เกี่ยวกับการประมูลเพื่อแสดงโฆษณาบนเครือข่ายดิสเพลย์

Google Ads ใช้การประมูลเพื่อแสดงโฆษณาในการกำหนดว่าโฆษณาใดจะได้แสดง แสดงใดอันดับใด และโฆษณาจะมีค่าใช้จ่ายเท่าใด การประมูลเพื่อแสดงโฆษณาบนเครือข่ายดิสเพลย์มีลักษณะหลายๆ อย่างเหมือนกับการประมูลของ Google Ads โฆษณาของคุณจะถูกจัดอันดับเทียบกับโฆษณาของผู้ลงโฆษณารายอื่นๆ ตามลำดับโฆษณา ซึ่งพิจารณาจากราคาเสนอ CPC สูงสุดและคะแนนคุณภาพของคุณ ซึ่งหมายความว่า หากคะแนนคุณภาพของคุณสูงกว่าคะแนนของผู้ลงโฆษณาที่อยู่รองลงมามากพอ คุณก็อาจมีอันดับสูงกว่าผู้ลงโฆษณารายนั้น แม้ว่าราคาเสนอของเขาจะสูงกว่าของคุณก็ตาม

เช่นเดียวกับใน การประมูลของ Google Ads ที่ราคาเสนอ CPC สูงสุดอาจไม่ใช่จำนวนเงินที่คุณจะจ่ายให้กับหนึ่งคลิกเสมอไป CPC จริง ซึ่งเป็นราคาที่คุณจะจ่าย ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการประมูล และมักจะต่ำกว่าราคาเสนอ CPC สูงสุดของคุณ เงินที่คุณจ่ายจะไม่เกินจำนวนเงินที่จำเป็นเพื่อให้มีอันดับเหนือกว่าโฆษณาที่แสดงในอันดับรองจากโฆษณาของคุณเท่านั้น หรือเพื่อล้างการประมูลขั้นต่ำ (หากมี)

ต่อไปนี้คือความแตกต่างระหว่างการประมูลเพื่อแสดงโฆษณาบนเครือข่ายดิสเพลย์และการประมูลของ Google Ads

  • สำหรับคลิกที่คุณจะได้รับเพิ่มขึ้นมาจากการได้อยู่ในอันดับปัจจุบัน คุณจะจ่ายเท่ากับจำนวนเงินที่จำเป็นเพื่อให้ได้อันดับที่สูงกว่าโฆษณาที่ดีรองลงมาเท่านั้น
  • สำหรับคลิกที่เหลือทั้งหมด คุณจะจ่ายในราคาของโฆษณาที่ดีที่สุดรองลงมา
  • คุณอาจต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับโฆษณาที่ใช้การกำหนดเป้าหมายตามผู้ชม ในกรณีนั้น ราคาเสนอสูงสุดของคุณจะลดลงก่อนการประมูล และค่าบริการดังกล่าวจะเพิ่มอยู่ในราคาปิดสำหรับการประมูล 

เกี่ยวกับคลิกที่เพิ่มขึ้น

อันดับโฆษณาที่ต่างกันมีความสามารถในการแสดงที่แตกต่างกัน จึงได้รับคลิกจำนวนไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น ในหน่วยโฆษณาหนึ่งที่มี 2 อันดับโฆษณา โฆษณาของคุณอาจได้รับ 10 คลิกจากการอยู่ในอันดับที่มองเห็นชัดเจนที่สุด แต่อาจได้รับเพียง 8 คลิกหากแสดงในอันดับรองลงมาซึ่งเห็นได้ชัดน้อยกว่า ดังนั้น คลิกที่เพิ่มขึ้นมา 2 คลิกจึงถือว่าเป็นจำนวนคลิกที่เพิ่มขึ้นสำหรับการได้อยู่ในอันดับบนสุด แทนที่จะเป็นอันดับที่สอง

ในตัวอย่างนี้ ความแตกต่างของความชัดเจนในการแสดงของทั้งสองอันดับดูจะมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะทั้งสองอันดับต่างทำให้เกิดคลิกในจำนวนพอๆ กัน การประมูลสำหรับโฆษณาบนเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ลงโฆษณาจะจ่ายเงินในราคาที่ยุติธรรมสำหรับจำนวนคลิกที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผู้ลงโฆษณาที่ได้อันดับสูงสุด ส่วนใหญ่มักจะจ่ายมากกว่าจำนวนเงินที่จำเป็นที่จะทำให้ได้อันดับสูงกว่าผู้ลงโฆษณาอันดับรองลงมาประมาณหนึ่งสตางค์เท่านั้นสำหรับอีก 2 คลิกที่เพิ่มขึ้นมา สำหรับอีกแปดคลิกที่เหลือ ผู้ลงโฆษณารายดังกล่าวจะจ่ายในราคาต่ำกว่า ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เขาควรจะต้องจ่ายหากอยู่ในอันดับที่สอง

กล่าวโดยสรุป

CPC จริงที่ผู้ลงโฆษณาจ่ายจะขึ้นอยู่กับค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักของราคาเสนอและคะแนนคุณภาพของการจัดอันดับผู้ลงโฆษณาด้านล่าง (และรวมถึงค่าธรรมเนียมบริการใดๆ ที่เกี่ยวข้อง) โดยน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของอันดับที่เพิ่มขึ้น

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่จะช่วยอธิบายวิธีการทำงาน เพื่อให้เข้าใจง่าย เราจะถือว่าโฆษณาเหล่านี้มีคะแนนคุณภาพเท่ากันทุกประการ

ตัวอย่าง: การประมูลเพื่อแสดงโฆษณาสำหรับหน่วยโฆษณาที่แสดงโฆษณาเดียว

ผู้ลงโฆษณา ราคาเสนอ CPC สูงสุด คะแนนคุณภาพ โฆษณาแสดงหรือไม่
ขวัญใจ 150 บาท 10 แสดง
อานนท์ 90 บาท 10 ไม่แสดง
วีระ 30 บาท 10 ไม่แสดง

ในตัวอย่างนี้ มีผู้ลงโฆษณาสามรายที่มีคะแนนคุณภาพเท่ากันเสนอราคาแข่งขันกันเพื่อช่วงชิงหน่วยโฆษณาที่สามารถแสดงโฆษณาได้เพียงหนึ่งรายการ ขวัญใจชนะการประมูลเพราะเธอเสนอราคาสูงสุด เมื่อพิจารณาจากทั้งราคาเสนอ CPC สูงสุดและคะแนนคุณภาพ

ราคาที่ขวัญใจต้องจ่ายเพื่อให้อยู่ในอันดับที่สูงกว่าโฆษณาที่ดีที่สุดลำดับถัดไป ซึ่งคือโฆษณาของอานนท์ เท่ากับ 90.01 บาท เนื่องจากในตัวอย่างนี้เป็นหน่วยโฆษณาที่แสดงเพียงโฆษณาเดียว จำนวนคลิกทั้งหมดที่ขวัญใจได้รับจะถือว่าเป็นส่วนที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนที่เธอควรจะได้รับในอันดับที่ต่ำกว่า ซึ่งเทียบเท่ากับการที่โฆษณาไม่แสดงเนื่องจากไม่มีอันดับที่ต่ำกว่า เพราะฉะนั้น ขวัญใจจึงจ่าย CPC จริงที่ 90.01 บาทต่อคลิก

ตัวอย่าง: การประมูลเพื่อแสดงโฆษณาสำหรับหน่วยโฆษณาที่แสดงโฆษณาสองรายการ

ผู้ลงโฆษณา ราคาเสนอ CPC สูงสุด คะแนนคุณภาพ โฆษณาแสดงหรือไม่ CTR สัมพัทธ์ของอันดับ
ขวัญใจ 150 บาท 10 แสดง 3.0
อานนท์ 90 บาท 10 แสดง 1.0
วีระ 30 บาท 10 ไม่แสดง ไม่ระบุ

ตอนนี้ สมมติว่าหน่วยโฆษณานี้แสดงโฆษณามากกว่าหนึ่งรายการ เราใช้ "CTR สัมพัทธ์ของอันดับ" เพื่อแสดงให้เห็นว่า อันดับโฆษณาทั้งหมดมีระดับการแสดงที่ชัดเจนแตกต่างกัน และอันดับโฆษณาที่สูงกว่าย่อมส่งผลให้เกิดจำนวนคลิกที่มากกว่าอันดับโฆษณาที่ต่ำกว่า ("CTR" หมายถึงอัตราการคลิกผ่านของโฆษณาของคุณ)

ในตัวอย่างต่อไปนี้ อันดับบนสุดเป็นที่ที่มองเห็นได้ชัดกว่าอันดับที่สองเป็นอย่างมาก กล่าวคือ หากแสดงในอันดับสูงสุด โฆษณานี้จะได้รับคลิกเพิ่มขึ้น 3 เท่าเทียบกับการแสดงในอันดับที่สอง

จะถือว่าจำนวนคลิกทั้งหมดของอานนท์เป็นจำนวนคลิกที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับจำนวนที่เขาจะได้รับเมื่ออยู่ในอันดับที่ต่ำกว่า ซึ่งก็คือการที่โฆษณาไม่แสดงนั่นเอง เพราะฉะนั้น อานนท์จึงจ่าย CPC จริงที่ 30.01 บาทต่อคลิก

CPC จริงของขวัญใจในตัวอย่างนี้ขึ้นอยู่กับทั้งคลิกที่เพิ่มขึ้นซึ่งเธอได้รับจากการแสดงในอันดับสูงสุดและ CPC จริงของอานนท์ ตาม CTR สัมพัทธ์ของอันดับ การแสดงในอันดับสูงสุดทำให้ขวัญใจได้รับคลิกเพิ่มขึ้นสามเท่าจากที่เธอจะได้หากแสดงในอันดับที่สอง ดังนั้น จึงถือว่าจำนวนคลิกสองในสามที่ขวัญใจได้รับเป็นจำนวนคลิกที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่จำนวนคลิกหนึ่งในสามที่เหลือเป็นคลิกที่เธอจะได้รับหากเธออยู่ในอันดับที่สอง

สมมติว่าขวัญใจได้รับคลิกทั้งหมดสามคลิก เธอจะจ่ายให้กับคลิกแรกเท่ากับราคาที่อานนท์จ่าย สำหรับอีกสองคลิกที่เหลือ เธอจะจ่าย 90.01 บาท ซึ่งเป็นราคาที่จำเป็นเพื่อให้ได้อันดับสูงกว่าโฆษณาของอานนท์ ค่าใช้จ่ายของเธอจะมีลักษณะเช่นนี้

คลิก CPC ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1 30.01 บาท 30.01 บาท
2 90.01 บาท 180.2 บาท
รวม: 3 CPC จริง: 70.01 บาท รวม: 210.03 บาท

CPC จริงของเธอจะเท่ากับ 70.01 บาท ซึ่งเท่ากับจำนวนเงินรวมที่เธอใช้จ่ายไปหารด้วยจำนวนคลิกที่เธอได้รับ

หากจะกล่าวเสริมเพิ่มเติมจากตัวอย่างง่ายๆ ด้านบน บางครั้ง Google จะจัดการประมูลและกำหนดว่า การแสดงโฆษณาเดียวดีกว่าการแสดงหลายโฆษณาในหน่วยโฆษณาที่มีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับหลายโฆษณา ในการประมูลจะมีการพิจารณาปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ และ CPC จริงของโฆษณาที่แสดงจะคำนวณตามหลักการและกลไกเดียวกันกับตัวอย่างแบบง่ายข้างต้น

 

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว