ใช้การช่วยเหลือพิเศษในเอกสารหรืองานนำเสนอ

เมื่อสร้างเอกสารหรืองานนำเสนอ ให้ทำตามเคล็ดลับด้านล่างเพื่อให้ผู้ใช้ทุกคนและผู้ทุพพลภาพอ่านสิ่งที่คุณสร้างได้

ใส่ข้อความแสดงแทน

ใส่ข้อความแสดงแทนให้กับรูปภาพ ภาพวาด และกราฟิกอื่นๆ มิเช่นนั้นผู้ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอจะได้ยินเพียง "image" รูปภาพบางรูปจะรวมข้อความแสดงแทนไว้แล้วโดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงควรยืนยันว่าข้อความแสดงแทนแบบอัตโนมัติดังกล่าวคือสิ่งที่คุณต้องการหรือไม่

เพิ่มหรือแก้ไขข้อความแสดงแทน

  1. เลือกรูปภาพ ภาพวาด หรือกราฟิก
  2. คลิกขวา จากนั้น ข้อความแสดงแทน
  3. ป้อนชื่อและคำอธิบาย
  4. คลิกตกลง

ใช้ตารางสำหรับข้อมูล

ใช้ตารางเพื่อนำเสนอข้อมูลแทนที่จะใช้เพื่อเปลี่ยนการออกแบบภาพของหน้า ให้ใส่แถวหัวข้อในตารางดังกล่าว (แทนที่จะเริ่มต้นแถวแรกด้วยข้อมูล) เนื่องจากโปรแกรมอ่านหน้าจอจะอ่านข้อมูลในแถวแรกว่าเป็นแถวหัวข้อโดยอัตโนมัติ 

ใช้ความคิดเห็นและคำแนะนำ

ใช้ฟีเจอร์การแสดงความคิดเห็นและการแนะนำแทนที่จะเขียนโน้ตภายในข้อความของเอกสารหรืองานนำเสนอ ผู้ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอจะข้ามไปยังความคิดเห็นดังกล่าวได้โดยใช้แป้นพิมพ์ลัดแทนที่จะต้องค้นหาทั่วไฟล์ นอกจากนี้เจ้าของไฟล์ยังจะได้รับการแจ้งเตือนทางอีเมลหรือมีสิทธิ์ตรวจสอบชุดความคิดเห็นอีกด้วย

ตรวจสอบว่าสีมีคอนทราสต์ในระดับสูง

คอนทราสต์ของสีในระดับสูงจะทำให้ผู้ใช้อ่านและทำความเข้าใจข้อความและรูปภาพได้ง่าย หลักเกณฑ์ด้านการช่วยเหลือพิเศษสำหรับเนื้อหาเว็บ (WCAG) 2.0 แนะนำว่าอัตราส่วนขั้นต่ำสำหรับข้อความขนาดใหญ่คือ 4.5:1 ส่วนข้อความและรูปภาพอื่นๆ คือ 7:1 ตัวอย่างเช่น หลีกเลี่ยงการใช้ข้อความสีเทาอ่อนบนพื้นหลังสีขาว

หากต้องการตรวจสอบคอนทราสต์ ให้ใช้โปรแกรมตรวจสอบคอนทราสต์ WebAIM

ใช้ข้อความของลิงก์ที่ให้ข้อมูล

โปรแกรมอ่านหน้าจอจะสแกนหาลิงก์ต่างๆ ได้ ดังนั้นข้อความของลิงก์ที่ให้ข้อมูลจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้ชื่อของหน้าเป็นข้อความของลิงก์ เช่น หากคุณกำลังลิงก์หน้าโปรไฟล์ ข้อความของลิงก์ควรเขียนว่า "my profile" ไม่ใช่ "click here" หรือใช้ URL แบบเต็ม

ตรวจสอบขนาดและการจัดข้อความ

หากต้องการทำให้เอกสารหรืองานนำเสนออ่านง่าย ให้ใช้ข้อความขนาดใหญ่ที่จัดชิดซ้าย หากเป็นไปได้ การจัดข้อความชิดขอบจะทำให้ข้อความอ่านยากเนื่องจากมีช่องว่างเพิ่มเติมระหว่างแต่ละคำ หากต้องการเปลี่ยนการจัดข้อความ ให้กด Ctrl + Shift + L (Windows หรือ Chrome OS) หรือ ⌘ + Shift + L (Mac)

ใช้ข้อความเพื่อสนับสนุนการจัดรูปแบบ

คุณไม่ควรใช้เพียงการจัดรูปแบบที่ต้องอาศัยการมองเห็นในการสื่อความหมาย โปรแกรมอ่านหน้าจออาจไม่ประกาศการเปลี่ยนแปลงการจัดรูปแบบ เช่น ตัวหนาหรือการไฮไลต์

ตัวอย่างเช่น หากต้องการทำเครื่องหมายส่วนที่สำคัญของข้อความ ให้ใส่คำว่า "Important"

ใช้รายการที่เรียงลำดับเลขและรายการหัวข้อย่อย

Google เอกสารและ Google สไลด์จะตรวจหาและจัดรูปแบบรายการบางอย่างสำหรับการช่วยเหลือพิเศษโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น หากคุณขึ้นบรรทัดใหม่ในเอกสารโดยพิมพ์เลข 1 ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค บรรทัดใหม่ดังกล่าวจะกลายเป็นรายการแรกของรายการที่เรียงลำดับเลขโดยอัตโนมัติ ดูวิธีจัดรูปแบบรายการหัวข้อย่อยและรายการที่เรียงลำดับเลข

ใช้ส่วนหัวเพื่อจัดระเบียบเอกสาร

ส่วนหัวจะแบ่งเอกสารออกเป็นส่วนต่างๆ ซึ่งช่วยให้ผู้คนข้ามไปยังส่วนที่ต้องการได้ง่ายขึ้น (โดยเฉพาะเมื่อใช้แป้นพิมพ์ลัด) คุณจะใช้รูปแบบส่วนหัวตามค่าเริ่มต้นหรือสร้างรูปแบบของตนเองก็ได้ ดูวิธีการเพิ่มและปรับแต่งส่วนหัว

ใส่จุดสังเกตการนำทางในเอกสาร

จุดสังเกตต่างๆ เช่น ส่วนหัว ส่วนท้าย หมายเลขหน้า และจำนวนหน้าจะช่วยให้ผู้อ่านทราบว่าตนเองอยู่จุดใดของเอกสาร หากต้องการเพิ่มการช่วยเหลือพิเศษในระดับสูงสุดโดยเฉพาะในเอกสารที่มีขนาดยาว ให้ใส่จุดสังเกตต่างๆ เหล่านี้อย่างน้อยหนึ่งรายการ (ใช้ได้ในเมนู "แทรก")

นำเสนอสไลด์พร้อมคำบรรยายภาพ

เมื่อใช้ Google สไลด์ในการนำเสนอ คุณจะเปิดใช้คำบรรยายอัตโนมัติเพื่อแสดงคำพูดของผู้พูดได้แบบเรียลไทม์ที่ด้านล่างของหน้าจอ ดูวิธีนำเสนอสไลด์พร้อมคำบรรยายภาพ

แชร์งานนำเสนอในมุมมอง HTML

มุมมอง HTML ของ Google สไลด์จะแสดงงานนำเสนอทั้งหมดในหน้า HTML เดียวซึ่งเลื่อนได้ ฟีเจอร์นี้เป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์หากกลุ่มเป้าหมายของคุณคือผู้ที่ใช้โปรแกรมอ่านหน้าจอ

หากต้องการเข้าถึงงานนำเสนอในมุมมอง HTML ให้ใช้แป้นพิมพ์ลัด Ctrl + Alt + Shift + p (Windows หรือ Chrome OS) หรือ ⌘ + Option + Shift + p (Mac)

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร