นโยบายโปรแกรมของ Ad Manager และ Ad Exchange

หลักเกณฑ์ของ Google Ad Manager Partner

(ชื่อเดิมคือหลักเกณฑ์ของโปรแกรมผู้ขาย Google DoubleClick Ad Exchange (AdX))

การใช้ Google Ad Manager อยู่ในบังคับของข้อกำหนดในสัญญา Google Ad Manager (สัญญาอาจกล่าวถึงบริการ DFP และ AdX ซึ่งตอนนี้เรียกรวมกันว่า Google Ad Manager)

ในหลักเกณฑ์ของพาร์ทเนอร์เหล่านี้ การกล่าวถึง "เว็บไซต์" จะหมายรวมถึงเว็บไซต์ แอปในอุปกรณ์เคลื่อนที่ โปรแกรมเล่นวิดีโอแบบฝัง เกม ตลอดจนผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ที่พาร์ทเนอร์ใช้ Google Ad Manager โดย "ซึ่งรวมถึง" หมายถึง "ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง"

พาร์ทเนอร์ที่ใช้ Google Ad Manager ต้องปฏิบัติตามและดูแลให้บุคคลที่สามที่ได้รับสิทธิเข้าถึง Google Ad Manager ภายใต้บัญชีของพาร์ทเนอร์ปฏิบัติตามนโยบายต่อไปนี้

1. นโยบายที่มีผลทุกเมื่อ

1.1. นโยบายโปรแกรมแพลตฟอร์ม ค่าสูงสุดและขีดจำกัดของระบบ

พาร์ทเนอร์ต้องปฏิบัติตามนโยบายโปรแกรมแพลตฟอร์มและนโยบายผู้เผยแพร่โฆษณาของ Google เมื่อใช้ฟีเจอร์ใดก็ตามของ Google Ad Manager (เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน ฟีเจอร์ดังกล่าวจะรวมถึงการจองแบบดั้งเดิมด้วย) การปรับปรุงถ้อยคำของนโยบายโปรแกรมแพลตฟอร์มหรือนโยบายผู้เผยแพร่โฆษณาของ Google ในหลักเกณฑ์ของพาร์ทเนอร์เหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความชัดเจนเท่านั้น และไม่เป็นการจำกัดการบังคับใช้นโยบายโปรแกรมแพลตฟอร์มและนโยบายผู้เผยแพร่โฆษณาของ Google กับพาร์ทเนอร์

พาร์ทเนอร์ต้องปฏิบัติตามค่าสูงสุดและขีดจำกัดของระบบของ Google Ad Manager ด้วย หากเกี่ยวข้อง

1.2 ข้อสัญญามาตรฐาน (SCC)

Google อ้างอิงข้อสัญญามาตรฐาน (SCC) ในการโอนข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับการโฆษณาออนไลน์และการวัดผลออกจากยุโรป สําหรับบริการที่ Google กระทำการในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลนั้น ข้อกําหนดการประมวลผลข้อมูลของ Google Ads ได้รวมไว้ทั้ง SCC ซึ่งออกโดยคณะกรรมาธิการยุโรป (เพื่อช่วยให้การโอนข้อมูลภายใต้ GDPR เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย) และ SCC ของสหราชอาณาจักรที่เกี่ยวข้อง (เพื่อช่วยให้การโอนข้อมูลภายใต้ GDPR เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายเมื่อรวมไว้ภายใต้กฎหมายของสหราชอาณาจักร) ตามที่จำเป็นสําหรับการโอนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ในทํานองเดียวกัน สําหรับบริการที่ Google กระทำการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลนั้น ข้อกําหนดของ Google Ads ด้านการคุ้มครองข้อมูลระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลได้รวมไว้ทั้ง SCC ซึ่งออกโดยคณะกรรมาธิการยุโรป และ SCC ของสหราชอาณาจักรที่เกี่ยวข้อง ตามที่จําเป็นสําหรับการโอนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง 

หากพาร์ทเนอร์ประมวลผลข้อมูลส่วนตัวที่มีต้นทางมาจากเขตเศรษฐกิจยุโรป สหราชอาณาจักร หรือสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นข้อมูลของ Google ที่ได้จากการใช้ Google Ad Manager ของพาร์ทเนอร์

  • พาร์ทเนอร์จะใช้ข้อมูลส่วนตัวดังกล่าวได้เฉพาะตามที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
  • พาร์ทเนอร์ต้องให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวดังกล่าวในระดับที่เทียบเท่ากับข้อกำหนดของ SCC เป็นอย่างน้อย และ
  • หากพาร์ทเนอร์พิจารณาว่าตนปฏิบัติตามข้อกำหนดข้างต้นไม่ได้ พาร์ทเนอร์ต้องแจ้งต่อ Google เป็นลายลักษณ์อักษร และยุติการประมวลผลข้อมูลส่วนตัวหรือดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมและสมเหตุสมผลเพื่อชดเชยที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้

1.3. ฝ่ายสนับสนุนด้านเทคนิค

ก่อนที่จะขอการสนับสนุนใดๆ จาก Google พาร์ทเนอร์จะใช้ความพยายามอันสมควรในการแก้ปัญหาและแก้ไขข้อผิดพลาด ข้อบกพร่อง การทำงานผิดปกติ หรือความบกพร่องด้านการเชื่อมต่อเครือข่ายใดๆ โดยไม่ส่งเรื่องมาที่ Google หลังจากนั้น พาร์ทเนอร์จึงจะสามารถส่งคำขอการสนับสนุนด้านเทคนิคที่เป็นลายลักษณ์อักษรผ่านศูนย์ช่วยเหลือของ Google Ad Manager หรือวิธีอื่นๆ ตามที่ Google แนะนำไว้ได้ พาร์ทเนอร์จะให้บริการสนับสนุนผู้ใช้ปลายทางของตนโดยออกค่าใช้จ่ายเอง บางครั้ง Google จะปรึกษากับพาร์ทเนอร์โดยใช้การสร้างรายได้ใน Google (ตามที่กำหนดไว้ด้านล่าง) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน่วยโฆษณาของตนผ่านการสร้างรายได้ใน Google

1.4. ฟีเจอร์ของรุ่นเบต้า

Google Ad Manager อาจมีฟีเจอร์ของรุ่นเบต้า ซึ่งพาร์ทเนอร์พิจารณาเปิดใช้ได้ตามที่เห็นสมควร ฟีเจอร์ของรุ่นเบต้าอาจมีปัญหาที่ไม่คาดคิดและให้บริการ "ตามที่เป็น" ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต พาร์ทเนอร์จะเป็นผู้รับความเสี่ยงในการใช้ฟีเจอร์ของรุ่นเบต้าใดๆ แต่เพียงผู้เดียว และอาจต้องทำตามข้อกำหนดเพิ่มเติมตามที่ Google ระบุไว้ Google ไม่ได้มีภาระผูกพันในการให้การสนับสนุนฟีเจอร์ของรุ่นเบต้า Google อาจยุติการให้บริการฟีเจอร์ของรุ่นเบต้าได้ทุกเมื่อ

1.5. ข้อกำหนดที่ใช้กับพื้นที่โฆษณาของบุคคลที่สาม

พาร์ทเนอร์ต้องใช้โปรแกรม MCM หรือ SPM อย่างใดอย่างหนึ่ง (ตามที่กำหนดไว้ในส่วน 1.6 และ 2.2 ตามลำดับ) สำหรับพื้นที่โฆษณาในเว็บไซต์ (1) ซึ่งพาร์ทเนอร์ไม่ได้เป็นเจ้าของและดำเนินการเอง และ (2) ในกรณีที่ผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก (ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1.6 และ 2.2 ตามลำดับ) ได้เลือกใช้บริการเพื่อจัดการ เป็นตัวแทน และ/หรือขายพื้นที่โฆษณาดังกล่าว คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายรับทราบและยอมรับว่าผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก (ตามที่กำหนดไว้ในส่วน 2.2) ซึ่งอยู่ภายใต้โปรแกรม SPM ไม่สามารถขายพื้นที่โฆษณาย่อยที่ผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก (ตามที่กำหนดไว้ในส่วน 1.6) ซึ่งอยู่ภายใต้โปรแกรม MCM เป็นผู้จัดการหรือเป็นตัวแทน

1.6. นโยบายเครื่องมือบริหารจัดการบัญชีลูกค้า ("MCM")

ข้อกำหนดที่กำหนดไว้ในส่วนนี้จะใช้เฉพาะกับส่วน 1.5 และส่วน 1.6 นี้เท่านั้น เว้นแต่ว่าจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น

ในส่วน 1.6 นี้ พาร์ทเนอร์จะเป็น "ผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก" หากมีส่วนร่วมในโปรแกรม MCM ของ Ad Manager ("MCM") และได้รับสิทธิในการเข้าถึงบางบัญชีหรือบางพื้นที่โฆษณาที่เป็นของผู้เผยแพร่โฆษณา Ad Manager รายอื่นๆ (แต่ละรายเรียกว่า "ผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อย") เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการบัญชีของผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยหรือเป็นตัวแทนพื้นที่โฆษณาในเว็บไซต์ของผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยดังกล่าวซึ่งอยู่ภายใต้โปรแกรม MCM ("พื้นที่โฆษณารายย่อย") หากต้องการมีสิทธิเข้าร่วมโปรแกรม MCM ทั้งผู้เผยแพร่โฆษณาหลักและผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยต้องมีบัญชีบริการของ Ad Manager ที่มีการใช้งานและอยู่ในสถานะดี และต้องปฏิบัติตามนโยบายโปรแกรม MCM เหล่านี้ หากพาร์ทเนอร์เป็นผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก พาร์ทเนอร์จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของโปรแกรมพาร์ทเนอร์ MCM ระหว่างพาร์ทเนอร์และ Google

ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักและผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยต้องมีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาโดยตรง ซึ่งมอบสิทธิตามที่จำเป็นทั้งหมดให้แก่ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักในการเข้าถึงบัญชีของผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยหรือเป็นตัวแทนพื้นที่โฆษณาของผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยผ่านทางบริการ รวมถึงการรับเงินรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นตัวแทนหรือการจัดการดังกล่าวหากมีกำหนดไว้ ผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยจะต้องเป็นเจ้าของเว็บไซต์ทั้งหมดในพื้นที่โฆษณาย่อย รวมถึงโดเมนรากของเว็บไซต์ทั้งหมดและแอปทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่โฆษณาของผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยดังกล่าว ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักต้องตรวจสอบว่า สำหรับพื้นที่โฆษณาย่อยทั้งหมด ผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยแต่ละรายเป็นเจ้าของพื้นที่โฆษณาย่อยของตนทั้งหมด รวมถึงโดเมนรากของเว็บไซต์ทั้งหมดและแอปทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่โฆษณาย่อยดังกล่าว ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักและผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยรับทราบและยอมรับว่าพื้นที่โฆษณาย่อยจะต้องได้รับอนุมัติจาก Google มาโดยตลอด

คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายรับทราบและยอมรับว่าพื้นที่โฆษณาย่อยจะมีผู้เผยแพร่โฆษณาหลักเพียง 1 รายในการจัดการ เป็นตัวแทน หรือขาย หากพาร์ทเนอร์เป็นผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อย พาร์ทเนอร์ต้องไม่เป็นหรือไปเป็นผู้เผยแพร่โฆษณาหลักของผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยอื่น Google อาจจำกัดจำนวนผู้เผยแพร่โฆษณาหลักที่ผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยจะแต่งตั้งได้

Google หรือตัวแทนของ Google อาจยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยและผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักและผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยรับทราบและยอมรับว่าพื้นที่โฆษณาย่อยต้องเป็นไปตามนโยบายและกฎเดียวกันกับพื้นที่โฆษณาอื่นๆ ที่ใช้บริการ (รวมถึงการสร้างรายได้ใน Google) รวมถึงกฎการประมูลด้วย ระหว่างผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยกับ Google ผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการละเมิดนโยบายทั้งหมดในพื้นที่โฆษณาย่อยของตน (ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะจัดการผ่านบัญชีของผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยหรือบัญชีของผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก) ไม่ว่าการละเมิดจะเกิดจากผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก ผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อย หรือบุคคลอื่น และ Google ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการบังคับใช้ต่อผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยอันเป็นผลจากการละเมิดดังกล่าว ระหว่างผู้เผยแพร่โฆษณาหลักกับ Google ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการละเมิดนโยบายทั้งหมดในพื้นที่โฆษณาย่อยที่ตนดูแลจัดการหรือเป็นตัวแทน (ไม่ว่าพื้นที่โฆษณาดังกล่าวจะจัดการผ่านบัญชีของผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยหรือบัญชีของผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก) ไม่ว่าการละเมิดนั้นจะเกิดจากผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก ผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อย หรือบุคคลอื่น และ Google ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการบังคับใช้กับผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก (รวมถึงการปิดใช้งานโปรแกรม MCM ของผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก) อันเป็นผลจากการละเมิดดังกล่าว หากโปรแกรม MCM ของผู้เผยแพร่โฆษณาหลักถูกปิดใช้งานไป ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักจะต้องไม่จัดการหรือเป็นตัวแทนพื้นที่โฆษณาย่อยผ่านทางบริการต่างๆ อีกต่อไป Google จะไม่มีภาระหน้าที่ในการให้การสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก ผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อย หรือพื้นที่โฆษณาย่อย เว้นแต่ว่าจะระบุไว้เป็นอย่างอื่นในข้อกำหนดและเงื่อนไขของโปรแกรมพาร์ทเนอร์ MCM ระหว่างพาร์ทเนอร์และ Google

พื้นที่โฆษณาวิดีโอ พื้นที่โฆษณาวิดีโอ (การเรียกโฆษณาในสตรีมจากทั้งเนื้อหาวิดีโอแบบแทรกเนื้อหาและเกมออนไลน์) ("พื้นที่โฆษณาวิดีโอ") ที่มาจากผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยสำหรับการสร้างรายได้ในบริการใดๆ ของ Google จะได้รับอนุญาตก็ต่อเมื่อผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก (1) เป็นเจ้าของโปรแกรมเล่นวิดีโอ หรือ (2) เป็นเจ้าของเนื้อหาวิดีโอ หรือ (3) ถือสิทธิในการขายเนื้อหาวิดีโอแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักและผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยแต่ละรายมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบว่าพื้นที่โฆษณาวิดีโอทั้งหมดสอดคล้องกับนโยบาย MCM ของ Ad Manager เหล่านี้ ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักและผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยยังมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบว่าพร็อพเพอร์ตี้เป้าหมายทั้งหมดที่มีโปรแกรมเล่นวิดีโอฝังอยู่และมีพื้นที่โฆษณาวิดีโอสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ Google Ad Manager Partner

2. นโยบายเพิ่มเติมที่มีผลกับการสร้างรายได้ใน Google ทั้งหมด (ดีลที่ต้องการ การรับประกันแบบเป็นโปรแกรม การประมูลส่วนตัว และการประมูลแบบเปิด)

นอกเหนือจากนโยบายในส่วนที่ 1 ด้านบนแล้ว พาร์ทเนอร์ที่เข้าร่วมธุรกรรมการสร้างรายได้ใน Google ต้องปฏิบัติตามนโยบายในส่วนที่ 2 นี้ด้วย "การสร้างรายได้ใน Google" หมายถึงดีลที่ต้องการ การรับประกันแบบเป็นโปรแกรม การประมูลส่วนตัว และการประมูลแบบเปิด

หากพาร์ทเนอร์ละเมิดข้อกำหนดและ/หรือนโยบายของผลิตภัณฑ์การเผยแพร่อื่นของ Google (เช่น AdSense หรือ AdMob) Google อาจระงับการใช้บริการของพาร์ทเนอร์โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบหรือยกเลิกทันทีที่แจ้งให้ทราบ

2.1. ไม่มีการสื่อให้เข้าใจผิด

พาร์ทเนอร์ต้องไม่นำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเนื้อหาเว็บไซต์ของตนต่อผู้ซื้อ ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อกำหนดเป้าหมายในการแสดงโฆษณาไปยังเว็บไซต์ดังกล่าวด้วยความผิดพลาด โปรดอ่านนโยบายสแปมสำหรับ Google Web Search เพื่อดูแนวทางปฏิบัติแนะนำ

2.2. นโยบายการจัดการพาร์ทเนอร์ที่ปรับขนาด ("SPM")

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2022 เราได้เลิกใช้งาน SPM และแทนที่ด้วยเครื่องมือบริหารจัดการบัญชีลูกค้า (MCM)

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MCM

ข้อกำหนดที่ระบุไว้ในส่วนนี้จะใช้เฉพาะกับส่วน 1.5 และ 2.2 เว้นแต่ว่าจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น

การจดทะเบียนย่อย ในส่วน 2.2 นี้ พาร์ทเนอร์คือ "ผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก" หากพาร์ทเนอร์ขายพื้นที่โฆษณาผ่านการสร้างรายได้ใน Google บนเว็บไซต์ที่พาร์ทเนอร์ไม่ได้เป็นเจ้าของและดำเนินการเอง ("พื้นที่โฆษณาย่อย") ก่อนที่จะขายพื้นที่โฆษณาย่อยผ่านการสร้างรายได้ใน Google ภายใต้ SPM ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักจะต้องจดทะเบียนพื้นที่โฆษณาย่อยและผู้เป็นเจ้าของพื้นที่โฆษณาย่อย ("ผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อย") อย่างถูกต้องผ่านทางฟังก์ชันของ SPM และผู้เผยแพร่โฆษณาหลักต้องปฏิบัติตามนโยบาย SPM เหล่านี้ หากผู้เผยแพร่โฆษณาหลักไม่จดทะเบียนพื้นที่โฆษณาย่อยและผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยของตนผ่านทาง SPM ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักจะไม่สามารถสร้างรายได้จากพื้นที่โฆษณาย่อยดังกล่าวผ่านการสร้างรายได้ใน Google

ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักต้องมีนิติสัมพันธ์ตามสัญญาโดยตรงกับผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยแต่ละรายที่ให้สิทธิอันจำเป็นทั้งหมดในการจัดหาและจัดการพื้นที่โฆษณาย่อยของผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยผ่านการสร้างรายได้ใน Google

ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักต้องตรวจสอบว่าผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยแต่ละรายเป็นเจ้าของเว็บไซต์ทั้งหมดในพื้นที่โฆษณาย่อยที่ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักลงทะเบียนไว้ใน SPM รวมถึงโดเมนรากของเว็บไซต์ทั้งหมดและแอปทั้งหมดที่รวมอยู่ในพื้นที่โฆษณาย่อย เว้นแต่ว่าจะได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้งจาก Google พื้นที่โฆษณาย่อยจะต้องได้รับอนุมัติจาก Google มาโดยตลอด กล่าวให้ชัดเจนคือ เครือข่ายโฆษณาและบริษัทตัวแทนโฆษณาต้องไม่จดทะเบียนเป็นผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อย ยกเว้นในกรณีที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โฆษณาย่อยที่ตนเป็นเจ้าของ (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการเป็นเจ้าของโดเมนราก (ในกรณีของเว็บไซต์) และแอปทั้งหมดที่รวมอยู่ในพื้นที่โฆษณาย่อย) เว้นแต่จะได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้งจาก Google

Google หรือตัวแทนของ Google อาจติดต่อผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยเพื่อยืนยันความสัมพันธ์กับผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก

พื้นที่โฆษณาย่อยต้องเป็นไปตามนโยบายและกฎเดียวกันกับพื้นที่โฆษณาอื่นๆ ที่ใช้การสร้างรายได้ใน Google ซึ่งรวมถึงกฎการประมูล กล่าวให้ชัดเจนคือ ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักยังคงต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในกรณีที่เกิดการละเมิดนโยบายใดๆ ในพื้นที่โฆษณาย่อยของตน ไม่ว่าจะเกิดจากผู้เผยแพร่โฆษณาหลักเอง ผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อย หรือฝ่ายอื่นใดก็ตาม และ Google ขอสงวนสิทธิ์ในการบังคับใช้นโยบายกับผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก (ซึ่งรวมถึงการปิดใช้ SPM) อันเป็นผลมาจากการละเมิด หากผู้เผยแพร่โฆษณาหลักใช้งาน SPM ไม่ได้ ก็จะสร้างรายได้จากพื้นที่โฆษณาย่อยผ่านการสร้างรายได้ใน Google ต่อไปไม่ได้ Google ไม่มีภาระหน้าที่ที่จะให้การสนับสนุนทางเทคนิคแก่ผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยหรือพื้นที่โฆษณาย่อย

ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักต้องไม่ใช้การสร้างรายได้ใน Google เพื่อขายพื้นที่โฆษณาย่อยที่ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักจ่ายให้หรือได้รับส่วนแบ่งรายได้โดยตรงหรือโดยอ้อมจากบุคคลที่ทำให้ไม่สามารถสร้างรายได้จากพื้นที่โฆษณานั้นๆ

พื้นที่โฆษณาวิดีโอ พื้นที่โฆษณาวิดีโอ (การเรียกโฆษณาในสตรีมจากทั้งเนื้อหาวิดีโอแบบแทรกเนื้อหาและเกมออนไลน์) ที่มาจากผู้เผยแพร่โฆษณารายย่อยสำหรับการสร้างรายได้ใน Google จะได้รับอนุญาตก็ต่อเมื่อผู้เผยแพร่โฆษณาหลัก (1) เป็นเจ้าของโปรแกรมเล่นวิดีโอ หรือ (2) เป็นเจ้าของเนื้อหาวิดีโอ หรือ (3) ถือสิทธิในการขายเนื้อหาวิดีโอแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ผู้เผยแพร่โฆษณาหลักยังมีหน้าที่ดูแลให้พื้นที่โฆษณาวิดีโอทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายการจัดการพาร์ทเนอร์ที่ปรับขนาด รวมทั้งมีหน้าที่ตรวจสอบว่าเว็บไซต์ทั้งหมดที่ฝังโปรแกรมเล่นวิดีโอซึ่งมีพื้นที่โฆษณาวิดีโอ ("เว็บไซต์ที่ฝัง") เป็นไปตามตามหลักเกณฑ์ของพาร์ทเนอร์เหล่านี้

2.3. ข้อกำหนดการเรียกโฆษณา

ข้อมูลโดเมนของพื้นที่โฆษณา พาร์ทเนอร์ต้องให้ข้อมูลโดเมนที่ถูกต้องในการเรียกโฆษณาสำหรับการสร้างรายได้ใน Google คำขอโฆษณาที่มีข้อมูลโดเมนที่ไม่ถูกต้องอาจไม่ได้รับการประมวลผล และอาจทำให้เกิดโฆษณาว่าง พาร์ทเนอร์จะเรียกโฆษณาสำหรับการสร้างรายได้ใน Google จากโดเมนที่พาร์ทเนอร์ได้ลงทะเบียนกับ Google ผ่านอินเทอร์เฟซ Google Ad Manager หรือตามที่ระบุในสัญญาของพาร์ทเนอร์สำหรับ Google Ad Manager เท่านั้น

ข้อจำกัดเกี่ยวกับการส่งผ่านและการเปลี่ยนเส้นทางพื้นที่โฆษณา เมื่อพาร์ทเนอร์ได้ทำการเรียกโฆษณาสำหรับการสร้างรายได้ใน Google ให้แก่การแสดงผลหนึ่งๆ แล้ว พาร์ทเนอร์ไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งต่อการแสดงผลดังกล่าวผ่านระบบอื่น (รวมถึงระบบของพาร์ทเนอร์เอง) ที่จัดสรรการเรียกโฆษณาแบบไดนามิกหรือแบบเป็นโปรแกรมโดยอิงจากข้อมูลราคาแบบเรียลไทม์จริงหรือที่ประมาณค่า

การแคชโฆษณา โฆษณาที่แสดงไปยังแอปพลิเคชันในอุปกรณ์เคลื่อนที่ ("โฆษณาในแอป") หรือเว็บไซต์ที่เข้าถึงผ่านทางเบราว์เซอร์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่จะต้องได้รับคำขอแบบไดนามิก และมีการรีเฟรชเมื่อหน้าเว็บรีเฟรชสำหรับเว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อดูในอุปกรณ์เคลื่อนที่

2.4. ข้อกำหนดโค้ดโฆษณา

โค้ดโฆษณาจะต้องติดตั้งใช้งานตามข้อกำหนดต่อไปนี้และวิธีการอื่นๆ จาก Google

ตำแหน่งโฆษณา โค้ดโฆษณาต้องไม่มีการติดตั้งใช้งานในลักษณะที่โฆษณา (1) แสดงในเว็บไซต์ที่เนื้อหาหรือ URL อาจทำให้ผู้ใช้สับสนโดยคิดว่าเว็บไซต์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับ Google อันเนื่องมาจากการใช้โลโก้ เครื่องหมายการค้า หรือสิ่งแสดงความเป็นแบรนด์อื่นๆ ในทางที่ผิด หรือ (2) แสดงบน ภายใน หรือข้างผลิตภัณฑ์หรือบริการของ Google ในลักษณะที่เป็นการละเมิดนโยบายของผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้น

นอกจากนี้ พาร์ทเนอร์ยังไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงโฆษณาผ่านการสร้างรายได้ใน Google ในหน้าที่โหลดขึ้นในป๊อปอัปหรือป๊อปอันเดอร์ด้วย

โฆษณาในแอป พาร์ทเนอร์ต้องติดตั้งใช้งานโฆษณาในแอปโดยใช้ Google Mobile Ads SDK ("GMA SDK") เวอร์ชันล่าสุด หรือวิธีการอื่นที่ Google อนุมัติ

  • ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสาร GMA SDK สำหรับ Android และ iOS

Google ไม่รองรับ GMA SDK เวอร์ชันที่เก่ากว่า 7.0.0 ทั้งใน Android และ iOS แล้ว พาร์ทเนอร์ต้องไม่แชร์ซอร์สโค้ด GMA SDK หรือโค้ด GMA SDK ที่ไม่ได้คอมไพล์กับบุคคลที่สาม

การดัดแปลงโค้ด ห้ามดัดแปลงโค้ดโฆษณาและห้ามบิดเบือนวิธีการทำงานมาตรฐาน การกำหนดเป้าหมาย หรือการแสดงโฆษณาในลักษณะใดก็ตามที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก Google อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น พาร์ทเนอร์ต้องไม่ปรับหรือดัดแปลงข้อมูลที่ (1) ส่งจากไคลเอ็นต์ไปยังแท็ก Google Ad Manager หรือโค้ดโฆษณา หรือ (2) ส่งจากแท็ก Google Ad Manager หรือโค้ดโฆษณาไปยังไคลเอ็นต์

ข้อกำหนดทางเทคนิค พาร์ทเนอร์ไม่ได้รับอนุญาตให้ (1) ติดตั้งใช้งานการติดตามการคลิกโฆษณา หรือ (2) จัดเก็บหรือแคชข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาที่แสดงผ่านการสร้างรายได้ใน Google ในลักษณะที่ไม่ใช่แบบชั่วคราว ไม่ว่าจะดำเนินการเองโดยตรงหรือผ่านบุคคลที่สาม

โค้ดตัวอย่าง โค้ดตัวอย่างที่ Google จัดเตรียมขึ้นเป็นฟีเจอร์ของรุ่นเบต้าที่ไม่ได้รับการรองรับและมีไว้เพื่อการทดสอบ โดยจัดทำไว้เพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้นและมีไว้เพื่อเป็นโมเดลของโซลูชันที่เป็นไปได้

2.5. เนื้อหาเว็บไซต์

เว็บไซต์ที่แสดงโฆษณาผ่านการสร้างรายได้ใน Google จะต้องไม่มีเนื้อหาที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก (1) นโยบายโปรแกรมแพลตฟอร์ม หรือ (2) นโยบายผู้เผยแพร่โฆษณาของ Google

เว็บไซต์ที่แสดงโฆษณาผ่านการสร้างรายได้ใน Google ที่มีเนื้อหาซึ่งอยู่ในขอบเขตข้อจำกัดของผู้เผยแพร่โฆษณา Google มีแนวโน้มว่าจะแสดงโฆษณาได้น้อยกว่าเนื้อหาอื่นๆ ที่ไม่ถูกจำกัด Google Ads จะยังคงไม่แสดงโฆษณาในเนื้อหาที่ถูกจำกัดนี้ และจะรับโฆษณาจากผลิตภัณฑ์โฆษณาอื่นๆ หรือผ่านการใช้ดีลโดยตรงระหว่างผู้เผยแพร่โฆษณากับผู้ลงโฆษณาเท่านั้น

2.6. การโฆษณาตามความสนใจ

การใช้รายการรีมาร์เก็ตติ้ง ("รายการผู้ใช้") ของพาร์ทเนอร์ที่ได้จากคุกกี้ของโฆษณา Google ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ ("คุกกี้ผู้ใช้") จะต้องเป็นไปตามทั้งข้อกำหนดของการโฆษณาตามความสนใจในนโยบายโปรแกรมแพลตฟอร์ม และนโยบายต่อไปนี้

นโยบายคุกกี้ของโฆษณา การใช้คุกกี้ผู้ใช้ของพาร์ทเนอร์ผ่านรายการผู้ใช้จะต้องเป็นไปตามนโยบายคุกกี้ของโฆษณาของ Google ด้วย

ความโปร่งใสของรายการผู้ใช้ พาร์ทเนอร์ให้สิทธิ Google ในการแสดงต่อผู้ใช้ที่รหัสคุกกี้ที่เชื่อมโยงของตนเป็นส่วนหนึ่งของรายการผู้ใช้ของพาร์ทเนอร์ (1) ที่รหัสคุกกี้ที่เชื่อมโยงของผู้ใช้รายดังกล่าวอยู่ในรายการผู้ใช้ของพาร์ทเนอร์อย่างน้อย 1 รายการ และ (2) ในโดเมนหรือชื่อที่แสดงของพาร์ทเนอร์ที่เกี่ยวข้อง พาร์ทเนอร์จะให้สิทธินี้ไม่ว่าพาร์ทเนอร์จะเลือกให้พื้นที่โฆษณาของตนใช้งานได้กับรหัสที่ไม่ระบุตัวตนหรือไม่ก็ตาม

รีมาร์เก็ตติ้งโฆษณาในแอป ในการเปิดใช้รีมาร์เก็ตติ้งของโฆษณาในแอปที่ใช้ตัวระบุอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ได้รับการกำหนดไว้สำหรับการโฆษณา ("ตัวระบุอุปกรณ์เฉพาะการโฆษณา") พาร์ทเนอร์ต้องระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว (1) ว่าพาร์ทเนอร์จะรวบรวมและส่งต่อไปยังตัวระบุอุปกรณ์เฉพาะการโฆษณาของบุคคลที่สาม เว้นแต่ผู้ใช้เลือกไม่ใช้การติดตามโฆษณาสำหรับอุปกรณ์ดังกล่าว และ (2) ถึงวิธีซึ่งผู้ใช้ที่เลือกไม่ใช้การติดตามโฆษณาจะรีเซ็ตตัวระบุดังกล่าวเพื่อยกเลิกการเชื่อมโยงอุปกรณ์จากข้อมูลรีมาร์เก็ตติ้งที่รวบรวมและส่งต่อก่อนที่จะเลือกไม่ใช้ได้

2.7. เกณฑ์การชำระเงิน

พาร์ทเนอร์จะต้องมียอดคงเหลือขั้นต่ำ $100 ในบัญชี Google Ad Manager เมื่อถึงสิ้นเดือน ระบบจึงจะชำระเงินรายได้ที่สร้างขึ้นใน Google ให้ หากมีเงินคงเหลือในบัญชีที่ต่ำกว่า $100 ระบบจะนำไปทบกับเดือนถัดไป

2.8. กิจกรรมที่ไม่ถูกต้อง

นอกจากข้อกำหนดเกี่ยวกับกิจกรรมที่ไม่ถูกต้องในนโยบายโปรแกรมแพลตฟอร์ม พาร์ทเนอร์ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อไปนี้ด้วย

การเรียกหลายรายการ สำหรับการแสดงผลในแต่ละครั้ง พาร์ทเนอร์ต้องไม่เรียกโฆษณา Google ซ้ำในลักษณะที่พยายามแทรกแซง ละเมิด หรือหาข้อได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรมในการประมูลเพื่อแสดงโฆษณา

ฟีเจอร์แพลตฟอร์มของแอป พาร์ทเนอร์ที่ใช้ฟีเจอร์แพลตฟอร์มของแอปจะไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งต่อโอกาสในการแสดงผลผ่านตัวกลางใดๆ ก็ตาม (ซึ่งรวมถึงระบบของพาร์ทเนอร์เอง) ที่จัดสรรคำขอโฆษณาแบบไดนามิกหรือแบบเป็นโปรแกรมโดยอิงตามข้อมูลการกำหนดราคาจริง ข้อมูลการกำหนดราคาโดยประมาณ หรือข้อมูลการกำหนดราคาแบบเรียลไทม์อื่นๆ ฟีเจอร์แพลตฟอร์มของแอปรวมถึงการเสนอราคาแบบเปิด

ลักษณะการทำงานของเว็บไซต์ พาร์ทเนอร์ไม่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่โฆษณาที่แสดงผ่านการสร้างรายได้ใน Google บนเว็บไซต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการอื่นที่ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ (1) เปลี่ยนค่ากำหนดของผู้ใช้หรือเริ่มต้นการดาวน์โหลดโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้งจากผู้ใช้ (2) เปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ไม่พึงประสงค์ หรือ (3) มีป๊อปอัปหรือองค์ประกอบอื่นใดที่รบกวนการไปยังส่วนต่างๆ ของเว็บไซต์ หรือ (4) มีหรือเรียกใช้ป๊อปอันเดอร์

แหล่งที่มาของการเข้าชม พาร์ทเนอร์ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้การสร้างรายได้ใน Google กับเว็บไซต์ที่มีลักษณะต่อไปนี้

  • มีซอฟต์แวร์จำนวนมากที่เรียกป๊อปอัปได้
  • เปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือ
  • แก้ไขการตั้งค่าเบราว์เซอร์ หรือขัดขวางการนำทางเว็บไซต์ในลักษณะอื่น กล่าวให้ชัดเจนคือ ข้อห้ามนี้จะป้องกันการใช้ระบบที่วางซ้อนหรือสร้างพื้นที่โฆษณาในเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้งจากเจ้าของเว็บไซต์ รวมไปถึงแถบเครื่องมือต่างๆ

2.9. ฟีเจอร์สัญญาณที่ปลอดภัย

การใช้ฟีเจอร์สัญญาณที่ปลอดภัยทั้งหมดต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้

  • เมื่อมีการใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อส่งข้อมูลผ่านระบบของ Google ไปยังผู้เสนอราคาที่ผู้เผยแพร่โฆษณาเลือก ผู้เผยแพร่โฆษณาต้องตรวจสอบว่าการรวบรวมสัญญาณเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวที่บังคับใช้อยู่ทั้งหมด รวมถึงไม่แทรกแซงกระบวนการแสดงโฆษณาของ Google ไม่ว่าในลักษณะใดก็ตาม
  • สัญญาณที่ปลอดภัยที่ส่งผ่านระบบของ Google จะต้องมีการสร้างความสับสนเพื่อให้สัญญาณไม่มีความหมายสำหรับ Google และสามารถตีความได้โดยผู้ซื้อที่ผู้เผยแพร่โฆษณาเลือกเท่านั้น

ข้อมูลที่ส่งโดยใช้ฟีเจอร์นี้ได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดเกี่ยวกับกิจกรรมที่ไม่ถูกต้องภายใต้นโยบายโปรแกรมแพลตฟอร์ม และข้อกำหนดเกี่ยวกับการระบุผู้ใช้ภายใต้นโยบายผู้เผยแพร่โฆษณาของ Google เช่นเดียวกันกับคุกกี้ HTTP หรือตัวระบุอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งผู้ใช้รีเซ็ตได้และออกแบบมาเพื่อใช้ในโฆษณา

2.10. วิดีโอและเกม

ข้อกำหนดของเนื้อหาวิดีโอและเนื้อหาเว็บไซต์ การใช้งานพื้นที่โฆษณาวิดีโอต้องเป็นไปตามนโยบายผู้เผยแพร่โฆษณาวิดีโอและวิธีการอื่นๆ จาก Google พาร์ทเนอร์จะต้องระบุและรักษาข้อมูลเมตาและ URL คำอธิบายที่ถูกต้องของเนื้อหาวิดีโอและเกมทั้งหมด

พาร์ทเนอร์ที่ใช้ SDK โฆษณาสื่ออินเทอร์แอกทีฟ (IMA) ของ Google เพื่อแสดงโฆษณาผ่านการสร้างรายได้ใน Google ในพื้นที่โฆษณาวิดีโอมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลให้ทั้งเนื้อหาวิดีโอและเว็บไซต์ที่ฝังเป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับเนื้อหาเว็บไซต์ในหลักเกณฑ์ของพาร์ทเนอร์เหล่านี้ พาร์ทเนอร์ดังกล่าวจะต้องแจ้งไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของตนว่าบุคคลที่สามอาจเก็บข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการเข้าชมของผู้ใช้ที่มายังเว็บไซต์ของตน รวมถึงข้อมูลที่ระบุว่าผู้ใช้โต้ตอบกับเนื้อหาในเว็บไซต์เหล่านั้นหรือไม่

เนื้อหาที่โฮสต์ใน YouTube จะสร้างรายได้ผ่านโปรแกรมพาร์ทเนอร์ YouTube เท่านั้น และต้องไม่สร้างรายได้ผ่าน IMA SDK

2.11. โฆษณา Sticky

พาร์ทเนอร์ที่ติดตั้งใช้งานโฆษณา Sticky ผ่าน Google Ad Manager ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อจำกัดของการติดตั้งใช้งานโฆษณา Sticky

3. นโยบายเพิ่มเติมที่มีผลกับการประมูลแบบเปิดเท่านั้น

นอกเหนือจากนโยบายในส่วนที่ 1 และ 2 ด้านบนแล้ว พาร์ทเนอร์ที่เข้าร่วมการประมูลแบบเปิดต้องปฏิบัติตามนโยบายในส่วนที่ 3 นี้ด้วย (กล่าวให้ชัดเจนคือ เว็บไซต์ที่แสดงโฆษณาผ่านสิทธิ์ดูก่อนใครต้องปฏิบัติตามนโยบายเหล่านี้)

3.1. ตำแหน่งโฆษณาในการประมูลแบบเปิด

โฆษณาที่แสดงผ่านการประมูลแบบเปิดต้องไม่มีลักษณะต่อไปนี้ (1) แสดงในปุ่มที่ขยายหรือภาพเคลื่อนไหว (2) ผสานรวมเข้าไปในแอปพลิเคชันบนเดสก์ท็อปที่ไม่ได้ใช้เว็บ เว้นแต่ว่าจะได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้งจาก Google (3) แสดงในโปรแกรมอีเมลหรือในอีเมล ซึ่งรวมถึงจดหมายข่าวทางอีเมล เว้นแต่ว่าจะได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้งจาก Google หรือ (4) แสดงใต้หรือติดกับปุ่มหรือองค์ประกอบอื่นใดที่ขัดขวางการโต้ตอบปกติระหว่างผู้ใช้กับเว็บไซต์หรือโฆษณาดังกล่าว

พาร์ทเนอร์ที่สร้างรายได้จากเว็บไซต์ผ่านการประมูลแบบเปิดจะต้องตรวจสอบว่าโฆษณาในหน้าเว็บ (โฆษณาที่มีขนาดไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้สำหรับช่องโฆษณา) โฆษณาในแอป (โฆษณาที่แสดงภายในแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่) และเนื้อหาการโปรโมตแบบเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆ มีปริมาณไม่เกินปริมาณของเนื้อหาเว็บไซต์อยู่เสมอ

3.2. ตำแหน่งโฆษณาในแอปในการประมูลแบบเปิด

โฆษณาในแอปที่แสดงผ่านการประมูลแบบเปิดจะต้องไม่แสดงในตำแหน่งต่อไปนี้ (1) ใต้หรือติดกับปุ่มหรือองค์ประกอบอื่นใดที่ขัดขวางการโต้ตอบปกติระหว่างผู้ใช้กับแอปหรือโฆษณาดังกล่าว (2) ในรูปแบบที่บดบังผู้ใช้ในการดูเนื้อหาในแอป หรือ (3) ในหน้าจอ "ทางตัน" ที่ผู้ใช้ออกจากหน้าจอนั้นโดยไม่คลิกโฆษณาไม่ได้ และผู้ใช้ไม่ได้รับแจ้งว่าปุ่มหน้าแรกจะทำให้ออกจากแอป

3.3. ข้อจำกัดของพาร์ทเนอร์ในการประมูลแบบเปิด

พาร์ทเนอร์เลือกที่จะบล็อกผู้ลงโฆษณา เครือข่ายผู้ซื้อ ผู้ให้บริการริชมีเดีย และโฆษณาที่ใช้การแท็กเป็นวิธีในการสร้างหรือใช้รายการรีมาร์เก็ตติ้ง หรือที่ใช้คุกกี้ตามหมวดหมู่ความสนใจได้ ข้อจำกัดนี้สามารถกำหนดในระดับกลุ่มพื้นที่โฆษณาหรือแยกต่างหากที่ระดับบัญชี ถึงแม้ว่า Google จะไม่รับประกันข้อจำกัดเหล่านี้ แต่จะทำการตรวจสอบความถูกต้องของเว็บไซต์และครีเอทีฟโฆษณาต่างๆ

3.4. พื้นที่โฆษณาวิดีโอในการประมูลแบบเปิด

พื้นที่โฆษณาวิดีโอในการประมูลแบบเปิด ซึ่งรวมถึงพื้นที่โฆษณาวิดีโอในสตรีมในเกมออนไลน์ ต้องมีการติดตั้งใช้งานตามวิธีการจาก Google พาร์ทเนอร์ไม่ได้รับอนุญาตให้ (1) สร้างการเข้าชมโปรแกรมเล่นวิดีโอที่สร้างรายได้โดยใช้ตำแหน่งโฆษณาสำหรับโฆษณา Display แบบดั้งเดิม เช่น หน่วยในแบนเนอร์ หรือ (2) ใช้แบนเนอร์โฆษณาและรูปภาพเป็นพื้นหลังเทมเพลตสำหรับเนื้อหาวิดีโอและเกม โฆษณาจะต้องแสดงในลักษณะที่ทำให้ผู้ใช้แยกแยะจากเนื้อหาวิดีโอและเกมได้อย่างชัดเจน

3.5. Google Ads ในการประมูลแบบเปิด

เมื่อแสดงโฆษณา Google ในเว็บไซต์ พาร์ทเนอร์ต้องปฏิบัติตามนโยบายโปรแกรม AdSense ด้วย โดยในนโยบายจะเรียก "พาร์ทเนอร์" ว่า "ผู้เผยแพร่โฆษณา" เมื่อแสดงโฆษณา Google ภายในแอป พาร์ทเนอร์จะต้องปฏิบัติตามนโยบายโปรแกรม AdMob ด้วย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2021

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร

หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ลงชื่อเข้าใช้เพื่อดูตัวเลือกการสนับสนุนเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาของคุณอย่างรวดเร็ว

true
บันทึกประจำรุ่น

อ่านเกี่ยวกับฟีเจอร์ล่าสุดของ Ad Manager และการอัปเดตในศูนย์ช่วยเหลือ

ดูว่ามีอะไรใหม่

ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
false
false
true
true
148