กำหนดค่าการจัดสรรผู้ใช้ของไดเรกทอรีรวม

เมื่อตั้งค่าการลงชื่อเพียงครั้งเดียว (SSO) เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไปที่ผู้ดูแลระบบต้องทำคือตั้งค่าการจัดสรรผู้ใช้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้คุณให้สิทธิ์ สร้าง แก้ไข หรือลบข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้ได้เมื่อใช้ G Suite นอกจากนี้ ยังดูการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลประจำตัวใน Federated Directory ได้ด้วย

ตั้งค่าการจัดสรรผู้ใช้สำหรับแอปพลิเคชัน Federated Directory
  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่แอป จากนั้น แอป SAML

    คุณอาจต้องคลิกการควบคุมเพิ่มเติมด้านล่าง เพื่อให้มองเห็นแอปในหน้าแรก 

  3. เปิดแอปพลิเคชัน Federated Directory
  4. เลือกส่วนการจัดสรรผู้ใช้
  5. คลิกตั้งค่าการจัดสรรผู้ใช้ในหัวข้อนี้
  6. คลิกสิทธิ์ในหัวข้อการจัดสรรผู้ใช้
  7. เปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์อื่น แล้วลงชื่อเข้าใช้บัญชีไดเรกทอรีรวมของคุณ
  8. ในไดเรกทอรีรวม ให้ไปที่ไดเรกทอรี แล้วเลือกไดเรกทอรีที่คุณต้องการ
    เชื่อมต่อกับ G Suite 
  9. ไปที่หน้าคีย์
  10. ป้อนชื่อของคีย์การเข้าถึงและคลิกที่ไอคอนสร้างคีย์ที่ด้านล่างขวาเพื่อเพิ่มคีย์ไดเรกทอรี
  11. คัดลอกค่าโทเค็นเพื่อการเข้าถึง 
  12. เมื่อได้รับโทเค็นเพื่อการเข้าถึงแล้ว ให้ใส่ลงในช่องข้อความในกล่องให้สิทธิ์
  13. คลิกถัดไป
  14. จับคู่แอตทริบิวต์ในกล่องโต้ตอบ
    1. คลิก ลูกศรลง ถัดจากแอตทริบิวต์ไดเรกทอรีที่เลือกไว้เพื่อจับคู่แอตทริบิวต์ไดเรกทอรีรวมที่ตรงกัน 
      โดยจะต้องจับคู่แอตทริบิวต์ที่มีเครื่องหมาย (*)
    2. คลิก Next
  15.  (ไม่บังคับ) เพิ่มกลุ่มในกล่องโต้ตอบตั้งขอบเขตการจัดสรรเพื่อจำกัดการจัดสรรไว้เฉพาะกับสมาชิกกลุ่มที่กำหนด
    1. คลิกขีดล่างแล้วเริ่มใส่ชื่อกลุ่ม
      รายชื่อกลุ่มที่ใช้ได้จะปรากฏขึ้น เพิ่มกลุ่มที่ต้องการโดยเลือกกลุ่มนั้น จากนั้นขีดล่างจะปรากฏขึ้นใหม่เพื่อใช้เพิ่มกลุ่มใหม่
    2. ถ้าจำเป็นให้เพิ่มกลุ่มอีกและเลือกขอบเขต 
    3. หากต้องการนำกลุ่มที่เพิ่มไว้ออก ให้คลิก แก้ไข ที่ด้านข้างกลุ่มนั้น
  16. เมื่อเพิ่มกลุ่มเสร็จแล้ว ให้คลิกเสร็จสิ้น
  17. ตรวจทานข้อมูลในกล่องสรุปการจัดสรร แล้วคลิกตกลง
  18. เลือกการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • คลิกเปิดใช้การจัดสรร
    • หากจำเป็น ให้เปิดใช้ปุ่มเปิดใช้การจัดสรรก่อน 
      1. ตั้งค่าแอปเป็นเปิดสำหรับทุกคนหรือเปิดสำหรับบางองค์กร 
        หากแอปตั้งไว้เป็นปิด ตัวเลือกนี้จะเป็นสีเทา
      2. โหลดหน้านี้ซ้ำ แล้วคลิกเปิดใช้การจัดสรร
  1. คลิกเปิดใช้งานในกล่องโต้ตอบสำหรับยืนยัน
แสดงการจัดสรรผู้ใช้

หลังจากเปิดการจัดสรรแล้ว Google จะเริ่มรวบรวมข้อมูลการใช้งาน คุณจะเห็นส่วนข้อมูลการใช้งานข้างส่วนการจัดสรรผู้ใช้ ทั้งนี้ จะไม่มีตัวเลขกำกับข้างชื่อกิจกรรมต่างๆ จนกว่าคุณจะเปิดการจัดสรร

ชื่อกิจกรรมต่อไปนี้จะให้ข้อมูลการใช้งานช่วง 30 วันที่ผ่านมา

  • สร้างผู้ใช้แล้ว
  • ระงับผู้ใช้แล้ว
  • ลบผู้ใช้แบบถาวรแล้ว
  • ข้อบกพร่องของผู้ใช้

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมในเฝ้าติดตามการจัดสรรผู้ใช้

แก้ไขขอบเขตการจัดสรร

คุณอาจต้องจำกัดขอบเขตของการจัดสรรไว้เฉพาะกับสมาชิกกลุ่มที่กำหนด 

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่แอป จากนั้น แอป SAML

    คุณอาจต้องคลิกการควบคุมเพิ่มเติมด้านล่าง เพื่อให้มองเห็นแอปในหน้าแรก 

  3. เปิดแอปพลิเคชัน Federated Directory
  4. เลือกส่วนการจัดสรรผู้ใช้
  5. คลิกแก้ไขขอบเขตการจัดสรรในส่วนนี้
    หน้าต่างตั้งขอบเขตการจัดสรรจะปรากฏขึ้น 
  6. เพิ่มกลุ่มในกล่องตั้งขอบเขตการจัดสรรเพื่อจำกัดการจัดสรรไว้เฉพาะกับสมาชิกกลุ่มที่กำหนด
    1. คลิกขีดล่างแล้วเริ่มใส่ชื่อกลุ่ม 
      รายชื่อกลุ่มที่ใช้ได้จะปรากฏขึ้น เพิ่มกลุ่มที่ต้องการโดยเลือกกลุ่มนั้น จากนั้นขีดล่างจะปรากฏขึ้นใหม่เพื่อใช้เพิ่มกลุ่มใหม่
    2. ถ้าจำเป็นให้เพิ่มกลุ่มอื่นๆ 
    3. (ไม่บังคับ) หากต้องการนำกลุ่มที่เพิ่มไว้ออก ให้คลิก แก้ไข ที่ด้านข้างกลุ่มนั้น
  7. เมื่อเพิ่มกลุ่มเสร็จแล้ว ให้คลิกเสร็จสิ้น

เมื่อคุณคลิกแก้ไขขอบเขตการจัดสรรในหัวข้อการจัดสรรผู้ใช้ในครั้งต่อไป กลุ่มที่คุณเพิ่มไว้จะปรากฏในหน้าต่างตั้งค่าขอบเขตการจัดสรร หากเปิดแอปพลิเคชันไดเรกทอรีรวมไว้ให้กับหน่วยขององค์กรส่วนหนึ่ง ขอบเขตการจัดสรรจะจำกัดไว้กับผู้ใช้ในกลุ่มที่เพิ่มไว้ซึ่งเป็นสมาชิกขององค์กรเหล่านั้นด้วยเท่านั้น

ปิดการจัดสรรผู้ใช้

วิธีปิดการจัดสรรผู้ใช้สำหรับแอปพลิเคชัน Federated Directory โดยที่ข้อมูลการกำหนดค่าทั้งหมดยังอยู่

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่แอป จากนั้น แอป SAML

    คุณอาจต้องคลิกการควบคุมเพิ่มเติมด้านล่าง เพื่อให้มองเห็นแอปในหน้าแรก 

  3. เปิดแอปพลิเคชัน Federated Directory 
  4. เลือกส่วนการจัดสรรผู้ใช้
  5. คลิกปิดใช้การจัดสรรในส่วนการจัดสรรผู้ใช้
    หน้าต่างปิดใช้การจัดสรรจะปรากฏขึ้น
  6. คลิกปิดใช้งาน 
กำหนดระยะเวลาในการยกเลิกการจัดสรร

วิธีกำหนดระยะเวลาก่อนที่การดำเนินการยกเลิกการจัดสรรจะมีผล

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่แอป จากนั้น แอป SAML

    คุณอาจต้องคลิกการควบคุมเพิ่มเติมด้านล่าง เพื่อให้มองเห็นแอปในหน้าแรก 

  3. ปิดแอปพลิเคชัน Federated Directory 
  4. เลือกส่วนการจัดสรรผู้ใช้
  5. คลิกแก้ไขการกำหนดค่าการจัดสรรในหัวข้อนี้
    หน้าต่างการเลิกจัดสรรการกำหนดค่าจะปรากฏขึ้น
  6. เลือกระยะเวลาก่อนที่การดำเนินการยกเลิกการจัดสรรจะมีผล โดยเลือกตัวเลือกต่อไปนี้อย่างน้อย 1 รายการ
    1. เมื่อปิดไม่ให้ผู้ใช้ใช้แอป ให้ลบบัญชีผู้ใช้ออกจริงหลังจาก [จำนวนวัน]
    2. เมื่อมีการระงับผู้ใช้ใน Google ให้ลบบัญชีผู้ใช้ออกจริงหลังจาก [จำนวนวัน]
    3. เมื่อมีการลบผู้ใช้ออกจาก Google ให้ลบบัญชีผู้ใช้ออกจริงหลังจาก [จำนวนวัน]

      ระยะเวลาก่อนที่การยกเลิกการจัดสรรจะมีผลตั้งเป็นภายใน 24 ชั่วโมงหรือหลังจาก 1 วัน 7 วัน หรือ 30 วันได้

      เคล็ดลับ: ตั้งเวลาก่อนจะลบบัญชีผู้ใช้ออกจริงให้นานกว่าเวลาที่ระงับบัญชีผู้ใช้
  7. คลิกบันทึกเพื่อบันทึกการกำหนดค่าการยกเลิกการจัดสรรที่คุณแก้ไข
นำการจัดสรรผู้ใช้ออก

วิธีปิดการจัดสรรผู้ใช้สำหรับแอปพลิเคชัน Federated Directory และนำข้อมูลการกำหนดค่าทั้งหมดออก

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่แอป จากนั้น แอป SAML

    คุณอาจต้องคลิกการควบคุมเพิ่มเติมด้านล่าง เพื่อให้มองเห็นแอปในหน้าแรก 

  3. เปิดแอปพลิเคชัน Federated Directory 
  4. เลือกส่วนการจัดสรรผู้ใช้
  5. คลิกลบการจัดสรรในหัวข้อนี้
    หน้าต่างลบการกำหนดค่าการจัดสรรจะปรากฏขึ้น
  6. คลิกลบเพื่อปิดการจัดสรรผู้ใช้และนำข้อมูลการกำหนดค่าทั้งหมดออก
    ระบบจะไม่ยกเลิกการจัดสรรผู้ใช้ที่อยู่ใน Federated Directory อยู่แล้ว
ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร