการติดตามของคุณจะเป็น {lpurl}?matchtype={matchtype}
  7. คลิกบันทึก
ตั้งค่าหรือแก้ไขเทมเพลตการติดตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ในระดับคีย์เวิร์ด
  1. คลิกเมนูหน้าเว็บคีย์เวิร์ด
  2. เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือรายการใดก็ได้ในคอลัมน์ "เทมเพลตการติดตาม" ใหม่ และคลิกเมื่อไอคอนดินสอปรากฏขึ้น
  3. ป้อน {lpurl} เครื่องหมายคำถาม แล้วตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ใดก็ได้ที่คุณต้องการใช้ โดยคั่นด้วยเครื่องหมาย "และ" (&) เช่น หากคุณต้องการใช้พารามิเตอร์ {matchtype} เทมเพลตการติดตามของคุณจะเป็น {lpurl}?matchtype={matchtype}
  4. คลิกบันทึก
ตั้งค่าหรือแก้ไขเทมเพลตการติดตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ในระดับเป้าหมายโฆษณาแบบไดนามิก
  1. คลิกเมนูหน้าเว็บเป้าหมายโฆษณาแบบไดนามิก
  2. เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือรายการใดก็ได้ในคอลัมน์ "เทมเพลตการติดตาม" ใหม่ และคลิกเมื่อไอคอนดินสอปรากฏขึ้น
  3. ป้อน {lpurl} เครื่องหมายคำถาม แล้วตามด้วยพารามิเตอร์ ValueTrack ใดก็ได้ที่คุณต้องการใช้ โดยคั่นด้วยเครื่องหมาย "และ" (&) เช่น หากคุณต้องการใช้พารามิเตอร์ {targetid} เทมเพลตการติดตามของคุณจะเป็น {lpurl}?targetid={targetid}
  4. คลิกบันทึก

 

เคล็ดลับ

พยายามหลีกเลี่ยงการเว้นวรรคใน URL เพราะการเว้นวรรคจะทำให้ URL "แตก" และการติดตามจะไม่ทำงาน

คุณอาจเห็น %20 ปรากฏในข้อมูลแทนที่การเว้นวรรคระหว่างคำ เช่น เมื่อคุณมีคีย์เวิร์ดที่เกิดจาก 2 คำ %20 จะแทนที่การเว้นวรรคเพื่อให้ URL ทำงานต่อไปได้อย่างถูกต้อง

พารามิเตอร์ ValueTrack ที่ใช้ได้

URL สุดท้าย เทมเพลตการติดตาม หรือพารามิเตอร์ที่กำหนดเอง
พารามิเตอร์ ค่าที่ส่งคืน
{campaignid} รหัสแคมเปญ (ใช้เมื่อคุณตั้งค่าข้อมูลการติดตามที่ระดับบัญชีแล้ว และต้องการทราบว่าแคมเปญใดแสดงโฆษณาของคุณ)
{adgroupid} รหัสกลุ่มโฆษณา (ใช้เมื่อคุณตั้งค่าข้อมูลการติดตามที่ระดับบัญชีหรือแคมเปญแล้ว และต้องการทราบว่ากลุ่มโฆษณาใดแสดงโฆษณาของคุณ)
{feeditemid} รหัสของส่วนขยายที่ถูกคลิก
{targetid}

รหัสของคีย์เวิร์ด (มีป้ายกำกับ "kwd") เป้าหมายโฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิก ("dsa") เป้าหมายรายการรีมาร์เก็ตติ้ง ("aud") การแบ่งส่วนผลิตภัณฑ์ ("pla") หรือพาร์ติชันกลุ่มโรงแรม ("hpi") ที่เรียกให้โฆษณาแสดง

สำหรับรหัสเป้าหมายหลายรายการ เอาต์พุตจะแสดงตามลำดับต่อไปนี้ "aud, dsa, kwd, pla, hpi" เช่น หากคุณเพิ่มรายการรีมาร์เก็ตติ้งลงในกลุ่มโฆษณา (รหัสเกณฑ์ "456") และกำหนดเป้าหมายรหัสคีย์เวิร์ด "123" {targetid} ก็จะแทนที่ด้วย "aud-456:kwd-123"

{loc_interest_ms} รหัสของสถานที่ที่สนใจซึ่งช่วยเรียกให้โฆษณาแสดง ดูรหัสสถานที่ตั้งในเว็บไซต์ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ รายงานเฉพาะสำหรับแคมเปญที่แสดงโฆษณาต่อผู้ใช้ซึ่งค้นหาสถานที่เป้าหมายของคุณ
{loc_physical_ms} รหัสสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของการคลิก ดูรหัสสถานที่ตั้งในเว็บไซต์ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ รายงานเฉพาะสำหรับแคมเปญที่แสดงโฆษณาต่อผู้ใช้ซึ่งอยู่ในสถานที่เป้าหมายของคุณ
{matchtype} ประเภทการทำงานของคีย์เวิร์ดที่เรียกให้โฆษณาแสดง โดย "e" แทนการทำงานแบบตรงทั้งหมด "p" แทนการทำงานแบบวลี หรือ "b" แทนการทำงานแบบกว้าง
{network} แหล่งที่มาของคลิก โดย "g" แทนการค้นหาของ Google "s" แทนพาร์ทเนอร์การค้นหา หรือ "d" แทนเครือข่ายดิสเพลย์
{device} อุปกรณ์แหล่งที่มาของคลิก โดย "m" แทนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (รวมถึง WAP) "t" แทนแท็บเล็ต และ "c" แทนคอมพิวเตอร์
{devicemodel} รุ่นโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตที่เป็นแหล่งที่มาของคลิก (เช่น "Apple+iPhone") หมายเหตุ: ใช้ได้เฉพาะในแคมเปญในเครือข่ายดิสเพลย์เท่านั้น
{gclid} ตัวระบุการคลิกของ Google ของคลิกที่มาจากโฆษณา
{ifmobile:[value]} ค่าใดก็ตามที่คุณกำหนดให้กับ "[value]" เมื่อมีคนคลิกโฆษณาของคุณจากโทรศัพท์มือถือ
{ifnotmobile:[value]} ค่าใดก็ตามที่คุณกำหนดให้กับ "[value]" เมื่อมีคนคลิกโฆษณาของคุณจากคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต
{ifsearch:[value]} ค่าใดก็ตามที่คุณกำหนดให้กับ "[value]" เมื่อมีคนคลิกโฆษณาของคุณจากไซต์ในเครือข่ายการค้นหาของ Google
{ifcontent:[value]} ค่าใดก็ตามที่คุณกำหนดให้กับ "[value]" เมื่อมีคนคลิกโฆษณาของคุณจากไซต์ในเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google
{creative} รหัสที่ไม่ซ้ำของโฆษณา
{keyword} สำหรับเครือข่ายการค้นหา: คีย์เวิร์ดจากบัญชีของคุณที่ตรงกับข้อความค้นหา นอกจากคุณจะใช้โฆษณาในเครือข่ายการค้นหาแบบไดนามิก ซึ่งจะส่งคืนค่าว่างเปล่า สำหรับเครือข่ายดิสเพลย์: คีย์เวิร์ดจากบัญชีของคุณที่ตรงกับเนื้อหา
{placement} ไซต์เนื้อหาที่โฆษณาของคุณได้รับคลิก (สำหรับแคมเปญที่กำหนดเป้าหมายจากคีย์เวิร์ด) หรือเกณฑ์การกำหนดเป้าหมายตำแหน่งที่ตรงสำหรับไซต์ที่โฆษณาได้รับคลิก (สำหรับแคมเปญที่กำหนดเป้าหมายจากตำแหน่ง)
{target} หมวดหมู่ตำแหน่ง (ทำงานกับแคมเปญที่กำหนดเป้าหมายจากตำแหน่งเท่านั้น)
{param1} พารามิเตอร์โฆษณา #1 หากคุณใช้ AdParamService กับ Google Ads API (AdWords API)
{param2} พารามิเตอร์โฆษณา #2 หากคุณใช้ AdParamService กับ Google Ads API (AdWords API)
{random} หมายเลขที่ Google สร้างให้ด้วยการสุ่ม (จำนวนเต็ม 64 บิตแบบไม่มีเครื่องหมาย) ซึ่งมักจะใช้เพื่อบังคับให้โหลดหน้าซ้ำ
{adposition} ตำแหน่งบนหน้าเว็บที่โฆษณาของคุณปรากฏ โดยค่ามีลักษณะเช่น "1t2" (หมายความว่า หน้า 1, ด้านบน (top), ตำแหน่งที่ 2)
{ignore} ไม่สนใจองค์ประกอบการติดตามของ URL สุดท้ายของคุณเพื่อช่วยลดปริมาณการรวบรวมข้อมูลบนเว็บไซต์ สามารถใช้ได้เฉพาะใน URL สุดท้ายหรือ URL สุดท้ายบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เท่านั้น
เทมเพลตการติดตามเท่านั้น

แนะนำ

พารามิเตอร์ ค่าที่ส่งคืน
{lpurl}

URL สุดท้าย โดยจะซ่อนค่าไว้เว้นแต่คุณวาง {lpurl} ที่ส่วนต้นของเทมเพลตการติดตาม หาก {lpurl} ไม่ได้อยู่ด้านหน้าสุดของเทมเพลตการติดตาม พารามิเตอร์จะซ่อนค่าอักขระ ?, =, ", #, \t, ' และ [space]

ตัวอย่าง
URL สุดท้าย: http://example.com
เทมเพลตการติดตาม: {lpurl}?matchtype={matchtype}
URL ของหน้า Landing Page: http://example.com?matchtype={matchtype}

ขั้นสูง

พารามิเตอร์ ค่าที่ส่งคืน
{lpurl+2} URL สุดท้าย ซ่อนค่า 2 ครั้ง มีประโยชน์เมื่อคุณมีการเปลี่ยนเส้นทางต่อๆ กัน
{lpurl+3} URL สุดท้าย ซ่อนค่า 3 ครั้ง มีประโยชน์เมื่อคุณมีการเปลี่ยนเส้นทางต่อๆ กัน
{unescapedlpurl} URL สุดท้าย ไม่ซ่อนค่า
{escapedlpurl} URL สุดท้าย ซ่อนค่า ซ่อนค่าอักขระ :, /, ?, = และ %
{escapedlpurl+2} URL สุดท้าย ซ่อนค่า 2 ครั้ง มีประโยชน์เมื่อคุณมีการเปลี่ยนเส้นทางต่อๆ กัน
{escapedlpurl+3} URL สุดท้าย ซ่อนค่า 3 ครั้ง มีประโยชน์เมื่อคุณมีการเปลี่ยนเส้นทางต่อๆ กัน

สำคัญ

ถ้าต้องการใช้พารามิเตอร์ ValueTrack เหล่านี้ร่วมกับพารามิเตอร์ URL อื่นๆ ในเทมเพลตการติดตาม ให้ต่อท้ายพารามิเตอร์ ValueTrack ด้วยอักขระต่อไปนี้ มิฉะนั้น เว็บไซต์ของคุณหรือระบบของบุคคลที่สามอาจบันทึกข้อมูลจากพารามิเตอร์ URL ของคุณอย่างไม่ถูกต้อง

พารามิเตอร์ ตำแหน่งในเทมเพลตการติดตาม ตามด้วย ตัวอย่าง
{lpurl} ด้านหน้า ? {lpurl}?
{lpurl} ไม่ได้อยู่ด้านหน้า %3F {lpurl}%3F
{lpurl+2} ไม่ได้อยู่ด้านหน้า %253F {lpurl+2}%253F
{lpurl+3} ไม่ได้อยู่ด้านหน้า %25253F {lpurl+3}%25253F
{unescapedlpurl} ที่ไหนก็ได้ ? {unescapedlpurl}?
{escapedlpurl} ที่ไหนก็ได้ %3F {escapedlpurl}%3F
{escapedlpurl+2} ที่ไหนก็ได้ %253F {escapedlpurl+2}%253F
{escapedlpurl+3} ที่ไหนก็ได้ %25253F {escapedlpurl+3}%25253F

หาก URL สุดท้ายมีเครื่องหมายคำถามอยู่แล้ว Google Ads จะแทนที่เครื่องหมายคำถามในเทมเพลตการติดตามด้วยเครื่องหมาย "และ" (&) หรือเวอร์ชันที่ใช้อักขระหลีกของ & อย่างถูกต้อง

URL สุดท้ายเท่านั้น
พารามิเตอร์ การทำงาน
{ignore} ไม่สนใจองค์ประกอบการติดตามของ URL สุดท้ายของคุณเพื่อช่วยลดปริมาณการรวบรวมข้อมูลบนเว็บไซต์ สามารถใช้ได้เฉพาะใน URL สุดท้ายหรือ URL สุดท้ายบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เท่านั้น ตัวอย่างเช่น หาก URL สุดท้ายคือ http://www.example.com/product?p1=a&p2=b&p3=c&p4=d และข้อมูลการติดตามที่อยู่หลังเครื่องหมายคำถามใน URL ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหน้า Landing Page คุณแทรก {ignore} ไว้หน้าข้อมูลการติดตามได้เพื่อบอกว่าทุกอย่างหลังจากนี้เป็นเพียงข้อมูลการติดตาม ตัวอย่างเช่น http://www.example.com/product?{ignore}p1=a&p2=b&p3=c&p4=d

ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ควรทราบเมื่อใช้ {ignore}

  • คุณฝัง {ignore} ไว้ในพารามิเตอร์ ValueTrack อื่นๆ ไม่ได้ (เช่น ใช้ {ifmobile:{ignore}} ไม่ได้)
  • คุณต้องใช้ {ignore} ใน URL สุดท้าย หากบุคคลที่สามแก้ไขอะไรก็ได้ใน URL สุดท้ายของคุณเมื่อมีผู้คลิกโฆษณา ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ตัวอย่าง

URL สุดท้าย: http://www.example.com/product?p1=a&p2=b&p3=c&p4=d
ข้อมูลการติดตาม: p1=a&p2=b&p3=c&p4=d

หากข้อมูลการติดตามหลังเครื่องหมายคำถามใน URL ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหน้า Landing Page คุณจะแทรก {ignore} หน้าข้อมูลการติดตามได้ เพื่อบอกว่าทุกอย่างหลังจากนี้เป็นเพียงข้อมูลการติดตาม

URL สุดท้ายที่มี {ignore}
http://www.example.com/product?{ignore}p1=a&p2=b&p3=c&p4=d

แคมเปญ Shopping เท่านั้น

คุณสามารถใช้พารามิเตอร์ต่อไปนี้กับโฆษณา Product Shoping

พารามิเตอร์ ค่าที่ส่งคืน
{adtype}

สำหรับโฆษณา Product Shopping จะส่งคืนค่าใดค่าหนึ่งต่อไปนี้

  • "pla" ถ้าคลิกมาจากโฆษณา Shopping
  • "pla_multichannel" ถ้าโฆษณา Shopping ที่คลิกมีตัวเลือกช่องทางการช็อปปิ้งทั้ง "online" และ "local"

  • "pla_with_promotion" ถ้าโฆษณา Shopping ที่ได้รับคลิกแสดงโปรโมชันของผู้ขาย

  • "pla_with_pog" ถ้าคลิกมาจากการซื้อในโฆษณา Shopping ที่ Google เปิดใช้

{merchant_id} รหัสบัญชี Google Merchant Center ที่เป็นเจ้าของโดยตรงของโฆษณา Shopping ที่ได้รับคลิก
{product_channel} ประเภทช่องทางช็อปปิ้ง ("online" หรือ "local") ที่ได้ขายผลิตภัณฑ์ที่แสดงในโฆษณา Shopping ที่ได้รับคลิก ถ้าโฆษณามีตัวเลือกสำหรับช่องทางการช็อปปิ้งทั้ง 2 ช่องทาง {product_channel} จะแสดงประเภทช่องทางที่มีการคลิก (“online” หรือ “local”) และ {adtype} จะแสดง “pla_multichannel”
{product_id} รหัสของผลิตภัณฑ์ที่แสดงในโฆษณาที่ได้รับคลิก ดังที่ระบุในฟีดข้อมูลของ Merchant Center
{product_country} ประเทศที่ขายผลิตภัณฑ์ในโฆษณาที่ได้รับคลิก
{product_language} ภาษาของข้อมูลผลิตภัณฑ์ดังที่ระบุในฟีดข้อมูล Merchant Center
{product_partition_id} รหัสที่ไม่ซ้ำของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับคลิกอยู่
{store_code} สำหรับผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นในแคมเปญ Shopping คุณจะเห็นรหัสที่ไม่ซ้ำกันของร้านค้าในท้องถิ่น พารามิเตอร์นี้จำกัดจำนวนอักขระไว้ที่ 60 ตัว

คุณใช้พารามิเตอร์ต่อไปนี้กับโฆษณา Showcase Shopping ได้

โฆษณา Showcase Shopping มีให้บริการในประเทศต่อไปนี้

  • ออสเตรเลีย
  • บราซิล
  • แคนาดา
  • เยอรมนี
  • ฝรั่งเศส
  • ฮ่องกง
  • ไอร์แลนด์
  • อินเดีย
  • อินโดนีเซีย
  • มาเลเซีย
  • เนเธอร์แลนด์
  • นิวซีแลนด์
  • ฟิลิปปินส์
  • สิงคโปร์
  • แอฟริกาใต้
  • สวีเดน
  • ไต้หวัน
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • สหราชอาณาจักร
  • สหรัฐอเมริกา

คุณอาจสร้างโฆษณา Showcase Shopping โดยใช้ Google Ads และ Google Ads API (AdWords API) หากต้องการโฆษณาผลิตภัณฑ์แยกกันทีละอย่าง โปรดลองดูโฆษณา Product Shopping

พารามิเตอร์ ค่าที่ส่งคืน
{adtype} สำหรับโฆษณา Showcase Shopping จะส่งคืนค่าใดค่าหนึ่งต่อไปนี้ (สำหรับโฆษณา Product Shopping ดูตารางด้านบน):
  • showcase_category: คลิกที่ลิงก์หมวดหมู่
    • {product_country} จะส่งคืนประเทศที่ขายของแคมเปญนั้น
    • พารามิเตอร์เหล่านี้จะส่งคืนเป็นค่าว่าง:
      • {merchant_id}
      • {product_channel}
      • {product_id}
      • {product_language}
      • {product_partition_id}
      • {store_code}
  • showcase_timed_engagement: ใช้เวลาอยู่ภายในโฆษณา 10 วินาที
  • showcase_product: คลิกที่ผลิตภัณฑ์แบบช่องทางเดียว
  • showcase_product_with_POG: คลิกที่ผลิตภัณฑ์ที่มีการซื้อใน Google
  • showcase_product_with_promotion: คลิกที่ผลิตภัณฑ์ที่มีโปรโมชันจากผู้ขาย
  • showcase_product_multichannel: คลิกที่ผลิตภัณฑ์แบบหลายช่องทาง
    • {product_channel} จะแสดงช่องทาง (online หรือ local)
  • showcase_local_store: คลิกที่ลิงก์หน้าร้านในพื้นที่
    • {product_country} จะส่งคืนประเทศที่ขายของแคมเปญนั้น
    • {channel} จะส่งคืน local
    • พารามิเตอร์เหล่านี้จะส่งคืนเป็นค่าว่าง:
      • {merchant_id}
      • {product_language}
      • {product_partition_id}
{ifshoppingproduct:[value]} หากมีผู้คลิกผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งจากโฆษณา Product Shopping หรือ Showcase Shopping ระบบจะส่งคืนค่าที่คุณกำหนดให้กับ [value]
{ifshoppingcreative:[value]} หากคลิกดังกล่าวไม่ได้เป็นการคลิกไปยังผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง เช่น โฆษณาตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทั่วๆ ไป ระบบจะส่งคืนค่าที่คุณกำหนดให้กับ [value]

แคมเปญวิดีโอเท่านั้น

พารามิเตอร์ ค่าที่ส่งคืน

{adgroupid}

รหัสกลุ่มโฆษณา (ใช้เมื่อคุณตั้งค่าข้อมูลการติดตามที่ระดับบัญชีหรือแคมเปญแล้ว และต้องการทราบว่ากลุ่มโฆษณาใดแสดงโฆษณาของคุณ)

{campaignid}

รหัสแคมเปญ (ใช้เมื่อคุณตั้งค่าข้อมูลการติดตามที่ระดับบัญชีแล้ว และต้องการทราบว่าแคมเปญใดแสดงโฆษณาของคุณ)

{creative}

รหัสที่ไม่ซ้ำของโฆษณา

{device}

อุปกรณ์แหล่งที่มาของคลิก โดย "m" แทนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (รวมถึง WAP) "t" แทนแท็บเล็ต และ "c" แทนคอมพิวเตอร์

{loc_interest_ms}

รหัสของสถานที่ที่สนใจซึ่งช่วยเรียกให้โฆษณาแสดง ดูรหัสสถานที่ตั้งในเว็บไซต์ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ รายงานเฉพาะสำหรับแคมเปญที่แสดงโฆษณาต่อผู้ใช้ซึ่งค้นหาสถานที่เป้าหมายของคุณ

{loc_physical_ms}

รหัสสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของการคลิก ดูรหัสสถานที่ตั้งในเว็บไซต์ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ รายงานเฉพาะสำหรับแคมเปญที่แสดงโฆษณาต่อผู้ใช้ซึ่งอยู่ในสถานที่เป้าหมายของคุณ

{network}

 

{placement}

ไซต์เนื้อหาที่โฆษณาของคุณได้รับคลิก (สำหรับแคมเปญที่กำหนดเป้าหมายจากคีย์เวิร์ด) หรือเกณฑ์การกำหนดเป้าหมายตำแหน่งที่ตรงสำหรับไซต์ที่โฆษณาได้รับคลิก (สำหรับแคมเปญที่กำหนดเป้าหมายจากตำแหน่ง)
{sourceid}  

แคมเปญโรงแรมเท่านั้น

พารามิเตอร์ ค่าที่ส่งคืน

{hotelcenter_id}

รหัสของบัญชี Hotel Center ที่ลิงก์กับแคมเปญซึ่งจะสร้างโฆษณาเมื่อมีการคลิก

{hotel_id}

รหัสโรงแรมของโรงแรมจากฟีดโรงแรมของบัญชีที่เชื่อมโยง

{hotel_partition_id}

รหัสที่ไม่ซ้ำกันของกลุ่มโรงแรมที่มีโฆษณาโรงแรมที่ได้รับคลิกอยู่

{hotel_adtype}

  • แสดงโรงแรมหากมีการคลิกโฆษณาโรงแรม
  • แสดงห้องพักหากมีการคลิกโฆษณาแพ็กเกจห้องพัก
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว