ก่อนเผยแพร่แอปส่วนตัว โปรดตรวจสอบว่า iframe ของ Play Console หรือ Managed Play ไม่แสดงคำเตือนหรือข้อผิดพลาดใดๆ การละเลยต่อคำเตือนหรือข้อผิดพลาดเหล่านี้อาจทำให้แอปของคุณไม่ได้รับการเผยแพร่ เราขอแนะนำให้ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติแนะนำต่อไปนี้ด้วย
การสร้างและทำ App Signing- ชื่อแพ็กเกจของแอปต้องไม่ซ้ำกันใน Google Play ทั่วโลก (ไม่ใช่แค่ในองค์กรหรือในบัญชีนักพัฒนาแอป Google Play ของคุณ) หากชื่อแพ็กเกจของคุณเหมือนกับชื่อแพ็กเกจที่มีอยู่แล้วใน Google Play ให้คอมไพล์แอปอีกครั้งด้วยชื่อแพ็กเกจอื่น
- Google Play กำหนดให้ APK ต้องมีการทำ Byte Alignment เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน RAM หากไฟล์ APK ของคุณไม่ได้ทำ Byte Alignment คุณอาจใช้เครื่องมือ zipalign เพื่อจัดเรียงไฟล์ APK
- คีย์ที่ใช้ในการทำ APK Signing ควรเป็นคีย์ที่ใช้ได้นาน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมถึงข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับการ Signing
- ทำไมฉันจึงเห็นข้อผิดพลาด "คุณต้องลงทะเบียนใน Play App Signing เพื่ออัปโหลด App Bundle" ขณะอัปโหลด App Bundle
- ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเนื่องจากคุณยังไม่ได้อัปโหลดคีย์ App Signing ทำตามวิธีการในส่วนอัปโหลด AAB สําหรับแอปส่วนตัวที่สร้างด้วย APK เพื่ออัปโหลดคีย์ App Signing
- ทำไมฉันจึงเห็นข้อความ "คุณอัปโหลด APK หรือ Android App Bundle ที่ทำ Signing ด้วยคีย์ซึ่งใช้ทำ Signing APK ที่นำส่งให้ผู้ใช้ด้วย คุณควรทำ Signing APK หรือ Android App Bundle ด้วยคีย์ใหม่ก่อนอัปโหลดเนื่องจากลงทะเบียนใน Play App Signing ไว้"
- ข้อผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณสร้างแอปใหม่โดยการอัปโหลด App Bundle ที่ทำ Signing ด้วยคีย์ App Signing (การเผยแพร่) ซึ่งใช้ทำ Signing APK อื่นๆ วิธีแก้ปัญหามีดังนี้
- ใช้คีย์การอัปโหลดใหม่ทำ App Bundle Signing ก่อนที่จะอัปโหลด หรือ
- สร้างแอปใหม่โดยอัปโหลด APK ก่อน แล้วเปลี่ยนไปใช้ App Bundle โดยทำตามวิธีการในบทความอัปโหลด AAB สำหรับแอปส่วนตัวที่สร้างด้วย APK
- ข้อผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณสร้างแอปใหม่โดยการอัปโหลด App Bundle ที่ทำ Signing ด้วยคีย์ App Signing (การเผยแพร่) ซึ่งใช้ทำ Signing APK อื่นๆ วิธีแก้ปัญหามีดังนี้
- ฉันควรทำอย่างไรหากต้องการใช้คีย์ของตนเองเพื่อทำ Signing APK ที่สร้างขึ้นเพื่อนำส่งให้ผู้ใช้ปลายทาง
- วิธีแก้ปัญหามีดังนี้
- ใช้ Play Console เพื่อเผยแพร่แอปส่วนตัว หรือ
- จาก iframe ของ Managed Google Play ให้อัปโหลด APK ที่ทำ Signing ด้วยคีย์ Signing ของคุณเอง จากนั้นอัปโหลดคีย์ App Signing เดียวกันไปยัง Play Console จากนั้นทำตามวิธีการในส่วนอัปโหลด AAB สําหรับแอปส่วนตัวที่สร้างด้วย APK จากนั้นคุณจะเริ่มอัปโหลด App Bundle จาก iframe (หรือ Play Console) ได้
- วิธีแก้ปัญหามีดังนี้
- ฉันควรทำอย่างไรหากต้องการใช้คีย์ที่ Google สร้างขึ้นเพื่อทำ Signing APK ที่สร้างขึ้นซึ่งจะนำส่งให้ผู้ใช้ปลายทาง
- การสร้างแอปโดยใช้ App Bundle จาก iframe จะใช้คีย์ Signing ที่ Google สร้างขึ้นโดยค่าเริ่มต้น โดยคุณไม่ต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม
- ฉันจะอัปเกรดคีย์ App Signing หลังจากลงทะเบียนใน Play App Signing ได้ไหม
- ฟีเจอร์นี้รองรับบัญชีนักพัฒนาแอป Play Console มาตรฐานเท่านั้น โดยไม่รองรับบัญชี Play Console ที่ใช้ iframe เพื่อเผยแพร่แอปส่วนตัว
- ฉันขอรีเซ็ตคีย์การอัปโหลดสำหรับบัญชี Play Console ที่ใช้ iframe ได้ไหม
- ฟีเจอร์นี้รองรับบัญชีนักพัฒนาแอป Play Console มาตรฐานเท่านั้น โดยไม่รองรับบัญชี Play Console ที่ใช้ iframe เพื่อเผยแพร่แอปส่วนตัว
- ฉันจะเปลี่ยนตัวเลือกคีย์ App Signing ได้ไหม
- ไม่ได้ คีย์ที่คุณใช้ในรุ่นแรก (คีย์ของคุณเองโดยใช้ APK หรือคีย์ที่ Google สร้างขึ้นโดยใช้ AAB) จะกลายเป็นคีย์ App Signing
- ฉันจะเปลี่ยนไปใช้ APK หลังจากอัปโหลด App Bundle ใน iframe ได้ไหม
- หากสร้างแอปโดยใช้ APK ในตอนแรก แล้วเปลี่ยนไปใช้ App Bundle โดยการอัปโหลดคีย์ Signing คุณจะเปลี่ยนกลับไปใช้ APK ได้
- หากสร้างแอปโดยใช้ App Bundle ผ่าน iframe ในตอนแรก คุณจะเปลี่ยนกลับไปเป็น APK ไม่ได้
- ฉันใช้ Play Edit API เพื่ออัปโหลด App Bundle สำหรับแอปส่วนตัวที่สร้างจาก iframe ได้ไหม
- ได้ แต่คุณต้องอัปโหลดคีย์ Signing ใน Play Console ก่อน จากนั้นคุณจะเผยแพร่เวอร์ชันในอนาคตได้โดยใช้ Play Edit API
- Play Custom App Publishing API รองรับ App Bundle ไหม
- ไม่ Play Custom App Publishing API รองรับเฉพาะแอปที่สร้างโดยใช้ APK
- ฉันจะใช้ Play Custom App Publishing API เพื่อสร้างแอป แล้วใช้ Play Edit API เพื่ออัปเดตแอปได้ไหม
- ได้ คุณสามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม คุณต้องระบุคีย์ Signing ใน Play Console ก่อน จึงจะใช้ Play Edit API สำหรับ App Bundle ได้
การใช้เนื้อหาที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจส่งผลให้มีการละเมิดนโยบายของ Google Play แม้ว่าจะเป็นเนื้อหาขององค์กรคุณก็ตาม หากแอปส่วนตัวของคุณเข้าข่ายในกรณีต่อไปนี้
- มีเนื้อหาที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (ชื่อแบรนด์ โลโก้ เนื้อหากราฟิก เสียง ฯลฯ) หรือ
- คุณกำลังเผยแพร่แอปที่ได้รับจากบุคคลที่สามซ้ำ
โปรดแจ้งให้ทีมตรวจสอบแอปของ Google Play ทราบว่าคุณมีสิทธิ์ในการใช้เนื้อหา และรอคำตอบจากทีมก่อนที่จะเผยแพร่แอป