จัดการบันทึกเสียงในกิจกรรมบนเว็บและแอป

คุณเลือกได้ว่าจะให้ Google จัดเก็บกิจกรรมเสียงพูดและเสียงลงในบัญชี Google หรือไม่เมื่อคุณโต้ตอบกับ Google Search, Assistant และ Maps เสียงพูดและเสียงของคุณจะช่วย Google ในการพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีการจดจำเสียงและบริการของ Google ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวได้

การตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงนี้ปิดอยู่ เว้นแต่คุณจะเลือกเปิดขึ้นมาเอง

สำคัญ: การตั้งค่าอื่นๆ อาจทำให้มีการจัดเก็บบันทึกเสียงไว้ในที่อื่นๆ ได้

How Google Protects Your Privacy if You Choose to Save Audio Data

เปิดหรือปิดกิจกรรมเสียงพูดและเสียง

  1. ไปที่บัญชี Google
  2. คลิกข้อมูลและความเป็นส่วนตัวที่ด้านซ้ายบน
  3. ในส่วน "การตั้งค่าประวัติ" ให้คลิกกิจกรรมบนเว็บและแอป
  4. เลือกหรือยกเลิกการเลือกช่อง "รวมกิจกรรมเสียงพูดและเสียง"

เมื่อการตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงนี้ปิดอยู่ เสียงที่บันทึกไว้จากการพูดคุยกับ Google Search, Assistant และ Maps จะไม่จัดเก็บในบัญชี Google แม้ว่าคุณจะลงชื่อเข้าใช้ก็ตาม หากคุณปิดการตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงนี้ ระบบจะไม่ลบเสียงที่จัดเก็บไว้ก่อนหน้านี้ คุณลบเสียงที่บันทึกไว้ได้ทุกเมื่อ

ค้นหาหรือลบบันทึกเสียง

ค้นหาเสียงที่บันทึกไว้

สำคัญ: การตั้งค่าอื่นๆ อาจทำให้มีการจัดเก็บเสียงที่บันทึกไว้ในที่อื่นๆ ได้

  1. ไปที่บัญชี Google
  2. คลิกข้อมูลและความเป็นส่วนตัวที่ด้านซ้ายบน
  3. ในส่วน "การตั้งค่าประวัติ" ให้คลิกกิจกรรมบนเว็บและแอป จากนั้น จัดการกิจกรรม ในหน้านี้ คุณจะดำเนินการดังต่อไปนี้ได้
    • ดูรายการกิจกรรมที่ผ่านมา: รายการที่มีไอคอน "เสียง" พูด จะมีเสียงที่บันทึกไว้รวมอยู่ด้วย
    • เล่นเสียงที่บันทึกไว้: ข้าง "เสียง" พูด ให้คลิกรายละเอียด จากนั้น ดูเสียงที่บันทึกไว้ จากนั้น เล่น เล่น

หากได้รับข้อความ "การถอดเสียงเป็นคำไม่พร้อมใช้งาน" แสดงว่าอาจมีเสียงรบกวนในพื้นหลังระหว่างกิจกรรมนั้นมากเกินไป

คุณดาวน์โหลดเสียงได้ด้วย Google Takeout ดูวิธีดาวน์โหลดเสียงและข้อมูลอื่นๆ ใน Google

เคล็ดลับ: หากต้องการเพิ่มความปลอดภัย คุณสามารถกำหนดให้ใช้ขั้นตอนการยืนยันเพิ่มเติมเพื่อดูประวัติทั้งหมดใน "กิจกรรมของฉัน"

ลบเสียงที่บันทึกไว้จากกิจกรรมบนเว็บและแอป

สำคัญ: การตั้งค่าอื่นๆ อาจทำให้มีการจัดเก็บเสียงที่บันทึกไว้ในที่อื่นๆ ได้

ลบทีละรายการ

  1. ไปที่บัญชี Google
  2. คลิกข้อมูลและความเป็นส่วนตัวที่ด้านซ้ายบน
  3. ในส่วน "การตั้งค่าประวัติ" ให้คลิกกิจกรรมบนเว็บและแอป จากนั้น จัดการกิจกรรม ในหน้านี้ คุณจะเห็นรายการกิจกรรมที่ผ่านมา รายการที่มีไอคอน "เสียง" พูด จะมีเสียงที่บันทึกไว้รวมอยู่ด้วย
  4. ข้างรายการที่ต้องการลบ ให้เลือกเพิ่มเติม เพิ่มเติม จากนั้น ลบ

ลบรายการทั้งหมดในครั้งเดียว

สำคัญ: ขั้นตอนเหล่านี้จะลบทุกรายการในกิจกรรมบนเว็บและแอป ไม่ใช่แค่รายการที่มีบันทึกเสียงเท่านั้น

  1. ไปที่บัญชี Google
  2. คลิกข้อมูลและความเป็นส่วนตัวที่ด้านซ้ายบน
  3. ในส่วน "การตั้งค่าประวัติ" ให้คลิกกิจกรรมบนเว็บและแอป จากนั้น จัดการกิจกรรม ในหน้านี้ คุณจะเห็นรายการกิจกรรมที่ผ่านมา รายการที่มีไอคอน "เสียง" พูด จะมีเสียงที่บันทึกไว้รวมอยู่ด้วย
  4. เหนือกิจกรรม ให้คลิกลบ จากนั้น ตั้งแต่ต้น
  5. ทำตามวิธีการบนหน้าจอ

ลบเสียงที่บันทึกไว้โดยอัตโนมัติ

สำคัญ: ขั้นตอนเหล่านี้จะเปิดตัวเลือกการลบอัตโนมัติสำหรับทุกรายการในกิจกรรมบนเว็บและแอป ไม่ใช่แค่รายการที่มีเสียงที่บันทึกไว้

  1. ไปที่บัญชี Google ในคอมพิวเตอร์
  2. คลิกข้อมูลและความเป็นส่วนตัวที่ด้านซ้ายบน
  3. ในส่วน "การตั้งค่าประวัติ" ให้คลิกกิจกรรมบนเว็บและแอป จากนั้น จัดการกิจกรรม
  4. เหนือกิจกรรม ในแถบค้นหา ให้เลือกเพิ่มเติม เพิ่มเติม จากนั้น ระยะเวลาที่จะเก็บกิจกรรม
  5. คลิกปุ่มเพื่อระบุว่าต้องการเก็บกิจกรรมไว้นานแค่ไหน จากนั้น ถัดไป จากนั้น ยืนยัน

Google อาจลบข้อมูลเสียงเร็วกว่ากรอบเวลาที่คุณเลือกในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องใช้สำหรับการพัฒนาและการปรับปรุงเทคโนโลยีการจดจำเสียงของ Google และบริการที่ใช้เทคโนโลยีนั้นอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น ความจำเป็นในการใช้เสียงสำหรับบางภาษาอาจน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป

เกี่ยวกับการตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงนี้

เมื่อคุณพูดกับบริการของ Google เราจะใช้เทคโนโลยีการจดจำเสียงเพื่อประมวลผลเสียงและโต้ตอบกับคุณ ตัวอย่างเช่น หากคุณแตะไอคอนไมค์เพื่อค้นหาด้วยเสียง เทคโนโลยีการจดจำเสียงของ Google จะแปลสิ่งที่คุณพูดเป็นคำและวลีที่ Search จะนำไปค้นหาในดัชนีเพื่อแสดงผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องที่สุดแก่คุณ

กิจกรรมบนเว็บและแอปจะจัดเก็บสิ่งที่คุณทำในเว็บไซต์ แอป และบริการของ Google ไว้ในบัญชี Google บนเซิร์ฟเวอร์ของ Google ข้อมูลที่จัดเก็บนี้อาจรวมถึงข้อมูลที่เชื่อมโยงอยู่ เช่น ตำแหน่ง ทั้งนี้ระบบอาจไม่จัดเก็บการโต้ตอบบางอย่าง

ในการตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงซึ่งไม่บังคับนี้ คุณยังสามารถจัดเก็บเสียงที่บันทึกไว้กับกิจกรรมบนเว็บและแอปได้อีกด้วยเมื่อคุณโต้ตอบกับ Google Search, Assistant และ Maps การตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงนี้ปิดอยู่ เว้นแต่คุณจะเลือกเปิดขึ้นมาเอง

การตั้งค่านี้มีผลกับทุกที่ที่คุณลงชื่อเข้าใช้ Search, Assistant และ Maps ตัวอย่างเช่น Assistant ทั้งในแอป Google Assistant และลำโพงอัจฉริยะ Google Home

มีการใช้เสียงที่บันทึกไว้อย่างไร

Google ใช้เสียงที่บันทึกไว้เมื่อการตั้งค่านี้เปิดอยู่เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีการจดจำเสียง รวมทั้งบริการของ Google ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว เช่น Google Assistant

กระบวนการตรวจสอบเสียง

ในการปรับปรุงเทคโนโลยีเสียงบางด้าน เมื่อการตั้งค่านี้เปิดอยู่ ตัวอย่างเสียงที่บันทึกไว้จะได้รับการวิเคราะห์โดยผู้ตรวจสอบซึ่งผ่านการฝึกฝนที่จะฟัง ถอดเสียง และใส่คำอธิบายประกอบเพื่อให้บริการของ Google สามารถตีความเสียงได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น สิ่งที่ผู้พูดกำลังพูดในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังหรือพูดเป็นภาษาใดภาษาหนึ่ง เราทําตามขั้นตอนเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณในกระบวนการนี้ เช่น ยกเลิกการเชื่อมโยงเสียงกับบัญชีเมื่อผู้ตรวจสอบวิเคราะห์เสียง

กระบวนการนี้ช่วยให้บริการต่างๆ เข้าใจสิ่งที่ผู้ใช้พูดได้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น Google ปรับปรุงการจดจำคำพูดอัตโนมัติสำหรับภาษาที่มีข้อมูลน้อยมากโดยใช้โมเดลที่ได้จากการเทรนข้อมูลเสียงของภาษาที่มีข้อมูลปริมาณมาก ซึ่งช่วยให้จดจำคำพูดหลายภาษาได้แบบเรียลไทม์

เทคโนโลยีเสียง

สําคัญ: ข้อมูลที่ระบุไว้นี้จะมีผลหากคุณเปิดกิจกรรมเสียงพูดและเสียงหลังจากวันที่ 6 มิถุนายน 2022

เทคโนโลยีเสียงบางอย่างของ Google เช่น Voice Match สามารถจับคู่เสียงที่คล้ายกัน แยกแต่ละเสียงออกจากกัน หรือเสริมเสียงด้วยเสียงที่ไม่ซ้ำกัน หากคุณใช้ Google Assistant ร่วมกับ Voice Match และเปิดการตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงนี้ไว้ Google อาจประมวลผลรูปแบบเสียงของคุณเป็นการชั่วคราวจากเสียงที่บันทึกไว้เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีเสียงของ Google รวมทั้งบริการของ Google ที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ ดูว่ามีการใช้เสียงพูดของคุณอย่างไรในการตั้งค่าอื่นๆ

เราทำตามขั้นตอนเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณในกระบวนการนี้ ตัวอย่างเช่น หากรูปแบบเสียงของคุณคำนวณจากเสียงที่บันทึกไว้ ระบบจะยกเลิกการเชื่อมโยงเสียงกับบัญชีของคุณ ประมวลผลชั่วคราวเพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีการจดจำเสียง จากนั้นจึงลบเสียงทิ้ง การประมวลผลเสียงแต่ละครั้งอาจใช้เวลาสูงสุด 7 วัน รูปแบบเสียงอาจถือเป็นข้อมูลไบโอเมตริกในเขตอำนาจศาลบางแห่ง

เมื่อการตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงนี้เปิดอยู่

เมื่อการตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงนี้เปิดอยู่สำหรับกิจกรรมบนเว็บและแอปของคุณ Google จะจัดเก็บเสียงที่บันทึกไว้เมื่อคุณโต้ตอบกับ Google Search, Assistant และ Maps ในบัญชี Google บนเซิร์ฟเวอร์ของ Google ไปพร้อมกับกิจกรรมบนเว็บและแอป

ระบบจะจัดเก็บเสียงเมื่ออุปกรณ์ตรวจพบการเปิดใช้งาน อุปกรณ์อาจรองรับการเปิดใช้งานด้วยวิธีต่างๆ กัน เช่น การพูดว่า "Ok Google", วลีสั้นๆ ที่คุณเปิดใช้, การสนทนาต่อ หรือการกดปุ่มไมค์ อุปกรณ์บางเครื่องจะรวมเวลา 2-3 วินาทีก่อนการเปิดใช้งานด้วยเพื่อให้รับคำขอได้ครบถ้วน

อาจมีการบันทึกเสียงหากอุปกรณ์ตรวจพบอย่างไม่ถูกต้องว่ามีการเปิดใช้งาน เช่น เมื่อมีเสียงรบกวนที่ฟังดูคล้ายกับ “Ok Google” เราทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้นในการลดการเปิดใช้งานโดยไม่ตั้งใจ

หากคุณใช้อุปกรณ์โดยไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ระบบอาจจัดเก็บเสียงไว้ในบัญชี Google เมื่อคุณกลับมาออนไลน์

เมื่อการตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงนี้ปิดอยู่

หากคุณปิดการตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงนี้ Google จะไม่จัดเก็บเสียงที่บันทึกไว้ระหว่างที่คุณโต้ตอบกับ Google Search, Assistant และ Maps ไว้ในบัญชี Google บนเซิร์ฟเวอร์ของ Google พร้อมกับกิจกรรมบนเว็บและแอปอีก Google จะยังคงประมวลผลเสียงของคุณอยู่ต่อไปเพื่อโต้ตอบกับคุณเมื่อคุณพูดกับบริการของ Google

เมื่อการตั้งค่านี้ปิดไป Google จะไม่ใช้เสียงที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ขณะที่การตั้งค่านี้เปิดอยู่เพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีเสียง เช่น Voice Match แต่อาจยังคงนำเสียงที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้มาใช้เพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีเสียงอื่นๆ เว้นแต่คุณจะลบเสียงทิ้งไป

คุณลบเสียงที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ในกิจกรรมบนเว็บและแอปได้ที่ activity.google.com

ที่อื่นๆ ที่อาจมีการจัดเก็บเสียงที่บันทึกไว้

การตั้งค่ากิจกรรมเสียงพูดและเสียงนี้จะไม่มีผลกับรายการต่อไปนี้

  • เสียงที่จัดเก็บและจัดการโดยบริการอื่นๆ ของ Google อย่างเช่น Google Voice และ YouTube
  • เสียงที่บันทึกไว้ในอุปกรณ์เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การตั้งค่าและการปรับแต่ง Voice Match ส่วนตัว หรือการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีเสียงในอุปกรณ์ให้เหมาะกับคุณ

อาจมีการใช้กระบวนการด้านแมชชีนเลิร์นนิงอื่นๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ในการควบคุมของการตั้งค่านี้เพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีการจดจำเสียงด้วยการเรียนรู้แบบรวมศูนย์หรือการเรียนรู้ชั่วคราว เช่น

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Google ปรับปรุงรูปแบบคำพูด

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลนี้มีประโยชน์ไหม
เราจะปรับปรุงได้อย่างไร
ค้นหา
ล้างการค้นหา
ปิดการค้นหา
แอป Google
เมนูหลัก
ค้นหาศูนย์ช่วยเหลือ
true
100334
false