กำหนดค่าการจัดสรรอัตโนมัติของ RingCentral Office

ต่อไปนี้เป็นวิธีตั้งการจัดสรรผู้ใช้อัตโนมัติสำหรับแอปของบุคคลที่สามรายการนี้ โดยที่คุณจะให้สิทธิ์ สร้าง แก้ไข หรือลบข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้ใน Google Workspace ได้ และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ก็จะไปปรากฏอยู่ในแอปของบุคคลที่สามด้วยเช่นกัน

ก่อนเริ่มต้น: ตั้ง SSO สำหรับแอปนี้

ตั้งการจัดสรรอัตโนมัติสำหรับแอปพลิเคชัน RingCentral Office
  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่แอปจากนั้นแอปในเว็บและอุปกรณ์เคลื่อนที่

  3. เปิดแอปพลิเคชัน RingCentral Office
  4. ในส่วนการจัดสรรอัตโนมัติ ให้คลิกกำหนดค่าการจัดสรรอัตโนมัติ
  5. คลิกให้สิทธิ์

    หมายเหตุ:
    • แอปพลิเคชัน RingCentral Office จะเปิดขึ้นในแท็บเดียวกัน จากนั้นระบบจะขอให้คุณมอบสิทธิ์ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องทำเพียงครั้งเดียว
    • หากคุณเคยให้สิทธิ์ Google ไว้แล้ว แอปพลิเคชัน RingCentral Office จะไม่ขอการอนุมัติจากคุณอีก แต่หากคุณเพิกถอนสิทธิ์เข้าถึงและยังไม่ได้ให้สิทธิ์อีกครั้งตั้งแต่นั้น ระบบจะขอให้คุณมอบสิทธิ์
    • หากยังไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ RingCentral Office ก่อนคลิก "ให้สิทธิ์" ระบบจะแจ้งให้คุณลงชื่อเข้าใช้ RingCentral Office เพื่อให้สิทธิ์
    ข้อสำคัญ: คุณอาจต้องให้สิทธิ์อีกครั้งในกรณีต่อไปนี้
    • รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบสำหรับ RingCentral Office เปลี่ยนไป เนื่องจากการเปลี่ยนรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบจะทำให้ระบบเพิกถอนการให้สิทธิ์เดิม
    • ไม่มีกิจกรรมการจัดสรรอัตโนมัติเกิดขึ้นกับ RingCentral Office เป็นเวลา 7 วัน ซึ่งจะทำให้ RingCentral Office เพิกถอนการให้สิทธิ์เดิม
  6. ยืนยันว่าแอตทริบิวต์ RingCentral Office ที่จำเป็นทั้งหมด (ที่มีเครื่องหมาย *) แมปกับแอตทริบิวต์ Google Cloud Directory แล้ว หากแมปไม่ครบ ให้คลิกลูกศรลง "" แล้วแมปกับแอตทริบิวต์ที่เหมาะสม
  7. คลิกต่อไป
  8.  (ไม่บังคับ) จำกัดการจัดสรรไปยังกลุ่มที่ต้องการ โดยทำดังนี้
    1. ป้อนชื่อเต็มหรือชื่อเพียงบางส่วนของกลุ่มในช่องค้นหากลุ่ม
      รายชื่อกลุ่มที่ใช้ได้จะปรากฏขึ้น เลือกกลุ่มที่จะเพิ่มแล้วเปิดช่องค้นหาใหม่
    2. หากจำเป็นก็ให้เพิ่มกลุ่มอื่นแล้วเลือกขอบเขต 
    3. หากต้องการนำกลุ่มที่เพิ่มไว้ออก ให้คลิก "" ถัดจากกลุ่ม
  9. เมื่อเพิ่มกลุ่มเสร็จแล้ว ให้คลิกต่อไป
  10. เลือกระยะหน่วงเวลาก่อนที่ระบบจะดำเนินการยกเลิกการจัดสรร ซึ่งคุณจะกำหนดระยะเวลาไว้ให้เป็นภายใน 24 ชั่วโมงหรือหลังจาก 1 วัน, 7 วัน หรือ 21 วันก็ได้ โดยเลือกตัวเลือกต่อไปนี้อย่างน้อย 1 รายการ
    • เมื่อปิดไม่ให้ผู้ใช้ใช้แอป ให้ลบบัญชีผู้ใช้ออกจริงหลังจาก [จำนวนวัน]
    • เมื่อมีการระงับผู้ใช้ใน Google ให้ลบบัญชีผู้ใช้ออกจริงหลังจาก [จำนวนวัน]
    • เมื่อผู้ใช้ถูกลบออกจาก Google ให้ลบบัญชีผู้ใช้ออกจริงหลังจาก [จำนวนวัน]

    เคล็ดลับ: กำหนดเวลาก่อนจะลบบัญชีผู้ใช้ออกจริงให้นานกว่าเวลาที่จะระงับบัญชีผู้ใช้เสมอ

  11. คลิกเสร็จสิ้น
  12. ในส่วนการจัดสรรอัตโนมัติ ให้คลิกแถบเลื่อนเปิดใช้งาน

    หมายเหตุ: ระบบจะปิดใช้แถบเลื่อนเปิดใช้งานหากไม่ได้เปิด RingCentral Office ให้กับผู้ใช้ ให้คลิกสิทธิ์เข้าถึงของผู้ใช้แล้วเปิดแอปเพื่อเปิดใช้แถบเลื่อน

  13. คลิกเปิดในกล่องโต้ตอบเพื่อยืนยัน
แสดงการจัดสรรอัตโนมัติ

เมื่อเปิดการจัดสรรแล้ว Google จะเริ่มรวบรวมข้อมูลการใช้งาน ซึ่งคุณดูได้ในส่วนการจัดสรรอัตโนมัติ ทั้งนี้ จะไม่มีตัวเลขกำกับข้างชื่อกิจกรรมต่างๆ จนกว่าจะเปิดใช้การจัดสรร

ชื่อกิจกรรมต่อไปนี้จะให้ข้อมูลการใช้งานช่วง 30 วันที่ผ่านมา

  • สร้างผู้ใช้แล้ว
  • ระงับผู้ใช้แล้ว
  • ลบผู้ใช้แล้ว
  • การทำงานผิดพลาด

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หัวข้อตรวจสอบการจัดสรรผู้ใช้อัตโนมัติ

แก้ไขขอบเขตการจัดสรร

คุณอาจต้องจำกัดขอบเขตของการจัดสรรไว้เฉพาะกับสมาชิกกลุ่มที่กำหนด

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่แอปจากนั้นแอปในเว็บและอุปกรณ์เคลื่อนที่

  3. เปิดแอปพลิเคชัน RingCentral Office
  4. คลิกส่วนการจัดสรรอัตโนมัติเพื่อเปิดหน้าการตั้งค่า
  5. ในส่วนขอบเขตการจัดสรร ให้คลิกแก้ไข
  6. ป้อนชื่อเต็มหรือชื่อเพียงบางส่วนของกลุ่มในช่องค้นหากลุ่ม รายชื่อกลุ่มที่ใช้ได้จะปรากฏขึ้น
    1. เลือกกลุ่มที่จะเพิ่มแล้วเปิดช่องค้นหาใหม่
    2. หากจำเป็นก็ให้เพิ่มกลุ่มอื่นแล้วเลือกขอบเขต 
    3. หากต้องการนำกลุ่มที่เพิ่มไว้ออก ให้คลิก "" ถัดจากกลุ่ม

    หากกลุ่มมีผู้ใช้จากโดเมนรองหรือจากภายนอกองค์กร ระบบจะไม่จัดสรรผู้ใช้เหล่านั้น

  7. เมื่อเพิ่มกลุ่มเสร็จแล้ว ให้คลิกอัปเดต

เมื่อแก้ไขขอบเขตการจัดสรรในครั้งถัดไป กลุ่มที่เพิ่มไว้จะปรากฏในหน้าต่างขอบเขตการจัดสรร หากคุณเปิดแอปพลิเคชัน RingCentral Office ให้กับหน่วยขององค์กรกลุ่มหนึ่ง ขอบเขตการจัดสรรจะจำกัดให้เฉพาะผู้ใช้ในกลุ่มที่เพิ่มไว้ซึ่งเป็นสมาชิกหน่วยขององค์กรดังกล่าวด้วยเท่านั้น

ปิดใช้การจัดสรรอัตโนมัติ

วิธีปิดใช้การจัดสรรอัตโนมัติสำหรับแอปพลิเคชัน RingCentral Office โดยที่ยังเก็บข้อมูลการกำหนดค่าทั้งหมดไว้

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่แอปจากนั้นแอปในเว็บและอุปกรณ์เคลื่อนที่

  3. เปิดแอปพลิเคชัน RingCentral Office
  4. ทำตามข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
    • ในส่วนการจัดสรรอัตโนมัติ ให้คลิกแถบเลื่อนเปิดใช้งาน
    • คลิกส่วนการจัดสรรอัตโนมัติเพื่อเปิดหน้าการตั้งค่า แล้วคลิกสถานะจากนั้นปิด
  5. คลิกปิดในกล่องโต้ตอบเพื่อยืนยัน 
กำหนดกรอบเวลาในการยกเลิกการจัดสรร

วิธีกำหนดระยะหน่วงเวลาก่อนที่ระบบจะดำเนินการยกเลิกการจัดสรร

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่แอปจากนั้นแอปในเว็บและอุปกรณ์เคลื่อนที่

  3. เปิดแอปพลิเคชัน RingCentral Office
  4. คลิกส่วนการจัดสรรอัตโนมัติเพื่อเปิดหน้าการตั้งค่า
  5. ในส่วนการยกเลิกการจัดสรร ให้คลิกแก้ไข
  6. เลือกระยะหน่วงเวลาก่อนที่ระบบจะดำเนินการยกเลิกการจัดสรร ซึ่งคุณจะกำหนดระยะเวลาไว้ให้เป็นภายใน 24 ชั่วโมงหรือหลังจาก 1 วัน, 7 วัน หรือ 21 วันก็ได้ โดยเลือกตัวเลือกต่อไปนี้อย่างน้อย 1 รายการ
    • เมื่อปิดแอปสำหรับผู้ใช้ ให้ระงับบัญชีผู้ใช้ ลบออกจริง หรือทำทั้งสองอย่าง หลังจาก [จำนวนวัน] โดยบัญชีที่ถูกระงับจะใช้ไม่ได้ชั่วคราวจนกว่าจะกู้คืน
    • เมื่อมีการระงับผู้ใช้ใน Google ให้ระงับบัญชีผู้ใช้ ลบออกจริง หรือทำทั้งสองอย่าง หลังจาก [จำนวนวัน]
    • เมื่อผู้ใช้ถูกลบออกจาก Google ให้ระงับบัญชีผู้ใช้ ลบออกจริง หรือทำทั้งสองอย่าง หลังจาก [จำนวนวัน]

    เคล็ดลับ: กำหนดเวลาก่อนจะลบบัญชีผู้ใช้ออกจริงให้นานกว่าเวลาที่จะระงับบัญชีผู้ใช้เสมอ

  7. คลิกอัปเดตเพื่อบันทึกการกำหนดค่าการยกเลิกการจัดสรรที่คุณแก้ไข
นำการจัดสรรอัตโนมัติออก

วิธีปิดใช้การจัดสรรอัตโนมัติสำหรับแอปพลิเคชัน RingCentral Office และนำข้อมูลการกำหนดค่าทั้งหมดออก

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่แอปจากนั้นแอปในเว็บและอุปกรณ์เคลื่อนที่

  3. เปิดแอปพลิเคชัน RingCentral Office
  4. คลิกส่วนการจัดสรรอัตโนมัติเพื่อเปิดหน้าการตั้งค่า
  5. ในส่วนลบการกำหนดค่า ให้คลิกลบ
  6. คลิกลบเพื่อปิดใช้การจัดสรรอัตโนมัติและนำข้อมูลการกำหนดค่าทั้งหมดออก
    ระบบจะไม่ยกเลิกการจัดสรรผู้ใช้ที่มีอยู่ใน RingCentral Office
ข้อสำคัญ: กรณีที่ระบบหยุดการจัดสรรอัตโนมัติและคุณต้องให้สิทธิ์แอปพลิเคชันอีกครั้ง

หากรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบสำหรับ RingCentral Office เปลี่ยนไป ระบบจะหยุดการจัดสรรอัตโนมัติ ในกรณีนี้ RingCentral Office จะเพิกถอนการให้สิทธิ์เดิม และคุณต้องให้สิทธิ์การจัดสรรอัตโนมัติอีกครั้ง

  1. ลงชื่อเข้าใช้ คอนโซลผู้ดูแลระบบของ Google

    ลงชื่อเข้าใช้โดยใช้บัญชีผู้ดูแลระบบ (ที่ไม่ลงท้ายด้วย @gmail.com)

  2. จากหน้าแรกของคอนโซลผู้ดูแลระบบ ให้ไปที่แอปจากนั้นแอปในเว็บและอุปกรณ์เคลื่อนที่

  3. คลิกแอปพลิเคชัน RingCentral Office
  4. คลิกส่วนการจัดสรรอัตโนมัติเพื่อเปิดหน้าการตั้งค่า
  5. ในส่วนการตรวจสอบสิทธิ์แอป ให้คลิกให้สิทธิ์อีกครั้ง
  6. คลิกให้สิทธิ์อีกครั้ง

    หากไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้ RingCentral Office เมื่อเร็วๆ นี้ คุณอาจต้องลงชื่อเข้าใช้ในระหว่างการให้สิทธิ์อีกครั้ง

หลังจากให้สิทธิ์อีกครั้งเสร็จแล้ว ระบบจะนำคุณกลับไปที่หน้าการตั้งค่าการจัดสรรอัตโนมัติในคอนโซลผู้ดูแลระบบ

หมายเหตุ: แอปพลิเคชันของบุคคลที่สามอาจเพิกถอนการให้สิทธิ์ด้วยเหตุผลอื่นนอกเหนือจากการเปลี่ยนรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบ โดยเหตุผลเหล่านี้อาจรวมถึงการไม่ใช้งานบัญชี เป็นต้น โปรดดูเอกสารประกอบสำหรับแอปพลิเคชันของบุคคลที่สามเพื่อดูสถานการณ์ที่ระบบอาจเพิกถอนการให้สิทธิ์


Google, Google Workspace และเครื่องหมายและโลโก้ที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องหมายการค้าของ Google LLC ชื่อบริษัทและชื่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดเป็นเครื่องหมายการค้าของ บริษัทที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร