สําหรับคําบรรยายในภาษาของคุณ ให้เปิดคำบรรยายวิดีโอใน YouTube เลือกไอคอนการตั้งค่า ในวิดีโอเพลเยอร์ จากนั้นเลือกคำบรรยาย แล้วเลือกภาษา
คุณสามารถสร้างแคมเปญ Performance Max ที่จัดการได้ง่ายเพียงแคมเปญเดียวเพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์หรือบริการทั่วทั้งเครือข่ายของ Google ได้ บทความนี้จะอธิบายวิธีต่างๆ ในการสร้างแคมเปญ Performance Max ตามเป้าหมายแคมเปญและฟีดข้อมูล พร้อมลิงก์ไปยังแหล่งข้อมูลที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ Performance Max ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ Performance Max
ในหน้านี้
ก่อนเริ่มต้น
แคมเปญ Performance Max ใช้การเสนอราคา การเพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ กลุ่มเป้าหมาย ครีเอทีฟโฆษณา การระบุแหล่งที่มา และอื่นๆ แบบอัตโนมัติเพื่อช่วยให้คุณได้รับ Conversion และมูลค่าจากโฆษณาเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ Performance Max เป็นตัวเลือกที่แนะนำให้ใช้ในสถานการณ์ต่อไปนี้
- คุณมีเป้าหมายในการโฆษณาและเป้าหมาย Conversion ที่เจาะจง
- คุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญให้ได้สูงสุด และไม่จํากัดช่องทางโฆษณา
- คุณต้องการเข้าถึงช่องทางโฆษณาทั้งหมดของ Google ได้อย่างง่ายดายโดยใช้แคมเปญเดียว
- คุณต้องการการเข้าถึงและมูลค่า Conversion เพิ่มเติมจากแคมเปญ Search ที่ใช้คีย์เวิร์ด
สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อสร้างแคมเปญ
หลังจากสร้างแคมเปญแล้ว Google Ads อาจใช้เวลาสักพักจึงจะแสดงการแสดงผลได้ ความล่าช้าอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้
- ระยะเวลาเรียนรู้: แคมเปญที่ใช้กลยุทธ์การเสนอราคาอัตโนมัติต้องใช้เวลาในการเพิ่มประสิทธิภาพ โดยปกติจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ แต่บางครั้งอาจนานถึง 6 สัปดาห์ ในระยะเวลาเรียนรู้นี้ คุณอาจเห็นความผันผวนของประสิทธิภาพหรือการเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายในขณะที่ Google AI เรียนรู้วิธีเพิ่มประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คุณควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ กลยุทธ์การเสนอราคา (เช่น CPA ที่ตั้งไว้, ROAS เป้าหมาย) หรือการกำหนดเป้าหมายของแคมเปญบ่อยครั้ง หรือทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในช่วงนี้ ให้เวลากลยุทธ์ Smart Bidding 1-2 วงจร Conversion เพื่อเรียนรู้และเพิ่มประสิทธิภาพหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงที่สําคัญ สําหรับแคมเปญใหม่ โปรดรอ 24-48 ชั่วโมงแรกเพื่อให้ระบบป้อนข้อมูล
- การตรวจสอบโฆษณา: เราใช้เวลา 1-2 วันในการตรวจสอบโฆษณาที่เพิ่งสร้างหรือแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านนโยบายทั้งหมด
- การปรับการตั้งค่า: Google AI ต้องใช้เวลาสักพักในการปรับการแสดงโฆษณา หากคุณเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าแคมเปญ เราขอแนะนําให้ปรับเป้าหมาย เช่น ROAS (หากสูงเกินไป) หรือ CPA (หากต่ำเกินไป) แบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อหลีกเลี่ยงการจํากัดการแสดงแคมเปญ
หากโฆษณาไม่ได้รับการแสดงผลเลยหลังผ่านไป 3 วันทําการ ลองอ่านวิธีแก้ไขแคมเปญ Performance Max ของ Google Ads ที่ไม่ทํางานหรือมีการเข้าชมต่ำ
ใช้แคมเปญให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หากต้องการทําให้แคมเปญประสบความสําเร็จและทํางานได้ดีที่สุดไปเรื่อยๆ โปรดเพิ่มประสิทธิภาพทั้งเครื่องมือวัด Conversion, รายการรีมาร์เก็ตติ้ง และคุณภาพของชิ้นงาน ดูแนวทางปฏิบัติแนะนําต่อไปนี้ก่อนสร้างหรือแก้ไขแคมเปญ Performance Max
- ติดตาม Conversion: คุณควรใช้เครื่องมือวัด Conversion กับแคมเปญ Performance Max Google AI ไม่ได้เพิ่มเฉพาะเหตุการณ์ Conversion อย่างการซื้อออนไลน์ การลงชื่อสมัครใช้ และการซื้อจากการโทรเท่านั้น แต่ยังเพิ่มมูลค่า Conversion เพื่อกําหนดวิธีใช้งบประมาณรายวันอีกด้วย ตรวจสอบว่าได้ตั้งค่าเครื่องมือวัด Conversion อย่างถูกต้อง และเพิ่มการกระทําที่ถือเป็น Conversion ที่เกี่ยวข้องเป็นเป้าหมายในแคมเปญ โปรดรอ 24-48 ชั่วโมงเพื่อให้ระบบอัปเดตหลังจากตั้งค่าการกระทำที่ถือเป็น Conversion คุณสามารถสร้างแคมเปญ Performance Max ได้โดยไม่ต้องมีเครื่องมือวัด Conversion หรือไม่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกําหนดของเครื่องมือวัด Conversion แต่การใช้จ่ายของแคมเปญอาจถูกจํากัด
- ใช้รายการรีมาร์เก็ตติ้งและสัญญาณของกลุ่มเป้าหมาย: คุณควรใช้รายการรีมาร์เก็ตติ้งที่อัปเดตล่าสุดและระบุสัญญาณของกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพเพื่อเป็นแนวทางให้ AI คุณควรมีผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่มากกว่า 100 รายในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และมีผู้ใช้ใหม่อย่างน้อย 1 รายในช่วง 2 วันที่ผ่านมาสำหรับรายการรีมาร์เก็ตติ้ง เพื่อให้โฆษณาแสดงได้อย่างครอบคลุมมากที่สุด ตรวจสอบว่าสัญญาณของกลุ่มเป้าหมายกว้างพอและไม่จำกัดมากเกินไป คุณสามารถใช้แคมเปญ Performance Max ที่มีอยู่ได้โดยไม่ต้องมีคุณสมบัติตามข้อกําหนดของรีมาร์เก็ตติ้ง แต่แคมเปญอาจใช้จ่ายได้อย่างจํากัด
- เพิ่มประสิทธิภาพชิ้นงานและคุณภาพของโฆษณา: ให้ชุดชิ้นงานคุณภาพสูงที่หลากหลาย (ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ) แคมเปญ Performance Max จะสร้างวิดีโอโดยอัตโนมัติหากไม่มีการอัปโหลดวิดีโอ หรือหากระบบเห็นว่าการสร้างวิดีโอเป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำและให้ความสำคัญกับการอัปโหลดวิดีโอของคุณเอง หากแคมเปญไม่แสดง ให้ตรวจสอบกลุ่มชิ้นงานเพื่อดูคุณภาพของโฆษณา และตรวจสอบว่ามีชิ้นงานที่จำเป็นทั้งหมด การเพิ่มธีมการค้นหาที่เกี่ยวข้องลงในกลุ่มชิ้นงานยังช่วยปรับปรุงการกำหนดเป้าหมายและเริ่มประสิทธิภาพได้อีกด้วย หากคุณใช้ชิ้นงานสถานที่ตั้ง ให้ตรวจสอบว่า Google Business Profile ของคุณลิงก์อย่างถูกต้องและสถานที่ตั้งได้รับอนุมัติแล้ว
- งบประมาณและกลยุทธ์การเสนอราคา: ตั้งงบประมาณรายวันที่เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการตั้งค่า CPA ที่ตั้งไว้หรือ ROAS เป้าหมายที่จำกัดมากเกินไป เนื่องจากอาจจำกัดการเข้าถึงของแคมเปญ หากประสิทธิภาพต่ำ ให้พิจารณาค่อยๆ เพิ่มงบประมาณหรือปรับเป้าหมายกลยุทธ์การเสนอราคา ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนส่วนเพิ่ม