เกี่ยวกับอันดับโฆษณาและลำดับโฆษณา

อันดับโฆษณาคือลำดับของโฆษณาในผลการประมูลเมื่อเทียบกับโฆษณาอื่นๆ ตัวอย่างเช่น อันดับโฆษณา "1" หมายความว่าเป็นโฆษณาแรกที่แสดงโดยไม่มีโฆษณาอื่นอยู่ข้างหน้า อันดับโฆษณา "2" หมายความว่าเป็นโฆษณาที่ 2 ที่แสดง และหมายเลขอื่นๆ ตามลำดับ

โปรดทราบว่าอันดับโฆษณาไม่จำเป็นต้องหมายถึงตำแหน่งของโฆษณาในหน้าผลการค้นหา ตัวอย่างเช่น อันดับโฆษณา "1" ไม่ได้หมายความว่าโฆษณาจะต้องอยู่เหนือผลการค้นหาทั่วไป แต่อาจเป็นอันดับโฆษณาของคุณในกรณีที่ไม่มีโฆษณาเหนือผลการค้นหาและโฆษณาของคุณเป็นโฆษณาแรกที่แสดงใต้ผลการค้นหาทั่วไป ในทำนองเดียวกัน อันดับโฆษณาที่ 2 หมายความว่าโฆษณาคุณเป็นโฆษณาที่ 2 ที่แสดงตามลำดับ และในทางปฏิบัติสำหรับโฆษณาแบบข้อความ คุณอาจอยู่ได้ทั้งอันดับที่ 2 เหนือผลการค้นหาหรืออันดับแรกที่ด้านล่างผลการค้นหา (หากโฆษณาแรกอยู่เหนือผลการค้นหาทั่วไป) หรืออยู่ในอันดับที่ 2 ใต้ผลการค้นหา (หากโฆษณาแรกอยู่ใต้ผลการค้นหาทั่วไปเช่นกัน)

คุณจะดูว่าโฆษณาจะแสดงผลอย่างไรเมื่อเทียบกับโฆษณาอื่นๆ โดยเฉลี่ยได้โดยการตรวจสอบเมตริกอันดับเฉลี่ย

คุณดูตำแหน่งที่โฆษณาแสดงได้ในหน้าผลการค้นหา โดยดูที่เมตริกด้านบนและบนสุดแบบสัมบูรณ์

เคล็ดลับ

ในเครือข่ายการค้นหา หากคุณต้องการทำความเข้าใจตำแหน่งโฆษณาของคุณบนหน้าผลการค้นหา (SERP) คุณสามารถใช้เมตริกอัตราการแสดงผลด้านบนและบนสุดแบบสัมบูรณ์ "การแสดงผล (บนสุดแบบสัมบูรณ์) %" และ "% การแสดงผล (ตำแหน่งบนสุด) หากต้องการเสนอราคาสำหรับตำแหน่งหน้าเว็บ ให้ใช้เมตริกส่วนแบ่งการแสดงผลในตำแหน่งบนสุดและส่วนแบ่งการแสดงผลในตำแหน่งบนสุดแบบสัมบูรณ์ ได้แก่ "IS สูงสุดสัมบูรณ์ในเครือข่ายการค้นหา" และ "IS ในตำแหน่งบนสุดในเครือข่ายการค้นหา" หากต้องการดำเนินการดังกล่าว ให้คุณใช้กลยุทธ์การเสนอราคาส่วนแบ่งการแสดงผลเป้าหมาย แล้วเลือกกำหนดเป้าหมายไปยังตำแหน่งด้านบนหรือบนสุดแบบสัมบูรณ์ของหน้า ไม่แนะนำให้ใช้การเสนอราคาโดยอันดับเฉลี่ยเนื่องจากบางครั้งอันดับเฉลี่ยอาจลดลงเมื่อราคาเสนอเพิ่มขึ้น กรณีนี้เกิดขึ้นเนื่องจากในบางครั้งราคาเสนอที่สูงขึ้นจะทำให้คุณเข้าไปสู่การประมูลที่มีการแข่งขันมากขึ้นในอันดับที่แย่ลง

วิธีกำหนดอันดับโฆษณา

Elements of Ad Rank

การประมูลเพื่อแสดงโฆษณา คือวิธีที่ Google ใช้ในการพิจารณาโฆษณาที่จะแสดง และการกำหนดอันดับโฆษณา

Google Ads คำนวณลำดับโฆษณาของโฆษณาทุกรายการในการประมูล ลำดับโฆษณาจะเป็นตัวกำหนดอันดับโฆษณาของคุณและกำหนดว่าโฆษณาจะมีสิทธิ์แสดงหรือไม่ โดยทั่วไป โฆษณาที่มีลำดับโฆษณาสูงสุดจะได้แสดงในตำแหน่งบนสุด ส่วนโฆษณาที่มีลำดับโฆษณาสูงรองลงมาจะได้แสดงในตำแหน่งที่ 2 (สมมติว่าโฆษณาเป็นไปตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง) และเรียงตามลำดับไปเรื่อยๆ

ในระดับสูง ให้คิดว่าลำดับโฆษณามีปัจจัย 5 ประการดังนี้

  1. ราคาเสนอ - การกำหนดราคาเสนอเป็นการบอกให้ Google Ads รู้ว่าคุณยินดีจ่ายเงินสูงสุดเท่าใดสำหรับการคลิกโฆษณา 1 ครั้ง โดยส่วนมากเงินที่คุณจ่ายจริงจะน้อยกว่าราคาเสนอ และคุณสามารถเปลี่ยนแปลงราคาเสนอได้ตลอดเวลา
  2. คุณภาพของโฆษณาและหน้า Landing Page - Google Ads ยังดูด้วยว่าโฆษณาและเว็บไซต์ที่โฆษณานำไปมีความเกี่ยวข้องและมีประโยชน์ต่อผู้ที่จะเห็นโฆษณามากน้อยเพียงใด การประเมินคุณภาพของโฆษณาจะสรุปออกมาเป็นคะแนนคุณภาพซึ่งคุณตรวจสอบและปรับปรุงได้ในบัญชี Google Ads
  3. เกณฑ์ลำดับโฆษณา - เรารับประกันว่าโฆษณาทั้งหมดมีคุณภาพสูงเพราะได้กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ โฆษณาต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์นี้จึงจะได้แสดง
  4. บริบทของการค้นหาของบุคคลนั้น - บริบทมีความสำคัญเมื่ออยู่ในการประมูลเพื่อแสดงโฆษณา เราคำนวณลำดับโฆษณาโดยดูที่ข้อความค้นหาที่บุคคลนั้นป้อน ตำแหน่งของบุคคลนั้นขณะที่ค้นหา ประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ (เช่น อุปกรณ์เคลื่อนที่หรือเดสก์ท็อป) เวลาที่ทำการค้นหา ลักษณะข้อความค้นหา โฆษณาและผลการค้นหาอื่นที่แสดงในหน้าเว็บนั้น ตลอดจนสัญญาณและแอตทริบิวต์ผู้ใช้อื่นๆ
  5. ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากส่วนขยายโฆษณาและรูปแบบโฆษณาอื่นๆ - เมื่อคุณสร้างโฆษณา คุณมีตัวเลือกที่จะใส่ข้อมูลเพิ่มเติมลงในโฆษณา เช่น หมายเลขโทรศัพท์ และลิงก์เพิ่มเติมเพื่อไปยังหน้าเว็บที่เจาะจงในเว็บไซต์ ข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้เรียกว่าส่วนขยายโฆษณา Google Ads ประมาณการว่าส่วนขยายและรูปแบบโฆษณาอื่นๆ ที่คุณใช้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของโฆษณาอย่างไร

ตัวอย่าง

สมมติว่าผู้ลงโฆษณา 5 รายกำลังแข่งขันกันเพื่อชิงอันดับโฆษณาเหนือผลการค้นหาในหน้าผลการค้นหาของ Google ซึ่งมีอยู่ 4 อันดับ โดยลำดับโฆษณาของผู้ลงโฆษณาแต่ละรายคือ 80, 50, 30, 10 และ 5

หากลำดับโฆษณาขั้นต่ำที่จำเป็นต้องแสดงเหนือผลการค้นหาคือ 40 เฉพาะผู้ลงโฆษณา 2 รายแรกเท่านั้น (ที่มีลำดับโฆษณา 80 และ 50) จะอยู่สูงกว่าลำดับต่ำสุดและจะแสดงเหนือผลการค้นหา

หากลำดับโฆษณาขั้นต่ำที่จำเป็นต้องแสดงด้านล่างผลการค้นหาคือ 8 นั่นหมายความว่าผู้ลงโฆษณาที่เหลืออีก 2 ราย (มีลำดับโฆษณา 30 และ 10) จะแสดงอยู่ด้านล่างผลการค้นหา ส่วนผู้ลงโฆษณาที่มีลำดับโฆษณาเท่ากับ 5 มีคุณสมบัติไม่ตรงตามลำดับโฆษณาขั้นต่ำ จึงจะไม่แสดงผลเลย

สำหรับเมตริกอันดับเฉลี่ย ผู้ลงโฆษณาที่มีลำดับโฆษณา 80 (ในอันดับแรกเหนือผลการค้นหา) จะได้รับอันดับที่ 1 ผู้ลงโฆษณาที่มีลำดับโฆษณา 50 (ในอันดับที่ 2 เหนือผลการค้นหา) จะได้รับอันดับที่ 2 ผู้ลงโฆษณาที่มีลำดับโฆษณา 30 (ในอันดับแรกด้านล่างผลการค้นหา) จะได้รับอันดับที่ 3 และผู้ลงโฆษณาที่มีลำดับโฆษณา 10 (ในอันดับที่ 2 ด้านล่างผลการค้นหา) จะได้รับอันดับที่ 4 "อันดับ" จึงหมายถึงลำดับของผู้ลงโฆษณาในการประมูล ไม่ใช่ตำแหน่งในหน้าผลการค้นหา ดังนั้นแม้ว่าระบบจะปล่อยให้อันดับโฆษณาเหนือผลการค้นหา 2 ใน 4 อันดับ (อันดับด้านล่างต่อจากผู้ลงโฆษณาที่มีลำดับโฆษณา 80 และ 50) ว่างไว้ ผู้โฆษณา 2 รายถัดไปในลำดับ (ผู้ลงโฆษณาที่มีลำดับโฆษณา 30 และ 10) จะได้อันดับ 3 และ 4 ในการจัดอันดับเฉลี่ย

สำหรับเมตริกด้านบนและบนสุดแบบสัมบูรณ์ ผู้ลงโฆษณาที่มีลำดับโฆษณา 80 (ในอันดับแรกเหนือผลการค้นหา) จะมีการแสดงผล 1 ครั้งนับจากด้านบนและด้านบนสุดแบบสัมบูรณ์ ผู้ลงโฆษณาที่มีลำดับโฆษณาอยู่ที่ 50 (ในอันดับที่ 2 เหนือผลการค้นหา) จะมีการแสดงผล 1 ครั้งที่ด้านบน และผู้ลงโฆษณาที่มีลำดับโฆษณา 30 (ในอันดับแรกด้านล่างผลการค้นหา) จะมีการแสดงผล 0 ครั้งที่ด้านบนหรือด้านบนสุดแบบสัมบูรณ์ เช่นเดียวกับผู้ลงโฆษณาที่มีลำดับโฆษณา 10 (ในอันดับที่ 2 ด้านล่างผลการค้นหา)

  ลำดับโฆษณา การแสดงผลบนสุดแบบสัมบูรณ์ การแสดงผลด้านบน อันดับเฉลี่ย การแสดงผล (บนสุดแบบสัมบูรณ์) % การแสดงผล (ด้านบน) %
ผู้ลงโฆษณา A 80 1 1 1 100% 100%
ผู้ลงโฆษณา B 50 0 1 2 0% 100%
ผู้ลงโฆษณา C 30 0 0 3 0% 0%
ผู้ลงโฆษณา D 10 0 0 4 0% 0%

หากต้องการปรับปรุงส่วนแบ่งของตำแหน่งที่ด้านบนและบนสุดแบบสัมบูรณ์บนหน้าผลการค้นหา คุณสามารถ:

  • ปรับปรุงคุณภาพโฆษณาและประสบการณ์หน้า Landing Page
  • เพิ่มราคาเสนอ

โฆษณาที่ดีกว่ามีความสำคัญต่อลำดับโฆษณาที่ดีขึ้น

ทุกครั้งที่มีผู้ทำการค้นหาซึ่งเรียกโฆษณาที่แข่งขันในการประมูลให้แสดง เราจะทำการคำนวณลำดับโฆษณา การคำนวณนี้เกิดจากการรวมราคาเสนอ การวัด CTR ที่คาดหวังตามเวลาจริงในการประมูล ความเกี่ยวข้องของโฆษณา ประสบการณ์หน้า Landing Page และปัจจัยอื่นๆ เข้าด้วยกัน ในการพิจารณาองค์ประกอบด้านคุณภาพในขณะประมูลนั้น เราจะดูที่ปัจจัยต่างๆ จำนวนมาก การปรับปรุงปัจจัยต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงองค์ประกอบด้านคุณภาพสำหรับลำดับโฆษณาของคุณ
  • อัตราการคลิกผ่านที่คาดหวังของโฆษณา: ส่วนหนึ่งพิจารณาจากการคลิกและการแสดงผลที่ผ่านมาของโฆษณา (ซึ่งปรับให้เหมาะกับปัจจัยต่างๆ เช่น อันดับโฆษณา ส่วนขยาย และรูปแบบอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการแสดงโฆษณาที่มีผู้คลิกก่อนหน้านี้)
  • ความเกี่ยวข้องของโฆษณากับการค้นหา: โฆษณาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ใช้ค้นหามากเพียงใด
  • คุณภาพของหน้า Landing Page ของคุณ: หน้าเว็บของคุณเกี่ยวข้อง มีความโปร่งใส และนำทางไปยังส่วนต่างๆ ได้ง่ายเพียงใด

ทำไมคุณภาพของโฆษณาจึงมีความสำคัญ

มีการนำองค์ประกอบคุณภาพของลำดับโฆษณาไปใช้ในรูปแบบต่างๆ และส่งผลต่อสิ่งต่อไปนี้
  • สิทธิ์ในการประมูลเพื่อแสดงโฆษณา: มาตรการเกี่ยวกับคุณภาพโฆษณาของเราช่วยกำหนดเกณฑ์ลำดับโฆษณา ดังนั้นจึงกำหนดด้วยว่าโฆษณามีคุณสมบัติที่จะแสดงหรือไม่
  • ราคาต่อหนึ่งคลิก (CPC) จริง: โฆษณาคุณภาพสูงกว่ามักจะทำให้ CPC ลดลง ซึ่งหมายความว่าคุณจะจ่ายต่อคลิกน้อยลงเมื่อโฆษณามีคุณภาพสูงขึ้น
  • อันดับโฆษณา: โฆษณาคุณภาพสูงขึ้นมักจะนำไปสู่อันดับโฆษณาที่สูงขึ้น ซึ่งหมายความว่าโฆษณานั้นๆ จะแสดงในอันดับที่สูงขึ้นในหน้าเว็บ
  • สิทธิ์ในการแสดงส่วนขยายโฆษณาและรูปแบบโฆษณาอื่นๆ: ลำดับโฆษณาเป็นตัวกำหนดว่าโฆษณาจะมีสิทธิ์แสดงพร้อมกับส่วนขยายโฆษณา และรูปแบบโฆษณาอื่นๆ เช่น ไซต์ลิงก์ หรือไม่
โดยรวมแล้วโฆษณาคุณภาพสูงกว่ามักนำไปสู่ต้นทุนที่ต่ำลง อันดับโฆษณาที่ดีขึ้น และความสำเร็จในการโฆษณามากขึ้น ระบบ Google Ads จะใช้ได้ดีสำหรับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ลงโฆษณา ลูกค้า ผู้เผยแพร่โฆษณา และ Google เอง เมื่อโฆษณาที่เราแสดงมีความเกี่ยวข้อง ใกล้เคียงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว